Thursday, 30 July 2026
TheStatesTimes

สืบนครบาล รวบ "กอล์ฟ ตัวตึงทุ่งสองห้อง" บัญชีม้าหลอกขายที่นอน เดินบัญชีเพื่อเอาไปกู้เงิน ประวัติคดียาวเหยียด

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้ตรวจพบว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊คชื่อ "นาดา ฮัฟเซาะฮ์" หลอกขายที่นอนในกลุ่ม "กระเป๋าและเสื้อผ้าราคาถูก โดยใช้ชื่อบัญชีรับโอนเงินชื่อบัญชี นายนำยศ แย้มมา จากการสืบสวน คนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในชุมชนย่านทุ่งสองห้อง ไม่ออกไปที่อื่น ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้าไป ก็จะไหวตัวทันตลอด นานๆจะออกจากที่พัก  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงกำชับให้รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน มูลค่าความเสียหาย 1,200 บาท ผู้เสียหายเดือดร้อนจึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และขอความช่วยเหลือเพจสืบนครบาล IDMB

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง
สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ได้จับกุมตัว

นายนำยศ แย้มมา อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 2482/4 ถนนเจริญกรุง แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กทม.ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.256/2566 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” พฤติการณ์ คือ ผู้เสียหายสั่งซื้อที่นอน 6ฟุต ในราคา 600 บาท และได้โอนเงินไปให้ที่บัญชี ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 09802499xx ชื่อบัญชี นายนำยศ แย้มมา ต่อมาบอกว่ามีค่าขนส่งอีก 600บาท บอก จึงโอนไปอีก บอกจะได้เงินประสินค้าคืนพร้อมสินค้า ผู้เสียหายทักไปถามว่าจะได้เงินประกันคืนยังไงจะได้บอกคนที่บ้านไว้ ไม่ตอบแล้วก็ลบข้อความส่งที่มาทั้งหมด แล้วก็บล็อคผู้เสียหาย คนร้ายใช้ชื่อเฟซชื่อ นาดา ฮัฟเซาะฮ์ ขายในเพจ กระเป๋าและเสื้อผ้าราคาถูก ผู้เสียหายยังเห็นไปโพสต์ขายอีกหลายเพจแต่ไม่สามารถไปคอมเม้นท์ได้ จึงได้ไปแจ้งความที่สน.บางขุนนนท์  จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในชุมชนทุ่งสองห้อง อยู่กับกลุ่มแก๊งที่พัวพันยาเสพติด จะไม่ออกไปที่อื่น ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้าไปก็จะไหวตัวทันตลอด นานๆจะออกจากที่พัก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และสืบจนทราบว่าตัวผู้ต้องหาจะออกมาตอนไหน จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการซักถามปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยแจ้งว่า ตนรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารจริง และร่วมกับมิจฉาชีพให้เอาบัญชีของตัวเองไปเดินบัญชี โดยตกลงว่าถ้ากู้ผ่านแล้วจะเอาเงินมาแบ่งกัน แล้วมิจฉาชีพที่รับเดินบัญชีก็เอาไปหลอกผู้เสียหายอีกที เงินที่ได้มา เอาไปซื้อยาเสพติด เล่นการพนัน ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันไม่มีงานทำ 

จากการตรวจสอบประวัติคดีของนายนำยศ แย้มมา ในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบข้อมูลประวัติคดี จำนวน 18 คดี ประกอบด้วย
1)ปี 2550  โดนข้อหา "ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายสารระเหยฯ" สน.วัดพระยาไกร
2)ปี 2550  โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1"  สน.วัดพระยาไกร
3)ปี 2550  โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
4)ปี 2550  โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
5)ปี 2551 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1"  สน.วัดพระยาไกร
6)ปี 2552 โดนข้อหา "ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย" สน.วัดพระยาไกร
7)ปี 2554 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
8)ปี 2556 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.ภาษีเจริญ
9)ปี 2556 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.ยานนาวา 
10)ปี 2558 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1"  สน.ทุ่งมหาเมฆ
11)ปี 2558 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.บางโพงพาง
12)ปี 2559 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.บางกอกใหญ่
13)ปี 2559 โดนข้อหา "เล่นพนันทายผลฟุตบอล" สน.วัดพระยาไกร
14)ปี 2559 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
15)ปี 2562 โดนข้อหา "ตัวการ มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สภ.สำโรงใต้
16)ปี 2564 โดนข้อหา "เล่นพนันทายผลฟุตบอล" สน.ทุ่งสองห้อง
17)ปี 2565 โดนข้อหา "ตัวการ ฉ้อโกงประชาชน"  สน.บางขุนนนท์ (ในคดีที่ถูกจับ)
18)ปี 2566 โดนข้อหา "ตัวการ ลักลอบเล่นการพนัน" สน.ทุ่งสองห้อง
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า คดีนี้แม้มูลค่าความเสียหายไม่มาก แต่สร้างความเดือนร้อนให้ผู้เสียหายมาก เพราะเก็บเงินอยากใช้ที่นอนใหม่ในชีวิตประจำวัน  แจ้งเตือนภัยไปยังประชาชน ว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีกลโกงมากรูปแบบ โปรดแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.

