Thursday, 30 July 2026
TheStatesTimes

‘ซุ้มหมู’ ทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองโบราณจากบรรพบุรุษ อายุ 217 ปี สีขาวนวลเนื้อแน่น คุณภาพเน้นๆ ขึ้นแท่นรุกขมรดกของแผ่นดิน

(21 ก.ค. 66) ภายในสวนทุเรียน หมู่ 3 บ้านหัวกาหมิง ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล อิหม่ามผู้นำศาสนาอิสลามพร้อมชาวบ้าน มาร่วมสวดดุอาร์ขอพรให้กับนางสาวอรัญนาถ ฉลาดเลิศ อายุ 53 ปี เจ้าของสวนทุเรียนโบราณอายุ 217 ปี ที่ทำนูหรี ด้วยการใช้ทุเรียนโบราณอายุ 217 ปีจำนวน 50 ลูก (ซึ่งประเพณีงานบุญจัดเลี้ยงอาหารอย่างไม่เป็นทางการ) โดยทางเจ้าของสวนต้องการจะทำบุญเลี้ยงและขอบคุณบรรพบุรุษ ที่มอบต้นทุเรียนโบราณพันธุ์ ‘ซุ้มหมู’ ให้มีผลผลิตในแต่ละปีไม่น้อยกว่า 10,000 ลูก เช่นเดียวกันกับปีนี้ที่ให้ผลผลิตมากถึง 2 รุ่น

ปัจจุบันทุเรียนโบราณต้นนี้ตั้งเด่นตระหง่านเพียงต้นเดียวสูงขนาด ตึก 8 ชั้น และใหญ่มากถึง 21 คนโอบ ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งใกล้และไกล สั่งซื้อกันไม่ขาดสาย ด้วยสายพันธุ์ที่มีรสชาติเนื้อครีม หวานกำลังดีไม่มีกลิ่นแรงทำให้หลายคนติดใจ สั่งซื้อในราคากิโลกรัมละ 80 บาทและสั่งต้นพันธุ์ขายในราคาต้นละ 600 บาทเพื่อไปปลูก

นางสาวอรัญนาถ ฉลาดเลิศ เจ้าของสวนทุเรียนโบราณ บอกว่า ปกติทุกปีจะทำนูหรีเพื่อเลี้ยงญาติพี่น้องและทำบุญให้กับบรรพบุรุษที่มอบต้นทุเรียนโบราณนี้มาให้มีผลผลิตดีทุกปี และยืนต้นสง่า งดงามจนเป็นที่รู้จักกล่าวขานไปทั่วประเทศถึงอายุที่ยืนยาว

นางอภิวันท์ ทองแท่น เกษตรอำเภอควนกาหลง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอควนกาหลง บอกว่า ทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ‘ซุ้มหมู’ มีสีขาวนวล แต่เนื้อแน่นหนา ไม่ขม กลิ่นไม่ฉุนแรง ทางเจ้าของสวน มีความตั้งใจจะอนุรักษ์ ดูแลทุเรียนพันธุ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เพื่อให้ลูกหลานและผู้คนที่หลงใหลในการลิ้มรสทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองได้ชิม

ทุเรียนบ้านโบราณพันธุ์ซุ้มหมู ความเป็นมาอดีตจุดนี้เคยเป็นสถานที่อยู่ของหมูป่า และตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่ พ.ศ.2349 สมัยรัชกาลที่ 5 ราคาสูงกว่าทุเรียนบ้านทั่วไปเนื่องจากมีความพิเศษตรงที่เนื้อของทุเรียน แม้จะเป็นสีขาวนวล แต่เนื้อแน่นหนา ไม่ขม กลิ่นไม่ฉุนแรงเหมือนทุเรียนบ้านทั่วไปและกรอบนอกนุ่มใน เม็ดเล็ก ลูกมีหลายขนาด ซึ่งเจ้าของต้องรอให้สุกหล่นจากต้นเท่านั้นถึงจะเก็บมากินหรือจำหน่ายได้ เนื่องจากต้นมีความสูงใหญ่มากต้นทุเรียนบ้านโบราณ พันธุ์ซุ้มหมูนี้ยังได้รับประกาศเกียรติบัตรการันตีจากอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นรุกขมรดกของแผ่นดินใต้ร่มพระบารมี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561

