Thursday, 30 July 2026
TheStatesTimes

เลือกกัปตันคุมเครื่องบินที่ไร้ประสบการณ์ แลกที่นั่งชั้นธุรกิจตามสัญญาเมื่อได้รับโหวต

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้ TikTok บัญชี @vanich2023 ได้แชร์คลิปวิดีโอของชาวต่างชาติท่านหนึ่ง ที่ออกมาพูดในหัวข้อ ‘ประชาธิปไตย’ โดยในคลิประบุไว้ว่า…

ตอนเป็นเด็ก ผมถูกสอนมาว่า ‘ประชาธิปไตย’ ดีที่สุด เมื่อโหวตให้คน 1 คน ในการลงคะแนนเสียงตอนเลือกตั้ง คุณจะได้ ‘รัฐบาลที่ดี’ แต่ตอนนี้ผมโตขึ้น เลยรู้ว่าผมคิดผิด คนมีสิทธิ์ทั่ว ๆ ไป ไม่รู้วิธีการโหวต เลยทำให้ประชาธิปไตยไม่ได้ผล ดังตัวอย่างนี้...

สมมติคุณกำลังขึ้นเครื่องบิน ก่อนจะบิน คุณและผู้โดยสารต้องลงคะแนนเลือกกัปตัน ซึ่งมีผู้สมัครอยู่ 2 คน โดยคนแรกพูดว่า “ถ้าคุณให้ผมขับเครื่องบิน ผมจะทำตามกฎการบินสากล และบินที่ความสูง 30,000 ฟุต” ส่วนคนที่ 2 พูดว่า “ถ้าคุณให้ผมขับเครื่องบิน คุณจะได้นั่งชั้นธุรกิจ” 

ในโลกทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่มักโหวตตามความรู้สึก ไม่ค่อยมีข้อมูล ตามธรรมชาติเขาจะโหวตคนที่สัญญาว่าจะให้เขา ‘นั่งชั้นธุรกิจ’ 

ประชาธิปไตยจะเลือกคนแย่ ๆ ที่ไม่เคยขับเครื่องบิน ก่อนที่คุณจะรู้ตัว เครื่องบินก็ตกซะแล้ว 

ผมเชื่อว่า ‘การบริหารรัฐบาล’ ก็เหมือนการ ‘ขับเครื่องบิน’ ซึ่งมันยาก และต้องใช้ประสบการณ์หลาย ๆ ปี 

ภาษี, อาวุธนิวเคลียร์, ภูมิศาสตร์การเมือง, สุขภาพ, และชายแดน ปัญหาเหล่านี้ต้องการ ‘มืออาชีพ’ จำเป็นต้องใช้เวลากว่า 10 ปี ในการบินเครื่องบินนี้ แต่รัฐบาลของเราที่ใคร ๆ ก็สามารถโหวตได้ และใคร ๆ ก็เป็นได้นั้น เป็นประชาธิปไตยที่เปลี่ยนรัฐบาลทุก ๆ 4 ปี หากแต่ปัญหาเหล่านี้ต้องใช้เวลาแก้ไข 20 ปี 

ฉะนั้น แม้ประชาธิปไตยจะเป็นแนวคิดที่ดี แต่มันเป็นแนวคิดที่ดีที่สุดจริงเหรอ? 

ลองดู ‘จีน’ และ ‘อินเดีย’ เป็นตัวอย่าง อย่างจีนมีรัฐบาลกลาง ที่ทำให้คนกว่า 300 ล้านคนพ้นจากความยากจน แต่อินเดียมีประชาธิปไตย ที่มีคนยากจนกว่า 300 ล้านคน 

ผมไม่ชอบจีน แต่ทำไมพวกเขาถึงประสบความสำเร็จ? อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด เผด็จการไม่ใช่คำตอบ ไม่มีทางเป็นได้ แต่เป็นประชาธิปไตยทางเลือกที่คุ้มกับการลอง ภายใต้การปกครองประเทศโดยใช้ผู้ชำนาญวิชาการด้านต่าง ๆ กลายเป็นระบอบของคนที่มีความรู้

