Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

ได้กลิ่นความเจริญ!! ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ระยะที่ 2 เมกะโปรเจกต์ฝั่ง EEC ว่าที่ 'ถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุด' ของประเทศไทย

เมื่อไม่นานมากนี้ เพจ 'Open Up' ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับถนนเลียบทะเล หรือ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ระยะที่ 2 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไว้อย่างน่าสนใจว่า...

“กลิ่นความเจริญมาเต็ม” ไทยกำลังจะมีถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดอีกสาย

วันนี้ผมจะมาเรามาทำความรู้จักและอัปเดตอีกหนึ่งโครงการเมกะโปรเจกต์แบบเบิ้ม ๆ ที่ตอนนี้เขากำลังพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทางฝั่งระยอง ซึ่งโครงการนี้เป็นเหมือนหนังภาคต่อ จากถนนเส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิต หรือที่รู้จักกันติดปาก ถนนชล - จันท์ เชื่อมการเดินทางระหว่าง จ.ชลบุรี - จ.ระยอง - จ.จันทบุรี - จ.ตราด เข้าไว้ด้วยกัน

โดยถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ระยะที่ 2 คือถนนที่เชื่อมโยงพื้นตั้งแต่ อู่ตะเภา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี เข้าไว้ด้วยกันครับ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดนั้น ๆ  อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานภายใต้แผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

นอกจากนี้นะครับ เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่เลียบติดกับชายทะเล ของฝั่งภาคตะวันออก และด้วยระยะทางกว่า 95 กิโลเมตร ที่เชื่อมโยงกับ EEC ทั้ง 2 โครงการ คือ เมืองการบินสนามบินอู่ตะเภา และท่าเรือมาบตาพุด เรียกได้เลยว่าลงจากสนามบินก็เจอกับถนนสวย ๆ มารองรับถึงที่เลยทีเดียว

แถมยังโดยตัดผ่านกับหาดและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญหลายจุด เช่น อนุสาวรีย์สุนทรภู่
แหลมแม่พิมพ์, สวนสน, หาดแม่รำพึง, แหลมรุ่งเรือง, หาดแหลมเจริญ, หาดแสงจันทร์, หาดสุชาดา, หาดทรายทอง, หาดพยูน และหาดพลา โคตรเยอะนี่พิมจนเหนื่อยคิดเอา 55555555 

นอกจากการพัฒนาเส้นทางสายนี้แล้ว ทางโครงการก็ตั้งเป้าที่จะยกระดับสถานที่ท่องเที่ยวเดิม ให้มีเสน่ห์และดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น การปรับปรุงถนนคนเดินตลาดบ้านเพ ปรับปรุงอนุสาวรีย์สุนทรภู่ จัดการเดินทางใหม่ให้เชื่อมโยงถึงกัน และเชื่อมต่อในพื้นที่ปากน้ำด้วยสะพาน ปากน้ำระยอง โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรม ในการดำเนินการศึกษาออกแบบทั้งหมดอีกด้วย 

'เพื่อไทย' ซัด 'ประยุทธ์' ทำเสรีภาพทางการเมืองไทยตกต่ำ ยก 'เดี่ยว 13' เป็นตัวอย่าง คนฝั่งรัฐบาลดีดดิ้น จ้องดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิเสรีภาพพลเมืองหรือฟรีดอมเฮาส์ (Freedom House) เผยแพร่รายงานเสรีภาพโลกประจำปี 2022 (Freedom of the World 2022) ที่ประเมินสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพของประชาชนในแต่ละประเทศทั่วโลก พบว่าประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในประเทศไร้เสรีภาพเป็นอันดับที่ 7 ของโลก ซึ่งถูกลดขั้นตกชั้นติดต่อกัน 2 ปีซ้อน ถูกรวมอยู่ในกลุ่มประเทศที่ประสบกับวิกฤตการถดถอยของเสรีภาพหนักที่สุดแย่กว่าเยเมน ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 21 และอัฟกานิสถานอันดับที่ 22 ทั้งยังเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษจากการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ชุมนุมที่เรียกร้องประชาธิปไตย

