Sunday, 2 August 2026
TheStatesTimes

'กองทัพเรือ' จับเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน เกือบ 3 แสนลิตร กลางอ่าวไทย ปรับ 14 ล้านบาท

เมื่อเวลา 14.30 น. ของวันนี้ (2 เม.ย.66) กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1  (ผบ.ทรภ.1 ) ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค1 (ผอ.ศรชล.ภาค 1 ) มอบหมายให้ นาวาเอก อโศก ศรีสวัสดิ์ รองเสนาธิการทัพเรือภาค 1 บูรณาการร่วมกับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวจับเรือ วินซ์ซาน หลังลักลอบบรรทุกน้ำมันดีเซลหลบเลี่ยงภาษี จำนวน 2.9 แสนลิตร

พร้อมไต๋เรือและลูกเรือรวม 6 นาย โดยเรือ ต.113 ที่จับได้ ณ บริเวณเกาะมันนอก จว.ระยอง ส่งเข้าตรวจสอบ ณ ท่าเรือกลางอ่าว กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย และส่งกรมสรรพสามิตร เพื่อเปรียบเทียบปรับเป็นมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท

ฝนหลวงเท ดับไฟป่า 'นครนายก' สำเร็จ หลังมีฝนตก ‘เขาแหลม - เขาพระ - เขาตะแบก’

บ่ายนี้มีฝนตก ‘นครนายก’ ช่วยพื้นที่ไฟไหม้ป่าสำเร็จ ขณะเดียวกัน ฝนหลวงฯ ยังอำนวยพื้นที่เกษตร-อ่างเก็บน้ำ ด้วยการขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือไม่มีวันหยุดอีกด้วย

(2 เม.ย.66) นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าและช่วงบ่ายของวันนี้ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดจันทบุรี ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ไฟไหม้ป่าบริเวณเขาชะพลูและเขาแหลม จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นการทำงานทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงและหมอกควันจากสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว 

โดยเมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. ตรวจสอบจากเรดาร์ฝนหลวงพบว่ามีกลุ่มฝนเคลื่อนตัวเข้าไปยังบริเวณพื้นที่เกิดไฟป่าเขาแหลม, เขาพระ และเขาตะแบก พร้อมกับได้รับรายงานจากอาสาสมัครฝนหลวงและอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่จังหวัดนครนายก พบว่า มีปริมาณฝนตกปริมาณเล็กน้อย-ปานกลาง เป็นเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งทางกรมฝนหลวงฯ ได้มอบหมายให้หน่วยฯ จันทบุรีติดตามสภาพอากาศทุกวันอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่จะคลี่คลายลง

'เลสเตอร์' ปลด 'ร็อดเจอร์ส' พ้นกุนซือแล้ว เซ่นผลงานสุดห่วย 6 นัดหลังไร้ชัย รั้งโซนตกชั้น

‘เดอะ ฟ็อกซ์’ เลสเตอร์ ซิตี ประกาศผ่านเว็บไซต์สโมสรยุติการทำงานร่วมกับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หลังรับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่มาครบ 4 ปี แต่เวลานี้พวกเขาทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ร่วงไปอยู่ในโซนตกชั้น หลังล่าสุดบุกพ่าย คริสตัล พาเลซ 1-2

ผลงาน 6 เกมหลังสุด เลสเตอร์ ซิตี พ่ายแพ้ไปถึง 5 เกม เสมอ 1 เกม ไม่ชนะใคร มีเพียง 25 แต้ม จาก 28 นัด รั้งอันดับ 19 ของตาราง ห่างจากโซนปลอดภัย อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด อันดับ 17 อยู่ 1 แต้ม