‘หลักบวร - อ่านออกเขียนได้ - ผู้นำทางวิชาการ’ กุญแจความสำเร็จของโครงการโรงเรียนดีมีทุกที่

เป็นระยะเวลา 2 ปีแล้ว ที่ทางโครงการโรงเรียนดีมีทุกที่ ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิเอเชีย และเหล่าพันธมิตร ได้ร่วมกันค้นหาโรงเรียนที่มีผู้อำนวยการเป็นผู้นำทางวิชาการ ได้รับการสนับสนุนให้มีการกระจายอำนาจในการจัดการศึกษา และสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ จากทั่วประเทศไทย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดพลังบวกในสังคม และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถสรุปถอดบทเรียนได้ 3 ข้อ ที่เป็นปัจจัยทำให้โรงเรียนประสบความสำเร็จคือ 1.การใช้หลักบวร (บ้านวัดโรงเรียน), 2.ทักษะการอ่านออกเขียนได้ และ 3. ผู้นำทางวิชาการที่ยอดเยี่ยม

ดร.รัตนา แซ่เล้า เจ้าหน้าที่โครงการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและวิจัย มูลนิธิเอเชีย ได้กล่าวว่า โครงการโรงเรียนดีมีทุกที่เป็นการนำเสนอโรงเรียนต้นแบบที่มีผู้นำทางวิชาการที่เข้มแข็ง เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น สร้างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมได้แม้ว่าจะอยู่ในบริบททางสังคมที่แตกต่างกัน ด้วยมุ่งหวังให้เกิดแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาไทยในทุกมิติ โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำโครงการฯ ใน 18 โรงเรียน จาก 7 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, ลำพูน, กาญจนบุรี, ระยอง, มหาสารคาม และเชียงราย สามารถสรุปถอดบทเรียนได้ 3 ข้อ ที่เป็นปัจจัยทำให้โรงเรียนประสบความสำเร็จคือ 

1) การใช้หลักบวร (บ้านวัดโรงเรียน) หรือชุมชนเข้มแข็งมาผสานสัมพันธ์ในการพัฒนาเด็ก เกิดเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ พัฒนาทั้งในด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต ได้แก่ 

1.1) รร.วัดทุ่งลาดหญ้า ‘ลาดหญ้าวิทยา’ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีพระครูสิทธิกิจจานุวัตร เป็นผู้ทำนุบำรุงการศึกษาให้เป็นรากฐานของชุมชน ภายใต้ความร่วมมือของบ้าน ซึ่งมีผู้ปกครองและผู้นำชุมชนช่วยกันส่งเสริมพัฒนา และโรงเรียน ซึ่งเป็นหน้าที่ของครูผู้สอนให้ความรู้นักเรียน 

1.2) รร.บ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ อ.ลี้ จ.ลำพูน ที่ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ได้รับการศึกษา เปิดสอนเป็นทั้งโรงเรียนปริยัติธรรมและฆราวาส เมื่อมีกิจกรรมต่าง ๆ ทางวัดก็จะให้ความร่วมมือสนับสนุน ส่งพระภิกษุไปให้ความรู้นักเรียน มีการสอนคุณธรรมควบคู่กับความรู้ทั่วไป ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

2) ทักษะการอ่านออกเขียนได้ เป็นพื้นฐานสำคัญของการศึกษา ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ในวิชาต่าง ๆ อย่างมีคุณภาพ และสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ได้แก่ 

