Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

'ผอ.ฟ้า' พรทิพา สุพัฒนุกูล พร้อมลูกชาย คว้า 5 รางวัล เกียรติยศอันทรงเกียรติ โดยหม่อมหลวงสราลี กิตติยากร ผู้แทนพระองค์ประธานมอบรางวัลแห่งชาติ Thai Awards ประจำปี 2566

ที่ศูนย์ประชุมวิจัยจุฬาภรณ์ ห้องคอนเวนชั่นฮอล์ ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กทม. หม่อมหลวงสราลี กิติยากร พระขนิษฐาของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เป็นประธาน พิธีมอบรางวัล 'รางวัลแห่งชาติ Thai Awards' 'สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น' ประจำปี 2566 จำนวน 10 รางวัล 

โดยมี ดร. อำนาจ หมัดสดาย สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) ประธานฝ่ายจัดงาน ร่วมมอบรางวัลให้กับบุคคลต่างๆหลายสาขาอาชีพตามโครงการคืนคนดีสู่สังคมกองทุนอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชนในสถานพินิจของกระทรวงยุติธรรมที่จะออกสู่สังคม  โครงการสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสถิ่นกันดาร และอาหารกลางวันสำหรับเด็กเล็กในชนบทร่วมสนับสนุนอาหารกลางวันและอาหารสำเร็จรูป “โครงการอิ่มท้องอิ่มบุญ” ให้กับศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน พระยาประสาทธาตุการย์และคุณหญิงวาส(ประนิส) ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านมูเซอหลังเมือง ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก กองร้อยตำรวจตระเวนชรนแดนที่ 342 

โดยมี นางฟ้าสายบุญ 'ผอ.ฟ้า' นางสาวพรทิพา สุพัฒนุกูล เจ้าของสถานีทีวีดาวเทียมจานดำ ช่อง 160 เข้ารับ 5 รางวัล และ นาย ชิรวิชช์ ระย้ายาว หรือน้อง 'ปีเตอร์' บุตรชายเข้ารับ 1 รางวัลคนไทยบุคคลแห่งชาติ 'Thai Awards' ในครั้งนี้ด้วย โดยมีรางวัลดังนี้

1. รางวัล ไทยบุคคลแห่งชาติ 'Thai Awards' โครงการปณิธาน ความดี ประจำปี 2566 
2. รางวัล รางวัลคนดีคิดดีสังคมดี 'พระกินรี' คนดีของแผ่นดิน 2566 
3. รางวัล 'ครุฑทองบุคคลแห่งชาติ' 2566 
4. รางวัลธุรกิจยอดเยี่ยม SQC ประจำปี 2566 
5. รางวัลผู้นำนักบริหาร  AEC LEADER TOP AWARDS 2023 

การประทานรางวัล ครั้งนี้เพื่อประกาศเกียรติคุณถึงคุณงามความดีที่มีประชาชน บุคลากรหลากหลายสาขาอาชีพที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอดตามหลักเกณฑ์พิจารณาของคณะกรรมการเลือกสรรค์ และเล็งเห็นศักยภาพ ผู้มีความรู้ ความสามารถ ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการช่วยเหลือสังคม จึงได้จัดให้มีการเข้ารับรางวัล ในครั้งนี้ 

ด้าน ผอ.ฟ้า นางสาวพรทิพา กล่าวว่า การที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ก็ไม่ได้ดีใจมากมายอะไร แต่สิ่งที่ภูมิใจมากกว่าคือที่ได้ช่วยสังคมและที่สำคัญ ดร.อำนาจ ก็เป็นผู้ที่ทำจริงกับเรื่องในการให้ ผอ.ฟ้า เข้ามาช่วยเหลือสังคม ก็คือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องสนับสนุนช่วยทุกอย่างอยู่ในการที่ท่านไปทำโครงการไม่ว่าจะโครงการอาหารกลางวัน โครงการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาส และคนพิการ ตำรวจชายแดนทางภาคใต้ และอาหารกลางวันให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาส ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขาทำจริงๆที่ผ่านมา

‘หญิงอังกฤษ' จบชีวิตรักต่างภพ หลังแต่งกับผีได้แค่ 5 เดือน เหตุฝ่ายหญิงเหนื่อยหน่าย ผีสามีขี้ระแวง สุดท้ายจ้างหมอผีขับไล่