อย่าปล่อยให้ปัญหานี้เรื้อรังในโลกประชาธิปไตย ที่บรรดานักการเมืองใช้ข่าวปลอม การโกหก ความกลัว รวมถึงใช้เงินเพื่อสร้างความสนใจ ระบบประชาธิปไตย ทำให้คนลงคะแนนเชื่อเป็นล้าน ๆ คน 

เราโหวตให้คนที่สัญญาว่าจะให้เรานั่งชั้นธุรกิจ แต่ไม่รู้วิธีขับเครื่องบิน ถึงเวลามาซ่อมประชาธิปไตยกันเถอะ ก่อนที่เครื่องบินจะพาเราตก 

‘อามินทร์’ เร่งเพิ่มประสิทธิภาพ ใช้ระบบวันสต็อปเซอร์วิส ลดปัญหาแออัดตรวจคนเข้าเมือง หนุนท่องเที่ยวชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 66 นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส. นราธิวาส เขต 2 อำเภอสุไหงโกลก ตากใบ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวหารือถึงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ปัจจุบันด่านพรมแดน อำเภอสุไหงโกลก ตั้งแต่วันพฤหัสจนถึงวันเสาร์ที่เป็นวันหยุดของทางมาเลเซีย จะพบว่ามีชาวมาเลเซียเดินทางมาเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เกิดความล่าช้าในการบริการ ทั้งในส่วนของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร บางครั้งบางเวลา มีนักท่องเที่ยวต่อคิวกันหลาย 100 คน จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 หน่วยงาน เพิ่มคุณภาพในการทำงาน และลดกระบวนการเพื่อทำให้เกิดความรวดเร็ว เป็นวันสต็อปเซอร์วิส อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ทำให้เป็นการเพิ่มโอกาสให้ภาคเศรษฐกิจ ในอำเภอเมืองสุไหโกลกด้วย 

นอกจากนี้ ตนได้รับคำร้องเรียนจากกำนันตำบลโกสิ อำเภอตากใบ เนื่องด้วยตำบลโกสิ มี 5 หมู่บ้าน ประชากรมากกว่า 7,500 คน กว่า 1,050 ครัวเรือน ประสบปัญหา น้ำประปาที่ใช้ในการบริโภคอุปโภค ในช่วงหน้าแล้ง เนื่องจากน้ำมีกลิ่นดำ และสนิมเป็นเวลานานมาแล้ว อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประปาส่วนภูมิภาค เข้าไปสำรวจและออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งทราบมาว่า ได้ดำเนินการไปแล้วแต่ยังขาดงบประมาณ จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดสรรงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย

‘วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม’ แหล่งรวม ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ กราบไหว้สักการะ เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต

‘ท้าวเวสสุวรรณ’ เทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นเจ้าแห่งอสูรทั้งปวง คนส่วนมากบูชา กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณให้แคล้วคลาด ให้ปลอดภัยจากอันตราย และท่านก็ยังคงศักดิ์สิทธิ์ด้านอื่นๆด้วยเช่นเรื่องของ การเงิน ความเจริญในหน้าที่การงาน ความร่ำรวย ความมั่นคงมั่งคั่ง ถือได้ว่าเป็นเจ้าแห่งขุนทรัพย์เลยก็ว่าได้

ที่วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หรือ วัดบางชัน วัดแห่งนี้ ถ้าพูดถึงท้าวเวสสุวรรณ ก็ดังไม่แพ้วัดจุฬามณีอย่างแน่นอน วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม วัดเก่าแก่ริมคลองบางชัน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435 โดยตั้งอยู่ในซอยพระยาสุเรนทร์ 1 เป็นวัดที่สามารถเข้าไป สักการะท่านท้าวเวสสุวรรณได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้คนส่วนใหญ่ที่ศรัทธา นิยมมาสักการะขอพร ขอโชคลาภ ขอความร่ำรวย ปลดหนี้สิน ให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

