Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

‘อรรถวิชช์’ ฝาก รบ.ใหม่ควบคุมค่าการกลั่น เก็บภาษีลาภลอย ชี้!! ดีเซลต้องไม่ขึ้น 5 บาท เหตุน้ำมันดิบราคาลดลง

(30 พ.ค. 66) ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวถึงมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ที่กำลังจะสิ้นสุดวันที่ 20 ก.ค.2566 นี้ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลขึ้นจาก 32 เป็น 37 บาทต่อลิตร ว่า เป็นเรื่องน่าแปลก เพราะจริงๆ แล้วราคาน้ำมันต้องกลับมาลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง เดือน พ.ค.ปีที่แล้ว ราคา 113.87 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันเหลือ 76.94 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงมาถึงร้อยละ 32.43 (https://www.opec.org/opec_web/en/data_graphs/40.htm) ขณะที่โรงกลั่นหลายโรงโกยกำไรไม่หยุดตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงไตรมาสหนึ่งปีนี้ (Q1/2566) เป็นหมื่นล้านบาท บางส่วนก็มีการนำกำไรไปขยายธุรกิจอื่นเพิ่มแล้ว

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาปลายเหตุเพื่ออุ้มราคาน้ำมันโดยลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รายได้ภาษีหายไป 158,000 ล้านบาท ขณะที่กองทุนน้ำมัน แม้จะมีการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องไปแล้ว 1.1 แสนล้าน แต่สถานะยังคงติดลบอยู่ถึง 72,731 ล้านบาท นั่นหมายความว่า รัฐบาลชุดใหม่ต้องไม่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุเหมือนที่ผ่านมา

“ผมขอให้กล้าตัดสินใจ ควบคุมค่าการกลั่น ที่เป็นราคาสมมติให้เหมาะสม หรือออกกฎหมายเก็บภาษีลาภลอย ขึ้นอัตราภาษีนิติบุคคลเฉพาะธุรกิจโรงกลั่น แล้วนำภาษีส่วนนั้นเก็บกลับไปใช้หนี้กองทุนน้ำมัน ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนผู้ใช้น้ำมัน เหมือนที่หลายประเทศเขาทำกัน” ดร.อรรถวิชช์ กล่าว

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองเดือนแล้วที่มาตรการอุ้มราคาดีเซลจะสิ้นสุดลง ผมมีความหวังที่จะเห็นรัฐบาลใหม่ได้เจรจากับโรงกลั่น เตรียมกฎหมายรื้อโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรม

‘ดร.สามารถ’ แนะ ‘รฟม.’ เร่งขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลือง หลังไม่เชื่อมต่อกับสายสีเขียวเหนือ หวั่นทำผู้โดยสารเดือดร้อน

(30 พ.ค. 66) ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายโยธา และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ ‘ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์’ ถึงประเด็นที่รถไฟฟ้าสายสีเหลืองไม่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ โดยระบุว่า…

อีกแล้ว!!! รถไฟฟ้า ‘ฟันหลอ’
สายสีเหลืองไม่เชื่อมกับสายสีเขียวเหนือ

สิ่งที่ไม่ควรเกิดก็เกิดขึ้นอีกแล้ว ใครที่จะใช้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองจากถนนลาดพร้าวผ่านทางแยกรัชดา-ลาดพร้าว เพื่อไปสู่รัชโยธิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วัดพระศรีมหาธาตุ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช หรือสถานที่อื่นบนถนนพหลโยธิน จะต้องสะดุด เพราะรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเป็นรถไฟฟ้าฟันหลอ!!

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร เป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยวหรือโมโนเรล มีเส้นทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ บริเวณทางแยกรัชดา-ลาดพร้าว กับสายสีส้มบริเวณทางแยกลำสาลี กับแอร์พอร์ตลิงก์บริเวณทางแยกต่างระดับพระราม 9 และกับสายสีเขียวใต้ที่สถานีสำโรง การก่อสร้างมีความคืบหน้า ณ สิ้นเดือนเมษายน 2566 ร้อยละ 99

