Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

เขตการศึกษาในสหรัฐฯ สั่งแบน ‘กระเป๋าเป๋’ หลังเจอเด็กพกปืน ชี้!! เพื่อป้องกันความรุนแรง-โศกนาฏกรรมในอนาคต

เมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สำนักข่าวเอพีรายงานเขตพื้นที่การศึกษาโรงเรียนรัฐบาลแกรนด์ ราปิดส์ ในรัฐมิชิแกนของสหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามใช้กระเป๋าเป้ในบริเวณโรงเรียน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเหตุความรุนแรงจากปืน ซึ่งนับเป็นเขตพื้นที่การศึกษาแห่งที่สองที่ออกคำสั่งดังกล่าว หลังจากมีรายงานพบนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พกปืนบรรจุกระสุน

แถลงการณ์จากเขตฯ ระบุว่าอาวุธปืนถูกพบที่โรงเรียนประถมศึกษาสต็อกกิง ซึ่งเป็นครั้งที่สี่ในปีนี้ที่พบนักเรียนพร้อมปืนพก โดยปืนในจำนวนนี้ 3 กระบอกถูกพบในกระเป๋าเป้

เมื่อวันพุธที่ 10 พ.ค. 2566 ลีเดรียน โรบี ผู้กำกับการเขตฯ แถลงข่าวว่าคำสั่งห้ามใช้กระเป๋าเป้นั้นเป็น “มาตรการรุนแรง” ที่จำเป็น ขณะ แลร์รี จอห์นสัน ผู้อำนวยการบริหารด้านความปลอดภัยสาธารณะและความปลอดภัยในโรงเรียน กล่าวว่าเขตฯ สามารถป้องกันโศกนาฏกรรมอย่างน้อย 2 ครั้ง ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่ต้องการเผชิญเหตุเช่นนี้อีกครั้ง

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เขตพื้นที่การศึกษาโรงเรียนฟลินต์ คอมมูนิตี ออกคำสั่งห้ามใช้กระเป๋าเป้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. สืบเนื่องจากแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐฯ กรณีพฤติกรรมคุกคามและการนำสิ่งของต้องห้ามซึ่งรวมถึงอาวุธต่างๆ เข้ามาในโรงเรียนทุกระดับชั้น

'บอส อริย์ธัช' ชี้ แก้ ม.112 ต้องทำประชามติ ถามคนทั้งประเทศ ลั่น!! ใช้สภาฯ แก้ไขคงไม่เหมาะ เพราะกระทบต่อจิตใจคนไทย

(13 พ.ค. 66) นายอริย์ธัช ชาติอาริยะพงศ์ (บอส) ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เบอร์ 14 เขตประเวศ และ เขตสะพานสูง พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นคำถามแห่งยุคสมัยของสังคมไทยเวลานี้คือ 'ม.112' ซึ่งมีคนบางกลุ่มหยิบยกมาใช้เป็นเครื่องมือจนนำมาสู่ความขัดแย้งในหลายระดับของสังคม 

ขณะที่จุดยืนเรื่องนี้ของเราคือเพิกเฉยต่อกระแส เพราะกระแสแบบนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้โซเชียลอย่างไม่สร้างสรรค์ เช่นเดียวกับกระแสไม่เลือกเราเขามาแน่ ลักษณะนี้คือลักษณะเดียวกัน ที่มีอัตลักษณ์เหมือนกัน แต่เลือกจะปั่นให้สังคมแตกแยกจากคนละมุมคนละขั้ว ให้ฝ่ายขวา และ ฝ่ายซ้าย เป็นเหมือนน้ำและน้ำมัน 

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเมื่อปัญหาเกิดขึ้น ในฐานะพรรคการเมืองมีหน้าที่แนะนำแนวทางทางเหมาะสมแก่สังคม ซึ่ง ม.112 เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญยิ่ง เราจึงไม่เห็นด้วยที่พรรคการเมืองบางพรรคเสนอให้ใช้สภาแก้ไข เนื่องจากเรื่องนี้กระทบต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ และพรรคของเราเชื่อในประชาชน ทางออกในการแก้ปัญหานี้ก็ต้องกลับไปฟังเสียงประชาชน