2.1) รร.ฤทธิยะวรรณาลัย (ประถม) เขตสายไหม กทม. ซึ่งได้มีการส่งเสริมเรื่องการอ่าน เพราะในปัจจุบันเด็กสามารถหาความรู้ได้จากอินเทอร์เน็ต โดยให้ความสำคัญตั้งแต่ชั้น ป.1 เมื่อโตขึ้นชั้น ป.2-ป.6 ก็จะเพิ่มเป็นอ่านคล่องเขียนคล่อง, การอ่านรู้เรื่อง, สามารถอ่านและจับหรือสรุปใจความได้ มีการทดสอบตลอดปี รวมถึงมีการจัดทำโครงการรักการอ่าน และ กิจกรรมโลกนิทาน, สำนวนชวนอ่าน, สนามหญ้าชวนอ่าน เป็นต้น 

2.2) รร.บ้านปางแดง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนตั้งอยู่บนดอยสูง มีนักเรียนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์แบบ 100% รูปแบบการศึกษาเป็นแบบพหุวัฒนธรรม เรียนควบคู่กันไปแบบ 2 ภาษาคือภาษาถิ่นและภาษาไทย เพิ่มเติมด้วยภาษาอังกฤษและจีน โดยมีคุณครูชาติพันธุ์บางส่วนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเป็นผู้สอน นอกจากนี้ยังมีโครงการพี่สอนน้อง เพื่อนสอนเพื่อน ซึ่งในปัจจุบันนักเรียนสามารถฟังพูดอ่านและเขียนภาษาไทยได้เป็นอย่างดี

3) ผู้นำทางวิชาการที่ยอดเยี่ยม เป็นผู้ขับเคลื่อนหรือคอยผลักดัน ในการส่งเสริมศักยภาพความสามารถ ของเด็กในด้านการศึกษาและอื่นๆ ได้แก่ 

3.1) รร.สารคามพิทยาคม อ.เมือง จ.มหาสารคาม เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งมีผู้นำทางวิชาการที่เข้มแข็ง ที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จัก ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้แนะนำให้นักเรียนเข้าไปใช้บริการที่เว็บไซต์ www.thailandlearning.org ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมแหล่งเรียนรู้ออนไลน์จากทั่วโลก ที่สามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

3.2) รร.วัดถนนกะเพรา อ.แกลง จ.ระยอง เป็นโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาปี 2562 ที่ได้นำความอิสระในการสร้างหลักสูตรมาเปิดโอกาสให้ตัวเอง มีจุดเน้นในการจัดการศึกษาว่าโรงเรียนสร้างสรรค์ นวัตกรน้อยสู่สากล มุ่งหวังจะให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักต่อยอดอาชีพในชุมชน   

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้น ถือเป็นผลที่ได้รับจากการจัดทำโครงการโรงเรียนดีมีทุกที่ ในตลอดระยะ เวลาที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะมีเรื่องที่น่าสนใจอีกหลายอย่างที่สามารถนำมาเป็นบทเรียน หรือต่อยอดให้กับนักวิชาการ, ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ โดยผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook : โรงเรียนดีมีทุกที่ หรือสอบถามที่โทรศัพท์ 062-7341267

‘สตาร์บัคส์’ ร่วมกับ ‘BLACKPINK’ เปิดตัวเครื่องดื่มเมนูพิเศษ พร้อมสินค้าสุดลิมิเต็ด!! เอาใจคอกาแฟและเหล่าบลิ๊งค์ไทย

‘สตาร์บัคส์’ ร่วมกับ ‘BLACKPINK’ กลุ่มศิลปินหญิง K-POP ชื่อดังระดับโลก เปิดประสบการณ์ใหม่ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มแฟนคลับ หรือบลิ๊งค์ในประเทศไทย โดยความร่วมมือสุดพิเศษนี้ ประกอบไปด้วย การเปิดตัวเครื่องดื่มแฟรบปูชิโน่ ที่มาในธีม BLACKPINK พร้อมคอลเล็กชันดริ๊งก์แวร์และไลฟ์สไตล์แอคเซสซอรี่ดีไซน์พิเศษจำนวนจำกัด ซึ่งจะมีจำหน่ายที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

