Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

‘พท.’ เสนอ ยกเครื่อง คกก. จัดสรรบุคลากร-งบประมาณท้องถิ่น แก้ปัญหาการกระจายอำนาจไทย หลังถดถอยสุดในรอบ 25 ปี

(11 เม.ย. 66) เฟซบุ๊กแฟนเพจหลักของ ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ โดยมีเนื้อหาระบุว่า…

“สังคมไทยกำลังต้องการการกระจายอำนาจอย่างมาก เราพบว่า 9 ปีมานี้ การกระจายอำนาจของประเทศไทยถอยหลังที่สุดในรอบ 25 ปี คำถามคือปัญหาคืออะไรและเราจะต้องแก้อย่างไร”

ส่วนหนึ่งจากการเสวนาของ จาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในงานสัมมนาหัวข้อ ‘ท้องถิ่นมั่งคั่ง ประเทศมั่นคง’ ร่วมกับตัวแทนพรรคการเมืองอื่นรวม 8 พรรค ที่โรงแรมไฮเอท รีเจนซี่ กรุงเทพ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 

จาตุรนต์ ฉายแสง เริ่มต้นกล่าวว่า การพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจ ก็คือการพูดวางบทบาทของรัฐบาลส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นว่าจะวางบทบาทอย่างไรให้เหมาะสม เพราะโลกปัจจุบันมีเรื่องใหญ่มาก ๆ ที่รัฐบาลต้องทำ ซึ่งมีทั้งทำไม่ทัน และทำทันแต่ทำได้ไม่ดี เพราะฉะนั้น ต้องมายืนบนหลักการให้ได้ว่า รัฐบาลหรือส่วนกลาง จะต้องไม่ไปแย่งงานท้องถิ่นหรือไปทำงานแทนท้องถิ่น

ประเทศไทยเพิ่งผ่านการเลือกตั้งท้องถิ่นล่าสุด คือ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และกำลังดำเนินเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ทั่วไปอีกไม่นาน ภายหลังการยึดอำนาจเมื่อปี 2557 ซึ่งการยึดอำนาจทุกครั้งทำให้การกระจายอำนาจถอยหลังเข้าคลอง อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พูดไม่ได้ขยับไม่ไป พูดไม่ดีถูกปลดถูกจับติดคุก

[ปัญหาของการกระจายอำนาจที่ผ่านมา]
ภายหลังการยึดอำนาจมา 9 ปี แต่การกระจายอำนาจประเทศไทยถอยหลังไป 25 ปี คำถามคือ ปัญหาคืออะไรและแก้ไขอย่างไร

1.) การกำกับควบคุม
พบว่า มีการกำกับควบคุมจากส่วนกลางเต็มไปหมด โดยเฉพาะคำสั่ง คสช. ซึ่งคำสั่งของ คสช.ครอบท้องถิ่นไปจนถึงแม้แต่เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย เขาขาดคนแต่ไม่แต่งตั้งคนทำงานให้ ดังนั้น การแต่งตั้งโยกย้ายความจริงต้องทำให้ท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้น สามารถที่จะดูว่าจะได้บุคลากรอย่างไรสอดคล้องกับท้องถิ่น และทำให้เส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่นเขามีที่จะไปได้ทั่วประเทศ เรื่องนี้จำเป็นจะต้องมีความสมดุล

2.) เรื่องงาน และการถ่ายโอนภารกิจ
งานที่ท้องถิ่นต้องทำมีทั้งเรื่อง Reskill-Upskill เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นสมัยใหม่ หรือส่งเสริมนวัตกรรมฝึกอาชีพ ซึ่งถ้าทำกันจริง ๆ สตง.ก็จะบอกว่าทำไม่ได้ เพราะคณะกรรมการกระจายอำนาจไม่ได้แบ่งหน้าที่ไว้ให้เขา เพราะฉะนั้น ตรงนี้ต้องทำให้มันเกิดความชัดเจน เมืองสมัยใหม่ต้องการการพัฒนา ทางพรรคเพื่อไทยก็คิดว่าจังหวัดไหนต้องการจังหวัดจัดการตนเอง เราจะส่งเสริมจังหวัดที่มีความพร้อมมีเงื่อนไขที่เหมาะสม เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนำร่องประมาณ 4-5 จังหวัด ยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั่วประเทศให้เป็นเทศบาลตำบล