เหตุที่รถไฟฟ้าสายสีเหลืองเป็นรถไฟฟ้าฟันหลอ ก็เพราะว่า จากสถานีลาดพร้าวบริเวณทางแยกรัชดา-ลาดพร้าว ไม่มีเส้นทางเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-คูคต ทั้งๆ ที่สามารถเชื่อมต่อได้ที่สถานีรัชโยธิน โดยก่อสร้างเส้นทางเลี้ยวขวาวิ่งบนถนนรัชดาภิเษก ผ่านแหล่งทำงาน และแหล่งที่อยู่อาศัย มีผู้คนมากมาย ไปบรรจบกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือที่สถานีรัชโยธิน การขาดเส้นทางเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือดังกล่าว หรือมีลักษณะเหมือนฟันหลอ ทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ต้องการเดินทางไปสู่สถานที่ต่างๆ บนถนนพหลโยธินไม่ได้รับความสะดวก เพราะต้องเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีลาดพร้าว เพื่อเดินทางไปสู่สถานีห้าแยกลาดพร้าว แล้วเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือต่อไป ทำให้ผู้โดยสารต้องเสียเวลาและเสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้น

คงจำกันได้ว่า รถไฟฟ้าฟันหลอเช่นนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อตอนเริ่มเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูน เนื่องจากสายสีม่วงไม่เชื่อมกับสายสีน้ำเงินที่สถานีเตาปูน ทำให้ผู้โดยสารเดือดร้อน ต้องต่อรถเมล์จากสถานีเตาปูนไปสถานีบางซื่อ เพื่อใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินต่อไป แต่ในที่สุด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็เร่งแก้ปัญหาโดยการต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจากสถานีบางซื่อมายังสถานีเตาปูน ส่งผลให้รถไฟฟ้าสายสีม่วงมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้โดยสารได้รับความสะดวก ไม่ต้องต่อรถเมล์

“ปัญหาฟันหลอของรถไฟฟ้า รฟม. รู้ดี เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว จะต้องรีบแก้ปัญหา ด้วยการเร่งต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจากสถานีลาดพร้าวไปเชื่อมกับสายสีเขียวเหนือที่สถานีรัชโยธินโดยด่วน อย่าปล่อยให้ผู้โดยสารเดือดร้อนอีกเลยครับ” ดร.สามารถ กล่าวทิ้งท้าย

เปิดรายชื่อ 10 สโมสร มูลค่ามากที่สุด ใน Premier League อังกฤษ!!

‘เลสเตอร์’ จิ้งจอกสยาม สุดยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก แม้จะตกชั้นอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยความสามารถของคุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เป็นประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี ที่บริหารทีมได้อย่างดีเยี่ยม จนทำให้สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี มีมูลค่าสูงติดท็อป 10 ในพรีเมียร์ลีก!!
 

31 พฤษภาคม ของทุกปี องค์การอนามัยโลก ยกให้เป็น ‘วันงดสูบบุหรี่โลก’ หลังเล็งเห็นอันตรายจากพิษของบุหรี่ที่กระทบต่อสุขภาพ

ตั้งแต่ปี 2531 องค์กรอนามัยโลก ได้กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ทุกประเทศ ตระหนักถึงอันตราย และความสูญเสียทั้งทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมที่เกิดจากการสูบบุหรี่ โดยได้ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยใช้ชื่อว่า World Spidemic หรือการสูบบุหรี่เป็นโรคระบาดยู่ทั่วโลก 

ดังนั้นรัฐบาลไทย ได้ตระหนักถึงความสูญเสียในชีวิตของประชากร ที่เกิดจากการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ให้รับทราบถึงอันตราย โทษของการสูบบุหรี่ซึ่งก็เป็นที่รู้กัน แต่จะให้เลิกสูบเลย เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผู้ที่ติดบุหรี่แล้ว

จึงได้มีการรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ และกำหนดมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลนำมาใช้ โดยการดูแลของกระทรวงสาธารณสุขผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้สูบบุหรี่ พยายามเลิกสูบบุหรี่ไม่ว่าจะเลิกได้สำเร็จหรือไม่ก็ตาม ดังเช่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงสาธารณสุขประกาศบังคับใช้ มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 ให้มีการพิมพ์คำเตือนโทษของการสูบบุหรี่ที่ข้างซอง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา

1 มิถุนายน พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศใช้ ประมวลกฎหมายฉบับแรกของไทย

กฎหมายของไทยในสมัยอดีตในยุคก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์ได้มีการใช้พระราชศาสตร์ มาเป็นแนวทางในการปกครองบ้านเมือง ซึ่งเป็นกฎหมายที่พระเจ้าแผ่นดินสร้างขึ้นจากการพิจารณา และคำตัดสินในเหตุการณ์ต่าง ๆ และก็ยังมีกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินตราขึ้นใช้บังคับ ตัวอย่างเช่น กฎหมายลักษณะแพ่ง กฎหมายลักษณะอาญาหลวง กฎหมายลักษณะผัวเมีย ลักษณะโจร เป็นต้น

