Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น

จีนเตรียมจัดพิธีเฉลิมฉลอง กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯเยือนจีน ครั้งที่ 50 

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2566

สมาคมมิตรภาพวิเทศสัมพันธ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเป็นเจ้าภาพจัดพิธีเฉลิมฉลอง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเยือนจีน ครั้งที่ 50 

พิธีจะจัดขึ้น ณ เรือนรับรองรัฐบาลจีนหยู่ไถ กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ เพื่อแสดงถึงมิตรไมตรีระหว่างจีน-ไทยที่มีมาช้านานและจะขยายความร่วมมือใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยไป

โรงพยาบาลรามคำแหง ให้บริการผู้ดูแลส่วนตัว สะดวกสบาย ครอบคลุมทุกความต้องการ

โรงพยาบาลรามคำแหง มีบริการผู้ดูแลส่วนตัว สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เมื่อต้องมาโรงพยาบาลคนเดียว

โดยจะคอยช่วยเหลือผู้มาใช้บริการตั้งแต่ ช่วยทำนัด จัดหารถรับส่ง เป็นเพื่อนซื้อกาแฟ หาผ้าห่มให้เผื่อหนาว พาไปพบหมอ รอรับยา จนเสร็จสิ้นภารกิจ ขึ้นรถกลับบ้าน
 

‘ดร.ธรณ์’ โพสต์ความประทับใจ กับ ‘ปลาฉลาม’ ย้ำ มีความสุขที่ได้ทำงานอนุรักษ์สัตว์น้ำ และท้องทะเลไทย

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กถึงความประทับใจกับฝูงปลาฉลาม โดยมีใจความว่า ... 

หากทะเลดี เราจะมีอะไร ? คำตอบคือมีฉลามไงครับ ตั้งแต่เช้าถึงตอนนี้ นับได้ 20+ ตัว
ฉลามพวกนี้ว่ายมาที่ preserved coral patch พื้นที่อนุรักษ์ปะการังน้ำตื้นติดฝั่ง Crossroads Maldives ที่ผมขอให้ทำไว้ตั้งแต่เริ่มพัฒนาเกาะ

ปัจจุบันปะการังโตเอาๆ ขยายพื้นที่จาก 489 ตร.ม. (2016) กลายเป็น 5,013 ตร.ม. พวกเธอโตเร็วขนาดนั้น

จากนั้นฉลามก็มา… ฉลามตัวโตๆ มาจนติดชายฝั่ง ไม่นับลูกฉลามที่เห็นได้แทบทุกเวลาที่เดินไปริมหาด เช้าที่ผ่านมาจึงเป็นงานแสนสุข ตามดูฉลามทั้งทางอากาศและในทะเล เก็บสถิติบันทึกไว้ต่อเนื่อง รวมถึงงานวิจัยที่ไปอีกขั้น เช่น การพิสูจน์อัตลักษณ์ฉลาม
ฉลามคือราชาแห่งท้องทะเล และงานองครักษ์พิทักษ์ราชา คืองานที่ผมทำแล้วมีความสุขมากมายครับ

อันนา – มูนา พ่ายให้กับ คิม โซยอง - คอง ฮียอง จากเกาหลีใต้ ในรายการ TOYOTA GAZOO RACING Thailand Open 2023

รายการแบดมินตัน TOYOTA GAZOO RACING Thailand Open 2023 ประเภทหญิงคู่ รอบชิงชนะเลิศ  "อันนา" นันทน์กาญจน์ เอี่ยมสอาด กับ "มูนา" เบญญาภา เอี่ยมสอาด คู่มือวาง 6 ของรายการ คู่มืออันดับ 12 ของโลก พ่ายให้กับ คิม โซยอง กับ คอง ฮียอง คู่มือวาง 1 ของรายการ คู่มืออันดับ 7 ของโลกจากเกาหลีใต้ ไป 0-2 เกม 13-21,17-21 คิม โซยอง กับ คอง ฮียองคว้าแชมป์ ครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พร้อมรับเงินรางวัล 33,180 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,114,000 บาท
ส่วนรองแชมป์ นันทน์กาญจน์ กับ  เบญญาภา รับเงินรางวัล 15,960  เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 550,000 บาท

โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ,รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก , รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันมอบรางวัลให้กับนักกีฬา , คุณพิริยา ทองสุข ผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ พลอากาศเอก มณฑล สัชฌุกร อุปนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ลีน่า จัง’ ชี้ งาน Pride ปีนี้ กลายเป็นเวทีของนักการเมือง ทั้งเพื่อไทย และก้าวไกล หาใช่การแสดงออกเพื่อ LGBT อย่างแท้จริง

ลีน่า จังจรรจา โพสต์คลิปสั้นลงใน TikTok แสดงความผิดหวังกับงาน Pride ของปีนี้
โดยได้แสดงความคิดเห็นลงไปในคลิปว่า การจัดงาน Pride ของปีที่แล้วนั้นเป็นการจัดเดินขบวนเพื่อแสดงออกของกลุ่ม LGBTQ+ อย่างแท้จริง

แต่ในปีนี้นั้นกลับกลายเป็นเวทีที่นักการเมืองนำมาใช้ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย นำมาใช้แสดงเจตนารมณ์เรื่องที่มีคนถูกยิงตาย หน้าวัดปทุมมีการวางดอกไม้ไว้อาลัยมันก็เลยกลายเป็นการเมืองไป กลายเป็นเวทีของนักการเมืองที่มายึดพื้นที่ไป ก็เลยกลายเป็นว่า งาน Pride เป็นงานของพรรคการเมือง พรรคก้าวไกลและติ่งส้ม

ลิซ่า BLACKPINK ใส่ผ้าซิ่นเที่ยวอยุธยาสวยสง่างามอย่างไทย

โดยหลังจาก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK บินลัดฟ้ามาทำงานที่เมืองไทย ก็ได้มีโอกาสอยู่เที่ยว พักผ่อนกับครอบครัว และได้แวะเที่ยวจังหวัดอยุธยา

โดยเก็บภาพถ่าย บรรยากาศการเที่ยว อัพเดทลงสื่อ โซเชียล โดยระบุแคปชั่นว่า 'Ayutthaya ' เป็นที่ประทับใจ ของประชาชนชาวไทย ต่างแฟนคลับ หรือพ่อแม่พี่น้อง ชาวเน็ต ต่างรีบจัดหาผ้าซิ่นใส่ไปเที่ยวอยุธยากันตาม ‘ลิซ่า’  

เชื่อว่าวัดดัง จ.อยุธยา จะกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่แฟน ๆ ตามไปปักหมุดเช็คอิน แถมผ้าแซิ่นสวยๆ ก็จะ Sold out กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับพ่อค้าแม่ค้าอย่างแน่นอน

ผบช.ภ.5 สั่งจับชาวจีนพร้อมแก๊งหลอกทำบุญออนไลน์ กลางเมืองเชียงราย

ตามนโยบายของ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ในเรื่องการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท. ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ได้นำนโยบายมาสู่การปฏิบัติ

โดยเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้รวม 12 คน ซึ่งกระทำความผิดหลอกลวงผู้อื่นทางอินเตอร์เน็ตได้ที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย 

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ได้สั่งการให้ บก.สส.ภ.5 ทำการสืบสวนเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ภ.5 ต่อมา บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มคนมีพฤติกรรมรับสมัครพนักงานทำงานในลักษณะหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้อื่น โดยใช้อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงรายเป็นสถานที่ทำงาน 