3.) เรื่องเงินรายได้
9 ปีที่ผ่านมา ท้องถิ่นได้เงินจากงบประมาณไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ไม่จัดรายได้ให้สอดคล้องกับภารกิจ มีแต่งาน แต่ไม่มีงบประมาณจ่ายมา และกลายเป็นท้องถิ่นไม่ได้ทำในสิ่งที่ท้องถิ่นหรือประชาชนต้องการ ทำได้แต่งานที่ส่วนกลางหรือรัฐบาลฝากทำ และที่หนักสุดคือ งบท้องถิ่น ท้องถิ่นควรได้เป็นคนพิจารณา แต่กลับเอาไปให้สภาผู้แทนพิจารณาแทน ซึ่งผิดหน้าที่ ดังนั้น ต้องเพิ่มงบท้องถิ่นให้ร้อยละ 35 ภายใน 2 ปีงบประมาณ และยกเลิกงานฝากจากส่วนกลางออกไปจากบัญชีท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้ตัวเองไปใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้

‘อนุทิน’ ลุยหาเสียง ‘นครนายก’ ย้ำ นโยบายพรรคไม่ขายฝัน เน้นทำได้ระยะยาว สร้างความมั่นคง ทั้ง ปชช.-ประเทศชาติ

(11 เม.ย. 66) ที่วัดบางปลัง ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแกนนำพรรค อาทิ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ ช่วยผู้สมัครหาเสียง พร้อมทั้งแนะนำนโยบายพรรค ได้แก่ นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดนครนายก และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จังหวัดนครนายก ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังการปราศรัยอย่างคับคั่ง โดยมีการขอถ่ายรูปกับนายอนุทิน และผู้สมัคร พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ

นายอนุทิน กล่าวว่า พื้นที่ จ.นครนายก มีการทำเกษตรกรรมกันมาก และท่านผ่านอะไรมาเยอะ มันก็แก้ปัญหาท่านไม่ได้ วันนี้พรรคภูมิใจไทยมีแนวทางใหม่มานำเสนอเรียกว่า เกษตรร่ำรวย คือ เกษตรกรต้องรู้ราคาล่วงหน้า ก่อนจะปลูก ถ้าได้ราคาที่พอใจ มีกำไร ไม่ขาดทุน จึงตัดสินใจปลูก และเกษตรกรต้องมีประกันการเพาะปลูก ได้รับเงินที่ลงทุนไป ในกรณีที่ไร่นาผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติ หรือ ต้นทุนปัจจัยการผลิตที่ผันผวน ชาวไร่ ชาวนา ไม่ต้องเสี่ยงดวง แต่ได้ตัดสินใจบนข้อมูล ทั้งยังได้รับการดูแลจากภาครัฐฯ

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ที่มานั่งฟังกันในวันนี้มีผู้สูงวัยจำนวนมาก สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ นโยบายของพรรค ให้ความสำคัญกับท่าน เราไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง คนทุกรุ่นล้วนสำคัญ เรามีนโยบายผู้สูงอายุให้สิทธิเป็นสมาชิกกองทุนประกันชีวิต และมีกรมธรรม์ประกันชีวิตทันทีโดยไม่ต้องสมัคร และไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ให้สิทธิกู้เงินดูแลตัวเอง วงเงิน 20,000 บาท ในวันที่เสียชีวิต ทุกคนจะมีมรดกให้ลูกหลาน ทายาท และครอบครัว รายละ 100,000 บาท

นอกจากนี้ พรรคเรายังต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน คนไทยทุกครัวเรือนมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ การไฟฟ้าประชาชนสนับสนุนให้ทุกครัวเรือนใช้พื้นที่บ้านของตัวเอง หรือพื้นที่ส่วนกลางในชุมชน ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับรัฐบาล ลดค่าไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อเดือน และสิทธิซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบ้านละ 1 คัน ในราคา 6,000 บาท ด้วยระบบผ่อนชำระ เดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 เดือน

‘อดีตผู้ว่าการ ธปท.’ ชี้ นโยบายแจกเงิน ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น จวก!! ไร้ความรับผิดชอบ ทำ ปชช.ขาดวินัย-ทักษะทางการเงิน

(11 เม.ย. 66) นางธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เขียนข้อความเรื่องภาระการคลังของการแจกเงิน โดยระบุว่า…

ประชากรอายุ 16 ปีขึ้นไปมีประมาณ 85% ของประชากร 67,000,000 คนจึงเทียบเท่ากับประมาณ 55,000,000 คน แจกให้คนละ 10,000 บาท เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งหมด 550,000 ล้านบาท

ถามว่าจะเอาค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาจากไหน?

