Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

'ซูเปอร์โพล' ชี้ ประชาชนวางใจ 'ประยุทธ์' มากที่สุด ในด้านการดูแลกองทัพ - สาธารณะสุข - ระบบดิจิทัล

(16 ต.ค. 65) นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความมั่นคงของชาติ กับ ภาคประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Survey) เพื่อลดความคลาดเคลื่อนแก้ปัญหาแหล่งความคลาดเคลื่อนจากผู้ถาม ผู้ตอบและเครื่องมือวัด จำนวน 1,176 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 12-15 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนจากการกำหนดขนาดตัวอย่างบวกลบร้อยละ 5 ในช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95

>> นักการเมืองที่ประชาชนวางใจมากที่สุดในการทำให้กองทัพเป็นทหารอาชีพ อยู่นอกการเมือง ทำให้กองทัพมีขนาดและขีดความสามารถที่เหมาะสม จำแนกตาม กลุ่มขั้วการเมืองฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและกลุ่มตัวช่วย หรือกลุ่มซอฟต์โหวต (Soft Vote) พบว่า ในขั้วรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับความวางใจจากประชาชนมากที่สุด คือร้อยละ 29.3 รองลงมาคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 14.2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 6.1 และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ร้อยละ 3.7

ในขั้วฝ่ายค้าน พบว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ร้อยละ 20.7 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ร้อยละ 9.0 และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้ร้อยละ 3.8 ในขณะที่ ขั้วกลุ่มตัวช่วย หรือ กลุ่มซอฟต์โหวต (Soft Vote) ได้แก่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร้อยละ 5.4 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 4.3 และอื่น ๆ ร้อยละ 3.5 ตามลำดับ

>> ที่น่าพิจารณาคือ ในยุคกระแสรัฐบาลดิจิทัลที่คนไทยส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ นักการเมืองที่ประชาชนวางใจมากที่สุดเรื่อง การป้องกันและตอบโต้การโจมตีระบบสื่อสาร อินเทอร์เน็ต ความปลอดภัยของเครือข่ายการเงิน ผลประโยชน์ของประชาชนและสินทรัพย์ดิจิทัล พบว่าในขั้วฝ่ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับความวางใจจากประชาชนมากที่สุด ร้อยละ 24.1 รองลงมาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 14.6 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 6.9 และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 2.8

ในขั้วฝ่ายค้าน พบว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ร้อยละ 21.3 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 9.7 และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 3.5 ในขณะที่ ขั้วกลุ่มตัวช่วยหรือกลุ่ม ซอฟต์โหวต (Soft Vote) พบว่า ประชาชนวางใจมากที่สุดได้แก่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร้อยละ 8.4 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 4.8 และอื่น ๆ ร้อยละ 3.9 ตามลำดับ

'ดร.ธรณ์' โพสต์ภาพเปรียบเทียบ 'ก่อน-หลัง' อ่าวมาหยา ลุ้น!! ทุกอย่างจะกลับไปสู่ความเศร้าในอดีตอีกหรือไม่?

จากเฟซบุ๊ก 'Thon Thamrongnawasawat' โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความการเปลี่ยนของอ่าวมาหยาไว้ ว่า...

ผมตั้งใจทำภาพเปรียบเทียบ before/after ที่อ่าวมาหยา เพื่อบอกว่าการท่องเที่ยวยุคก่อนกับยุคนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ภาพบนปี 2560 ภาพล่างเพิ่งถ่ายวันนี้ สิ่งที่ชัดเจนคือเรือหายไปหมด