ภายในวัดสามารถทำบุญไหว้พระได้ ก่อนที่เราจะเดินเข้าไปที่จุดไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณ วัดเป็นวัดไม่ใหญ่มาก แต่ด้านในงดงามมากๆ มีที่กราบไหว้ขอพรหลายจุด มีไอ้ไข่ มีพระราหู มาที่เดียวได้ครบเลย ไหว้พระเสร็จแล้วก็ไปบูชาดอกไม้ธูปเทียนและผ้า 3 สีมาไหว้ขอพรที่ด้านหน้าท้าวเวสสุวรรณ ค่าบูชาตามป้ายเลยคือตามกำลังศรัทธา ได้ดอกไม้ธูปเทียนแล้วเราก็นำมาไหว้ขอพรได้เลย

ก่อนจะขอพรเราก็ต้องท่องบทสวดเพื่อขอพรจากท้าวเวสสุวรรณกันก่อน โดยบทสวด มีดังนี้
ก่อนอื่นท่องนโม 3 จบ จุดธูปสักการะ 9 ดอก ดอกกุหลาบ 9 ดอก
แล้วท่องบทสวดตามนี้
อิติปิโสภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณมรณังสุขัง อะหังสุคะโต นะโมพุทธายะท้าวเวสสุวรรณโณ
จตุมหาราชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโตเวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโมพุทธายะ
วิธีเรียกทรัพย์เข้ากระเป๋า
ให้นำกระเป๋าสตางค์ของท่าน วนทางขวารอบกระบองขององค์ท้าวเวสสุวรรณ 9 รอบ แล้วอธิฐานว่า
“ขอให้เงินทอง ไหลมาเทมา ขอให้กระเป๋าใบนี้เต็มไปด้วยเบี้ย ด้วยอัฐ ขอให้ข้าพเจ้า.....(ชื่อ-นามสกุล)… ทำอะไรให้ รวย รวย รวย” 

มีความเชื่อกันว่าหากใครที่บูชาท้าวเวสสุวรรณ ท่านนั้นก็จะมีความร่ำรวย ปลอดภัย มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ แก้ไขเรื่องของปีชงต่างๆ ได้ด้วย เชื่อกันว่าท้าวเวสสุวรรณ ยังช่วยป้องกันเรื่องของคุณไสยมนต์ดำด้วย ถือได้ว่าท่านช่วยได้ในทุกๆด้าน แต่บุคคลนั้น ที่มาไหว้ขอพรก็ต้องดำเนินชีวิตของตนด้วยความดีด้วย 

พอไหว้ขอพรท่านท้าวเวสสุวรรณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็มาเสี่ยงโชคโดยการจุดธูปเสี่ยงเลขกันได้เลย ใครได้เลขไหนก็ลองนำไปเสี่ยงดวงกันดูได้

ข้อมูลเพิ่มเติม
ที่ตั้ง : 2 ถนน พระยาสุเรนทร์ 1 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
พิกัด : https://goo.gl/maps/aL6wcWNc2XPwMTNNA
เวลาเปิด - ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
ติดต่อ : 02-517-7677

จับตา!! เศรษฐกิจจีนซบเซา สะเทือนเศรษฐกิจโลก ชี้!! หากหวัง ศก.หวนคืน ต้องปรับท่าทีแบบ 'เติ้ง เสี่ยวผิง

ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ที่พูดคุยในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ในประเด็นของเศรษฐกิจจีนที่เริ่มอ่อนแอลง ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่อย่างไร โดย อ.พงษ์ภาณุ กล่าวว่า...