ถ้าเงิน 550,000 ล้านบาทที่ใช้จ่ายออกไปมีการเก็บภาษีวีเอที 7% เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็จะได้ภาษี 38,500 ล้านบาท แต่จริง ๆ เป็นไปไม่ได้ที่จะเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะร้านขายของในละแวกบ้าน นอกอาจจะเป็นร้านเล็ก ๆ ยังไม่อยู่ในระบบภาษี แต่เอาเถอะยกผลประโยชน์ให้ว่าเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเขาอาจจะโต้แย้งได้ว่าเงิน 550,000 ล้านบาทสามารถหมุนได้หลายรอบ ก็จะเก็บภาษีได้หลายรอบ และบริษัทที่ผลิตสินค้าขายได้มากขึ้นก็น่าจะเก็บภาษีนิติบุคคลได้มากขึ้น

ดังนั้น ยังต้องหาเงินมาโปะส่วนที่ขาดอีก 511,500 ล้านบาท ปัดตัวเลขกลมๆเป็น  500,000 ล้านบาทเลยก็ได้ ถ้าไม่ขึ้นภาษีก็ต้องเบียดมาจากการใช้จ่ายรายการอื่น ๆ ซึ่งไม่น่าจะเบียดมาได้มากนัก เพราะตัวเลข 500,000 ล้านบาทนี้ เทียบเท่ากับ 17 ถึง 18% ของงบประมาณคาดการณ์ของปี 2023 จึงเป็นสัดส่วนไม่น้อย เมื่อหาเงินหรือลดค่าใช้จ่ายรายการอื่นไม่ได้ ก็ต้องกู้มาโปะส่วนที่ขาดดุลมากขึ้นนี้

อัตราส่วนหนี้ต่อจีดีพีในปี 2023 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 61.36% ถ้าต้องกู้มากขึ้นอีก 500,000 ล้านบาทสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 2.8% รวมเป็น 64.16%

เราเคยตั้งเป้าว่าสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีจะไม่ให้เกิน 60% แต่ช่วงที่ผ่านมาเราต้องประคับประคองเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด จึงยอมให้สัดส่วนนี้สูงเกิน 60% และมีเป้าหมายจะดึงลงมาให้อยู่ในระดับ 60% โดยเร็ว

นโยบายแจกเงินนี้มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจจะโตประมาณ 3 ถึง 4% โดยมีตัวช่วยคือการท่องเที่ยว ที่ผ่านมาในช่วงโควิดรัฐบาลได้ใช้เงินไปในการพยุงเศรษฐกิจมามากพอแล้ว ปีหน้าจึง​ไม่มีความจำเป็นที่ต้องกระตุ้นต่อเนื่อง และการจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตโดยการใช้จ่ายเป็นวิธีที่ไม่รับผิดชอบ (ยกเว้นในกรณีจำเป็น อย่างเช่นในช่วงโควิดที่หัวรถจักรทางเศรษฐกิจตัวอื่น ๆ ไม่ทำงาน) เพราะใช้แล้วก็หมดไป ไม่มีผลในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว

12 เมษายน พ.ศ. 1839 'พญามังราย' พระมหากษัตริย์แห่งล้านนา ทรงสถาปนากรุงเวียงเชียงใหม่

วันนี้ เมื่อ 727 ปีก่อน ‘พญามังราย’ พระมหากษัตริย์แห่งล้านนา ทรงสถาปนากรุงเวียงเชียงใหม่ (เชียงใหม่ในปัจจุบัน) เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา

‘พญามังราย’ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ทรงเริ่มต้นรวบรวมเมืองหรือแคว้นขนาดเล็กที่กระจัดกระจายและเป็นอิสระต่อกัน ให้รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จนพัฒนาเป็นรัฐขนาดใหญ่ขึ้น โดยในระยะแรกพญามังรายทรงรวมแคว้นโยนกก่อน แล้วพยายามขยายอำนาจสู่หัวเมืองขนาดเล็กอื่น ๆ เป็นบริเวณกว้าง จากนั้นเริ่มขยายอำนาจสู่แคว้นหริภุญไชยที่มีความเจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้

‘ยังโอม’ ทุ่มกว่า 1.2 ล้านบาท ทำ MV เพลง ‘ธาตุทองซาวด์’ ชี้!! อยากเห็นเพลงไทยไปไกลระดับโลก ฝากรัฐหนุนวงการศิลปะไทย