คอลเล็กชัน BLACKPINK + STARBUCKS® ในปีนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา ชวนให้ชาวบลิ๊งค์และกลุ่มแฟนคลับสตาร์บัคส์ที่รอติดตามได้ตื่นเต้นไปกับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มศิลปินที่ครองใจคนทั่วโลกอย่าง BLACKPINK

“BLACKPINK มีความหมายเปรียบเสมือนกับความจริงใจ ความกล้าหาญ และความมั่นใจ คุณสมบัตินี้ทำให้พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจสำหรับทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลก เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับหนึ่งในตัวแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจเนอเรชันนี้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเราในการยกระดับลูกค้าและแฟนๆ ผ่านการเชื่อมต่อกับผู้คนเพื่อสร้าง ประสบการณ์สตาร์บัคส์ ที่น่าจดจำ” นางเอ็มมี่ กาน รองประธานอาวุโสและประธาน สตาร์บัคส์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าว “ด้วยความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือชั้น ความร่วมมือครั้งนี้จะนำพลังและความตื่นเต้นใหม่ๆ มาสู่ลูกค้าของเรา ให้กล้าโอบรับความเป็นตัวของตัวเองและแสดงออกอย่างกล้าหาญ การร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงความตั้งใจของสตาร์บัคส์ ที่จะค้นหาโอกาสที่ไร้ขีดจำกัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

และนับเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์เครื่องดื่มสุดพิเศษ แบล็กพิงก์ สตรอว์เบอร์รี ช็อกโก ครีม แฟรบปูชิโน่ เครื่องดื่มปั่นที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของศิลปินคนโปรด โดดเด่นด้วยสีดำและสีชมพู มาจากการผสมผสานน้ำเชื่อมสตรอว์เบอร์รีและซอสดาร์ค ช็อกโกแลต เข้ากับนมข้าวโอ๊ตและเกล็ดช็อกโกแลต พร้อมตกแต่งด้านบนด้วยวิปครีมสีชมพูอ่อนและช็อกโกแลตรูปหัวใจอันเป็นเอกลักษณ์ ชวนให้นึกถึงความเก๋มีสไตล์ของ ‘Born Pink’ อัลบั้มล่าสุดของ BLACKPINK ซึ่งแฟนคลับ จะสามารถสัมผัสได้ถึงสปิริตอันแรงกล้าของ BLACKPINK ผ่านเครื่องดื่มสุดพิเศษที่จะช่วยเติมความสดชื่นระหว่างวันได้อย่างดีเยี่ยม

แฟนๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับเฉดสีชมพูของคอลเล็กชัน BLACKPINK + STARBUCKS® ที่ประกอบไปด้วยดริ๊งก์แวร์ทั้งหมด 11 แบบเและไลฟ์สไตล์แอคเซสซอรี่ 5 แบบ ด้วยดีไซน์โดดเด่นเน้นการใช้โทนสีที่ตัดกันอย่างสีดำและสีชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ของ BLACKPINK รวมไปถึงลวดลายกราฟฟิตี้ (graffiti) สุดเก๋ โดยสินค้าคอลเล็กชั่นลิมิเต็ดนี้สะท้อนพลังที่เต็มเปี่ยม แต่ยังแฝงกลิ่นอายความขี้เล่น พร้อมแสดงออกถึงความมั่นใจ และความสนุกให้กับช่วงเวลาแสนพิเศษนี้

ลูกค้าสามารถเลือกซื้อและสะสมดริ๊งก์แวร์ใบโปรดไม่ว่าจะเป็นแก้วที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable Cup) แก้วน้ำ และดริ๊งก์แวร์ที่มาในเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของ BLACKPINK เติมความสดใสด้วยลวดลายการวาดสนุกๆ หรือทัมเบลอร์บลิ๊งค์ที่จะช่วยเพิ่มความเปล่งประกายให้กับชีวิตประจำวัน โดยคอลเล็กชันนี้มีดีไซน์สะดุดตาและเชิญชวนแฟนๆ ให้หันมาใช้แก้วที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ด้วยการนำแก้วมาเอง (Bring your own Cup) แทนการใช้แก้วใช้ครั้งเดียว (Single-use) พร้อมมีส่วนร่วมไปกับการรักษ์โลกของเรา

