Friday, 31 July 2026
TheStatesTimes

นั่งเชียร์กีฬาแบบฉบับ ‘คนดังระดับโลก’ ถ้ากล้องจับ ‘โบกมือ-ยิ้มแล้วจบ’ ไม่หวงแสง

(30 มิ.ย.66) ภาพนักการเมืองหนุ่มพร้อมคณะเข้าไปชมการแข่งขันวอลเลย์บอลระหว่างทีมชาติไทยกับตุรกีเมื่อวันก่อน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะภาพของคนรุ่นใหม่ถูกฉายทับกับการกีฬานั้น ไม่ว่ามองมุมไหนก็ต้องบอกว่า ‘งดงาม’

แต่ทว่า 'เขา' คนนั้นกลับแสดงออกจน ‘เกินงาม’

ในหมู่ประเทศที่กีฬาได้รับความนิยมมากๆ เช่น อังกฤษ หรือ สหรัฐอเมริกา การมีคนดังเข้าไปนั่งเชียร์ถึงริมขอบสนามคือเรื่องธรรมดาสามัญ (มาก) รักเชียร์ทีมไหน กีฬาประเภทใด ก็ตามแต่กำลังใจ กำลังทรัพย์ของท่าน (เอง) บางคนได้ตั๋วเชิญ บ้างก็ลงทุนซื้อตั๋วรายปีเพื่อสนับสนุนทีมรักของตนอีกทาง

แทบทั้งหมดล้วนมีฐานะ 'แฟนคนหนึ่ง' เช่นเดียวกับ 'แฟนานุแฟนทั้งหลาย'

เพราะในงานกีฬา ‘พระเอก-นางเอก’ ก็คือ ‘นักกีฬา’

ไม่ว่าคุณจะยิ่งใหญ่คับโลกระดับ สตีเวน สปีลเบิร์ก, เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่, แจ็ค นิโคลสัน, แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์ หรือตัวมัม ริฮานนา กระทั่งอดีตและปัจจุบันประธานาธิบดี บารัก โอบามา & โจ ไบเดน ก็นั่งปะปนกับคนดูท่านอื่นข้างสนาม หรือเต็มที่ก็ริงไซด์ (แถวหน้า) กล้องจับขึ้นจอสนามก็โบกมือทักทายตามมารยาทสักที เท่านี้จบ ไม่มีวนรอบ 2 หรือ 3

ย้ำอีกทีว่าตัวเอกของทุก ๆ สเตเดียม คือ 'นักกีฬา'

ดารา นักร้อง นักแสดง นักการเมือง ต่างก็มีเวทีพร้อมแสงไฟสปอร์ตไลท์จับเป็นของตนเองอยู่แล้ว ตามธรรมเนียมปฏิบัติจึงไม่ควร 'หาซีน' แก่ตัว โดยช่วงชิงพื้นที่นักกีฬาผู้กำลังทำหน้าที่อย่างแข็งขัน

คนดูกีฬาก็เสมือนกำลังชมละครซึ่งปราศจากการแสดงนั่นเอง

หลายปีก่อนเคยมีนักร้องผิวสีคนหนึ่ง เข้าไปชมเกมบาสเกตบอลอย่างคนดูเกมปกติธรรมดา โดยเขาคนนั้นกำลังมีข่าวพัวพันเรื่องยาเสพติด แถมข้อหาทำร้ายร่างกายแฟนสาว โชคไม่ดีมีคนดูท่านอื่นจำ (เขา) ได้ เสียงโห่ไล่จนนักกีฬาหยุดเล่น สุดท้ายพ่อหนุ่มนักแรปรายนั้น ต้องเดินคอตกออกจากสนามไป...และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าไม่มีกล้องตัวใดในสนามจับภาพเขาคนนั้นเลย

พลังของแฟน (คนดู) สนับสนุนกีฬานั้นยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์เสมอ

เรื่อง: พรชัย นวการพิศุทธิ์
 

‘เพนตากอน’ เผย ‘บอลลูนสอดแนมจีน’ ที่ถูกเครื่องบินรบยิงตก ไม่ได้เก็บข้อมูลใดๆ แค่ลอยออกนอกเส้นทางเข้าสู่น่านฟ้าสหรัฐฯ

วันที่ (30 มิ.ย. 66) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า บอลลูนสอดแนมของจีนที่ถูกเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ยิงตกนอกชายฝั่งรัฐเซาท์แคโรไลนา เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้นไม่ได้เก็บข้อมูลข่าวกรองใดๆ ขณะลอยอยู่เหนือประเทศสหรัฐฯ
 