นับจากจีนภายใต้การนำของประธานเติ้ง เสี่ยวผิงปฏิรูปและเปิดเสรีประเทศตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978 เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะเมื่อจีนเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ในปี ค.ศ. 2001 การค้าการลงทุนระหว่างประเทศได้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี ถือเป็นความสำเร็จที่ทำให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เทียบเคียงได้กับสหรัฐอเมริกา จนทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้ได้เปลี่ยนจากมิตรมาเป็นคู่แข่งและศัตรูอย่างที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งสองได้ทวีความรุนแรงขึ้นภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ดำเนินนโยบายแข็งกร้าวกับตะวันตก และเพิ่มบทบาทภาครัฐและพรรคคอมมิวนิสต์ในการแทรกแซงการทำธุรกิจของภาคเอกชน 

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในระยะหลัง เริ่มลดต่ำเหลือเพียง 5% ต่อปี และยิ่งเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็มีการปิดประเทศเกือบ 3 ปี ทำให้เศรษฐกิจจีนอ่อนแอลงอย่างมาก ถึงแม้จะเร่งเปิดประเทศเมื่อต้นปีนี้ จีนก็ไม่สามารถกลับมาเข้มแข็งได้เหมือนเดิม อุตสาหกรรมสำคัญหลายอุตสาหกรรมมีแนวโน้มไม่ดีนัก อาทิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ตลอดจนปัญหาหนี้สินที่ยังเป็นตัวถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หลายฝ่ายเริ่มมีความเห็นว่าจีนน่าจะอยู่ในช่วงขาลงและไม่สามารถคงความยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจได้อีกต่อไป

อ.พงษ์ภาณุ กล่าวต่อว่า หากจีนจะกลับมาเติบโตเหมือนเดิม และทำให้โลกสามารถลดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วยได้นั้น จำเป็นที่สี จิ้นผิง จะต้องปรับเปลี่ยนแนวนโยบายของจีนใหม่ ตามแนวที่เติ้ง เสี่ยวผิง และประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนหน้า 2-3 คนได้วางไว้ กล่าวคือ เคารพกฎกติกาสากลและระเบียบโลก รวมทั้งลดการแทรกแซงของภาครัฐและดำเนินนโยบายที่เป็นมิตรกับตลาดมากขึ้น 

ทั้งนี้ในส่วนของประเทศไทยเอง ก็เรียกได้ว่า พึ่งพาจีนค่อนข้างมากเป็นพิเศษ ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้ไทยก็จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยง และปรับเปลี่ยนนโยบายการทูต การต่างประเทศให้มีความสมดุลต่อไปด้วย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้า “สร้างชีวิต” อย่างยั่งยืน” ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการภาคอีสานร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี

วานนี้ (วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ  และนางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ร่วมในพิธีมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ (จังหวัดที่ 5 ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 44 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 934,930 บาท (เก้าแสนสามหมื่นสี่พันเก้าร้อยสามสิบบาทถ้วน) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพแก่ครัวเรือนยากจนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ ”บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ” ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยมี นายสำเริง ม่วงสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย ทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายวาทิต โสภา (วิน-วาทิต) อาสาสมัครศิลปิน  และคณะมูลนิธิคุณธรรมสงเคราะห์กาฬสินธุ์ ร่วมในพิธี ณ บริเวณวัดป่าพุทธมงคล ตำบลหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

พร้อมกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ตัดผม และ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น และบริการทันตกรรม โดยมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก 

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมา ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ซึ่งได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะได้พิจารณาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ ยโสธร ศรีสะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สกลนคร เลย หนองคาย และ นครพนม ซึ่งปัจจุบันทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงพื้นที่มอบไปแล้วรวมทั้งสิ้น 5 จังหวัด 120 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2,397,350 บาท (สองล้านสามแสนเก้าหมื่นเจ็ดพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน)