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าไลฟ์สไตล์ ลิมิเต็ด อิดิชัน ที่โดดเด่นด้วยลายพิมพ์สไตล์ BLACKPINK อันเป็นเอกลักษณ์ อาทิ กระเป๋าผ้า เสื่อโยคะ ซองใส่พาสปอร์ต และพวงกุญแจ

พิเศษ สำหรับสมาชิก Starbucks® Rewards สามารถช้อปสินค้าคอลเล็กชันพิเศษนี้ได้ก่อนใคร พร้อมรับดาว 2 เท่า ในวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถช้อปสินค้าจากที่บ้านได้ง่ายๆ ที่ร้านค้าออนไลน์ของสตาร์บัคส์ทาง Shopee Mall และ LazMall ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม เป็นต้นไป หรือจนกว่าสินค้าจะหมด และสำหรับสมาชิก Starbucks® Rewards ระดับ Gold และ Green รับแก้ว BLACKPINK Reusable Cup แบบเย็น ขนาด 16 ออนซ์ 1 ใบ เมื่อซื้อเครื่องดื่ม แบล็กพิงก์ สตรอว์เบอร์รี ช็อกโก ครีม แฟรบปูชิโน่ (BLACKPINK Strawberry Choco Cream Frappuccino® Blended Beverage) ขนาดใดก็ได้ 1 แก้ว คู่กับเครื่องดื่มขนาด 12 ออนซ์ขึ้นไป หรือขนมประเภทใดก็ได้ รวมมูลค่าตั้งแต่ 350 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ (ขอสงวนสิทธิ์จำกัดจำนวน 2 สิทธิ์/สมาชิก) ตั้งแต่วันที่ 2 – 3 สิงหาคม 2566 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาและบริการ Drive Thru

‘อนันดา’ ข้อกระดูกเสื่อมเหมือนคนอายุ 70 บอก “ต้องรักษาเรื่อย ๆ ทำใจมาตั้งนานแล้ว”

ถึงกับต้องเดินขากะเผลก มาร่วมงานบวงสรวงละคร สำหรับ ‘อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม’ งานนี้เจ้าตัวได้เผยสาเหตุว่า ถ่ายละครติดกันนาน 3 วัน ทำให้มีอาการเจ็บขา อีกทั้งยังมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับกระดูก จากอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์คว่ำเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

โดยอนันดา เผยว่า “ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์คว่ำเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว กระดูกเหมือนโดนบด มันกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ ที่กลับมาก็ไม่ได้เป็นทรงกระดูก ที่ไปผ่าล่าสุดเพราะมีผังผืด ก็ต้องเข้าไปเคลียร์ เผื่อให้เจ็บน้อยลง แต่หมอเขาก็บอกมาตลอดว่าข้อของเราเหมือนคนอายุ 70 เสื่อม ๆ ไปแล้ว ก็ทำใจกี่ปี ๆ ก็ต้องกลับมารักษา มันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วทำใจมาตั้งนานแล้ว ต้องเข้าไปให้หมอวินิจฉัยเรื่อย ๆ การผ่าตัดเป็นตัวเลือกสุดท้ายของหมอ เพราะปัญหามันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อย่างล่าสุดก็มีกระดูกงอกใต้เท้า โดนเส้นประสาท เดินแล้วเหมือนไฟช็อต ก็ผ่าเพื่อเคลียร์ข้อ ตอนนี้ก็กลายเป็นปัญหาเอ็นมันหดตัว ข้อกระดูกอื่น ๆ ก็เริ่มล็อก ที่คุยก็อาจจะเป็นการตัดเอ็นให้ขาดไปเลย”