ดังนั้น ข้อเสนอของเราคือเสนอให้มีการสร้าง ‘ประชามติ’ ถามประชาชนทั้งประเทศว่า ถ้าเขาอยากจะแก้ จะแก้อะไร ต้องไปฟังคนทั้งประเทศมา เพื่อให้ปัญหาที่มีความอ่อนไหวนี้มีฉันทามติเป็นกติการ่วมกันได้จริงในสังคม กติกา คือ สิ่งสำคัญของการอยู่ร่วมกัน แต่กติกาจะไร้คุณค่าเมื่อมีคนโกง ดังนั้นในฐานะคนรุ่นใหม่ ผมต้องการให้ประเทศไฉไลกว่าเดิม คนซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยเฉพาะในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 21 กรุงเทพมหานคร และ กลุ่มคนที่ตีมึนกระหายการเข้าสู่อำนาจ ที่รู้ตัวว่าไม่มีความสามารถเพียงพอ ไม่มีหัวใจของการเป็นผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตพูดตรงนี้ว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเรื่องของโอกาส 

โอกาสครั้งนี้ 1 สิทธิ์ 1 เสียง เรามีเท่ากันครับ ตัวตนคนเราต่างหากที่ไม่เท่ากัน โอกาสนี้โอกาสเดียวที่จะทำความเป็น พหุวัฒนธรรม นำพาประเทศชาติพ้นจากวิกฤติความขัดแย้ง โอกาสนี้ขอท่านมองให้ชัดถึงตัวตนของผู้สมัครรับเลือกตั้ง มองและพิจารณา ถึงคุณสมบัติ 'พร้อมใช้ ตั้งใจจริง' เป็นอันดับแรก และตัดสินใจที่ความเป็นคนรุ่นใหม่ รุ่นใหม่ที่วิธีคิด มีหัวหน้าพรรคที่เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ อีกทั้งความรู้ความสามารถ เช่น พี่ท๊อป วราวุธ ศิลปอาชา ลูกชายของ คุณพ่อบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย ผู้สำเร็จรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 ก้าวข้ามทุกข้อขัดแย้ง ผู้สร้างเมืองตัวอย่าง เมืองที่สดใส เมืองสุพรรณบุรีสีชมพู 

14 พฤษภาคม 2566 นี้ ผมกราบขอเชิญชวนทุกท่าน เลือก ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 21 14 พฤษภาเข้าคูหากาเบอร์ 14 บัตรสีม่วงเลือก บอส อริย์ธัช ชาติอาริยะพงศ์ คนรุ่นใหม่ พร้อมใช้ ตั้งใจจริง และ เลือกพรรคสีชมพู พรรคชาติไทยพัฒนา นำความสดใสนำนโยบายที่ไม่ขายฝัน นโยบายที่ทำได้จริง คอนเซปต์ ว๊าวไทยแลนด์ WOW Wealth Opportunity and Welfare for all 

ใช้โอกาสเพียงหนึ่งเดียวนี้ชี้ชะตาชีวิตของตัวท่าน เลือกชาติไทยพัฒนา เลือกพรรคสีชมพูทั้งแผ่นดิน เพื่อมุ่งสู่ประเทศไทยที่ทุกประเทศทั่วโลกรอคอย ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องมีทางเลือกให้ประชาชน บริหารงานด้วยวิสัยทัศน์ที่เป็นสากล คือ พรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นท้องถิ่น วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม สอดประสานทำงานอย่างคล้องจองแนบแน่น และราบรื่น (Glow with the flow) สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เป็นพื้นที่ตรงกลางให้ทุกขั้วสามารถนำนโยบายที่ดีมาขยับไปร่วมกันได้

'ประวิทย์' ชาติไทยพัฒนา ลุยหาเสียง เขต 5 พระนครศรีอยุธยา ชู!! พัฒนากรุงเก่าเจริญเทียบสุพรรณฯ - แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