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

‘ส.ว.สมชาย’ ชี้!! ‘พิธา’ อธิบายเรื่อง ICC ไม่กระจ่าง

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.66 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่อง ‘ICC’ หรือ 1 ในนโยบายที่พรรคก้าวไกลใช้หาเสียง และจะทำหากได้จัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่า…

"เรื่อง ICC ถามว่าทำไมประเทศไทยลงนามให้สัตยาบรรณไม่ได้ พิธาอธิบายไม่หมดที่ว่า ประเทศที่มีระบบแบบเดียวกับเราก็เข้าร่วมมากมาย ต้องชี้แจงว่าเหตุที่กัมพูชาเข้าร่วม เพราะ ICC จัดการเรื่องเขมรแดง ญี่ปุ่นเข้าร่วมเพราะแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนสหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, จีน, อินเดีย ไม่เข้าร่วม ICC ดังนั้นต้องบอกประชาชนให้หมด"

สำหรับเรื่อง ‘ICC’ หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล ได้อธิบายไว้แล้ว สามารถตามอ่านได้ที่ https://thestatestimes.com/post/2023072013

‘ดีเจเพชรจ้า’ เปิดใจเล่าชีวิตหลัง ‘โสด’ พร้อมเผยความในใจต่อ ‘นิวเคลียร์ - น้องไทก้า’

ตั้งแต่ขึ้นสถานะโสด ก็เข้าสู้โหมดหนุ่มฮอตทันที สำหรับ ‘ดีเจเพชรจ้า’ เมื่อได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ ‘Club Friday Show’ ผลิตโดย ‘CHANGE2561’ ดีเจเพชรจ้า ได้มาเปิดเรื่องราวในชีวิตและเผยความรักแบบทุกซอกทุกมุม

>>แต่ถึงวันที่ นิวเคลียร์ ถึงขั้นโพสต์ในโซเชียลว่า อย่าให้ถึงวันที่ไม่รู้สึก มันคืออะไร ??
ดีเจเพชรจ้า : ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน 

>>ถามตรงๆ เราไม่ค่อยได้คุยกัน 
ดีเจเพชรจ้า : ผมก็คิดว่า น่าจะเป็นที่ผมแหละ!! ผมก็มานั่งคิดว่าผมก็เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดที่ผมจะมีปัญญาเป็นแล้วอีกนิดนึงก็พระแล้ว ก็ยื้อลองแก้กันดูเราซ่อมอยู่ ซ่อมมั่วไปหมดเพราะเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราทำอะไรผิด

>>จะมีวันหนึ่งที่น้องบอกว่าจะเลิก ??
ดีเจเพชรจ้า :  ใช่ครับ เขาบอกว่าพอเถอะพี่เราซ่อมกันมาเป็นพันครั้งแล้ว

>>เคยคิดไหมว่าชีวิตจะเดินมาถึงจุดนี้ในวันหนึ่ง ??
ดีเจเพชรจ้า : ไม่เคยเลยครับ ผมเคยให้คำจำกัดความเลยนะว่า ผู้หญิงคนนี้เหมือนกับผมถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ผู้หญิงคนนี้แม่พระมากเลยแบบแสนดีหาที่ไหนไม่ได้แล้ว

>>ซึ่งตอนที่มานั่งคุยกันตอนนั้นก็ไม่ได้มีสัญญาณแห่งการที่เราเดินไปข้างหน้าไม่ไหว ??? 
ดีเจเพชรจ้า : มีความสุขทุกวันกราฟของผมพุ่งทะยานขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วก็เป็นพลุแตกระเบิดตรงนั้นเลย

>>ช่วงเวลา ดีเจเพชรจ้า หัวใจแตกสลายเป็นอย่างไร ?? 
ดีเจเพชรจ้า : ใจแตกสลาย ไม่มีเวลานอนหลับเลยผมมันคิดแต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราทำอะไรผิด เราเหมือนมีความโกรธเราเหมือนแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้เลย เราไม่อยากคุยกับเขาเราก็เหมือนกับเป็นธาตุอากาศอยู่ในบ้านก็ผ่านไปสัก 1-2 ปี

>>อยู่บ้านเดียวกันโดยไม่คุยกันเลย ?? 
ดีเจเพชรจ้า : ใช่ครับ!! แรก ๆ ผมหนักกว่านั้นอีก เป็นช่วงที่ผมเป็นตัวของตัวเองที่สุดเลยเลวยังไงก็เลวอย่างนั้น

>>เรามีความร้ายอารมณ์แรง ???
ดีเจเพชรจ้า : ทุ่มทีวี !!! 

