Sunday, 2 August 2026
TheStatesTimes

‘มช.’ คว้าอันดับ 1 ของประเทศ ในสาขาวิชา ‘Chemistry-Psychology’ พร้อมทั้งติดอันดับโลกอีก 10 สาขาวิชา ตอกย้ำการเป็นมหาลัยชั้นนำ

มช. คว้าอันดับ 1 ของประเทศในสาขาวิชา Chemistry และ Psychology ทั้งติดอันดับโลกในอีก 10 สาขาวิชา

(28 มี.ค.66) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สร้างความภาคภูมิใจคว้ารางวัลอันดับ 1 ของประเทศในสาขาวิชา Chemistry และ Psychology จากการจัดอันดับ SClmago Institutions Rankings (SIR) และติดอันดับโลกจำนวน 10 สาขาวิชามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ จาก QS World University Rankings ปี 2023 มาครอง พร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพอยู่เสมอด้วยวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม

การจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาโลก โดย SCImago Institutions Rankings (SIR) 2023 เป็นการจัดอันดับสถาบันด้านการวิจัยทั้งสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย หน่วยงานของรัฐ และบริษัทเอกชน โดยมีตัวชี้วัด 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.ด้านการวิจัย (Research Factor 50%) ที่พิจารณาจากจำนวนผลงานการตีพิมพ์เผยแพร่และการถูกอ้างอิงในฐานข้อมูลทางวิชาการ SCOPUS 2.ด้านนวัตกรรม (Innovation Factor 30%) พิจารณาจากจำนวนทรัพย์สินทางปัญญาในฐานข้อมูล PATSTAT และ 3.ด้านสังคม (Societal Factor 20%)

สำหรับผลการจัดอันดับภาพรวม (Overall Rank) ของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยติดอันดับจำนวน 30 แห่ง จากสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมการจัดอันดับโลกทั้งหมด 4,533 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ อันดับที่ 313 ของเอเชีย อันดับที่ 2,681 ของโลก

และจากการจัดอันดับตามกลุ่มสาขาวิชา (All subject areas) ทั้งหมด 19 กลุ่ม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการจัดอันดับทุกกลุ่มสาขาวิชา และได้รับการจัดอันดับ Top300 อันดับแรก จำนวน 2 สาขาวิชา คือ Dentistry อันดับ 134 ของโลก และ Veterinary อันดับ 222 ของโลก และในสาขาวิชา Psychology และ Chemistry เป็นอันดับ 1 ของประเทศ

มากไปกว่านั้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 ได้มีการประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกรายสาขาวิชา ประจำปี 2023 โดย QS World University Rankings ซึ่งผลปรากฎว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ติดอันดับโลกในสาขาวิชาเฉพาะ (Narrow Subjects) จำนวน 10 สาขาวิชา จาก 54 สาขาวิชา และสาขาวิชาหลัก (Broad Subjects) จำนวน 2 สาขา จาก 5 สาขาวิชา มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ

โดยผลการจัดอันดับปี 2023 สาขาวิชาเฉพาะที่มีอันดับดีที่สุดของ มช. ได้แก่ สาขาวิชา Agriculture & Forestry อันดับที่ 151-200 ของโลก และสาขาวิชา Nursing อันดับที่ 151-180 ของโลก อีกทั้งยังมีสาขาวิชา Mathematics ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นปีแรก โดยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 451-500 ของโลก โดยทั้ง 3 สาขาวิชาที่กล่าวมานั้น เป็นสาขาวิชาจัดอยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศ ทั้งนี้ มีสาขาวิชาเฉพาะที่มีช่วงอันดับที่ดีขึ้น จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ Medicine อันดับ 251-300 ของโลก และ Environmental Sciences อันดับ 401-450 ของโลก

‘รร.วัชรวิทยา’ ประกาศชัด ไม่รับฝากนักเรียนเข้าเรียน ชี้!! ถ้ารับฝากแล้ว มันเบียดเบียนคนที่สอบได้

