Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

‘พันโทสุธี’ ร้องเพลงปลุกใจ นศ.วิชาทหาร เนื้อร้องสุดคุ้น!! อย่างกะ ‘ธาตุทองซาวด์’

(20 เม.ย.66) ผู้ใช้งาน TikTok ชื่อ ‘พันโทสุธี สุขสากล พิธีกร ป.ธ.๙’ โพสต์คลิปวิดีโอขณะร้องเพลงเกี่ยวกับทหารที่ดัดแปลงมาจากเพลง ‘ธาตุทองซาวด์’ ของ ‘ยังโอม’ ณ โรงเรียนรักษาดินแดน โดยในคลิปเผยว่า…

“คนไม่ลืมที่มาแล้วจะมีที่ไป ยังโอมเขาเป็นเด็กวัดธาตุทอง เขาก็เลยแต่งเพลงธาตุทองซาวด์ที่แปลว่าเสียงจากเด็กวัดธาตุทอง แล้วก็เป็นความภาคภูมิใจที่เขาสามารถที่จะไปทำโน่นทำนี่นั่น เป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนของเขาได้ เหมือนกับพวกเราที่จากบ้านมา จากพ่อจากแม่มารับใช้ชาติ มียศมีตำแหน่งสูงขึ้นต่อไปก็เป็นความภาคภูมิใจ ลองฟังดูนะ…

‘อีทองเลื่อน’ ฆาตกรโหดในตำนาน | TIME TO BELIEVE EP.14

💀 TIME TO BELIEVE ถึงเวลาหลอน EP.14
จะพาไปหลอนกับเรื่องราวของ ‘อีทองเลื่อน’ ฆาตกรโหดในตำนาน เรื่องราวของ ‘ทองเลื่อน’ ถูกนำไปเผยแพร่เป็นลำตัดและแหล่เทศน์มหาชาติ เพื่อเป็นคติเตือนใจคนที่ละโมบ สามารถติดตามเรื่องราวความหลอนได้จากคลิปนี้

ดำเนินรายการโดย 'วายุ เอี่ยมรัมย์' ที่จะพาคุณไปพบเจอกับความหลอนจนนอนไม่หลับ

หลอนกับ TIME TO BELIEVE ตอนอื่น ๆ ก่อนได้ที่ : https://youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyKp57Sp4n4g0w3Klvpe1SiT

🎥 ช่องทางรับชม
Facebook: THE STATES TIMES PODCAST
YouTube: THE STATES TIMES PODCAST
TikTok: THE STATES TIMES PODCAST

‘นักเขียนดัง’ ชี้!! คนดังแห่เที่ยวเมืองไทย เสน่ห์ล้วน!! ไม่ใช่ความโชคดีแบบฟลุคๆ

(20 เม.ย.66) คุณปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Padipon Apinyankul’ ระบุว่า...

ทำไม ?

ตั้งแต่ต้นปี 2566 .. ทำไมถึงมีแต่ข่าว #ดาราและไอดอลจีน ต่างมาเที่ยว ‘เมืองไทย’

เท่าที่ตรวจรายชื่อจากการเช็คอินดูคร่าวๆ มีชื่อของ...

วิคตอเรีย ซ่ง, หลี่ข่ายซิน, เฉิงเซียว, จวีจิ้งอี

ดาราจีนมีมาก ในส่วนที่ไม่มีรายชื่อเพราะอาจจะมาแบบเงียบๆ หรือยังไม่มีเวลาว่างที่จะมา แต่ได้เคยมาแล้วในปีก่อนๆ อาทิ ดาราดังอย่าง ‘จ้าวลู่ซือ’ นางเอกดวงตาโตใส รอยยิ้มน่ารัก...ชอบมาเมืองไทยหลายครั้ง 

ล่าสุดมาช้อปปิ้งและเล่นสงกรานต์ที่สยามสแควร์ เมื่อปี 2562 (มีโควิด 2563-2565) เชื่อว่าอีกไม่นาน ‘จ้าวลู่ซือ’ นางเอกในหัวใจของทุกคน ต้องมาแน่นอน

นี้แค่เพียงเริ่มต้นปี 2566 เท่านั้น!!