เรือคือสิ่งคุกคามระบบนิเวศในอ่าวมาหยา

เรือมากมายทำให้ตะกอนฟุ้งกระจาย เรือมากมายทิ้งสมอในแนวปะการัง

เรือมากมายวิ่งไปวิ่งไปวิ่งมา จนฉลามไม่สามารถใช้อ่าวมาหยาเป็นบ้าน

เรือมากมายยังทำให้อ่าวมาหยากลายเป็นที่จอดเรือ ไม่ใช่อ่าวสวยที่สุดในโลก

ซึ่งนั่น มันเกินไป

มันเจ็บใจ มันเจ็บปวด มันบาดลึกในหัวใจคนรักทะเล

พวกเราจึงลุกขึ้นมา “ช่วยกัน” ในคืนที่ฟ้ามืดถึงที่สุด

“ช่วย” ใช้การลงมือทำ “ช่วย” มุ่งหวังที่ผลลัพธ์ มันจะเกิดขึ้นให้จงได้

ในวันนี้ อ่าวมาหยาเปิดอีกครั้ง แต่ไม่มีเรือมากมายอีกแล้ว

ในอ่าวมีเพียงปะการังที่กำลังเติบโต มีฝูงฉลามที่กลับมา “บ้าน”

เป็นภาพที่ตอบคำถามว่า เปิดท่องเที่ยวในอ่าวมาหยาอีกครั้ง ทุกอย่างจะกลับไปสู่ความเศร้าในอดีตอีกหรือไม่ ?

เรื่องรักนักเรียนนายร้อย ตอนที่ 2 คู่แข่งหัวใจ

>> ความเดิมตอนที่แล้ว
เหล่านักเรียนนายร้อยมาร่วมงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่ทางการจัดขึ้น โดยในงาน นักเรียนนายร้อยก. ได้เจอกับนักเรียนพยาบาล และพวกเขาก็ได้นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน

“เชิญครับ โต๊ะนี้ว่างครับ” นักเรียนนายร้อยจ้ำ ลุกขึ้นแล้วกล่าวเชื้อเชิญด้วยน้ำเสียงยินดีแบบสุดๆ กลุ่มของนักเรียนพยาบาลจึงเดินเข้ามาและนั่งร่วมโต๊ะกับนักเรียนนายร้อยก. และนักเรียนนายร้อยจ้ำ 

และนี่ก็ถึงเวลาเปิดตัวตัวร้ายของเรื่องนี้แล้วครับ โดยผู้ร้ายของเรื่องก็คือ นักเรียนนายร้อยส. นั่นเอง 

นักเรียนนายร้อยส. นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ใกล้ๆ โต๊ะของนักเรียนนายร้อยก. โดยที่นักเรียนนายร้อยส. ก็มองไปที่นักเรียนพยาบาลคนเดียวกับที่นักเรียนนายร้อยก. แอบมองอยู่เช่นกัน

ไม่นานนัก อาหารว่างก็ถูกนำมาเสิร์ฟ บนจานมีอาหารหลากหลาย เช่น ข้าวเกรียบ ฮอตด็อก ไข่เยี่ยวม้า และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างคนต่างมองอย่างจดๆ จ้องๆ กัน หลังจากนั้นก็ปล่อยหมัดเข้าหากัน ฝ่ายแดงเริ่มก่อนด้วยการแย็บที่ใบหน้า (บรรยากาศเหมือนพากย์มวย ฮา)

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนสงวนท่าทีไม่ยอมเสียเชิง ต่างค่อยๆ ใช้ตะเกียบคีบอาหารมาใส่ที่จานอย่างระมัดระวัง 

ส่วนนักเรียนนายร้อยจ้ำนั้น เริ่มก่อนไม่รั้งรอใคร ใช้ตะเกียบคืบอาหารเข้าปากแล้วกล่าวเชิญชวนทุกคน 

“ทานเลยครับ อร่อยทุกอย่างเลยครับ” นักเรียนนายร้อยจ้ำพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ เพราะอาหารที่เต็มปาก

ส่วนนักเรียนนายร้อยก. ก็ได้จังหวะเหมาะๆ จึงเป็นฝ่ายกล่าวเปิดการสนทนาก่อน

"ชื่ออะไรครับ?"

"ชื่อเขมิกาค่ะ" เสียงหวานๆ ตอบออกมาเบาๆ

พอเห็นว่าสาวที่ตัวเองชอบยอมคุยด้วย ซ้ำยังยอมบอกชื่อ นักเรียนนายร้อยก. ก็ถามอีกคำถาม เขาสังเกตจากอินทรธนูบนบ่าของเขมิกา ตัวอักษรและตัวเลขโลหะสีเงินที่เขียนว่า 'นพต ๑'

“อยู่ปีหนึ่งหรือครับ?” 