พอมาสมัยรัตนโกสินทร์ในตอนต้น ในช่วงรัชกาลที่ 1- 4 ประเทศไทยมีกฎหมายตราสามดวงบังคับใช้ ต่อมามีชาวต่างชาติเข้ามาติดต่อค้าขายกับไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้กฎหมายของไทยก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยเริ่มมีการปรับปรุงกฎหมายให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนและสอดคล้องกับหลักความยุติธรรม

ต่อมาเมื่อ กรมหลวงราชบุรีทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ก็ได้จัดตั้งโรงเรียนสอนกฎหมายขึ้นที่กระทรวงยุติธรรม โดยทรงสอนวิชากฎหมายด้วยพระองค์เอง และได้เขียนตำรากฎหมายขึ้นตามที่เป็นอยู่ในแบบกฎหมายของประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับสัญญาและการละเมิดนั้นได้เอาหลักเกณฑ์แห่งกฎหมายอังกฤษมาสอน และผู้พิพากษาศาลไทยก็นำเอากฎหมายอังกฤษตามใช้ที่สอนในตำรามาใช้ในการพิจารณาพิพากษาคดี 

การร่างกฎหมายใหม่ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงตั้งคณะกรรมการตรวจชำระและร่างกฎหมายใหม่นี้ขึ้นในปี พ.ศ. 2450 โดยมีนักกฎหมายชั้นนำของไทยและของต่างประเทศ ได้เลือกร่างกฎหมายลักษณะอาญาก่อนกฎหมายฉบับอื่น โดยร่างเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วจึงค่อยแปลเป็นภาษาไทย เสร็จเรียบร้อยเมื่อ พ.ศ. 2450

จากนั้นก็พิมพ์เป็น 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส เมื่อเสร็จแล้วคณะกรรมการก็นำขึ้นทูลเกล้าถวาย และได้ทรงประกาศใช้เป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2451 และเรียกประมวลกฎหมายฉบับแรกนี้ว่า ‘กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127’

ว่ากันว่าประมวลกฎหมายฉบับแรกนี้เป็นกฎหมายที่ทันสมัยมากในสมัยนั้น เพราะได้นำเอาหลักกฎหมายอาญาอันเป็นที่นิยมกันในประเทศต่าง ๆ มาพิจารณาดัดแปลงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของสังคมไทยขณะนั้น และเพื่อเป็นการยกระดับประเทศขึ้นสู่ระดับอารยประเทศ

กฎหมายฉบับนี้ถือว่าเป็นประมวลกฎหมายที่แท้จริงฉบับแรกของไทย มีทั้งสิ้นรวม 340 มาตรา 
และได้ใช้บังคับมาจนถึง พ.ศ. 2486  จึงได้มีการปรับปรุงใหม่ ฉบับใหม่เรียกว่า ‘กฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2486’ และได้ใช้ต่อมาจนถึง พ.ศ. 2499 จึงได้มีการปรับปรุงใหม่อีกครั้งคือประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา

2 มิถุนายน ของทุกปี กำหนดให้เป็น ‘วันส้มตำสากล’ (International Somtum Day) การันตีความจากอร่อยนานาชาติ พร้อมยกย่องให้เป็นอาหารสากล

ส้มตำไทย อร่อยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ อร่อยจนนานาชาติยกย่องให้เป็นอาหารสากล และให้วันที่ 2 มิถุนายน กำหนดเป็นวันส้มตำสากล หรือ International Somtum Day ด้วย

“ส้มตำ” เป็นอาหารปรุงมาจากการทำตำส้ม คือการทำให้เปรี้ยว ในลาวเรียกว่า “ตำหมากหุ่ง” โดยนำมะละกอดิบที่สับแล้วฝานหรือขูดเป็นเส้นมาตำในครกเป็นหลัก พร้อมด้วยวัตถุดิบอื่น ๆ เช่น มะเขือเทศลูกเล็ก,มะเขือสีดา,มะเขือเปราะ,พริกสดหรือพริกแห้ง,ถั่วฝักยาวมกระเทียม และปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และมะนาว

โดยส่วนผสมและเครื่องปรุงต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ส้มตำมีรสเผ็ด เค็ม และเปรี้ยว โดยในภาคอีสานนิยมส้มตำรสเผ็ดเค็ม ส่วนไทยภาคกลางนิยมรสเปรี้ยวหวาน ซึ่งนิยมรับประทานกับข้าวเหนียวและไก่ย่าง โดยในบางครั้งรับประทานกับขนมจีน เส้นเล็กลวก เส้นหมี่ และแคบหมู 