(13 พ.ค. 66) นายประวิทย์ สุวรรณสัญญา ผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 พระนครศรีอยุธยา เบอร์ 12 พรรคชาติไทยพัฒนา ลงพื้นที่ อ.ผักไห่ อ.เสนา อ.บางซ้าย อ.ลาดบัวหลวง ชูนโยบาย บ้านพี่เมืองน้องเราไม่ทิ้งกัน พัฒนาบ้านเรา ให้เหมือนสุพรรณบุรี เพราะพื้นที่คลองสองจังหวัดนี้ติดกัน มีความตั้งใจที่อยากจะเป็นสะพานนำความเจริญจากสุพรรณเข้าสู่อยุธยา เพื่อพี่น้องเกษตรกร เพื่อปากท้องชาวบ้าน เลือกคนใหม่ และเลือกพรรคชาติไทยพัฒนา เบอร์ 18

นอกจากนี้ ยังพร้อมรับฟังปัญหาน้ำท่วมจากพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ โดยมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่อยากจะเข้ามาเป็นปากเป็นเสียงและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้พี่น้องพระนครศรีอยุธยาเขต 5 เพื่อที่พี่น้องเขต 5 จะได้ไม่เดือดร้อนทุกปี

‘อนุทิน’ นำทีมผู้สมัคร กทม. 33 เขต ขึ้นรถแห่รอบกรุง แนะนโยบาย–ขอบคุณปชช. หวังตอกเสาเข็มกรุงเทพฯ สำเร็จ

(13 พ.ค. 66) เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครพรรคภูมิใจไทย, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

นายอนุทิน ได้นำทีมผู้สมัครเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 33 เขต ขึ้นรถแห่ แนะนำนโยบาย ขอคะแนนเสียงและขอบคุณประชาชน ที่มาฟังการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย ไปจนถึงให้กำลังใจ เป็นแรงสนับสนุนพรรค ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 

สำหรับเส้นทางการเดินทางนั้น เริ่มต้นจากพรรคภูมิใจไทย ขบวนได้วิ่งตามถนนพหลโยธิน ไปตามเส้นทางรถไฟฟ้า ผ่านแยกรัชโยธิน ห้าแยกลาดพร้าว และสะพานควาย สนามเป้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พญาไท และราชเทวี โดยหลังจากนี้ขบวนจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่ห้วยขวาง เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชน 

ทั้งนี้ ตลอดเส้นทาง นายอนุทิน และนายพุทธิพงษ์ พร้อมทั้งทีมผู้สมัคร ได้กล่าวขอบคุณประชาชน ที่ให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยอย่างดีเสมอมา นายอนุทิน กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนขึ้นรถแห่หาเสียงระบุว่า นี่เป็นการทิ้งไพ่ที่สำคัญสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เราใช้ทุกวินาที ให้คุ้มค่าที่สุด เมื่อเอาความมุ่งมั่น มาบวกกับผลงานที่ผ่านมา เชื่อว่าชาวกรุงเทพ จะแบ่งใจให้พรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมา เราไม่เคยปักธง ตอกเสาเข็ม ในพื้นที่กรุงเทพได้เลย แต่คราวนี้ทุกอย่างน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเราได้พิสูจน์ผลงานจากการเป็นรัฐบาล จะเห็นว่า เราเป็นพรรคที่พูดแล้วทำ นโยบายที่นำมาเสนอ เราทำได้จริงและทำได้เร็ว ครั้งนี้ภูมิใจไทยส่งผู้สมัคร กทม. ครบ 33 เขต และมีแชมป์เก่าถึง 8 คน  วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการหาเสียง เราได้ส่งการบ้านให้ประชาชนครบทุกข้อ อะไรที่เป็นสัญญาใจ เราให้ท่านคืนไปหมด อยากจะตื๊อคนกรุงเทพฯ ขอให้เปิดใจรับภูมิใจไทย เราอาจจะถูกมองว่าเป็นพรรคบ้านนอก แต่ที่ผ่านมา เราก็รับใช้คนกรุงเทพฯ เช่นกัน สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ หวังว่าจะตอกเสาเข็มในพื้นที่กรุงเทพมหานครสำเร็จ เพราะเราได้คนเก่งมาเสริมทัพในหลายตำแหน่ง และเราก็มีผลงานไปขายประชาชน 