“ค่ะ” เขมิกาตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหวานๆ เช่นเดิม ท่าทางของเธอดูเคอะเขิน แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมากนัก

ทั้งสองคุยกันได้แค่นั้น อาหารอีกหลายจานก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะแบบรัวๆ ทว่านักเรียนนายร้อยก.ไม่ได้สนใจอาหารเท่าไหร่นัก ต่างจากนักเรียนนายร้อยจ้ำที่เมามันกับรสชาติของอาหารอย่างไม่สนใจเพื่อนร่วมโต๊ะเท่าไรนัก แต่ยังคงหยอดมุกตลกให้คนในโต๊ะได้หัวเราะโดยตลอด

แต่สิ่งที่ทั้งสองคนคิดเหมือนกันคือ ในวันนี้อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม พวกเขาจะต้องได้ชื่อและที่อยู่ของนักเรียนพยาบาลให้ได้ เพื่อภารกิจที่สำเร็จลุล่วงตามความมุ่งหมายของทางราชการ (ว่าเข้าไปนั่น)

ในเวลาเดียวกันนั้น นายกรัฐมนตรี กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม (พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ และพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) ก็เดินทางมาถึง 

ทั้งสองท่านเดินทักทาย นักเรียนนายร้อยและนักเรียนพยาบาลทุกโต๊ะ โดยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขเกิดขึ้นตลอดทั้งงาน (ตอนนั้นเป็นปี 2531 ครับ แต่หลังจากนี้อีก 3 ปี ก็ไม่มีบรรยากาศเช่นนี้แล้ว เมื่อกองทัพและรัฐบาลเริ่มห่างเหินและเดินทางเป็นเส้นขนานกัน และนำไปสู่การปฏิวัติในปี 2534)

วิธีการของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายเดียวกัน 

นักเรียนนายร้อยก. ใช้วิธีเนียนๆ คุยเลียบๆ เคียงๆ ไปเรื่อยๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เหยื่อตกใจตื่น (ล้อเล่นครับ) จนเขาขอชื่อและที่อยู่ของเขมิกาได้สำเร็จ

ส่วนนักเรียนนายร้อยจ้ำนั้น ก็เดินหน้าปฏิบัติการถามจริง ตอบตรง กับสาวน้อยอีกคนที่มีบุคลิกสนุกสนานมากที่สุดคนเดียวในโต๊ะ

“เราเป็นเพื่อนกันไหม คบกันไปดูใจกันก่อนแล้วค่อยเป็นแฟนกัน ถ้าถูกใจก็คบกันไป เพราะฉันเป็นคนไม่สนอะไรแบบสบาย สบาย สบาย” นักเรียนนายร้อยจ้ำพูดไปพลาง ร้องเพลงไปพลาง

เธอคนนี้ชื่อ สาวิตรี เธอเป็นคนสวย แต่ไม่ค่อยห่วงสวยสักเท่าไหร่ อีกทั้งยังเอียนเอียงไปทางตลกมากกว่า (หมายถึงเป็นคนตลก)

ขณะที่ทั้งโต๊ะกำลังสนุกสนาน หัวเราะ พูดคุยกันไปเรื่อยๆ จู่ๆ นักเรียนนายร้อยส. ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาที่โต๊ะของนักเรียนนายร้อยก. และนักเรียนนายร้อยจ้ำ

นักเรียนนายร้อนส. เข้ามาใกล้กับเขมิกา แล้วโค้งตัวลงเล็กน้อย สบตา ก่อนกล่าวเบาๆ ว่า 

“สวัสดีครับ ผมชื่อส. ผมอยากรู้จักคุณ ผมขอชื่อและที่อยู่ของคุณครับ ที่โต๊ะผมมีแต่นักเรียนพยาบาลปีสองที่ดูเหมือนจะแก่กว่าผมทั้งนั้นครับ อีกอย่างถ้าคุณไม่ช่วยผม ผมโดนทำโทษแน่ๆ” นักเรียนนายร้อยส. ทำเสียงเอื่อยๆ สั่นๆ จนน่าเห็นใจ เมื่อพูดจบก็ยื่นสมุดและปากกาที่พกมาด้วยให้กับเขมิกา

