Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

กาดเมืองใหม่ แห่รับ 'เศรษฐา' หลังลงพื้นที่พบปะปชช. 'ชาวบ้าน' บอก!! “อยากได้นายกฯ จากพรรคเพื่อไทย”

‘เศรษฐา ทวีสิน’ เดินกาดเมืองใหม่ แวะตักบาตรเช้า ก่อนพบตัวแทนภาคประชาชนและภาคท่องเที่ยวถกปัญหาฝุ่น PM2.5

(10 เม.ย.66) ที่ตลาดเมืองใหม่ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย, จักรพงษ์ แสงมณี กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 เบอร์ 1 เดินพบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาค้าขาย และเดินตลาดในช่วงเช้า โดยเศรษฐาได้หยุดแวะตักบาตรเช้าระหว่างเดินหาเสียง ก่อนจะทำภารกิจในวันนี้

ทั้งนี้ บรรยากาศช่วงเช้าของตลาดเมืองใหม่เป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากมาจับจ่ายซื้อของเนื่องจากตลาดเมืองใหม่เป็นแหล่งขายสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด และเป็นจุดศูนย์กลางในขนส่ง-กระจายสินค้าทางการเกษตรไปยังแหล่งจำหน่ายต่างๆในจังหวัด ซึ่งนายเศรษฐาได้รับการตอบรับจากทั้งพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนเป็นอย่างมากหลายคนโบกมือทักทาย ให้กำลัง ขอถ่ายภาพคู่ บางคนบอกว่า “เบื่อนายกฯ คนเก่า”, “เบื่อลุงที่อยู่มา 8 ปี” และ “อยากได้นายกฯ จากพรรคเพื่อไทย” ในขณะที่หลายคนสะท้อนปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตร

‘ช่อ พรรณิการ์’ ลุยหาเสียงสระบุรี-โคราช พร้อมผู้สมัครส.ส. มี ปชช.มอบหวย เลขท้าย 931 เผย เป็นเลขมงคลและยังสื่อถึงพรรค

(10 เม.ย.66) พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดผึ้งรวง จ.สระบุรี พร้อมด้วย สรพัช ศรีปราชญ์ ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 1 (อำเภอเมืองสระบุรี ยกเว้นตำบลหนองโน, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้ง) พรรคก้าวไกล เบอร์ 5 โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น มอบปลาจ่อม ของดีเมืองสระบุรีให้ชิม และให้กลับบ้านด้วย

ขณะที่พรรณิการ์เดินหาเสียงในตลาด ได้มีประชาชนมามอบสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ 1 ใบ บอกว่าเป็นหวยพรรคก้าวไกล พร้อมบอกให้ลองดูเลขท้ายสามตัว ซึ่งปรากฏว่าสลากใบดังกล่าว มีเลขท้าย 3 ตัวคือ 931 ซึ่งเบอร์ 31 เป็นเบอร์ของพรรคก้าวไกล ส่วนเลข 9 เป็นทั้งเลขมงคลตามความเชื่อของคนไทย และยังหมายถึงพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้าอีกด้วย

‘อนุพงษ์’ เปิดศูนย์อำนวยการฯ ลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ 66 หวังลดอุบัติเหตุทางถนน-รองรับ ปชช. เดินทางอย่างปลอดภัย

(10 เม.ย.66) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เป็นประธาน เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหาร ปภ. พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมฯ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 โดย ศปถ. พร้อมบูรณาการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด ‘ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ’ เพื่อให้ประชาชนเดินทางช่วงวันหยุดสงกรานต์อย่างสุขใจกับชีวิตวิถีใหม่ที่ห่างไกลอุบัติเหตุ โดย ศปถ.ได้กำหนดนโยบายให้หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน พี่น้องประชาชนจึงมักเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

โดยปีนี้คาดว่าจะมีการเดินทางมากกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มสูงขึ้น จึงได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2566 ภายใต้แนวคิด ‘ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ’ เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างสุขใจกับชีวิตวิถีใหม่ที่ห่างไกลอุบัติเหตุ โดยได้กำหนดช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2566 มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ภายใต้ แผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุด พ.ศ. 2566 ซึ่งมีเป้าหมายลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง รวมถึงได้กำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งคน รถ ถนน และสภาพแวดล้อม โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมายและกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุและสร้างวินัยจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน 

