Saturday, 1 August 2026
TheStatesTimes

ฉะเชิงเทรา-ปตท.มอบเงินสนับสนุนโครงการซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้ เฉลิมพระเกียรติ อ.บางปะกง

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน  2566 นายชาญยุทธ เสือจุ้ย ผู้อำนวยการโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก จากบางปะกงไปโรงไฟฟ้าพระนครใต้ นายอุทัย มหิทธิมหาวงษ์  ผู้จัดการมวลชนสัมพันธ์ คุณกฤษฏา วงค์คุรุเสถียร รองผู้จัดการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศกรรมและบริหารโครงการและทีมงานโครงการ

เข้าพบ  นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นางปิติมา รักพานิชมณี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา พลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อแจ้งแผนการดำเนินงานโครงการฯ ความก้าวหน้าการดำเนินงานที่ผ่านมา และคำสั่งคณะกรรมการกำกับฯ

พร้อมมอบเงินงบประมาณสนับสนุนซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้ (เฉลิมพระเกียรติ)  9 ตำบลที่อยู่ในพื้นที่อำเภอบางปะกง ที่มีโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกจากบางปะกงไปโรงไฟฟ้าพระนครใต้พาดผ่าน จำนวน 180,000 บาท ทั้งนี้ผู้บริหารและพนักงานโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบางปะกง มีแผนจะเข้าร่วมกิจกรรมCSR จิตอาสาร่วมกับอำเภอบางปะกง เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ดำเนินงานโครงการของ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน).

‘ชลน่าน’ เชื่อรัฐบาลข้ามขั้วไม่เกิด  ย้ำดัน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ปัดดีลลับ ‘ลุงป้อม’

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 มิ.ย.66 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกรรมการบริหารพรรค และประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยวันเดียวกันนี้ จะมีความชัดเจนถึงขั้นมีรายชื่อออกมาเลยหรือไม่ว่า

เรามีคณะเจรจาที่จะไปคุยกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งจะหารือกันวันที่ 28 มิ.ย. วันนี้คงยังยกรายชื่ออะไรออกมาก่อนไม่ได้ ต้องรอให้คุยกับพรรคก้าวไกลก่อน ส่วนจะมีมติพรรคหรือไม่นั้น มติพรรคจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย แต่เราทราบความต้องการของสมาชิกพรรคที่อยากให้พรรคเพื่อไทย ได้ตำแหน่งประธานสภา ซึ่งคณะเจรจาก็มีข้อเสนออีกมุมหนึ่ง จึงจะนำสองมุมมองนี้มาหารือร่วมกันก่อนไปคุยกับพรรคก้าวไกลว่าทั้งสองพรรคจะมีทางออกอย่างไร

เมื่อถามว่าหากคุยกับพรรคก้าวไกลแล้ว ก่อนโหวตเลือกประธานสภาฯ วันที่ 4 ก.ค. พรรคเพื่อไทยต้องมีการประชุมส.ส.กันอีกครั้งหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องจบก่อนวันที่ 4 ก.ค. มั่นใจจบได้ด้วยดี แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นก็อาจมีการประชุม ส.ส.ก่อนวันที่ 4 ก.ค. และเชื่อวันลงมติเสียงพท.จะไม่แตก
เมื่อถามว่าหากมีการลงมติกันแล้วมั่นใจว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย.จะโหวตทิศทางเดียวกันใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตอนนี้เรายังไม่ใช้ที่ประชุมเพื่อลงมติ เพราะการเจรจายังไม่สิ้นสุด หากเอามติพรรคไปเป็นข้อเจรจา การหารือจะลำบาก เราต้องไปฟังคู่เจรจาก่อนว่าจากมุมของพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลเห็นอย่างไร เราคุยกันแบบพรรคร่วมที่จะต้องจับมือร่วมกันไป เรารู้ว่าเราแยกกันไม่ได้ และเราเองก็ไม่มีทางที่จะแยกกันได้ด้วย ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ถูกมัดด้วยอาณัติของประชาชนเช่นนี้จึงแยกยาก ต้องจับมือร่วมกันไปเพื่อทำงานตามที่ประชาชนมุ่งหวัง คือรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน 

เมื่อถามย้ำว่าไม่ว่าพรรคเพื่อไทย หรือพรรคก้าวไกลได้ตำแหน่งประธานสภาฯไป เสียง 8 พรรคร่วมจะไม่แตกใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือเราต้องจับมือกันไป ส่วนตำแหน่งประธานสภาฯ หรือคณะรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่เราต้องคุยกันเพื่อจับมือกันไปอย่างมั่นคง เมื่อถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลแบบข้ามขั้วจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในมุมพท.มั่นใจไม่เกิดขึ้น เกิดขึ้นแต่ในมุมมองของสื่อ

