Friday, 31 July 2026
TheStatesTimes

‘วิชัย ทองแตง’ กูรูตลาดหุ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เผยมุมมองตลาดหุ้นไทย ในช่วงครึ่งปีหลัง 

วิชัย ทองแตง อดีตพ่อมดตลาดหุ้นไทย ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้นั่งเป็นที่ปรึกษาให้กับเครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล ได้ออกมาให้คำแนะนำนักลงทุน โดยเฉพาะ “แมงเม่า” หรือสาย Day-Trade ที่เล่นหุ้นตามกระแส ว่าจะต้องทำตัวยังไงบ้าง กับตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ที่มีความผันผวนสูง 

มุมมองตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งหลังปี 2566
วิชัยเล่าว่า ก็ศึกษาอยู่นะครับ คือตอนนี้มีปัจจัยภายนอกที่จะมีส่วนกระทบกลับเข้ามาที่ตลาดหุ้นไทยอยู่เรื่อย ๆ ด้วยปัจจัยอย่างที่พวกเราทราบกันอยู่ ผมก็ยังแปลกใจอยู่ เอ๊ะทำไมแบงก์ล้มที่อเมริกาแค่ 2-3 แบงก์ มีผลกระทบได้มากขนาดนี้ เวลาเขาขึ้นดอกเบี้ยที ตลาดหุ้นก็ตกที พลังงานที่มีราคาแพงขึ้น เป็นต้นทุนที่พวกเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงมีคนแค่บางกลุ่มที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องพลังงาน ก็คือการรบราฆ่าฟันกันระหว่างรัสเซียกับยูเครน ฉะนั้น ถ้าจะพูดกันตามตรงก็คือว่า สถานการณ์หุ้นบ้านเรายังไม่น่าไว้วางใจ

ในช่วงนี้ นักลงทุน Day-Trade ต้องทำตัวยังไง
ความจริง เวลาผมเข้าไปบรรยายในคลาสบางคลาสที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่อง Investment ผมก็จะแนะนำเสมอว่า 1.ต้องอ่านเทรนด์ของธุรกิจให้ชัดเจน แต่ที่สำคัญคือต้องขยันที่จะอ่านวิเคราะห์ของ Researcher บาง house วิเคราะห์ได้เยี่ยมมาก แต่หลาย house ที่เขียนมั่ว แต่ผมคิดว่าพวกเราอ่านก็คงจะพอเข้าใจ บาง house เขียนบทวิเคราะห์ได้ดีมาก พวกนี้เขามีหน้าที่วิเคราะห์หุ้นให้เราอยู่แล้วครับ แต่เนื่องจากผมโชคดีผมมีนักวิเคราะห์อีก 50 คนที่จะช่วยคัดกรองให้ เวลาผมบรรยายผมก็พูดแค่เตือนสติคือที่ผ่านมาผมก็เล่นหุ้นตามกระแส ผมถึงเรียกตัวเองว่า “แมงเม่า” ผมไม่อายที่มีคนเรียกผมว่าแมงเม่าในยุคก่อนนะ แต่แมงเม่าส่วนใหญ่มักจะเล่นหุ้นตามกระแส Day Trade นี้กระแสล้วน ๆ เลย บางคน Insight ก็มีความเสี่ยง ใช่มะ ฉะนั้น ต้องอ่านบทวิเคราะห์

หุ้นไทยจะกลับมามีเสน่ห์ได้อย่างไร
ฟันด์โฟลว์เป็นเรื่องวิถีธรรมชาติของนักลงทุน ไปเดี่ยวก็กลับมา แต่ว่าแน่นอนเราต้องให้เห็นว่าตลาดหุ้นเรามีการ คือพูดง่าย ๆ ต้องตรวจสอบเรื่องความโปร่งใสให้เยอะ ซึ่ง ก.ล.ต.เขาทำอยู่แล้ว ดูเรื่องความโปร่งใสเป็นหลัก คือถ้าตลาดหุ้นโปร่งใสและมีผลประกอบการที่ดี นักลงทุนก็ไหลกลับเข้ามาอยู่แล้วละครับ วันนี้เขาอาจจะ move ไปอินโดฯ อาจจะ move ไปเวียดนาม เดี่ยววันหนึ่งเขาก็กลับมา ประเทศไทยวันข้างหน้าเราอาจจะเป็น center ของ EV ในภูมิภาคนี้ก็ได้ แต่ถ้าจะ EV แน่นอนจะต้องคิดไว้ล่วงหน้า

ททท. เปิดรับสมัครนักเรียนในระดับอุดมศึกษา เพื่อร่วมกิจกรรมชิงเงินรางวัล ผ่านการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวกว่า 70,000 บาท

เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ !!!!