‘เป๊ก-นิว’ ประกาศข่าวดี เบบี๋มาแล้ว!! หลังที่ทั้งคู่พยายามมานานอยู่หลายปี

(25 ก.ค. 66) แต่งงานมานานและลุ้นมาตลอดว่าเมื่อไหร่จะมีลูกคนแรกกับเขาเสียที ล่าสุด ‘เป๊ก เปรมณัช สุวรรณานนท์’ ได้ประกาศข่าวดี สมหวังแล้ว โดยโพสต์ภาพพร้อม ‘นิว นภัสสร ภูธรใจ’ ภรรยา และโชว์ภาพอัลตร้าซาวด์ ทำคนบันเทิงและแฟน ๆ เข้ามาแสดงความยินดีกับเพียบ โดยได้โพสต์ข้อความว่า

“เลิกลั่ก ๆ มาหลายปีว่าเมื่อไรจะได้เป็นพ่อคนสักที แต่ตอนนี้เลิกรักห่านนี้ไม่ได้เเล้ว เพราะเทอทำให้สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นบนโลกใบนี้แล้ว ลูกเรามาแล้ว สุดยอดมหานครไปเล้ย ตอนนี้เรียกผม DADDY กันได้แล้วนะครับ

ขอบคุณทีมแพทย์จาก gfc ที่ช่วยหนับหนุนหนิทหนมผ่านความหนักหนามาให้ได้ยิ้มอย่างหนุกหนานค้าบ #พ่อเป๊ก #แม่นิว @gfc.bangkok #GFCBANGKOK #ใส่ใจในความสำเร็จต้องGFC”

ขณะที่ ‘นิว นภัสสร’ ก็ได้โพสต์ข้อความว่า “ขึ้นมาบอกข่าวดีที่สุดบนยอดสูงสุดของมหานคร ‘ในที่สุด เป๊กนิว ก็มีเบบี๋แล้วค๊าบบบ’ การรอคอยที่ยาวนาน จนมาถึงวันที่การเปลี่ยนแปลงกำลังเริ่มต้นขึ้น เราสองคนจึงอยากบอกข่าวแห่งความสุขนี้ ถึงทุกคนที่รักเรา ทุกคนที่ให้คำปรึกษา และคอยให้กำลังใจ ขอบคุณคำอวยพรจากแฟนๆ และพี่ๆ นักข่าวที่คอยถามว่า ‘เมื่อไหร่จะท้องอ่ะแม่’ กับคำตอบที่ทุกคนรอคอย มาแล้วอ่ะเธอ!!! จุดพลุเร๊ววววว!!! 

เป๊กนิวขอขอบคุณทีมแพทย์จาก @gfc.bangkok หมอมิ้งค์ (มือเบาขั้นเทพ) พี่ป๋วย (นางฟ้าของน้อง) พี่ฮวย (นักวิทย์’คนสำคัญที่คัดเลือกเด็ก ๆ ให้มาเป็นเบบี๋ของเรา) ขอบคุณพี่โอ (ซัปพอร์ตทุกสิ่ง) และ เนเน่ พยาบาลที่เป็นที่ปรึกษาให้นิวไม่ว่าจะสงสัยอะไร ‘ถามเนได้24ชั่วโมงค่ะ’ รวมถึงทีมแพทย์และพยาบาลทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้ ทุกคนสุดยอดมาก (รักมากจนต้องขึ้นมาขอบคุณที่ยอดตึกอ่ะ)

ต่อจากนี้ไปเป๊กนิวต้องขอกำลังใจกันต่อกับฐานะคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงนะ ขอบคุณค่ะ @gfc.bangkok #GFCbangkok #ใส่ใจในความสำเร็จต้อง GFC”

กรมรางฯ สรุปแผนรถไฟฟ้า M-MAP 2 เคาะ 33 เส้นทาง เพิ่มทั้งสายใหม่ - ส่วนต่อขยาย

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 66 -  ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา เพื่อประชาสัมพันธ์และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 4 “โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ความต้องการเดินทางด้วยระบบราง และการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2” หรือ M-MAP 2 ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอสรุปผลการดำเนินงาน M-MAP 2 และการพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ความต้องการเดินทาง ด้วยระบบราง 

โดยงานสัมมนาดังกล่าวจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2566 เป็นการสัมมนา ในรูปแบบ onsite และผ่านระบบประชุมออนไลน์

ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางราง ได้ดำเนินการจัดทำแบบจำลองการคาดการณ์ความต้องการเดินทางด้วยระบบราง หรือ Railway Demand Forecast Model แล้วเสร็จ เพื่อเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์แนวเส้นทางและความต้องการในการเดินทาง ซึ่งนำมาสู่ช่วงของการพัฒนาแผนแม่บทรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ฉบับใหม่ หรือ M-MAP 2 โดยได้ดำเนินการศึกษาแนวเส้นทางโครงข่ายรถไฟฟ้า ทั้งจากการทบทวนแผน M-MAP เดิม แผน M-MAP 2 Blueprint ซึ่งทาง JICA เคยศึกษาไว้ ร่วมกับข้อเสนอแนะจากหน่วยงานและประชาชนในเขตจังหวัดปริมณฑลที่ไปรับฟังความคิดเห็นมา และที่ปรึกษานำเสนอเพิ่มเติมเพื่อตอบโจทย์นโยบายการพัฒนา ทำให้ได้แนวเส้นทางระบบรางที่เป็นไปได้ทั้งหมด (Project Long List) โดยนำมาคัดกรอง ทั้งด้านกายภาพและจำนวนผู้โดยสาร เพื่อให้ได้แนวเส้นทางระบบรางที่เลือก (Project Short List) นำมาจัดลำดับความสำคัญและทำแผนการพัฒนาต่อไป ซึ่งเป็นหัวใจของการสัมมนาในครั้งนี้ และในวันนี้นอกจากคณะผู้ศึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากฝั่งไทยแล้ว ยังมีผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นมาถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่น