(10 เม.ย.66) ผู้หญิงรายหนึ่งในสหราชอาณาจักร ซึ่งตกเป็นข่าวโด่งดังเมื่อหลายเดือนก่อน หลังเข้าพิธีวิวาห์กับผีผู้ชายตนหนึ่งที่มาจากยุคศตวรรษที่ 19 ล่าสุด ชีวิตสมรสระหว่างทั้งคู่ไม่เป็นไปด้วยดีนัก และมีอันต้องจบลงภายในเวลาเพียง 5 เดือน เหตุฝ่ายหญิงเหนื่อยหน่ายผีสามี สุดท้ายจึงว่าจ้างหมอผีมาขับไล่วิญญาณผู้เป็นสามีพ้นไปจากชีวิตของเธอตลอดกาล ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดลิสตาร์ สื่อมวลชนของอังกฤษ

หนังสือพิมพ์เดลิสตาร์ รายงานอ้างคำสัมภาษณ์ของผู้หญิงนามว่า โบร์คาร์ด วัย 38 ปี เปิดเผยว่าเธอติดต่อกับวิญญาณชาย เอ็ดวาร์โด วัย 35 ปี ที่บ้านพักเมื่อราวๆ 2 ปีก่อน และหลังจากตกหลุมรักกันอย่างไม่คาดหมาย เธอและเอ็ดวาร์โด แต่งงานกันที่โบสถ์ร้างแห่งหนึ่งในคืนวันฮาโลวีนเมื่อปีที่แล้ว แต่เพียง 5 เดือนหลังจากเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตคู่ของทั้ง 2 คนก็กลับพังครืนลงตั้งแต่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ

รายงานของเดลิสตาร์ระบุเรื่องราวการเลิกราที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าเจ้าผีสามีนั้นไม่รู้ตัวว่าตนเองขี้ระแวงเกินไป หรือไม่กังวลเกินไปว่าจะถูกเธอตีจาก ทั้งนี้ โบร์คาร์ด ให้สัมภาษณ์ว่า "ฉันทุกข์ทรมานจากความคิดในแง่ลบมากๆ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา" พร้อมเผยว่าเธอเข้ารับการปรึกษาด้านชีวิตแต่งงานมาตั้งแต่ต้นปี แต่สามีของเธอไม่ใส่ใจมัน และนับตั้งแต่มันทำให้ชีวิตของเธอเหมือนตกอยู่ในนรกมากกว่าที่ผ่านๆ มา

โบร์คาร์ด คร่ำครวญว่าที่จริงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผีสามี เปลี่ยนไปตั้งแต่ช่วงออกเดินทางท่องเที่ยวไปฮันนีมูนแล้วด้วยซ้ำ

หลังจากพยายามทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาระหว่างมนุษย์กับผี สุดท้าย โบร์คาร์ด เผยว่าเธอต้องหันไปพึ่งหมอผีให้มาขับไล่ เอ็ดวาร์โด ไปจากชีวิต เพราะว่าผีตนนี้เอาแต่ทรมานเธอ เพราะไม่พอใจที่เธอกำลังตีจากเขา "เพราะเขาไม่มีความสุขและฉันต้องการยุติชีวิตสมรสนี้"

‘ไพบูลย์’ ยืนกราน พปชร. ไม่ขอร่วม เพื่อไทย-ก้าวไกล แจง รับไม่ได้กับหลายนโยบาย ขอย้ำ!! ไม่เคยมีดีลลับ

(10 เม.ย.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าว ถึงจุดยืนทางการเมืองของ พปชร. ว่า พปชร.มีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งที่จะเดินหน้ากำจัดปัญหาความขัดแย้งที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ขจัดความยากจนให้สิ้นไป โดยจะมีนโยบายนำเสนอมาอีกในเร็วๆ นี้ ส่วนจุดยืนของ พปชร. เรามีความเชื่อมั่นในหลักการที่จะดำเนินการกิจการต่างๆ ของพรรคให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ดังนั้น กรณีที่ปรากฎเป็นข่าวว่าเราจะไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคก้าวไกล ตนขอถือโอกาสนี้แถลงอย่างเป็นทางการว่าเราไม่ร่วมด้วยกับพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล เราต้องการสร้าง พปชร.ให้เป็นพรรคที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชน เป็นตัวแทนในการทำหน้าที่ในจุดยืนที่ประชาชนยึดมั่น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้พรรคเป็นที่พึ่งของประชาชนในการขจัดความยากจน