นอกจากนี้ ร้านส้มตำส่วนใหญ่มักขายอาหารอีสานอื่นด้วย เช่น ซุบหน่อไม้ อ่อม ลาบ ก้อย แจ่ว ปลาแดกบอง น้ำตก ซกเล็ก ตับหวาน ไก่ย่าง คอหมูย่าง พวงนม กุ้งเต้น (ก้อยกุ้ง) ข้าวเหนียว

หนุ่มอัดคลิประบายความในใจ ขอคนไทยหยุดทะเลาะกัน ชี้!! หากไม่เลิกแบ่งแยก ประเทศชาติก็ไม่มีวันเปลี่ยน

เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีผู้ใช้ติ๊กต็อกท่านหนึ่ง ชื่อ ‘tulipsincere’ ออกมาโพสต์คลิป ระบายความในใจ พร้อมดึงสติคนไทย ให้หยุดทะเลาะ เลิกแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน เพราะสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในตอนนี้ มีความคุกรุ่นอย่างมาก ตนจึงอยากให้คนไทยตระหนักถึงว่า แก่นแท้ของประชาธิไตย ว่า แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร โดยผู้ใช้ติ๊กต็อกได้ระบุว่า…

“สวัสดีพี่น้องชาวประชาธิปไตย ชาวเพื่อไทย ชาวก้าวไกล แอบแปลกใจ เพราะตอนที่เรามีลุง พวกเรารักกันดี แต่ตอนที่ไม่มีลุง พวกเราเอาแต่ทะเลาะกัน นับเป็นความน่าเหนื่อยใจที่หากเราแข่งกันทั้งคู่ ไม่ยอมอ่อนให้กัน ในฐานะที่ผมไม่ได้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย และมองแบบเป็นกลาง ทุกพรรคต้องเคลียร์ใจกันคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นก้าวไกล เพื่อไทย ไทยสร้างไทย หรือพรรคอื่น ๆ ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกพรรคของทุกฝ่ายออกมาคุยกันว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์ตอนนี้ แล้วจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน เพราะประชาชนคงจะไม่สามารถไว้ใจหรือเชื่อใจได้ เพราะฉะนั้น ควรกลับไปมีลุงเหมือนก่อนหน้านี้คงจะดีกว่า แล้วเราทุกคนก็เป็นฝ่ายค้านกันให้หมด ทุกพรรคก็ดูจะสามัคคีกันดีกว่าตอนนี้”

ผู้ใช้ติ๊กต็อก ยังได้กล่าวเพิ่มเติม อีกว่า หากไปมองย้อนกลับไป ทุกคนต่างว่าลุงเป็นเผด็จการ แต่ตอนนี้พวกเราทุกคนในวันนี้ ก็อยากให้พรรคแต่ละพรรคเป็นไปในแบบที่ตัวเองชอบ เหมือนหลงลืมไปว่า การบังคับคนอื่น ด่าทอคนที่เห็นต่าง ไม่ยอมรับสิ่งต่างๆ นั้น ทำให้พวกเราเป็นประชาธิปไตยอย่างไร หรือว่าตอนนี้ พวกเรากำลังเป็นเผด็จการในแบบที่พวกเราเคยด่า?

“หากยังเป็นแบบนี้กันอยู่ ไม่มีทางที่ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลง หรืออาจจะกลับไปหนักกว่าสถานการณ์เดิม ฝากให้พวกเราทุกคนกลับไปคิดอีกครั้ง ว่าประชาธิปไตยคืออะไร ความเห็นต่างคืออะไร และการแยกแยะคืออะไร เพราะพวกเราอาจจะกำลังเป็นคนในแบบที่พวกเราด่ากันอยู่”

9 ร้านอาหารไทย ติดโผ 50 ร้านยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ปี 2023 ผ่านการจัดอันดับโดย The World's 50 Best Restaurants

ประเทศไทยกวาด 9 ร้าน จาก 50 อันดับร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2023 ซึ่งประกาศโดยเว็บไซด์ The Worlds 50 Best Restaurants จะมีร้านอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!!