โรงเรียนดังกำแพงเพชร ขึ้นป้ายชัดเจน ไม่รับเด็กฝาก ผอ.ลั่น ถ้ารับฝาก ‘คนสอบไม่ได้’  แล้วจะเอาคนสอบได้ไปไว้ที่ไหน 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “วัชรวิทยา งานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา” ได้โพสข้อความและภาพติดป้ายหน้าโรงเรียนมีข้อความว่าในข้อความ

“โรงเรียนวัชรวิทยา ไม่รับฝากนักเรียนเข้าเรียน หากพบว่ามีผู้แอบอ้างว่าสามารถฝากหรือเรียกร้องเงิน เพื่อแลกเปลี่ยนการฝากนักเรียนเข้าเรียน ในโรงเรียนวัชรวิทยาได้ ขอให้แจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมายได้ทันที”

(29 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปติดตามเรื่องดังกล่าว ที่ โรงเรียนวัชรวิทยา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พบป้ายไวนิลขนาดใหญ่ติดไว้ประตูทางเข้า และวงเวียนในโรงเรียน พร้อมระบุข้อความชัดเจน ถึงการไม่รับฝากเด็กนักเรียนเข้าศึกษา ของโรงเรียนจริง หลังมีผู้ปกครองพยายามนำบุตรหลานเข้ามาฝากเรียนด้วยเอง หรือแม้กระทั่งให้คนอื่นติดต่อเข้ามา ที่สำคัญมีบางคนไปแอบอ้างรับผลประโยชน์ ว่าสามารถฝากนักเรียนได้

ดร.พัฒนา ทรงประดิษฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัชรวิทยา กล่าวว่า โรงเรียนวัชรวิทยา เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนในจังหวัดกำแพงเพชร ที่มีผู้ปกครองสนใจอยากส่งบุตรหลานของตนเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมาก ตนมองว่าเป็นเรื่องดีและเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับการพัฒนาการศึกษาให้กับเด็ก ๆ แต่ตนไม่รู้สึกสบายใจเลย เมื่อมีการสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียน แล้วมีนักเรียนที่สอบได้จำนวนตามที่ต้องการ

‘อดิศักดิ์’ ประกาศถอนตัวจากว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ‘ก้าวไกล’ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์

(29 มี.ค. 66) นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ หรือ ‘จ่าตา’ อดีตว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคก้าวไกล แถลงข่าวถึงกรณีที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบคัดเลือกตำรวจเมื่อวานนี้ (28 มีนาคม 2566) พร้อมขอยุติบทบาทผู้สมัครเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นายอดิศักดิ์ ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าของเมื่อวานนี้ ตนได้ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ถือหมายมาที่บ้าน ก็ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนพร้อมหลักทรัพย์ประกันตัว ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่า ข่าวที่นำเสนอออกไป เหตุใดจึงมีความคลาดเคลื่อน เพราะตนไม่ได้ถูกบุกจับกุมแต่เป็นการมอบตัวด้วยตนเอง และได้รับประกันตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว

ตนอยู่กับพรรคก้าวไกลมาตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ และในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ได้ทำงานให้พรรค นำปัญหาของประชาชนในพื้นที่มาให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลเป็นปากเสียงในสภา ส่งต่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา มีความผูกพัน มีหลายเหตุการณ์ที่เคยถูกคุกคามรังแก เคยถูกฟันคอจนบาดเจ็บสาหัส มาวันนี้ก็ถูกดำเนินคดี ซึ่งตนก็ยืนยันว่ายินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริง

แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว เมื่อสังคมเกิดความสงสัย ตนซึ่งต้องการให้ทุกฝ่ายสบายใจ ทั้งพรรคก้าวไกลและผู้สนับสนุน ตนจึงขอยุติบทบาทในตำแหน่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคก้าวไกล เพื่อเปิดทางให้พรรคทำการสรรหาผู้สมัครที่มีความเหมาะสมในเขต 1 จ.มหาสารครามต่อไป ทั้งนี้ ตนต้องขอขอบคุณพรรคก้าวไกลที่ให้โอกาส และขอให้กำลังใจผู้สมัคร เครือข่ายแนวร่วม สมาชิก และผู้ปฏิบัติงาน ได้เดินหน้าต่อสู้ต่อไป ระหว่างนี้ตนขอถอนตัวเพื่อไปพิสูจน์ความจริง และเมื่อได้รับการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมว่าไม่มีความผิดแล้ว ก็จะกลับมาลงสมัครอีกครั้ง โดยในระหว่างนี้จะยังคงช่วยงานพรรคก้าวไกลในการรณรงค์หาเสียงต่อไป

‘เซเลนสกี’ เอ่ยปากเชิญ ‘สี จิ้นผิง’ ผู้นำจีน เยือนยูเครน เย้ย ‘ปูติน’ ไร้พันธมิตร - สูญเสียทุกอย่างเพราะสิ่งที่ตัวเองก่อ

(29 มี.ค. 66) ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ออกปากเชื้อเชิญประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนไปเยือนกรุงเคียฟเพื่อร่วมหาทางออกให้กับสงครามรัสเซีย-ยูเครน หลังจากที่ผู้นำจีนเพิ่งจะเดินทางไปเยือนมอสโกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ระหว่างให้สัมภาษณ์พิเศษกับผู้สื่อข่าว AP บนขบวนรถไฟจากเมืองซูมี (Sumy) ‘เซเลนสกี’ ผู้นำยูเครน ได้เอ่ยย้ำคำเชิญไปยัง ‘สี จิ้นผิง’ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำชาติมหาอำนาจที่ยังไม่เคยไปเยือนกรุงเคียฟ นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานเมื่อเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว

“เราพร้อมที่จะพบกับท่านที่นี่” เซเลนสกี กล่าว

“ผมอยากจะพูดคุยกับท่าน ผมเคยติดต่อท่านก่อนที่สงครามจะปะทุอย่างเต็มรูปแบบ แต่ตลอดช่วง 1 ปีเศษที่ผ่านมา ผมยังไม่มีโอกาสเช่นนั้นเลย”

จีนมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับรัสเซีย ทั้งในทางเศรษฐกิจการเมืองมานานหลายสิบปี และแม้รัฐบาล สี จิ้นผิง จะประกาศจุดยืน ‘เป็นกลาง’ ในสงครามครั้งนี้ ทว่าในทางปฏิบัติก็ยังคงให้การสนับสนุนทางการทูตต่อประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำของรัสเซีย

การเยือนมอสโกของ สี จิ้นผิง ระหว่างวันที่ 20-22 มี.ค. ที่ผ่านมานั้น ทำให้ชาติตะวันตกหวาดระแวง ว่าจีนอาจตัดสินใจส่งอาวุธและเครื่องกระสุนไปช่วยเติมเต็มคลังแสงของรัสเซีย ที่ร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ ทว่าสุดท้ายแล้วการเยือนก็จบลงแบบไม่มีคำแถลงใด ๆ ที่มีนัยสำคัญ

หลายวันต่อมา ปูติน ประกาศจะส่งขีปนาวุธทางยุทธวิธีไปประจำการที่เบลารุส ซึ่งเท่ากับว่า ‘คลังแสงนิวเคลียร์’ ของรัสเซียกำลังจะถูกลำเลียงเข้าใกล้แผ่นดิน ‘นาโต’ มากขึ้นอีก

เซเลนสกี มองว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ปูติน น่าจะเป็นความพยายาม ‘แก้เก้อ’ จากการที่ผู้นำจีนไม่ได้รับปากมอบความช่วยเหลือทางทหารอย่างเป็นรูปธรรม และอาจเป็นการตอบโต้ที่อังกฤษจะส่งกระสุนยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ (depleted uranium ammunition) ให้กับยูเครนด้วย

รัฐบาลทหารพม่าสั่งยุบพรรค NLD ของ 'อองซาน' พร้อมตัดสิทธิ์การลงสนามเลือกตั้งใหญ่ในปีนี้