อึ้ง!! MV ธาตุทองซาวด์ ‘ยังโอม’ เผยควักทุน 7 หลัก หวังโชว์ทั่วโลก ฝากถึงรัฐ หนุนวงการศิลปะไทย ฝันไปไกลเท่าเกาหลี ขอบคุณ 10 ล้านวิว

เมื่อวันที่ (11 เม.ย.66) ยังโอม (YOUNGOHM) แรปเปอร์ชื่อดัง เจ้าของเพลง ธาตุทองซาวด์ ที่กำลังฮอตสุดๆ รันทุกวงการ มิวสิควิดีโอ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ 5 วัน ทะลุ 10 ล้านวิว จนติดเทรนด์อันดับ 1 ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “MV เพลงนี้ผมใช้เงินตัวเองลงไปประมาณ 1,200,000 บาท เป็น MV ที่ผมใช้เงินเยอะที่สุดในชีวิต…”

“ที่ผมต้องลงทุนเยอะขนาดนี้ เพราะอยากให้ทั้งโลกเขาเห็นว่าคนไทยก็เฟี้ยวเหมือนกันนะ คนไทยถ้าเอาจริง ๆ เราทำได้ทุกอย่าง เรามีความสามารถ เรามีศิลปินที่เก่งมาก ๆ ในทุก ๆ แขนงของศิลปะ”

“นี่ขนาดผมทำด้วยตัวคนเดียว ด้วยเงินตัวเองมันยังได้ขนาดนี้ ผมอยากจะรู้จริง ๆ ถ้าคนไทยได้รับการสนับสนุนจากรัฐหรือจากไหนสักที่ วงการศิลปะบ้านเราจะไปได้ไกลแค่ไหน แล้วจะนำพาประเทศเราไปได้ถึงจุดไหน จะไปได้ไกลเท่าเกาหลีมั้ยนะ”

“และนี่คือเสียงจากอดีตเด็กโรงเรียนวัดธาตุทองตัวเล็ก ๆ ที่อยากเห็นประเทศนี้เฟี้ยวกว่าเดิม 5 วัน 10,000,000 วิว ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ครับ”


ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_7608536

‘นันทิวัฒน์’ ซัด!! นักการเมืองค้าน ‘เกณฑ์ทหาร’ ลั่น!! มันคือการตัดมือตัดตีนตัวเองให้ต่างชาติย่ำยี

ตบปากพวกปลุก ‘เลิกเกณฑ์ทหาร’ อย่าหาเสียงด้วยการสร้างความอ่อนแอให้ประเทศ

(12 เม.ย.66) นายนันทิวัฒน์ สามารถ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘เกณฑ์ทหาร : ทำไม’ มีเนื้อหาดังนี้...

เกณฑ์ทหาร : ทำไม

ไม่เข้าใจ ทำไมนักการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองถึงได้คัดค้านและต่อต้านการเกณฑ์ทหาร ถึงขนาดเสนอให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร หรือต้องการให้ประเทศชาติอ่อนแอ

การเป็นทหารคือวิถีของลูกผู้ชาย ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้รับใช้ชาติ เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อชาติ เตรียมความพร้อมให้ตัวเองและกองทัพเผื่อยามที่ประเทศมีศึกสงคราม ทหารเกณฑ์จะได้รับการฝึกป้องกันตัว การใช้อาวุธ การฝึกความมีระเบียบวินัย ฝึกการรับฟังคำสั่ง สั่งให้ยิงต้องยิง ไม่หนีข้าศึกที่อยู่ตรงหน้า

นักการเมืองและคนที่ต่อต้านการเกณฑ์ทหารต้องตระหนักไว้ว่า ไม่มีประเทศใดในโลกนี้ที่ไม่มีกองทัพ นอกจากประเทศที่แพ้สงครามและถูกประเทศผู้ชนะห้ามไม่ให้มีกองทัพ และไม่มีประเทศใดไม่เผชิญภัยคุกคามความมั่นคงจากนอกประเทศ ยิ่งในสถานการณ์การเมืองโลกในปัจจุบัน ที่มีความตึงเครียดและการสู้รบดั่งที่เห็น

พลังอำนาจของชาติมาจากไหน แน่นอนต้องมาจากคนในชาติ สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าได้ทรงพระราชทานคำขวัญให้กองทหารเสือป่า ว่า “แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ ศัตรูกล้ามาประจัญ ก็อาจสู้ริปูสลาย”