ขนาดดาราใหญ่อย่าง ‘หลิวเต๋อหัว’ แม้นปีนี้จะยังไม่ได้มา แต่ก็ยังได้โพสต์ภาพเดิม พร้อมระบุข้อความว่า “มาดื่มด่ำกับความสนุกสนานของสงกรานต์ และสาดความกังวลของเราด้วยเสียงหัวเราะและความรัก...สวัสดีปีใหม่ไทยทุกคน” โพสต์อย่างนี้ #รักไทยเต็มหัวใจแน่ๆ 

เหนียวแน่น ชัดเจน!! 'ดร.ยงยุทธ' แชมป์เก่า เขต 2 ลงพื้นที่หาเสียงชุมชนอิสลามเมืองใหม่แพรกษา กระแสตอบรับดีมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 2 สมุทรปราการ นำโดย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.เบอร์ 6 เขต 2 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ลุยหาเสียงอย่างต่อเนื่องภายในชุมชนอิสลาม เมืองใหม่แพรกษา ต.บางปู สมุทรปราการ พื้นที่ เขต 2 

โดยการลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้ ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในชุมชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นรวมถึงการแก้ไขปัญญาจากพี่น้องประชาชนในชุมชน โดยพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขต 2 สมุทรปราการ และจากการลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้ เห็นได้ว่ามีประชาชนจำนวนมากพร้อมที่จะให้การสนับสนุน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 ในนามพรรคพลังประชารัฐ ให้ได้เป็น สส.ต่อไป พร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์เบอร์ 6 อย่างต่อเนื่อง

รองปลัดฯ แรงงาน เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายประกันสังคม จ.นครสวรรค์

วันที่ 20 เมษายน 2566 เวลา 09.00 น. นายประทีป ทรงลำยอง รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายประกันสังคม ประจำปี 2566 โดยมี นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายประกันสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับบทบาทหน้าที่ของแกนนำเครือข่ายประกันสังคม ในฐานะตัวแทนขับเคลื่อนการขยายความคุ้มครองประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบในระดับพื้นที่ เพิ่มศักยภาพและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันสังคมมาตรา 40 สิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมาย เทคนิคการทำงานเทคโนโลยีที่จำเป็นในการปฏิบัติงานประกันสังคมมาตรา 40 ให้กับแกนนำเครือข่ายประกันสังคม เพื่อสามารถนำไปขยายความคุ้มครองประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบในระดับพื้นที่ได้ รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการขับเคลื่อนการขยายความคุ้มครอง

เชือกที่ 2 ของปี สวนนงนุชพัทยา จัดพิธีรับขวัญช้างน้อย 'พลายชาย' พร้อมจัดขบวนนางรำรับขวัญลูกช้าง

สวนนงนุชพัทยาจัดพิธีรับขวัญช้างน้อยพร้อมตั้งชื่อว่า 'พลายชาย' การรับขวัญช้างของสวนนงนุชพัทยา ถือเป็นประเพณีที่ดีงามที่ได้จัดขึ้นทุกครั้ง ที่มีการกำเนิดช้างตัวใหม่ของปาง  เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้ลูกช้าง และแม่ช้าง ให้มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง  

โดยมีนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วยพระครูเกษมกิตติโสภณ(อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต  เป็นประธาน ทำพิธีเพื่อเสริมสิริมงคลและจัดขบวนนางรำรับขวัญช้างน้อย ที่ตกลูกเมื่อ เวลา 03.05 น. ของวันที่ 9 เมษายน 2566 ซึ่งถือเป็นเชือกที่ 2 ของปี 2566 แม่ช้าง คือ พังหยก  อายุ 15 ปี  พ่อช้างพลาย หนิงหน่อง อายุ  28 ปี ซึ่งภายในพิธีมีการจัดคล้องพวงมาลัย เจิมหน้าผาก พร้อมปะพรมน้ำมนต์ ให้กับแม่ช้าง และลูกช้างเพื่อเป็นการรับขวัญช้าง 

การเลือกตั้งกับค่าไฟแพง “สำรองไฟฟ้าเกินความจำเป็น” วาทกรรมฮิตใช้โจมตีรัฐบาล โดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย หากสำรองไฟฟ้าไว้ไม่เพียงพอ

ประเด็น ‘ค่าไฟฟ้าแพงมหาโหด’ กลายเป็นข่าวใหญ่ของสื่อหลายสำนัก เป็นประเด็นหาเสียงของนักการเมืองและพรรคการเมือง และถูกหยิบยกขึ้นมาโจมตีของนักเคลื่อนไหว โดยหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นคือจัดให้มีกระแสไฟฟ้าสำรองไว้เป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นประเด็นที่ใช้โจมตีว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรองกระแสไฟฟ้าสำรองไว้เป็นจำนวนมาก เป็นพฤติกรรมและพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนพลังงาน กระทั่งมีคนบางพวกบางกลุ่มกล่าวหาว่า มีการสมรู้กันทุจริตฉ้อโกงประเทศชาติและฉ้อโกงประชาชนด้วยการกำหนดปริมาณไฟฟ้าสำรองมากจนล้นเกิน

