Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

‘รัฐบาลก้าวไกล’ 310 เสียง คงเป็นแค่ ‘ฝันกลางวัน’ โอกาสได้ ‘นายกฯ คนนอก’ มีน้อย แต่ไม่ควรมองข้าม

เรียนตามตรงว่า ทำข่าวการบ้านการเมือง การเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลมาก็หลายปี แต่ไม่มีปีไหนที่ตื่นเต้นเร้าใจ ชวนระทึกเท่ากับปีนี้

ในชั้นนี้ต้องบอกว่า ถ้าพรรคก้าวไกล 152 เสียงจับมือกับพรรคเพื่อไทย 141 เสียง บวกกับพรรคอื่น ๆ อีก 17 เสียงรวมเป็น 310 เสียงได้ เราก็จะเห็นปรากฏการณ์พรรคอันดับ 1 กับอันดับ 2 จับมือกันตั้งรัฐบาลได้เป็นครั้งแรก จากที่ผ่าน ๆ มา อันดับ 1 กับอันดับ 2 จะแยกวงอยู่คนละข้างแทบทุกครั้ง…

‘เล็ก เลียบด่วน’ ขอสรุปสถานการณ์ ณ วันที่ 17 พ.ค.ว่า น่าเป็นห่วง…โอกาสที่สถานการณ์จะบานปลายขยายวงลงสู่ท้องถนนกันอีกครั้งมีสูงไม่น้อย...

สถานการณ์ขณะนี้ พรรคก้าวไกลเดินหน้าฟอร์มรัฐบาล 310 เสียง พรรคเพื่อไทยโดยคำยืนยันของโทนี่  วู้ดซัม บิดาอุ๊งอิ๊ง ล่าสุดบอกว่าจะยกมือให้ เพราะอ่านขาดว่ายังไงก้าวไกลก็ไปถึงดวงดาว ขณะที่พรรคก้าวไกลเองบรรดาสาวกและว่าที่ ส.ส. หลายรายออกอาการห้าวเป้งจุดไฟในนาครข่มขู่สมาชิกวุฒิสภาหรือ สว. ให้โหวตสนับสนุน ไม่เพียงเท่านั้นยังลามไปกดดันพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ใน 310 เสียงให้โหวตช่วยอีกต่างหาก จนถูกเจ้าของฉายา ‘มีโกนอาบน้ำผึ้ง’ ชวน หลีกภัย กรีดสวนว่า..อย่าจุ้นมาก คนอื่นเขาคิดเองได้…

จะว่าไปแล้ว...สาวกและว่าที่ ส.ส.ของพรรคก้าวไกลไม่ค่อยน่ารัก ขณะที่ว่าที่นายกฯ ทิม พิธา ก็ดูจะออกตัวแรงไปหน่อย...และขณะนี้น่าเป็นห่วงหัวหน้าทีมในอย่างชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ที่มารับบทผู้จัดการรัฐบาลมือใหม่หัดขับว่าจะเข้าโค้งแหกโค้งไปได้หรือไม่…

ส่องกล้องสถานการณ์ดูแล้ว...ตัวแปรสำคัญที่สุดตอนนี้คือ ส.ว. 250 เสียง ซึ่งฟันธงได้ไม่ยากว่าส่วนใหญ่ไม่เอา ไม่รับสูตรพิธาเป็นนายกฯ โดยก้าวไกลเป็นแกนนำ แม้จะรวมมาได้ 310 เสียงก็ตาม...เหตุผลหลักก็คือประเด็นยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 วิธีคิดต่อสถาบันเบื้องสูง และนโยบายชุดใหญ่ ‘ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม’ หลายอย่างที่มีความล่อแหลม สุ่มเสี่ยง ดังนั้นจะกดดันแค่ไหนเพื่อหวังให้ ส.ว.ซัก 70 เสียงมาโหวตให้ทิม พิธาได้คะแนนผ่าน 376 เสียง เป็นเรื่องที่ปิดประตูตาย..อย่างมากก็จะได้เสียง ส.ว.ไม่เกิน 20 สียง

ตรงกันข้ามหากพลิกจากพรรคก้าวไกล พิธาเป็นนายกฯ ให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยอุ๊งอิ๊งหรือเศรษฐาเป็นนายกฯ มีความเป็นไปได้มากกว่า ส.ว.จะสนับสนุน แต่มีข้อแม้สำคัญดังที่ ส.ว.สมชาย แสวงการ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยต้องเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้ ไม่ยืมมือ ส.ว.ให้โหวตคว่ำสูตรก้าวไกลเสียก่อน...แล้วจึงมาเริ่มต้น…