ขณะที่อันดับการประเมินด้านสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพพลเมืองไทยได้ 29 คะแนนจากเต็ม 100 คะแนนว่า ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยภายใต้การนำของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กว่าเกือบทศวรรษ สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนคนไทยตกต่ำอย่างหนัก ไทยต้องประสบกับสภาวะถดถอยทางเสรีภาพขั้นวิกฤต โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ที่นับวันพัฒนาการทางประชาธิปไตยยิ่งเสื่อมถอยลงทุกวัน  ถูกลดชั้นจากองค์กรระหว่างประเทศทุกปี ไม่มีความสง่างามในเวทีโลก เพราะความพยายามปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก รวมทั้งการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลถูกจำกัด การชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นเงื่อนไขให้รัฐบาลดำเนินคดีและจับกุมคุมขังคนเห็นต่างในที่สุด 

'สร้างอนาคตไทย' พร้อมรวมพรรค 'ไทยสร้างไทย' ย้ำ!! แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคต้อง 'สมคิด' 

(15 ต.ค. 65) นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการรวมกันของพรรค สอท. และพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โดย น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรค ทสท. ได้ตั้งเงื่อนไขว่าอุดมการณ์ต้องชัด และไม่เป็นนั่งร้านให้เผด็จการ ว่า นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค สอท. ย้ำจุดยืนในเรื่องนี้แล้ว จะไม่เป็นนั่งร้านให้กับใคร และมีจุดยืนเป็นของตัวเอง โดยเสนอ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค สอท. เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค

ILINK ปลื้ม!! คว้ารางวัล 'หุ้นยั่งยืน' (THSI) 2565 เป็นปีที่ 4 สะท้อนธุรกิจแกร่ง คู่คำนึงสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

ILINK ปลื้ม คว้ารางวัล หุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment (THSI) 2565 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

คุณวริษา อนันตรัมพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และผู้นำเข้าและค้าส่งอุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ ปราบปลื้มที่ ILINK คว้ารางวัล Thailand Sustainability Investment (THSI) หรือ หุ้นยั่งยืน ประจำปี 2565 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

'ปู-จิตกร' ชี้!! จุดอ่อนฝ่ายตอบโต้กรณี 'โน้ส เดี่ยว 13' ไม่ได้ทำให้เกิดความจริงที่กระจ่างและน่าฟังกว่า

(15 ต.ค. 65) ปู จิตกร บุษบา พิธีกรและคอลัมนิสต์ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีโน้ส อุดม แต้พานิช ว่า...

สรุป : เมื่อนำความคิดเห็นของคนเหล่านี้มาเรียงเข้าด้วยกัน สิ่งที่เราควรเห็น คือ...

1.ทุกคนคิดบน “จุดยืนทางการเมือง” ของตัวเอง ทำให้ไม่สามารถเห็น “ภาพรวมของเรื่อง” ได้ จนกว่าจะนำภาพหลายๆ ภาพ มาต่อกันกันดังที่ปรากฏในบทความนี้ ปัญหาคือ ทำอย่างไร ให้คนในสังคมไทยคิดจาก “ความรู้” โต้แย้งกันที่ “ตัวประเด็น” ก่อน “ตัวคน” และก่อน “ความรู้สึก

2.เอาเฉพาะ “ความจริง” ปัจจุบันก็มี “ความจริงของใครของมัน” อีก เช่น ทักษิณ ชินวัตร มีพฤติกรรมคอร์รัปชันและใช้อำนาจในตำแหน่งนายกฯ เพื่อประโยชน์ของตนและครอบครัวมากมาย มีคำพิพากษาปรากฏให้อ่าน ให้ศึกษา คนจำนวนหนึ่งก็ยังเชื่อว่า ทักษิณดี เขาถูกกลั่นแกล้ง อยากให้เขากลับมา กรณี พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ต่างกัน พวกหนึ่งบอกท่านมีผลงานเยอะแยะ อีกพวกรวมทั้งโน้สด้วย บอกไม่มีผลงาน ทั้งๆ ที่เรื่องผลงานเป็นเรื่องรูปธรรมแท้ๆ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนระดับนำในสังคมต้องช่วยกันทำ คือนำพาผู้คน “ตีฝ่าความรู้สึก ชอบใจ/ขัดใจ” ไปสู่ความคิด ความรู้ และการโต้แย้งกันด้วยข้อเท็จจริง หลักการ เหตุผล ไม่ใช่ไม่ชอบที่ “เดี๋ยว 13 แขวะ” แต่ก็แขวะกลับเรื่องธรรมกาย เป็นต้น