เมื่อวันอังคาร (28 มี.ค. 66) คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลทหารพม่าของนายพลมิน อ่อง หล่าย ได้มีคำสั่งให้ยุบพรรค สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ของนางออง ซาน ซูจี เนื่องจากไม่มาจดทะเบียนพรรคการเมืองก่อนเส้นตายที่ระบุไว้ในกฎหมายเลือกตั้งใหม่

โดยพรรค NLD เป็นหนึ่งใน 40 พรรคการเมืองของพม่าที่จะต้องถูกยุบเนื่องจากทำผิดกฎข้อบังคับ ที่ไม่ยอมมาจดทะเบียนพรรคการเมือง  และทำให้พรรค NLD ที่ก่อตั้งมานานกว่า 35 ปีต้องยุติลงตั้งแต่วันนี้ 

กฎหมายเลือกตั้งใหม่ ถูกประกาศขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2566 ที่ระบุให้พรรคการเมืองทุกพรรคในพม่าต้องมาจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมดภายใน 60 วัน จนถึงกรอบเส้นตายในวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา มิฉะนั้น จะถูกยุบพรรค และทรัพย์สินของพรรคการเมืองนั้น ๆ ก็จะต้องถูกยึดด้วย

และพรรคการเมืองที่ลงทะเบียนถูกต้อง จะมีสิทธิ์ส่งผู้สมัครลงสนามเลือกตั้งใหญ่ที่รัฐบาลทหารพม่าเคยประกาศไว้ว่าจะมีขึ้นภายในเดือนกรกฎาคม 2566 นี้ ที่จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกตั้งแต่เกิดการรัฐประหารในพม่าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา

แต่เป้าหมายของกฎหมายเลือกตั้งใหม่ ถูกมองว่ามีมาเพื่อทำลายพรรคการเมืองใหญ่อย่าง NLD โดยเฉพาะ ที่ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายทุกครั้งในสนามเลือกตั้งของรัฐบาลพลเรือน เนื่องจากเงื่อนไขของการจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ระบุว่า จะต้องไม่มีสมาชิกพรรคคนใดต้องโทษจำคุก หรือเกี่ยวพันในองค์กรที่ผิดกฎหมายของพม่า

ซึ่งในตอนนี้ทั้งนางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรค สมาชิกพรรค NLD และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองของพม่าจำนวนมากถูกตัดสินให้ต้องโทษจำคุก

นอกจากนี้ ลูกพรรค NLD หลายคนได้เปลี่ยนแนวการต่อสู้ด้วยการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลเงา ที่เรียกตนเองว่า รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government) และอีกส่วนหนึ่งได้จัดตั้งคณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ (Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw หรือ CRPH) ที่สถาปนาตนเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น และทั้ง 2 องค์กรก็ถูกรัฐบาลทหารพม่าขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรก่อการร้าย 

(Part 2/3) คุยเฟื่องเรื่องพม่า | TIME TO LISTENING EP.14

วันนี้ TIME TO LISTENING EP.14 ตอน คุยเฟื่องเรื่องพม่า Part 2 จากประสบการณ์ตรงของ คุณวรกร ล้ำประเสริฐ (หม่องเอ) คนไทยที่ไปทำงานที่พม่าเกือบสิบปี ซึ่งใน EP นี้หม่องเอ เล่าถึงวิถีชีวิตในพม่า แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่คนไทยยังไม่ไปเที่ยว ติดตามได้ใน EP นี้ครับ

ดำเนินรายการโดย ไอยรา อัลราวีย์
Content Manager

แขกรับเชิญ คุณวรกร ล้ำประเสริฐ (หม่องเอ)
นักธุรกิจไทย ที่เคยทำงานประเทศพม่า

ติดตามได้ใน THE STATES TIMES PODCAST
และสามารถรับชมคลิปอื่น ๆ ได้ที่ :  https://youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyLBnnkZJ5-QgtyID5DqrnG4