นอกจากนี้ คริส เดวี่ส์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม และเกล็น ดริสโคลล์ โค้ชฟิตเนสทีมชุดใหญ่ ก็โบกมืออำลาทีมไปพร้อมกับ ร็อดเจอร์ส โดยเวลานี้ อดัม แซดเลอร์ และไมค์ สโตเวลล์ 2 โค้ชในทีมชุดใหญ่ที่รับใช้สโมสรมาอย่างยาวนาน จะรับผิดชอบการฝึกซ้อมไปก่อน และการเตรียมทีมในการแข่งขันนัดต่อไป

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า ‘ความสำเร็จของทีมภายใต้การบริหารของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นสิ่งที่เราทราบกันดี เราเคยมีประสบการณ์กับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเล่นฟุตบอลภายใต้คำแนะนำของเขา และเราจะขอบคุณเขาและทีมงานเสมอสำหรับความสำเร็จที่เขาได้ทำไว้กับสโมสร’

“เบรนแดน น้อมรับวัฒนธรรมของสโมสรและช่วยปลูกฝังสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เราปรับตัวกับสนามฝึกซ้อมเลสเตอร์ ซิตี้ เทรนนิ่ง กราวน์ แห่งใหม่ เขามีความเป็นผู้นำในช่วงที่มีระบาดของ โควิด-19 และเขาจะอยู่ในใจของเราตลอดไป”

ส่งท้าย 'รัฐบาลลุงตู่' ส่งขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่รัฐ

ถึงจะประกาศยุบสภาไปเรียบร้อยแล้ว แต่รัฐบาลลุงตู่ยังคงทำหน้าที่รักษาการ ไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2566 แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนจะประกาศยุบสภา รัฐบาลโดยการนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังส่งขวัญกำลังใจไปสู่เหล่าข้าราชการส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติการ ด้วยการปรับอัตราเงินเดือน 

‘มาดามเดียร์’ ควง ‘ดร.เอ้’ ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ร่อนใบสมัคร ส.ส ประกาศกร้าว!! มั่นใจ ‘ปชป.’ พร้อมคัมแบคสนามกรุงเทพฯ

3 เม.ย. 2566 – ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งเป็นสถานที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัคร ส.ส. กทม. เป็นวันแรก น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมายังสถานที่รับสมัครด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

โดย น.ส.วทันยา มั่นใจว่า วันนี้เป็นการแสดงความพร้อมว่าพรรคประชาธิปัตย์เราจะกลับมาคว้าชัยในสนามกรุงเทพมหานคร.
 

แก้แล้ง กันท่วม!! สำรวจความพร้อม 'คลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร' คลองระบายน้ำยุทธศาสตร์ ตามแผนแม่บทแก้ปัญหาน้ำท่วม

(3 เม.ย.66) เพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' ได้เผยความคืบหน้า #คลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร มูลค่าโครงการกว่า 21,000 ล้านบาท แก้ปัญหาน้ำท่วม เพิ่มพื้นที่เก็บน้ำ ตามแผนแม่บทแก้ปัญหาน้ำท่วม ว่า...
.
วันนี้ผมผ่านไปทางบางไทร เลยเอาภาพความคืบหน้าของโครงการคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร ซึ่งเป็นหนึ่งในคลองระบายน้ำยุทธศาสตร์ ตามแผนแม่บทการแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยา

คลิปรายละเอียดโครงการ
https://youtu.be/0YvJp12v9ik
—————————
>> รายละเอียดคลองระบายน้ำ บางบาล-บางไทร 

โดยคลองนี้จะเป็นการขุดคลองใหม่เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ วัดพนัญเชิง ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งในจุดนี้สามารถรองรับอัตราการไหลได้เพียง 1,200 m3/วินาที ซึ่งคลองใหม่ ก็มีอัตราการไหลเท่ากัน

ซึ่งทำให้แม่น้ำเจ้าพระยา มีความสามารถในการรองรับน้ำได้สูงสุดถึง 2,930 m3/hr เพียงพอในการรับมวลน้ำในช่วงปี 2554 ได้เลยทีเดียว

