Thursday, 30 July 2026
TheStatesTimes

191 จิตอาสา ร่วมกับ กับโรงพยาบาลพญาไท 3 จัดอบรมการปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สปพ.เป็นประธานเปิดกิจกรรมกำลังพล จิตอาสา บก.สปพ. ฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR   เพื่อช่วยเหลือประชาชนเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 โดยในงานมี พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.สปพ. นพ.สรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 ให้การต้อนรับกำลังพล สปพ. นพ.อภิชัย โตวณะบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการแพทย์ คุณดวงพร แหล่งหล้า พยาบาลวิชาชีพ และวิทยากร จากโรงพยาบาลพญาไท 3 ตลอดจนข้าราชตำรวจในสังกัด กว่า 59 นายเข้าร่วมฝึกอบรม

พล.ต.ต.ภานพ กล่าวว่า กองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ มีภารกิจในการปฎิบัติงานป้องกัน และปราบปราม และรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย เข้าระงับยับยั้ง อาชญากรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และมีความใกล้ชิดกับประชาชน

ดังนั้น การฝึกอมรมการปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน จึงมีความสำคัญ และจำเป็นอย่างมาก เพราะข้าราชการตำรวจในสังกัดที่ออกไปปฎิบัติหน้าที่มีโอกาสประสพเหตุบ่อยครั้ง หากสามารถให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ก่อนส่งต่อผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บไปยังสถานพยาบาลได้ทันท่วงที จะลดการสูญเสียชีวิตของผู้ ป่วยได้อย่างมาก

ผบ.ตร.พร้อมนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ลงตรวจเยี่ยม มอบสิ่งของบำรุงขวัญตำรวจอำนาจเจริญ กำชับตำรวจต้องเป็นมืออาชีพ หมั่นตรวจเยี่ยมชาวบ้าน ยกระดับบริการประชาชน แก้ไขปัญหายาเสพติด คดีออนไลน์ สร้างวัคซีนไซเบอร์ ชื่นชมความสำเร็จชมชุมยั่งยืนบ้านนาป่าแซง

วันนี้ (20 ก.ค.66) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม ประชุมรับฟังการปฏิบัติหน้าที่ มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ทุนการศึกษาให้แก่ข้าราชการตำรวจสังกัด ภ.จว.อำนาจเจริญ โดยมี คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 , พล.ต.ท.นพดล ศรสำราญ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. , พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. , พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ระพีพงศ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.อำนาจเจริญ , พฐ.จว.อำนาจเจริญ , ตชด.22 , ตม.จว.อำนาจเจริญ , ทล.จว.อำนาจเจริญ ร่วมต้อนรับ ณ ภ.จว.อำนาจเจริญ

โดยก่อนการประชุม ผบ.ตร.พร้อมด้วย นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่ข้าราชการตำรวจสังกัด ภ.จว.อำนาจเจริญ จำนวน 275,000 บาท พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ตำรวจด้วย หลังจากนั้นได้มีการประชุมติดตามนโยบายสำคัญของ ตร. โดย พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ ได้นำเสนอสถานภาพกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยาพหานะ ผลงานดำเนินการการยกระดับการให้บริการสถานีตำรวจ งานป้องกันปราบปราม งานจราจร รายงานผลการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ตามโครงการชุมชนยั่งยืนฯ ดำเนินการเอ็กซเรย์พื้นที่ ประชากร 3,097 ราย พบผู้เสพและสมัครใจเข้ารับการบำบัด 169 ราย มีการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยชุมชนเป็นผู้ดูแลการบำบัด (CBTx) พร้อมทั้งการฝึกอาชีพ โดย ชุมชนยั่งยืนฯ บ้านนาป่าแซง ของ สภ.ปทุมราชวงศา มีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนชุมชนยั่งยืนฯ มีประชากร 898 ราย สามารถเอ็กซเรย์ค้นหาผู้เสพเข้ารับการบำบัดได้ 24 ราย ผ่านกระบวนการบำบัดทางการแพทย์ ฝึกวิชาชีพ ความเข้มแข็งของ 4 เสาหลัก ทั้ง อำเภอ ตำรวจ สาธารณสุข และชุมชน ทำให้การบำบัดผู้เสพทุกรายประสบความสำเร็จ นอกจากนี้มาตรการปราบปรามยังสามารถจับกุมผู้ค้าหลายราย บางรายถูกกดดันหลบหนีออกนอกพื้นที่ ทำให้สามารถส่งต่อความยั่งยืนให้ชุมชนได้ จนทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า ให้ขยายโครงการไปทุกหมู่บ้าน ครอบคลุมทั้งตำบล