>>เห็นว่าในชีวิตช่วงหนึ่งเคยส่องกระจกแล้วงง !! ตัวเองว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร 
ดีเจเพชรจ้า : ใช่ครับ ชีวิตผมตั้งแต่เกิดจนบัดนี้ไม่เคยมีวันไหนที่เครียดไม่มีเรื่องไหนในโลกที่ทำให้ผมเครียดได้ แต่ตอนนั้น คือ ผมไปไม่ถูกแล้วนอนก็นอนไม่หลับสุดท้ายผมมาจบที่นอนฟังธรรมะครับ ผมนอนฟังธรรมะอยู่เป็นปี ทุกอย่างการคิด การไม่ยึดติด การหลุดพ้น การไม่มีอะไรเป็นของตัวเรา 

>>แล้วตอนนี้สถานะโสดชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง
ดีเจเพชรจ้า : ตอนนี้ชีวิตของผมคือ มัน !! มากเลย ชีวิตของผมคือ สุดเหวี่ยง

>>เรากลับมาเป็นนักล่าแต้มเหมือนเดิมหรือยัง ?? 
ดีเจเพชรจ้า : วันนี้ผมย้อนกลับไปเป็นเด็กมหาวิทยาลัยที่มีทุกอย่าง มีเงิน มีรถ มีบ้าน

>>เรามองหาความรักอยู่ไหม ?? 
ดีเจเพชรจ้า : ไม่มองครับ

>>แล้วความสัมพันธ์ระหว่าง เรากับน้องนิวเคลียร์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง 
ดีเจเพชรจ้า : แฮปปี้มาก !! ก็เรื่องที่ยังไม่เคยได้บอกก็คือ … 

>>มีอะไรอยากพูดถึงลูกชายบ้าง ?? 
ดีเจเพชรจ้า : อยากจะฝากถึงลูกไทก้า ว่ายังไงก็ อย่าให้คำต่าง ๆ ในอนาคตที่จะมีคนมาถาม มาเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของไทก้าแล้วกัน เพราะว่าพ่อรักหนูที่สุด และแม่ก็รักหนูที่สุด และเราก็ทำกันเต็มที่มาก ๆ พ่อกับแม่จะสร้างความรักที่สมบูรณ์แบบให้ลูกได้ โดยที่ไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน

เปิดหมดทุกช่วงเวลาชีวิต ‘ดีเจเพชรจ้า’ ในสถานะชีวิตโสด พร้อมเปิดทุกมุมเรื่องความสัมพันธ์กับ ‘นิวเคลียร์’ ในรายการ Club Friday Show รับชมพร้อมกันวัน เสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม นี้ เวลา 11.00 น. ทางช่องวัน31

‘ก.คลัง’ แนะหั่นเบี้ยคนสูงวัยที่ร่ำรวย พุ่งเป้าช่วยคนรายได้น้อย-ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

เมื่อไม่นานมานี้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดว่า กระทรวงการคลังได้จัดเตรียม ‘แผนการปฏิรูปภาษี’ ให้กับรัฐบาลใหม่พิจารณา ประมาณ 20 รายการ เพื่อลดรายจ่าย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาวมากขึ้น