ดร.พิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการศึกษาโครงการ ได้สรุปแผนการพัฒนา M-MAP 2 : แนวเส้นทางระบบรางที่เป็นไปได้ทั้งหมด (Project Long List) มีทั้งสิ้น 33 เส้นทาง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1.เส้นทาง M-MAP 1 ที่ยังไม่ดำเนินการมีจำนวน 8 เส้นทาง (M) ส่วนเส้นทางใหม่จำนวน 14 เส้นทาง (N.) เสนอต่อขยาย จำนวน 11 เส้นทาง (E) ซึ่งการจัดลำดับความสำคัญแผนการพัฒนา M-MAP 2 สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 

A1 : เส้นทางที่มีความจำเป็น / มีความพร้อม 'ดำเนินการทันที' จำนวน 4 เส้นทาง ได้แก่ A1-1) รถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต – ธรรมศาสตร์ (Commuter) 
A1-2) รถไฟฟ้าสายสีแดง ตลิ่งชัน – ศาลายา (Commuter) 
A1-3) รถไฟฟ้าสายสีแดง ตลิ่งชัน – ศิริราช (Commuter) 
A1-4) รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย – บึงกุ่ม (Light Rail)

A2 : เส้นทางที่มีความจำเป็น / แต่ต้องเตรียมความพร้อมก่อน 'คาดว่าดำเนินการภายในปีพ.ศ. 2572' จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ 
A2-1) รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ – หัวลำโพง (Commuter) 
A2-2) รถไฟฟ้าสายสีเขียว สนามกีฬาแห่งชาติ – ยศเส (Heavy Rail) 
A2-3) รถไฟฟ้าสายสีเขียว บางหว้า – ตลิ่งชัน (Heavy Rail) 
A2-4) รถไฟฟ้าสายสีแดง วงเวียนใหญ่ – บางบอน (Commuter) 
A2-5) รถไฟฟ้าสายสีเงิน บางนา – สุวรรณภูมิ (Light Rail) 
A2-6) รถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล – ทองหล่อ (Light Rail) 

B : เส้นทางมีศักยภาพ เนื่องจากผ่านการศึกษาความคุ้มค่าในโครงการ M-MAP 1 หรือเป็นเส้นทางใหม่ที่มีปริมาณผู้โดยสารถึงเกณฑ์ที่จะพัฒนาเป็นระบบรถไฟฟ้าได้ จำนวน 9 เส้นทาง ได้แก่ 
B-1) รถไฟฟ้าสายสีฟ้า พระโขนง – ท่าพระ (Light Rail) 
B-2) รถไฟฟ้าสายสีฟ้า สาทร – ดินแดง (Light Rail) 
B-3) รถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล – ลำลูกกา (Light Rail) 
B-4) รถไฟฟ้าสายสีเขียว คูคต– วงแหวนรอบนอก (Heavy Rail) 
B-5) รถไฟฟ้าสายสีเขียว ตลิ่งชัน - รัตนาธิเบศร์ (Heavy Rail) 
B-6) รถไฟฟ้าสายสีเขียว สมุทรปราการ – บางปู (Heavy Rail) 
B-7) รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางแค – พุทธมณฑล สาย 4 (Heavy Rail) 
B-8) รถไฟฟ้าสายสีแดง บางบอน – มหาชัย – ปากท่อ (Commuter) 
B-9) รถไฟฟ้าสายสีแดง หัวลำโพง – วงเวียนใหญ่ (Commuter) 

C : เส้นทาง Feeder ดำเนินการเป็นระบบ Feeder เช่น Tram ล้อยาง, รถเมล์ไฟฟ้า จำนวน 26 เส้นทาง ได้แก่ 
C-1) เส้นทาง ลาดพร้าว – รัชโยธิน – ท่าน้ำนนท์ 
C-2) เส้นทาง ดอนเมือง – ศรีสมาน 
C-3) เส้นทาง ศาลายา – มหาชัย 
C-4) เส้นทาง ศรีนครินทร์ – บางบ่อ 
C-5) เส้นทาง คลอง 6 – องค์รักษ์ 
C-6) เส้นทางรัตนาธิเบศร์ – แยกปากเกร็ด C-7) เส้นทาง คลองสาน - ศิริราช 
C-8) เส้นทาง บางซื่อ – พระราม 3 
C-9) เส้นทาง ราชพฤกษ์ – แคราย 
C-10) เส้นทาง พระโขนง – ศรีนครินทร์ C-11) เส้นทาง บางซื่อ – ปทุมธานี 
C-12) เส้นทาง เมืองทอง – ปทุมธานี 
C-13) เส้นทาง บางแค – สำโรง 
C-14) เส้นทาง แพรกษา – ตำหรุ 
C-15) เส้นทาง ธรรมศาสตร์ – นวนคร 
C-16) เส้นทาง บางนา – ช่องนนทรี 
C-17) เส้นทางสุวรรณภูมิ – บางบ่อ 
C-18) เส้นทาง บรมราชชนนี - ดินแดง – หลักสี่ 
C-19) เส้นทาง ธัญบุรี– ธรรมศาสตร์ 
C-20) เส้นทาง คลอง 3 – คูคต 
C-21) เส้นทาง มีนบุรี - สุวรรณภูมิ – แพรกษา - สุขุมวิท 
C-22) เส้นทาง เทพารักษ์ – สมุทรปราการ C-23) เส้นทาง บางใหญ่ – บางบัวทอง 
C-24) เส้นทาง บางปู - จักรีนฤบดินทร์ 
C-25) เส้นทาง ครุใน – สมุทรปราการ 
C-26) เส้นทาง ปทุมธานี– ธัญบุรี