เมื่อถามถึงความกังวลในการเสนอชื่อนายกฯ แข่งของฝ่ายรัฐบาลเดิมในวันโหวตเลือกนายกฯ เมื่อรวมกับเสียงของส.ว.จะได้รัฐบาลเสียงข้างน้อย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้เพราะเขามีสิทธิที่จะทำ หากเขาทำเช่นนั้นโอกาสได้นายกฯ สูงมาก เพราะเขามีเสียง 188 บวกกับ ส.ว.250 ก็เกิน 276 เสียง ก็ถือเป็นข้อกังวล แต่หากการโหวตครั้งแรกๆ เขาน่าจะมีความละอาย ไม่เกรงกลัวต่อบาปก็ได้ ดังนั้นเขาน่าจะละอายที่ไม่เสนอชื่อนายกฯ เสียงข้างน้อยมาแข่ง อย่างไรก็ตาม หากเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง เรามีหน้าที่รับมือไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ส.ว.บางคนแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่โหวตเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า คนที่ตัดสินคำนั้นดีที่สุดคือประชาชน เพราะประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ เหตุผลที่เขาจะมีรัฐบาลเสียงข้างน้อย คือเขาเป็นนายกฯ เพื่อยุบสภาฯ และสกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายประชาธิปไตยเป็นรัฐบาลเท่านั้น ต้องถามว่าประชาชนเอาหรือไม่ รับได้หรือไม่

เมื่อถามว่า 8 พรรคร่วมรัฐบาลจะประสานกับ ส.ว.ก่อนการโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นหน้าที่หลักโดยเฉพาะของพรรคก้าวไกลที่ต้องพูดคุย หาเสียงจาก ส.ว.และ ส.ส.จากพรรคอื่นที่ไม่ได้ประกาศเข้าร่วมรัฐบาล ให้ได้เสียง 376 เสียงเพื่อให้ตั้งรัฐบาลได้ แต่หากพรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่ได้ก็ต้องมีคำตอบให้ประชาชนว่าเป็นเพราะอะไร เขาจะได้หาวิธีการและช่องทางในการตัดสินอนาคตของประเทศได้ว่าเขาจะทำอย่างไร แต่เชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะมีแผนสำรองอยู่ตลอด เราเองในฐานะ 8 พรรคร่วมไม่สามารถพูดได้ว่าเรามีแผนสำรอง เรามีแบบแผนหลักคือจะทำอย่างให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนหลักจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และนายพิธาเป็นนายกฯ คนที่ 30 เท่านั้น

เมื่อถามว่าหากวันนั้นโหวตนายพิธาเป็นนายกฯ ไม่สำเร็จ 8 พรรคร่วมรัฐบาลจะทำอย่างไรต่อ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า“ไม่ใช่ว่าพรรคอันดับ 2 เดินอย่างไร แต่ต้องทั้ง 8 พรรคมาคุยกัน”
เมื่อถามว่าหากเป็นพรรคเพื่อไทย จะสามารถรวมเสียงได้ 376 เสียงหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “ด้วยความเคารพ ผมพยายามที่จะไม่ตอบคำถามนี้ เพราะผมตอบไม่ได้จริงๆ หากตอบจะกลายเป็นเงื่อนไขที่เราพยายามแย่งจัดตั้งรัฐบาลซึ่งไม่ดี”

เมื่อถามถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เดินทางไปประเทศอังกฤษเพื่อดีลลับกับพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าไม่มีดีลลับ เพราะถ้ามีเขาต้องมาแจ้งผม ซึ่งคนดีลกลับมาแล้ว และในนามหัวหน้าพรรคยืนยันไม่ได้รับการแจ้งเบาะแสเรื่องที่เป็นข่าว โดยสรุปคือเราไม่มีดีลลับ”

เมื่อถามต่อว่าเป็นการดิสเครดิตทำลายพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า แล้วแต่จะมอง เราชินชาแล้วแต่ก็คงไปห้ามไม่ให้มีข้อวิจารณ์ไม่ได้ แต่เรายืนยันว่าจะยึดในวิถีประชาธิปไตยและประชาชนเป็นหลัก

‘ณธีภัสร์’ สิ้นสมาชิกสภาพ ส.ส.ก้าวไกล จากคดีเมาแล้วขับ ด้าน ‘สภาฯ’ แจงจำนวนตัวเลข ส.ส.ล่าสุด เหลือ 499 คน

(27 มิ.ย. 66) ที่รัฐสภา นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงการปรับตัวเลข ส.ส.จาก 500 คน เหลือ 499 คนว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือถามไปยังศาลอาญามีนบุรี เพราะทราบจากข่าวว่า น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต้องคดีเมาแล้วขับ ซึ่งวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางสำนักงานฯ ได้รับหนังสือจากศาลอาญามีนบุรีแจ้งว่าคดีถึงที่สุดแล้ว ก็เท่ากับสิ้นสมาชิกภาพ ส.ส.แล้ว ตามมาตรา 101 (13)