นายแพทริก ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่าทางสหรัฐฯ รับรู้ว่า บอลลูนลูกดังกล่าวมีขีดความสามารถในการเก็บข้อมูลข่าวกรอง แต่จากการประเมินในตอนนี้บ่งชี้ว่า บอลลูนที่ว่านี้ไม่ได้เก็บข้อมูลใดๆ ขณะบินอยู่เหนือประเทศสหรัฐฯ และความพยายามของสหรัฐฯ ในการลดการเก็บข้อมูลข่าวกรอง ส่งผลให้บอลลูนไม่สามารถเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนใดๆ ออกไปได้
 
บอลลูนลูกดังกล่าวลอยข้ามดินแดนประเทศสหรัฐฯ ไล่ตั้งแต่รัฐอะแลสกาไปจนถึงบริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐเซาท์แคโรไลนา กินระยะเวลาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยบินผ่านสิ่งก่อสร้างทางทหารที่มีความละเอียดอ่อน จุดให้เกิดความกังวลว่า จีนอาจใช้บอลลูนลูกดังกล่าวในการเก็บข้อมูลข่าวกรองที่สำคัญ
 
ภายหลังการถูกยิงตก กองทัพสหรัฐฯ ได้กู้ซากของบอลลูนดังกล่าวขึ้นจากมหาสมุทรแอตแลนติก และหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างวิเคราะห์เศษชิ้นส่วนของบอลลูน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ย่ำแย่ลง โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ออกมายกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีนในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่จีนออกมาปฏิเสธว่า บอลลูนลูกดังกล่าวไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อสอดแนม เพียงแต่ลอยออกนอกเส้นทางจนเข้าสู่น่านฟ้าสหรัฐฯ เท่านั้น
 
ทั้งนี้ นายไรเดอร์ไม่ได้ยืนยันรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล ที่รายงานว่าบอลลูนดังกล่าวของจีน มีการใช้อุปกรณ์ที่สหรัฐฯ ผลิต แต่กล่าวว่ าในอดีตอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนของจีนมีการใช้อุปกรณ์ของสหรัฐฯ ที่หาได้ทั่วไป
 

‘หลวงปู่ชลอ’ เจ้าอาวาสวัดเพชรวราราม พระอารามหลวง มรณภาพ หลังอาพาธเนื่องจากชราภาพ สิริอายุ 94 ปี

(30 มิ.ย. 66) มีรายงาน ‘พระพรหมวชิราลังการ’ หรือ ‘หลวงปู่ชลอ’ เจ้าอาวาสวัดเพชรวราราม พระอารามหลวง จ.เพชรบูรณ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ) มรณภาพอย่างสงบ ที่ รพ.วิชัยยุทธ กรุงเทพฯ หลังมีอาการอาพาธเนื่องจากชราภาพ สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74

โดยรายงานเผยว่า วันที่ 30 มิ.ย. 2566 ทางด้านพระโสภณวชิรากร เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ (ธ) เลขานุการเจ้าอาวาสวัดเพชรวราราม พระอารามหลวง เปิดเผยว่า จากการที่พระพรหมวชิราลังการ เจ้าอาวาสวัดเพชรวราราม พระอารามหลวงปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ) มีอาการอาพาธเนื่องจากชราภาพ คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ได้นำตัวไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร แพทย์และพยาบาลได้ให้การรักษาพยาบาลอย่างเต็มความสามารถ แต่เนื่องจากท่านชราภาพมากแล้ว ร่างกายอ่อนแอ ประกอบกับมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด จึงได้ละสังขารด้วยอาการอันสงบ ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 20.38 น. สิริอายุ 94 พรรษา 74

ซึ่งสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับคณะสงฆ์และชาวจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง สำหรับประวัติ หลวงปู่ชลอ พระโสภณวชิรากร  เจ้าอาวาสวัดเพชรวราราม พระอารามหลวง ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5-6 และ 7 (ธ) มีนามเดิมว่า ชลอ เขื่อนเจริญ เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2472 ที่บ้านหนองหลวง ตำบลบางลี่ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ขณะอายุ 14 ปี ได้เข้าบรรพชา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2485 ณ วัดบางลี่ ตำบลบางลี่ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี โดยมี พระอธิการสุข สุขสโร วัดบางลี่ เป็นพระอุปัชฌาย์

