Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน: รถไฟทางคู่สายใต้

ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลมุ่งพัฒนาระบบคมนาคมของไทยให้ดียิ่งขึ้นและครอบคลุมทั่วประเทศ ‘รถไฟทางคู่สายใต้’ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่รัฐบาลเร่งดำเนินการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชนภาคใต้ และลดระยะเวลาการเดินทาง จาก 6 ชม. เหลือเพียง 4 ชม. คาดว่าจะเปิดให้บริการบางส่วนภายในปีนี้

เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน: รถไฟทางคู่สายตะวันออก

‘รถไฟทางคู่สายตะวันออก’ เส้นทางศรีราชา-ระยอง มาบตาพุด-ระยอง-จันทบุรี-ตราด-คลองใหญ่ ระยะทางกว่า 340 กิโลเมตร เสริมศักยภาพโครงข่ายทางราง รองรับการขนส่งผลไม้และพัฒนานิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก EEC 

เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน: รถไฟทางคู่สายใต้ เฟส 2

ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลมุ่งพัฒนาระบบคมนาคมของไทยให้ดียิ่งขึ้นและครอบคลุมทั่วประเทศ ‘รถไฟทางคู่สายใต้ เฟส 2’ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่รัฐบาลเร่งดำเนินการ ถือเป็นมิติใหม่แห่งการเดินทาง เชื่อมโยงการคมนาคม ลดค่าใช้จ่ายของประชาชน และทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้สะดวกสบายในการเดินทาง นอกจากนี้ยังเป็นทางเชื่อมไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย

เปิดสตอรี่ ‘เก่งลายพราง’ อดีตคนคุกกลับใจกับชีวิตกินหรูอยู่สบาย หรือแท้จริง ‘ธุรกิจหมึกย่าง’ เป็นแค่ฉากบังหน้าเพื่อไว้ฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 66 รายการ ‘ถอนหมุดข่าว’ เผยแพร่ทางแอปพลิเคชั่น SONDHI APP สถานีโทรทัศน์ NEWS1 ช่องยูทูป NEWS1 และเฟซบุ๊กแฟนเพจ NEWS1 วันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2566 นำเสนอรายงานพิเศษ เปิดลับ เก่ง ลายพราง ฟอกเงินจากเว็บพนัน ผ่านสตอรี่หมึกย่างอำพราง

‘เก่ง ลายพราง’ นายจิรายุ ยิ้มอำไพ อินฟลูเอนเซอร์ดัง ที่ขายลุค ‘คนคุก’ ได้เวลากลับเข้าคุกอีกรอบแล้ว หลังโดนตำรวจไซเบอร์จับข้อหาชักชวนคนเล่นการพนัน จากการโฆษณาเชิญชวนคนไปเข้าเว็บพนันออนไลน์ อย่างโจ๋งครึ่ม ทั้งแปะลิงก์ ทั้งพูดโต้งๆ ออกไลฟ์สด พอถูกจับก็อ้างว่า เพราะธุรกิจ “หมึกย่างลายพราง” ของตัว ที่เคยขายดีทำรายได้วันละเป็นแสนบาท ตอนนี้ยอดตกหนัก เหลือแค่วันละ 6 พันบาท เงินไม่พอยาไส้ จำต้องมารับจ้างดึงคนไปเล่นพนัน มีรายได้เดือนละ 300,000 บาท

หากพิจารณาเรื่องราวของ ‘เก่ง ลายพราง’ ตั้งแต่ต้น สามารถฟันธงได้เลยว่า มันล้วนเป็น ‘สตอรี่’ ที่เขาจงใจสร้างมา ให้มีความดรามาเรียกคนติดตาม

เขาขายสตอรี่คนคุกที่ออกมาสร้างครอบครัวใหม่อย่างสุจริต โอ้โห ช่างโดนใจสายโซเชียล สังคมไทยเป็นนักให้โอกาสคนอยู่แล้ว