ทำไมประเทศไทยจึงต้องจัดให้มีกระแสไฟฟ้าสำรองไว้เป็นจำนวนมาก? เพราะหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการกระแสไฟฟ้าแก่ประชาชนย่อมต้องทราบดีว่าแต่ละปี แต่ละห้วงเวลา ประเทศไทยต้องใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนเท่าใด จะต้องเตรียมกระแสไฟฟ้าปริมาณเท่าใด เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ของผู้บริโภคในทุกฤดูกาล เมื่อประเทศจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าและจำเป็นต้องมีการสำรองกระแสไฟฟ้าไว้ให้เพียงพอต่อการใช้สอยโดยไม่ขัดสน ซึ่งปริมาณการสำรองที่พอเหมาะพอดีจะมีผลต่อประสิทธิภาพและสมรรถนะในการทำกำไรของการประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับไฟฟ้า ซึ่งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องใช้สติปัญญาความสามารถและเปี่ยมด้วยความรับผิดชอบจึงจะสามารถรักษาประโยชน์แห่งรัฐและองค์กร ตลอดจนประโยชน์ของประชาชนได้ 

เพราะหากการสำรองกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้แล้วก็จะเกิดผลกระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะถ้ากระทบต่อการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็จะกลายความเสียหายมากมาย ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากมีการสำรองกระแสไฟฟ้าไว้จนมากเกินต่อความจำเป็น และเกินกว่าอัตรามาตรฐานปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ควรสำรอง ก็จะเกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน เพราะทุกจำนวนที่มีการสำรองกระแสไฟฟ้านั้นจะต้องจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าให้แก่ผู้จำหน่าย ไม่ว่าจะมีการใช้กระแสไฟฟ้านั้นหรือไม่ก็ตาม เพราะปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าสูงสุดย่อมต้องทราบดีอยู่แล้ว เพราะสถิติบันทึก จึงสามารถประมาณการความต้องการกระแสไฟฟ้าได้ 

‘การสำรองไฟฟ้า’ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักคือ
1. กำลังผลิตสำรองของระบบผลิตไฟฟ้า (Standby Reserve) เป็นโรงไฟฟ้าสำรองตามแผนการผลิตไฟฟ้า โดยมาตรฐานสากลจะกำหนดไว้ราว 15 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการไฟฟ้าสูงสุดเนื่องจากในการวางแผนการผลิตไฟฟ้า จะต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ อย่างรอบคอบ อาทิ ความต้องการไฟฟ้าที่อาจเพิ่มสูงกว่าการพยากรณ์ การหยุดซ่อมโรงไฟฟ้า การเสื่อมสภาพของโรงไฟฟ้า ความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง ข้อจำกัดของระบบส่งในแต่ละพื้นที่ และลักษณะทางเทคนิคของ โรงไฟฟ้าแต่ละประเภท

2. กำลังผลิตสำรองพร้อมจ่าย (Spinning Reserve) เป็นกำลังผลิตสำรองจากโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องอยู่ หรือ สามารถ สั่งเพิ่มการจ่ายไฟฟ้าได้ทันทีที่ระบบมีความต้องการ ซึ่งตามมาตรฐานจะอยู่ที่ 800-1,600 เมกะวัตต์ หรือ อย่างน้อยมากกว่า กำลังผลิตของโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุด เพื่อรองรับหากเกิดเหตุการณ์ขัดข้องที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดใหญ่ เช่น กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติก็สามารถสั่งจ่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทันที ป้องกันปัญหาไฟฟ้าตกหรือดับ ซึ่งอาจลุกลามจนเกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง (Blackout) ได้

อย่างไรก็ตาม ‘การสำรองไฟฟ้า’ ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันขึ้นกับเงื่อนไขและฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ โดยประเทศที่มีเสถียรภาพด้านพลังงานไฟฟ้าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ามากกว่าความต้องการค่อนข้างสูง โดย กฟผ. ได้ศึกษาระบบการผลิตไฟฟ้าของหลายประเทศเอาไว้ ดังนี้ (ข้อมูลของปี พ.ศ. 2563)

-สเปน มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 100% เทียบกับ ค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 80% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่า ความต้องการ 180%

-อิตาลี มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 81% เทียบกับค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 55% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่า ความต้องการ 136%

-โปรตุเกส มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 65% เทียบกับค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 65% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่า ความต้องการ 130%

-เดนมาร์ค มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 32% เทียบกับค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 98% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่า ความต้องการ 130%

-เยอรมนี มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 13% เทียบกับ ค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบอีก 98% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการ 111%

-เนเธอร์แลนด์ มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 65% เทียบกับค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 28% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการ 93%

-สวิสเซอร์แลนด์ มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 81% เทียบกับค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 11% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิต ที่มากกว่าความต้องการ 92%

-จีน มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 68% เทียบกับค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 23% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่า ความต้องการ 91%

-ออสเตรเลีย มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 44% เทียบกับค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 21% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการ 65%

-สวีเดน มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 36% เทียบกับค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 21% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการ 57%

-มาเลเซีย มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 47% เทียบกับค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 4% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่า ความต้องการ 51%