พร้อมกับเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอต่อการจัดทำมาตรการที่เหมาะสม เนื่องจากตัวรายได้จัดเก็บภาษีของรัฐบาล ปัจจุบันคิดเป็นเพียง 14% ของจีดีพี เท่านั้น ซึ่งมาตรฐานที่ควรจะเป็นอยู่ที่ 15-16% ด้วยการให้สิทธิพิเศษ การดูแลเป็นวงกว้างมากเกินไป

หนึ่งในแนวทางที่มีการพูดถึง คือ การตัดงบผู้สูงอายุ ของกลุ่มที่ร่ำรวยอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็น ปรับไปใช้นโยบายที่พุ่งเป้าช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจริงๆ ให้ถูกฝาถูกตัวไม่เหวี่ยงแห ซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป แต่แนวทางนี้อาจไม่เป็นที่ยอมรับจากรัฐบาลต่างๆ เนื่องจากกระทบคะแนนเสียงของพรรคการเมือง

สำหรับงบประมาณที่ต้องใช้กับเบี้ยผู้สูงอายุเป็นรายเดือนนั้น ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามจำนวนผู้สูงอายุในปัจจุบันใช้งบสูงถึง 90,000 ล้านบาทต่อปี จากเดิมเพียง 50,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากตัดการจ่ายให้ผู้สูงอายุที่ร่ำรวยออกไป คาดว่าสามารถลดรายจ่ายงบประมาณได้มากถึงครึ่งหนึ่ง

‘ส.ส.เดโมแครต’ จี้!! หน่วยงานไทยเคารพเสียงของประชาชน หยุดปฏิเสธประชาธิปไตย หวั่น ยุบ ‘ก้าวไกล’ กระทบเสถียรภาพ

‘ส.ส.เดโมแครต’ จี้ หน่วยงานไทยเคารพผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกโรงเตือนความพยายามยุบพรรคก้าวไกล พรรคอื่น ๆ จะเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพไทย ขณะนักวิเคราะห์ออสเตรเลีย ชี้ ‘กลุ่มอนุรักษ์นิยม’ กำลังทำลายผลการเลือกตั้ง ส่งผลให้การต่อสู้ลงสู่ถนน ขณะรอง ‘ผอ.ฮิวแมนไรท์ วอช’ เตือน ‘ศาล-รธน.-กกต.’ ควรหยุดใช้กฎหมายเป็นอาวุธ ปฏิเสธประชาธิปไตยไทย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 66 รายงานข่าวความเคลื่อนไหวต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งในประเทศไทย หลังจากที่ที่ประชุมรัฐสภาได้เห็นชอบกรณีที่มีสมาชิกรัฐสภาเสนอคัดค้านว่า การเสนอโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกลให้นายกรัฐมนตรีดังกล่าวขัดกับ ข้อที่ 41 ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563 เพราะว่าเป็นญัตติซ้ำ ประกอบกับศาลรัฐธรรมนูญก็ได้มีคำสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากต้องดำเนินการวินิจฉัยในกรณีที่นายพิธาถือครองหุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น

โดยล่าสุดทางด้านคณะกรรมการกิจการต่างประเทศ พรรคเดโมแครตของสหรัฐอเมริกา มีการนำเสนอถ้อยแถลงของนายเกร็กกอรี่ มีกส์ ส.ส.พรรคเดโมแครต จากรัฐนิวยอร์ก ระบุว่า “ผมขอเรียกร้องให้หน่วยงานในไทยเคารพเจตจํานงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไทย

การเคลื่อนไหวใด ๆ เพื่อยุบพรรคก้าวไกล หรือพรรคอื่น ๆ จะกัดกร่อนประชาธิปไตยของไทยและเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทย”

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้นมีรายงานว่าทางด้านของนายนาธาน รูเซอร์ สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (Australian Strategic Policy Institute : ASPI) ได้ออกมาทวีตข้อความกรณีนายพิธาระบุว่า ผู้ที่ถูกแต่งตั้งโดยเผด็จการทหาร ได้ทำลายประชาธิปไตยลงด้วยการประกาศว่า ผู้นำพรรคร่วมที่ได้คะแนนเสียงมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นไม่มีความเหมาะสมในฐานะ ส.ส.