🎥 ช่องทางรับชม
Facebook: THE STATES TIMES PODCAST
YouTube: THE STATES TIMES PODCAST
TikTok: THE STATES TIME PODCAST

กลุ่มคนรัก "ทักษิณ ชินวัตร" อาจยังรู้สึกตื่นเต้น แต่เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่รู้สึกชาชินไปเสียแล้ว

กลุ่มคนรัก "ทักษิณ ชินวัตร" อาจยังรู้สึกตื่นเต้น แต่เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่รู้สึกชาชินไปเสียแล้ว เมื่อได้ยินเจ้าตัวออกมาสร้างกระแสด้วยการประกาศ จะ "กลับบ้าน"

16 ปีแห่งความหลัง กำลังจะย่างก้าวเข้าปีที่ 17 ที่อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ต้องระหกระเหิน หลบหนีหลายคดีไปอยู่นอกประเทศหลังเกิดรัฐประหาร 2549 จากนั้นเป็นต้นมา การสร้างกระแส "กลับบ้าน" ก็เกิดขึ้นแทบทุกปี

ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหมาดๆ เมื่อ 24 มีนาคมที่ผ่านมา "ทักษิณ" ให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่นว่าเขาพร้อมรับโทษจำคุกในประเทศไทยหากแลกกับการได้ใช้ชีวิตบั้นปลายกับครอบครัว ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร

“ผมติดคุกใหญ่มา 16 ปีแล้ว เพราะพวกเขากีดกันไม่ให้ผมอยู่กับครอบครัว ... ถ้าผมต้องทนทุกข์ทรมานอีกครั้งในคุกที่เล็กกว่านั้น ก็ไม่เป็นไร”

ย้อนกลับไปแค่ช่วงต้นปี ปลายเดือนมกราคม เจ้าตัวก็เอ่ยปากจะกลับบ้านแบบไม่ต้องมี "ดีลลับ" ไม่ต้องอาศัยพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องใช้กฎหมาย(นิรโทษ) ไม่ต้องเกี้ยเซียะพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งหลายคนก็ตีความเงื่อนไขนี้ ว่าคงเหลืออยู่ทางเดียวที่กลับบ้านได้คือยอมกลับมา "ติดคุก"

ย้อนวิบากกรรมของอดีตนายกฯ "ทักษิณ ชินวัตร" เกิดขึ้นตั้งแต่มีการรัฐประหาร 19 กันยา 49 ขณะนั้นเขาอยู่ระหว่างเตรียมประชุมสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก ซึ่ง "ทักษิณ" เปิดเผยผ่านคลับเฮาส์เมื่อปีที่แล้ว ว่าขณะถูกยึดอำนาจ เขาตั้งใจ "กลับบ้าน" แต่ฝ่ายปฏิวัติไม่ให้เครื่องบินขึ้น เพราะกลัวเขากลับเข้าเมืองไทย จึงตัดสินใจเดินทางไปตั้งหลักที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

1 ปีหลังรัฐประหาร ปี 49 พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ส่วนหนึ่งมาจากประโยคหาเสียง "เลือกสมัคร พาทักษิณกลับบ้าน" และครั้งนั้น ก็เป็นครั้งเดียวที่ "ทักษิณ" ได้กลับบ้านจริงๆ

28 กุมภาพันธ์ 2551 ภาพทักษิณ ก้มลงกราบแผ่นดินทันทีที่เดินทางกลับถึงบ้านเกิด กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ ขณะนั้นอยู่ระหว่างการดำเนินคดีที่ดินรัชดา แต่ผ่านไปเพียงแค่ 5 เดือน ทักษิณก็ขออนุญาตศาลออกนอกประเทศ เพื่อไปบรรยายพิเศษที่ญี่ปุ่น ก่อนเดินทางไปดูไปดูพิธีเปิดโอลิมปิกที่ประเทศจีน และไม่เดินทางกลับไทยอีกเลย หลังจากนั้นเขาถูกศาลตัดสินจำคุกในหลายคดี