บิ๊กเด่นนำทีม PCT ลุยค้นปืนเถื่อน 4 จุด สั่งซื้อทางยูทูบดังพบปืนพร้อมกระสุนเพียบ

ปัจจุบันในประเทศไทยมีการก่ออาชญากรรมสะเทือนขวัญที่มีการใช้อาวุธปืนในการกระทำความผิดอยู่บ่อยครั้ง  สร้างความหวาดกลัวของประชาชนไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เร่งระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนโดยเร่งด่วน ซึ่งในห้วงที่ผ่านมานั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการระดมกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ชุด ศปอส.ตร. (PCT) ชุด5 ขยายผลจากการจับกุมในห้วงที่ผ่านมา โดยขยายผลมายังกลุ่ม “ผู้ซื้อ” กว่าหลายแห่งในประเทศไทย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้  พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง. นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.ชป.5 ศปอส.ตร. (PCT5), พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สืบสวน ภ.จว.ระยอง, พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ สว.(สอบสวน) สน.บางกอกใหญ่, พ.ต.ต.สุริยะ น้อยภักดี สว.(สอบสวน) สน.เตาปูน, พ.ต.ต.สุริยะ น้อยภักดี สว.(สอบสวน) สน.เตาปูน, พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.2, ร.ต.อ.ภัสส์กร เฉลียวบุญ รอง สว.สส.สภ.บางปะกง, ร.ต.อ.วุฒินันท์ คงดี รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.2, ร.ต.อ., ร.ต.อ.ปรมา ปราณี รอง สว.กก.2 บก.สส.ภ.2 ทำการสืบสวนนำมาสู่ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุม

เมื่อวันที่ 13-14 ตถลาคม2565 เจ้าหน้าที่ชุด pct 5 เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย จำนวน 4 จุด ดังนี้.

1. บ้านเลขที่ 27/71 ม.3 ม.กิตติชัยวิลล่า 7 ถ.มิตรไมตรี คู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาลอาญาที่ 677/2565 ลงวันที่ 12 ต.ค.2565 ได้จับกุมตัว นายก. นามสมมติ อายุ 17 ปี ที่อยู่ 27/71 ม.3 ม.กิตติชัยวิลล่า 7 ถ.มิตรไมตรี คู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พร้อมลูกกระสุนปืน ขนาด .380 จำนวน 4 นัด และซองปืนสีดำ 1 อัน อยู่ภายในห้องครัวที่บ้านพักหลังดังกล่าว 

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวในข้อหา “มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดย นายกฤตเมธฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่า ลูกกระสุนปืนดังกล่าว ตนเป็นผู้ครอบครอง ซึ่งรุ่นพี่ให้มา และยอมรับว่าเคยมีอาวุธปืนดัดแปลง ชนิดลูกโม่ .38 ซื้อจากรุ่นพี่คนหนึ่ง ด้วยราคา 10,000 บาท แต่ขายไปให้กับรุ่นพี่อีกคน พร้อมกับปืนแบลงค์กันอีก 1 กระบอก ในราคา 20,000 บาท จากนั้นได้ควบคุมตัวนายกพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ลำหิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

2. ขยายผลจากจุด 1 ค้นบ้านเลขที่ 193/1 ถ.แบนชะโด แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาลอาญามีนบุรีที่ 678/2565 ลงวันที่ 13 ต.ค.2565 พบและจับกุมตัว

นายสมชาย นิลขำ อายุ 50 ปี ที่อยู่ 437 ม.3 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางประกอบด้วย 

