Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

‘ศอ.บต.’ ห่วง นศ. ไทยในซูดาน หลังเกิดเหตุปะทะกลางกรุงคาร์ทูม เร่งประสานให้ความช่วยเหลือ พร้อมเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์

เมื่อวันที่ (19 เม.ย.66) นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานข่าวเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกองทัพซูดานกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ณ กรุงคาร์ทูม สาธารณรัฐซูดานเมื่อเช้าวันที่ 15 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ได้มีประกาศเตือนให้คนไทยและนักเรียนนักศึกษาไทยที่พำนักอยู่ในซูดานเพิ่มความระมัดระวังตัว โดยให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการปะทะกัน พร้อมทั้งขอให้ติดตามสถานการณ์ข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำ และกฎหมายของทางการซูดานด้วย

หลังเกิดเหตุดังกล่าว ศอ.บต. ได้รับการประสานงานจากตัวแทนนักศึกษาไทย ณ สาธารณรัฐซูดาน เพื่อเร่งให้การประสานความช่วยเหลือในส่วนของปัจจัยยังชีพ เนื่องจากทางการซูดานได้ประกาศห้ามประชาชนออกจากเคหสถานในบริเวณพื้นที่ที่กำหนด (เคอร์ฟิว)

แม่รับร่าง ‘จีจี้ สุพิชชา’ เปิดใจรับรู้ตลอดลูกถูกทำร้าย ฟากพ่อ ‘อิคคิว’ รับคุมลูกชายไม่อยู่ พร้อมขอโทษ ขออโหสิกรรม

(20 เม.ย.66) ที่นิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี น.ส.ชุติกาญจน์ แม่ของ น.ส.สุพิชชา หรือ ‘จีจี้’ อายุ 19 ปี และนายกีรติ พ่อเลี้ยง เดินทางมายื่นเอกสารเพื่อรับร่างของลูกสาว หลังจากเมื่อวาน (19 เม.ย.66) ช่วงบ่ายที่ผ่านมา พบร่างของ น.ส.สุพิชชา และ นตท.ภูมิพัฒน์ หรืออิคคิว แฟนหนุ่ม เสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักคอนโดหรู ย่านอโศก

น.ส.ชุติกาญจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลอดช่วงเวลาที่คบกัน ตนทราบเรื่องมาตลอดว่า อิคคิว ทำร้ายร่างกายลูกสาว ซึ่งทางครอบครัวของฝ่ายชายก็ทราบดีและทั้ง 2 ครอบครัวไม่อยากให้มาคบกัน โดยก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คนเคยเลิกรากันไปแล้ว แต่กลับมาคบกันใหม่ โดยช่วงที่กลับมาคบกันใหม่ลูกสาวไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก เพราะไม่อยากให้แม่เป็นห่วง ซึ่งตนก็ถามว่า “กลับมาคบกันใหม่แล้วเป็นอย่างไรบ้าง” ทางจีจี้ก็บอกว่า “กลับมาคบกันแล้วดี ไม่มีอะไร”

น.ส.ชุติกาญจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนได้เตือนลูกตลอดเพราะลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก และฝ่ายชายก็เป็นคนชอบเล่นปืนและมีอาวุธปืนติดตัว เป็นคนอารมณ์ร้อน จึงกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ทั้ง 2 คน ทะเลาะกันภายในห้อง แล้วไม่มีบุคคลที่สามคอยห้ามจะเกิดเหตุไม่ดีขึ้น แต่ลูกไม่ฟัง อาจจะเพราะยังเป็นวัยรุ่น และยังมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน

ทั้งนี้ ในวันเกิดเหตุตนรู้สึกสังหรณ์ใจเพราะไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ จึงคุยกับแม่ของฝ่ายชายตลอด ซึ่งทราบว่าไม่สามารถติดต่อฝ่ายชายได้เหมือนกัน และแม่ของฝ่ายชายบอกว่า อิคคิว มาหา จีจี้ ตนจึงติดต่อเพื่อนให้มาเปิดห้องให้ ก่อนจะเจอเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและไม่อยากพูดถึงอีกเพราะยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