“การที่บางพรรคไปกล่าวอ้างต่างๆ นานา หรือมีกระแสข่าวแพร่ออกมาไปจนกระทั่งเป็นความเข้าใจผิดว่าพรรคเราไปมีดีลร่วมกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคก้าวไกล ขอแถลงในวันนี้ว่าไม่จริง และเราไม่ประสงค์ด้วย ไม่ประสงค์ที่จะร่วมมือใดๆ เราต้องการเป็นพรรคการเมืองที่มีอิสระ มีเอกภาพในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนให้ได้อย่างสมบูรณ์” นายไพบูลย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประกาศว่าจะไม่จับมือ ได้มีการคุยกับหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคแล้วใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ได้คุยกับทางผู้ใหญ่ของพรรคแล้ว เราไม่ร่วม ขอให้เกิดความชัดเจน

เมื่อถามย้ำว่า การประกาศไม่ร่วมเฉพาะช่วงนี้ หรือหลังการเลือกตั้งค่อยว่ากันอีกที นายไพบูลย์ กล่าวว่า หลักการไม่ร่วมก็เป็นหลักการไม่ร่วม และเหตุผลที่เราไม่ร่วมเพราะมีนโยบายที่เรารับไม่ได้หลายเรื่อง เราไม่เห็นด้วยกับนโยบายเหล่านั้น

เมื่อถามว่า จะสวนทางกับแนวทางพรรคที่ก้าวข้ามความขัดแย้งหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า การที่เราไม่ร่วมเกิดจากการไม่เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคเหล่านั้น เป็นการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย แต่เราไม่ได้ไปสร้างความรุนแรงหรือไปทำอะไรต่างๆ เพียงแค่แถลงจุดยืนว่าเราไม่สบายใจกับนโยบายต่างๆ ของพรรคที่เอ่ยไป

ทีมเศรษฐกิจ ปชป. โชว์แนวทางขับเคลื่อน ศก.ไทย ชูใช้เงิน กบข.-กองทุนสำรองฯ 3 แสนล้าน ให้เกิดสภาพคล่อง

(10 เม.ย.66) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลง ‘อัดฉีดเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท ใครได้อะไร’ โดยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท ไม่ใช่เป็นการแจกเงินทั่วไป ๆ ประชาธิปัตย์มองภาพรวมว่าเศรษฐกิจจะมีทิศทางและต้องเดินต่อไปอย่างไร โดยการดูแลเศรษฐกิจมหาภาค ซึ่งสิ่งที่ประชาธิปัตย์นำเสนอ ต้องการจะให้เศรษฐกิจโตถึง 5 เปอร์เซนต์ ให้ขยายตัวตามศักยภาพที่เรามีอยู่ ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจภาพรวมโตอย่างน้อย 5 เปอร์เซนต์ หากโตไม่ถึงก็จะไม่เป็นแรงจงใจนักลงทุน และไม่มีเงินมาดูแลคนในประเทศ ดังนั้นการให้เศรฐกิจโตอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาเรามาผิดทางเพราะเราไปกระตุ้นให้คนใช้จ่ายโดยที่ใช้จ่ายหมดเปลือง ดังนั้นเราจึงต้องกระตุ้นโดยการนำเงินเก่าที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ ให้ได้ถึง 1 ล้านล้านบาท เพื่อให้เศรษฐกิจมีการขับเคลื่อน ไม่ใช่ไปกู้หรือไปก่อหนี้ ดังนั้นสิ่งที่ประชาธิปัตย์นำเสนอจะต่างจากสิ่งที่รัฐบาลทำมา 