ส่วนผลการขับเคลื่อนการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จว.อำนาจเจริญ มีสถิติการถูกหลอกลวงแจ้งความ ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 จำนวน 281 เคสไอดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการหลอกซื้อขายออนไลน์ และ แอพพิเคชั่นเงินกู้  มีการสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์วัคซีนตามโครงการ “ร่วมใจ ต้านภัยไซเบอร์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน รู้ทันกลโกง” ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการทำข้อสอบไซเบอร์วัคซีน 40 ข้อ ประชาชน และตำรวจในพื้นที่ มีการประชาสัมพันธ์ ดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งจากมาตรการการอบรม ประชาสัมพันธ์ไซเบอร์วัคซีนอย่างเข้มข้น ทำให้สถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ ยังมีการอบรมให้ความรู้ข้าราชการตำรวจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 การจัดสรรอุปกรณ์จัดเก็บบันทึกข้อมูล การวางแผนก่อสร้างอาคารที่ทำการของ ภ.จว.อำนาจเจริญแห่งใหม่ ให้แล้วเสร็จภายในปีหน้า

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า “ได้สั่งการเน้นย้ำนโยบาย การขับเคลื่อนยกระดับการให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจ ตำรวจต้องเป็นมืออาชีพให้ได้ หมั่นฝึกทบทวนการปฏิบัติทางยุทธวิธีให้พร้อมอยู่เสมอ ให้ผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจ หมั่นลงตรวจเยี่ยมประชาชน เพื่อพบ สอบถามปัญหา ให้ได้ข้อมูล นำมาแก้ไขความเดือดร้อนสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที 

ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นปัจจัยหลักของความเดือดร้อนของประชาชน เน้นการแก้ปัญหาที่ต้นตอคือ ผู้เสพ มีการเอ็กซเรย์ลงพื้นที่ ให้ได้ข้อมูล ข้อเท็จจริง จนนำไปสู่การจับกุมผู้ค้ารายย่อย กดดันจนไม่มีผู้ค้าในพื้นที่ จะทำให้ผู้เสพ ไม่กลับมาเสพอีก โดยร่วมมือกับชุมชน เกิดความยั่งยืน

สำหรับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างปัญหาให้ชาวบ้านในปัจจุบันและต่อเนื่องไปยังอนาคต ต้องสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างวัคซีนไซเบอร์ ขยายการอบรมครูไซเบอร์ให้ครอบคลุม แล้วออกให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ให้ครบทุกกลุ่มอาชีพ ให้ประชาชนทำข้อสอบวัคซีนให้ได้มากที่สุด มีการติดตามรูปแบบกลโกงต่างๆให้ทันต่อสถานการณ์  แล้วนำมาให้ความรู้ประชาชนในพื้นที่ เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุด รวมทั้งมีการจับกุมบัญชีม้า ซิมม้า อย่างต่อเนื่อง 

วันนี้ ดีใจที่มีโอกาสมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.อำนาจเจริญ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดคร้้งแรก ขอชื่นชมและขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนาย ที่ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ปฏิบัติหน้าที่ ขับเคลื่อนนโยบายด้านต่างๆของ ตร. ได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน”

ต้อนรับทหารใหม่ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ผลัดที่ 1/66

พลเรือตรี ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นประธานในพิธีต้อนรับทหารใหม่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ผลัดที่ 1/66 ณ ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ร่วมให้การต้อนรับ  

ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ต้องการให้ทหารทุกนายอยู่ร่วมกัน รักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง มีความสมัครสมานสามัคคี มีระเบียบวินัยที่ดี มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง ซึ่งเมื่อมาอยู่กับหน่วยบัญชาการต่อสู้และรักษาฝั่งแล้วจะได้รับการดูแลเอาใจใส่โดยใกล้ชิดจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ 

ทั้งนี้ การต้อนรับทหารใหม่ เปรียบเสมือนน้องคนเล็กสุดท้อง ที่ได้เข้ามาสู่รั้วหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และเป็นครอบครัวเดียวกันนั้น เพื่อให้น้องทหารใหม่ทุกนาย มีความภาคภูมิใจที่จะมาทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ ในการปฏิบัติหน้าที่กับ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ซึ่งทหารใหม่ทุกนายจะได้รับการฝึกอบรม เพิ่มเติมความรู้ทักษะต่าง ๆ สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ซึ่งภายหลังจากฝึกเสร็จจะแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ กับหน่วยขึ้นตรงของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ในภารกิจที่สำคัญต่าง ๆ ต่อไป

กองทัพเรือจัดงานวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ครบรอบปีที่ 28

พลเรือเอก เชิงชาย  ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในงานวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ครบรอบปีที่ 28 ณ อาคารกองบังคับการกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร โดยพิธีประกอบด้วย พิธีวางพวงมาลัยข้อพระกร และพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล

วันที่ 18 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ของปวงชนชาวไทย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกมีพระราชโอรสและพระราชธิดาด้วยกัน 3 พระองค์ดังนี้
1.สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
2.พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
3.พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้รับการยกย่องจากองค์การวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ให้ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” เนื่องด้วยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทยเป็นอเนกอนันต์ อันสามารถเห็นได้จากพระราชกรณีของพระองค์ เช่น การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรตามถิ่นทุรกันดาร และตามหัวเมืองชายทะเลของประเทศที่ประสบอัคคีภัย ภัยธรรมชาติทั้ง อุทกภัย วาตภัย โดยทรงมีน้ำพระทัยเมตตาต่อราษฎรที่ยากไร้ และทรงอุทิศพระวรกายโดยไม่ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย 

ในการนี้ กองทัพเรือได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทในการเสด็จประพาสทางเรือ 6 ครั้ง การเสด็จฯ ครั้งแรก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพเรือจัดเรือหลวงจันทร (อ่านว่า จัน-ทะ-ระ) ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่ง เพื่อเสด็จประพาสทางทะเลทอดพระเนตรการเปลี่ยนก๊าซกระโจมไฟของกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ รวมทั้งทรงเยี่ยมราษฎรทางฝั่งตะวันตกของอ่าวไทย 

ครั้งที่ 2 เสด็จฯ ทอดพระเนตรการสำรวจแผนที่และเปลี่ยนก๊าซกระโจมไฟของกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ รวมทั้งเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นต่างๆ ตามฝั่งทะเลอันดามัน  โดยมีเรือหลวงจันทร เป็นเรือพระที่นั่ง

ครั้งที่ 3 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก นับเป็นปีแรกที่หน่วยแพทย์อาสาสมัครสมเด็จพระราชชนีศรีสังวาลย์ (พอ.สว.) ได้ร่วมตามเสด็จฯ ในการเยี่ยมเยียนราษฎรด้วย โดยมีเรือหลวงจันทร เป็นเรือพระที่นั่ง 

ครั้งที่ 4 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรจังหวัดชายทะเลบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ประกอบด้วยจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และตราด โดยมีเรือหลวงจันทร เป็นเรือพระที่นั่ง 

ครั้งที่ 5 เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎร ทหาร ตำรวจ และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ในจังหวัดภาคตะวันออก โดยมีเรือหลวงจันทร เป็นเรือพระที่นั่ง 