กล่าวโดยสรุป...อีกครั้ง
ประการแรก - รัฐบาลก้าวไกล 310 เสียงสุดท้ายจะเจอทางตัน เพราะแค่ ส.ว.งดออกเสียงไม่หนุนพิธาเป็นนายกฯ ก็จบข่าว ภายใต้สถานการณ์ที่มีโอกาสวุ่นวาย…

ประการที่สอง - พรรคเพื่อไทยที่รอส้มหล่น จะเดินต่อขยักสองเป็นแกนนำก็ไม่ง่าย...เพราะต้องไปอาศัยเสียงจากขั้วรัฐบาลเดิม มีความเป็นไปได้ที่จะถูกกดให้ลดชั้น สละเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรืออนุทิน ชาญวีรกูล

ประการที่สาม - ถ้าสูตรเพื่อไทยยังตกลงกันเรื่องตำแหน่งนายกฯ ไม่ได้ สถานการณ์ก็อาจไถลไปใช้บริการมาตรา 272 วรรคสอง...นายกรัฐมนตรีคนนอก หรือนายกฯ นอกบัญชีแคนดิเดต...ซึ่งโอกาสจะเกิดแม้มีน้อย แต่ก็อย่ามองข้าม…

ประการที่สี่ - แม้ไม่มีสุญญากาศทางการเมือง แต่โอกาสที่รัฐบาลลุงตู่จะรักษาการจะลายาวไปเป็นครึ่งปีก็มีโอกาสแม้จะน้อยนิด

ส่งท้ายวันนี้...อยากบอกว่าคิดถึงคำกล่าวของ ‘ป๋าเปรม’ ที่ว่าบ้านเมืองเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ใครอย่าคิดทำเล่น - สวัสดี!! 

‘ไบเดน’ ยกเลิกทริปเอเชีย บินด่วนกลับสภา เหตุต้องแก้ปัญหาเพดานหนี้ก่อนไม่เหลือเงินจ่ายหนี้

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ จำเป็นต้องยกเลิกกำหนดการณ์เยือนประเทศในย่านเอเชียอย่างกะทันหัน เพราะต้องกลับไปแก้ปัญหาเพดานหนี้ที่กำลังวิกฤติในสหรัฐฯ

โดย โจ ไบเดน จะยังคงเข้าร่วมงานประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G7 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นตามกำหนดเดิมก่อน 3 วัน แล้วจะบินกลับสหรัฐฯ เลย ซึ่งจะต้องยกเลิกแผนการเยือนกลุ่มประเทศพันธมิตรในย่านเอเชียทั้งหมด รวมถึงงานประชุมกลุ่มประเทศสมาชิก QUAD ที่ออสเตรเลียด้วย 

นับเป็นภารกิจภายในประเทศที่สำคัญเร่งด่วนมาก เพราะหากแก้ไขวิกฤติเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ทัน จะมีผลร้ายแรงต่อเครดิต ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ เสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ และ ภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำโลกในระยะยาว

แพทริค ครอนิน นักวิเคราะห์จากสถาบัน Hudson Institute Asia-Pacific มองว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องยกเลิกแผนการเยือนต่างประเทศกลางอากาศ ไม่ใช่เรื่องผิดวิสัย เพราะผู้นำสหรัฐฯ ต้องให้ความสำคัญกับการหาทางรอดในวิกฤติการเงินของประเทศก่อนเป็นอันดับแรก หากใครที่ติดตามการเมืองสหรัฐฯ มานานก็จะเข้าใจ แต่ต้องยอมรับว่าบทบาทของสหรัฐฯ ในเวทีต่างประเทศก็จะดูด้อยลงไป เมื่อต้องทิ้งนัดหมายสำคัญเพื่อไปจัดการเรื่องการเมืองในบ้านที่ไม่เรียบร้อย 

ผลจากการยกเลิกแผนเดินทางในเอเชีย ทำให้โจ ไบเดน พลาดโอกาสในการเยือนประเทศปาปัว นิวกินี ที่จะเป็นการเยือนครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ ในตำแหน่ง ซึ่งไบเดนมีนัดหมายต้องไปเจรจาเพื่อเซ็นข้อตกลงด้านความมั่นคงร่วมกันถึง 2 ฉบับ และยังทำให้การประชุมประเทศพันธมิตร QUAD (สหรัฐ-ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น-อินเดีย) ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดด้วย  

