Sunday, 2 August 2026
TheStatesTimes

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2566 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

วันที่ 29 มีนาคม และวันที่ 2 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก  นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ และนางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2566 โดยเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เครื่องคาวหวาน กระดาษเงิน-กระดาษทอง และดอกไม้หอม ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

เทศกาลเช็งเม้ง กำหนดจัดขึ้นในระหว่างเดือน 2-3 ของจีน ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณต้นเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี ก่อนวันพิธี จะมีการทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ หลังจากนั้นในวันพิธีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวาน เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษ เมื่อไปอยู่อีกภพหนึ่ง

กว่า 113 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น ยังมีสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสำหรับฝากฝังศพไร้ญาติ โดยในแต่ละปีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวานตามประเพณี รวมทั้ง "เทศกาลเช็งเม้ง" ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งถือเป็นเทศกาลสำคัญประจำปีเทศกาลหนึ่งในการปฏิบัติตนแทนลูกหลานเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรชีวิตในทุก ๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

‘ChatGPT’ เปิดรับสมัครตำแหน่ง ‘รับใช้ AI’ ป้อนข้อมูลใส่ระบบ ขอเพียงมีพื้นฐานภาษาอังกฤษ รายได้เดือนละ 9.6 แสนบาท

อาชีพใหม่ เงินเดือน 9.6 แสน บ. คิดชุดคำตอบป้อน ChatGPT (งานรับใช้AI) ไม่ต้องจบวิศวฯ ขอแค่มีพื้นอังกฤษ จบประวัติศาสตร์ ปรัชญา ฯลฯ ก็ได้

(3 เม.ย.66) เพจ 'เดือดทะลุจุดแตก' โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...อย่าลืม พวก "แชทบอท" ประดา "ChatGPT" มันคือ AI --- ยังไงซะ มันต้องมี "คน" ที่ป้อนชุดคำตอบตั้งต้นไปให้มันสักหลายชุด เพื่อที่มันจะได้รวบรวม เรียบเรียง ประมวลผล วิเคราะห์ คิดค้นออกมาเป็นชุดคำตอบใหม่ระดับสุดยอดเหนือมนุษย์

ยิ่ง "แชทบอท" พรรค์นี้กำลังเปรี้ยงปร้าง ยิ่งแห่แหนผลิตออกมากันให้ฮึ่ม (และของที่มีอยู่แล้วก็ยิ่งต้องวิวัฒน์สู่เวอร์ชันใหม่ไฉไลเฟี้ยวฟ้าวกว่าเดิม)

"คน" จึงเป็นที่ต้องการ

งานรับใช้ AI --- มิใช่เป็นแรงงานรับใช้ AI แต่เป็นรับใช้ป้อนวัตถุดิบให้มันสมองอัจฉริยะของ AI ... ฟังดูดีขึ้นไหม

ในตลาด มีค่าตัวถึง 335,000 ดอลลาร์แล้วนะครับ ว่าไปนั่น (ตีไปเป็น 11.6 ล้านล้านบาท)

เทียบง่าย ๆ จับหาร 12 จะได้คิดเป็นเงินเดือนแบบที่คนไทยเราถนัด ก็ 960,000 บาท!!

เรียกว่าเป็น "Prompt Engineer"

วิศวกร (หลักสูตร) เร่งรัดครับ บทบาทหน้าที่ เรียกเป็นภาษาชาวบ้านก็ "AI whisperer" คนกระซิบโพยให้ AI

คุณไม่ต้องจบวิศวกรมีปริญญามาจริง ๆ นะครับ ขอแค่คุณพอมีทักษะทางภาษา รู้จักจับประเด็น จับใจความ สามารถสรุปอธิบายได้รู้เรื่องรู้ราวในภาษามนุษย์ อ้อ ต้องเป็นภาษาอังกฤษนะครับ

ต้องรู้จักใช้ถ้อยคำล่ะครับ ว่าง่ายๆ

ดังนั้น จะจบประวัติศาสตร์ ปรัชญา ฯลฯ อะไรก็ได้ (คือ ก็ต้องมีความรู้ หรือไม่มี ก็ต้องมีทักษะในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อป้อน AI)