โอกาสของเยาวชนทั่วประเทศไทย 
ในการสร้างสรรค์เส้นทางท่องเที่ยวแบบ Low carbon  ททท. ขอเชิญชวนน้อง ๆ เยาวชนในระดับอุดมศึกษา เข้าร่วม STGs Youth Camp : ยัง ยั่ง ยืน  

ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ Responsible Tourism (ททท.) ในธีม "สร้างสรรค์ เส้นทางสีเขียวสัมผัสการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon" พร้อมร่วมกิจกรรมชิงเงินรางวัล ผ่านการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวกว่า 70,000 บาทbสมัครได้ที่ STGsyouthcamp.com

‘พิธา’ จบข่าว.. ‘ป้อม-เศรษฐา-อนุทิน’ ชิงชัย ถอดรหัส ‘พีระพันธุ์’ ทิ้งเก้าอี้ ส.ส. ลุ้นเก้าอี้ใหญ่

ย่างสู่วันแรกของเดือนใหม่..กรกฎาคม เดือนแห่งความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง  เริ่มหลักกิโลเมตรใหม่ทางการเมือง   มีประธานรัฐสภาคนใหม่  นายกรัฐมนตรีคนใหม่...ซึ่งจนถึงวินาทีนี้ยังฟันธงให้ขาดผึงไม่ได้ว่าเป็นใคร...เพียงแต่น่าเชื่อว่า..

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นประธานรัฐสภา  ตัวเต็งคือ “พ่อมดดำ”สุชาติ  ตันเจริญ จากพรรคเพื่อไทย   “ตัวตึง”คือ ปดิพัทธ์    สันติภาดา  หรือ”หมออ๋อง”จากค่ายก้าวไกล...ซึ่งต้องรอดูคำตอบสุดท้ายจากการเจรจาของสองพรรคใหญ่ในวันพรุ่งนี้มะรืนนี้ว่าจะยอมกัน ณ จุดไหน อย่างไร..

ตำแหน่งประธานสภาฯ จะบอกเล่าเรื่องราวและเรื่องยาวได้ชัดเจนว่า  หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 จะเป็นใคร  แต่ในชั้นนี้ “เล็ก  เลียบด่วน” ฟันธงด้วยการข่าวว่าให้ตัดชื่อ..พิธา   ลิ้มเจริญรัตน์  ออกไปได้เลย  แม้จะถูกเสนอชื่อและอีก7พรรคร่วมชะตากรรมโดยเฉพาะเพื่อไทยจะยืนยันนอนยันเป็นครั้งที่555 แล้วว่าจะหนุนจนสุดตัวสุดทาง...และแม้จะมีกระแสข่าวเล็ดรอดออกมาว่ามีการทุ่มทุนล็อบบี้ส.ว.กันอย่างเอาการเอางานก็ตาม..

ต้องทำความเข้าใจให้ชัดว่า..กรณีการใช้ยุทธปัจจัยจากกลุ่มทุนบางกลุ่มล็อบบี้ส.ว.นั้นเป็นการล็อบบี้ให้กับตัวเต็งนายกฯที่ชื่อ “เศรษฐา” หรือ “อุ๊งอิ๊ง”  เป้าหมายเพื่อสกัดพรรคภูมิใจไทย ซึ่งบัดนี้คนในสภาสูงจำนวนหนึ่งที่ใจแกว่งกะจะหาโบนัสส่งท้ายก่อนสิ้นวาระกลางปีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนใจร้องเพลง..ถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า..กันเป็นแถว..