อันดับที่ 1 ของเอเชีย : Le Du
‘Le Du’ พยายามไต่อันดับสู่ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียมาตั้งแต่ปี 2560 จนมาถึงจุดสูงสุดในปี 2566 ด้วยฝีมือของเชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เชฟเจ้าของร้านอาหารนำเสนออาหารไทยสมัยใหม่ชั้นเลิศตามวัตถุดิบของประเทศ มรดกทางการเกษตรที่ไม่ธรรมดาและเทคนิคการทำอาหารที่มีอายุหลายศตวรรษ - และรูปแบบอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้นักวิจารณ์และนักชิมจากทั่วทั้งทวีปประทับใจ

พิกัด 399/3 Silom Soi 7, Bangrak, Bangkok 10500, Thailand
Contact : https://www.instagram.com/ledubkk/
โทร. +66 092 919 9969

อันดับที่ 3 ของเอเชีย : Nusara
‘นุสรา’ ได้รับความนิยมอย่างมากตั้งแต่เปิดตัวในปี 2563 โดยเสิร์ฟอาหารไทยต้นตำรับที่มีการพลิกโฉม ซึ่งสะท้อนถึงการปรับปรุงสูตรอาหารของครอบครัวและประเพณีการทำอาหารของเชฟให้ทันสมัย นุสรา ชิมอาหาร 12 คอร์สผ่านอาหารว่างที่สลับซับซ้อน เช่น ปลาแมคเคอเรลกับมะพร้าวและแตงกวา หอยเชลล์ฮอกไกโดกับข้าวโพดหวานและไข่แดง ซุปต้มยำกุ้ง รวมถึงแกงกะหรี่ปูอันเป็นเอกลักษณ์ที่นำเสนอบนใบพลูกรุบกรอบพร้อมไข่แมงดาทะเล จากนั้นมีคอร์สสไตล์ครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น ได้แก่ Bumbai Neua แก้มเนื้อนุ่มในแกงกะหรี่สไตล์บอมเบย์พร้อมแตงกวาดอง อาหารแต่ละจานมีสีสันสดใสพอ ๆ กับถ้วยชามที่สวยงามที่เสิร์ฟ

พิกัด 22 Maha Rat Road, Phra Borom Maha Ratchawang, Phra Nakhon, Bangkok 10200, Thailand
Contact : https://www.instagram.com/nusarabkk/?hl=en
โทร. +66 97 293 5549

อันดับที่ 5 ของเอเชีย : Gaggan Anand
‘Gaggan Anand’ เชฟผู้รักสังคมแบบกัลกัตตาปิดร้านอาหารในกรุงเทพฯ ของเขา ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็นที่ 1 ใน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียเป็นประวัติการณ์ถึง 4 สมัย ตั้งแต่ปี 2558-2561 ในเดือนสิงหาคม 2562 ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เขาได้เปิดร้านรูปแบบใหม่ของ ร้านอาหารที่มีชื่อแตกต่างกันเล็กน้อยในพื้นที่ใหม่ซึ่งปกคลุมด้วยใบไม้ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพฯ หลังจากเปิดตัวในอันดับที่ 5 ในปี 2021 และได้รับรางวัล Highest New Entry Award ก็ผ่านช่วงเวลาของการปิดชั่วคราว แต่ก็กลับมาพร้อมกับการกลับมาติดอันดับ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2023

พิกัด 68 Sukhumvit 31, Khlong Tan Nuea, Watthana, Bangkok 10110, Thailand 
Contact : https://www.instagram.com/gaggan_anand/?hl=en
โทร. +66 98 883 1022

อันดับที่ 9 ของเอเชีย : Sorn
ไอซ์ ศุภักษร จงศิริ เชฟผู้มีอุปการะคุณของศรเติบโตมาคลุกคลีกับการทำอาหารปักษ์ใต้ของคุณยาย ไอซ์จึงไม่ได้แค่ทำอาหารปักษ์ใต้เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนรสชาติและความทรงจำที่เขาได้พบเจอกับวัฒนธรรมทางใต้ที่หลากหลายให้กลายเป็นอาหารแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร กระบวนการคิดของเขาช่างเหลือเชื่อและเครื่องปรุงของเขาก็ระเบิดออกมาโดยไม่ประนีประนอมกับความร้อนของพริกและเครื่องเทศ

‘ศร’ ถูกกล่าวหาว่า เป็นร้านอาหารที่จองยากที่สุดในประเทศไทย และหนึ่งในเหตุผลที่ดีว่าทำไมร้านถึงให้บริการไร้ที่ติ ทีมงานหน้าร้านได้รับการฝึกฝนให้สื่อสารเรื่องราวและความทรงจำที่เชฟใส่ลงไปในอาหารทุกจานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะได้รับแรงบันดาลใจจากความรักและความหลงใหลในภาคใต้ของไอซ์