เขมิกาทำหน้างงๆ ปนตกใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าวันนี้จะมาเจอเหตุการณ์แปลกๆ เช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมเขียนข้อมูลลงในสมุดเล่นนั้นให้กับ นักเรียนนายร้อยส. ไป

นักเรียนนายร้อยจ้ำเห็นแบบนั้นจึงแอบกระซิบกับ นักเรียนนายร้อยก. ว่า 

“ไอ้ส. ใส่เกือก มันมาได้ไงวะ?”

'กรณ์' ผงาดหัวหน้าพรรค 'ชาติพัฒนากล้า' ลั่น!! ฟื้นเศรษฐกิจปลุกชีวิตยุคมนุษย์ทองคำ 

'กรณ์ จาติกวณิช' นั่งหัวหน้าพรรค 'ชาติพัฒนากล้า' ประเดิมปรับโฉมโลโก้พรรค ทันสมัยรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาล ลั่น เศรษฐกิจของชาติจะพัฒนาได้ต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าตัดสินใจ 

(16 ต.ค. 65) พรรคชาติพัฒนากล้า ประชุมใหญ่สามัญเพื่อจัดทัพกรรมการบริหารพรรค สู้ศึกการเลือกตั้ง ปรับภาพลักษณ์องค์กร เริ่มจากการปรับโลโก้ของพรรคใหม่ โดยมีตัวอักษร ช.ช้าง รูปแบบทันสมัยจากการรวมกันของเส้นโค้งสองเส้นที่ทรงพลัง เส้นโค้งสีน้ำเงิน คันธนูอันเข้มแข็ง มุ่งมั่นสู่เป้าหมาย เส้นโค้งสีเหลืองทองแกมแสด เปลวไฟอันรุ่งโรจน์ โชติช่วงชัชวาล สีเหลืองทองแกมแสด แทนความรุ่งโรจน์จากความกระตือรือร้น มั่นใจ กล้าทำ กล้าลอง พร้อมกับความอบอุ่นเหนียวแน่น สามัคคี ด้วยความสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด สีน้ำเงิน แทนความสุขุม รอบคอบ หนักแน่น เปรียบดังการกระทำการใหญ่ต้องใช้ประสบการณ์ เมื่อ 2 เส้นโค้งที่มาตัดกันในจุดที่สมดุลที่สุด จึงเกิดเป็นตัว ช.ช้าง ที่ลายหาง ช.ช้าง มีทิศทางชี้ขึ้นข้างบน เสมือนหนึ่งเป็นเส้นกราฟพุ่งสูงขึ้น เพื่อสื่อความหมายชาติไทย ที่มีการพัฒนาสร้างสรรค์เศรษฐกิจ และเกิดความเจริญรุ่งเรืองในทุกมิติ อันเป็นผลมาจากนโยบายทางสายกลาง และความประนีประนอม ที่แสดงออกด้วยเส้นสีเหลืองทองแกมแสดและสีน้ำเงินที่โอบเกี่ยวคล้องกัน

"โลโก้ ชาติพัฒนากล้า ช.แทนความหมายถึง 'ชาติ' ที่พร้อมจะ 'พัฒนา' ให้เจริญรุ่งเรือง โชติช่วงดุจเปลวเพลิงชัชวาลที่ไม่มีวันดับได้นั้น ต้องอาศัยความ 'กล้า' เป็นสำคัญ"

จากนั้นนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และเสนอชื่อ 'นายกรณ์ จาติกวณิช' ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน โดยที่ประชุมลงคะแนนเลือก นายกรณ์ เป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เป็นต้นไป  

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 30 ตำแหน่ง โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจจากทีมเศรษฐกิจของนายกรณ์เข้าร่วม ได้แก่ 

1.) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค 
2.) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค 
3.) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค 
3.) นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค 
4.) ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี รองเลขาธิการพรรค 

‘ชูวิทย์’ ยกเคส ‘แอ๊ด-โน้ส’ สะท้อน ‘ราชการเป็นใหญ่’ เมื่อพูดความจริงจะอึดอัด ต้องคอยเกรงใจเจ้าที่เจ้าทาง

(16 ต.ค. 65) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้...