โดยโครงการนี้จะมีการขุดคลอง กว้าง 200-110 เมตร ยาวรวมกว่า 22 กิโลเมตร เพื่อเป็นทั้งช่องทางระบายน้ำหลาก เป็นพื้นที่เก็บน้ำในยามน้ำแล้ง และเป็นวิธีแก้ปัญหาน้ำกร่อยของน้ำประปากรุงเทพ ได้อย่างเด็ดขาด จากการวางแผนเดินท่อรับน้ำประปาใหม่ ของการประปานครหลวง

พร้อมกับการพัฒนาถนนเลียบคลองระบายน้ำ และสะพานข้ามคลองถึง 11 สะพาน เพื่อเชื่อมต่อเมืองสองฝั่งของคลอง

รวมถึงการเปิดแนวการเดินเรือใหม่ จากการมี Lock เพื่อยกระดับน้ำ 

โดยมูลค่าโครงการรวม กว่า 21,000 ล้านบาท!!!
—————————

เมื่อ Bank Run พาคนแห่ถอนเงินออกจากธนาคารไปยังสินทรัพย์อื่น ส่งผลกระทบ 'รายย่อยชะลอซื้อหุ้น' หวั่นฟองสบู่ตลาดเงิน

เราจะต้องเตรียมรับมือวิกฤตฟองสบู่แตกลูกต่อไปหรือไม่ ?!? เพราะหลังจากเกิด Bank Run ขึ้นในสหรัฐฯ จนผู้คนแห่ถอนเงินออกจากธนาคารไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ โดยเฉพาะกองทุนตลาดเงิน (Money Market Funds) ตอนนี้กลายเป็นว่าฟองสบู่ลูกใหม่ล่าสุดได้เกิดขึ้นในตลาดเงินแทนแล้ว !!!

(3 เม.ย.66) World Maker เผย Market Cap ของตลาดเงินเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีมูลค่าเกือบ 5.5 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ! จากที่ต้นปีอยู่เพียง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีเงินไหลเข้ามาราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ !

ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะคนแห่หนีความกังวลจากภาคธนาคารมาแสวงหาผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงกว่าในตลาดการเงิน แต่เมื่อปัญหาด้านการธนาคารเริ่มบรรเทาลง และหน่วยงานกำกับดูแลได้เข้ามาควบคุมเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในระยะยาว แปลว่าการแห่เข้า Money Market Funds อาจไม่ใช่กระแสที่อยู่ได้นานหรือมั่นคง ?

โดยเฉพาะหาก FED เริ่มลดดอกเบี้ยลงหลังจากนี้ เราก็อาจได้เห็นฟองสบู่ในตลาดเงินแตกออกจากการไหลออกของเงินทุนที่เข้ามาในช่วงก่อนหน้านี้ (รวมถึงปัจจุบัน) ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใดหลังจากนี้ แต่ในระยะกลางถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะถ้าดอกเบี้ยไปถึงจุด Peak แล้ว และการทำ QT เริ่มจบลง จะหมายความว่าสินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ มีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยพันธบัตร !

นอกจากนี้ ยอดเงินที่ไหลเข้าสู่ Money Market Fund เริ่มชะลอตัวลง โดยอยู่ที่ 6.15 หมื่นล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากประมาณ 1.26 แสนล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ซึ่งเมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ หมายความว่ายอดสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ที่พุ่งขึ้นถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็อาจกลายเป็นฟองสบู่ที่รอวันแตก !