ดังนั้น จำนวน ส.ส. จึงลดลง ซึ่งทางสำนักงานฯ ได้แจ้งไปทางพรรคก้าวไกล และ น.ส.ณธีภัสร์ ให้ทราบ ซึ่งได้ประสานเป็นการภายในกับ น.ส.ณธีภัสร์ แล้ว ส่วนหนังสือแจ้งทางการจะเป็นวันนี้

ส่วนการเลื่อนบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมาแทนนั้น นางพรพิศ กล่าวว่า จะต้องรอให้มีประธานสภา คนใหม่ก่อน และประธานสภา เลื่อนบัญชีของพรรคก้าวไกลขึ้นมาแทน โดยใช้เวลา 7 วัน

นางพรพิศ กล่าวต่อว่า สำหรับความพร้อมในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ซึ่งกำหนดการได้ลงมาแล้ว ดังนั้น ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ทางสำนักงานฯจะแจ้งทุกหน่วยงาน และสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้ทราบรายละเอียดในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระราชินีฯจะเสด็จพระราชดำเนิน ที่โถงรัฐพิธีชั้น 11 อาคารรัฐสภา ในเวลา 17.00 น.

ส่วนการประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาและรองประธานสภา 2 คน นางพรพิศ กล่าวว่า ทางสำนักงานฯ ได้ประสานกับทุกพรรคแล้ว ส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันที่จะมีการประชุมสภานัดแรกในวันที่ 4 ก.ค. เวลา 09.30 น. ยืนยันว่า ทางสภาฯ เราซักซ้อมความพร้อมตลอดเวลาในเรื่องเปิดพิธีประชุมรัฐสภา ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะมีบุคคลต่างๆ เข้ามาร่วมงานจำนวนมาก จึงประสานเจ้าหน้าที่สภาฯ ที่ไม่เกี่ยวข้องให้เวิร์กฟรอมโฮม พร้อมขอความร่วมมือกับสื่อมวลชน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเข้ามาสภาฯ ในวันที่ 3 ก.ค.นี้

ส่วนวันที่ 4 ก.ค.ที่เปิดประชุมสภานัดแรก ทางสภามีความพร้อมในเรื่องของการลงคะแนน และขั้นตอนต่างๆ เพื่อเลือกประธานสภา โดยมีการซักซ้อมกับประธานสภาชั่วคราวที่อาวุโสสูงสุดเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับส.ส.บัญชีรายชื่อที่เลื่อนขึ้นมาแทนน.ส.ณธีภัสร์ คือ นายสุเทพ อู่อ้น ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 27

ไทยรับอานิสงส์ ต่างชาติจ่อย้ายฐานการผลิต หลังการแข่งขันเทคโนโลยี ‘จีน-สหรัฐฯ’ ยืดเยื้อ 

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผย สถานการณ์การแข่งขันเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ยังคงยืดเยื้อ และคาดการณ์ว่าจะยังไม่สิ้นสุดในระยะเวลาใกล้นี้ ส่งผลให้บริษัทรายสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของโลกเริ่มย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนไปยังแหล่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่ประเทศคู่แข่งขันในสงครามเทคโนโลยี โดยมองว่า ‘ไทย’ จะได้รับอานิสงส์ หลังมีการวางตัวเป็นกลางระหว่างทั้งสองประเทศ 

นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเข้าไปลงทุนของบริษัทต่างชาติในไทย พบว่า ปัจจัยด้านห่วงโซ่อุปทานของไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งยังสามารถแข่งขันได้ เนื่องจากประเทศคู่แข่งยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีความไม่ซับซ้อนคล้ายคลึงกับไทย ในแง่ของการเป็นฐานการผลิตสินค้าแต่ละประเทศมีสินค้าที่คล้ายคลึงกัน หรือก็คือ เป็นฐานการผลิตสินค้าขั้นสุดท้ายที่ใช้ส่วนประกอบจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเหมาะแก่การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน ไทยมีโอกาสที่จะถูกเลือกเป็นประเทศปลายทางในการตั้งฐานการผลิต โดยหลายบริษัทมีแนวโน้มที่จะย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศคู่ขัดแย้งในสงครามเทคโนโลยีครั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดกับกิจการของตน และไทยเองมีศักยภาพที่จะดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและเอกชนต้องเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรมการผลิต ที่มีความซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงให้ได้โดยเร็ว ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงมากขึ้นกว่าปัจจุบัน ผู้ประกอบการควรวางแผนการกระจายความเสี่ยง กรณีห่วงโซ่อุปทานของโลกหยุดชะงัก โดยการจัดหาวัตถุดิบที่มาจากหลายแหล่ง ซึ่งขณะนี้ภาครัฐได้เร่งส่งเสริมให้เกิดพันธมิตรทางการค้าใหม่ๆ