“ที่สุดแล้ว ผมต้องขอบคุณพี่น้องประชาชน ทุกเวทีปราศรัยในกรุงเทพมหานคร มีคนมาฟังเราแน่นขนัด เราถือว่าเราทำเต็มที่แล้วทั้ง กทม. และพื้นที่อื่นๆ เราเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งมาเป็นปีก่อนหน้านี้ คิดว่าทำในสิ่งที่ต้องทำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด กระแสของพรรค ดีขึ้นอยู่ทุกวัน แน่นอนว่าเรามีเป้าหมาย และเราวิ่งเข้าหาเป้าหมาย เราพยายามนำเสนอนโยบายให้พี่น้องพิจารณา คะแนนที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ถือเป็นสิ่งมงคล ขอให้มั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยได้ทำทุกอย่างที่ให้สัญญาไว้ตั้งแต่ปี 2562 ไว้หมดแล้ว เราทำเต็มที่ การทำงานเพื่อประชาชน ถือเป็นเกียรติ ของเราทุกคน” 

‘แนน ศิริภา’ งานเข้า ถูกมือดีทำลายป้ายก่อนวันเลือกตั้ง เจ้าตัวบอกไม่หวั่น!! วัดกันที่นโยบาย-ความตั้งใจ ไม่ใช่กระแส

(13 พ.ค.66) น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เผยภาพ ป้ายหาเสียง เบอร์ 11 ของตนเองในพื้นที่ฝั่งธนบุรีช่วงหาเสียงโค้งสุดท้าย โดนมือดี ทำลายป้ายพังยับหลายจุด ก่อนวันเลือกตั้ง ทั้งตัดรูปใบหน้า ตัดเบอร์ออกจากป้าย รวมถึงมีการขีดเขียนบนใบหน้า นอกจากนี้ยังพบว่าบางป้ายหายไปจากจุดติดตั้งเดิม และมีหลายป้าย มีผู้สมัครการเมืองอื่นเอาป้ายหาเสียงมาปิดทับบดบังด้วย

น.ส.ศิริภา กล่าวว่า ตนได้รับร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีกลุ่มไม่หวังดีมาตระเวนทำลายป้ายหาเสียงทั้งๆที่ เข้าสู้วันสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว ก็ไม่เว้น  ถือเป็นความพยายามสกัดกั้นทุกวิถีทางแม้แต่ทำลายป้าย เพื่อไม่ให้ประชาชนจดจำเบอร์ 11 ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และตนได้มอบอำนาจให้ทีมงานแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว

“ส่วนตัวขอยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ตนรู้สึกหวั่นไหวต่อคู่แข่งในพื้นที่ ที่แม้จะมีการแข่งขันกันมาอย่างเข้มข้นแต่เชื่อว่ายิ่งทำให้ประชาชนเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ยอมรับต่อพฤติกรรมดังกล่าวมากขึ้น และมองว่าการแข่งขันกันในพื้นที่ฝั่งธน ประชาชนจะตัดสินกันที่นโยบาย วัดกันที่ความทุ่มเท ความตั้งใจ และความจริงใจที่ผู้สมัคร มีให้กับประชาชน รวมถึงทางออกที่สามารถมองไปข้างหน้าได้ว่าผู้แทนคนนี้พร้อมที่จะเข้ามาเป็นปากเป็นเสียง เป็นคนที่คอยประสานทั้งจากระดับนโยบายลงมาสู่พื้นที่ได้ และประสานปัญหา หรือข้อเรียกร้องในพื้นที่  ขึ้นไปดูการแก้ไขในระดับนโยบายได้ และเข้าถึงได้กับคนทุกเพศทุกวัย สิ่งนี้มากกว่าที่มีผลต่อฝั่งธน ไม่ใช่เพียงกระแส ไม่ใช่เพียงมาทำลายป้าย หรือดิสเครดิตกัน”น.ส.ศิริภา กล่าว