น.ส.ชุติกาญจน์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นในโลกโซเชียล ที่มีข้อความของจีจี้ และรูปภาพส่งไปให้เพื่อนแล้วบอกว่า อิคคิว ใช้อาวุธปืนยิงประตูทะลุ เรื่องนี้ตนทราบดีเพราะเหตุเกิดที่บ้านของฝ่ายชาย และพ่อกับแม่ของฝ่ายชายก็อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเขาได้แจ้งว่าทั้ง 2 คนทะเลาะกัน พยายามห้ามปรามแล้วแต่ไม่สามารถห้ามลูกได้ ที่ผ่านมา อิคคิว มีพฤติกรรมชอบเล่นปืนและยิงปืนมาก หลังช่วงสงกรานต์ ยังพา จีจี้ ไปยิงปืนที่สนามด้วยอยู่เลย ซึ่งตนเข้าใจว่าหลังจากที่เล่นปืนเสร็จแล้ว ก็คงให้คนขับรถเอาปืนไปเก็บ ไม่ทราบมาก่อนเลยว่าฝ่ายชายจะพกปืนติดตัวด้วย

‘ศาลอุทธรณ์’ สั่งรื้อ!! บ้านติดทะเลสาบ ‘คุณตัน’ หลังลงทุนร่วม 500 กว่าล้าน ด้วยเหตุผลแบบนี้...

(20 เม.ย.66) ผู้ใช้งาน TikTok ชื่อ ‘Liveble’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอประเด็นพิพาทบ้านพักติดทะเลสาบของ ‘ตัน-ภาสกรนที’ และ ‘อิง ภาสกรนที’ ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยระบุว่า…

บ้านมูลค่า 500 กว่าล้านของคุณตัน ถูกสั่งรื้อโดยศาลอุทธรณ์ เหตุเกิดจากว่าหมู่บ้านที่ไปซื้อที่มา ตรงกลางมีทะเลสาบขนาด 100 กว่าไร่ และทีนี้ผู้พัฒนาโครงการก็ทำการแบ่งแปลงย่อยออกมาจากโฉนดทะเลสาบ เพื่อมาขายให้กับคุณอิงภรรยาคุณตัน ขนาดประมาณ 2 ไร่กว่าๆ 

แต่ในมุมลูกบ้านที่มาซื้อโครงการนี้ ซึ่งได้รับการโฆษณาว่า ที่ตรงนี้มันควรจะเป็นคลับเฮ้าส์หรือสโมสรของหมู่บ้านทั้งหมด ไม่ใช่เพียงเศษเสี้ยวใดเศษเสี้ยวหนึ่ง ทีนี้ก็เลยเกิดปัญหา จนเกิดการฟ้องร้องกันขึ้น โดยทางนิติบุคคลของหมู่บ้านเป็นผู้ยื่นฟ้อง 

‘บิ๊กป้อม’ ให้กำลังใจ ‘ทัพนักกีฬาไทย’ สู้ศึกซีเกมส์กัมพูชา มั่นใจ!! วิทยาศาสตร์การกีฬา เพิ่มผลงาน-สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ

(20 เม.ย.66) ที่ห้องประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย มีวาระพิจารณาการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะกรรมการ และความพร้อมของทีมนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ไทยในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กัมพูชา ที่จะมีขึ้นระหว่าง 5-17 พ.ค.นี้ และพิจารณาความร่วมมือจากภาคเอกชนในการสนับสนุนการแข่งขัน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ในปี พ.ศ. 2568