สรุปรวมความ..เต็งจ๋านายกฯตอนนี้ยังคงเป็น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  ที่ลูกน้องดันหลังเต็มแม็กซ์ แต่เสียงสนับสนุนจากส.ว.ยังไม่แน่นหนาเท่าที่คนภายนอกนึกคิด

เต็งสอง  ห้ามมองข้ามก็คือ..เศรษฐา ทวีสิน  จากเพื่อไทย นาทีนี้ภาษากายบ่งบอกชัดเจนว่า..พร้อมมาก..พร้อมที่จะเป็น...ซึ่งโอกาสมีไม่น้อยถ้าเพื่อไทยไม่ผูกขาไว้กับพรรคก้าวไกลแบ่บว่า..ไปไหนไปด้วยกัน..

เต็งสาม   แม้จะชื่อ”หนู” แต่ก็อาจเป็นหนูที่อาจช่วยราชสีห์..เป็นทางเลือกให้กับบ้านเมืองเดินหน้าไปได้..ใช่แล้ว..เขาคืออนุทิน  ชาญวีรกูล   หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  ที่ “เล็ก   เลียบด่วน” ขอยืนยันว่าคนในสภาสูงเขาอยากโหวตให้มาก...

...ส่งท้าย ด้วยปริศนาการเมือง จากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อย่าว่าแต่คนภายนอกเลยที่ออกอาการงงเต้ก..คนในพรรคเองก็มึนตึ้บไปตามๆกัน  กรณี”บิ๊กตุ๋ย”พีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค”  หัวหน้าพรรค ไม่ไปรายการตัวเป็นส.ส.ซึ่งเท่ากับสละตำแหน่งส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ 1 ของพรรคไป..

ดูเฟซบุ๊กพีระพันธุ์ วันที่ 30 มิ.ย.ระบุว่าเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.เคยบอกว่าจะไม่มีวันทิ้ง”ลุงตู่” วันนี้วันที่ 30 มิ.ย.ขอยืนยันอีกครั้งว่าจะทำหน้าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีช่วยลุงตู่จนวินาทีสุดท้าย...ก่อนที่จะตบท้ายว่า  “ในฐานะหัวหน้าพรรคผมไม่ได้หายไปไหน  ผมยังคงทำหน้าที่กองทุนและดูแลการทำงานของพรรค  ของส.ส.และของสมาชิกพรรคให้ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติของเราตลอดไป”

สายข่าวของ “เล็ก  เลียบด่วน” แจ้งว่าวันที่ 3 ก.ค.พีระพันธุ์จะไปยืนเข้าเฝ้ารับเสด็จฯร่วมรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในฐานะตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี..ในขณะที่มีการคาดหมายกันว่า..อนาคตฉากต่อไปเขาอาจรับบทรัฐมนตรีหรือตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง...ซึ่งเราๆท่านๆยังไม่รู้

แต่”บิ๊กตู่” กับ “บิ๊กตุ๋ย” รู้แล้ว..!!??

สำนักงานอัยการสูงสุด จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เนื่องในโอกาสครบรอบ 130 ปี การสถาปนาองค์กรอัยการ 

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 ท่านนารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดโครงการบริจาคโลหิต สำนักงานอัยการสูงสุด ครั้งที่ 14 โดยสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับ สมาคมภริยาอัยการ และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล (สภากาชาดไทย) จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต

โดยท่านพรชัย ชลวาณิชกุล อัยการอาวุโสประธานโครงการบริจาคโลหิต สำนักงานอัยการสูงสุด ท่านศศนันท์ เจตน์เจริญรักษ์ นายกสมาคมภริยาอัยการ ซึ่งสํานักงานอัยการสูงสุด และ สมาคมภริยาอัยการ ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น โดยมีข้าราชการอัยการเข้าร่วมงานจำนวนมากอาทิเช่น นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ,นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการคดีพิเศษ,นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร ว่าที่ร้อยโท ประเวช รุ่งเจริญทอง อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากรพร้อมด้วยคณะข้าราชการอัยการระดับสูง พร้อมด้วยคณะแขกผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิเช่น ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ดร.พรทิพย์ วงษ์นครินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม กต.ตร.กทม. ดร.ณิชาภา สิงห์ณรงค์ ประธานมูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ กรรมการสภากาชาดไทย คุณสรวีย์ รัฐพิทักษ์ถิรดา คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา และ คุณเอิร์ท-ณัฐนันท์ คุณวัฒน์  แอ้ม-ศิรประภา สุขดำรงค์ ดารา-ศิลปิน นางงามเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