แม้ตัวอยู่เมืองนอก แต่ตลอดห้วงเวลาที่มีการชุมนุมของมวลชนคนเสื้อแดง ทักษิณยังสื่อสารผ่านวิดีโอคอล วอนขอให้พาเขากลับบ้านอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงที่สถานการณ์เริ่มร้อน เขาปลุกระดมคนเสื้อแดงว่า ถ้าเมื่อไหร่เสียงปืนแตก ทหารยิงประชาชนจะกลับมานำประชาชนเดินเข้ากรุงเทพฯ ทันที

แต่สุดท้ายก็ไร้เงา จนกระทั่งผ่านเหตุการณ์สลายการชุมนุมแยกราชประสงค์ ปี 53 คล้อยหลังจากนั้น 2 ปี ทักษิณสื่อสารเรื่องกลับบ้านกับคนเสื้อแดงด้วยท่าทีเปลี่ยนไป จากอ้อนวอนให้พากลับบ้าน เป็นขอขอบคุณคนเสื้อแดงที่แจวเรือส่งถึงฝั่ง ที่เหลือตัวเขาจะขอขับรถขึ้นเขาต่อด้วยตัวเอง และเพียงไม่นานหลังพรรคเพื่อไทยเดินหน้าผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ก็ถูกแรงต้านจนมีอันต้องพับเก็บไปแบบไม่เป็นท่า

 

เส้นทางของ "รัฐบาลประยุทธ์"

ในที่สุด รัฐนาวาภายใต้การนำของ "ลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็สามารถฝาคลื่มลมทางการเมืองมาเกือบ 4 ปี จนถึงปลายทางที่จบลงด้วยการยุบสภา รอเลือกตั้งอีกครั้งในอีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้า

เส้นทางของ "รัฐบาลประยุทธ์" ที่ผ่านมาถือว่าไม่ง่าย เพราะต้องผ่านทั้งวิกฤติ โควิด - 19 รวมทั้งบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองทั้งใน และนอกสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อ ที่นำมาสู่การเติบโตของขบวนการข่าวปลอม หรือ "เฟกนิวส์"

ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามที่ว่า มี "หนึ่งคน" ที่มีบทบาทชัดเจน ในการออกหน้า ปะ ฉะ ดะ ปกป้องตอบโต้ ชี้แจง กรณีที่มีการพาดพิง หรือเกิดข่าวปลอม เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีอยู่เสมอ จนได้รับขนานนามเป็น "องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่" เดาไม่ยากว่า ใครคนนั้นคือ "ธนกร วังบุญคงชนะ" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั่นเอง

วิถีชีวิตของ รมต. คนนี้ไม่ธรรมดา หากย้อนเวลากลับไป เขามีฝันอยากเป็นนักการเมืองมาตั้งแต่เยาว์วัย นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นและแรงขับดันให้ "แด๊ก - ธนกร วังบุญคงชนะ" เด็กหนุ่มจาก อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ก้าวเดินตามฝัน แม้เป็นลูกชาวบ้านธรรมดา แต่เขาได้รับการปลูกฝังความเป็นผู้นำ และหัวจิตหัวใจในการช่วยเหลือผู้อื่นจาก พ่อและแม่มาตั้งแต่ยังเล็ก

"ธนกร" เริ่มเลียบเคียงแวดวงการเมือง ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้จนถึงเป้าหมายที่เขาตั้งไว้ เริ่มจากการเลือกศึกษาด้านสื่อสารมวลชน จบออกมาเริ่มทำงานเป็นผู้สื่อข่าวสายทำเนียบฯ ประจำหนังสือพิมพ์สยามรัฐในช่วงสั้นๆ ก่อนขยับไปเป็นเลขานุการกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช. เกือบ 2 ปี จนได้รับโอกาสเข้าสู่เส้นทางการเมืองเต็มตัวจากการชักนำของ "สมศักดิ์ - อนงค์วรรณ เทพสุทิน" ซึ่งธนกร ยกให้เป็นครูทางการเมืองของเขา