ครั้งที่ 6 เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเยี่ยมราษฎร ทหาร ตำรวจ และหน่วยแพทย์ พอ.สว. ในจังหวัดภาคตะวันออก โดยมีเรือหลวงศุกร์ เป็นเรือพระที่นั่ง

สมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงพระประชวรโรคพระหทัย และเสด็จสวรรคต เมื่อวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2538 สิริพระชนมายุ 94 พรรษา ต่อมากรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเรือหลวงจันทร และ เรือหลวงศุกร์ ที่มีโอกาสรับใช้พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด จึงได้จัดให้มีพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา โดยระยะแรกได้จัดบนเรือหลวงจันทร และเรือหลวงศุกร์ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีต่อข้าราชการกองทัพเรือ จนเมื่อกรมอุทกศาสตร์ ได้ย้ายที่ทำการจากกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม มาตั้งแห่งใหม่ที่บางนา จึงได้มีการย้ายสถานที่ประกอบพิธี มาเป็นอาคารกองบังคับการกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ จนถึงปัจจุบัน 

กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

เหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ประเทศ ที่ ‘ชาวต่างชาติ’ อยากมาใช้ชีวิตอยู่มากที่สุดในโลก

(21 ก.ค.66) ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ประเทศไทยติดหนึ่งใน 10 ประเทศที่ ‘ชาวต่างชาติ’ อยากมาใช้ชีวิตอยู่มากที่สุดในโลก 

มีแฟนเพจถามว่า สถิติพวกนี้จริงหรือ? ประเทศเราดีขนาดนั้นจริงหรือ?

เรื่องนี้จริงครับ คนต่างประเทศที่อยากย้ายถิ่นมาอยู่เมืองไทยมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ 

ไม่ใช่แค่ ชาวยุโรป หรือชาวอเมริกัน

แม้แต่ จีน เมียนมา ลาว เวียดนาม ที่มีเงินก็มาซื้อคอนโดมิเนียมในไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ 

จากประสบการณ์ที่ผมเคยไปอยู่มาหลายประเทศ ผมคิดว่าประเทศไทยน่าอยู่มาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ เพราะว่า...

1.) คนไทยใจดี
2.) ค่าครองชีพไม่สูงเลย เมื่อเทียบกับสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ อินเตอร์เน็ต ซึ่งดีมาก 
3.) ความปลอดภัยสูง ไม่มีแผ่นดินไหว พายุไต้ฝุ่น ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติแบบรุนแรง 
4.) และที่ ดีมากๆ คือ สาธารณสุขดีเยี่ยมครับ

ร้องยุบ 3 พรรค 'พรรคประชาชาติ-ก้าวไกล-เป็นธรรม' ผลพวงปลุกปั่นประชามติ แยกเอกราชรัฐปาตานี

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 66 นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือ เป๊ปซี่ ผู้สื่อข่าวอาวุโสด้านการเมืองและความมั่นคงชื่อดัง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า...

เตรียมร้องยุบสามพรรคการเมืองร่วมเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดน !!

โดยระบุรายละเอียดว่า ใกล้สรุปสำนวนฟ้องยุบสามพรรคการเมืองอีกคดี “ประชามติเอกราชปัตตานี” ใช้ช่องทางมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ ยื่นร้องอัยการสูงสุดพบเห็น “การกระทำเข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ” ภายใน 15 วัน หากอัยการสูงสุดไม่ดำเนิน การผู้ร้องสามารถยื่นตรงศาลรัฐธรรมนูญได้เลย

สามพรรคการเมืองที่จะถูกร้องยุบพรรคจากข้อหาร่วมเคลื่อนไหวล้มล้างการปกครองฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 92 พรรคประชาชาติ ก้าวไกลและเป็นธรรม มีส่วนร่วมกิจกรรม ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมที่ ม.อ.ปัตตานี 7 มิถุนายน 66 เรียกร้องทำประชามติเอกราชปัตตานี จัดโดยขบวนนักศึกษาแห่งชาติ