หมายว่าอย่างไร หากต้องการความสงบภายใน ชาติต้องมีกำลังทหารที่พร้อมรบเพื่อป้องกันประเทศจากการรุกรานของต่างชาติ ประวัติศาสตร์ของไทยถูกรุกรานจากต่างชาติมาโดยตลอด เดชะบุญที่บูรพกษัตริย์ทรงมีความเข้มแข็งและสายพระเนตรที่กว้างไกลในการป้องกันประเทศ

ตำรวจ ป.ป.ป. เรียกสอบ ‘ผอ.เขตราชเทวี-เจ้าหน้าที่’ หลังพบหลักฐานเอี่ยว รีดสินบนแลกเลี่ยงภาษี 40 ล้านบาท

ตำรวจ ป.ป.ป. เรียกสอบ ผอ.เขตราชเทวี และเจ้าหน้าที่ 11 คน ที่พบหลักฐานเชื่อมโยงกับหัวหน้าฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตราชเทวี โดยการตรวจสอบพบกว่า 100 คดี ที่มีการเรียกรับผลประโยชน์

เมื่อวันที่ (11 เม.ย.2566) ผู้อำนวยการเขตราชเทวี เจ้าหน้าที่ธุรการ และเจ้าหน้าที่ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับหัวหน้าฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตราชเทวี ถูกเชิญตัวมาให้ข้อมูล ในฐานะพยาน โดยมี พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ประสานพาเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการตำรวจ ป.ป.ป. ระบุว่า การสอบเจ้าหน้าที่ทั้งหมดยังทำในฐานะพยาน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการหรือปรากฎชื่อในแผนผัง สมุดบันทึก หรือ เอกสารต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการไปตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการและสถานประกอบการในพื้นที่ตามที่ได้รับคำสั่ง จากนั้นก็ส่งรายชื่อให้กับหัวหน้าฝ่ายประเมินรายได้

พนักงานสอบสวนพบการเรียกรับผลประโยชน์แลกการเลี่ยงจ่ายภาษีจากผู้ต้องหา 100 คดี และพบผู้กระทำความผิดชัดเจนร่วมกับหัวหน้าฝ่ายประเมินรายได้อีก 1 คน เป็นลูกน้องคนสนิททำหน้าที่เก็บเงินและประสานงานกับผู้ประกอบการ

'เปลวสีเงิน' เปิดสตูบ้านหลังใหม่ สัมภาษณ์ 'นายกฯ' พูดคุยสิ่งที่ 'ทำแล้ว-ทำอยู่-ทำต่อ' ในรายการ The Exclusive Talk

(11 เม.ย.66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้เกียรติร่วมเปิดสำนักงานใหม่ไทยโพสต์ ที่ซอยประชาชื่น 46 ถนนประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ เมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมสนทนากับ ‘เปลว สีเงิน’ ผู้ก่อตั้งไทยโพสต์ และคอลัมนิสต์ชื่อดัง ในรายการ The Exclusive Talk ทีวีไทยโพสต์ โดยในบทสนทนามีเนื้อหาบางส่วนดังนี้

เปลว สีเงิน - นายกฯ ไปหลายพื้นที่ที่คนต้องการให้ไปเยอะๆ แต่ภาคอีสานก็มีคนคิดถึงนะ

พล.อ.ประยุทธ์ : ก่อนหน้านี้ เราก็ไปในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีโครงการต่างๆก็ไปตรวจเยี่ยมทุกวันนี้ก็ต้องระวังนิดนึง ถ้าไปในฐานะนายกฯ คงไม่ได้แล้ว แต่ไปในนามของการเลือกตั้งไปได้  แต่ก็ต้องไปอย่างง่ายๆที่สุด

เปลว สีเงิน : เห็นส่ง คุณพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เป็นแนวหน้าออกรายการดีเบต

พล.อ.ประยุทธ์ : ตอนนี้ก็มีคนออกมาพูดกันเยอะ สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไรให้คนเข้าใจได้ โดยไม่มีความขัดแย้ง ไม่ใช่ เกลียดชังกัน สิ่งที่พูดอาจจะคิดดี หลักการอาจจะคิดว่าทำได้ แต่จริงๆ แล้วทำไม่ได้ และเป็นปัญหากับคนอื่นด้วย นี่คือประเด็นสำคัญก็ต้องระมัดระวังและคิดให้ถี่ถ้วน 

วันนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะทำให้เรามีรายได้มากขึ้นในภาพของประเทศ เพื่อเอาเงินและรายได้เหล่านี้มาพัฒนาประเทศ และประชาชนให้ครบถ้วนมากบ้างน้อยบ้าง แต่ถ้าให้อันใดอันหนึ่งที่มากเกินไป จะส่งผลกระทบใหญ่ต่องบประมาณ อีกทั้งระบบเราเสียหายหมด ต่างประเทศดูเราอยู่ ซึ่งวันนี้เขาก็ชื่นชมประเทศไทย สามารถจัดระบบการเงินการคลัง เป็นที่น่าเชื่อถือเชื่อมั่นให้ความไว้วางใจ ค่าเงินบาทยังมีราคาเงินเฟ้อก็ลดลง ของเรายังอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยแล้ว เป็นตัวอย่างในการประชุมระหว่างประเทศ ก็ต้องช่วยกันรักษาสิ่งเหล่านี้ต่อไป

เปลว สีเงิน : เดี๋ยวนี้ก็มีการแจกโน่นแจกนี่ซึ่งเกินความเป็นจริง แต่บางทีก็ขาดเรื่องการชี้แจง
.
พล.อ.ประยุทธ์ : สิ่งที่ผมพยายามจะพูดออกไปและสื่อสารออกไปเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นหัวหน้ารัฐบาลเพื่อให้บ้านเมืองปลอดภัย คือหน่วยงาน กระทรวง ครม. เขาต้องเอาสิ่งที่ผมพูดไปช่วยกันพูด แต่ปรากฏว่าก็น้อยไปหน่อยไม่ค่อยพูดกัน ข้าราชการบางทีก็ไม่กล้าพูด

ส่วนของผมหน้าที่นายกรัฐมนตรีก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งในเชิงบริหาร การที่ผมเยี่ยมเยียนประชาชน หรือมาเยี่ยมก็ตามส่วนหนึ่งผมอาจไปเยี่ยม ส่วนหนึ่งอาจจะยังไม่ได้ไป ส่วนหนึ่งอาจไปแล้วหลายครั้ง

แต่สิ่งที่ผมไปที่เยี่ยมเยียนนั้น ก็ด้วยผลงานของผม ถนนหนทาง น้ำ การจัดที่ทำกินต่างๆ ผมไปหมดแล้วทุกพื้นที่ บางอันอาจจะอยู่ในระดับเริ่มต้น จะตกจากตรงกลางบ้าง บางอันอยู่ในระดับสำเร็จแล้วแต่ทั้งหมดผมไปเยี่ยมเขาด้วยแผนงานโครงการของผมไม่เคยแยกแยะ ไม่เคยว่าพื้นที่นี้เป็นของใคร จังหวัดของใคร สีอะไร ไม่ได้สนใจ ผมสนใจแต่เพียงว่าประชาชนของประเทศเรามีทุกภาคทุกจังหวัด 

ไปดูได้เลยว่างบประมาณแต่ละปีทุกจังหวัดทุกกลุ่มจังหวัดได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ ทุกภาคมากขึ้นไหม ทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ได้มีผู้แทนอยู่ตรงนั้นนี่คือผมมองประชาชน ตรงนี้อยากฝากความเข้าใจด้วยว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาได้เพราะบ้านเมืองสงบ ถ้าบ้านเมืองไม่สงบยังเป็นแบบเดิม จะทำอะไรไม่ได้ และวันนี้จะจับต้องอะไรไม่ได้เลย แต่นี่ตั้งเยอะที่จับต้องได้ หลายคนก็บิดเบือนว่าทำเหมือนมองไม่เห็น แล้วเอาที่ยังไม่เสร็จมาโจมตี ผมก็อธิบายต่อไปก็ต้องช่วยกัน ก็ไม่บ่น บ่นไม่ได้อยู่แล้ว ที่พูด ไม่ได้บ่น แต่เป็นการอธิบาย คือคนบางทีก็ไม่ชอบฟังแต่ชอบว่า

การจะให้อะไร ถ้าผมให้ได้ก็ดีละซิ ให้อะไรต้องคำนึงถึงว่า เรามีงบประมาณเท่าไหร่ หาได้เท่าไหร่ วันนี้เรามีเท่านี้แล้วเราจ่ายเท่านี้ แต่กลุ่มโน้นกลุ่มนี้บริหารลงทุนต่างๆมันก็สมดุลกัน ชดเชยบ้าง  ลงทุนต่างๆบ้าง ธุรกิจบ้าง แต่ถ้าทำอะไรเกินจากนี้ และยังไม่มีทางขายของมาเพิ่ม  ผมบอกได้เลยล้มทั้งประเทศ การจะกู้เงินมาแจกเฉยๆ มันทำไม่ได้ หลักการของโลกในการกู้เงินมาต้องทำให้เกิดมูลค่า เกิดรายได้หรือกู้มาในสถานการณ์พิเศษ เช่นสถานการณ์โรคอุบัติใหม่