หลังจากนั้นเขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งหนแรกกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนขยับมาเป็นที่ปรึกษา และเลขานุการรัฐมนตรีหลายกระทรวง จนกระทั่งมีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล "ธนกร" ผ่านการรับบทบาทเป็นโฆษกพรรค เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษกรัฐบาล ต่อมาได้รับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และได้ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในที่สุด

ด้วยตำแหน่งหน้าที่ ทั้งโฆษกรัฐบาล และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ทำให้ธนกรเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำงานใกล้ชิด และมีบทบาทในการดูแล ติดตามสานต่อนโยบายของพลเอกประยุทธ์ แต่ที่ผ่านมา เขาถูกมองว่าทำเกินหน้าที่ หรือ ทำตัวเป็น "องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่" จากการออกมาเปิดหน้าชน เป็นปากเป็นเสียง ตอบโต้กรณีที่มีประเด็นให้ร้าย โจมตีหรือพาดพิงนายกรัฐมนตรีอยู่เสมอ

แต่ธนกร มองว่าการออกมาปกป้องพลเอกประยุทธ์ ไม่ใช่หน้าที่ แต่เป็นความเต็มใจ ด้วยความเคารพ และเชื่อมั่นในตัวพลเอกประยุทธ์ จึงต้องออกมาปกป้อง ดูแลเท่าที่จะสามารถทำได้

สิ่งที่เป็นเรื่องอันน่าจดจำสำหรับ “รัฐบาลลุงตู่”

รัฐบาลลุงตู่ยุบสภา และเตรียมเดินหน้าสู่การ #เลือกตั้ง66 สิ่งที่เป็นเรื่องอันน่าจดจำสำหรับ “รัฐบาลลุงตู่” ที่เชื่อเหลือเกินว่า คงมีคนพูดถึงกันไปอีกนาน นั่นคือ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบางคนเรียกสั้นๆ ว่า “บัตรลุงตู่”

โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่มต้นขึ้นราวปี 2560 และอย่างที่ทราบกันว่า เป็นการช่วยเหลือเยียวยาคนไทย “ผู้มีรายได้น้อย” หรือคนยากคนจน ให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า โครงการเปิดมาเพียงไม่กี่ปี ก็เกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาดใหญ่ทั่วโลก ไม่มากก็น้อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าช่วยเหลือคนยากไร้ได้อย่างมากมาย

‘NBDC’ โร่แจงปมดรามา หลังโพสต์ภาพไม่เหมาะสม ด้านแอดมินต้นเรื่อง ออกรับผิดชอบด้วยการ ‘ลาออก’

จากกรณีดรามา ที่ทางบริษัท NBDC ได้โพสต์ภาพที่ไม่เหมาะสม ล่าสุด เฟซบุ๊ก ‘ผลิตและจำหน่ายอาหารปลาและอาหารสุกร - Fish and animals' feed product’ แอดมินเพจ NBDC ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออก โดยระบุว่า

เรื่อง ชี้แจงกรณี โพสข้อความและภาพที่ไม่เหมาะสมผ่านทางช่องทาง Facebook

วันที่ 29 มีนาคม 2566
จากกรณีที่แอดมินเพจของทางบริษัท NBDC ได้มีการโพสต์ภาพที่ไม่เหมาะสม จากการที่แอดมินทำ Viral ดังกล่าวมาทำ Content ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเพจเฟซบุ๊กของบริษัท ในการนี้บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งว่า...

ทางบริษัทไม่มีนโยบายและส่งเสริมการกระทำที่รุนแรง อันมีผลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ทางบริษัทจึงขออภัยในการกระทำดังกล่าว ซึ่งภายในวันนี้พนักงานที่เกี่ยวข้องได้ขอแสดงความรับผิดชอบต่อทุกฝ่าย โดยการยื่นหนังสือลาออก ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ยังได้เร่งประสานงานไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top