‘กรณ์’ ขึ้นรถแห่ทั่วกรุงฯ ชวน ปชช. เลือก ‘ชพก.’ เบอร์ 14 พร้อมขอโอกาสเข้าสภาฯ ไปแก้ ‘เศรษฐกิจปากท้อง’ ให้คนไทย

(13 พ.ค.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียงเป็นวันสุดท้าย เพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนในเขตต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าเริ่มจากเข้าสักการะพระแม่อุมาเทวีและสิ่งศักดิ์สิทธิที่ วัดแขก เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินทางไปยังตลาดศรีย่าน ราชวัตร ซึ่งเป็นพื้นที่หาเสียงของนายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ 9 จากนั้นได้ขึ้นรถแห่ไปยังเขตลาดพร้าว ซึ่งเป็นพื้นที่ของ นายบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี ผู้สมัคร เบอร์ 3 และเขตบางกะปิ พื้นที่ของนายธาม สมุทรานนท์ ผู้สมัครเบอร์ 8 ก่อนจะตรงไปยังตลาดบองมาเช่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของ นางสาววิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัครเบอร์ 10 

โดยนายกรณ์ ได้เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม กาเบอร์ 14 พรรคชาติพัฒนากล้า และกาเบอร์ผู้สมัครของพรรคชาติพัฒนากล้าในทุกเขตเลือกตั้ง โดยตลอดเส้นทาง ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี โดยประชาชนโบกมือทักทาย และอวยพรให้โชคดี ได้เข้าไปทำงานแก้ไขปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน ตามที่ได้ตั้งใจไว้ จากนั้นคณะได้พักรับประทานอาหารที่ตลาดบองมาเช่ ก่อนที่นายกรณ์ จะให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พรรคชาติพัฒนากล้าจะได้มีโอกาสลงพบปะพี่น้องประชาชนขอคะแนนเสียง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปหาเสียงกันในเขตของตัวเอง อยากฝากประชาชนว่าในวันที่ 14 พฤษภาคม อยากให้ไปใช้สิทธิกันมาก ๆ และหากเห็นว่าประเด็นเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ควรได้รับการดูแลเหนืออื่นใด ก็ขอให้พิจารณาเลือกพิจารณาพรรคชาติพัฒนากล้า เพราะพรรคเราเป็นพรรคเศรษฐกิจที่มีความเชี่ยวชาญและมีความตั้งใจที่จะมาแก้ปัญหาปากท้องโดยเฉพาะ และมีทีมงานที่ผสมผสานกันระหว่างคนรุ่นเก่า และผู้เชี่ยวชาญในแวดวงเศรษฐกิจ ธุรกิจ พร้อมรับใช้ท่าน 

“ขอให้ท่านส่งพลังบวกเลือกในสิ่งที่ท่านต้องการจริง ๆ อย่าไปกังวลว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยถ้าเราได้เลือกในสิ่งที่เราชอบและศรัทธาแล้ว ก็เชื่อว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ เราจะมีความภาคภูมิใจกับการตัดสินใจของเรา และหากกรุณาเลือกเบอร์ 14 ทั่วประเทศ ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี ถ้าเรามีโอกาสเข้าไปทำงาน เราจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว 

ต่อมาในช่วงบ่าย นายกรณ์ พร้อมคณะ ออกจากตลาดบองมาร์เช่ ขึ้นรถแห่ไปตามถนนในเขต บางเขน จตุจักร หลักสี่ ในพื้นที่ของ ดร.แวววรรณ ก้องไตรภพ ผู้สมัครเบอร์ 3 ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง ถ.สาทร ซึ่งเป็นพื้นที่หาเสียงของ 3 ผู้สมัคร คือ นายนันทพันธ์ ศุภณ์ภัทรพงศ์ เขต1 เบอร์9 นายวรนนท์ อัศวกิตติเมธิน เขต2 เบอร์ 3 สาทร ปทุมวัน ราชเทวี และ นายปรัชญา อึ้งรังสี เขต3 เบอร์ 14 บางคอแหลม ยานนาวา โดยตลอดเส้นทางถนนสาทร นราธิวาสฯ พระราม3 ประชาชนรอให้การทักทายอย่างคับคั่ง