‘ลุงป้อม’ แจงบินไปอังกฤษ แค่เรื่องสุขภาพ ปัดดีล ‘ทักษิณ’ บอกไม่ได้โทรคุย ไม่ได้เจอกัน 18 ปีแล้ว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงกรณีถูกจับตาในการเดินทางไปอังกฤษ ว่า ไปเรื่องสุขภาพ ดูแลร่างกายตัวเองส่วนไม่มีดีลลับหรือไปคบกับใครใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ไม่พบ พบกับใครอ่ะ เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวไปพบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ตนจะไปพบได้อย่างไรเล่าไม่เจอกัน 18 ปีแล้ว เมื่อถามต่อว่าไม่ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธว่า ไม่มี โทรก็ไม่พูดกัน ไม่เคยพูดกัน

ส่วนกระแสข่าวหากมีการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรเป็นนายกรัฐมนตรี จะพร้อมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่พูดถึงตรงนั้น ต้องรอไปก่อน เมื่อถามถึงการประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐจะมีการกำชับอะไรหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ก็เรื่องทั่วๆไปของ ส.ส.ใหม่ เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎของสภา ส่วนจะมีการพูดคุย ถึงการโหวตประธานสภาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธว่า ไม่ ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เดี๋ยวพูดกันในพรรคอีก ก็ต้องดูว่ามติในพรรคเป็นอย่างไร ส่วนจะเป็นไปในรูปแบบฟรีโหวตหรือรูปแบบมติพรรค ยังไม่รู้เลย ต้องประชุมก่อน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการที่พรรคพลังประชารัฐ จะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ไม่มีๆ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพล.อ.ประวิตร กับพรรคเพื่อไทย หากมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กรณีต้องฝ่าทางตันทางการเมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ก่อนเดินขึ้นรถกลับทันที อย่างไรก็ตามท่าทีของพล.อ.ประวิตร ทั้งช่วงก่อนและหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีมีท่าทีที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดี

🔍สุดยอด!! ซอยรมณีย์ ย่านเมืองเก่า จ.ภูเก็ต ของประเทศไทย

🔍สุดยอด!! ซอยรมณีย์ ย่านเมืองเก่า จ.ภูเก็ต ของประเทศไทย ติดอันดับ 19 The World's 20 Most Beautiful Streets (ถนนที่สวยที่สุดในโลก) ซึ่งเป็นซอยเล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างถนนถลาง และถนนดีบุก เต็มไปด้วยตึกเก่าศิลปะชิโนโปรตุกีส อันเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของศิลปะแบบภูเก็ต มีร้านกาแฟ ร้านขายของฝาก เกสท์เฮ้าส์ บางส่วนก็ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยด้วย ซอยรมณีย์จึงยังคงมีชีวิตชีวา มีสีสัน และมีเสน่ห์อยู่เสมอ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยออนไลน์ “แอบอ้าง ดร.ณัฐวุฒิ ให้ลงทุนซื้อหุ้นต่างประเทศ ได้เงินไป 6 ล้านบาท” และขอเชิญชวนประชาชนทำแบบทดสอบ วัดระดับ “วัคซีนไซเบอร์”

เนื่องจากในรอบสัปดาห์  มีการรับแจ้งความออนไลน์คดีแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นเจ้าของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนแล้วหลอกลวงให้ลงทุน สร้างความเสียหายกับพี่น้องประชาชน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ที่อาจจะตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง  ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.  หัวหน้าคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วยคณะทำงาน แถลงข่าวเตือนภัย เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2566 เวลา 13.30 น. ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.สมพงษ์  ชิงดวง  ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.กล่าวว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (18-24 มิ.ย.2566)  มีสถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์มากที่สุดยังเป็นคดีเดิมๆ 5 อันดับ ได้แก่  อันดับ 1)  คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 2) คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ   3) คดีหลอกลวงให้กู้เงิน 4) คดีข่มขู่ทางทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) และ 5) คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับคดีออนไลน์ที่คนร้ายนำมาหลอกลวงซ้ำเติมประชาชนในช่วงนี้  คือ การแอบอ้าง อาจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ หลอกให้โอนเงินลงทุน  

ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนต้องย้ำเตือนให้ประชาชนได้รับทราบ จึงได้เชิญอาจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ มาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด   ผบก.ตอท.บช.สอท. กล่าวถึงรายละเอียดภัยออนไลน์ที่คนร้ายแอบอ้าง อาจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ หลอกให้โอนเงินลงทุน  “ซื้อหุ้นต่างประเทศ สูญเงิน 6 ล้าน”