โดยตลอดระยะเวลาการสัมมนาจะมีการเปิดเวทีให้ผู้ร่วมสัมมนาได้สอบถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งแบบ onsite และผ่านระบบประชุมออนไลน์ และจะนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาแผนแม่บทรถไฟฟ้าฉบับใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งกรมการขนส่งทางรางเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบ รถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และแก้ปัญหาจราจร ได้อย่างยั่งยืน

‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ เสื้อหลุดกลางเวทีคอนเสิร์ต แจง!! วอนลูกค้าที่ถ่ายคลิปไว้ช่วยลบทิ้งด้วย

(25 ก.ค. 66) ‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ หรือ ‘เป็กกี้-ดรุณี สุทธิพิทักษ์’ นักร้องนักแสดงสาวคนดังได้โพสต์คลิปพร้อมเขียนเล่าเหตุการณ์สุดช็อก เมื่อเสื้อหลุดกลางเวทีด้วยมิได้ตั้งใจ ขณะขึ้นแสดงร้องเต้นแบบจัดเต็มในคอนเสิร์ตแห่งหนึ่ง พร้อมกับร่ำขอวอนลูกค้าและผู้ชม ที่ได้ทำการถ่ายบันทึกภาพหรือคลิป ขณะเกิดเหตุดังกล่าว ให้ลบไฟล์คลิปทิ้งด้วย โดยระบุแคปชันบนอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมกับแนบคลิปที่ตัดมาเพียงสั้น ๆ ในช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุเสื้อหลุดบนเวที ใส่ไว้ภายในโพสต์บนไอจีของสาวเป็กกี้ โดยระบุว่า…

“วันนี้มีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน #เสื้อหลุด บนเวที คุณลูกค้าท่านไหนถ่ายทัน กราบ ลบทิ้งให้เป็กด้วยนะคะ ภาพหลังจากนี้ ขอบคุณค่ะ วันนี้ขอบพระคุณ #สิงห์ นะคะ”

ในส่วนของแฟนคลับได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าว ด้วยการให้กำลังใจ รวมถึงข้อความที่แสดงความเข้าใจสาวเป็กกี้ต่อเหตุการณ์ดังกล่าวต่าง ๆ

'ผู้ประกาศดัง' ชี้!! ก้าวไกลควรเปลี่ยนฝ่ายกฎหมายของพรรค ไหนจะปม 'หน.พรรคสะดุดหุ้นสื่อ' ไหนจะปม 'ไม่กรองบอดี้การ์ด'

(25 ก.ค.66) นารากร ติยายน พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เราว่าพรรคก้าวไกลควรจะเปลี่ยนฝ่ายกฎหมายของพรรค  

(นี่เป็นความเห็นของปุถุชนธรรมดา ที่มองโลกตามความเป็นจริง)

มองจากความผิดพลาด 2 เรื่องใหญ่ๆ...

1) หัวหน้าพรรคสะดุดปมถือหุ้นสื่อทั้ง  2 คน  
2) ไม่ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของคนที่รับมาเป็นบอดี้การ์ดของหัวหน้าพรรค

ถ้าจะอ้างว่าบอดี้การ์ดที่ชื่อ 'ต้น' เป็นคนที่บริษัทรักษาความปลอดภัยส่งมา ข้ออ้างนี้เราว่าฟังไม่ขึ้น

เพราะการรับคนมาทำงานในตำแหน่งสำคัญ คืออารักขาผู้นำของพรรคนั้น ฝ่ายกฎหมายของพรรคควรตรวจสอบด้วยตนเองอย่างรอบคอบ ไม่ใช่เอาใครก็ได้ที่บริษัทฯ ส่งมา

ขนาดเราเองเจอทนายมีนิสัยประมาท ทำคดีไม่รอบคอบ เรายังตัดสินใจเปลี่ยนทนายทันที ไม่ต้องรอให้ความเสียหายเกิดขึ้นก่อน  

แม้ว่าจะจ่ายค่าทนายไปครบหมดแล้ว ตามใบแจ้งหนี้ที่ฝ่ายทนายส่งมา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ขึ้นศาลเลย 😒

เรื่องฝ่ายกฎหมายของพรรคที่ทำให้เกิดความเสียหายหลายครั้งหลายหนนี้ ผู้บริหารพรรคก้าวไกลควรตัดสินใจเปลี่ยนสักที  