นายพิสิฐ กล่าวต่อว่า หลายพรรคการเมืองมีการพูดเศรษฐกิจโต 5 เปอร์เซนต์ แต่ไม่บอกว่าโตอย่างไร ได้แต่บอกว่าเอาเงินใส่เข้าไปเพื่อใช้จ่าย แต่บอกว่าว่าใช้จ่ายแล้วจะเกิดอย่างไร แต่ประชาธิปัตย์ มีกลไกลที่ทำให้เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ไม่สร้างปัญหาในอนาคต และพยายามให้หนี้อยู่ในกรอบ เพราะหลายพรรคเสนอวิธีการแก้ปัญหาหนี้โดยการการพักหนี้ บายพลาสระบบเครดิตบูโร ทั้งหมดทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอลง หากทำแบบนี้ใครจะกล้าเอาเงินใหม่เข้ามา ถ้าเราใส่ทุนเข้าไปเศรษฐกิจจะมีความแข็งแรงมากขึ้น โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยเงิน 1 ล้านล้านบาท จะมีทั้งระดับรากหญ้าโดยผ่านธนาคารหมู่บ้าน ชนชั้นกลางโดยการปลดล็อก กบข. และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เอ็สเอ็มอีและสตาร์ทอัพ โดยเงินก้อนแรกธนาคารหมู่บ้าน ชุมชนละ 2 ล้านบาท ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) มีเงินอยู่แล้ว และเวลานี้รัฐบาลเป็นหนี้ ธกส. อยู่ 8 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลต้องคืนหนี้ธกส. แล้ว ธกส. จะเอาเงินนี้มาใช้เรื่องนี้ได้ และถ้าทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน มีเงินเข้าไปในระบบ โดยมีออมสิน และ ธกส. เข้าไปช่วยกำกับเรื่องบัญชี เราก็จะมีระบบสถาบันการเงินที่ให้ประโยชน์อ่างแท้จริงในระดับรากหญ้า 

‘วัน ภาดาท์’ ลงพื้นที่ขอคะแนนชาวพญาไท-ดินแดง ปลื้ม!! นโยบาย ‘ฟรีโซลาร์เซลล์-จยย.ไฟฟ้า’ โดนใจปชช.

(10 เม.ย.66) น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ หรือ วัน ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตพญาไท-ดินแดง เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ลานกีฬาสน.ห้วยขวาง และตลาดสดห้วยขวาง เขตดินแดง เพื่อแนะนำตัวในการลงสมัคร ส.ส. รวมทั้งสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และขอให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.66 ด้วย

น.ส.ภาดาท์ เปิดเผยว่า เท่าที่ได้พูดคุยประชาชนส่วนใหญ่สนใจนโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่ายประชาชน คือ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ฟรี เพื่อลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท และสนับสนุนการใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด โดยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านั้น ประชาชนบางคนสอบถามว่า ราคานี้อาจไม่ได้มาตรฐาน แต่ตนยืนยันว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพราะราคาที่แท้จริงสูงกว่านั้น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยคิดนโยบายผ่อนชำระ 60 เดือน โดยจะหางบประมาณจากส่วนอื่นๆ มาอุดหนุน เช่น เงินที่ได้จากการขายไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งให้ประชาชน โดยประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าเดือนละ 450 สิบบาท

“ไฟฟ้าส่วนเกินจากการผลิตโดยโซลาร์เซลล์ของบ้านประชาชนจะนำขายให้การไฟฟ้าฯ และเป็นรายได้มาอุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านั่นเอง” น.ส.ภาดาท์ ชี้แจง

‘โรม’ เรียกร้อง กกต. ขยายวันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า อย่าให้ประชาชนเสียสิทธิ หลังเว็บลงทะเบียนล่มวันสุดท้าย

(10 เม.ย.66) ที่พรรคก้าวไกล รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขยายวันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต นอกราชอาณาจักร ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 9 เมษายน 2566 ที่ผ่านมาว่า เมื่อวานนี้ (9 เมษายน) คือวันสุดท้ายของการลงทะเบียน แต่ปรากฎว่าเว็บไซต์ลงทะเบียนกลับล่ม ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถลงทะเบียนได้

รังสิมันต์กล่าวว่า เมื่อปี 2562 มีคนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต นอกราชอาณาจักร 2.63 ล้านคน แบ่งเป็น นอกราชอาณาจักร 1.2 แสนคน มาครั้งนี้ ทราบข่าวว่ามีประชาชนลงทะเบียนรวม 2.1 ล้านคน ดังนั้น เมื่อเทียบกับปี 2562 มีประชาชนที่อาจจะตกหล่นแน่ๆ ถึง 500,000 คน