นายเสริมสุข ระบุอีกว่า ฟังว่าเป็นการประสานการทำงานงานของนักกฎหมายจากส่วนกลาง ขอข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากหน่วยความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้ ใช้เป็นข้อมูลประกอบสำนวนคำร้องให้เห็นถึง”เจตนาพิเศษ”ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องในลักษณะของการแบ่งแยกดินแดนตลอดช่วงที่ผ่านมา คาดยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดได้ในช่วงปลายกรกฏาคมนี้

‘หลวงพ่ออิ่นคำ’ ละสังขารอย่างสงบด้วยท่านั่งสมาธิ สิริอายุ 64 ปี 25 พรรษา บรรดาลูกศิษย์แห่อาลัย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 66 พระครูวินิตชัยวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดทาดอนชัย-ศรีบุญเรือง ตำบลท่าสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ได้แจ้งข่าวเศร้าว่าวันนี้ เวลาประมาณ 06.30 น. ‘หลวงพ่ออิ่นคำ สีลเตโช’ อายุ 64 ปี พรรษา 25 พระลูกวัดทาดอนชัย มรณภาพแล้ว โดยท่านละสังขารอย่างสงบอยู่ในท่านั่งสมาธิ ณ กุฏิกลางป่า ในบริเวณพื้นที่ที่ห่างจากวัดไปประมาณ 500 เมตร

ทั้งนี้ ได้มีการเคลื่อนย้ายสรีระร่างมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัด และกำหนดฌาปนกิจหลวงพ่ออิ่นคำ ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ณ เมรุชั่วคราววัดทาดอนชัยฯ โดยทางด้านพระครูวินิตชัยวัฒน์ ได้เจริญพรว่า หลวงพ่ออิ่นคำ เป็นพระสายวิปัสสนากรรม ฐานวัดร่ำเปิง หลวงพ่อท่าน ได้ปฏิบัตินั่งสมาธิภาวนาจิต อยู่เป็นประจำ โดยอยู่กุฏิกลางป่าเพียงลำพังไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร จนกระทั่งท่านได้ละสังขารในท่านั่งสมาธิภาวนาจิตดังกล่าว

‘ชลน่าน’ ชี้!! ลดเพดาน 112 ต้องให้ก้าวไกลเคาะเอง ย้ำ!! เป้าหมาย ‘เพื่อไทย’ ต้องจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ

(21 ก.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมโหวตนายกฯ รอบที่สามว่า เดิมทีได้นัดหารือกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เวลา 10.00 น. แต่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลได้แจ้งขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะพรรคก้าวไกลจะมีการแถลงข่าว ส่วนจะมีเนื้อหาสาระอย่างไรคงต้องติดตาม ส่วนตัวยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าเนื้อหาจะเป็นการส่งมอบให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ส่วนกรอบเวลาฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลนั้น ยังมีเวลาถึงวันที่ 26 ก.ค.ก่อนโหวตเลือกนายกฯ รอบที่ 3 วันที่ 27 ก.ค.ต้องใช้เวลาให้คุ้มที่สุด ยืนยันว่าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรคการเมืองจับมือเหนียวแน่น และยังไม่ถึงคิดกรณีอื่น 

เมื่อถามถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยระบุจะไม่ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 เหมือนเป็นการโยนให้พรรคก้าวไกลยอมถอยเรื่องนี้หากต้องการร่วมตั้งรัฐบาล นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายเศรษฐา แต่หากฟังจากทุกพรรคการเมือง รวมถึง ส.ว.ที่ได้อภิปรายในรัฐสภา ก็มีเสียงสะท้อนมาแบบนั้น ก็อาจเป็นประเด็นที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะโยนภาระไปให้พรรคก้าวไกลเขาพิจารณา ส่วนพรรคก้าวไกลจะพิจารณาอย่างไร ตนไม่ขอก้าวล่วง