ก่อนที่จะมีความเสียหายอื่น ๆ ตามมาอีกในอนาคต

‘หม่ำ จ๊กมก’ สุดทน ยกมือไหว้ 3 รอบงามๆ ลั่น!! “ใครไม่ชอบผมก็อย่าดู เสียอารมณ์เปล่าๆ”

ซูเปอร์สตาร์ตลกของเมืองไทย ‘หม่ำ จ๊กมก’ ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ ‘เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ’ ที่จัดขึ้นเมื่อวันนี้ (24 กรกฎาคม 66) ที่สยามพารากอน ว่าถึงตอนนี้อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำดีขึ้นมากแล้ว และตอนนี้ที่บ้านก็มีการปรับปรุงใหม่ โดยภรรยาของตนได้เปลี่ยนพื้นห้องน้ำให้เป็นพื้นแบบหยาบ

“อายุมาก จะเดินจะเหินก็ต้องระวัง แล้วคนที่ล้มในห้องน้ำอายุ 50 ขึ้นไประวังด้วยนะ ผมเตือนเลย เพราะว่าผมก็จะลื่นหลายครั้งแล้ว ทำห้องน้ำให้มันด้าน ๆ หยาบ ๆ และไม่ควรล็อกห้องน้ำด้วยนะ เพราะบางทีมันน็อกไปก็เรียบร้อย จอดำไปเลยนะ ระวังตัวกันด้วยคนที่อายุ 50 ขึ้นไป เรื่องกินก็ระวังกันด้วย เดี๋ยวนี้อาหารไม่เหมือนเมื่อก่อน ก็ต้องระวังตัวเองมากขึ้น”

ในเรื่องของงานหม่ำบอกว่าตอนนี้แทบจะไม่ว่างเลย เพราะมีละคร และก็จะมีงานภาพยนตร์ของตัวเอง

“ตอนนี้ก็จะยุ่ง ๆ หน่อย ไม่เคยทำละครไง เล่นเอง กำกับเอง เป็นผู้จัดด้วย โปรดิวซ์เอง บทเองอีก ทำการบ้านเยอะเหมือนกัน”

ส่วนเรื่องที่มด ภรรยาของเขาออกมาป้องหลังมีชาวเน็ตคอมเมนต์แรงถึงตน หม่ำก็บอกว่า “ถ้าไม่ชอบผม ฟังผมชัดๆ ไอ้พวกแบบนี้ มึงอย่าดูกูเลย ปิดผ่านไปเลย เดี๋ยวมึงอารมณ์เสียเปล่าๆ เพราะมึงไม่ชอบกูอยู่แล้วนะ กูขอร้อง (ยกมือไหว้) อย่าดู ไปดูคนอื่น มันไม่ถูกตาอยู่แล้ว แล้วผมก็ไม่รู้ว่าเป็นใครด้วย แต่ถ้าไม่ชอบผม มึงอย่าดูกูเลย (หัวเราะ) กูไหว้มึงล่ะ (ยกมือไหว้) หรือมึงเป็นแฟนคลับกูวะ ไม่ชอบ ๆ แต่ดูจัง แฟนคลับแน่ ๆ เปิดเผยตัวเองมาซะ”

ทั้งนี้ หม่ำบอกว่าเขาไม่ได้เห็นคอมเมนต์ดังกล่าว เพราะปกติก็ไม่ได้ใช้โทรศัพท์ แต่มีคนมาเล่าให้ฟัง

“ผมเป็นคนไม่ตอบโต้คนอยู่แล้วไง แต่ถ้าไม่ชอบก็อย่าดูผมเลย ดูแล้วมันอารมณ์เสีย แล้วคุณเกลียดคน คุณอยากเห็นหน้าเขาไหม ก็ไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่อยากดูด้วย ก็ไม่ต้องไปดู ไหว้ล่ะ (ยกมือไหว้) ไหว้ 3 รอบละ”

‘อุ้ม ลักขณา’ แชร์ข้อความเศร้า “ไม่มีบางสิ่ง ไม่มีบางคน ก็ไม่เป็นไร” ท่ามกลางกระแสข่าวลือเลิกกับสามี แถมยังอันฟอลไอจีกันอีกด้วย

(25 ก.ค.66) ก่อนหน้านี้ นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ ‘อุ้ม ลักขณา’ ถูกจับตามองความสัมพันธ์กับสามี ‘บอล กฤษณะ’ เพราะเห็นทั้ง 2 คนได้อันฟอลโลว์อินสตาแกรมกันเมื่อไม่นานมานี้ หลังเพจดัง ‘เจ๊มอย 108’ หย่อนคำใบ้ว่า "กูจะไม่ตัดสินใครว่าเลิก หรือไม่เลิก จากการอันฟอลโลว์กัน หรือพวกโพสต์อะไรเศร้า ๆ อีกแล้ว #ผัวเมียสายแซ่บก็เช่นกัน"

โดยล่าสุด ‘อุ้ม ลักขณา’ ได้แชร์ข้อความ Save Zone ที่ปลอยภัย โดยมีเนื้อหาใจความว่า

“Save Zone ที่ปลอดภัย
- อยู่แล้วมีตัวตน
- อยู่แล้วมีคุณค่า
- อยู่แล้วถูกให้ความสำคัญ
- อยู่แล้วไม่เหนื่อย
- อยู่แล้วขี้เล่นมากขึ้น
- อยู่แล้วมีทัศนะคติที่ดีขึ้น
- อยู่แล้วอารมณ์ดีมากกว่าเดิม
- อยู่แล้วมีความสุขแบบไม่ต้องพยายาม
- อยู่แล้วกล้าเล่าทุกอย่างให้ฟัง
#savezone #friendzone #family #duenstyle_"