‘แอ๊ด’ ขอโทษผู้ว่าฯแล้ว รับอารมณ์ชั่ววูบ-ขาดสติ พร้อมอ้าแขนรับความผิด

พี่แอ๊ดน่าจะทราบ ประเทศไทยเป็นระบบ “ราชการเป็นใหญ่”

ศิลปินอย่างพี่แอ๊ดหากวิพากษ์วิจารณ์บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ก็ไม่ต้องมานั่งขอโทษขอโพย สำนึกผิด

'ก้าวไกล' ซัดรัฐบาลจัดการน้ำล้มเหลว ทำอุบลฯ ท่วมร่วมเดือน พยากรณ์ผิดพลาด ชาวบ้านต้องยกของขึ้นที่สูงทุกวัน 

วิศรุต สวัสดิ์วร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อุบลราชธานี เขต 1 พรรคก้าวไกล สะท้อนปัญหาการจัดการน้ำในลุ่มน้ำภาคอีสานของรัฐบาลว่า จังหวัดอุบลน้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 1 เดือนกว่าแล้วที่คนอุบลต้องทนอยู่กับน้ำท่วม ระดับน้ำเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยชาวบ้านฟังการแจ้งเตือนภัยจากรัฐบาล แต่ระบบการเตือนภัยผิดพลาดสับสน จากเดิมที่บอกว่าน้ำท่วมไม่เกินปี 2545 ต่อมาประกาศเพิ่มเป็นไม่เกินปี 2562 แต่จนถึงปัจจุบันน้ำท่วมสูงกว่าปี 2562 แล้ว การพยากรณ์ที่ผิดพลาดทำให้ชาวบ้านต้องยกของขึ้นที่สูงทุกวัน ตามที่รัฐบาลพยากรณ์ใหม่ทุก 2 วัน

อีกทั้งการจัดการศูนย์อพยพในช่วงต้นของการเกิดน้ำท่วมว่า ไม่มีการเตรียมตัว แม้แต่ศูนย์อพยพที่ไม่ได้มาตรฐานคนยังแย่งกัน คนแย่งเต็นท์กัน กว่าจะตั้งหลักได้ น้ำท่วมถึงศูนย์อพยพจุดที่ 2 แล้ว ทั้งๆ ที่ระดับน้ำของจังหวัดอุบลเป็นมวลน้ำที่มาจากที่อื่น ควรจะคำนวณระดับน้ำได้ แต่รัฐบาลกลับไม่มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า จ.อุบลน้ำท่วมแทบทุกปี ควรมีแผนเตรียมอพยพและศูนย์อพยพล่วงหน้าไว้ให้พร้อม โดยพิจารณาจากสถานที่ราชการบางส่วน สนามกีฬา เพื่อใช้เป็นศูนย์อพยพที่ได้มาตรฐาน

'มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก' ถูก 'Facebook' ลดผู้ติดตาม-ยอดผู้ชม ผลพวงจาก EGO ที่ใหญ่เกินไป บวกความมั่นใจเกินเหตุ

(16 ต.ค. 65) เมื่อไม่นานมานี้ เพจ 'Open Up' ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าของบริษัท Meta หรืออีกชื่อที่เรารู้จักกันดีคือ Facebook ที่เจ้าตัวถูกอัลกอริทึมที่ทางบริษัทของเขาพัฒนาขึ้นมาย้อนกลับมาเล่นงานเข้าอย่างจัง ไว้อย่างน่าสนใจว่า...