พิกัด 56, Sukhumvit 26, Bangkok 10110, Thailand 
Contact : https://www.instagram.com/sornfinesouthern/
โทร. +66 099 081 1119

อันดับที่ 22 ของเอเชีย : Sühring 
‘Sühring’ ได้รับการออกแบบให้ดูเหมือนบ้าน ร้านอาหารตั้งอยู่ในย่านที่เงียบสงบใจกลางกรุงเทพฯ มีพื้นที่รับประทานอาหาร 4 แบบ ได้แก่ เรือนกระจกที่มองเห็นสวนเขียวขจี และครัวแบบเปิดที่ผู้รับประทานอาหารสามารถชมเชฟทำอาหารได้ ในช่วงที่เกิดโรคระบาด ทีมงานได้ปรับปรุงพื้นที่ด้วยผ้าปูที่นอนและจานชามใหม่ และสร้างระยะห่างระหว่างห้องรับประทานอาหารหลักสองห้องมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะสำหรับแขก

พิกัด No. 10, Yenakat Soi 3, Yannawa, Chongnonsi, 10120 Bangkok, Thailand 
Contact : https://www.instagram.com/restaurant_suhring/
โทร. +66 0 2107 2777

อันดับที่ 33 ของเอเชีย : Ms. Maria & Mr. Singh 
‘Ms. Maria & Mr Singh’ เปิดตัวใน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียในปี 2566 หลังจากเปิดตัวในปี 2563 Ms. Maria & Mr Singh เป็นร้านอาหารอินเดียผสมเม็กซิกันบรรยากาศสบายๆ จาก Gaggan Anand เชฟและเจ้าของร้านแห่งเดียวที่ครองตำแหน่งผู้นำ รายการตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2018 ร้านอาหารได้ย้ายไปยังตำแหน่งใหม่ในเดือนมีนาคม 2023 โดยมีพื้นที่โต๊ะสำหรับเชฟและครัวแบบเปิดที่คึกคักซึ่งดำเนินการโดยมือขวาของ Anand เชฟ Rydo Anton
.
พิกัด 2nd Floor of Gaggan Anand Restaurant, 68 Sukhumvit 31, Sukhumvit Road, Klongton-Neu, Wattana, Bangkok 10110, Thailand 
Contact : https://www.instagram.com/mariaandsingh/?hl=en
โทร. +66 91 698 6688

อันดับที่ 35 ของเอเชีย : Potong
‘โปตง’ ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดในปี 2564 เป็นร้านอาหารชั้นเลิศในอาคารหลายชั้นแคบๆ จากเชฟพิชญา 'แพม' อุทานธรรม เสิร์ฟเมนูอาหารไทย-จีนนวัตกรรมใหม่ 20 คอร์สใจกลางไชน่าทาวน์ของกรุงเทพฯ

อาหารที่ Potong ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบทั้ง 5 ได้แก่ เกลือ กรด เครื่องเทศ เนื้อสัมผัส และ Maillard ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางเคมีของน้ำตาลรีดิวซ์ที่ก่อให้เกิดรสชาติที่โดดเด่น ความเอร็ดอร่อยเริ่มต้นด้วยเนื้อสัตว์ที่ทำเองและส้มแมนดารินที่เป็นสัญลักษณ์ ก่อนจะผ่านหอยนางรมกับปลาหมึกดำและไข่มุกดำ และขาเป็ดไทย-จีนกับพริกไทยเสฉวน การชิมจะนำผู้รับประทานอาหารผ่านความทรงจำและอารมณ์ในการทำอาหารของเชฟแพม

พิกัด 422 Vanich Road, Bangkok, 10100, Thailand 
Contact : https://www.instagram.com/restaurant.potong/?hl=en
โทร. +66 82 979 3950

อันดับที่ 38 ของเอเชีย : Raan Jay Fai
ในเมนูคุณจะพบกับอาหารไทยริมทางที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน พลาดไม่ได้กับผัดขี้เมาทะเล – ซีฟู้ดผัดขี้เมาทะเลที่ผัดแบบแห้งกรอบเป็นพิเศษ – หรือที่ทุกคนต้องลองอย่าง ไข่เจียวปู้ ไข่เจียวปูสูตรดังของเจ๊ฝ้ายที่มีไข่ปูขนาดใหญ่ถึง 600 กรัม เนื้อปูขาวสดคุณภาพดีที่สุด แม้ว่าราคาอาจสูงกว่าพ่อค้าเร่รุ่นราวคราวเดียวกัน แต่วัตถุดิบสุดหรูของร้านร้านเจ๊ไฟรับประกันประสบการณ์การทำอาหารที่น่าจดจำบนถนนในกรุงเทพฯ