นอกจากนี้ ‘อุ้ม ลักขณา’ ยังแชร์โพสต์อีกว่า "การมีความสุข ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างในชีวิตจะต้องสมบูรณ์แบบ แต่มันหมายถึงการที่คุณตัดสินใจที่จะมองข้ามความไม่สมบูรณ์แบบเหล่านั้นไป ไม่มีบางสิ่งไม่มีบางคนก็ไม่เป็นไร ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่" ซึ่งงานนี้ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ยังไม่มีการฟันธง ต้องรอให้เจ้าตัวออกมาชี้แจง 

26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 วันเกิด ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย โดยเจ้าตัวถือเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ที่ผันตัวมาทำงานด้านการเมือง ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในที่สุด

‘ทักษิณ ชินวิตร’ เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ปัจจุบันอายุ 74 ปี โดยเจ้าตัวถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ดำรงตำแหน่งในช่วงปี พ.ศ. 2544-2549

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาทำงานการเมือง ทักษิณเป็นที่รู้จักในนามของนักธุรกิจเจ้าของธุรกิจโทรคมนาคม และเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กระทั่งในปี พ.ศ. 2537 เจ้าตัวเข้าสู่แวดวงการเมืองภายใต้สังกัดพรรคพลังธรรม และต่อมาได้ก่อตั้งพรรคการเมืองของตัวเองในชื่อ ‘พรรคไทยรักไทย’ ในช่วงปี พ.ศ. 2541

และหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในปี พ.ศ. 2544 พรรคไทยรักไทยได้รับเสียงข้างมากในสภา จึงส่งผลให้ทักษิณ ในฐานะหัวหน้าพรรค ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ก่อนที่อีก 4 ปีต่อมา พรรคไทยรักไทยยังสามารถกุมฐานเสียงในการเลือกตั้งเอาไว้ได้อีกครั้ง ทำให้ทักษิณ ชินวัตร ก้าวสู่การเป็นนายกฯ ของประเทศไทยเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

ต่อมา รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของทักษิณ ถูกกล่าวหาทั้งในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การฉ้อราษฎร์บังหลวง รวมทั้งเจ้าตัวยังถูกเพ่งเล็งในเรื่องการหลบเลี่ยงภาษี จนเป็นที่มาของเหตุการประท้วง 

กระทั่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ในช่วงที่เจ้าตัวเดินทางไปยังต่างประเทศ ส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในเวลาต่อมา เจ้าตัวเดินทางกลับเมืองไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 

แต่หลังจากที่ศาลพิพากษาคดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาฯ ซึ่งเจ้าตัวมีความผิด ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ทักษิณก็เดินทางออกนอกประเทศอีกครั้ง และไม่ยอมเดินทางกลับนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบัน ทักษิณ ชินวัตรใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน และยังปรากฎตัว วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ตลอดจนแสดงทัศนะ เรื่องราวกระแสสังคมต่าง ๆ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเป็นประจำ และมีชื่อฉายาใหม่ที่ถูกเรียกขานเพิ่มเติมว่า ‘Tony Woodsome’

วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 74 ปีของอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบทบาทใด ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจ้าตัวยังคงสร้างความสนใจต่อสังคมไทยได้อยู่เสมอ

27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 วันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

27 กรกฎาคม 2554 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวในรัชกาลที่ 6 สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช รวมพระชันษา 85 ปี

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 กับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี พระมารดา ทรงพระประสูติเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ณ พระที่นั่งเทพพิลาส ในหมู่พระมหามณเฑียร ก่อนพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จสวรรคตเพียงวันเดียว

โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรหนักด้วยโรคพระอันตะ มีพระอาการรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความกังวลของเหล่าพสกนิกร แต่ถึงแม้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจะประชวร ท่านทรงรอฟังข่าวพระประสูติการอย่างใกล้ชิด และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 เวลาประมาณบ่ายโมง พระนางเจ้าสุวัทนาฯ มีพระประสูติการเจ้าฟ้าหญิง ซึ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทราบข่าว มีพระราชดำรัสว่า "ก็ดีเหมือนกัน" จากนั้นเมื่อเจ้าพระยารามราฆพได้นำสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์น้อยไปเฝ้าฯ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทอดพระเนตร ทรงพยายามยกพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสพระราชธิดา แต่ก็ทรงอ่อนพระกำลังมากจนไม่สามารถจะทรงยกพระหัตถ์ได้ 

เจ้าพระยารามราฆพจึงเชิญพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสพระราชธิดา เมื่อจะเชิญเสด็จพระราชกุมารีกลับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงโบกพระหัตถ์แสดงพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรพระราชธิดาอีกครั้ง จึงเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอมาเฝ้าฯ เป็นครั้งที่สอง และเป็นครั้งสุดท้ายแห่งพระชนมชีพจนกลางดึกคืนนั้นเองก็เสด็จสวรรคต