แต่ในเมื่อวาระของชาติสำคัญเร่งด่วนกว่า โจ ไบเดน จำเป็นต้องกลับไปจัดช่วยทีมรัฐบาลผลักดันแผนการเพิ่มเพดานหนี้ให้เป็นผลสำเร็จให้ได้ ก่อนหายนะทางการเงินในรัฐบาลสหรัฐฯ จะเกิดขึ้น 

ข้อกำหนดเพดานหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีไว้เพื่อจำกัดวงเงินกู้ของรัฐบาลไม่ให้สูงกว่าค่าใช้จ่ายของภาครัฐอย่างเกินความจำเป็น แต่ทว่า รัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีค่าใช้จ่ายที่มากกว่ารายได้จากภาษีมาโดยตลอด ที่ทำให้รัฐบาลกลางจำเป็นต้องเพิ่มข้อจำกัดเพดานหนี้เพื่อกู้เงินเสริมสภาพคล่องอยู่หลายครั้ง 

มีข้อมูลชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีการปรับขยายเพดานหนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 90 ครั้ง และไม่เคยปรับลดลงเลย และทุกครั้งที่มีการหารือเกี่ยวกับการขยายเพดานหนี้ มักนำมาสู่เกมการเมืองที่ไม่สามารถหาข้อตกลงได้ง่ายนัก เมื่อฝ่ายที่คัดค้านมองว่าการเพิ่มเพดานหนี้ เป็นการเพิ่มภาระหนี้สาธารณะให้กับประชาชนผู้เสียภาษี ซึ่งรัฐบาลน่าจะหาวิธีที่ดีกว่าด้วยการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกลางลงเพื่อให้สมดุลย์กับรายได้จากภาษี 

แต่ฝ่ายที่สนับสนุนการเพิ่มเพดานหนี้ แย้งว่า การลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ หมายถึงการลดสวัสดิการสังคมของประชาชน และยังไม่ช่วยแก้ปัญหาการเงินได้อย่างทันท่วงที ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ

อย่างเช่นวิกฤติการเงินที่เคยเกิดขึ้นในปี 2011 สมัยของบารัค โอบามา บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P ได้ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลง จาก AAA เป็น AA+ เนื่องจากความมั่นใจในศักยภาพการชำระหนี้ของรัฐบาลกลางลดลง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สภาคองเกรซได้มีการพิจารณาเพิ่มเพดานหนี้แล้ว แต่ออกมาอย่างล่าช้า จึงเป็นเหตุให้สำนักจัดอันดับต่าง ๆ มองว่าเป็นความเสี่ยงในนโยบายทางการเงินของรัฐบาลกลาง 

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ พยายามกดดันสภาคองเกรซให้เร่งพิจารณาการขยายเพดานหนี้ โดยได้อ้างอิงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2011 การปรับลดความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดการเงินโลก ทำให้สถานะการเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกของสหรัฐฯ สั่นคลอนได้ 

อีกทั้งวิกฤติเงินคงคลังในรัฐบาลกลาง เริ่มอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง และดูจะร้ายแรงกว่าที่คิด จนทำให้โจ ไบเดน ต้องทิ้งนัดหมายสำคัญกับพันธมิตรในย่านเอเชียเอาไว้ก่อน เพราะทางรอดของประเทศสำคัญกว่า

หนีไม่รอด !! ตำรวจไซเบอร์ ติดตามรวบเพิ่ม ๒ ผู้เกี่ยวข้อง เครือข่ายขบวนการเว็บพนันออนไลน์ Lionking 88

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เร่งรัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บัญชีม้า เว็บพนันออนไลน์อย่างจริงจัง