อีกทั้งคุมเข้มความปลอดภัยของยานพาหนะทุกประเภท ทั้งสภาพรถ อุปกรณ์นิรภัย ความพร้อมของพนักงานขับรถ รวมถึงกวดขันรถกระบะที่บรรทุกน้ำหนักเกินและรถบรรทุกขนาดเล็กที่บรรทุกผู้โดยสารในลักษณะเสี่ยง พร้อมเฝ้าระวังและ ป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการขับรถเร็ว การดื่มแล้วขับ และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัยควบคู่กับการดำเนินมาตรการ ‘ตรวจวัดแอลกอฮอล์’ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรการบังคับใช้กฎหมาย สถานการณ์อุบัติเหตุ การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยให้กับประชาชนผ่านทุกช่องทางสื่อสาร ตลอดจนจัดหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ชีพกู้ภัย และเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ และส่งต่อ ผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างรวดเร็วในทุกพื้นที่ เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ให้ประชาชนเดินทางอย่างมีความสุขและถึงที่หมายอย่างปลอดภัย" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

‘มณีรัตน์’ ใช้รถ EV คันจิ๋วลงพื้นที่ ‘พระโขนง-บางนา’ ชู ‘ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์-ผ่อนมอเตอร์ไซค์ EV 60 งวด’

(10 เม.ย.66) น.ส.มณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กทม. พระโขนง-บางนา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หมายเลข 6 กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากมลภาวะ อากาศเป็นพิษ ฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องเล็กและไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและสุขภาพของคนไทยอย่างมาก ซึ่งต้นตอของฝุ่นพิษ PM 2.5 ส่วนใหญ่แหล่งกำเนิดมาจากควันของยานยนต์ ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ทุกประเภทที่ใช้น้ำมัน การจราจรที่หนาแน่นบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพปอด ทางเดินหายใจให้กับพี่น้องประชาชนโดยตรง พรรคภท. ให้ความสำคัญกับนโยบายพลังสะอาด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำร้ายสุขภาพประชาชนมาตลอด ผ่าน 2 โครงการที่มีความเชื่อมโยงกัน คือ ฟรีโซล่าเซลบนหลังคาบ้าน ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท ต่อเดือน และการให้สิทธิซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ในราคา 6,000 บาท ผ่อนจ่ายเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 งวด

‘แรมโบ้’ โวยลั่น ปมป้ายหาเสียง รทสช. โซนอีสานถูกทำลาย ซัด!! ฝ่ายตรงข้าม ควรหาเสียงอย่างสร้างสรรค์

(10 เม.ย.66) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่าขณะนี้ป้ายผู้สมัคร ส.ส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน ได้ถูกผู้ไม่หวังดีใช้วิชามาร เล่นวิธีสกปรกทำลายป้ายหาเสียง เช่น ป้ายหาเสียงของ นายศิรวุฒิ ผิวหอม เขต 10 จ.อุบลราชธานี และนายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย เขต 4 อุบลราชธานี ผู้สมัครของพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์ทางการเมืองแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย

"การใช้วิชามาร วิธีสกปรกดังกล่าว สะท้อนได้อย่างดีว่า กระแสของลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 22 และผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต กำลังดีวันดีคืน พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามเริ่มจะหวั่นไหว จึงใช้วิธีสกปรก ทั้งทำลายป้ายหาเสียง ทั้งใช้ทุกวิชามาร เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้สมัครจากพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าถึงพี่น้องประชาชนได้" นายเสกสกล ระบุ

ประเด็นที่รัฐบาลทหารกลัว จนไม่ออกใบรับรองผลการเรียน สวนทาง!! การสนับสนุนแรงงานไปทำงานในต่างประเทศ

หลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาทำการรัฐประหาร ก็ทำให้มีคนต้องการจะเดินทางไปเรียนหรือทำงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของความปลอดภัยก็ดี หรือ เรื่องของผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้คนว่างงานสูงขึ้นตาม

เหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้หนุ่มสาวเมียนมาเดินทางไปใช้ชีวิตในต่างแดน แต่ชีวิตในต่างแดนนั้น มันไม่ง่ายเหมือนในเมียนมา...