เมื่อทรงพระเยาว์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา เริ่มทรงพระอักษร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2473 โดยพระอาจารย์จากโรงเรียนราชินี เช่น หม่อมเจ้าหญิงพิจิตรจิราภา เทวกุล อาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินีและโรงเรียนราชินีบน พร้อมด้วยครูพิศ ภูมิรัตน อาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินีเป็นผู้ถวายพระอักษร ณ พระตำหนักสวนหงส์ พระราชวังดุสิต 

จากนั้น ได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ โรงเรียนราชินี (หมายเลขประจำพระองค์ 1847) แล้วจึงทรงศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการกับท่านผู้หญิงศรีนาถ สุริยะ อาจารย์จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ณ ตำหนักสวนรื่นฤดี ถนนราชสีมา เมื่อสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงเจริญพระชนมายุขึ้น มีพระอนามัยไม่สมบูรณ์นัก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้นำสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ไปประทับรักษาพระองค์ ณ ประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2480 ซึ่งในขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงเสด็จไปประทับอยู่ก่อนแล้ว

ทั้งนี้ ทั้งสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา และพระชนนี ได้ทรงย้ายที่ประทับหลายแห่งตามลำดับ คือ ตำหนักแฟร์ฮิลล์ เมืองแคมเบอร์เลย์ มณฑลเซอร์เรย์, ตำหนักหลุยส์เครสเซนต์ เมืองไบรตัน มณฑลซัสเซค และตำหนักไดก์โรด (บ้านรื่นฤดี) เมืองไบรตัน มณฑลซัสเซค และประสบความยากลำบากอย่างหนัก เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองในช่วงภาวะสงครามจึงทรงประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงการทำงานบ้านเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจ้างข้าหลวงชาวต่างประเทศ

ในขณะที่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ทรงประทับอยู่ที่ประเทศอังกฤษนั้น ได้ทรงศึกษาวิชาภาษาอังกฤษ, ภาษาฝรั่งเศส และเปียโนกับพระอาจารย์ชาวต่างประเทศ และได้เสด็จไปทรงศึกษาในโรงเรียนประจำสตรีชื่อโรงเรียนเซเครดฮาร์ต แคว้นเวลส์

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่พระองค์ประทับ ณ ประเทศอังกฤษ พระองค์และพระชนนีมีพระกรุณาต่อชาวไทยในประเทศอังกฤษ โดยทรงโปรดให้เข้าเฝ้า และจัดประทานเลี้ยงให้อยู่เสมอ และพระราชทานพระกรุณาแก่กิจการต่าง ๆ ของชาวไทยอยู่เป็นประจำ ทรงร่วมงานของสามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นสมาคมนักเรียนไทยในสหราชอาณาจักร เป็นประจำ

นอกจากนี้ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง พระองค์ยังทรงอุทิศพระองค์ช่วยเหลือกิจการสภากาชาดอังกฤษ ประทานแก่ทหารและผู้ประสบภัยสงครามด้วยการเสด็จไปทรงบำเพ็ญประโยชน์ ทั้งม้วนผ้าพันแผล จัดยา และเวชภัณฑ์ ทางสภากาชาดอังกฤษจึงได้ถวายเกียรติบัตรประกาศพระกรุณา และในขณะที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวยังมีพระชนมชีพหลังการสละราชสมบัติแล้ว พระองค์และพระชนนีได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่เสมอ

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2502 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ได้เสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นการถาวร ได้ทรงแบ่งเบาพระราชภาระของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะในด้านสังคมสงเคราะห์ โดยเสด็จออกเยี่ยมราษฎรตามหัวเมืองทั้งใกล้ไกล พร้อมพระราชทานพระอนุเคราะห์แก่ผู้ยากไร้อยู่เสมอ ครั้นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลปัจจุบัน ทรงเจริญพระวัยขึ้นกระทั่งทรงสามารถแบ่งเบาพระราชกรณียกิจได้ ประกอบกับพระองค์มีพระชนมายุสูงขึ้น จึงได้เสด็จออกทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดารน้อยลง เมื่อพระองค์มีพระชันษาสูงขึ้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เข้าเฝ้าและได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์อยู่เนือง ๆ

จนกระทั่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา มีพระชันษาที่มากขึ้น ทำให้สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ประชวรด้วยอาการตามพระชันษา คณะแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชจึงได้เฝ้าระวังพระอาการอย่างใกล้ชิด ในเวลาต่อมา สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงเริ่มมีพระอาการเส้นพระโลหิตอุดตัน ทำให้ทรงขยับพระวรกายด้านซ้ายยากขึ้น คณะแพทย์จึงได้ถวายพระโอสถ และมีนางพยาบาลถวายการดูแล อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพระองค์จะทรงรับสั่งได้น้อยลง แต่ก็ทรงเข้าพระทัยทุกอย่างเป็นอย่างดีด้วยการพยักพระพักตร์ 

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงเข้าประทับรักษาตัวในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 โดยมีคณะแพทย์ถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่อาการพระประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จะได้สิ้นพระชนม์ เมื่อเวลา 16 นาฬิกา 33 นาที ของวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 สิริรวมพระชันษา 85 ปี

‘เพื่อไทย’ หารือ ‘สมาคมการค้ามันสำปะหลัง’ มุ่งแก้ปัญหาโรคระบาดใบด่างในมันสำปะหลัง

(25 ก.ค. 66) นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับปัญหาไวรัสใบด่างระบาดในมันสำปะหลัง ที่ฉุดให้ผลผลิตตกต่ำลง ระบุว่า..