ศลต.ตร.บังคับใช้กฎหมายเข้ม โค้งสุดท้าย ‘เลือกตั้ง66’ เน้นย้ำ! ซื้อสิทธิขายเสียงมีความผิด จับกุมแล้ว 3 ราย แนะนำประชาชน 12 ข้อ ต้องรู้! ห้ามทำ ผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง

วันนี้ ( 13 พฤษภาคม 2566 ) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ตร. ) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.)  เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน สั่งการให้ ศลต.ตร. เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษาคม 2566 มีความเข้าใจในกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และเพื่อเป็นการสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
 
โฆษก ศลต.ตร. กล่าวว่า ขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงการกระทำที่ต้องงดเว้น ห้ามกระทำ ตามกฎหมายเลือกตั้ง “พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561” ที่ประชาชนพึงหลีกเลี่ยง ซึ่งมักพบการกระทำความผิด ดังนี้
 
1. การซื้อสิทธิขายเสียง การกระทำการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัคร หรือ “การซื้อขายเสียง” เข้าข่ายผิดกฎหมาย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย  โดยผู้ซื้อเสียง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี  ส่วนผู้ขายเสียง เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
 
2. การพนันขันต่อผลการเลือกตั้ง โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 1 ถึง 5 ปี ปรับ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
 
3. การจัดยานพาหนะขนคนไปเลือกตั้ง หากทำเพื่อจูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด มีความผิด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
 
4. การกระทำใด เป็นการขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยว เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ มีความผิด ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกำหนด 10 ปี
 
5. การรื้อ ย้าย ปลด ทำลาย หรือเก็บป้ายหาเสียง ต้องทำโดยเจ้าของ หรือผู้รับมอบอำนาจเท่านั้น ผู้อื่นจะกระทำไม่ได้ ฝ่าฝืนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
 
ขณะที่ ศลต.ตร.เน้นย้ำ  สิ่งที่ห้ามทำ หลังเวลา 18.00 น.ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป ซึ่งจะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง
1. ห้ามจำหน่าย จ่ายแจก  หรือจัดเลี้ยงสุราในเขตเลือกตั้ง ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ผู้ที่ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
2. ห้ามมิให้มีการโฆษณาหาเสียงให้พรรคการเมือง หรือผู้สมัคร ส.ส. ทุกรูปแบบ รวมถึงให้งดเว้นการสวมใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ฯลฯ ที่มีสัญลักษณ์โลโก้พรรคการเมือง หมายเลขพรรคการเมือง หรือผู้สมัคร (โดยเฉพาะเมื่อเข้าคูหา หรือบริเวณใกล้เคียงหน่วยเลือกตั้ง ) และให้งดเว้นการโพสต์ข้อความ อัปโหลดภาพ หรือคลิปที่มีเนื้อหาลักษณะหาเสียงเลือกตั้ง ลงบนโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป ฝืนก็จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

‘บิ๊กตู่’ ขึ้นรถแห่รอบบ่าย ชวนคนไทยใช้สิทธิชี้ชะตาประเทศ ลั่น!! ‘รทสช.’ พร้อมดูแลทุกคน อ้อน!! 14 พ.ค.นี้ เลือกทั้งคนทั้งพรรค