'แพ้ภัยตัวเอง' มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ถูก EGO ของตัวเองเล่นงานอย่างหนักหน่วง

ล่าสุดที่เฟซบุ๊กมีข่าวที่ยอดผู้ติดตามของทุกเพจลดฮวบอย่างไม่ทราบสาเหตุ แม้แต่ 'มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก' เจ้าของเฟซบุ๊กยังโดนลดผู้ติดตามเหลือเพียงแค่ 9,993 คน ซึ่งนั้นก็ส่งผลกระทบที่ร้ายแรงมากๆ กับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงในเฟซบุ๊ก (ปัจจุบันนี้ผู้ติดตามในเฟซบุ๊กของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เพิ่มขึ้นมาเป็น 119,247,643 คนแล้ว)

ซึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น พี่มาร์กแกก็เพิ่งไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก 'Meta Connect' ที่เล่าความคืบหน้าเกี่ยวกับ Augmented reality และ Virtual reality แต่ปรากฏว่าตลอดช่วงของการถ่ายทอดสดมียอดผู้ชมเพียง 2,000-4,700 คนเพียงเท่านั้น เอาจริงน้อยกว่าไลฟ์สดของแม่ค้าออนไลน์บางท่านในไทยเลยด้วยซ้ำ 555555

แต่ถ้าเราลองมาวิเคราะห์กันแบบจริงจัง หลายๆ อย่างที่มาร์กทำก็ดูไม่สมเหตุสมผลแถมยังเป็นการพาตัวเองดำดิ่งลงหลุมที่ตัวเองเป็นคนขุดขึ้นจากความ EGO ที่คิดว่าแพลตฟอร์มของตัวเองไม่มีใครสามารถทัดเทียมได้ ถ้าลองสังเกตดีๆ หลายอย่างที่บริษัท Meta a.k.a Facebook ในช่วงหลังๆ มานี้ ก็ไม่ค่อยจะเวิร์กสักเท่าไหร่ 

'สุทิน' ชี้ นโยบายเพื่อไทย ยังมีของดีอีกเยอะ ส่วนรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ บอก "ก็พอรู้ๆ กันอยู่"

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 65 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดนโยบายพรรคในฟอรั่ม 2 ว่า จะมีมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่กำหนดระยะเวลา เพราะต้องดูสถานการณ์ แต่ยืนยันว่า เมื่อเปิดมาจะเป็นอะไรที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งของดียังไม่ออกอีกเยอะ

เมื่อถามถึง การพูดคุยเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นายสุทิน กล่าวว่า คุยกันไปเรื่อยๆ แต่เราก็คงไม่เปิดไว้ก่อน เปิดไว้นานไม่ดี ก็คิดว่าใกล้เวลาที่สุด แต่ก็พอรู้ๆ กันอยู่ เราต้องดูสถานการณ์แต่ก็พร้อมเคาะทุกเมื่อ

17 ตุลาคม ‘วันตํารวจแห่งชาติ’ วันสำคัญของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ รำลึกถึงผู้ยึดมั่นรับใช้ประชาชน

วันตํารวจแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของไทย 

เดิมทีวันตำรวจแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2458 โดยเป็นวันประกาศรวม 'กรมพลตระเวน' กับ 'กรมตำรวจภูธร' เป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า 'กรมตำรวจ' ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น 'สำนักงานตำรวจแห่งชาติ' กรมตำรวจจึงได้ยึดถือเอาวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปีเป็น วันตำรวจ และได้มีการประกอบพิธี วันตำรวจ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2492 ซึ่งในขณะนั้น พล.ต.อ. หลวงชาติ ตระการโกศล เป็นอธิบดีกรมตำรวจและ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี

จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2560 พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในขณะนั้นมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงวันตำรวจไทย ให้เป็นวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (17 ตุลาคม พ.ศ. 2541) เนื่องจากวันที่ 13 ตุลาคม ตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นการแสดงความเคารพเทิดทูนพระองค์

ทั้งนี้ หากย้อนไปที่ประวัติของตำรวจไทย กิจการตำรวจได้กำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราระเบียบการปกครองบ้านเมืองเป็น 4 เหล่า เรียกว่า จตุสดมภ์ ได้แก่ เวียง วัง คลัง นา และพร้อมกันนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีกิจการตำรวจขึ้น โดยให้ขึ้นอยู่กับเวียง อันมีเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ สมุหนายก อัครมหาเสนาบดี เป็นผู้บังคับบัญชา