โครงการบริจาคโลหิต สำนักงานอัยการสูงสุดมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาวิกฤตเลือดในคลังไม่เพียงพอ และช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความต้องการเลือด โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 มิถุนายน 2566 เวลา 08.30 - 15.30 น. ณ อาคารสมาคมภริยาอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร 

ข้อมูลข่าว: สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม

เลขาฯ ศอ.บต. ลงพื้นที่  ติดตามความคืบหน้าการทำลายเรือประมง ภายใต้โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบฯ จ.ปัตตานี พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำงานอย่างเต็มที่

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่ ท่าเรือคานเบอร์ 5 บริษัท อุตสาหกรรมประมงจังหวัดปัตตานี ติดตามความคืบหน้าการทำลายเรือตามมาตรการลดจำนวนเรือประมง เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีเร่งด่วน (เรือชุดที่ 1) พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ 

โดย เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ให้แนวทางการทำลายเรือแก่เจ้าหน้าที่ หากมีส่วนประกอบของเรือบางลำที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ก็อยากให้ดำเนินการ เช่น การนำไปสร้างบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ ซึ่งต้องดำเนินการภายหลัง จากกรมเจ้าท่าได้เข้ามาตรวจสอบและยืนยันว่าเรือไม่สามารถใช้การต่อได้ พร้อมทั้งขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้เดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ทางศูนย์ประสานงานโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัด การทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีเร่งด่วน (เรือชุดที่ 1) นำโดย ศอ.บต. ผู้แทนกรมเจ้าท่าและกรมประมงได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องตามคุณสมบัติของเรือประมงในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 86 ลำและเมื่อสำรวจเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่มีการจัดทำแบบรายงานผลการตรวจสอบความถูกต้องของคุณสมบัติเรือประมงรายลำ และจัดทำลงนามสัญญาเงินเยียวยาเรือประมง เพื่อขอรับเงินเยียวยา งวดที่ 1 เสนอต่อคณะทำงานด้านการจ่ายเงินเยียวยาเรือประมงพิจารณาให้ความเห็นชอบสัญญาและแจ้งมายัง ศอ.บต. ดำเนินการเบิกจ่ายเงินงวดที่ 1 ให้แก่ผู้ประกอบการและเจ้าของเรือประมงที่ประสงค์จะออกนอกระบบ สำหรับการทำลายเรือประมง ศอ.บต. บูรณาการร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าในการจัดทำลาย

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปปง.ตร.พอใจผลการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฟอกเงิน ให้ข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ตอบโจทย์การทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จากการดำเนินคดีอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายคดี มักมีการเกิดอาชญากรรมรูปแบบของการฟอกเงินตามมา มีทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดจำนวนมาก ซึ่งคดีในลักษณะนี้มีความแตกต่างจากคดีทั่วไป เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ดังนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปปง.ตร. จึงได้อนุมัติให้ ศปปง.ตร.จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พุทธศักราช 2542 ขึ้น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และมูลฐานความผิดที่เชื่อมโยงถึงการฟอกเงิน รวมถึงนายทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายอย่างจริงจังต่อเนื่องเด็ดขาด เพื่อให้ได้ผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรมต่อไป

ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปปง.ตร. จึงได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พุทธศักราช 2542 ประจำปีพุทธศักราช 2566 ขึ้น 2 รุ่น โดยรุ่นแรก วันที่ 19-22 มิถุนายน 2566 และรุ่นที่ 2 วันที่ 27-30 มิถุนายน 2566 โดยมีข้าราชการตำรวจจากหน่วยต่าง ๆ ทั่วประเทศ เข้ารับการฝึกอบรม รุ่นละ 116 ราย ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.