กลุ่มผู้อนุรักษ์นิยมนั้นได้ทำลายผลการเลือกตั้งลง ทำให้พวกเขาต้องไปฟังสิ่งที่อยู่บนถนน

ทางด้านของนายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอช ประจำภาคพื้นเอเชียได้ทวีตข้อความหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งใจความว่า ไอทีวีไม่ได้ออกอากาศเป็นระยะเวลา 15 ปีแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยได้เพิกถอนหุ้นไปเมื่อปี 2557 หุ้นของพ่อของนายพิธานั้นก็มีจำนวนที่น้อง ไม่มีผลต่อการดำเนินการของบริษัทแต่อย่างใด ศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกตั้งควรหยุดดำเนินการใช้กฎหมายเป็นอาวุธ เพื่อปฏิเสธสิทธิประชาธิปไตยของประชาชนคนไทย

“วันมูหะมัดนอร์ มะทา” กระชับสัมพันธ์รัฐสภาไทย-ซาอุดีอาระเบีย ให้คำมั่นคืบหน้า “ศูนย์กลางอิสลามฯ” ที่ปัตตานี

ที่ห้องรับรองพิเศษ 205 ชั้น 2 (โซนกลาง) อาคารรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์  มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง  H.E. Dr. Abdullah Mohammed Ibrahim Al-Sheikh (ดร.อับดุลเลาะห์  โมฮัมเหม็ด อิบราฮิม  อัล-ชีค) ประธานสภาที่ปรึกษาแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยกับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของวุฒิสภา โดยมีพลอากาศเอก ประจินต์  จั่นตอง สมาชิกวุฒิสภาและประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ซาอุดีอาระเบีย, พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, นายจัตุรงค์ เสริมสุข สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ซาอุดีอาระเบีย, นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายมุข  สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร, นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายอาพล  นันทขว้าง ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร่วมให้การรับรอง

นายวันมูหะมัดนอร์  มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าว ต้อนรับด้วยความยินดีในวันที่รัฐสภาไทยกำลังอยู่ในระหว่างการลงมติเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีและกล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียที่ดำเนินไปอย่างก้าวหน้าและแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว ภายหลังจากที่ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันแล้ว นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงความประทับใจที่ซาอุดีอาระเบียให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเมื่อครั้งที่เดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปี 2535 พร้อมขอบคุณที่ซาอุดีอาระเบียดูแลชาวไทยมุสลิมที่ไปทำพิธีฮัจญ์และนักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่อที่ซาอุดีอาระเบียเป็นอย่างดี

ดร.อับดุลเลาะห์  โมฮัมเหม็ด อิบราฮิม  อัล-ชีคประธานสภาที่ปรึกษาฯ กล่าวขอบคุณที่สละเวลาให้คณะเข้าพบในวันนี้และแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ทั้งนี้ การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทำให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนของทั้งสองประเทศและได้ขอเชิญประธานรัฐสภาเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่อโอกาสเอื้ออำนวย พร้อมกล่าวชื่นชมแรงงานไทยในซาอุดีอาระเบียที่เป็นแรงงานที่มีฝีมือและมีระเบียบวินัยสูง นอกจากนี้ มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรี ซาอุดีอาระเบียยังได้ฝากความระลึกถึงประธานรัฐสภาในโอกาสนี้ด้วย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการให้เงินสนับสนุนการก่อตั้ง “ศูนย์อิสลามกษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลอาซีซ อัลซะอูด” ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในจังหวัดปัตตานี โดยซาอุดีอาระเบียให้คำมั่นว่า จะติดตามในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและจะสำเร็จในเร็ววันอย่างแน่นอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top