📌 ปัจจุบันนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากกำลังชะลอการซื้อหุ้นลง หลังจากมีการแห่ซื้อจำนวนมากในช่วงต้นปี 2023 ซึ่งทำให้การซื้อหุ้นสหรัฐฯ สุทธิของรายย่อยแตะระดับ All Time High ที่ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์

แต่หลังจากเกิดวิกฤต Bank Run ในเดือนนี้ พบว่าปริมาณการซื้อของรายย่อยได้ลดลงเกือบ -50% จาก 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์เหลือเพียงประมาณ 8.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของรายย่อยได้ลดลง

ขณะเดียวกัน ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ดูเหมือนจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่นท่ามกลางวิกฤต Bank Run ในครั้งนี้ โดย Nasdaq ปิดไตรมาสแรก +17% และ S&P500 ปิดไตรมาสแรก +7.5% ซึ่งบางคนให้ความเห็นว่าเขาอาจจะพลาดโอกาสบางส่วนในขาขึ้นรอบใหญ่ ? แต่เขาต้องการปิดรับความเสี่ยงที่หุ้นอาจจะร่วงลงได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ส่วนหนึ่งของการที่นักลงทุนรายย่อยชะลอการซื้อหุ้นนั้น ก็เป็นเพราะพวกเขาได้นำเงินไปพักไว้ในที่ที่ดูปลอดภัยในระยะสั้น อย่างเช่น พันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น, Money Market Fund, บัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูง แต่แนวโน้มดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้หลังจากนี้ โดยเฉพาะเมื่อดอกเบี้ยและการทำ QT ได้ไปถึงจุด Peak (อย่างที่อธิบายไปแล้วข้างต้น)

ในระยะสั้น บางคนมองว่าเรายังจำเป็นต้องระวัง After Shock จากวิกฤต Bank Run เนื่องจากผลกระทบของดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและสภาพคล่องที่ตึงตัวขึ้นต่อเศรษฐกิจอาจตามมาด้วยฟองสบู่ลูกอื่น ๆ ที่แตกออก ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็เพื่อทำให้เงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจชะลอตัวลง

⚠️ นั่นหมายความว่าตลาดหุ้นเองอาจมีความผันผวนมากขึ้นอีกได้ทั้ง 2 ทางในระยะสั้นนี้และยังมีความเสี่ยงที่อาจเกิดการปรับฐานได้ แม้ว่าในอนาคตระยะยาวจะมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่ม Zombie Company ที่อาจทยอยล้มหายตายจากไปท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่ !

ปัจจุบัน Zombie Company (บริษัทที่ไม่มีความสามารถในการทำกำไรหรือขยายธุรกิจ) คิดเป็นประมาณ 15% ของบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศพัฒนาแล้ว (เพิ่มขึ้นจาก 4% ในช่วงปลายทศวรรษ 1980) ซึ่งบริษัทเหล่านี้เอาชีวิตรอดได้ในช่วงยุคดอกเบี้ยต่ำและ Easy Money เนื่องจากไม่จำเป็นต้องทำกำไรมากในการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้

แต่เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น จึงถือเป็นหายนะสำหรับกลุ่ม Zombie Company ทันที เพราะบริษัทเหล่านี้ไม่มีความสามารถมากพอในการสร้างทำกำไรมาชำระหนี้ที่สูงขึ้นจากดอกเบี้ย ดังนั้นจึงหมายความว่าบริษัทราว 15% ในประเทศพัฒนาแล้วกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยง และบางแห่งก็อาจต้องล้มละลายหายไปเรื่อย ๆ จากวงจรการเงินที่ตึงเครียดขึ้นในรอบนี้

แน่นอนว่าหลายแห่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นเช่นกัน แต่ไม่ใช่แค่การลงทุนเท่านั้นที่บริษัทซอมบี้สามารถสร้างผลกระทบได้ เพราะในกรณีที่เกิดการล้มละลายอย่างกะทันหันของ Zombie Company มันก็อาจทำให้คนจำนวนมากตกงาน การบริโภคลดลง และการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นอีก (สอดคล้องกับวิกฤต Bank Run ที่เกิดขึ้น) ซึ่งอาจผลักดันให้บริษัทอื่น ๆ เสี่ยงล้มละลายตามอีก

กัมพูชา จัดแข่งขัน โบกาตอร์ ชิงแชมป์อาเซียนครั้งที่ 1 'เวียดนาม - สปป.ลาว - ฟิลิปปินส์' ตบเท้าร่วมชิงชัย