‘หมึกย่างลายพราง’ ไม้ละ 120 บาท ของ ‘เก่ง ลายพราง’ เลยดังเปรี้ยงปร้าง ขายดีจนเจ้าตัวออกอาการคึก ประกาศจะขยายสาขา แต่สตอรี่จริงๆ ที่ซ่อนไว้เนียนๆ ก็คือ ธุรกิจหมึกย่างของเขา มันก็มีไว้เพื่อฟอกเงินกลายๆ เพื่อจะตอบสังคมได้ว่า ทำไมเขาถึงใช้ชีวิตแบบกินหรูอยู่สบาย มีทั้งบ้านหลังใหญ่ รถแพงๆ หลายคัน เที่ยวนอนรีสอร์ท พลูวิลล่าแพงๆ เอามาอวดให้ FC ฮือฮาตลอด เขาเบี่ยงเบน ให้คนเข้าใจไปว่าเขารวยจาก ‘หมึกย่างลายพราง’ ทั้งที่เขารวยจากเว็บพนันต่างหาก

‘หมึกย่างลายพราง’ จึงมีสถานะก็แค่ ‘หมึกย่างอำพราง’ ธุรกิจทำเงินจริงๆ ของเขา คือเว็บพนัน จากที่อ้างว่าได้เงินจากแอดมินแค่เดือนละ 300,000 บาท ก็ไม่น่าจะเป็นคำให้การตามจริง เนื่องจากทุกวันนี้ ธุรกิจเว็บพนันเจอปัญหาใหญ่ คือ ขาดแคลนอินฟลูเอนเซอร์ ที่จะมาชักชวนเด็กๆ เยาวชน มาเป็นเหยื่อ เพราะหลายรายถูกจับเข้าตะรางไปแล้ว หลายรายก็เริ่มไหวตัว ขืนทำต่อละก็คุกแน่นอน เลยชิงวางมือกันไปหมด เหลือแต่อินฟลูเอนเซอร์ ที่วอนนอนคุกอย่าง ‘เก่ง ลายพราง’ ที่ยังวาดลวดลายอย่างไม่แคร์สื่อ

ซึ่งภาวะที่วงการขาดแคลน ‘คนชั่วที่ใจกล้า’ นี่เอง ประกอบกับเขาทำงานแบบเกินร้อย ชักชวนคนเล่นพนันต่อหน้ากล้องอย่างชัดเจน ในสไตล์คล้ายกับ ‘เสี่ยโป้’ เคยทำมาก่อน

ราคาค่าตัวของ ‘เก่ง ลายพราง’ น่าจะไม่ใช่แค่ 300,000 ต่อเดือน อย่างที่เขาอ้างกับตำรวจ แต่น่าจะเป็นเงินถึงหลักล้าน สอดคล้องกับชีวิตกินหรูอยู่สบาย หรือแม้แต่พูดอวดว่า เขายังติดการพนัน แค่เจียดเงินบางส่วนมาเล่น ก็ยังเล่นเสียไปถึง 3 ล้านบาท รายได้แค่ 300,000 บาทต่อเดือน จากเว็บพนัน คงไม่มากพอที่จะทำเช่นนั้นได้

เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนของสังคมไทย อย่าหลงเชื่อสตอรี่ดราม่าอะไรง่ายๆ และก็อย่าโลกสวย เชื่อว่าคนบางคนจะกลับตัวกลับใจ ทำมาหากินสุจริตได้

‘พัดลมน้ำแข็ง’ อุปกรณ์คลายร้อนที่ไม่เหมาะกับอากาศในไทย แม้ช่วยลดความร้อนได้ แต่อาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค ‘บัคเตรี’

(11 พ.ค. 66) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์’ สถาปนิกชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องการใช้ ‘พัดลมน้ำแข็ง’ ในสภาวะอากาศร้อน-ชื้น โดยระบุว่า…

อย่าใช้ ‘พัดลมน้ำแข็ง’ ในห้องนะครับ (แต่การเปิดพัดลมปกติเป็นเรื่องดีมาก ๆ ครั้ง ทั้งในห้องปกติ ห้องร้อน ๆ หรือห้องแอร์ครับ) เหตุผลก็คือ

เพราะ ‘พัดลมน้ำแข็ง’ คือพัดลมที่ใส่น้ำแข็งลงไปด้านหลัง แล้วให้น้ำแข็งละลายเป็นน้ำเย็น และพัดลมก็จะเป่าน้ำเย็นเป็นละอองออกมา เพื่อลดอุณหภูมิ 

แต่เพราะเมืองไทยเราเป็นเมือง ‘ร้อน - ชื้น’ ที่ไม่ต้องการความชื้นเพิ่ม หากใช้พัดลมน้ำแข็งจะเป็นการเพิ่มความชื้น แม้จะได้ความเย็นมา ลดความร้อนได้ แต่จะทำให้เราไม่สบายตัวเมื่อเวลาผ่านไป เพราะความชื้นจะไปอุดต่อมเหงื่อ จนความชื้นในตัวเราระบายไม่ออก และเหล่าความชื้นจะสะสมในห้อง เป็นการเพาะเชื้อโรค ‘บัคเตรี’ นะครับ 