ภายหลังบรรพชาใหม่ในคณะธรรมยุติกนิกาย เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ณ วัดสิริจันทนิมิตร ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยมี พระศีลวรคุณ (ลำเจียก สงฺกิจฺโจ) วัดสิริจันทนิมิตร เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมี สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระธรรมดิลก (ทองดำ จนฺทูปโม) วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระศีลวรคุณ (ลำเจียก สงฺกิจฺโจ) วัดสิริจันทนิมิตร เป็นพระอนุสาวนาจารย์

การศึกษา
นักธรรมชั้นเอก พ.ศ. 2499 สอบได้ เปรียญธรรม 5 ประโยค

เกียรติคุณ
ได้รับถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

ตำแหน่ง ฝ่ายปกครอง
พ.ศ. 2496 เป็น เลขานุการผู้ช่วยเจ้าคณะภาค 1-2-6 รูปที่ 2
พ.ศ. 2508 เป็น ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร
พ.ศ. 2518 เป็น เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์
พ.ศ. 2545 เป็น รองเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ)
พ.ศ. 2549 เป็น เจ้าคณะภาค 4-5-6-7  (ธ)
พ.ศ. 2552 เป็น ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ)
พ.ศ. 2555 เป็น ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเพชรวราราม พระอารามหลวง
พ.ศ. 2555 เป็น เจ้าอาวาสวัดเพชรวราราม พระอารามหลวง

สมณศักดิ์
พ.ศ. 2499 เป็น เปรียญธรรม 5 ประโยค
พ.ศ. 2508 เป็น พระครูสัญญาบัตร ที่ พระครูภัทรสังวรคุณ
5 ธันวาคม พ.ศ. 2516 เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ พระกิตติสารโสภณ วิมลศีลาภรณ์ ธรรมิกคณิสสร
5 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชพิศาลสุธี ศรีปริยัติคุณาภรณ์ ยติคณิสสร ยวรสังฆาราม คามวาสี
5 ธันวาคม พ.ศ. 2539 เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพรัตนดิลก สาธกธรรมวิจิตร ปสาทกิจธุราทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
12 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมวราลังการ ศีลาจารวัตรวิมล โกศลวิหารกิจ พิพิธธุราทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิราลังการ ปูชนียฐานประยุต วิสุทธิ์ภาวนาโกศล วิมลสีลสมาจารมุนี ตรีปิฎกคุณาภรณ์ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
 

ศึกชิงตำแหน่งประธานสภาฯ

ศึกชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ระหว่างก้าวไกลและเพื่อไทยยังคงลอยเป็นกระแสในโลกโซเชียลอยู่ กองเชียร์ของทั้ง 2 พรรคต่างก็มีเหตุผลมาหนุนให้พรรคในดวงใจได้นั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ 
.
โดยตัวเต็งของเพื่อไทย คือ ‘สุชาติ ตันเจริญ’ อดีตรองประธานสภาฯ คนที่ 1 (ปี 2548 และ 2562) และอดีต ส.ส. 9 สมัย มีประสบการณ์ทางการเมืองมากกว่า 30 ปี 
.
ทางฟากก้าวไกลก็คือ ‘หมออ๋อง’ ปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตสัตวแพทย์ อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (ก่อนเป็นก้าวไกล) หนึ่งในมืออภิปรายทุจริตกองทัพ ต้นตอกราดยิงโคราช
.
วันนี้ THE STATES TIMES สรุปประวัติคร่าวๆ ของตัวเต็งทั้ง 2 พรรคมาให้แล้ว จะโดดเด่น เหมาะสมกับตำแหน่งแค่ไหน มาดูกัน!!
 

เกาะไอเดีย COMMART ในวันที่รายอื่นตายจาก ผสานพลัง ‘ออฟไลน์-ออนไลน์อีเวนต์’ รุกตลาดต่อเนื่อง



(1 ก.ค. 66) แม้พฤติกรรมการช็อปปิ้งสินค้าของคนรุ่นใหม่กับหลากหลายประเภทสินค้า จะเริ่มเทซัดไปสู่การซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายและตรวจสอบราคา โปรโมชัน ได้แบบทันใจ แต่ก็ยังมีกลุ่มสินค้าบางอย่างที่บางครั้งต้องยอมรับว่า ‘หากไม่เห็นกับตา’ ก็อาจจะยังยากต่อการตัดสินใจ