สำหรับ กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 32 ณ ราชอาณาจักรกัมพูชาที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ ไทยเตรียมส่งนักกีฬาทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 846 คน ประกอบด้วยนักกีฬาชาย 486 คน นักกีฬาหญิง 360 คน และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,276 คน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทดสอบสมรรถภาพของนักกีฬาครั้งล่าสุดเมื่อ 18 เมษายน พบว่าภาพรวมผ่านเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ดีและดีมาก พร้อมลงทำหน้าที่แข่งขันอย่างเต็มที่ต่อไป

“เรียนไม่เก่งก็ประสบความสำเร็จได้ กับ นพดล ลัดดาแย้ม” | TIME TO LISTENING EP.20

วันนี้ TIME TO LISTENING EP.20 ตอน “เรียนไม่เก่งก็ประสบความสำเร็จได้ กับ นพดล ลัดดาแย้ม” อดีต สจ.ตุ้ย คนรุ่นใหม่ หัวใจพัฒนา ซึ่งมีแนวคิดการเป็นนักการเมืองต้องมีจิตอาสา ไม่แสวงหาผลประโยชน์ “ถึงผมจะเรียนไม่เก่ง แต่ปฎิบัติเก่ง” ก็เพียงพอที่จะขออาสาเป็นผู้แทนให้กับชาวจังหวัดปทุมธานี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ มาติดตามแนวคิดดีๆ ทั้งด้านการศึกษา และด้านการเกษตร ที่จะนำมาพัฒนาและเปลี่ยนแปลงจังหวัดปทุมธานี ในคลิปนี้

 

ดำเนินรายการโดย ไอยรา อัลราวีย์

Content Manager THE STATES TIMES

 

แขกรับเชิญ นพดล ลัดดาแย้ม (สจ.ตุ้ย)

ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต2  พรรคพลังประชารัฐ

 

ติดตามได้ใน THE STATES TIMES PODCAST

และสามารถรับชมคลิปอื่น ๆ ได้ที่ :  https://youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyLBnnkZJ5-QgtyID5DqrnG4

 

 

 

‘ธนาธร’ หวัง!! จนท.การบินไทยจะไม่โดนลงโทษ  ชี้!! แค่ให้กำลังใจ ไม่ได้ทำให้องค์กรเสียหาย 

‘ธนาธร’ ขออภัยทำการบินไทยกังวล หลังโพสต์ภาพข้อความบนสแน็คบอกซ์ไทยสไมล์เขียน “ขอให้โชคดีในการเลือกตั้ง”

(20 เม.ย.66) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล โพสต์ภาพประกาศบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 004/2566 เรื่อง นโยบายความเป็นกลางทางการเมือง ผ่านทวิตเตอร์ @thanathorn_fwp พร้อมระบุว่า…

“ขออภัยที่ทวีตของผมทำให้การบินไทยกังวลจนต้องมีแถลงนี้ออกมา หวังว่าเจ้าหน้าที่ที่ให้กำลังใจผมจะไม่โดนลงโทษ เพราะไม่ได้ทำให้องค์กรเสียหาย หรือนำองค์กรไปเกี่ยวข้องกับการเมือง เหมือนตอนที่มีพนักงานการบินไทยบางกลุ่มออกหน้าสนับสนุนรัฐประหาร”

โดยภายหลังได้โพสต์ข้อความเพิ่มระบุว่า “*แก้ไขครับ* แถลงนี้มีขึ้นก่อนหน้าเหตุการณ์ที่ผมทวีตขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยสไมล์ แต่มีผู้ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ท่านนั้นถูกพักงาน โดยองค์กรอ้างว่าได้เคยมีประกาศเตือนพนักงานไม่ให้แสดงออกทางการเมืองไปแล้ว ผมยืนยันอีกครั้งว่า ผมกังวลใจอย่างยิ่งหากจะมีการลงโทษพนักงานด้วยเหตุนี้”