เป็นกำเนิดงานใหม่ที่น่าสนใจครับ รับใช้ AI

คุณสมบัติที่คุณพึงมีสำหรับงานนี้ : กลั่นกรองแก่นสารในความหมายของสิ่งต่าง ๆ ให้อยู่ในถ้อยคำที่กระชับ

ที่มา: เดือดทะลุจุดแตก

https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-03-29/ai-chatgpt-related-prompt-engineer-jobs-pay-up-to-335-000?srnd=premium-asia

สมุทรปราการ- เทิดพระเกียรติ 68 พรรษา “พระครูแจ้” เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ 21 รูป เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

ที่วัดบางพลีใหญ่กลางได้จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่พระภิกษุ จำนวน 21 รูป เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 68 พรรษา ซึ่งตรงกับวันที่ 2 เมษายน ของทุกปี

 

โดยในปี 2566 นี้ ทางวัดบางพลีใหญ่กลางโดย ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่พระภิกษุ จำนวน 21 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ อีกทั้ง เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน

 

โดยท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน วัดบางพลีใหญ่กลางพร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่พระภิกษุ จำนวน 21 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ 

กาฬสินธุ์ รับสมัครเลือกตั้งส.ส.กาฬสินธุ์คึกคักตบเท้ามาก่อนเวลาหวังได้เบอร์สวย

บรรยากาศรับสมัคร ส.ส.กาฬสินุทั้ง 6 เขตวันแรกสุดคึกคัก ว่าที่ผู้สมัครตบเท้ามาก่อนเวลาหวังได้เบอร์สวยและเลขมงคล โดยเฉพาะเบอร์ 1 และเบอร์ 9 ขณะที่พรรคเพื่อไทย 6 เขต แท็กทีมเข้าสมัครพร้อมเพียงประกาศแลนด์สไลด์ทั้งจังหวัด ด้านเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทยนำว่าที่ผู้สมัครประกาศชิงเก้าอี้ 5 เขต ส่วนพรรคพลังประชารัฐเขต 3 ลั่นพร้อมสู้ศึกมั่นใจได้ชัยชนะ ขณะที่ภูมิใจไทยเขต 4 เข้าสมัครประกาศชิงเก้าอี้ ส.ส.เขต 4 ด้านว่าที่ผู้สมัคร 1 เดียวของพรรคชาติไทยพัฒนาประกาศล้มช้างชิงเก้าอี้เขต 5


เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า) ซึ่งเป็นสถานที่ รับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. กาฬสินธุ์ แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 6 เขต  บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคการเมืองต่างๆเดินทางมารอยื่นเอกสารสมัครก่อนเวลา 08.30 น. บางคนมากันตั้งแต่ 07.00 น.เพื่อต้องการจับสลากหมายเลข และส่วนใหญ่อยากได้หมายเลข 1 เพราะเชื่อว่าหมายเลข 1 เป็นเลขมงคลไม่เป็น 2 รองใคร อีกทั้งประชาชนจดจำง่ายเวลาเข้าคูหา นอกจากนี้หลายคนยังอยากได้หมายเลข 9 เพราะถือว่าเป็นเลขมงคลอีกด้วย


ทั้งนี้ในการรับสมัครนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ยังได้เดินทางมาติดตามบรรยากาศการรับสมัครด้วย โดยมีนายสุรพงษ์  ทิพย์โอสถ  ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.กาฬสินธุ์  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กกต.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวก และรักษาความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางผู้สนับสนุน และกองเชียร์ที่เดินทางนำดอกไม้มามอบให้กำลังใจกันจำนวนมาก


โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ได้แท็กทีมกัน เดินทางมารับสมัครพร้อมกันทั้ง 6 เขต ประกอบด้วยเขต 1 นายวิรัช พิมพะนิตย์   เขต 2 นายพลากร พิมพะนิตย์ เขต 3 นางยรรยงรัตน์ ไชยศิวามงคล , เขต 4 นายพีระเพชร ศิริกุล, เขต 5 นายทินพล ศรีธเรศ  เขต 6 นายประเสริฐ บุญเรือง พร้อมประกาศแลนด์สไลด์ทั้งจังหวัด
ขณะที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย นำว่าที่ผู้สมัคร 5 เขต ตบเท้าเข้ารับสมัครตั้งแต่ช่วงเช้าเช่นกัน  โดยเฉพาะนางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 และ นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 5 พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งเป็นผู้ที่คุณหญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคฯหมายมั่นปั้นมือ พร้อมประกาศชิงเก้าอี้ทั้ง 5 เขต

ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร ตกลงนอกรอบ เคลียร์เบอร์เดียวกันทุกเขตทั้งจังหวัด

‘สมุทรสาคร’ เลือกตั้งสมานฉันท์ ผู้สมัครส.ส.ตกลงนอกรอบ ได้เบอร์เดียวกันทั้ง 3 เขต

(3 เม.ย.66) ที่ห้องประชุมสาครบุรีชั้น3 อาคารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจัดให้เป็นสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรสาคร ทั้ง 3 เขต ปรากฏว่าบรรยากาศในตอนเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก โดยผู้สมัครจากพรรคการเมืองพร้อมกองเชียร์ติดตามกันมาให้กำลังใจกับผู้สมัครเป็นจำนวนมาก ทั้ง 10 พรรคต่างได้เดินทางมาถึงก่อนเวลา 08.30 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เปิดรับสมัคร

เมื่อถึงเวลารับสมัครทางเจ้าหน้าที่ที่รับสมัครได้ให้ผู้สมัครทุกพรรคการเมืองให้ไปตกลงกันก่อนในการที่จะยื่นใบสมัคร หากตกลงกันไม่ได้ก็จะใช้วิธีการจับเบอร์ ปรากฏว่าทุกพรรคการเมืองต่างออกมาตกลงกันและอยากได้เบอร์เดียวกันทั้ง 3 เขต เพื่อที่จะง่ายต่อการใช้หาเสียง

ผลการหารือใช้เวลา 10 นาที เป็นที่ตกลงกันได้ โดยทุกพรรคเห็นเหมือนกันว่าอยากได้เบอร์เดียวกันทุกเขตทั้งจังหวัด จึงมีการจับเบอร์กันก่อน หากพรรคไหนได้เบอร์อะไร ก็จะไปยื่นใบสมัครเรียงตามลำดับเบอร์

ทั้งนี้ ปรากฏว่า เบอร์ 1 พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 4 พรรคไทยภักดี เบอร์ 5 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 6 พรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 7 พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 8 พรรคเสรีรวมไทย เบอร์ 9 พรรคก้าวไกล และเบอร์ 10 พรรคคลองไทย

เจ้าหน้าที่ที่รับสมัครจึงได้มีการทำบันทึกข้อตกลงเอาไว้ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกพรรคตกลงกันได้ และง่ายต่อการหาเสียงเลือกตั้ง


ที่มา : https://www.naewna.com/politic/721755

‘ชาวบ้าน’ ขึ้นป้ายขอโจรเมตตา หลังถูกงัดห้องขโมยของนับไม่ถ้วน พ้อ!! “บ้านนี้โดนงัดบ้าน ไปหลายรอบแล้ว ไปบ้านอื่นก่อน ช่วงนี้หมดแล้ว”

(3 เม.ย.66) ความเดือดร้อนของชาวบ้านย่านบางเสาธง ถูกโจรงัดห้องขโมยของนับครั้งไม่ถ้วน จนต้องติดป้ายขอโจรเมตตาไปบ้านอื่นก่อน ชาวบ้านบอกเฉพาะตัวเองห้องเดียวโดนไป 3 ครั้ง ท้าโจรมางัดห้องดูได้หมดตัวแล้ว