-ไทย มีกำลังผลิตที่มากกว่าความต้องการที่ใช้รักษาความมั่นคงของระบบ (Firm) 22% เทียบกับ ค่าวางแผนที่ 15% และมีพลังงานทดแทนเสริมเข้ามาในระบบ 17% ทำให้โดยรวมมีกำลังผลิตที่มากกว่า ความต้องการ 39% 
(ที่มา : The Bangkok Insight)

สถานทูตฯ ให้คนไทยในซูดานลงทะเบียน เพื่อเตรียมอพยพและให้ความช่วยเหลือ

จากกรณีเกิดการสู้รบกันระหว่างกองทัพซูดานกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่กรุงคาร์ทูมของสาธารณรัฐซูดาน 

ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ขอให้คนไทยในซูดานลงทะเบียน เพื่อเตรียมอพยพและให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน

การประชุมแก้ไขปัญหายาเสพติด ระหว่าง คณะผู้แทนทางการไทย และ สปป.ลาว

วันที่ 20 เมษายน 2566  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมาย พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร. ) พร้อมคณะผู้แทนทางการไทย ประกอบด้วย พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมนึก น้อยคง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. พล.ต.ต.พรพิทักษ์  รู้ยืนยง รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และนายคณิศร ภาพีรนนท์ ทูต ปปส.ประจำ สปป.ลาว

ได้ร่วมหารือว่าด้วยเรื่องกลไกความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีคณะทางการลาว ประกอบด้วย พล.จัตวา แก่นจัน  พรมมะจัก รองหัวหน้ากรมตำรวจใหญ่ หัวหน้าคณะ พ.อ.อินปง จันทวงสา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด พ.อ.แพง ไชยะวง รองหัวหน้ากรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด พ.ท.พุดสวาด สูนทะลา รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด และ พ.ท.ดาลิน สุดาจัน หัวหน้าแผนกบริหาร สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งปราบน้ำมันเถื่อนเต็มรูปแบบ ทั้งทางบกและทางน้ำ

จากกรณีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีการตรวจพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงจากประเทศเพื่อนบ้าน นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เนื่องจากราคาน้ำมันของประเทศไทยที่สูงกว่าประเทศมาเลเซียกว่าเท่าตัว ทำให้ผู้กระทำผิดสบช่องโอกาสในการหากำไรจากความต่างดังกล่าว ลักลอบนำน้ำมันมาขายให้กับลูกค้ารายย่อยในพื้นที่ เช่น ปั๊มหลอด โรงงาน รถขนส่ง หรือเรือประมงขนาดเล็ก ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีน้ำมันมากกว่าร้อยล้านบาทต่อปี

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) ให้ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาจำหน่าย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร. เร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิด โดยเน้นการเพิ่มการป้องกันตามชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งพบการกระทำผิดคือ สงขลา สตูล และนราธิวาส รวมทั้งพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงคือปัตตานี ยะลา ตรัง และพัทลุง เป็นต้น รวมทั้งการลักลอบนำเข้าน้ำมันทางทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน โดยร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กองทัพเรือ และศรชล เป็นต้น

โดยทางบกมีรายสำคัญ ได้แก่ กลุ่มเจ้ฟางซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มค้าน้ำมันเถื่อนกลุ่มนี้ จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มของเจ้ฟางซึ่งมีรถบรรทุกสินค้าเป็นเครือข่าย แต่ละคันจะดัดแปลงถังน้ำมันให้มีขนาดใหญ่ และมีช่องเก็บน้ำมันได้มากขึ้น

โดยรถบรรทุกเหล่านี้ จะเข้าไปส่งสินค้าที่ชายแดนประเทศมาเลเซียทุกวัน วันละนับสิบรอบ เมื่อรถขนสินค้าเสร็จ ก็จะเติมน้ำมันจนเต็มถังที่ดัดแปลง และขับกลับออกมาจากชายแดนมุ่งหน้าไปยังโกดังในตำบลทุ่งลุง ซึ่งอยู่ห่างพรมแดนประมาณ 30 กิโลเมตร เพื่อไปรอถ่ายให้กับรถปิ๊กอัพ ที่จอดรออยู่ในโกดังชายป่า บริเวณริมถนนกาญจนวนิช ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 
        
ชุดปฏิบัติการ ศปนม.จึงได้บุกเข้าไปจับกุมนายนี อุสมาน / นายอีบ  หมัดยูโชะ ขณะกำลังถ่ายน้ำมันจากรถขนส่ง ให้กับรถปิ๊กอัพดัดแปลงที่โกดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลทุ่งลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบ รถกระบะ Toyota สีบรอน 2คัน ทะเบียน 3ฒธ 1065 และ 3ฒธ 7065 ตีตู้ทับ ภายในบรรทุกถังน้ำมันดีเซล 2 พันลิตร 

โดยกล่าวหาว่า  มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา 203


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top