พิกัด 327 Maha Chai Rd, Samran Rat, Phra Nakhon, Bangkok 10200, Thailand 
Contact : https://www.instagram.com/jayfaibangkok/?hl=en
โทร. +66 2 223 9384

อันดับที่ 46 ของเอเชีย : Baan Tepa
ได้รับอิทธิพลมาจากช่วงเวลาของเธอที่บลูฮิลล์ที่สโตนบาร์นส์ เชฟและเจ้าของร้านตามชุดารี เทพคำ ได้สร้างประสบการณ์ร้านอาหารและสวนในกรุงเทพฯ ที่สนับสนุนผลผลิตในท้องถิ่นและความหลากหลายทางชีวภาพของไทย Baan Tepa เปิดให้บริการในปี 2563 มีห้องรับประทานอาหารแบบครัวเปิด โต๊ะสำหรับเชฟ และสวนอาหารออร์แกนิกที่ผู้เข้าพักสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและเครื่องเทศในท้องถิ่นก่อนนั่งรับประทานอาหาร

เมนูชวนชิม 9 คอร์สของบ้านเทพาจะพานักชิมเดินทางไปทั่วประเทศ เริ่มจากอาหารว่างจากภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง เข้าคอร์สอย่างหมึกดำผัดตะไคร้ ปูนิ่มไข่ปลา แกงแกะเครื่องดอง

พิกัด 2369 Ramkhamhaeng Rd, Hua Mak, Bang Kapi District, Bangkok 10240, Thailand 
Contact : https://www.instagram.com/baantepabkk/?hl=en
โทร. +66 98 696 9074

3 มิถุนายน 2565 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

พลเอกหญิง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2521 ณ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีพระนามเดิมว่า สุทิดา ติดใจ ครอบครัวของพระองค์เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ทรงเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา จากนั้นจึงทรงเข้าศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต ณ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จนจบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2543

หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ในช่วงเวลานั้นพระองค์ทรงเข้าเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท แจลเวย์ จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2543 - พ.ศ. 2546 และทรงเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี พ.ศ. 2546 - พ.ศ. 2551 ทรงใช้ชีวิตแบบสามัญชนทั่วไป

ต่อมาทรงเข้ารับราชการทหารในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ทรงดำรงตำแหน่งสูงสุด เป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ) ทั้งยังทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ทรงดำรงตำแหน่งเป็นราชองครักษ์เวรในพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์

ย้อนกลับไปในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ (ในเวลานั้นคือพลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์) ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในพิธีพระราชทานธงชัยเฉลิมพล

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ได้ตามเสด็จในพิธีสังเวยพระป้ายในเทศกาลตรุษจีน ณ พระที่นั่งอัมพรสถานฯ และปรากฏตัวอีกครั้งในวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในปีเดียวกัน

ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ทางกองพระราชพิธี สำนักพระราชวังได้เผยแพร่รายงานการเสด็จพระราชดำเนินที่พระองค์ได้ตามเสด็จพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติไปทอดพระเนตรพระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเพิ่มเติมเป็น วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา (มีหมายกำหนดการระบุชื่อสกุลดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีเดียวกัน)

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่ยังทรงเป็นสยามมกุฎราชกุมาร พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ในพระราชพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ต่อมาในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 พระองค์ทรงนำทำการแสดงทางทหารประกอบดนตรี “ราชวัลลภ เริงระบำ” (Hop to the Bodies Slams) ในงานวันราชวัลลภได้อย่างสง่างามและเข้มแข็ง ในฐานะผู้บังคับการกองผสม

วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560 มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจตุลจอมเกล้า (ฝ่ายใน) ให้แก่ พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา อีกทั้งได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเพิ่มเติมเป็น ท่านผู้หญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา

วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต จึงทรงได้รับการสถาปนาเป็น “สมเด็จพระราชินีสุทิดา” ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์

ต่อมาในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสุทิดาขึ้นเป็น “สมเด็จพระบรมราชินี” ทรงพระนามว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี”

‘นนอ.กฤตวัฒน์ สุอุทัย’ นร.ทุนกองทัพอากาศ จบการศึกษาจากสหรัฐฯ ได้รับเลือกเป็นนายทหารเกียรติศักดิ์ และหัวหน้ากองพันที่ 1 แห่ง ‘USAFA’