‘ชนินทร์ ปชป.’ ชูนโยบายเฉพาะพื้นที่ ดันโครงการ “คลองสวย ฟ้าใส ใจสะอาด”  หวังพัฒนาพื้นที่เขตบางกอกน้อย-บางพลัด เป็นแหล่งท่องเที่ยว

(20 เม.ย.66) นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 33 หมายเลข 7 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ได้ทยอยออกมาตามลำดับภายใต้แนวคิด สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ และขอยืนยันว่าแต่ละนโยบายของเราอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบไม่ขายฝัน ทำลายชาติ ไม่ก่อหนี้ให้ประเทศเพิ่มอย่างแน่นอน และยังจะทำให้เศรษฐกิจเติบโต 5% โดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ 1 ล้านล้านบาท ผลประโยชน์กระจายตรงสู่เศรษฐกิจรากหญ้า

“สิ่งที่จะต้องควบคู่ไปกับบริหารภาพใหญ่ของประเทศ คือนโยบายเฉพาะพื้นที่นั้นๆ สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 33 ครอบคลุมเขตบางกอกน้อย บางพลัด ผมขอเสนอโครงการ “เขตคลองสวย ฟ้าใส ใจสะอาด” ส่งเสริมพัฒนาพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯฝั่งธน เพราะในฐานะผมเป็นคนในพื้นที่นี้รู้ว่า ทั้งสองเขตมีคลองและศาสนสถานจำนวนมาก จึงต้องการดึงนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนแบบสบายๆ นั่งเรือ ทำบุญ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคลองสายต่างๆที่ทรุดโทรมจำเป็นจะต้องลอกคลองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นทางให้น้ำได้ระบายอย่างสะดวก และสวยงามโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้” นายชนินทร์ กล่าว

‘ผู้กองมาร์ค’ ชู ‘แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน’ ลั่น!! หาก ‘บิ๊กป้อม’ ได้เป็นนายกฯ พร้อมขจัดทุกปัญหา

(20 เม.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางซื่อ - ดุสิต พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวในงานโครงการลมวิเศษ ณ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ว่า ทุกนโยบายของพรรคพลังประชารัฐสามารถทำได้ทันที โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 หยุดการเผาและลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หยุดเผาป่าเผาไร่นาและเศษวัสดุทางการเกษตร และเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปและนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวล ลดปัญหาหมอกควันในภาคเหนือและเมืองใหญ่ โดยจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ การอนุรักษ์ การป้องกัน บำบัดและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ อากาศ สัตว์ป่า พันธุ์พืช แร่ธาตุ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

ชำแหละ!! 5 เขตเลือกตั้ง ‘เมืองคอน’  ใครจะเสยคางใคร หลังรู้เชิงกันแล้ว 

ชำแหละ 5 เขตเลือกตั้งเมืองคอน มวยยก 3 แลกหมัดกันสนุกแน่ หลังรู้เชิงกันแล้ว จับตายกสุดท้ายใครจะเสยคางใคร

หลังมีความสุขกับช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ เรามาทบทวนกันอีกครั้งสำหรับ 10 เขตเลือกตั้งของนครศรีธรรมราช ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 20 กว่าวัน ก็จะได้เวลาประชาชนพิพากษา 14 พฤษภาคม...ถ้าหากเรียกเป็นภาษามวย ก็ถือว่าเข้าสู่ยกที่ 3 เข้าให้แล้ว

>> เขต 1 
เมืองในเขตเทศบาลนคร ที่มี ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นแชมป์อยู่ในนามพรรคพลังประชารัฐ ถ้ามองผิวเผินเหมือนจะเป็นการแข่งขันกันของ 4 พรรคใหม่ คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ส่ง ‘พูน แก้วภราดัย’ ลูกชายของ ‘น้อย-วิทยา แก้วภารดัย’ ส่วนประชาธิปัตย์ ส่งอดีตผู้ว่าฯ ‘ราชิต สุดพุ่ม’ พรรคพลังประชารัฐ ส่ง ‘ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ’ และ พรรคภูมิใจไทย ส่งอดีตนักการธนาคาร ‘จรัญ ขุนอินทร์’ 

แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปในรายละเอียด น่าจะเป็นการต่อสู้กันระหว่าง ‘ดร.รงค์’ กับ ‘ราชิต’ เป็นหลัก ซึ่งราชิต อาศัยฐานเดิมของประชาธิปัตย์ ที่มีทุนเดิมอยู่บ้างแล้วอย่างน้อยเขตละ 10,000 เพียงแต่จะทำอย่างไรให้คะแนนต่อยอดไปถึง 30,000 นั้น หมายถึงหาเพิ่มอีก 20,000 คะแนน ซึ่งความเป็นอดีตนายอำเภอเมือง และสายสัมพันธ์กับชุมชนในฐานะอดีตนักปกครอง ก็น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับ ดร.รงค์ ที่มีฐานเสียงเดิมในฐานะแชมป์ หลังจากในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา มีทั้งจุดด้อย และจุดเด่น จนเมื่อได้ ‘โกเก้า’ เกรียงศักดิ์ ภู่พันธุ์ตระกูล ผู้กว้างขวางในวงการเมืองเข้ามาจับมือกับ โกจู๋-วิฑูรย์ อิสระพิทักษ์กุล ช่วยกันประสานมือทำคะแนนให้กับ ดร.รงค์ จึงทำ ดร.รงค์ เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวขึ้นมาทันที แต่ราชิตก็ได้ ‘ลุงนึก’ สมนึก เกตุชาติ อดีตนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราชเข้ามาช่วย ทำให้แข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาลุงนึกไม่เอาประชาธิปัตย์เลย แต่คราวนี้หนีไปพ้นเมื่อญาติสนิทลงชิง

ฉะนั้น ราชิต คงต้องหาตัวช่วยที่เข้มแข็งเข้ามาช่วยทำงาน ทั้งคนในและคนนอกพื้นที่ที่มีบารมีพอฟัดพอเหวี่ยงกับสองโกเพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย ‘ล้มรงค์’ ซึ่ง ดร.รงค์ก็เป็นนักวิชาการสายรัฐศาสตร์ชั้นเชิงทางการเมืองก็ไม่ธรรมดา เอาเป็นว่า ‘รู้เขารู้เรา’

>> เขต2 
ถือเป็นเขตปลอด ส.ส.เก่า คือ ไม่มีเจ้า แต่ ‘สายัณห์ ยุติธรรม’ ย้ายจากท่าศาลา มาลงเขตนี้ และย้ายพรรคจากพลังประชารัฐมาอยู่กับ ‘ลุงตู่’ ที่รวมไทยสร้างชาติ เพื่อเปิดทางให้น้องชาย ‘อำนวย ยุติธรรม’ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในบ้านเกิดท่าศาลา ซึ่งสายัณห์แม้จะเป็นอดีต ส.ส.แต่คนละเขต แม้เขตใหม่จะเป็นฐานเดิมอยู่บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด สายัณห์ต้องสร้างฐานใหม่ย่านพระพรหม ซึ่งก็มีอัตราเสียงอยู่ไม่น้อย 