โดยคนร้ายใช้วิธียิงโฆษณาใน Facebook โดยแอบอ้างใช้รูปและชื่อ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ชักชวนให้ลงทุน มีผลตอบแทนสูงมาก เหยื่อหลงเชื่อ กดลิงก์เพิ่มเพื่อนไลน์ Open Chat ที่มีสมาชิกอยู่เป็นจำนวนมาก มีคนร้ายแอบอ้าง ดร.ณัฐวัฒิฯเป็นหัวหน้ากลุ่ม มีคนร้ายอีกคนเป็นเลขา มีหน้าม้าส่วนหนึ่ง ที่เหลือเป็น Bot(โปรแกรมอัตโนมัติ) คนร้ายแนะนำให้เหยื่อลงทุนซื้อหุ้นไทย เหยื่อหลงเชื่อและได้เปิดพอร์ตหุ้นกับธนาคารหรือโบรกเกอร์ของจริง  แล้วเลือกซื้อหุ้นที่ถูกแนะนำ แต่ไม่สามารถซื้อได้ เนื่องจากธนาคารหรือโบรกเกอร์แจ้งว่าหุ้นมีราคาต่ำเกินไป  คนร้ายที่เป็นเลขาจึงแนะนำให้ลงทุนซื้อหุ้นต่างประเทศ   ผ่านแพลตฟอร์มของคนร้าย   อ้างผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นไทย    

โดยให้กดลิงก์ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม(Taining)  จากนั้นแนะนำให้ลงทุนซื้อหุ้นให้ผลตอบแทน 25% และเร่งรัดให้รีบซื้อเป็นเงินหลัก 100,000 บาท หากเหยื่อลงทุนหลัก 10,000 บาท คนร้ายจะอ้างว่าเป็นการเสียโอกาส  เนื่องจากตลาดต่างประเทศมีแรงหนุนขาขึ้น อีกทั้งคนร้ายมีข่าววงในว่าหากลงทุนช่วงนี้จะได้รับผลตอบแทนสูง เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีม้า เป็นการลงทุนครั้งแรก และส่งสลิปการโอนเงินในกลุ่มไลน์ คนร้ายที่เป็นเลขาแสดงให้เห็นในไลน์ว่าได้ลงทะเบียนรับแล้วและจะเป็นผู้กรอกเงินลงทุนในระบบเอง (ในระบบแสดงยอดเงินลงทุนและผลตอบแทนให้เหยื่อเห็นว่าได้กำไร) ต่อมาคนร้ายหลอกให้ลงทุนเพิ่ม  

โดยเอาผลตอบแทนสูงมาจูงใจ  และอ้างว่าจะทำให้หุ้นยกตัวสูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกันจะมีหน้าม้าคอยแนะนำ  กดดันให้ลงทุนไปพร้อมๆ กัน และถ้าถอนการลงทุนเร็วเกินไป  จะทำให้คนอื่นไม่สามารถลงทุนต่อไปได้ เหยื่อหลงเชื่อลงทุนซื้อหุ้นเพิ่ม เมื่อเหยื่อกดถอนเงิน  คนร้ายจะอ้างว่าใส่เลขบัญชีผิด เขียนบันทึกช่วยจำไม่ถูกต้อง ใส่รหัสถอนเงินผิด กดถอนเงินยอดสูงเกินไปจนระบบล๊อค  ทุกครั้งที่อ้างจะให้โอนเงินเพิ่ม  และบอกว่าสามารถถอนคืนได้ทั้งหมด สุดท้ายเหยื่อเสียเงินไป 6 ล้านบาท

จุดสังเกต
1.  การโอนเงินลงทุนหรือทำภารกิจใดๆ ที่ใช้เงินน้อย  รายได้ดี  มีผลตอบแทนหรือค่าคอมมิชชันสูง  ไม่มีอยู่จริง หากผลตอบแทนหรือค่าคอมมิชชันสูงมากขนาดนี้  คนร้ายคงโอนเงินลงทุนหรือทำภารกิจด้วยตนเอง 

2. ในการลงทุนหรือทำภารกิจ  คนร้ายให้เหยื่อกดลิงก์เข้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้นมาให้เหมือนของจริง  และเมื่อเหยื่อโอนเงินทำภารกิจ ในระบบจะขึ้นยอดเงินแสดงให้เหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นยอดเงินจริง ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงตัวเลขในอากาศที่คนร้ายนำมาหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อเท่านั้น

3. บัญชีธนาคาร(บัญชีม้า) เป็นบัญชีบุคคลธรรมดา  ไม่ใช่บัญชีชื่อหน่วยงานหรือองค์กร
วิธีป้องกัน