ต่อมาวันที่ 3 มิ.ย.66  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงรายเพื่อเข้าตรวจค้นที่อาคารหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ  คนไทย จำนวน 8 คน ทำหน้าที่เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์และมีหน้าที่ทำเฟซบุ๊กปลอมแชทกับเหยื่อ คนไทย จำนวน 1 คน เป็นผู้จัดการ/ล่าม และ คนจีน จำนวน 1 คน เป็นนายจ้างคอยสั่งการและตรวจสอบไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง จึงได้ทำการตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และจับกุมผู้กระทำความผิดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีรูปแบบในการกระทำความผิด คือ คนจีนจะให้พนักงานคนไทย สมัครเฟซบุ๊กปลอม ให้มีโปรไฟล์ดี หน้าตาดี และทำกลุ่มในโปรแกรมเฟซบุ๊กชื่อ ทำบุญออนไลน์ และเพจทัวร์บุญ พนักงานคนไทยจะใช้โปรไฟล์ปลอมเข้าไปคุย ไปกดไลด์ในกลุ่มดังกล่าว เพื่อเป็นการล่อเหยื่อคือบุคคลทั่วไปที่เข้ามาเกิดความเชื่อถือ และพูดคุยกับเหยื่อในแนวทางชู้สาวจนสนิทใจกันแล้ว จะหลอกเหยื่อที่เข้ามาคุย ให้โอนเงินทำบุญตามสถานที่ต่างๆ และให้ดาวโหลดแอพพลิเคชั่น APP.SHAOXIANG.CFD ซึ่งมีการเอาภาพสถานที่ศักดิ์สิทธิต่างๆในจังหวัดเชียงรายเอามาใส่ในแอพพลิเคชั่น เพื่อหลอกให้คนทำบุญออนไลน์ด้วย และจากนั้น จะหลอกคุยกับเหยื่อเรื่อยๆ เพื่อหลอกให้โอนเงินเข้าแอพพลิเคชั่น โดยผ่านบัญชีธนาคาร(บัญชีม้า) ซึ่งจะมีคนจีนคอยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมดูแลหลังบ้านของแอพพลิเคชั่นดังกล่าว 
         
สำหรับความผิดของผู้ต้องหากลุ่มนี้ เป็นความผิดฐาน ซ่องโจร,ฉ้อโกงประชาชน และ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนคนจีนที่เป็นนายจ้างไม่มีหลักฐานการเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบว่าได้เข้าประเทศมาโดยผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมและนำส่ง ตม.เพื่อผลักดันตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการขยายผลการจับกุมสู่ผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า ซิมโทรศัพท์ม้า ผู้ให้การช่วยเหลือ ผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด และผู้สั่งการต่อไป

ประเด็นปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาลเวลานี้

1.การเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ ยังมีขั้นตอนทางกฎหมายบางอย่างที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่ใช่ลงคะแนน 14 พฤษภาคมแล้วจบ เสร็จกัน

2.หน่วยเลือกตั้ง 95,000 กว่าหน่วย จะต้องตรวจสอบว่า มีหน่วยไหนมีปัญหาจะต้องลงคะแนนใหม่ หรือมีปัญหาอื่นใดหรือไม่

3.มีข้อร้องเรียนทั้งหมด 280 เรื่อง บางเรื่องพิจารณาเสร็จแล้ว รอให้ 7 เสือลงมติ บางเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนเพื่อสรุปสำนวนจาก กกต. จังหวัด

4.สำนวนที่ถึงเมื่อ กกต. กลางแล้ว มีการเสนอใบแดง 20 กว่าใบ ยังเหลือสำนวนที่ยังไม่แล้วเสร็จอีกจำนวนหนึ่ง อาจจะเป็นใบแดง ใบส้ม ใบเหลือง หรือยกคำร้องก็เป็นไปได้หมด ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงจากการสอบสวน

5.สรุปน่าจะมีใบแดง ใบส้ม ใบเหลือง 37 ใบ ใบแดงต้องให้ศาลตัดสิน ส่วนใบส้ม ใบเหลืองเป็นอำนาจของ กกต.