สินค้าที่ว่านั้น คือ สินค้าในกลุ่มไอซีที ที่ประกอบไปด้วยคอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก และสารพัด Device เพื่อเชื่อมต่อทุกการสื่อสารและไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลครองเมือง ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายสินค้าไอทีทั่วไป เพียงแต่ หากคุณอยากเห็นสินค้าแบบครบลูป ครบรุ่น และรวมถึงเทรนด์สินค้าใหม่ๆ ในที่เดียว ก็ยังต้องพึ่งพางาน Exhibition ที่มักจะจัดขึ้นกันทุกปี

ทว่า งานแสดงสินค้าไอทีเหล่านี้ ก็ค่อยๆ ล้มหายกันไปทีละราย ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะต้านทานแรงพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่บางกลุ่มที่ไม่ซีเรียสกับการต้องเห็นสินค้าจริง แต่เช็กดูรีวิวในโลกออนไลน์แล้วก็ตัดสินใจซื้อแบบทันใจ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะการจัดงานประเภทนี้ต้องใช้พลังในการดึงคู่ค้า รวมถึงการต่อรองให้เกิดการนำสินค้า และโปรโมชันที่ควรค่าแก่การดึงดูดคนมาในงาน ซึ่งยากมาก

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันก็ยังมีผู้เล่นในตลาดแสดงสินค้าด้านไอซีทีหลงเหลืออยู่ และยังอยู่แบบไม่ยอมหายไปไหน นอกจากโควิด19 เท่านั้นที่มาเบรกชะลอการจัดงาน แต่ก็ยังสามารถผสานรูปแบบการจัดงานผ่านออนไลน์มาชดเชยได้ โดยผู้เล่นรายนั้นก็คือ Commart โดย ARIP ซึ่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ (6-9 ก.ค. 66) ก็จะมีอีเวนต์เพื่อสายไอที และชื่นชอบเทคโนโลยีมาให้ไปแวะเวียนในพิกัดที่คุ้นเคย

ว่าแต่ทำไม Commart ถึงยังยืนหยัดเป็นอีเวนต์ขาประจำได้ในยุคปัจจุบัน? และทำอย่างไรถึงสามารถฝ่ามรสุมโควิด19 มาได้? เรื่องนี้ นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) หรือ ARIP ผู้ดำเนินธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ การจัดงานอีเวนต์ และธุรกิจ Digital Platform & Service ในฐานะเจ้าของงานแสดงมหกรรมสินค้าไอซีทีชื่อดังของไทยภายใต้ชื่อ ‘Commart’ ได้เผยผ่านรายการ ‘NAVY TIME เรื่องดีๆ ประเทศไทยยามเช้า’ ออกอากาศช่วงเช้า เวลา 07.00 - 08.00 น. ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2566 โดยเล่าถึงการขับเคลื่อน COMMART ให้ยังอยู่รอดในช่วงวิกฤตโควิด19 และสามารถขยายขีดจำกัดในการจัดงานไปสู่ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่อย่างออนไลน์ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า...

แม้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 จนทำให้ไม่สามารถจัดงานแบบ On ground ได้เต็มที่ แต่ทาง ARIP ก็สามารถปรับตัวตามแนวโน้มของสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาต่อยอด ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์มารองรับการจัดงานอีเวนต์ ภายใต้การประยุกต์เทคโนโลยี AR / VR และ Metaverse ต่อยอด Virtual & Hybrid Event เพื่อนำเสนออีเวนต์ในรูปแบบใหม่ผ่านโลกออนไลน์ 

“เรามีลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมากมาย เช่น งานกาชาดออนไลน์ในปี 63 และปี 64 ซึ่งพัฒนาอีเวนต์ออกมาในรูปแบบ Virtual Event ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม e-Commerce ของงานออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 55 ที่พัฒนาให้กับสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, งาน Virtual Event ที่จัดให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), งาน Virtual Event พิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่น ของสำนักงานคปภ. เป็นต้น

“เช่นเดียวกันกับงาน Commart ที่ถึงแม้ว่าทาง ARIP จะไม่ได้จัดอีเวนต์แบบ On Ground ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิดอย่างรุนแรง แต่ก็ได้นำแพลตฟอร์ม Virtual Event มาประยุกต์ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ รวมถึงความสำเร็จจากการจัดงาน Commart ช่วงปลายปี 64 จนทำให้เจ้าของสินค้าและผู้จัดจำหน่ายทั้งรายเล็กและรายใหญ่เชื่อมั่นในการร่วมมือกับงาน Commart ในปี 65 อย่างต่อเนื่อง”

นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า “ด้วยสถานการณ์ในปีนี้ที่ดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้า โควิดไม่รุนแรงเหมือนเก่า และผู้คนมีวัคซีนป้องกันโดยทั่วแล้วนั้น จึงทำให้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และนั่นก็ทำให้งาน Commart ตั้งแต่ช่วงต้นปีกลับมาจัดได้เหมือนเดิม แต่ถึงกระนั้น รูปแบบวิธีการจัดงานที่ถูกปรับเข้ามาใหม่ด้วยแพลตฟอร์ม Virtual Event ก็ได้สร้างความตื่นเต้นจากฐานผู้เข้าชมผ่านแพลตฟอร์มนี้ในระดับหนึ่งด้วยเช่นกัน เพราะสามารถช่วยให้พวกเขาเข้าถึงงาน Commart ได้จากทุกหนทุกแห่ง พร้อมตอบโจทย์ระบบแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายที่สามารถซื้อจากที่ไหนก็ได้ไปพร้อมๆ กัน 

“แม้เราจะกลับมาจัดงาน Commart รูปแบบเดิมได้แบบปกติ แต่เราก็จะไม่ทิ้งกลุ่มคนที่อยู่บนออนไลน์ หรือคนที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ โดยจากนี้ไปเราจะผสานรูปแบบการจัดงานให้อยู่ในทรงของ Hybrid ต่อไป เพราะตรงนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดีต่อ ARIP ที่จะกลายเป็นผู้มีประสบการณ์และความพร้อมในการเป็น Exhibitor ที่สามารถจัดงานได้ทั้งแบบ On  Ground และ Online สร้างผลกำไรให้บริษัท และสามารถปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นได้มากขึ้นต่อไปด้วย”

ทั้งนี้ นายบุญเลิศ ได้กล่าวเสริมอีกด้วยว่า แม้จะรูปแบบอีเวนต์ออนไลน์เสริมเข้ามา แต่ก็ยังอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นใจเสน่ห์ของ Commart On Ground ที่ทาง ARIP คงไว้ให้ทุกคนสัมผัสได้ทุกครั้ง คือ ความครบของแบรนด์สินค้าชั้นนำ และทุกรุ่นสินค้าที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ เทสต์ทดลองได้ สามารถซื้อและนำกลับบ้านได้เลย ขณะเดียวกันในส่วนของโปรโมชันต่างๆ ก็จัดเต็มแบบคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นคูปองส่วนลด และพริวิลเลจต่างๆ ภายในงาน ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคที่มาแวะเวียนเสมอ เพราะนี่คือจุดแข็งของ Commart ที่ยังคงเอื้อประโยชน์ต่อคู่ค้าและผู้บริโภคได้ไม่เปลี่ยน

“อนาคต Commart จะทำแพลตฟอร์มที่เรียกว่า Personal Live Marketing เป็นแพลตฟอร์มที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคของสินค้าไอทีโดยเฉพาะเพิ่มเข้ามาด้วย รอติดตามกันครับ” นายบุญเลิศ ทิ้งท้าย

สำหรับการจัดงาน Commart Crazy Deal ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2566 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เวลา 10.00-21.00 น. ณ EH 98-99 จะมีสินค้าไอทีมากกว่า 500 แบรนด์ รวมกันกว่า 200 บูธ โดยเทรนด์เทคโนโลยีในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 นี้ นายบุญเลิศ เผยว่า ผู้บริโภคจะได้เห็นโน้ตบุ๊กที่บางเบา สเปกแรง รวมถึงสมาร์ตดีไวซ์ที่มีเทคโนโลยี AI ฝังอยู่ในการทำงาน นอกจากนี้แล้วยังมีความคึกคักในส่วนของเทคโนโลยี AR และ VR อีกด้วย ซึ่งเป็นผลพวงจากการมาของ Apple Vision Pro เป็นต้น
 

'อาร์ต พศุตม์' ประกาศชัด ยืนทุกครั้งที่ได้ยินเพลงสรรเสริญฯ ชี้!! ใครไม่ยืนไม่ว่า แต่ไม่มีสิทธิไปต่อว่าคนที่ยืน

วันที่ (30 มิ.ย. 66) หลังจากกรณีที่ นักแสดงรุ่นใหญ่ที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน อย่าง 'นก สินจัย' โพสต์ภาพการยืนถวายความเคารพในโรงหนัง โดยมีข้อความประกอบว่า..."แม้เหลือคนเดียวทั้งโรง เราก็จะยืน" พร้อมลงแคปชันว่า "...เราก็จะยืน" จนกลายเป็นกระแส และมีเพื่อนร่วมวงการ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับดัง นักร้อง นักแสดง ต่างก็ออกมาแสดงจุดยืนกันอีกมากหน้าหลายตา

ล่าสุดดาราหนุ่มอย่าง 'อาร์ต พศุตม์' ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการยืนถวายความเคารพในโรงหนังเมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีบรรเลงขึ้น โดยได้โพสต์ภาพ พร้อมระบุข้อความแสดงจุดยืนของตนอย่างชัดเจน ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @art_phasut98 ระบุว่า...