วันนี้ (30 มิ.ย.66) เวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศปปง.ตร. เป็นประธานปิดโครงการ ฯ ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พุทธศักราช 2542 ประจำปีพุทธศักราช 2566 รุ่นที่ 2 พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม ณ ห้องประชุม โรงแรมคลาสสิก คามีโอ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากตำรวจภูธรภาค 3 , ภาค 4 , ภาค 5 , ภาค 5 , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งสิ้นจำนวน 116 นาย 

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ศักดิ์ศิรา กล่าวว่า ศปปง.ตร.ได้รายงานผลการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศปปง.ตร. ซึ่ง ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. พอใจผลการฝึกอบรมดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง มั่นใจว่าข้าราชการตำรวจที่ผ่านการอบรมทุกนาย จะนำความรู้ดังกล่าวไปเสริมสร้างทักษะในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ และจะเป็นครูต้นแบบที่จะนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับข้าราชการตำรวจในหน่วยงานสังกัดของตนต่อไป 

TasteAtlas ประกาศผลการจัดอันดับ “10 Best Rated Curries” ผ่านทางช่องทางเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ 5 ใน 10 อันดับ ชื่อของประเทศไทยปิดหัวท้ายตาราง สมฉายา “สวรรค์แห่งอาหาร”

TasteAtlas คือสารานุกรมที่รวบรวมข้อมูลอาหารจากทั่วโลก ทั้งรายการอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 10,000 รายการ 23,334 ร้านอาหาร เพื่อจัดอันดับความนิยมในอาหาร จากทุกภูมิภาคทั่วโลก ยอดการเข้าชมเว็บไซต์มากกว่า 3.7 ล้านครั้งต่อเดือน

ผลการจัดอันดับ 10 Best Rated Curries ซึ่งเป็นการจัดอันดับล่าสุดใน (มิถุนายน 2023) ของ TasteAtlas เผยว่า เมนู “แกงพะเเนง” ของไทย คว้าเเชมป์แกงที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2023 นอกจากนั้น รองเเชมป์ก็ยังเป็นของไทย ด้วยเมนู “ข้าวซอย” ซึ่งเคยถูกจัดอันดับเป็นแชมป์ Best Rated Soups in the world 2022 สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา

เปิดประวัติ ความเป็นมา ‘อลงกรณ์ พลบุตร’ ผู้ผลักดันการปฏิรูป เข้มแข็งและกล้าหาญ บนจุดยืนประชาธิปไตยที่ชัดเจน

“อลงกรณ์”คือใคร เคยทำอะไร เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำการฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ สถาบันการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศในยามที่พรรคตกต่ำถดถอยได้หรือไม่

เขาเป็นคนหนึ่งที่ผลักดันการ

ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์และการปฏิรูปประเทศมาโดยตลอด คราวนี้ประกาศลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นคนแรก

ลองมาดูประวัติและผลงานโดยสังเขป ของนายอลงกรณ์ พลบุตร

เขามีความเป็นมาอย่างไรและทำอะไรมาบ้าง

>จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

>ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงจากหลายประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ปอร์ตุเกส ฯลฯ

>เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นเลขาธิการสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยคนแรกและกรรมการสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย(ปี2524-2528)เป็น1ในแกนนำต่อสู้เพื่อเสรีภาพปลดโซ่ตรวน ปร.42

>เคยเป็นหุ้นส่วนเจ้าของและผู้บริหารบริษัทนำเข้าส่งออก บริษัทคอมพิวเตอร์ บริษัทโฆษณา-สื่อมวลชน บริษัทเหมือนแร่ กิจการร้านอาหาร

>เป็น ส.ส.สมัยแรกในปี 2535และเคยเป็นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการงบประมาณ กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะเช่นการท่องเที่ยว,การพาณิชย์,การทหารฯลฯ

>เป็นเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเลขานุการนายกรัฐมนตรี(ชวน หลีกภัย) ปี 2539-2544

>ได้รับฉายา”มิสเตอร์เอทานอล”