6.ใบแดง ต้องเปิดรับสมัครใหม่ ตัดสิทธิ์คนเดิมที่ได้ใบแดง

7.ใบส้ม ใช้ผู้สมัครชุดเดิม แต่ตัดสิทธิ์คนได้ใบส้ม

8.ใบเหลือง ใช้ผู้สมัครชุดเดิม ไม่ตัดสิทธิ์คนได้ใบเหลือง

9.กกต. น่าจะรับรอง ส.ส. ได้ 95% หรือมากกว่าในกรอบ 60 วัน

10.การให้ใบแดง เข้าใจว่า ไม่น่าจะทันในกรอบ 60 วัน เพราะต้องส่งให้ศาลตัดสิน กกต. จึงน่าจะรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง

กล่าวสำหรับนครศรีธรรมราช 10 เขตเลือกตั้ง มีเรื่องร้องเรียนไม่น้อย ทั้งจัดเลี้ยง ซื้อเสียง จับซื้อเสียงได้ สัญญาว่าจะให้ เป็นต้น เขตเลือกตั้งที่เข้าข่ายว่าอาจจะต้องจัดเลือกตั้งใหม่มี 2-3 เขต มีบางเขตทหารจับซื้อเสียงได้ บางเขตจัดเลี้ยง (มีหลักฐานเป็นคลิป-มีเสียงพูดชักชวน) ส่วนการจับซื้อเสียงเป็นการกระทำของผู้อื่นไม่ใช่ผู้สมัคร

นำเรียนย้ำอีกครั้งว่า ที่โทรเช็คโทรถามกันมากว่าเขตไหนโดน ยังไม่อาจจะเปิดเผยในทางสาธารณะได้ เพราะเป็นแค่คำบอกเล่า ไม่มีใครเห็นหลักฐาน และสำนวนการสอบสวนที่แท้จริง กกต.ยังมีเวลาตามกรอบของกฎหมาย

หาก กกต. จังหวัดยังไม่สามารถสรุปสำนวนการสอบสวนส่ง กกต. กลางวินิจฉัยได้ทัน หรือ กกต.ไม่สามารถวินิจฉัยได้ทันตามกรอบเวลา ก็สามารถที่จะรับรองไปก่อนได้ แล้วค่อยสอยทีหลัง

ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่เดือนกว่า กกต. จึงยังมีเวลา และเข้าใจว่า กกต.ก็รู้หน้าที่ รู้กระแสกดดันดี เพื่อเร่งรัดในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องเข้าใจ กกต.ด้วยว่ามีกฎหมายที่ต้องปฏิบัติอยู่

นายหัวไทร

‘คิม จองอุน’ กำลังต่อสู้ กับโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง เหตุ เพราะดื่มเหล้า และสูบบุหรี่จัด

สำนักหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของคิม จอง-อุน ผู้นำเกาหลีเหนือ ว่าอาจกำลังเผชิญปัญหาอาการนอนไม่หลับรุนแรง อันเนื่องจากการดื่ม เหล้า และ สูบบุหรี่มากเกินไป

โดย นาย อู ซัง-บุม สมาชิกสภา และ เลขาธิการประจำสำนักหน่วยข่าวกรองแห่งรัฐสภาเกาหลีใต้ ได้ออกมาให้ข่าวกับสื่อเมื่อช่วงวันพุธกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สำนักหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้เชื่อว่าตอนนี้ผู้นำคิม จอง-อุน กำลังเผชิญปัญหาด้านการนอนบกพร่อง เข้าขั้นโรคนอนไม่หลับอย่างหนัก

อีกทั้งผู้นำคิมยังเป็นคนที่สูบบุหรี่จัด และดื่มเหล้าหนักเป็นประจำอีกด้วย จากข้อมูลวงใน พบว่าเกาหลีเหนือมีการนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศจำนวนมาก ทั้งแบรนด์ดังอย่าง Marlboro และ Dunhill อีกทั้งขนมขบเคี้ยวชั้นดีที่ไว้กินแกล้มเหล้าอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะนำเข้าเพื่อจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป ในช่วงที่ประเทศกำลังประสบภาวะขาดแคลนอาหาร
และไม่ได้แค่แอบล้วงข้อมูลวงในเท่านั้น ยังมีการใช้ AI วิเคราะห์ภาพถ่ายในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่ผู้นำเกาหลีเหนือไปปรากฏตัว และชี้ว่า ผู้นำโสมแดงมีน้ำหนักเพิ่มกว่าเดิมมาก และน่าจะหนักถึง 140 กิโลกรัมแล้วในตอนนี้ 