‘ไพบูลย์’ รับเรื่องสมาคมคนตาบอด แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ยัน!! พร้อมดัน กม. สร้างความเท่าเทียม-สร้างอาชีพมั่นคง

วันนี้ (10 เม.ย.) ที่พรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้รับข้อเสนอของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำนโยบายในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการทางสายตา โดยได้มีการหารือร่วมกัน ซึ่งสมาคมฯ ได้นำเสนออุปสรรคและปัญหาด้านคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตาใน 4 ประเด็น ที่ต้องการให้พรรคนำไปเป็นนโยบายและหาแนวทางแก้ไข ประกอบด้วย 

1. เบี้ยคนพิการ 3,000 บาท ถ้วนหน้า 
2. การเข้าเว็บไซต์แอปพลิเคชันสำหรับผู้พิการทางสายตา 
3. การส่งเสริมอาชีพให้ผู้พิการทางสายตา ได้ใช้ความสามารถในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ลดภาระครอบครัวและสังคม 
4. การเลือกปฏิบัติสำหรับผู้พิการทางสายตา 

กาฬสินธุ์เปิดพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์นาไคร้แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่รับสงกรานต์

จังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาไคร้ อำเภอกุฉินารายณ์ เปิดพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์นาไคร้ แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอินโดจีน สู่กาฬสินธุ์ชมเมืองธรณีวิทยา Jurassic World อย่างเป็นทางการ สอดคล้องการเป็นเมืองแห่งความร่ำรวยวัฒนธรรม ประเดิมรองรับนักท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์และงานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านแห่งเดียวในโลก และชมวัฒนธรรมชาวผู้ไทย ที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์นาไคร้ อบต.นาไคร้  ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์บ้านนาไคร้ แหล่งค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ชนิดกินพืช แหล่งใหญ่และสมบูรณ์ที่สุด แห่งที่ 2 ของ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนายธนภัทร ณ ระนอง ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายวีรดนย์ ศิริ นายอำเภอกุฉินารายณ์ นายภิรมย์ อุทรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาไคร้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร ส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนร่วมชมการจัดนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์เป็นจำนวนมาก

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์นาไคร้ ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ ถือเป็นการเพิ่มพื้นที่การท่องเที่ยว ตามสโลแกน 3 ร่ำรวย คือร่ำรวยวัฒนธรรม ร่ำรวยน้ำใจ และร่ำรวยสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นการประตูด่านหน้าจุดแรก ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประชาคมอินโดจีน ได้แก่ สปป.ลาว  เวียดนาม รวมถึงนักท่องเที่ยว สถาบันการศึกษา ที่เดินทางมาจาก จ.มุกดาหาร จ.สกลนคร จ.ร้อยเอ็ด เพื่อมาชมและศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ตำนานเมืองไดโนเสาร์โลก ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย 

นายศุภศิษย์ กล่าวอีกว่า  จ.กาฬสินธุ์ ยังจะมีการพัฒนา ต่อยอดเป็นศูนย์รวมของไดโนเสาร์พันธุ์ไทย ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเมืองตำนานไดโนเสาร์โลก หรือ Kalasin Jurassic World อีกด้วย โดยกำลังพัฒนาให้เป็นเมืองธรณีวิทยา หรือ Geopark  เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยง 7 อำเภอคือสหัสขันธ์ คำม่วง สมเด็จ ห้วยผึ้ง นาคู เขาวง และกุฉินารายณ์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างการท่องเที่ยวสู่สากล สร้างรายได้สู่ชุมชน จึงสอดคล้องกับการพัฒนาให้กาฬสินธุ์เป็น "เมืองจูราสสิคเวิร์ลด์ หรือเมืองตำนานไดโนเสาร์โลก" ในอนาคต 