สิ่งต่างๆเหล่านี้ทุกคนต้องเข้าใจร่วมกันถ้าทุกคนอยากได้ แต่ไม่ช่วยกัน มันไปไม่ได้สักคน นี้หลักการของผม ไม่ใช่ไม่อยากให้ ไม่ใช่ไม่เห็นใจ ไม่ใช่ไม่เห็นถึงความยากลำบาก แต่ต้องไปดูว่าความยากลำบากของแต่ละกลุ่มอยู่ตรงไหนและเราต้องไปแก้ตรงไหน อย่างไรวันนี้ถึงมีมาตรการเรื่องการบริหารหนี้ครัวเรือน ทำอย่างไรจะลดลง แต่รัฐบาลทำอย่างเดียวมันไม่พอ ทุกคนต้องร่วมมือกับมาตรการของรัฐด้วย ถ้าสมมุติมีหนี้แล้วเอาเงินไปแจก โอเคหมดหนี้แล้วมันจะเกิดหนี้ใหม่หรือไม่  ถ้าเราไม่สร้างความเข้มแข็ง ไม่สร้างการเรียนรู้ให้เขาแล้วเขาจะหาเงินเองได้อย่างไร

วันนี้ทำอย่างไรให้เด็กที่กำลังโตรู้จักว่าจะดำเนินชีวิตไปได้อย่างไร ถ้าเราทำให้เขาว่าต่อไปนี้สบายไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงินให้แล้วผมถามว่าโตไปเขาจะทำอย่างไรในวันหน้า เขาก็คาดหวังว่าเดี๋ยวก็มีเงินมาให้อีก เพราะฉะนั้น สิ่งที่คนในยุคกลางๆ ที่จะเป็นผู้ใหญ่ในเรื่องความพยายามจะหายไปหมด ต้องถามว่าประเทศจะไปได้หรือไม่และจะเป็นอย่างไร นั่นก็อีกส่วนหนึ่งมันเป็นความเป็นธรรมที่เราต้องดูแลผู้มีรายได้น้อยตามสมควร ตามงบประมาณที่มีอยู่ซึ่งเขาทำอยู่แล้ว

อีกอันคือเรื่องความเท่าเทียมในเรื่องของโอกาส แต่ต้องให้เขามีอาชีพ มีรายได้ที่มีเงินเพียงพอรวมถึงเรื่องดิจิตอลต่างๆที่จะทำขึ้นมาต้องพูดสิ่งเหล่านี้ให้มันเชื่อมโยงว่าเราจะทำอย่างไรกับประเทศของเรา ผมเห็นพี่เขียนอะไรมาก็โอเคนะ ที่ชวนชี้นำทำความเข้าใจ วิเคราะห์ได้

เราต้องแก้ปัญหาวันนี้มีอะไรบ้าง ที่เก่าๆมาก็เก็บมาแก้ไขปัญหาและพร้อมจะทำที่วันนี้ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้น และก็ต้องทำวันหน้าไปเพื่ออนาคต ไม่ใช่มาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเดียว นี่ตอนผมคุยกับหัวหน้าพรรคมาตลอด นโยบายของเรา "ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ" มันจบที่ไหน นี่คืออดีตปัจจุบันและอนาคตของประเทศไทยสามคำของผมต้องตีความหมายให้เข้าใจตรงกัน

ตอนนี้สื่อก็เยอะไปหมดอย่างที่ทำเนียบฯก็เยอะผมก็รักเขา แต่คำถามเขาบางทีมันถามให้ผมปวดหัว บางทีผมก็หงุดหงิดก็ขอโทษแล้วกัน ไม่ได้เกลียดชังกันอยู่แล้วถึงเวลาก็รักกันเหมือนเดิม สื่อกับผมอยู่กันมา 8 ปี เขาบอกถ้าเป็นตรงนี้ต้องไม่โมโหใคร ผมก็มนุษย์เหมือนกัน ถ้าผมไม่ทำเลย แล้วด่าผม ผมไม่ว่า นี่ผมทำแต่ท่านก็ไม่ฟัง แต่รู้ก็เป็นเรื่องของพวกเราที่คิดอย่างไรก็ได้