และยังมีข่าวกรองหลุดมาอีกว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในเกาหลีเหนือกำลังรวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ ในการรักษาอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง รวมถึงการใช้ยา Zolpidem  หนึ่งในยากล่อมประสาทที่ใช้ในการรักษาอาการนอนไม่หลับ ทางหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้จึงมั่นใจว่า ผู้นำเกาหลีเหนือ เข้าสู่วังวนปัญหาสุขภาพที่น่าเป็นห่วง ทั้งดื่มเหล้า สูบบุหรี่จัด ที่มีผลต่ออาการนอนไม่หลับของเขา และพบว่า ล่าสุด คิม จอง-อุน ปรากฏตัวออกสื่อด้วยใต้ตาที่ดำคล้ำจากการอดนอน และน่าจะใช้ยาจำพวก Zolpidem ในการรักษา ซึ่งมีผลข้างเคียงต่อกับผู้ใช้ที่มีนิสัยดื่มเหล้าด้วยเป็นประจำด้วย

และอาจเป็นสาเหตุที่ผู้นำเกาหลีเหนือต้องงดภารกิจสำคัญหลายงานในช่วงเวลานี้ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการบริหารกิจการภายในประเทศที่กำลังประสบปัญหาข้าวยากหมากแพง ส่งผลให้มีคดีอาชญากรรมพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก รวมถึง อัตราการเสียชีวิตจากความอดอยาก เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดิมของปีที่ผ่านมา 

มีข้อมูลที่น่าตกใจกว่านั้นคือ อัตราการฆ่าตัวตายของคนเกาหลีเหนือก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 40% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับในยุคสมัยของผู้นำคิม จอง-อุน ซึ่งรัฐบาลเปียงยางเคยประกาศว่าการฆ่าตัวตาย เป็นการกระทำที่ทรยศต่อระบอบสังคมนิยม และมักถูกเรียกว่า "ความป่วยไข้" ที่อาจลุกลามในสังคมเกาหลีเหนือ ทางรัฐบาลจึงออกคำสั่งให้จำกัดการเดินทางเข้า และ ออกจากกรุงเปียงยาง ที่ทางเกาหลีเหนืออาจเชื่อว่าจะสามารถสกัด ข้อมูล หรือแนวความคิดในการทำอัตวินิบาตกรรมไม่ให้กลายเป็นกระแสในเกาหลีเหนือ ไม่แน่ใจว่า การจำกัดการเดินทางเข้าออกกรุง ของชาวเกาหลีเหนือ จะช่วยเรื่องการระบาดของ "ความป่วยไข้" ที่ว่านี้ได้หรือไม่

เพราะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับ แต่เรื่องพฤติกรรมการดื่มเหล้า และสูบบุหรี่จัด มีผลต่ออาการนอนไม่หลับนั้น มีหลักฐานทางการแพทย์หลายชิ้นพิสูจน์ว่ามีความเชื่อมโยงกันจริง ๆ ยิ่งดื่มมาก สูบจัด ยิ่งมีผลเสียต่อคุณภาพการนอนหลับพักผ่อน 

ดังนั้นก่อนที่จะคิดวิเคราะห์ไปไกล ถึงความเป็นไปได้ในการสร้างดาวเทียมสอดแนม ขีปนาวุธพิสัยข้ามทวีป หรือวิธีสกัดการระบาดของอาการ"ป่วยไข้" ในสังคมเกาหลีเหนือ ลองย้อนมาแก้ปัญหาด้วยหลักเหตุผลในเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุด อย่างสุขภาพของตนเอง ให้สำเร็จก่อน น่าจะดีกว่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top