อนันดา กล่าวต่อว่า “ถามว่ากลัวไหม ไม่กลัวเพราะอยู่มา 10 กว่าปีแล้ว การนวดก็ช่วยได้ ตอนนี้ต้องไปคุยกับหมอว่ายังไงบ้าง ยังไม่ตัดสินใจผ่า ถ้ามันมีปัญหาก็อาจจะผ่า ปัญหาที่มีก็แค่ปวด"

‘รัฐบาล’ ชี้!! งบกลางใช้ฉุกเฉินมีเพียงพอ ยัน!! สำรองไว้แล้ว ไม่กระทบหน่วยงานรัฐฯ

(21 ก.ค. 66) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณีข้อห่วงใยต่อวงเงินการใช้จ่ายงบประมาณกลางคงเหลือ ที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าจะไม่เพียงพอให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการว่า ระบบการเงินการคลังของประเทศไทยมีเสถียรภาพที่เข้มแข็งเพียงพอต่อการดำเนินการใช้จ่ายกรณีเร่งด่วนที่มีความจำเป็นของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้บริหารจัดการงบประมาณอย่างเหมาะสมในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัย ทุกกลุ่ม อย่างครอบคลุม และเท่าเทียม

นางสาวรัชดา กล่าวว่า สำหรับกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน รัฐบาลมีงบกลาง หมวดเฉพาะ สำหรับการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นงบประมาณที่ตั้งไว้เพื่อการป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง และภารกิจที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐฯ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ตั้งไว้ 92,400 ล้านบาท และปัจจุบัน ยังมีงบประมาณมากเพียงพอที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ประมาณ 2 เดือนเศษ (ถึงเดือนกันยายน 2566) เช่น การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง หรือภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ

ทั้งนี้ ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2566 กระทรวงการคลังรายงานว่า งบกลางฉุกเฉินที่ได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เป็นวงเงินห้าหมื่นกว่าล้านบาท อาทิ โครงการเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2565 มาตรการให้ส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย เป็นต้น

ในส่วนของวงเงินมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่มีการรายงานวงเงินคงเหลือ จำนวน 18,000 ล้านบาท นางสาวรัชดา กล่าวว่า เป็นวงเงินคนละส่วนกับงบกลางฉุกเฉิน ซึ่งการใช้งบประมาณภายใต้มาตรา 28 นี้ รัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐฯ ดำเนินโครงการโดยใช้เงินทุนของตัวเองไปก่อน และรัฐบาลจะรับภาระชดเชยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้กับหน่วยงานของรัฐในภายหลัง โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรในช่วงที่ราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ รวมถึงการเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้มีรายได้น้อยในช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐได้กำหนดกรอบอัตรายอดคงค้างรวมทั้งหมดที่รัฐฯ ต้องรับชดเชยจากการดำเนินโครงการตามมาตรา 28 ไว้ที่ไม่เกินร้อยละ 32 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งปัจจุบันมียอดคงค้างอยู่ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด

“จึงขอยืนยันว่า วงเงินสองส่วนดังกล่าว ไม่กระทบกับการดำเนินการตามภารกิจของหน่วยงานของรัฐฯ เนื่องจากหน่วยงานของรัฐสามารถใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 3.185 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน พัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชน ได้รับการดูแลและช่วยเหลือจากสวัสดิการของภาครัฐฯ รวมทั้งดำเนินการ ด้านต่าง ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ และหากมีกรณีฉุกเฉินจำเป็น เช่น ภัยพิบัติในช่วงนี้ รัฐบาลไม่ว่าจะชุดใดก็ตาม ยังสามารถเบิกจ่ายจากงบกลางได้” นางสาวรัชดา ย้ำ

‘แมท ภีรนีย์’ สวมชุดแดงแรงฤทธิ์ แหวกสูงปรี๊ด โชว์เรียวขาขาวสะท้อนกระจก แซ่บ เซ็กซี่ขยี้ใจ!!