‘สภาวะน่าสบาย’ เป็นสิ่งที่ทำให้เราสบายครับ ศัพท์เทคนิคภาษาฝรั่งเรียกว่า Comfort Zone นั้น จะเกี่ยวข้องกับ อุณหภูมิ - ความชื้น - แรงลม ที่จะต้องมีความพอดีกัน จะมากไป จะน้อยไปก็ไม่ดีครับ

พัดลมจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่ง ที่สร้างสภาวะน่าสบายให้กับเราครับ (โดยการเพิ่มแรงลม ในขณะที่อุณหภูมิไม่ลดครับ) แต่ ‘ความชื้น’ จาก ‘พัดลมน้ำแข็ง’ จะทำให้เรารู้สึกแย่ เพราะ ‘สภาวะน่าสบาย’ จะลดลงครับ

พัดลมน้ำแข็งใช้ได้ในประเทศแถบทะเลทราย ที่เป็นอากาศที่ ‘ร้อน - แห้ง’ จะดีมากเลยครับ แต่อย่าใช้ในบ้านเราดีกว่าครับ

‘บิ๊กตู่’ ชวนคนไทยออกไปใช้สิทธิ 14 พ.ค. เลือกกา ‘รทสช.’ สานต่อ แก้ปัญหา คลายทุกข์ให้ ปชช.

(11 พ.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ออกมาเชิญชวนพี่น้องชาวไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 14 พ.ค. นี้ โดยระบุว่า…

“สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ผมขอเชิญชวนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 2566 นี้ อย่างพร้อมเพรียงกัน และอย่าลืมบัตรสีม่วง เลือกผู้สมัครส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้ง 400 เขต และบัตรสีเขียวเลือก ‘ลุงตู่’ หมายเลข 22 เพื่อให้พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เข้าไปทำงานต่อ เพราะเรายังมีงานที่ต้องสานต่อ ทำต่อ อยู่ต่อ อีกมาก ตามที่ตั้งใจไว้ว่าเราจะทำไว้ ทำอยู่ ผมมั่นใจในนโยบายของพรรคจะสามารถแก้ปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนได้อย่างแน่นอน อย่าลืมนะครับ วันที่ 14 เลือก 2 ใบนะครับ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“อลงกรณ์”โชว์ผลงานชิ้นโบว์แดงทุเรียนไทยยืน1ตลาดจีนทำนิวไฮท์ปี2566ส่งออกทะลุแสนล้านภายใน120ยึดส่วนแบ่งตลาดจีนกว่า90% 

เดินหน้าโครงการ”จันทบุรี-มหานครผลไม้”มั่นใจทั้งปีส่งออกผลไม้กว่า4ล้านตันทำเงินกว่า 2 แสนล้านถือเป็นปีทองของผลไม้ไทยภายใต้การบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board-ฟรุ้ทบอร์ด) แถลงวันนี้(11 พ.ค.)ว่า ภายใต้แผนบริหารจัดการผลไม้ปี 2566 และ23 มาตรการเชิงรุก ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกผลไม้สดและแปรรูปไว้ที่ 4.44 ล้านตันคิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท โดยเฉพาะการส่งออกทุเรียน ตั้งเป้า100,000 ล้านบาท

ล่าสุด ปรากฎผลการดำเนินการส่งออกเกินเป้าหมายทำนิวไฮท์ได้ราคาสูงขายทุเรียนไปจีนทะลุแสนล้านบาทภายใน 120 วัน (เดือน กุมภาพันธ์- พฤษภาคมป) ทำให้ทุเรียนไทยครองสัดส่วนตลาด(มาร์เก็ตแชร์)ในจีนได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดกว่า 90 %และบรรลุเป้าหมายนโยบาย”ขายน้อยได้มาก”คือการเพิ่มราคาเพิ่มมูลค่าทุเรียนไทยได้สำเร็จ กล่าวคือในปี2564 ส่งออกทุเรียนไปจีนปริมาณกว่า 8 แสนตันทำเงินเข้าประเทศทะลุ 100,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่ปีนี้เราสามารถส่งออกทุเรียนทำเงินทะลุแสนล้านภายใน 120 วันเท่านั้น โดยส่งออก 4.5 แสนตันแต่ได้เงิน1แสนล้าน

ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกล่วงหน้าแนวใหม่ของฟรุ้ทบอร์ดที่มี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ.และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานจับมือทำงานกับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีพาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้ยุทธศาสตร์”ตลาดนำการผลิต เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด”โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร ล้ง สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย สมาคมผู้ส่งออกทุเรียน สมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) สมาคมการค้าธุรกิจเกษตรไทย-จีน สมาคมทุเรียนไทย (TDA)
โดยเฉพาะนโยบายการรักษามาตรฐานคุณภาพการผลิต การแปรรูป การส่งออกผลไม้ ตามมาตรฐาน GAP GMP และCovid Freeรวมทั้งการป้องกันและปราบปรามไม่ให้มีทุเรียนอ่อนทุเรียนสวมสิทธิ์เป็นอันขาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผลไม้ไทย ,นโยบายการสร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่า นโยบายการพัฒนาโลจิสติกส์ เช่นรถไฟจีน-ลาว เป็นต้น 

“เราจะเดินหน้าต่อแบบนันสต็อปรุกรบครบทุกแนวทางโดยเฉพาะการจัดตั้ง”มหานครผลไม้”ที่จันทบุรีในภาคตะวันออกในปีนี้เพื่อยกระดับการบริหารจัดการผลไม้มิติใหม่ โดยมั่นใจว่าปีนี้จะสามารถส่งออกผลไม้เศรษฐกิจเช่นทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง มะม่วง มะพร้าวฯลฯได้ตามเป้าหมายคือ 4.44 ล้านตันสร้างเงินให้ประเทศและเกษตรกรกว่า 2 แสนล้านบาทถือเป็นปีทองของผลไม้ไทยภายใต้การบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ทำได้ไวทำได้จริง “นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด

'บิ๊กตู่' ปลื้ม!! กล้วยหอมทองหนองบัวแดง ขึ้นทะเบียน GI  ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนปีละไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท

(11 พ.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยินดีที่ได้รับทราบว่า 'กล้วยหอมทองหนองบัวแดง' ของจังหวัดชัยภูมิ ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) สะท้อนคุณภาพของผลไม้ไทยที่มีศักยภาพและมีอัตลักษณ์จากแหล่งผลิตท้องถิ่น ปัจจุบันมีการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศที่สำคัญ คือ ประเทศญี่ปุ่น สามารถสร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่ ทุเรียนไทย มีแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน KASETTRACK ช่วยควบคุมมาตรฐานการผลิต พร้อมส่งออกผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศควบคู่การใช้นวัตกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEPA) บริษัท วีเดฟซอฟท์ จำกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน KASETTRACK และกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ยังได้มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้แพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน KASETTRACK เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการบันทึกข้อมูลการผลิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียน สร้างมาตรฐานการผลิตทุเรียนคุณภาพ 

โดยระบบจะสร้างขั้นตอนการผลิตทุเรียนที่เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐาน GAP ให้เกษตรกรสามารถบันทึกและวิเคราะห์ความก้าวหน้ากิจกรรมการผลิต และการดูแลรักษาในทุกระยะการเติบโต สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศผู้นำเข้า โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าทุเรียนอันดับหนึ่งของไทย โดยปัจจุบันเกษตรกรใช้งานแอปพลิเคชัน KASETTRACK แล้วกว่า 1,000 รายใน 8 จังหวัด ได้แก่ ตราด จันทบุรี ระยอง ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ยะลา และสุโขทัย พร้อมตั้งเป้าหมายว่า KASETTRACK จะดูแลการผลิตทุเรียนไทยคุณภาพได้กว่า 1 แสนตัน สร้างเกษตรกรคุณภาพที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ไม่น้อยกว่า 10,000 รายในปี 2569

“นายกรัฐมนตรีสนับสนุนความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่ผลักดันและพัฒนาศักยภาพภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้ไทยซึ่งเป็นผลผลิตจากชุมชนท้องถิ่น ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาทั้งการส่งเสริมสินค้า GI และการผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อควบคุมการผลิต เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าทางการค้า คงมาตรฐานคุณภาพสินค้าไทยในตลาดโลก ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน” นายอนุชา กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top