ความเดือดร้อนของผู้พักอาศัยในหอพักแห่งหนึ่งในซอยคลองปั้นหยา ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ต้องอยู่กับความหวาดระแวงหัวขโมยในพื้นที่ ถูกขโมยรถจักรยานยนต์ ถูกงัดห้อง ขโมยยางอะไหล่รถยนต์ ขโมยจักรยาน มานับครั้งไม่ถ้วน จนต้องตัดสินใจทำป้ายไวนิลสีเหลืองขนาดใหญ่มาติดไว้ที่หน้าตึกมีข้อความว่า "เรียนคุณขโมยที่เคารพ บ้านนี้โดนงัดบ้าน ขโมยรถ ไปหลายรอบแล้ว ขอเวลาทำงานสักพัก เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลครอบครัว จึงขอความเมตตาจากคุณขโมย ให้ไปบ้านอื่นก่อน ช่วงนี้หมดแล้ว ด้วยความเคารพอย่างสูง ที่นี่ อำเภอบางเสาธง สมุทรปราการ"

นายภานุพงศ์ พรมมา อายุ 52 ปี บอกว่าอยู่ในหอพักแห่งนี้มา 10 ปี หอพักถูกงัดห้องบ่อยครั้ง วันเดียวโดนงัดไป 3 ห้องรวดก็มี เฉพาะห้องตนก็เคยโดนงัดห้องมาแล้วถึง 3 ครั้ง ถูกขโมยไปทั้ง ทอง พระ เงินสด โทรศัพท์ มูลค่าที่สูญไปก็เป็นหลักหมื่นบาท ที่ไม่ได้ไปแจ้งความเพราะคิดว่าไปแจ้งความไว้ก็เท่านั้น แค่เรื่องของหายตำรวจคงไม่ตามให้ ก็อยากจะฝากโจรให้มางัดห้องตนใหม่ เพราะไม่มีอะไรจะให้มันแล้ว ส่วนทางตำรวจตนก็อยากให้ตำรวจผ่านมาทางนี้บ่อย ๆ ผ่านมาก็มองมาบ้าง

นายธีรวุฒิ ชังอินทร์ ผู้ดูแลหอพัก บอกว่า มาดูแลหอพักแห่งนี้ได้ 5 ปี ถูกโจรขโมยของไป 5 ครั้งแล้ว ได้ไปทั้งมอเตอร์ไซด์ จักรยาน ซึ่งครั้งล่าสุดก็โดนงัดห้องไป เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา จนทนไม่ไหวนำป้ายไวนิลมาติดไว้ที่หน้าหอพัก เพื่อแสดงความไม่ได้นิ่งนอนใจ อยากให้ตำรวจส่งสายตรวจมาบ้าง เพราะไปแจ้งความก็ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน การติดป้ายครั้งนี้ก็จึงอยากให้ตำรวจรับรู้ถึงความเดือดร้อนของประชาชนด้วย


ที่มา : https://news.ch7.com/detail/634698

ปทุมธานี เปิดรับสมัคร ส.ส.แบ่งเขตปทุมธานีคึกคัก

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 เวลา 08.00 น. ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี (วกศ.ปทุมธานี) ถนนรังสิต-ปทุม อ.เมือง จ.ปทุมธานี   ได้มีผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งจากจากพรรคต่าง ๆ เดินทางมายืนใบสมัครกันอย่างคึกคักในวันแรกของการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้ง 7 เขตเลือกตั้ง จังหวัดปทุมธานี ตามที่ กกต. ประกาศรับสมัครตั้งแต่วันที่ 3-7 เม.ย. โดยมีกลุ่มกองเชียร์ของแต่ละพรรคเดินทางมาให้กำลังใจกับผู้สมัคร เช่น พรรคเพื่อไทย  พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์   พรรคก้าวไกล  พรรคเสรีรวมไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมแผ่นดิน เป็นต้น