ปี 2543-2544 ในฐานะประธานโครงการเอทานอลทำให้มีน้ำมันแก๊ซโซฮอลล์จำหน่ายทั่วประเทศ

>เป็น”ดาวเด่นแห่งปีของรัฐสภา”ปี 2546จากผลงานการปราบปรามคอรัปชั่น

>ได้รับรางวัล”คนดีสังคมไทย”และรางวัล”บุคคลดีเด่นประจำปี 2548-2549”และคนดีศรีเมืองเพชร”ปี2565

>เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และทำหน้าที่รมต.เศรษฐกิจอาเซียน ปี 2551-2554

>ได้รับการโหวตให้เป็นรัฐมนตรีที่มีผลงานดีเด่น2ปีซ้อน ปี 2552-2553

>ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารอังกฤษ”Intellectual Property Magazine ให้เป็น1ใน50ผู้ทรงอิทธิพลของโลกด้านการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา

>เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเคยเป็นเลขาธิการสภาพรรคการเมืองเสรีนิยมและประชาธิปไตยแห่งเอเชีย(CALD)

>เป็นผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรรัฐสภาแห่งเอเชีย-แปซิฟิก(APPF:ASIA-Pacific Parliamentary Forum)

>เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ

>เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ปี 2558-2560

>เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ที่ประชุมการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ของสหประชาชาติ (UN-GFHS) ปี2660-2561

>สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยประกาศเกียรติคุณให้เป็น ”บุคลากรผู้ทรงคุณค่าต่อขบวนการสหกรณ์ในประเทศไทย “ปี 2563

>เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะกรรมการกว่า10คณะเช่นประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ.กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร4.0 และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(AIC:Agritech and Innovation Center) ระหว่างปี2562-2566

>เป็นประธานมูลนิธิWorkdview Climate Foundation (2565-ปัจจุบัน)

>เป็นผู้ก่อตั้ง-ประธานและประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย

>เป็นหุ้นส่วนเจ้าของ-ผู้บริหารหลายบริษัทด้านการเกษตร รีสอร์ท และพัฒนาที่ดิน

>เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม(Social Enterprise)ชื่อRFC(Read For Change)

> เป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 4 สมัยและอดีตส.ส.เพชรบุรีและส.ส.บัญชีรายชื่อ6สมัย

>เป็นอดีตประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์เพชรบุรี(สาขาพรรคดีเด่น)

> เป็นคนที่อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ปี2534เพียงพรรคเดียว ไม่เคยสังกัดกลุ่มใดในพรรคจนได้รับการเรียกขานว่า”รองฯ.อิสระ”และ ไม่เคยย้ายพรรค

>เป็นผู้บรรยายพิเศษปริญญาเอก ปริญญาโทและปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง

>เป็นผู้บรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชนเช่น บยส. นธป.วตท. Tepcot สวปอ. นบส. วกส. วพน. วิทยาการตำรวจ สถาบันพระปกเกล้า ฯลฯหัวข้อหลัก การปฏิรูปประเทศไทย และอนาคตเศรษฐกิจดิจิตอล(The Future of Digital Economy)ฯลฯ.

>มีผลงานเขียนหนังสือ(pocketbook)4เล่มด้านต่างประเทศ วิทยาศาสตร์และการเมือง

“อลงกรณ์”กล่าวตอนหนึ่งในคำแถลงเปิดตัวลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า

“วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องการก้าวใหม่ของตัวเองและโอกาสใหม่จากประชาชนด้วยการแสดงออกถึงภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและกล้าหาญบนจุดยืนประชาธิปไตยที่ชัดเจนเพื่อนำประเทศออกจากกับดักความขัดแย้งและวงจรอุบาทว์ด้วยหลักนิติรัฐและธรรมาภิบาลสู่เอกภาพและศักยภาพใหม่ของประเทศเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของทุกคน โลกเปลี่ยนเร็วและแข่งขันแรงทั้งการเมือง เศรษฐกิจและเทคโนโลยี ประเทศไทยต้องมีพรรคการเมืองที่ทันสมัยก้าวหน้าทันโลกทันเกมและก้าวใหม่ประชาธิปัตย์คือคำตอบ”

เขาจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9ได้หรือไม่ วันที่ 9 กรกฎาคมนี้ คนประชาธิปัตย์จะเป็นผู้ให้คำตอบ

‘เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข’ ปลงผมเข้าพิธีอุปสมบท เพื่อทดแทนคุณบิดามารดา เพื่อน พี่น้อง ในวงการบันเทิงมาร่วมงาน ร่วมอนุโมทนาบุญกันเพียบ

หลังจากเดินสายขอขมาลาบวชกับผู้ใหญ่ที่เคารพในวงการบันเทิง ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (1 ก.ค.66) พระเอกชื่อดัง “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” ได้ปลงผมเพื่อเข้าพิธีอุปสมบทเพื่อทดแทนคุณบิดามารดา โดยมีผู้ใหญ่ พี่น้องในวงการมาร่วมงาน ทั้ง เต้ย จรินทร์พร, เกรท วรินทร, เป๊ก เปรมณัช, ตู่ ปิยวดี ที่มาร่วมอนุโมทนาบุญ อีกทั้งยังมี “พระบอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” ที่บวชไปก่อนหน้านี้ได้มาปลงผมให้น้องชายคนสนิทด้วย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ นำประชาชนชาวสมุทรสาคร ร่วมปลูกต้นไม้ ปล่อยสัตว์น้ำ และปรับภูมิทัศน์ สร้างจิตสำนึก "โครงการจิตอาสาพัฒนา พุทธมณฑลสมุทรสาคร สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ"

วันนี้ (1 ก.ค. 66) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานในพิธี ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร ชมรมชาวปักษ์ใต้สมุทรสาคร  ตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร  นำประชาชนชาวสมุทรสาคร เข้าร่วมในโครงการจิตอาสาพัฒนา พุทธมณฑลสมุทรสาคร สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ  

โดยภายในงานนี้มี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่ายเอกชน ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนประชาชนจิตอาสา รวมกันกว่า 1,000 คน เข้าร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียง ณ พุทธมณฑลสมุทรสาคร สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดโครงการดังกล่าวเพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษาและต่อยอดพระราชกรณียกิจของพระราชบิดา ภายในงานมีกิจกรรมหลายอย่างประกอบไปด้วย

(1) กิจกรรมปลูกต้นไม้ 1,020 ต้น ประกอบด้วยต้นชมพูพันธ์ทิพย์ ต้นเหลืองปรีดียาธร และต้นทองอุไร เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
(2) กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งประกอบไปด้วย ปลากะพงจำนวน 4,000 ตัว 
(3) ปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาด และเก็บวัชพืชในพื้นที่สวนสาธารณะ 

อีกทั้งครั้งนี้  ทางสมาคมฯ ได้ร่วมกันมอบอุปกรณ์การเรียน และอาหารแห้งสำหรับเด็กจำนวน 50 ชุด ให้แก่ศูนย์เด็กเล็กทีปังกรการุณยมิตร อบต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อเป็นการสนับสนุนการดูแลเด็กเล็กให้กับชุมชนอำแพงต่อไป

นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้กล่าวเพิ่มเติมว่า จากดำเนินโครงการจิตอาสาที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่จะรวมใจชาวปักษ์ใต้เพื่อสืบสานรักษาต่อยอดโครงการพระราชดำริ ยังเป็นการประกาศให้รู้ว่าชาวใต้รักในสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้จัดโครงการจิตอาสานอกพื้นที่ภาคใต้ เพื่อขยายพื้นที่ให้พี่น้องชาวปักษ์ใต้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อเป็นการสร้างความรักสามัคคี และยังเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชาวชุมชน ในครั้งนี้ได้เลือกพื้นที่ที่เป็นสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวสมุทรสาครใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจ การมาปลูกป่า และปรับภูมิทัศน์นี้จะช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับสวนสาธารณะดังกล่าว เพื่อให้ชาวจังหวัดสมุทรสาครได้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากยิ่งขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ให้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top