เมื่อถามว่าหากพรรคก้าวไกลยอมถอยเพดานแก้ไขมาตรา 112 จะทำให้พรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเสียง ส.ว. หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หากพรรคก้าวไกลยอมถอยจริง หลายพรรคการเมืองที่เคยออกมาพูดชัดว่าถ้าไม่มีเรื่องนี้ ก็พร้อมสนับสนุน ซึ่งจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่ง ส่วนจะต้องอาศัยเสียง ส.ว.หรือไม่ คงต้องไปดูถึงความจำเป็นภายหลัง เป้าหมายเรา หากได้นำจัดตั้งรัฐบาลคือต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เสียงในรัฐบาลต้องได้ 375 นี่คือสิ่งที่เพื่อไทยต้องทำ เงื่อนไขอะไรที่เป็นอุปสรรคต้องมาหารือกัน

‘ประเสริฐ’ ย้ำ!! ยังจับมือ ‘ก้าวไกล’ ไม่เปลี่ยนแปลงรับกังวลเงื่อนไข ม.112 ต้องรอฟังก้าวไกลแถลง

(21 ก.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นการประเมินผลการโหวตนายกฯ เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา และพูดถึงการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งต่อไปในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ซึ่งต่างฝ่ายได้นําข้อแลกเปลี่ยนไปหารือในพรรค ซึ่งเดิมจะมีการนัดหมายกับพรรคก้าวไกลในวันนี้ เวลา 10.00 น. แต่ทางพรรคก้าวไกลได้ประสานงานมาว่าจะขอมีการแถลงข่าวในช่วงเช้าวันนี้ก่อน จึงมีการเลื่อนออกไป ซี่งยังไม่มีการนัดหมายรอบใหม่  

เมื่อถามว่าจากท่าทีการพูดคุยพรรคก้าวไกลพร้อมส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยหรือยัง นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอให้ดูสาระสำคัญการแถลงข่าวก่อน หลังจากรู้ว่ามีประเด็นหรือรายละเอียดอย่างไร คงจะทํางานร่วมกันต่อได้ 

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลยังคงจับมือกันต่อเพื่อร่วมกันตั้งรัฐบาลอยู่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่ายังร่วมมือกันอยู่ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน 

เมื่อถามถึงการที่พรรคเพื่อไทยให้การบ้านกับพรรคก้าวไกล ประเด็นที่ ส.ว.ไม่ให้การสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 นายประเสริฐ กล่าวว่า เป็นข้อกังวลของพรรคเพื่อไทยที่ได้บอกกับพรรคก้าวไกลไป ทั้งที่ได้ฟังจากการอภิปรายในสภาก็ดี หรือการแสดงความคิดเห็นของ ส.ว.ส่วนหนึ่ง และพรรคการเมืองหลายพรรค จึงฝากเรื่องนี้เป็นข้อคิดให้ทางพรรคก้าวไกลได้ไปหารือภายในพรรค 

เมื่อถามว่าหากมีพรรคก้าวไกลและการแก้ไขมาตรา 112 ส.ส. และ ส.ว. ก็จะนํามาเป็นเหตุผลที่จะไม่โหวตให้กับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอประเมินดูก่อนว่าเสียงที่บอกมานั้น เป็นเสียงส่วนมากหรือทั้งหมด ถ้าเรามีความชัดเจนแล้ว คิดว่าจะทําให้การตัดสินใจสะดวกขึ้น 

เมื่อถามอีกว่าพรรคก้าวไกลได้รับปากว่าจะนําเรื่องนี้ไปหาทางแก้ไขหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ทราบ ทราบแต่เพียงว่าพรรคก้าวไกลมีการประชุมในช่วงเย็นเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ฉะนั้นขอให้ฟังการแถลงข่าวของพรรคก้าวไกลก่อน ส่วนหลังจากนั้น พรรคเพื่อไทยจะมีท่าทีอย่างไรนั้น ขอให้แกนนำพรรคได้มีการพูดคุยกันก่อน

5 ประเทศที่ใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาล ‘นานที่สุดในโลก’