(21 ก.ค. 66) เรียกว่ายิ่งโสดยิ่งสวยไม่เกินจริงเลยล่ะ สำหรับนางเอกสาว “แมท ภีรนีย์ คงไทย” โดยเฉพาะกับลุคสุดฮอตผมสั้นบ็อป ที่เห็นแล้วเป็นยิ่งดูเด็ก น่ารักสดใสเกินห้ามใจ

ล่าสุดเจ้าตัวก็เสิร์ฟซีนเด็ดออร่าทิ่มตาผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว ใส่ชุดเดรสสีแดงแรงฤทธิ์ แหวกโชว์เรียวขาสูงปรี๊ดออกงาน และภาพที่ แมทได้โพสต์ลงอินสตาแกรมในแต่ละช็อต เห็นแล้วต้องบอกเลยว่าไม่รู้จะโฟกัสอะไรก่อนดีเลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าสวยๆ และการนั่งโพสท่าที่ชวนใจสั่น บวกกับผิวขาวๆ ที่ตัดกับชุดสีแดง รวมถึงภาพสะท้อนในกระจกยิ่งดูเซ็กซี่ไปหมดทุกช็อตจริงๆ ส่วนแคปชันก็ซี้ดมากว่า…

“ไม่ได้เป็นคนแรง แค่ชอบสีแดงและชอบพี่ขาาา”

‘ร๊อคกี้’ ซึ้งใจ ‘ยุ้ย จีรนันท์’ ยื่นมือช่วย ในวันที่ถูกเพื่อนสนิทโกงเงินจนหมดตัว

หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่บ้างสำหรับ ‘ร๊อคกี้ สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ’ ลูกชาย ‘สุรชัย สมบัติเจริญ’ เคยมีผลงานในวงการบันเทิง แต่มีชื่อเสียงจากละครเรื่อง ‘นายร้อยสอยดาว’ และ ‘รักได้ไหม...ถ้าหัวใจไม่เพี้ยน’ แต่ช่วงหลังเจ้าตัวหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง

ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้าน ‘ร๊อคกี้ สุรบดินทร์’ ทายาท ‘สุรชัย สมบัติเจริญ’ โดนโกงเป็นล้าน หลังนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตที่สำรองไว้ไปช่วยเพื่อนสนิท แต่สุดท้ายเขาก็หนีไปต่างประเทศ จนคิดอยากลาโลก แม้แต่ครอบครัวยังไม่กล้าบอก

ล่าสุดทางด้าน ‘ร๊อคกี้ สุรบดินทร์’ เปิดเผยว่ามีนางเอกดังยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้สนิทกัน โดยทางด้านได้เปิดเผยโฉมหน้านางเอกสาว ‘ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม’ ที่ได้ทักเข้ามาช่วยเหลือ ทักไลน์มาหา ถามไถ่ต่าง ๆ ทั้งที่ไม่ได้สนิทกัน แถมยังชวนไปขายของออนไลน์ด้วยกัน

ร็อคกี้บอกว่าวันที่เห็นแชตข้อความดังกล่าวน้ำตาไหล รู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่ยื่นมือมาช่วยในวันที่ไม่เหลืออะไร และทุกวันนี้สิ่งที่ทำให้ชีวิตเราเดินต่อไปได้ นั่นก็คือลูก

‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ สวมเสื้อรัดรูป-กระโปรงดำ อวดหุ่นสวย-เซ็กซี่กลางกรุงโตเกียว

เรียกว่าทำเอาโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นลุกเป็นไฟอย่างต่อเนื่อง สำหรับนางเอกสาวคนสวย ‘ปราง กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล’ เพราะหลังจากทำแฟน ๆ วี้ดวิ่วสนั่นโซเชียลจากการสวมกางเกงมวยไทย เสื้อสาวเดี่ยวเช็กอินเก๋ ๆ ไปแล้ว

ล่าสุดเจ้าตัวก็โชว์ลุคสุดปัง แฟชั่นสุดเจิดสวมเสื้อรัดรูปเอวลอย กระโปรงหนังสั้นสีดำ รองเท้าบู้ท อวดสัดส่วนสุดสับ เซ็กซี่ขยี้ใจ โพสต์สวย ๆ ท้าแดด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top