บรรยากาศเริ่มคึกคักตั้งแต่เช้ามีผู้สมัครและผู้สนับสนุนต่างทยอยเดินทางมาก่อนเวลา ยังสถานที่รับสมัครโดยทั้งหมดต่างสวมเสื้อแสดงสัญลักษณ์ของพรรคหรือผู้สมัครที่ตนเองสนับสนุน มีการเตรียม ดอกกุหลาบ พวงมาลัยดอกดาวเรือง ป้ายข้อความให้กำลังใจโดยมุ่งหวังให้ผู้สมัครที่ตนสนับสนุนได้รับหมายเลขประจำตัวที่เป็นเลขมงคลและง่ายต่อการหาเสียง ทุกคนก็อยู่ในกฎระเบียบของกฎหมายเลือกตั้งในภาพรวมสงบเรียบร้อย โดยผู้สมัครแต่ละคนต่างก็มีความมั่นใจที่จะลงต่อสู้แข่งขันการเมืองในครั้งนี้อย่างสร้างสรรค เมื่อสมัครเสร็จสิ้นก็จะขึ้นรถและเริ่มออกหาเสียง

 

สำหรับผู้สมัครบางส่วนทั้ง 7 เขต อย่างไม่เป็นทางการ ผู้สมัครเขต 1 ได้แก่ พรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์  อึ้งอัมพรวิไล , พรรคพลังประชารัฐ นายเสวก ประเสริฐสุข , พรรคภูมิใจไทย  นายนพพร  ขาวขำ , พรรครวมไทยสร้างชาติ  นายสุรศักดิ์ สุรทัตโชค ผู้สมัครเขต 2 ได้แก่ พรรคเพื่อไทย  นายศุภชัย  นพขำ, พรรคพลังประชารัฐ นายนภดล  ลัดดาแย้ม , พรรคภูมิใจไทย  พล.ต.ต.วัฒนา  วงศ์จันทร์ , พรรประชาธิปัตย์ นายคิว อรุโณรส ผู้สมัครเขต 3  ได้แก่ พรรคเพื่อไทย  นายยุทธศักดิ์  ชูประเสริฐ , พรรคภูมิใจไทย นายอนาวิน  รัตนสถาพร , พรรคก้าวไกล น.ส.ชลธิชา  แจ้งเร็ว ผู้สมัครเขต 4  ได้แก่ พรรคเพื่อไทย  นายสุทิน  นพขำ , พรรคภูมิใจไทย น.ส.ณัฐธิดา เกียรติพัฒนาชัย , พรรครวมไทยสร้างชาติ น.ส.ประเสริฐศรี  ฮ้อแสงชัย ผู้สมัครเขต 5 ได้แก่ พรรคเพื่อไทย  นายชัยยันต์  ผลสุวรรณ , พรรคพลังประชารัฐ  นายวิรัช  พยุงวงษ์ ,  พรรคภูมิใจไทย นายพิษณุ  พลธี , พรรคพลังประชารัฐ ส.ส.เกียรติศักดิ์  ส่องแสง ผู้สมัครเขต 6 ได้แก่ พรรคเพื่อไทย  นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ , พรรคพลังประชารัฐ  นายเกียรติศักดิ์  ส่องแสง  , พรรคภูมิใจไทย นายเอกชัย ศรีสุขชยะกุล , พรรครวมไทยสร้างชาติ นายภัทรพล แก้วสกุณี และ ผู้สมัครเขต 7  ได้แก่ พรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ  มั่นบุปผชาติ  , พรรคพลังประชารัฐ น.ส.กฤษณา  วงศ์คำ , พรรคภูมิใจไทย น.ส.พรพิมล  ธรรมสาร

ปชป.ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ครบทั้ง 9 เขต ในวันแรกของการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดสงขลา

วันนี้ 3 เม.ย.66 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรค ปชป. เข้าสังเกตการณ์และให้กำลังใจแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาธิปัตย์แบบแบ่งเขตทั้ง 9 เขตเป็นวันแรก ในการเปิดรับสมัคร ณ อาคารศูนย์กีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมีกรรมการสาขาพรรคทั้ง 9 เขต พร้อมแกนนำพรรค  เดินทางมาให้กำลังใจแก่ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 9 เขตอย่างเนืองแน่น บริเวณอาคารศูนย์การกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ซึ่งผลการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสรรเพชญ บุญญามณี หมายเลข  4

 