ช่วงนี้การเมืองไทยร้อนระอุ และถูกพูดถึงอย่างหนักหน่วงทั้งในโลกออนไลน์ ออฟไลน์ และสื่อต่างชาติก็ให้ความสนใจอย่างยิ่ง หลายคนเกิดความกังวลว่าการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้จะใช้เวลานานและส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน 

วันนี้ THE STATES TIME ได้รวบรวม 5 ประเทศที่ใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาล ‘นานที่สุดในโลก’ มาให้ดูกัน จะมีประเทศอะไรบ้างมาดูกัน

1. เบลเยียม ใช้เวลา 541 วัน การเลือกตั้งในปี 2010 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะความแตกต่างทางนโยบาย จากฝ่ายการเมืองอย่าง ‘พรรคการเมืองฝ่ายเฟลมมิช’ และ ‘ฝ่ายฟรองโคโฟน’ โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปประเทศ ไม่มีรัฐบาลกลางเกือบ 2 ปี จนถูกบันทึกลงสถิติโลก

2. สเปน ใช้เวลา 315 วัน ในปี 2015 การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่อาจทำให้สเปนพ้นจากทางตันได้ เพราะถึงแม้พรรคสายอนุรักษ์นิยมจะชนะ แต่ไม่สามารถคุมเสียงข้างมากในสภาที่จำนวน 176 ที่นั่งเอาไว้ได้ จากทั้งหมด 350 ที่นั่ง อีกทั้งพรรคการเมืองอื่น ๆ ก็มีท่าทีต่อต้านการเมืองรูปแบบเดิม ๆ โดยพรรคประชาชนสเปนพยายามเจรจากับกลุ่มพรรคการเมืองอื่นหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลว กว่าจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จก็กินเวลาเกือบ 1 ปี

3. เนเธอร์แลนด์ ใช้เวลา 225 วัน หลังการเลือกตั้งในปี 2017 รัฐบาล 4 พรรคผสมของเนเธอร์แลนด์ ที่มีทั้งสายเสรีนิยมและอนุรักษ์นิยม โดยมีนโยบายสนับสนุนความหลากหลายทางเพศที่ต่างกัน จนต้องใช้เวลาเจรจากัน 225 วัน แถมยังมีเสียงข้างมากเกินรัฐสภาแค่ 1 เสียงเท่านั้น ขณะที่มีพรรคการเมืองอยู่ในสภาถึง 13 พรรค 

4. เยอรมนี ใช้เวลา 136 วัน เกือบจะต้องเลือกตั้งใหม่ เพราะจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เมื่อนางแองเกลา เมเคิล ผู้นำพรรค CDU ชนะการเลือกตั้งในปี 2017 ด้วยคะแนน 33% ซึ่งถือว่าต่ำมาก จึงต้องจัดตั้งรัฐบาล รวมกับพรรค SDP ซึ่งได้ที่นั่งอันดับ 2 แต่การเจรจาล้มเหลวหลายครั้ง เพราะมีนโยบายไม่ตรงกันหลายเรื่อง จนต้องใช้เวลาเจรจานาน 136 วัน ท้ายสุดต้องยอมยก ก.คลัง ก.ต่างประเทศ ก.แรงงาน ให้พรรค SDP ถือเป็นการเจรจาที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์เยอรมนี

5. สวีเดน ใช้เวลา 134 วัน ในปี 2018 พรรค Social Democrats ได้คะแนนเสียงต่ำที่สุดในรอบศตวรรษของพรรค จึงต้องรวมคะแนนเสียงกับกลุ่มพรรคฝั่งซ้ายอื่น ๆ จนอยู่ที่ 40.6% ขณะที่อันดับ 2 รวมคะแนนเสียงได้อยู่ที่ 40.3% ซึ่งนั่นก็ยังไม่พอให้ Social Democrats จัดตั้งรัฐบาลได้ ทางรัฐสภาจึงมีมติหลังการเจรจากว่า 134 วัน ให้ผู้นำพรรค Social Democrats เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ตัดปัญหาการเลือกตั้งที่หาข้อสรุปไม่ได้ไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top