ทว่าแม้เจ้าตัวจะยืนยัน 4 ปีมีผลงาน และคนรู้จัก แต่เมื่อมาดูคู่แข่งแล้ว จะพบว่า ประชาธิปัตย์ลงตัวที่ ‘นายกหนึ่ง’ นายทรงศักดิ์ มุสิกอง อดีตนายกฯ ปากนคร ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะได้สร้างขึ้นมาสืบทอดเจตนารมณ์-อุดมการณ์ของประชาธิปัตย์ต่อไป ส่วนด้าน พรรคพลังประชารัฐ ‘สจ.สุภาพ ขุนศรี’ ยอมหลีกให้ ดร.รงค์ มาลงเขตนี้ โดยสจ.สุภาพ ออกจาก เครือข่ายผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่แล้ว จะต้องอาศัยเครือข่ายของสามี สายนักเลง นักการพนัน แต่เป็นคนต่างถิ่น เอาเป็นว่าเขตนี้ ‘สายัณห์-สจ.สุภาพ’ หายใจรดต้นคอกันเป็นแน่แท้ ส่วนทรงศักดิ์ อยู่ที่องคาพยพของประชาธิปัตย์ จะช่วยกันหอบหิ้วได้แค่ไหน ถ้าประชาธิปัตย์ตั้งเป้าว่านครศรีฯจะต้องได้ 7+ ‘แทน-ชัยชนะ เดชเดโช’ จะต้องออกแรงมากกว่านี้ นายกฯ หนึ่งถึงจะเข้าวิน

กล่าวสำหรับพระพรหมแล้ว ถือว่าทุกคนใหม่หมด สจ.สุภาพ มาจากเขตเมือง นายกฯ หนึ่งมาจากปากนคร สายัณห์มาจากท่าศาลา โอกาสจึงเป็นของทุกคน สายัณห์อยู่ในฐานะได้เปรียบ เพราะมีฐานเดิมอยู่บ้างในบางตำบล

>> เขต 3 (หัวไทร-ปากพนัง) 
แม้ ‘เท่ห์-พิทักษ์เดช เดชเดโช’ ลูกชายของ ‘เจ้ต้อย-กนกพร เดชเดโช’ นายกฯอบจ.นครศรีฯ น้องชายของแทน-ชัยชนะ เดชเดโช จะเปิดตัวทีหลัง แต่ก็มาแรงแซงขึ้นที่ 1 อย่างรวดเร็ว วิ่งฉิวนำหน้า ขณะที่ ‘มานะ ยวงทอง’ จากภูมิใจไทย ที่เปิดตัวมาร่วมปี และเป็นที่รู้จักมักคุ้นกันแล้ว แต่ม้าตีนต้นเริ่มแผ่วปลายกับการบริหารจัดการในบางเขต-บางโซน แม้บางเขตจะยังเหนียวแน่นกับเครือญาติก็ตาม แต่บางองคาพยพเริ่มเปลี่ยนค่ายบ่ายหน้าไปค่ายสีฟ้า 

ส่วนพลังประชารัฐ ส่ง ‘สัณหพจน์ สุขศรีเมือง’ ซึ่งเป็นแชมป์เก่า ดูภาพรวมแล้วไม่หวือหวา กระสุนยังไม่ออก ก็เหนื่อยหน่อย ฐานคะแนนเดิมเริ่มถูกแย่ง-ถูกแบ่งแยก สถานการณ์ปัจจุบันเงียบไปนิดหนึ่ง ส่วนรวมไทยสร้างชาติส่ง ‘นนทิวรรธน์ นนทภักดิ์’ คนสนิทของวิทยาลงประชัน ซึ่งนนทิวรรธ์ มีฐานเสียงที่หน้าแน่นอยู่ในตลาดปากพนัง เป็นด้านหลัก แต่โซนหัวไทรยังเป็นจุดบอด ถ้ามีเวลาให้เตรียมตัวมากกว่านี้ และใช้เครือข่ายวิทยาเดินเครื่อง ก็น่าสนใจ เพราะเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวที่เป็นคนพื้นที่ เกิดที่ปากพนัง ขณะที่ พิทักษ์เดช เกิดที่ร่อนพิบูลย์ แต่มีภรรยาคนปากพนัง, สัณหพจน์ เกิดที่เชียรใหญ่ แต่เคยคลุกคลีกับธุรกิจกุ้งในวัยหนุ่ม, มานะ เกิดที่เชียรใหญ่ ไม่ค่อยได้อยู่ในพื้นที่ทำธุรกิจกล่องกระดาษอยู่สมุทรสาคร และชลบุรี ในช่วงโควิดระบาดหนักเขาจึงบริจาคกล่องกระดาษทำเตียงสนามจำนวนมาก และผันตัวเองมาลง ส.ส.