       1. ไม่เปิดอ่านหรือ กดลิงก์โฆษณาแปลกปลอม หรือกดเพิ่มเพื่อนไลน์ในรูปแบบสแกน QR Code หรือเพิ่มเพื่อนไลน์ทาง ID Line จากคนที่ไม่น่าเชื่อถือ
        2. หากต้องการติดตั้งแอปพลิเคชันใด ๆ ควรโหลดและติดตั้งจาก Google Play store หรือ Apple Store  เท่านั้น  อย่าเชื่อคำแนะนำของคนร้ายให้กดเข้าบราวเซอร์อื่น
       3. ควรลงทุนในบริษัทหรือผู้ให้บริการในตลาดทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. โดยตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  https://www.set.or.th
อาจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท หลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า  ได้มีคนร้ายแอบอ้างชื่อ โดยใช้ชื่อไลน์ว่า “ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์” “ดร.ณัฐวุฒิ”  “Dr.Nattawut” “DR.Wut” และ “Dr.Nat” แล้วเปิดกลุ่มไลน์ หรือไลน์ open chat ในชื่อต่างๆ เช่น Global Stock รวยหุ้นเด่น รวยหุ้นเด่น 2 เศรษฐีหุ้น เป็นต้น ดึงคนเข้าร่วมกลุ่ม แล้วหลอกลวงให้โอนเงิน 10,000 บาท บ้าง 100,000 บาท บ้าง อ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนหุ้นต่างประเทศให้ผลตอบแทนสูง บางรายตกเป็นเหยื่อสูญเงิน 6 ล้านบาท และเหยื่อบางคนถูกหลอกก็ให้โอนเงินไปเทรดคริปโตเคอเรนซี อ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง จึงขอแจ้งเตือนว่าการกระทำดังกล่าว  เป็นการหลอกลวงของคนร้ายทั้งสิ้น ขอยืนยันว่าไม่เคยมีธุรกิจด้านการลงทุนดังกล่าวข้างต้น เนื่องจากการชักชวนให้ประชาชนโอนเงินมาร่วมลงทุนในหุ้นต่างประเทศ และคริปโตเคอเรนซี่ ต้องมีใบอนุญาตจัดการการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในกองทุนต่างประเทศ และสินทรัพย์ดิจิตอล

ซึ่ง ดร.ณัฐวุฒิฯ ไม่มีใบอนุญาตนี้แต่อย่างใด และก่อนจะโอนเงินให้เข้าใจก่อนว่าควรมีการยืนยันตัวตนว่าเป็น ดร.ณัฐวุฒิฯ จริงๆ หากให้โอนเงินในนามบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ชื่อบัญชี ดร.ณัฐวุฒิฯ หรือบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ ดร.ณัฐวุฒิฯ เป็นประธาน ก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นคนร้ายอย่างแน่นอน สำหรับช่องทาง official ติดต่อ ดร.ณัฐวุฒิฯ มีดังนี้ Facebook : http://fb.com/tontancorp Youtube : https://goo.gl/J9u1jm สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รายงานการแอบอ้างเป็น ดร.ณัฐวุฒิฯ ได้ที่ Line@ : https://goo.gl/ybfAvJ

พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์  จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงได้จัดทำแบบทดสอบ วัดระดับ วัคซีนไซเบอร์ จำนวน 80 ข้อ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ตรวจสอบความรู้ด้านอาชญากรรมไซเบอร์ เมื่อทำการทดสอบเสร็จแล้ว ให้กดส่ง และกดขอดูคะแนนผลการทดสอบได้เลย  หากทำข้อใดผิด  จะมีการเฉลยข้อที่ถูกต้องให้เพื่อนำไปเป็นความรู้ต่อไป  หากพี่น้องประชาชนได้ทำการทดสอบความรู้ทั้ง 80 ข้อแล้ว  เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะมีภูมิคุ้มกันหรือมีวัคซีนไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน  จึงขอประชาชนสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้ทดสอบความรู้ ตามแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ (สำหรับประชาชน) ได้ทั้ง QR Code และตามลิงก์นี้
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdXTV39hEH-GK-Tn4Fpmrpk3JLm-_djslp3ZvrV0i5gaQ-l-Q/viewform?pli=1


พล.ต.อ.สมพงษ์  ชิงดวง  กล่าวเพิ่มเติมว่าแบบทดสอบ  วัคซีนไซเบอร์ ทั้ง 80 ข้อ   ได้รวบรวมมาจากกลโกงของคนร้ายและสิ่งที่ประชาชนควรรู้  จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้ทำแบบทดสอบวัดความรู้ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์อีกทางหนึ่ง และขอให้บอกต่อเพื่อทำแบบทดสอบจะได้มีภูมิคุ้มกันภัยกันทุกคน สำหรับภัยออนไลน์ที่คนร้ายนำมาหลอกลวงเพื่อให้เหยื่อโอนเงินมาลงทุนนั้นมีหลายรูปแบบ  และคนร้ายได้พัฒนารูปแบบใหม่ๆ ดังนั้นจึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารถึงวิธีการของคนร้าย จุดสังเกต และวิธีป้องกัน จะได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ และหากต้องการลงทุนในการเทรดหุ้น ควรลงทุนในบริษัทหรือผู้ให้บริการในตลาดทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. โดยตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  https://www.set.or.th  และเพื่อให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบใหม่  สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้จาก เว็บไซต์ และเพจ เตือนภัยออนไลน์ หรือโทรสายด่วน 1441

รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร. สั่งการ ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแข่งรถในทางผู้ขับขี่รถปอร์เช่ และมินิคูเปอร์ ที่ขับขี่เฉี่ยวชนจนเกิดอุบัติเหตุต่อเนื่อง ล่าสุดแจ้งข้อหาเป็นที่เรียบร้อย

รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร. สั่งการ ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแข่งรถในทางผู้ขับขี่รถปอร์เช่ และมินิคูเปอร์ ที่ขับขี่เฉี่ยวชนจนเกิดอุบัติเหตุต่อเนื่อง ล่าสุดแจ้งข้อหาเป็นที่เรียบร้อย

พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 2 กำชับให้ พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงไปกำกับดูแลคดีด้วยตัวเอง กรณีอุบัติเหตุรถมินิคูเปอร์เฉี่ยวชนกับรถเก๋งปอร์เช่ จนเสียหลักพุ่งเข้าร้านขายใบกระท่อม แล้วทับรถจักรยานยนต์เสียหายอีก 1 คัน บริเวณริมถนน 304 ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม ก่อนจะหมุนไปชนกับรถรับส่งนักเรียนพลิกคว่ำ มีเด็กได้รับบาดเจ็บจำนวนมากพร้อมทั้งให้ดำเนินการตามกรอบของกฏหมายทุกมาตราที่เข้าข่ายกระทำผิดอย่างเคร่งครัด โปร่งใสตรงไปตรงมา เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป พร้อมรายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะจนคดีถึงที่สุด นั้น
วานนี้ (26 มิ.ย.66) เวลา 18.00 น. พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และ พ.ต.อ.สาธิต มิตรรัก ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมพนักงานสอบสวน ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ขับขี่รถเก๋งยี่ห้อปอร์เช่ และผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อมินิคูเปอร์  ในความผิดฐาน “ขับรถแข่งขันในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือนร้อนของผู้อื่นและขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวและอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถผู้อื่นเสียหายและมีผู้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัสและทรัพย์สินเสียหายและขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”ผู้ต้องหาทั้งสองรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และมีความเห็นทางคดี ส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองต่อไป ทั้งนี้ ได้รับแจ้งจาก ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีความสำนึกผิดที่เป็นผู้กระทำให้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น มีเด็ก ๆ ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย โดยเบื้องต้นได้เข้าไปเยียวยาดูแลขวัญกำลังใจให้กับเด็ก ๆ ผู้ได้รับบาดเจ็บในส่วนหนึ่งแล้ว

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธร ฯ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ประกอบด้วยความผิด คือ  1. ฐานแข่งรถในทาง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 - 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ / 2. ผู้ใดขับรถในลักษณะที่เห็นได้ว่าไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 43 (8) ประกอบมาตรา 158/1 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ / และ 3. ความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหากมีทรัพย์สินเสียหายจากการที่รถยนต์เฉี่ยวชน ผู้ขับขี่จะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 358 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากโทษทางอาญาแล้วก็ยังต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งให้กับผู้เสียหายด้วย

พล.ต.ท.นิธิธรฯ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนั้น พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร. สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวมรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆ ที่สามารถพิสูจน์การกระทำความผิดของผู้ขับขี่ทั้ง 2 คัน ที่เข้าข่ายเป็นกระกระทำความผิดฐานแข่งรถในทาง และความผิดฐานต่างๆ ให้ครบถ้วนเพื่อจะได้มีพยานหลักฐานเพียงพอในการดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหากับ ผู้ต้องหาทั้งสองคนซึ่งเป็นฝ่ายกระทำผิด และจะได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็นทางคดี ส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองต่อไป ซึ่ง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.รอย ฯ กำชับตำรวจให้พร้อมเป็นที่พึ่ง สร้างความเชื่อมั่น เชื่อถือศรัทธาให้ประชาชน และบังคับใช้กฎหมายที่อย่างเคร่งครัด เพื่อนำไปสู่การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในที่สุด และเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการกระทำผิดในรายต่อๆ ไป

 

เปิดสถานะ ‘การเงิน-การคลังไทย’ แข็งแกร่ง  8 เดือนแรกปีงบฯ 66 จัดเก็บรายได้กว่า 1.22 แสน ลบ.