เขต 2 นายนิพัฒน์ อุดมอักษร หมายเลข 4  
เขต 3 นายสมยศ พลายด้วง หมายเลข 4
เขต 4 นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว หมายเลข 6
เขต 5 นายเดชอิศม์ ขาวทอง หมายเลข 3
เขต 6 นางสาวสุภาพร กำเนิดผล หมายเลข 2
เขต 7 นายศิริโชค โสภา หมายเลข 2
เขต 8 พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ หมายเลข 7
เขต 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หมายเลข  1

จาก 'อนาคตใหม่' ถึง 'ก้าวไกล' บทพิสูจน์ว่า 'ของจริง' แค่ไหน ในเลือกตั้ง66

เลือกตั้ง 24 มีนาคม 62 พรรคอนาคตใหม่ กวาดเก้าอี้ในสภาได้เกินคาดถึง 81ที่นั่ง ได้คะแนนรวมกว่า 6 ล้านเสียง กลายเป็นพรรคอันดับ 3 ในสภา จากระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ส่งให้พรรคอนาคตใหม่ ได้จำนวน ส.ส. ทะลุเป้า ทั้งที่ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาก่อนเลย 

พรรคอนาคตใหม่เริ่มนับหนึ่ง โดยมีนักธุรกิจหมื่นล้านอย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ ปิยบุตร  แสงกนกกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นผู้ร่วมกันปลุกปั้น โดยมี 'ช่อ' พรรณิการ์ วานิช อดีตบรรณาธิการและพิธีกรรายการข่าว วอยซ์ทีวี เข้ามารับบทบาทเป็นโฆษกพรรค ขณะที่กลุ่มผู้ก่อตั้งพรรค ที่ส่วนใหญ่เป็นนักกิจกรรมทางสังคมและคนรุ่นใหม่ เป็นส่วนผสมที่โดนใจกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก จำนวนกว่า 7 ล้านคน

แต่เส้นทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ ก็ถูกสังคมจับจ้อง ด้วยภูมิหลังของ 'ธนาธร' ตั้งแต่ นามสกุล 'จึงรุ่งเรืองกิจ' ของเขา บทบาทนายทุนนิตยสารฟ้าเดียวกัน รวมถึงการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ไม่ต่างจาก 'ปิยบุตร' ที่เคยมีบทบาทเป็นหนึ่งในนักวิชาการกลุ่ม 'นิติราษฎร' ที่ออกมาจุดประเด็นในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทำให้ด้านหนึ่ง พวกเขาถูกโจมตีในฐานะบุคคลอันตราย แต่อีกด้าน ก็ทำให้พวกเขาและพรรคอนาคตใหม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในช่วงเวลาไม่นาน

พรรคอนาคตใหม่ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน หลายจุดยืนและวิธีคิดของพรรคอนาคตใหม่ ก็ถูกตั้งคำถามจากสังคม ทำให้พรรคอนาคตใหม่ ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหา ถูกร้องในหลายกรณี ซึ่งมีไม่น้อยที่มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค 

ย้อนไปในวันที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก หลังเลือกตั้ง 62  ยังไม่ทันได้เริ่มต้นทำหน้าที่ 'ธนาธร' ก็ต้องเดินออกจากที่ประชุมสภา เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่กรณีถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย ก่อนมีคำวินิจฉัยให้พ้นสภาพ ส.ส. ในวันที่ 20 พ.ย.62

ห่างจากนั้นไม่ถึง 2 เดือน 21 ม.ค.63 พรรคอนาคตใหม่รอดพ้นจากการถูกยุบพรรค หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยปมอิลลูมินาติ ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง 

กระทั่งเดินมาถึงจุดพลิกผันสำคัญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ กกต. กรณีที่ 'ธนาธร' ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงินจำนวน 191.2 ล้านบาท ซึ่งในที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ 'ยุบพรรค' ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่จำนวน 16 คน ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง  10 ปี 