สืบเนื่องจากปรากฏเป็นข่าวทางสังคมออนไลน์ กรณีหลานสาวแอบขโมยเงินยายวัย 73 ปี เล่นพนันออนไลน์จนเกลี้ยงบัญชี จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.เกสิรินทร์ อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี แอบผูกแอพพลิเคชั่นธนาคารกับเลขบัญชีธนาคารของนางสมศรี อายุ 73 ปี  ซึ่งเป็นยายแท้ ๆ แล้วนำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์ (เล่นสล๊อต) จนเสียเกลี้ยงบัญชีกว่า 7.5 แสนบาท นั้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.3 จึงได้สืบสวนขยายผลและรวบรวมข้อมูลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 22 ราย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2566 จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย โดยมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนัน lionking88.com ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 875 ล้านบาท มีจำนวนสมาชิกที่เป็นผู้เล่นประมาณ 20,000 คน และสามารถตรวจยึดทรัพย์สิน รวมมูลค่าได้ประมาณ 10,466,707.30 บาท ต่อมาวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 ได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นเพิ่มเติม 2 ราย ดังนี้
1.นางสาวดาราภรณ์ อายุ ๒๓ ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู 
2.นางสาวอรวรรณ อายุ ๓๖ ปี ชาวจังหวัดชลบุรี
โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน  “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการพนันทางสื่ออีเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” และ “สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐาน
ฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน” 
จับกุมได้ที่ ตัวเมืองจังหวัดขอนแก่น

‘อุ๊ หฤทัย’ ปัดหนุน ‘พิธา’ เป็นนายกฯ หลังเกิดกระแสคนเข้าใจผิด ชี้ แค่ยอมรับเสียงข้างมาก ย้ำ!! แต่อย่าจุดประเด็นความขัดแย้ง

(17 พ.ค. 66) จากกรณีอดีตนักร้องดัง ‘อุ๊’ หฤทัย ม่วงบุญศรี แฟนคลับและผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความคิดเห็นหลังทราบผลการเลือกตั้งในรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง สรุปว่า “ส.ว.ต้องจบได้แล้ว เพราะจริง ๆ ถ้าจะขับเคลื่อนประเทศ ต้องพอกันทีกับความขัดแย้ง การที่ฝ่ายเพื่อไทย ก้าวไกล เป็นรัฐบาลก็ดี มันจะสนุก เพราะเห็นสิ่งที่เขาอภิปรายไว้ ก็ให้เขาโชว์ฝีมือบ้าง ถ้าขับเคลื่อนประเทศให้ประชาชนได้ประโยชน์ก็ดีทั้งนั้น ไม่อยากเดินถนน ยังไง เราควรให้ฝ่ายชนะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นรัฐบาล ใจอยากให้ท่านเป็นนายกฯ (พล.อ.ประยุทธ์) แต่ฝ่ายลุงตู่แพ้ เราก็ต้องยอมรับกติกาเสียงข้างมาก เราหวังว่าหลังการเลือกตั้งจะไม่มีความขัดแย้งแล้ว ลุงตู่ควรพอ ให้ประเทศเป็นไปตามกลไกเสียงข้างมาก” และมีการเผยแพร่ในโลกโซเชียลนั้น

ล่าสุด ‘อุ๊ หฤทัย’ โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘หฤทัย ม่วงบุญศรี’ ดังนี้..

นักข่าวโทรมาถามอุ๊เยอะมาก ว่า พี่อุ๊สนับสนุนให้พิธาเป็นนายกฯ? และให้ ส.ว.หยุดสกัดพิธา?

ผบ.ตร.ขอบคุณตำรวจทั่วประเทศ ร่วมภารกิจดูแลความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำเร็จ ลุล่วงด้วยดีขอบคุณตำรวจทั่วประเทศ ร่วมภารกิจดูแลความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำเร็จ ลุล่วงด้วยดี

วันนี้ (17 พฤษภาคม 2566) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ถึง รอง ผบ.ตร. – ผู้บังคับการ หรือตำแหน่งเทียบเท่าทั่วประเทศ ขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายทั่วประเทศที่ร่วมปฏิบัติในภารกิจรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ใจความว่า

“ภารกิจตามแผนรักษาความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง ตร. หรือ พิทักษ์เลือกตั้ง / 66 ที่ปฏิบัติมาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 นั้น เนื่องจากภารกิจรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. เสร็จสิ้น และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์ ในนามผู้บังคับบัญชาของ ตร. ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักตามแผนฯ จึงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานทุกนาย และทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท และเสียสละ ในภารกิจด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย การจัดการจราจร และให้การสนับสนุน กกต. ตลอดจนภารกิจที่เกี่ยวข้องด้านต่าง ๆ ถือได้ว่าเจ้าหน้าที่ทุกนาย เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ให้มีความสำเร็จ ลุล่วงไปได้ด้วยดี ตามวิถีทางครรลองของระบอบประชาธิปไตยและกฎหมาย” 
***************