"สะดวกแบบนี้ ใครไม่ยืน แต่ผมยืนทุกครั้ง ที่ได้ยินเพลงนี้ไม่ว่าที่ไหน

….ไม่เคยต่อว่าใครว่าไม่ยืน แต่ คนที่ไม่ยืนก็ไม่มีสิทธิต่อว่าคนที่ยืน"

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ ก็มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาคอมเมนต์และชื่นชมกันมากมาย

2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540  ไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท จุดเริ่มต้นสู่ ‘วิกฤตต้มยำกุ้ง’

วันนี้เมื่อ 26 ปีก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท หลังจากถูกโจมตีค่าเงินบาทอย่างหนัก ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนจาก 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ พุ่งขึ้นไปที่ 40 บาททันที

วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 วันอีกหนึ่งวันที่คนไทยหลายคนยังจดจำไม่ลืม เมื่อรัฐบาลไทยในสมัย พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างหนัก จากอัตราแลกเปลี่ยน 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นไปทันทีที่ 40 บาท และไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึง 52 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลกระทบอย่างหนักกับหลายบริษัทที่ไปกู้เงินดอลลาร์สหรัฐมาลงทุน

จากภาวการณ์ลดลงของค่าเงินบาทได้ส่งผลต่อภาระหนี้ต่างประเทศเป็นอันมาก เพราะดอกเบี้ยที่ต้องชำระคืนเพิ่มสูงเป็นอันมาก (ก่อนเกิดวิกฤต กู้มาในอัตราเพียง 1 ดอลลาร์เท่ากับ 25 บาท) ในปี 2533 ประเทศไทยเป็นหนี้ต่างประเทศ 29,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มเป็น 82,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2539 และเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในปี 2540 ไทยเป็นหนี้ต่างประเทศสูงถึง 109,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จำแนกเป็นหนี้ภาครัฐ 24,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หนี้ภาคเอกชน 85,200 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นภาครัฐเท่ากับร้อยละ 22.5 และหนี้ภาคเอกชนเท่ากับ 77.5 ของหนี้ต่างประเทศทั้งหมด

จากวิกฤตเศรษฐกิจ ในปี 2540 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและได้ขยายไปสู่ประเทศต่างในเอเชียอย่างรวดเร็ว จนถูกขนานนามว่า ‘วิกฤตต้มยำกุ้ง’ ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี

วิกฤตครั้งนั้น ยังส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยเป็นอันมาก โดยในช่วง 3 ปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 – 2542) อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจติดลบคือ เท่ากับ –2.6 โดยที่ภาคเกษตรกรรมขยายตัวเท่ากับร้อยละ 0.8 และภาคอุตสาหกรรมเท่ากับร้อยละ 0.4 ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งมีผลให้รายได้ของคนไทยลดลงในปี พ.ศ. 2540 รายได้ประชาชาติต่อหัวต่อปีของคนไทยเท่ากับ 75,991 บาท และลดลงเท่ากับ 73,771 บาท ในปี 2542 

นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อได้เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงได้สร้างแรงกดดันให้ต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นสินค้านำเข้ามีราคาสูงขึ้น รวมทั้งค่าขนส่งและค่าบริการสาธารณูปโภคสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ในปี พ.ศ. 2540 อัตราเงินเฟ้อตลอดทั้งปีสูงขึ้นอยู่ในระดับร้อยละ 6 และเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 8.1 ในปี พ.ศ. 2541 มีคนว่างงานเนื่องจากการถูกปลดและบริษัทล้มละลายเกือบ 1 ล้านคน

สวธ. จับมือกับ โชว์ไร้ขีด ลงนาม MOU ส่งเสริม เผยแพร่ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเกม พร้อมเปิดมหกรรม COSPLAY ART FESTIVAL 2023 IN THAILAND (CAF 2023) ยิ่งใหญ่แห่งปี เปิดเวทีให้คอสเพลเยอร์ไทยและนานาชาติ แสดงพลัง Soft power กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์