ในเมียนมาหลักฐานการศึกษาที่ใช้เป็นตัวบ่งสถานะจะเป็นใบรับรองที่ระบุเป็นภาษาพม่าว่า ได้จบหลักสูตรตามที่ทางกระทรวงศึกษากำหนดไว้ แต่ไม่มีการให้ใบเกรดหรือใบทรานสคริปต์ ซึ่งแตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศในเอเซีย และใบทรานสคริปต์นี่แหละคือเอกสารสำคัญหรือเป็นใบเบิกทางที่ใช้ในการศึกษาต่อหรือทำงานตามสิ่งที่ไปเรียนมา

ในช่วงแรกที่มีการปิดไม่ให้ใบทรานสคริปต์หลายคนเข้าใจได้ว่าภายในรัฐบาลยังสับสน เจ้าหน้าที่หลายคนทำอารยะขัดขืน หรือ CDM (Civil Disobedient Movement) โดยการไม่ไปทำงาน 

แต่เมื่อเวลาผ่านไปจากเดือนเป็นปี จากเหตุการณ์วุ่นวายจนเหตุการณ์สงบ คำสั่งลับที่ไม่มีการประกาศนี้ ก็ไม่มีท่าทีจะเปลี่ยนหรือยกเลิกไป

สุดท้ายจึงทำให้เกิดมิจฉาชีพขึ้น หลายคนเลือกซื้ออนาคตด้วยการติดต่อทำทรานสคริปต์ปลอม ในขณะที่หลายคนพยายามติดต่อสถาบันการศึกษาที่ตนสำเร็จมา แต่ผลตอบกลับมาคือ ทำได้แค่รอหากต้องการทรานสคริปต์กับสามารถออกอีเมลรับรองให้ว่าได้ผ่านการศึกษาวิชานั้นวิชานี้ ซึ่งในหลักสากลไม่สามารถนำมาใช้ในการสมัครศึกษาต่อหรือสมัครงานได้เลย

‘เทสลา’ เตรียมสร้างโรงงาน ‘เมกะแฟคทอรี’ ในเซี่ยงไฮ้ เน้นผลิต ‘เมกะแพ็ก’ เผย แบตเตอรี่มีขนาดเท่าตู้คอนเทนเนอร์

(10 เม.ย.66) สำนักข่าวซินหัว เผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ (9 เม.ย.) เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจะสร้างโรงงานเมกะแฟคทอรี (Megafactory) แห่งใหม่ในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน ซึ่งจะมุ่งเน้นการผลิตเมกะแพ็ก (Megapack) ผลิตภัณฑ์กักเก็บพลังงานของบริษัทฯ ซึ่งมีลักษณะเป็นแบตเตอรี่ขนาดเท่าตู้คอนเทนเนอร์

เทสลากล่าวระหว่างพิธีลงนามโครงการดังกล่าวในเซี่ยงไฮ้ว่า โรงงานแห่งใหม่นี้มีกำหนดเริ่มการก่อสร้างในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และจะเริ่มการผลิตในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024

'ปิยบุตร' กล่อมชาวสกลฯ ยก 'เตียง-ครูครอง' ต้นแบบ 'อนค.-ก้าวไกล' ผู้สร้างประชาธิปไตยที่ยึดคนส่วนใหญ่เป็นศูนย์กลาง

(10 เม.ย. 66) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล เดินหน้าปราศัยพบปะพี่น้องชาวสกลนครจำนวน 4 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง เขต 1 อำเภอเต่างอย เขต 2 อำเภอวาริชภูมิ เขต 4 และอำเภอพังโคน เขต 6

ปิยบุตรกล่าวว่า สกลนครเป็นดินแดนแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะเมื่อใดที่บ้านเมืองเกิดความอยุติธรรม ประชาชนชาวสกลนครก็จะเป็นกลุ่มที่ยืนต่อสู้อยู่แถวหน้าเสมอ บุคคลต้นแบบของการเป็นนักการเมืองในประวัติศาสตร์ไทย ก็เป็นคนสกลนคร เช่น เตียง ศิริขันธ์ และครอง จันดาวงศ์