ตำรวจไซเบอร์ รวบเจ้าแม่ซิมผีเมืองยโสลงทะเบียนพร้อมใช้ เปิดทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์  วัฒน์นครบัญชา  ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ให้มีตรวจสอบการกระทำความผิดตามสื่อสังคมออนไลน์ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งขบวนการซื้อขายซิมผีบัญชีม้า 
สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.3 สืบสวนติดตามพฤติกรรมสมาชิกกลุ่มเฟสบุ๊ค “ซิม sim” ตรวจพบการซื้อขายซิมโทรศัพท์ที่ถูกลงทะเบียนแล้วโดยบุคคลอื่น โดยได้มีซึ่งผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ “คุณนุ่น เบอร์มงคล” 

ทำการโพสต์ข้อความระบุว่า “ดีแทคลงทะเบียนไม่เปิดเบอร์มี 300 เบอร์” จึงได้ออกอุบายติดต่อซื้อซิมโทรศัพท์ดังกล่าว โดยผู้ต้องหาแจ้งให้ชำระเงินเข้าบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี นางสาววรภาชา บุญเล่ห์ กระทั่งได้รับพัสดุจึงตรวจสอบพบว่าเป็นซิมการ์ดที่ถูกลงทะเบียนด้วยบุคคลอื่นที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ถูกส่งมาจากบ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลสงยาง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นที่อยู่อาศัยของ นางสาววรภาชาฯ โดยข้อมูลตรงกันกับชื่อบัญชีและข้อมูลที่ให้ไว้ในการจัดส่งพัสดุ

ต่อมาในวันที่ (17 พ.ค.66) พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 สั่งการ พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู ผกก.2 บก.สอท.3 เร่งรัดนำทีมสืบสวนพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดยโสธรเข้าทำการตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว พบนางสาววรภาชาฯ แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านและนำตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบซิมการ์ดโทรศัพท์พร้อมหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ จำนวน 26 ซิมการ์ด และตรวจพบกล่องพัสดุ บรรจุหีบห่อเตรียม ส่งสินค้าให้กับลูกค้าโดยจ่าหน้าซองผู้ต้องหาในช่องผู้ส่ง ภายในยังพบซิมการ์ดโทรศัพท์อีก จำนวน 6 ซิม

พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู ผกก.2 บก.สอท.3 ยังกล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบซิมทั้งหมดพบว่ามีการลงทะเบียนเป็นชื่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ชื่อนางสาววรภาชาฯ อีกทั้งยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้โดยไม่ทราบว่าผู้ใดเป็น

ผู้ลงทะเบียนไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยบัญชีธนาคารที่พบเป็นบัญชีธนาคารที่มีชื่อเจ้าของบัญชีตรงกันกับบัญชีที่ใช้กระทำความผิด จึงได้จับกุมตัว นางสาววรภาชา บุญเล่ห์ อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดยโสธร ในความผิดฐาน “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้” พร้อมด้วยของกลาง บัญชีธนาคาร, โทรศัพท์เคลื่อนที่ และซิมการ์ดที่ลงทะเบียนพร้อมใช้อีกจำนวนมากหลายรายการ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3, พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู ผกก.2 บก.สอท.3  ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธเนตร กาละกุล สว.กก.2 บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม

‘ทักษิณ’ ลั่น เพื่อไทย ไม่เห็นด้วย ถ้า ‘ก้าวไกล’ ทำสิ่งที่กระทบกระเทือน ต่อเบื้องสูง

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือโทนี่ วู้ดซัม ตอบคำถามแฟนคลับรายหนึ่งในเฟซบุ๊ก "care คิด เคลื่อน ไทย" ถึงกรณีมีเสียงวิจารณ์พรรคเพื่อไทยสู้ไปกราบไปว่า กราบไปคืออะไร การเคารพสถาบันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ยังไงเนี่ยจุดยืนของพรรคเพื่อไทย และครอบครัวชินวัตร คือเราเคารพรักสถาบัน