พรรคเพื่อไทยเดินหน้าแก้ปัญหาโรคไวรัสมันสำปะหลังระบาดให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติร้อนแล้งซ้ำเติม คาดฉุดผลผลิตลดฮวบ รายได้เกษตรหาย ปากท้องรายได้ ปัญหาเร่งด่วนที่เพื่อไทยรอไม่ได้

ทีมวิชาการการเกษตรเพื่อไทย นำโดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายสรวงศ์ เทียนทอง นายพรหมมิน สีตบุตร นายคมเดช ไชยศิวมงคล พบนายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช ผู้แทนสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย และคณะ แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์และการดำเนินการด้านการป้องกันรักษาโรคไวรัสใบด่างระบาดในมันสำปะหลัง และแนวทางเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำแล้ง จากภาวะเอลนีโญ ที่จะส่งผลโดยตรงต่อการผลิตภาคเกษตรที่อาจรุนแรง และส่งผลต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปีจากนี้

นายบุญศรี ให้ข้อมูลว่า เรื่องโรคระบาดในมันสำปะหลังขณะนี้ ยังอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถบรรเทาความรุนแรงของการระบาดลงได้ หากได้รับการดูแลอย่างจริงจัง แต่หากยังล่าช้าละเลย สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ อาจสร้างความเสียหายลุกลาม แก่อุตสาหกรรมแปรรูปและส่งออกมันสำปะหลังของประเทศไทยมูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท 

ผู้แทนสมาคมมันสำปะหลังไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาสถานการณ์แพร่ระบาดโรคไวรัสใบด่างในมันสำปะหลังของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประมาณการความเสียหายกินพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังขณะนี้กว่า 3 ล้านไร่ ขณะที่รายงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่าสามารถควบคุมพื้นที่การระบาดได้อยู่ที่ 4 แสนไร่เท่านั้น โดยผลกระทบโรคไวรัสใบด่างในมันสำปะหลัง อาจทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังหายไปอย่างน้อย 50% จากผลผลิตปีละ 40 ล้านตัน อาจเหลือเพียง 20 ล้านตันเท่านั้น

โดยมาตรการการของหน่วยงานรัฐ ที่ใช้เพื่อการควบคุมโรคระบาดไวรัสใบด่างที่ใช้อยู่ในขณะนี้ คือการตัดเผาทำลายหากตรวจพบในรัศมี 1 ตารางกิโลเมตร และควบคุมการขนย้ายท่อนพันธุ์ ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อเกษตรกรในทางปฏิบัติด้วยกรอบกฎระเบียบราชการ

ในส่วนการทำงานของทีมวิชาการเกษตรพรรคเพื่อไทย รับทราบและติดตามปัญหามันสำปะหลังมาโดยตลอด โดยทีมทำงานได้ทำแปลงทดลองแก้ไขปัญหาไวรัสใบด่างในมันสำปะหลังด้วยวิธีการหลากหลาย และเก็บผลเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ 

แปลงที่ 1 ใช้จุลินทรีย์กรีนพลัส ฉีดลงดินเพื่อขจัดเชื้อรา และใช้ชีวพันธุ์โอซิล ตระกูลไคโตซานที่เป็นนาโน ร่วมกับซิลเวอร์นาโน ฉีดพ่นที่ใบและลำต้น เพื่อฆ่าเชื้อและบำรุงท่อน้ำเลี้ยง ร่วมกับน้ำหมักจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นการผสมรวมน้ำหมักจุลินทรีย์ และจีพลัส ฮอโมนพืช ควบคุมแปลงโดยนายคมเดช ไชยศิวมงคล ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่าสามารถระงับการแพร่ระบาดได้และต้นมันที่ติดโรคก็สามารถแข็งแรงผลิใบใหม่ได้ 

แปลงที่ 2 ใช้แคลเซียมเซียมคาร์บอเนตเข้มข้น ฉีดพ่นต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรค ในแปลงทดสอบ ที่นครราชสีมา พบว่าผนังเซลล์ของมันสำปะหลังแข็งแรงขึ้นสามารถต้านทานโรคได้ดี และฟื้นตัวจากโรคไวรัสใบด่างได้

และแปลงที่ 3 ทดสอบรวมผลการใช้ผลิตภัณฑ์จากแปลงที่ 1 และแปลงที่ 2 ควบคู่กัน สู่ผลลัพธ์ การควบคุมป้องกันโรค และสมมุติฐานความสามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ขึ้นได้ด้วยหรือไม่

พรรคเพื่อไทยลงมือทำงานและศึกษาเรื่องมันสำปะหลังในฐานะพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานสมาคม และทีม สส. พรรคเพื่อไทย มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทราบข้อเท็จจริงและเข้าใจวิธีการแก้ปัญหาความเดือดร้อน อุปสรรคการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ตรงประเด็นที่สุด รวดเร็วที่สุด เพราะปัญหาปากท้องคือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เรารอไม่ได้ โรคระบาดแก้ได้ต้องรีบจัดการ ส่วนภัยแล้งยังแก้ไม่ได้ต้องหาทางบรรเทาบนพื้นฐานการจัดการที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top