ผมไปต่างประเทศทุกครั้งจะเอาหนังสือพิมพ์ต่างประเทศมาดู ไม่เห็นมันวุ่นวายมากมายเท่าบ้านเรา เขาใหญ่กว่าเราตั้งเยอะแข่งหน้าหนังสือพิมพ์เขามีความเจริญของบ้านเมือง ส่วนข้างในหนังสือพิมพ์มีนี่มีโน่น เขาไม่มีตีกันซักหน้าไม่มีฆ่ากันซักคนยกเว้นแต่เรื่องสงคราม อะไรต่างๆเค้าขึ้นเพราะเป็นเรื่องสำคัญแต่เรื่องภายในประเทศเขาอาจจะมีดีกว่าของเรา หรืออาจจะแย่กว่าของเราแต่เขาไม่ออกในหนังสือพิมพ์

‘พุทธิพงษ์’ เคลียร์ชัด!! ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เคยคิดเอากัญชาเสรี โอด!! ทุกพรรคเห็นชอบ กม. แต่พอเรื่องเข้าสภากลับเทกลางทาง

(12 เม.ย.66) จากรายการพิเศษ เลือกตั้ง 66 เปลี่ยนใหม่ หรือ ไปต่อ (ขุนพลมหานคร) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย ได้ตอบชัดถึงเรื่องกัญชาเสรี โดยระบุว่า “ตนไม่เอาเสรีกัญชา”

พร้อมยังได้กล่าวเพิ่มเติม “ การที่เราจะเอากฎหมายเข้าไปในสภานั้น ต้องผ่าน 1.ครม. หลังจากนั้น 2.ครม. ต้องส่งต่อไปให้ประธานสภาฯ 3.ประธานสภาฯ บรรจุเข้าในสภา  4.ผ่านวาระรับหลักการของสภา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ผ่านเสียงข้างมาก

“สาระสำคัญอยู่ที่ พอผ่านหลักการเรียบร้อย ตั้งกรรมธิการ ซึ่งกรรมธิการในสภาได้มีองค์ประกอบของ ส.ส. จากทุกพรรค และจากวาระรับหลักการเดิมมีอยู่ 40 มาตราตอนเสนอ แต่พอเข้ากรรมธิการในการเพิ่มเติมกฎหมายเรื่องของกัญชา ก็เพิ่มเป็น 90 มาตรา ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่า ข้อกังวลของส.ส. ทุกพรรคได้เติมเต็มข้อบังคับ และกฎที่เป็นห่วงกันทั้งหมดเป็น 90 มาตรา แต่พอเอากลับมาเข้าสภาใหญ่ แต่ละพรรคกลับไม่เข้าประชุม, สภาล่ม จนทำให้หมดสมัยประชุม และดันมาบอกว่า ภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เอากัญชาเสรี”

นายพุทธิพงษ์ ยังได้ย้ำอีกว่า “ตนเอง และพรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยในเรื่องกัญชาเสรี” พร้อมยังย้อนถามกลับ “พรรคไหนที่ในวันนั้นไม่เข้าประชุม เพราะอะไร”

‘ชัยวุฒิ’ ยัน!! พปชร. ไม่จับมือ ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ชี้!! จุดยืน ‘ม.112 - ยกเลิกเกณฑ์ทหาร’ ไม่ตรงกัน

(12 เม.ย.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีรถน้ำดำหัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว. กลาโหม เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 2566 ว่า เนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทยคณะรัฐมนตรีจึงมารถน้ำขอพรจากนายกรัฐมนตรี และร่วมพิธีทำบุญ ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้ทุกคนมีความสุข เจริญก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เดินทางมาร่วมพิธีในวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่ออธิบายนโยบายของพรรคพลังประชารัฐให้ประชาชนได้รับทราบ

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประวิตร ระบุสาเหตุที่ไม่สามารถจับมือร่วมกับพรรคการเมืองที่ มีแนวคิดแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ว่า พรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน เราทำงานมา 4 ปีพี่น้องประชาชนรู้อยู่แล้วว่ามีแนวคิดอย่างไร ในเรื่องของการดูแลชาติบ้านเมือง ให้สงบสุขไม่มีความขัดแย้ง โดยเฉพาะเรื่องที่เราคิดว่าเป็นปัญหาและไม่ทำแน่นอน ซึ่งหากมีพรรคการเมืองไหนที่เสนอนโยบายที่เราไม่เห็นด้วย อย่าง เรื่องการแก้ไข ม.112 และการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คงไม่สามารถร่วมงานกันได้อยู่แล้ว นี่เป็นแนวหลักการ ไม่ได้เป็นเรื่องของอคติ หรือความขัดแย้ง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top