(3 เม.ย.66) ถือเป็นอีกความเคลื่อนไหวก่อนการแข่งขัน ซีเกมส์ 2023 ที่ประเทศกัมพูชา เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคมนี้

โดยล่าสุด กัมพูชา เจ้าภาพซีเกมส์หนแรก ได้จัด 'กุน ขแมร์ ชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 1' ขึ้น ซึ่งมีเวียดนาม, สปป.ลาว และ ฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนเมษายนนี้

ด้าน ดร.จัน ศรันย์ ประธานสหพันธ์มวยกัมพูชา เผยหน้าบาน “นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเผยแพร่ โบกาตอร์ ไปสู่ระดับชาติ และเชื่อมั่นว่าจะทำให้ทุกชาติในอาเซียนรู้จัก โบกาตอร์ มากขึ้น”


ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0bQWH1JccoTjRruSAVQWiY8QHsMwMEeo96dcTK4ZZp53RcuTrnrWyv8d4HgRUNK7pl&id=647467568624065&mibextid=Nif5oz

‘สกลธี’ จับมือ ‘นฤมล’ นำทัพ กทม. พปชร. 33 เขต สมัครเลือกตั้ง ลั่น!! กระแสดี ไม่กลัวพรรคอื่น ย้ำอย่างน้อยบวกลบไม่ต่ำกว่าเดิม

‘สกลธี-นฤมล’ นําทีม กทม. พปชร. 33 เขต สมัครเลือกตั้ง ลั่นกระแสดี ไม่กลัวพรรคไหน ยํ้าเป้าบวกลบไม่ตํ่ากว่าเดิม

(3 เม.ย.66) – เมื่อเวลา 06.45 น. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ กทม. และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พปชร. นํากลุ่มว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ของพรรค พปชร. ทั้ง 33 เขต เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. โดยรวมตัวกันเพื่อรอเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเปิดให้รับสมัคร รวมถึงรอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เดินทางมาถึง

จากนั้น นายสกลธี ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งเป้า ส.ส.กทม.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า บวกลบให้ได้อย่างน้อยเท่าเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่อยากได้เท่าเดิม แต่ปัจจุบัน ส.ส. เก่าเหลือคนเดียว จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร นายสกลธี กล่าวว่า ครั้งที่แล้วในสนาม กทม. ส.ส.ทั้ง 12 คนของ พปชร. เป็นคนใหม่ทั้งหมด ในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง คน กทม.จะกาคนใหม่เยอะ ไม่กังวลว่าจะเป็น ส.ส.เก่ากี่คน อยู่ที่ว่าพรรคเราจะทำตามแผนหาเสียงที่วางไว้ได้หรือไม่

เมื่อถามถึงกระแส พล.อ.ประวิตร ในพื้นที่ กทม. นายสกลธี กล่าวว่า ก็ดี เสียงตอบรับประชาชนก็ดี

เมื่อถามว่า เวลาไปลงพื้นที่กระแสตอบรับดีขึ้นหรือไม่ หรือเท่าเดิม นายสกลธี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน ได้ลงพื้นที่บางคอแหลม กระแสดีมาก ตอนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หลายคนที่เลือกตนยังคงยึดมั่นในพรรค

เมื่อถามย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้กลัวพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสกลธี กล่าวว่า ไม่กลัวเลย ตอนนี้ทุกคนเท่ากัน ไปวัดกันช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง


ที่มา : https://www.thaipost.net/politics-news/353408/

'พิธา' เสียดาย 'บิ๊กป้อม' ไม่ขึ้นดีเบต มองสื่อสารทางเดียว ปิดโอกาส ปชช.ฟังวิสัยทัศน์ 'วิธีทำงาน-ความตั้งใจ'