(13 พ.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค และผู้บริหารพรรค ได้เดินทางมาสมทบกับคณะของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค  ขึ้นรถแห่หาเสียง หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั่วประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีสีหน้าที่แจ่มใส แม้ว่าที่ผ่านมาจะเดินทางหาเสียง ท่ามกลางอากาศร้อนและฝนตกไปทั่วประเทศ รวมทั้งปราศรัย ในทุกเวทีที่เดินทางไป ทั้งนี้ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์และคณะ ขึ้นรถแห่หาเสียงที่ร้านศรแดง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีประชาชนมา ส่งเสียงเชียร์ และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ สู้เพื่อคนไทยต่อไป พร้อมมอบดอกไม้เป็นกำลังใจ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ก่อน ขึ้นรถแห่ว่า พูดมาหลายวันแล้ววันนี้เป็นวันสุดท้าย เป็นวันสำคัญของคนไทย ขอวิงวอนขอร้องให้คนไทยทุกคน ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกที่ทั่วประเทศไทย เพราะนี่คือการเดินหน้าประเทศไทย ขอให้เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย ทั้งเขตและทั้งพรรค ขอให้ทุกคนออกไปลงมติโดยพร้อมเพรียงกัน อยากให้รู้ว่าบ้านเมืองของเราก็มีอะไรที่ดีอยู่แล้วแล้วเราก็จะทำต่อ เราไม่จำเป็นต้องรื้อบ้านหลังใหญ่เพื่อสร้างหลังใหม่ ไม่จำเป็นต้องรื้อประเทศไทย เราสามารถทำทุกอย่างให้ดีขึ้นได้ พรรครวมไทยสร้างชาติทำเพื่อทุกคนอยู่แล้ว แบ่งแยกไม่ได้

พรุ่งนี้ถึงอากาศจะไม่เป็นใจแต่เชื่อว่าถ้าทุกคนตั้งใจก็ไม่เป็นอุปสรรค ฝนฟ้าถ้าตกก็มีวันหยุด แต่หากทำบ้านเมืองให้เสียหายต่อไปมันจะไม่หยุด ตอนนี้ปัญหาบ้านเมืองมีเยอะไม่มีใครจะแก้ได้นอกจากคนไทย เพื่อให้บ้านเมืองสงบร่มเย็น ขอร้องให้ทุกคนไปเลือกตั้ง

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขึ้นรถแห่พร้อมกล่าวปราศรัยด้วยตัวเอง พร้อมระบุว่าวันนี้ขอโอกาสมาพบประชาชนอีกครั้งหนึ่งเพราะเป็นโค้งสุดท้าย ที่จะเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้แล้วขอให้ชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างพร้อมเพียงกัน เพราะถือเป็นการเดินหน้าประเทศไทยไปด้วยกัน อย่าทำให้เกิดการแตกแยก ก่อนจะแวะลงกราบสักการะพระประธานภายในวัดชนะสงคราม และเดินทางต่อโดยมีประชาชนชาวกรุงเทพฯ ให้กำลังใจโบกมือส่งเสียงเชียร์ตลอดเส้นทาง

คลิปว่อน!! พฤติกรรม 2 สาว 'แบม-ตะวัน' เจ้าของรางวัล 'The People Awards'

(13 พ.ค. 66) เปิดคลิปพฤติกรรม ‘ตะวัน-แบม’ เจ้าของรางวัล The People Awards 2023 หลังเข้ามาป่วน สน.สำราญราษฎร์ เนื่องจากเคลื่อนไหวสอบถามการปล่อยตัวของ ‘หยก’ ด้านชาวเน็ตแห่วิจารณ์พฤติกรรมสุดก้าวร้าว พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการอย่างใจเย็น

จากกรณี น.ส.ทานตะวัน หรือตะวัน และ น.ส.อรวรรณ หรือแบม พร้อมกลุ่มมวลชนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กว่า 20 คน รวมตัวเดินทางมาที่ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามการปล่อยตัวของ นางสาวธนลภย์ ผลัญชัย หรือหยก เยาวชนอายุ 15 ปี ที่ สถานพินิจบ้านปราณี จังหวัดปทุมธานี ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มาตรา 112 และ พ.ร.บ.โบราณสถาน จากนั้น ตะวัน - แบม กับพวกรวม 9 คน ร่วมกันทำลายทรัพย์ราชการ บนโรงพักสำราญราษฎร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวมาฝากขังศาลอาญา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ผู้ใช้ TikTok ‘พลาดหัวข่าว v5’ ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอ เผยให้เห็นพฤติกรรมของ 2 เด็กหญิงวัยรุ่น ‘ตะวัน-แบม’ เจ้าของรางวัล The People Awards 2023 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับคน 10 คนที่มีส่วนในการทำให้โลกในวันพรุ่งนี้ดียิ่งขึ้น ขณะกำลังทำลายข้าวของภายใน สน.สำราญราษฎร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงคอยวิ่งวุ่นห้ามปรามอย่างใจเย็น