วันที่ 30 มิถุนายน 2566 เวลา 14.00 น. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (Show No Limit Co.,Ltd.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเกม และพิธีเปิดงาน COSPLAY ART FESTIVAL 2023 IN THAILAND (CAF 2023) มหกรรมคอสเพลย์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี โดยได้รับเกียรติจาก นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีลงนาม MOU พร้อมด้วย นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ร่วมลงนาม โดยมีนางสาวลิปิการ์ กำลังชัย  นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ นางศรีตรัง สารวัตร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมคณะทูตจากประเทศญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เครือข่ายวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และบรรดาคอสเพลเยอร์ของไทย ต่างประเทศ เข้าร่วมงาน ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม 

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด เป็นการส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ และองค์ความรู้ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ในการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยผ่านเกม อันนำไปสู่การต่อยอดระดับอาชีพในอุตสาหกรรมเกม หรือทักษะต่างๆ ในการประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ สืบเนื่องจาก สวธ. ได้มีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สำนักบริหารคณะกรรมการจัดระดับเกมแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Game Rating and Administration Committee  - GRAC) โดยมุ่งเน้นความร่วมมือด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างวินัยในการเล่นวีดิทัศน์ (เกม) รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมและนำองค์ความรู้ วิธีการต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในราชอาณาจักรไทยได้ สอดคล้องตามนโยบายหลัก 12 ด้าน ของรัฐบาลไทย เพื่อสร้างสังคมให้มีคุณภาพ คุณธรรม และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข  

อธิบดี สวธ. กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันการเข้าถึงสื่ออย่างภาพยนตร์ การ์ตูน และเกม สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาทำให้ผู้คนสามารถรับชมทางออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา เนื้อหาที่หลากหลายของสื่อเหล่านี้ ล้วนส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่านิยมและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมจนวัฒนธรรมบางส่วนเกิดการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงไป ที่เรียกกันว่า วัฒนธรรมย่อย (Sub Culture) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมรับชมสื่อ ซึ่งแฝงวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาทำให้ลอกเลียนแบบในสิ่งที่ชอบ ทั้งนี้วัฒนธรรมย่อยได้ถูกผสมผสานจากวัฒนธรรมหลักของประเทศนั้น ๆ ซึ่งเรียกว่า Pop Culture และ COSPLAY จึงเป็น Pop Culture อย่างหนึ่งที่มีกลุ่มที่ให้ความสนใจมากมายมหาศาลทั่วโลก ซึ่งสามารถนำมาผนวกกับวัฒนธรรมไทยได้ ทำให้เกิดผลงานมีความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของประเทศไทย ถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ทำให้คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบ COSPLAY สามารถนำวัฒนธรรมไทยมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มีผลงานสู่สายตานานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมแวดล้อมให้มีรายได้ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมต่อไป 
 
ด้าน หนุ่ย - พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยว่า คอสเพลย์เป็นดั่งสีสันที่อยู่คู่งาน Thailand Game Show มาอย่างเนิ่นนานนับตั้งแต่จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550 จวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ได้เห็นเป็นประจักษ์แล้วว่า งานอดิเรกนี้ คือ หนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมเติบโตขึ้นอย่ารวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะด้านต่าง ๆ ให้เยาวชน ไม่ว่าจะเป็นความกล้าคิดกล้าแสดงออก ทักษะงานฝีมือ การตัดเย็บ เทคนิคการแต่งหน้า เรียนรู้ทักษะการเต้น การแสดง หรือแม้กระทั่งการออกกำลังกายเพื่อให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับตัวละครต้นฉบับที่เลือก ซึ่งก็ล้วนเป็นผลประโยชน์ที่ได้รับจากการแต่งคอสเพลย์ทั้งสิ้น 
 