‘พิธา’ นำทีม ผู้สมัครกทม.33 เขต จับเบอร์ มั่นใจติวเข้มผู้สมัคร ไม่มีงูเห่า เสียดาย ‘บิ๊กป้อม’ ไม่ขึ้นดีเบต มองสื่อสารทางเดียว งัดกลยุทธ์ เคาะทุกประตู เดินทุกถนน แจกใบปลิวทุกคน

(3 เม.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกล(ก.ก.) ได้เดินทางถึง ที่สนามกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น เวลา6.50น. นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พาผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 33คน เดินทางด้วยรถเมล์ สาย97 เลขทะเบียนตต9243 โดยบรรยากาศมีกองเชียร์จำนวนมากมารอให้การต้อนรับ  

นายพิธา กล่าวว่า วันนี้กำลังใจเกินร้อย รู้สึกทั้งภูมิใจและตื่นเต้น ภูมิใจที่ได้ทำงานกับคนข้างหลัง และตื่นเต้นที่จะได้เลือกตั้งอย่างสมศักดิ์ศรี ขอบคุณกองเชียร์ทุกคนที่มาตั้งแต่เช้า พรรคก้าวไกลจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังอย่างแน่นอน

การเลือกตั้งครั้งนี้หลังจากได้เบอร์ เชื่อว่าจะหาเสียงอย่างสนุกขึ้น และอยากให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเยอะ ๆ ตอนนี้ตั้งเป้า กทม.ต้องได้ทั้ง 33 เขต เพราะโพลนำมาเป็นที่หนึ่งตลอด และ ส.ส.ในพื้นที่ก็พื้นที่ดี สภาเด่น

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนกับครั้งนี้ ครั้งไหนยากกว่ากัน นายพิธากล่าวว่า สองครั้งนี้แตกต่างกันเยอะ ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง เพราะฉะนั้นเรามีผู้สมัครที่เข้มแข็ง สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาก็คือผลงานในสภาถ้าเราได้เข้าทำเนียบรัฐบาลต้องทำได้ดีกว่าเดิมแน่นอน ว่าที่ผู้สมัครตอนสมัยอนาคตใหม่อาจจะมีโอกาสน้อยแต่ว่าที่ผู้สมัครชุดนี้สามารถทำหน้าที่ ส.ส.ได้ในวันพรุ่งนี้เลย

เมื่อถามว่า กทม.ยากกว่าต่างจังหวัดหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า กทม.พร้อมสู้ทุกเขตอยู่แล้ว เพราะจาก ส.ก.ที่ผ่านมาเราไม่แพ้ใครและผลงานก็จะส่งมาในสภา ถ้าประชาชนชอบการทำงานแบบก้าวไกลก็ต้องแก้กฎหมายในสภา ซึ่งถ้าอยากทำงานไร้รอยต่อต้องเลือกให้ครบทั้ง 33 เขต อยากแก้ปัญหาการคมนาคมและฝุ่น PM2.5 ต้องเลือกก้าวไกล 

เมื่อถามว่าการมี ส.ส.เพียง 2 คน จากเขตเดิม กังวลหรือไม่ นายพิธา ย้ำว่า ไม่มี เพราะเราต้องรักษาเขตเดิมเพิ่มเติมเขตใหม่ มองว่าการมีคนใหม่ ๆ เข้ามา ต้องทำอะไรให้ประชาชน คนเดิมก็ทั้งนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และนายเท่าพิภพ ลิ้มลิจิตรกร 

เมื่อถามว่ากระแสการเลือกตั้งครั้งอนาคตใหม่ต่างกับครั้งนี้หรือไม่ เราเปรียบเทียบกับตัวเองในเมื่อวาน คิดว่ากระแสดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่ภาคเหนือถึงภาคใต้ การเลือกตั้งครั้งนี้มีนโยบายมากกว่า 300 นโยบายที่ตอบโจทย์ในแต่ละพื้นที่ เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะออกไปใช้สิทธิอย่างถล่มถลายมากกว่า 80% และจะกระแสจะชนะกระสุนอย่างแน่นอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top