ด้านนายภิรมย์ อุทรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาไคร้ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2537-2539 ชาวบ้าน ร่วมกับพระสงฆ์ได้ร่วมกันปรับพื้นที่บริเวณวัดภูผาวัว ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาภูผาวัว ในเขต ต.นาไคร้ จากนั้นได้พบหินลักษณะคล้ายฟอสซิลไดโนเสาร์ จึงได้แจ้งไปทาง ผวจ.กาฬสินธุ์และประสานนักธรณีวิทยา ทำการสำรวจและขุดค้นเพิ่มเติม พบเป็นฟอสซิลไดโนเสาร์ชนิดกินพืช จำนวน 171 ชิ้น ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งค้นพบซากฟอสซิลแหล่งใหญ่ และสมบูรณ์ที่ในประเทศไทย และเป็นแห่งที่ 2 ของ จ.กาฬสินธุ์ต่อจากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธ์

ตร.วังน้ำเขียวไอเดียเจ๋ง มอบความสุขสงกรานต์ แทนใจด้วย กล่องยาสามัญประจำบ้าน และหมวกกันน็อก ให้ประชาชนกลับภูมิลำเนา ขับขี่ปลอดภัย

วันที่ 10 เมษายน 2566 เวลา 10.30 น. ที่บริเวณด่านตรวจสกัดตำรวจวังน้ำเขียว ริมถนนสาย 304 วังน้ำเขียว-ปักธงชัย-นครราชสีมา ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายสมภพ มุกดาสนิท นายอำเภอวังน้ำเขียว ร่วมกับ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ตังอำนวย ผกก.สภ.วังน้ำเขียว ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่แขวงการทาง หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน สมาคมพัฒนาอาชีพคนพิการไทย สาขาวังน้ำเขียว เยาวชนกลุ่มกระทิงน้อย ร่วมกันเปิดศูนย์ลดอุบัติเหตุบนถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 

ภายหลัง นายสมภพ นายอำเภอวังน้ำเขียว นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สุขใจสงกรานต์ ประจำปี 2566 แต่ที่เป็นไฮไลต์ของกิจกรรม คือ กลุ่มคนพิการ เด็กเยาวชนในพื้นที่ ร่วมมอบหมวกกันน็อกให้เด็กนักเรียน เพื่อรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมมอบ กล่องยาสามัญประจำบ้าน ให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาฉลองสงกรานต์ ภาคอีสาน 

ฟังชัดๆ 'พุทธิพงษ์' ยืนยัน 'ภูมิใจไทย' ไม่เอากัญชาเสรีอยู่แล้ว แต่ผลักดันออกกฎหมายควบคุม เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ลั่น 'ผมก็มีลูกหลานเหมือนกัน'

(10 เม.ย.66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย ว่า ประเด็นกัญชาที่เป็นที่พูดถึงกัน เชื่อว่าอาจต้องการคำอธิบายบ้าง ในส่วนที่มีการพูดกันว่า"กัญชาเสรี"นั้น จริงๆ แล้วพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ผลักดันในเรื่องของกฎหมาย เพื่อจะมาดูแลเรื่องกัญชา ซึ่งชัดเจนว่า เราไม่ได้สนับสนุนกัญชาเสรี

"ผมคนหนึ่งถ้ามาอยู่สมาชิกภูมิใจไทย ผมเป็นคนกรุงเทพฯ ผมก็มีญาติพี่น้องมีลูกหลานเหมือนกัน ผมก็ไม่ได้เห็นด้วย หากมีกัญชาเสรี จะเดินสูบที่ไหนก็ได้หรือใช้กัญชาอิสระ ผมก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้นผมดูแล้วภูมิใจไทย เป็นผู้สนับสนุนและผลักดันในเรื่องของกฎหมายเข้าสภา เพื่อให้กัญชาได้มีกฎหมายควบคุม ในทางกลับกันต้องไปถามว่าพรรคการเมืองไหนต่างหากที่ไม่สนับสนุนกัญชาในเรื่องกฎหมายที่ออกมาควบคุมกัญชา อยากให้ไปถามเขาว่าทำไมไม่ช่วยผลักดันให้กฎหมายมันออกมาในวันนั้น ทำให้กัญชาวันนี้มันเลยยังไม่มีกฎหมายที่ออกมาดูแลจริงจัง แต่ในส่วนที่บอกว่าเรา จะสนับสนุนกัญชาเสรี ผมคนนึงที่ไม่เห็นด้วยแน่นอน" นายพุทธิพงษ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top