>> เขต 3 
ไม่ควรมองข้าม ‘มนตรี เฉียบแหลม’ จากเพื่อไทย ที่คนเริ่มเบื่อพรรคโน้นพรรคนี้ และมองหาพรรคใหม่ เพื่อไทยจึงเป็นตัวเลือกอยู่ไม่น้อย น่าเสียดายว่า เพื่อไทยเปิดตัวเขาให้ลงเขตนี้ช้าไป แต่กระแสเพื่อไทยพอมี คะแนนพรรคมีแน่นอน และตัวเลขไม่น่าเกลียดด้วย ฉะนั้นเขต 3 ด้วยเครือข่ายที่มากกว่า เหนียวแน่นกว่า ถึงกว่า ท้ายที่สุดแล้ว ‘โกเท่ห์’ จะเข้าป้าย แต่ตัองระวัง-หลีกเลี่ยงข้อสุ่มเสี่ยง

>> เขต4 (ชะอวด-เชียรใหญ่-เฉลิมพระเกียรติ)
น่าจะเป็นเขตที่สู้กันดุเดือด มีคู่แข่งหลักอยู่ 5 พรรค แชมป์เก่าคือ ‘อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ’ ยังสังกัดพรรคพลังประชารัฐเหมือนเดิม และมั่นใจในผลงาน บทบาทหน้าที่ที่ผ่านมา สองปี ส่วน ประชาธิปัตย์ ส่ง ‘ยุทธการ รัตนมาศ’  อดีตรองนายกฯ อบจ.นครศรีธรรมราช เคยมีข่าวโด่งดังในตำแหน่งนายกสมาคมกีฬานครศรีธรรมราช

‘สกลธี’ หาเสียงสะพานหัน ชู ‘กองทุนประชารัฐ 3 แสนล้าน’  ช่วยดูแล-สร้างแหล่งท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใหม่ทั่วกรุงฯ

(20 เม.ย.66) นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหาร และหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่ย่านสะพานหัน พร้อมกับ นายสฤษดิ์ ไพรทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เขต 1 (ดุสิต พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์) หมายเลข 11 เพื่อพบปะประชาชน

นายสกลธี กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ได้สั่งให้พรรคคิดนโยบายด้านปากท้อง ลดค่าครองชีพ ออกมาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทั้งการลดราคาน้ำมันเบนซิน 18 บาท ลดดีเซล 6 บาท หรือการลดราคาแก๊สเหลือถังละ 250 บาท ซึ่งสามารถทำทันทีที่เป็นรัฐบาล และล่าสุดพรรคได้ออกนโยบายลดค่าไฟฟ้า โดยจะปรับโครงสร้างราคาที่มีการคิดเงินซ้ำซ้อนอยู่เยอะ ซึ่งจะทำให้สามารถลดค่าไฟฟ้าลงเกือบ 50% เหลือเพียงหน่วยละ 2.50 บาทเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะช่วยให้ทุกคนมีเงินเหลือไปใช้จ่ายอย่างอื่นเพิ่มขึ้น

นายสกลธี กล่าวว่า วันนี้ตนและ นายสฤษดิ์ ไพรทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เขต 1 หมายเลข 11 ได้มาลงพื้นที่ย่านสะพานหัน ซึ่งหลังโควิดมานี้กลายเป็นย่านเศรษฐกิจเชื่อมต่อเขตพระนครและสัมพันธวงศ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ยังต้องการการสนับสนุนจากรัฐทั้งในด้านงบประมาณและการดูแลอื่นๆ แต่จะหวังพึ่งงบประมาณของ กทม.อย่างเดียวก็คงไม่พอ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top