(3 มิ.ย. 66) รายงานข่าว จากกองทัพอากาศเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.66 ที่ผ่านมา โรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐอเมริกา (United States Air Force Academy : USAFA) จัดพิธีจบการศึกษาของนักเรียนนายเรืออากาศสหรัฐอเมริกา รุ่นที่ 2023 โดยในปีนี้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเป็นประธานในพิธีและร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการศึกษาด้วยตนเอง สำหรับการเดินทางมาเป็นประธานในพิธีจบการศึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นการหมุนเวียนกันในแต่ละปีระหว่างโรงเรียนนายร้อยทหารบกสหรัฐฯ (The United States Military Academy หรือ Westpoint) โรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ (United States Naval Acdemy) และโรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐฯ (United States Air Force Academy)

ซึ่งในปีนี้ เป็นวงรอบการเป็นประธานในพิธีจบการศึกษาของโรงเรียนนายเรืออากาศฯ นอกจากประธานาธิบดี โจ ไบเดนแล้ว มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มาร่วมเป็นเกียรติในการแสดงความยินดีกับผู้จบการศึกษาซึ่งประกอบด้วย นายแฟรง แคนดอล Secretary of the Air Force, พล.อ.อ.ชาร์ล บราวน์ จูเนียร์ Chief of Staff of the Air Force, พล.อ.อ.แชนซ์ ซอลท์แมน Chief of Space Force ถือว่าเป็นพิธีจบการศึกษาที่ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูง

สำหรับผู้จบการศึกษาของโรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐฯ ในปีนี้มีจำนวนทั้งหมด 921 คน ประกอบด้วยนักเรียนต่างชาติ 12 คน และหนึ่งในนั้นคือ นักเรียนนายเรืออากาศ กฤตวัฒน์ สุอุทัย ซึ่งเป็นนักเรียนทุนของกองทัพอากาศ

นักเรียนนายเรืออากาศ กฤตวัฒน์ สุอุทัย เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 58 และเป็นนักเรียนนายเรืออากาศรุ่นที่ 65 เกิดเมื่อ 10 พ.ค. 2542 อายุ 24 ปี นนอ.กฤตวัฒน์ฯ เข้ารับการศึกษาระดับปริญญาตรี ณ United States Air Force Academy ในสาขา Computer Science and Cyber Science โดยมีเกียรติประวัติระหว่างการศึกษา นนอ.กฤตวัฒน์ฯ มีความสนใจในการบินและได้เข้าร่วมชมรมนักบินเครื่องร่อนของโรงเรียน จนมีความชำนาญและได้เป็นครูสอนการบินเครื่องร่อนให้กับนีกเรียนรุ่นต่อมา โดยทำการสอนศิษย์การบินเครื่องร่อนรวมทั้งสิ้น 117 เที่ยวบิน นอกจากนี้ นนอ.กฤตวัฒน์ฯ ยังได้รับเลือกเป็นนายทหารเกียรติศักดิ์ (Honor Officer) และหัวหน้ากองพันที่ 1 (Squadron 1 Commander) ขณะศึกษาในชั้นปีที่ 4 ถือเป็นเกียรติประวัติอันสำคัญยิ่งของนักเรียนทุนจากกองทัพอากาศ

‘United States Air Force Academy’ ถือเป็นสถานบันผลิตนายทหารหลักของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เป็นสถาบันที่ผลิตผู้นำชั้นแนวหน้าอย่างเช่น พล.อ.อ.ชาร์ล บราวน์ จูเนียร์, Chief of Staff of the Air Force ผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ให้ดำรงตำแหน่ง ‘Chairman of the Joint Chiefs’ คนต่อไป ซึ่งนับเป็นตำแหน่งสูงสุดทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ ทั้งนี้กองทัพอากาศไทยได้คัดเลือกนักเรียนนายเรืออากาศเข้ารับการศึกษาในสถาบันแห่งนี้ทุกปี โดยสหรัฐฯ เสนอที่นั่งให้กับนักเรียนนายเรืออากาศของไทยปีละ 1 ที่นั่ง ซึ่งนักเรียนนายเรืออากาศที่ได้รับการคัดเลือกจากกองทัพอากาศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้สร้างชื่อเสียงและแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ ทั้งด้านการศึกษาและความเป็นทหารได้อย่างดีเยี่ยม ได้รับความไว้วางใจจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในการให้ที่นั่งศึกษาในทุกๆ ปี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top