“เตียง ศิริขันธ์ ผู้ได้รับสมญานามว่า 'ขุนพลภูพาน' เกิดที่สกลนคร แล้วไปเรียนมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองที่กรุงเทพฯ เขาเป็นหนึ่งในขุนพลที่ได้รับความรู้ประชาธิปไตยจากที่นี่ เรียนจบไปเป็นครู แล้วลงสมัครผู้แทน และต้องเดินทางหาเสียงด้วยการขี่ม้า เนื่องจากถนนหนทางยังไม่มีในตอนนั้น จนเป็นที่รักของประชาชน ลงสมัครกี่ครั้งก็ได้เป็นผู้แทนเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่กลายเป็นคนถืออำนาจบาตรใหญ่ กลับยังเสนอญัติเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนเสมอ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังเข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทย ต่อต้านญี่ปุ่น ทำให้ประเทศไทยไม่ตกเป็นฝ่ายแพ้สงคราม เขาเป็นคนที่ยืนยันว่าคนทุกคนเท่ากัน จนสุดท้ายก็มีอำนาจมืดนำตัวเขาไปปลิดชีพ”

“ส่วนครูครอง จันดาวงศ์ ก็เป็นอีกหนึ่งนักประชาธิปไตยชาวสกลนคร ที่ถูกรัฐบาลทหารของสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้อำนาจตามมาตรา 17 จับไปยิงเป้าประหารชีวิต ก่อนตายท่านได้ลั่นวาทะอมตะว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ขึ้นมา”

ปิยบุตรกล่าวต่อว่า ชาวสกลนครทั้งสองนี้เอง ที่เป็นต้นแบบให้ผู้แทนของอดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้คิดออกแบบนโยบายโดยมีประชาชนคนส่วนใหญ่เป็นศูนย์กลาง

ทั้งนี้ ปิยบุตรย้ำว่า นโยบายที่ดี ไม่ว่าจะเป็นของพรรคใดก็ตาม จะไม่เกิดผลสำเร็จได้หากยังไม่สามารถทำให้เกิดการเมืองดี ประชาธิปไตยสมบูรณ์ ปลอดจากรัฐประหารได้ ดังนั้น การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคก้าวไกล พรรคที่มีความกล้าหาญที่จะจัดการเรื่องยาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปกองทัพ เอาทหารมาอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน ให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บัญชาการเหล่าทัพ แก้ไขกฎหมายความมั่นคง ยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แก้ไขกฎหมายกฎอัยการศึก รวมทั้งจัดการลบล้างผลพวงรัฐประหาร เอาคณะก่อรัฐประหารมาดำเนินคดี

“นโยบายปากท้องดีจะไม่สามารถยั่งยืนได้ถ้าการเมืองไม่ดี รัฐบาลที่พี่น้องเลือกไป ไม่อาจดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพได้ หากไม่จัดการรัฐประหาร นโยบายการเมืองดีที่ควบคู่กับปากท้องดีคือจุดเด่นของพรรคก้าวไกล เช่น ปฏิรูปกองทัพ ให้รัฐบาลพลเรือนควบคุมกองทัพ ไม่ใช่กองทัพควบคุมรัฐบาลพลเรือน เอากองทัพกลับเข้ากรมกองไปเป็นทหารอาชีพ”

กกต.เพชรบูรณ์จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งแก่ คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง และ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.

ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริตบนพื้นฐานของการเลือกตั้ง กิจกรรมอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  โดยมี นายสุวิทย์ ศรีวงษา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 6 เขต และผู้สนับสนุนผู้สมัคร เข้าร่วมรับฟัง

นายสุวิทย์ ศรีวงษา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรับฟังประกอบ ด้วยคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง และผู้สนับสนุนผู้สมัครจำนวน 181 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ข้อห้ามและความผิด หรือการกระทำที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมายของผู้สมัคร หรือผู้เกี่ยวข้อง ทำให้การหาเสียงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายปราศจากการใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน และเพื่อสร้างการยอมรับเรื่องการ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้รักสามัคคี การรักษาความเป็นมิตร ก่อนและหลังการเลือกตั้ง แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง อันจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top