ใครจะว่าอย่างไงผมช่วยไม่ได้ ผมเป็นของผมอย่างงี้ และยินดีต้อนรับว่า คนจะวิจารณ์ว่า เพราะผมไม่ได้สู้เพื่อไปทำอะไรไม่ดีกับสถาบัน ไม่มี ผมสู้เพื่อเอาชนะทางการเมืองเท่านั้นเอง

สถาบันนี่ ผมถือว่าผมจงรักภักดี ครอบครัวผมเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว รู้มั้ยว่าผมกับคุณหญิงนี่ สมรสพระราชทานนะครับ ผมอาจจะไม่ได้มีพิธีเหมือนสมัยนี้ แต่พิธีของผมคือสมรสพระราชทาน ฉะนั้นเรื่องความสำนึกอะไรพวกนี้ มันมีอยู่ นะครับมันมีอยู่ จะให้ผมไม่มีมันเป็นไปไม่ได้เลย นะครับ

แน่นอน สมมติว่าพรรคเพื่อไทย ร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล สิ่งไหนที่พรรคก้าวไกลจะทำ ซึ่งคิดว่าไม่ทำนะ ทำในสิ่งที่กระทบกระเทือนสถาบันพระมหากษัตริย์ เราก็คงไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา เราไม่ใช่ขวาจัด ตกขอบ ไม่ใช่ แต่เราเป็นคนไทย เราเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ เท่านั้นเอง ชัดเจน ไม่มีบิดพลิ้ว

คนไทยได้เห็นอะไรใน "เลือกตั้ง 66 " บ้าง

ผ่านไปกับการเลือกตั้ง 66 มีทั้งผู้สมหวัง และผู้ผิดหวัง แต่สิ่งสำคัญคือ ประชาชนและประเทศ ต้องเดินหน้าต่อไปพร้อมกับเหล่าบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้อง “มุ่งมั่น” ในการพัฒนาบริหารประเทศ

เลือกตั้งที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่มากไปด้วยสีสัน รวมทั้งมีภาพแปลกตาอยู่ไม่น้อย The State Times รวบรวมสีสัน และความแปลกใหม่ ลองไปดูว่า มีเรื่องราวไหนที่ “ตรงใจ” กับคุณบ้าง 

19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  สิ้นพระชนม์ ด้วยพระโรคไข้หวัดใหญ่

นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีพระนามเดิมคือ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ทรงเป็นต้นราชสกุล "อาภากร" เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงได้รับสมัญญานามว่า "องค์บิดาแห่งทหารเรือไทย"

ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ที่เล็งเห็นการไกล พระองค์ได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานที่ดินบริเวณอำเภอสัตหีบ สร้างเป็นฐานทัพเรือ เมื่อ พ.ศ. 2465 เนื่องจากทรงเห็นว่า อ่าวสัตหีบเป็นอ่าวที่มีขนาดใหญ่ น้ำลึกเหมาะแก่การฝึกซ้อมยิงตอร์ปิโด มีเกาะน้อยใหญ่รายล้อม สามารถบังคับคลื่นลมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เมื่อเรือภายนอกแล่นผ่านบริเวณนี้จะไม่สามารถมองเห็นฐานทัพได้

พระองค์ทรงประชวรด้วยโรคประจำพระองค์ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2465 ก่อนจะสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 เวลา 11 นาฬิกา 40 นาที สิริพระชันษา 42 ปี 151 วัน โดยมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2466 ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง

‘รัสเซีย’ ชี้ ‘ก้าวไกล’ เปรียบเสมือน หุ่นเชิดของ ‘สหรัฐฯ’ หวั่น ก้าวไกล ทำกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-จีน-รัสเซีย

(18 พ.ค. 66) สำนักข่าว RT ของประเทศรัสเซีย รายงานข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้งประเทศไทย โดยเรียกพรรคก้าวไกลว่าเป็น ‘พรรคโปรตะวันตก’

ไบรอันได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นผลลัพธ์ของความพยายามของสหรัฐอเมริกา ที่ได้ทุ่มเทเงินหลายล้านเหรียญมาเป็นเวลาหลายปี เพื่อให้พรรคการเมืองที่เป็นหุ่นเชิดของตัวเองได้ขึ้นมามีอำนาจ”

ไบรอันมองว่า หากพรรคก้าวไกลยังเดินตามนโยบายต่างประเทศในทางที่เคยแสดงท่าทีไว้ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน และประเทศไทยกับประเทศรัสเซียจะถูกกระทบอย่างรุนแรง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top