สำหรับงาน Cosplay Art Festival 2023 in Thailand (CAF 2023) ตลอดทั้ง 3 วันนี้ ได้รวบรวมกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความเป็นคอสเพลย์ ได้แก่  Thailand and International Guest Cosplayers ที่จะได้พบปะกับ คอสเพลเยอร์ท็อปเทียร์ระดับโลกอย่าง Hakken 八犬 (ฮัคเคน) คอสเพลเยอร์ชาวมาเลเซียที่มียอดผู้ติดตามใน  Instagram เกือบ 4 ล้านคน, Xiaoyukiko (小鱼KIKO) (เสี่ยวหยูกิโกะ) คอสเพลเยอร์สาวเซ็กซี่จากสิงคโปร์ มียอดผู้ติดตามใน Facebook กว่า 1 ล้านคน และ Ely (อีลี่) คอสเพลเยอร์สาวสุดน่ารักจากไต้หวัน และยอดผู้ติดตามกวา่ 9 แสนคน อีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นไฮท์ของงาน คือ CAF Cosplay Contest รางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท สิทธิ์เข้าร่วม Boot Camp สุด Exclusive กับคอสเพลเยอร์ชื่อดังของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมี Mini Concert Anisong! VTuber, Algorhythm Project, เกมสนุก ๆ และสินค้าลิขสิทธิ์แท้มากมาย 
 
ทั้งนี้ งาน Cosplay Art Festival 2023 (CAF 2023) มหกรรมคอสเพลย์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2566 ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.theconcert.com/concerts/caf2023 หรือโทร 09-2417-9289 คณสุทธดา รวดเร็ว (เจี๊บบ) สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่ www.culture.go.th, เฟซบุ๊ก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ Line @ วัฒนธรรม 

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

"เชียงราย" โครงการขยายเขตระบบไฟฟ้าพื้นที่ทำกินทางการเกษตรอำเภอแม่จัน"

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566ที่ผ่านมานาย ดุสิต วิยาภรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต1ภาคเหนือเชียงใหม่ได้ให้เกียตรมาเป็นประธานพิธีเปิดโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตรระยะที่2(คขก.2)บ้านหนองอ้อหมู่11 ตำบลป่าซางอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยมีนาย ประสงค์ น้อยหมอ ผู้จัดการการ

ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอแม่จัน นาย วรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่จัน พันตำรวจโท เอกรินทร์ ปันญานะ รองผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรแม่จันและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและหน่วยงานราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนได้เข้าร่วมภายในงานในครั้งนี้สืบเนื่องการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มีนโยบายให้เกษตรกรทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับทำกินทางเกษตรทั่วประเทศดังนั้นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA)จึงได้ทำโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตรระยะที่2(คขก.2)โดยได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายการขยายเขตไฟฟ้าทางการเกษตรและได้ให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นสำรวจพื้นที่หมู่บ้านที่ประสบปัญหาดังกล่าวจัดส่งข้อมูลให้การ

ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการสำรวจขยายเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลป่าซางอำเภอแม่จันได้ตรวจสอบพบว่าบ้านหนองอ้อหมู่11ตำบลป่าซางยังมีไฟฟ้าให้เกษตรไม่ครบทุกพื้นที่และเข้าหลักเกณฑ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงได้จัดส่งข้อมูลและจัดเข้าโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตรและประชาชนจำนวน34ครัวเรือนต่อไป

สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ‘ชัยวุฒิ’ พิจารณาเห็นชอบแผนปฏิบัติการดิจิทัลระยะ 5 ปี  จัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียน แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาชน

เมื่อวานนี้ (วันศุกร์ที่ 30 มิ.ย. 66) เวลา 13.30 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์(กบส.) ได้ร่วมประชุม กบส. ครั้งที่ 2/2566 

โดยในการประชุม คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ  (ร่าง) แผนปฏิบัติการดิจิทัลระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการดิจิทัลประจำปี พ.ศ. 2566 รวมทั้งการปรับแผนการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (รอบ 6 เดือน) และได้รับทราบผลการดำเนินงานของ สกมช. ในด้านต่าง ๆ ได้แก่

1. รายงานเหตุการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ และผลการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 
2. รายงานผลการดำเนินงานด้านงบประมาณและการก่อหนี้ผูกพัน (วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2566) ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
3.  ผลการประเมินองค์การมหาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

4. การจัดทำคู่มือการจัดวางระบบการควบคุมภายในและการประเมินผลการควบคุมภายใน
5. รายงานผลการดำเนินงานด้านการต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (1 มกราคม - 30 พฤษภาคม 2566)
6. รายงานการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

7. ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและการบริหารงานทั่วไป และมีการประกาศให้ทราบทั่วทั้งองค์กร
8. รายงานผลการจัดการความรู้ขององค์กร
9. รายงานผลการสื่อสารกับประชาชน

10. การกำหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติในการจัดการข้อร้องเรียน และการจัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนให้แก่ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาชนทั่วไป
11. รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ
12. รายงานผลการลงนามบันทึกความเข้าใจของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ถึงปัจจุบัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top