(27 มิ.ย. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ฐานะการเงิน-การคลังของไทยมีความแข็งแกร่ง หลังรับทราบรายงานการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 สูงกว่าประมาณการ และรายงานฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 เงินคงคลัง ณ เดือนพฤษภาคม 2566 มีจำนวนกว่า 2.57 แสนล้านบาท

นายอนุชา กล่าวว่า กระทรวงการคลังเผยผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (ตุลาคม 2565 - พฤษภาคม 2566) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิจำนวน 1,643,075 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 122,378 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.0 และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.9 โดยหน่วยงานที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่…

(1.) กรมสรรพากร โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ขยายตัวได้ดีตามเศรษฐกิจ 

(2.) ส่วนราชการอื่น เนื่องจากมีรายได้พิเศษจากการนำส่งทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนเป็นรายได้แผ่นดิน รายได้จากสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ เงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล เงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืนของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และรายได้จากใบอนุญาตคลื่นความถี่วิทยุระบบ FM 

(3.) กรมศุลกากร เนื่องจากมูลค่าการนำเข้าขยายตัวได้ดีประกอบกับมีการชำระอากรขาเข้าย้อนหลังตามคำพิพากษาคดี 

และ (4.) รัฐวิสาหกิจ เนื่องจากมีการนำส่งรายได้ที่เหลื่อมมาจากปีงบประมาณก่อนหน้า 

อย่างไรก็ดี การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตต่ำกว่าประมาณการจากการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลตั้งแต่ต้นปีงบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเป็นการชั่วคราวจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้พิเศษของส่วนราชการอื่นและกรมศุลกากร ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิสูงกว่าประมาณการ 69,248 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.6 และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.5 

นายอนุชา กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้รายงานฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (ตุลาคม 2565 - พฤษภาคม 2566) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน 1,569,515 ล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 2,221,328 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 384,243 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ เดือนพฤษภาคม 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 256,857 ล้านบาท 

นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง และมีสัญญาณเป็นไปในทิศทางบวก สถานะการเงินการคลังของไทยแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพ โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทิศทางการทำงานที่ถูกต้องของรัฐบาลภายใต้วินัยทางการเงินการคลังที่เคร่งครัด รวมถึงความมุ่งมั่นเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนตลอดมา โดยยึดหลักของความมั่นคง มั่งคั่งอย่างยั่งยืน

‘ชมพู่ อารยา’ เล่านาทีหนีตาย กลางดึก  รีบใส่ กกน. คว้าพาสปอร์ต ทิ้งเพชรทิ้งเงิน

เกิดเหตุการณ์ระทึกในต่างแดนกับ ชมพู่ อารยา ขณะไปเฉิดฉายบนพรมแดงเทสกาลหนังเมืองคานส์ในรอบ 4 ปี กับเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 76 Festival de Cannes 2023 โชว์ลุกส์สวยแซ่บ 3 วัน 3 ลุกส์จัดเต็ม ขณะกลับเข้าห้องพักที่โรงแรมมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นสุดระทึก 

โดยชมพู่เล่าว่า ขณะกำลังจะทิ้งตัวลงนอน เพราะงานจบแล้ว อาฟเตอร์ปาร์ตี้ไปมาหมดแล้ว รื้อผม ถอดกิ๊บ ล้างหน้าอะไรหมดแล้วทิ้งตัว เสียง Alarm (สัญญาณเตือนภัย) ก็ดัง เราก็ False Alarm (สัญญาณเตือนที่ผิดพลาด) หรือเปล่า แต่มันก็ไม่เงียบสักที เราจะเอาอะไรออกไปดี พลอย ชวพร เพื่อนสนิทก็บอก พาสปอร์ต

เราก็อยู่ในชุดนอนไม่ได้ใส่กางเกงใน เพราะกำลังจะทิ้งตัว เลยขอใส่กางเกงในก่อน ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรแต่เพื่อความอุ่นใจ แล้วใส่แจ๊กเก็ตคลุม เราจะใส่ตัวไหนไป เพราะดารานอนในโรงแรมเยอะ เผื่อเราลงไปเจอ แอล แฟนนิ่ง อะไรแบบนี้เพื่อนดารา ก็ถือตะกร้าเชี่ยนหมากเราใส่พาสปอร์ต 2 เล่ม

แล้วมานึกถึงฉากในหนัง คนไปรอกันหน้าโรงแรม แบบชุดนอนแล้ว เราใส่สูทมันไม่คือ เราก็เลยไปเปลี่ยนแล้วลงไป เราอยู่ชั้น 6 แต่เราก็มานึกถึง Ocean’s Eleven ที่โรงแรมดาดฟ้าเป็นเพนเฮาส์ที่เพชรยี่ห้อหนึ่งจะเหมาทุกปี จะมีเพชร มีเซฟ ซีอีโอก็นอนอยู่บนนั้น เรานึกว่าหรือมันมีการขโมยกัน มองขึ้นไปเห็นการ์ดยืนกันอยู่ ไม่มีใครลง แต่เราก็ลงวนไปเรื่อยๆ

ลงไปจะถึงชั้นล่างอยู่แล้ว คนก็เดินสวนขึ้นมา คือ พวกที่ลงไปก่อนหน้าเรา แล้วก็บอก False Alarm ก็เดินกลับห้องไปนอน แล้วระหว่างทางลงไปจะถึงแล้ว นึกขึ้นมาได้ว่า เพชร เงิน อยู่ในเซฟหมดเลย ไม่ได้เอาออกมาเลย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top