จุดสิ้นสุดของพรรคอนาคตใหม่ นำมาสู่การตัดสินใจแยกสายกันเดิน โดยที่ ธนาธร ปิยบุตร และ ช่อ พรรณิการ์ แยกไปตั้ง 'คณะก้าวหน้า' เดินหน้าทำงานการเมืองท้องถิ่น หวังผลักดันการกระจายอำนาจ แต่ประสบความล้มเหลวในการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดในปี 2563 เพราะใน 42 จังหวัดที่คณะก้าวหน้า ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งนายก อบจ. สอบตกทั้งหมด แต่ยังได้เก้าอี้สมาชิก อบจ. 57 คน จาก 20 จังหวัด 

ส่วนงานในสภาฯ ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่เดิม ที่เหลือ 55 คน หลังบางส่วนแยกตัวไปอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาล ประกาศสานต่อนโยบายเดิม ด้วยการพากันย้ายไปบ้านใหม่ ที่ชื่อ 'พรรคก้าวไกล' โดยมี 'ทิม' พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รับไม้ต่อเป็นหัวหน้าพรรค 

ด้านหนึ่งต้องยอมรับว่าพรรคก้าวไกลมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หยิบยกประเด็นสำคัญขึ้นมาตั้งกระทู้ หรืออภิปรายตรวจสอบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม บางจุดยืนที่แข็งแรงของพรรคอนาคตใหม่ที่ส่งต่อมายังพรรคก้าวไกล เช่น ประกาศเป็นขั้วตรงข้ามกับรัฐประหาร จุดยืนเรื่องการแก้ 112 และปฏิรูปสถาบัน ล้วนแต่เป็นยาขมของพรรคการเมืองอื่น และเริ่มกลายเป็นเค้าลางว่าเส้นทางของพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งจะไม่ราบเรียบเหมือนปี 62

พรรคก้าวไกล กำลังเผชิญกับทั้ง 'ศึกนอก' ทั้งระบบการเลือกตั้งที่จะกลับมาใช้บัตร 2 ใบ เป็นระบบที่เอื้อ 'พรรคใหญ่' ที่มีกลุ่ม 'บ้านใหญ่' ทำให้พรรคใหม่อย่างก้าวไกลคาดหวังเก้าอี้ในสภาได้น้อยกว่าปี 62 ขณะเดียวกัน ยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ของ 'พรรคเพื่อไทย' หวังเก็บกวาดคะแนนเสียงจากฝั่งประชาธิปไตยไปทั้งหมดเพื่อตั้งรัฐบาลให้ได้ เป็นการส่งนัยถึงการโดดเดี่ยวพรรคก้าวไกลไว้ข้างหลัง

‘ชัยวุฒิ’ เผย เสียงตอบรับ ‘พปชร.’ ดีเยี่ยม ประชาชนคุ้นเคยกันดี - ฐานแฟนคลับแน่น

(3 เม.ย.66) ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ใน กทม. ว่าเท่าที่ไปช่วยผู้สมัคร เสียงตอบรับดีมาก ซึ่งพรรค พปชร. เป็นภาพที่เคยได้รับการเลือกตั้งใน กทม. มาแล้วรอบหนึ่ง ประชาชนรู้จักคุ้นเคยอยู่แล้ว จึงเชื่อว่ายังมีแฟนคลับอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมั่นใจว่าจะได้ ส.ส.เท่าเดิมใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นเป้าหมาย เราไม่อยากให้น้อยกว่าเดิม จะพยายามทำให้ดีที่สุด 

เมื่อถามว่า วันนี้มีกลุ่มทะลุวังมาเคลื่อนไหวทางการเมือง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า คิดว่ากลุ่มนี้พยายามเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ตนเคยบอกแล้วว่าการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 สุ่มเสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมายได้ จึงอยากให้ระมัดระวัง 

เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าจะเกิดความวุ่นวาย เหมือนกรณีเวทีปราศรัยที่สะพานพระราม 8 หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่วุ่นวายหรอก คนไม่กี่คน ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศ คนในประเทศส่วนใหญ่เขาไม่เดือดร้อนเรื่องนี้หรอก ส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหากับมาตรา 112 เขาไม่อยากแก้กันหรอก เป็นแค่ความต้องการของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อว่ามีการยุยงปลุกปั่น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top