ทั้งนี้ ได้มีชาวเน็ตเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของทั้ง 2 เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มองว่าการกระทำดังกล่าวมันเกินไป พร้อมกับชื่นชมความใจเย็นของเจ้าหน้าที่ และเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก

‘ยูทูบเบอร์ดัง’ ทำคลิป ‘เครื่องบินตก’ หวังเรียกยอดวิว ล่าสุดยอมรับสารภาพ เสี่ยงติดคุก 20 ปี!!

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 66 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่า ยูทูบเบอร์ที่กระโดดร่มชูชีพออกจากเครื่องบินกลางอากาศ แล้วจงใจปล่อยให้เครื่องบินตกเพื่อเรียกยอดวิวในช่องยูทูบของเขา อาจถูกจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นว่า นายเทรเวอร์ เจคอบ วัย 29 ปี รับสารภาพว่า จงใจขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง จากการทำลายซากเครื่องบินแล้วนำไปทิ้งตามถังขยะทั้งในและรอบท่าอากาศลอมพอกซิตี้ ทั้งที่ทางการสั่งให้เก็บซากเอาไว้ แต่เขาให้การก่อนหน้านี้ว่า ไม่ทราบจุดที่เครื่องบินตก เขารับสารภาพว่า ทำคลิปเพื่อหวังหารายได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง และรับสารภาพว่า โกหกเจ้าหน้าที่สอบสวนของรัฐบาลกลาง จากการยื่นรายงานเท็จว่า เครื่องยนต์ดับหลังจากเครื่องบินทะยานขึ้นไปแล้วประมาณ 35 นาที เขาไม่รู้วิธีที่จะลงจอดอย่างปลอดภัย จึงตัดสินใจกระโดดร่มชูชีพออกมาจากเครื่องบิน

แถลงการณ์ของกระทรวงยุติธรรมระบุว่า นายเจคอบตกลงที่จะรับสารภาพว่า มีความผิดในข้อหาทำลายและปกปิด โดยมีเจตนาขัดขวางการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง เป็นความผิดอาญาที่มีโทษจำคุกสูงสุดตามกฎหมาย 20 ปี ในเรือนจำของรัฐบาลกลาง คาดว่าเขาจะยื่นคำรับสารภาพอย่างเป็นทางการที่นครลอสแอนเจลิสในอีกไม่กี่สัปดาห์ และจะมีการตัดสินโทษหลังจากนั้น

นายเจคอบอัดคลิปชื่อ ‘ผมทำเครื่องบินตก’ (I crashed my airplane) เป็นเหตุการณ์ที่ดูเหมือนว่า เครื่องบินของเขาที่มีเครื่องยนต์เดียว มีปัญหาขณะบินอยู่เหนือทางใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 เขาจึงดีดตัวออกจากบินและกระโดดร่มชูชีพลงไปยังป่าสงวนแห่งชาติลอส พาเดรส โดยถือไม้เซลฟีบันทึกภาพตัวเองไว้ตลอดเวลา ส่วนกล้องที่ติดไว้ทั่วเครื่องบินเห็นภาพเครื่องบินร่วงลงอย่างไร้การควบคุม และตกกระแทกพื้นในที่สุด คลิปนี้มีคนดูร่วม 3 ล้านคน ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินจำนวนมากตั้งข้อสังเกตว่า เขาไม่สตาร์ทเครื่องใหม่ในช่วงที่เครื่องยนต์ดูเหมือนมีปัญหา และสวมร่มชูชีพในการบินเครื่องบินเล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top