สำหรับกิจการตำรวจในขณะนั้น แบ่งออกเป็นตำรวจพระนครบาล ตำรวจภูธร ส่วนตำรวจหลวงให้ขึ้นอยู่กับวัง มีเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี ศรีรัตนมณเฑียรบาล เป็นผู้บังคับบัญชา และทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราศักดินาของตำรวจไว้เป็นบรรทัดฐานในบทพระอัยการ ระบุตำแหน่งนายพลเรือน เช่นเดียวกับข้าราชการฝ่ายอื่น

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารหลายชิ้นที่แสดงว่าบุคคลที่จะเป็นตำรวจได้นั้นต้องคัดเลือกจากผู้ที่มีชาติกำเนิดสืบเชื้อสายมาจากตระกูลที่ได้ทำคุณงามความดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และต้องเป็นบุคคลที่ทรงวางพระราชหฤทัย การบังคับบัญชาตำรวจก็ต้องขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะแต่พระองค์เดียว ทำให้กิจการตำรวจในยุคนี้จะจัดตั้งเพื่อให้ทำหน้าที่ในวงจำกัด และมิได้ขยายไปยังส่วนการปกครองทั่วประเทศเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป มีการติดต่อกับชาวต่างประเทศมากขึ้น กรมตำรวจจึงได้รับความสนใจที่จะปรับปรุงรูปแบบเพื่อให้เป็นไปตามแบบอย่างประเทศตะวันตก

โดยในปี พ.ศ. 2405 สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปรับปรุงกิจการตำรวจครั้งสำคัญ กล่าวคือ มีการจัดตั้งกองตำรวจขึ้นเป็นครั้งแรกตามแบบอย่างยุโรป เรียกว่า กองโปลิศ โดยจ้างชาวมลายูและชาวอินเดียเป็นตำรวจ เรียกว่า คอนสเตเปิล โดยให้มีหน้าที่รักษาการณ์แต่ในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน และขึ้นอยู่กับสังกัดกรมพระนครบาล

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปรับปรุงกองโปลิศ และจัดตั้งตำรวจภูธรขึ้นเป็นทหารโปลิศ ในปี พ.ศ. 2419 เพื่อให้เป็นกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในส่วนภูมิภาค และให้สามารถปฏิบัติการทางทหารได้ด้วย โดยได้ว่าจ้างนาย G. Schau ชาวเดนมาร์ก เป็นผู้วางโครงการ

'บิ๊กป้อม' เผย ติดตามเดี่ยวของ 'โน้ส อุดม' มาตลอด ชี้ เห็นวิจารณ์ทุกรัฐบาล ไม่ควรทำเป็นเรื่องใหญ่โต

(16 ต.ค. 65) จากกรณีเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในทอร์กโชว์ 'เดี่ยว 13' ที่เมื่อเผยแพร่ออกไปแล้ว กระแสในโลกออนไลน์ก็ร้อนระอุแบบสุดๆ เสียงของชาวเน็ตไทยแตกออกเป็น 2 ฝั่ง

ฝั่งที่เห็นด้วยกับคำพูดของ 'โน้ส อุดม แต้พานิช' ก็มองว่าไม่ได้วิจารณ์เกินจริง อีกทั้งโน้ส อุดม ก็วิจารณ์ทุกรัฐบาลในทุกๆ การโชว์เดี่ยวไมโครโฟนของเขาอยู่แล้ว หากใครที่ติดตามมาตลอดจะรู้ดี

แต่ในมุมของคนที่เชียร์และชื่นชอบรัฐบาลชุดนี้ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เพราะมีความรู้สึกว่า การที่โน้ส อุดมพูดถึงรัฐบาลในลักษณะนั้น เป็นการบิดเบือนข้อมูล พูดเกินเลย ต่างไปจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และบางคนถึงขั้นยอมทิ้ง DVD การแสดงเดี่ยวของโน้ส อุดม ทั้งๆ ที่ติดตามและเก็บเป็นของสะสมมาตั้งนาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top