1.ซองกระสุนปืน (แม็กกาซีน) ขนาด 9 มม. สีเงิน จำนวน 1 อัน 
2.เครื่องกระสุนปืน ลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด 
3.ระเบิดปิงปอง(ทำเอง) พันด้วยเทปสีดำ จำนวน 2 ก้อน 
4.ลูกประทัด (ลูกบอล) จำนวน 21 ลูก อยู่ภายในบ้านพักหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหา “มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยนายสมชายฯ ให้การรับสารภาพตลอด และรับว่า ของกลางลำดับที่ 1 และ 2 เป็นของตนจริง ส่วนของกลางลำดับที่ 3 และ  4 เป็นของคนรู้จัก จึงขยายผล และส่ง พฐ. ตรวจสอบจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.นิมิตรใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขานรับนโยบาย นายกรัฐมนตรี เร่งปราบปรามและเตือนภัย มิจฉาชีพหลอกลงทุนอ้างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

วันนี้ (15 ต.ค.65) เวลา 15.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยกรณีมีการแชร์ ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลอกเปิดพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเป็นเหยื่อ 

พล.ต.ต.อาชยนฯ เผยว่า กรณีสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย)ได้มีการแชร์ข่าวชักชวนร่วมลงทุน ข้อความว่า “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดให้ซื้อรถในฝันได้ด้วยพอร์ตหุ้น 1,000 บาท, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดให้ซื้อบ้านหรูด้วยพอร์ตหุ้น เพียง 1,000 บาท, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดลงทุนเป็นเจ้าของคอนโดได้ ด้วยพอร์ตหุ้น 1,000 บาท, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดพอร์ตลงทุนสินทรัพย์น้ำมัน เริ่มต้น 1,000 บาท” ซึ่งไม่ได้รับอนุญาติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ได้ตรวจสอบไปที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว มีการนำโลโก้ (SET) มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด ซึ่งการผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสนนั้น การกระทำของผู้โพสต์ เข้าข่าย โดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันเป็นการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1) และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีโทษทั้งจำและปรับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอม และผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจัง

'แอ๊ด คาราบาว' ขอโทษ ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี หลังใช้คำพูดไม่เหมาะสม ยัน!! พร้อมรับความผิด

(16 ต.ค. 65) จากกรณีที่มีคลิป เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ 'แอ๊ด คาราบาว' ศิลปินแห่งชาติ ได้กล่าวถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีบนเวทีงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ด้วยความไม่พอใจ หลังจากเจ้าตัวไม่ได้เล่นคอนเสิร์ต งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ประจำปี 65 จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงความเหมาะสม

ต่อมา นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี ทราบเรื่องได้โพสต์ชี้แจงว่า การจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ประจำปี 65 ว่า เป็นเรื่องของฝ่ายงานเอกชนดำเนินการ ก่อนที่ตัวเองจะเข้ามารับตำแหน่ง ยืนยันไม่ใช่งานของจังหวัดแต่อย่างใด ก่อนจะมอบหมายให้ นิติกรชำนาญการสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ

'ธนกร' ขอบคุณนายกฯ สั่งช่วยเหลือกลุ่ม SMEs หลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม

'ธนกร' ขอบคุณนายกฯ สั่งการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทุกกลุ่ม ล่าสุด บยส. รับไม้ต่อช่วยทันทีกลุ่ม SMEs ใน 25 จังหวัดพักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวดชำระ-ประนอมหนี้ นานสูงสุด 6 เดือน แนะฝ่ายค้านเพลาการเมืองหยุดสาดโคลนดิสเครดิตรัฐบาล

(16 ต.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอชื่นชมรัฐบาลที่ช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชน ผู้ประกอบการ SMEs ที่ประสบภัยน้ำท่วมขณะนี้ในทุกมิติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการหน่วยงานของรัฐให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือลูกหนี้สถาบันการเงินภาครัฐ ซึ่งธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายการดูแลและช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วนและทันท่วงทีของรัฐบาลแล้ว 

นอกจากนี้ในส่วนของผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ล่าสุดคณะกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ได้อนุมัติมาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ - ค่าจัดการค้ำประกันสินเชื่อ และ อนุมัติมาตรการช่วยลูกหนี้ ที่เข้าโครงการประนอมหนี้กับ บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 25 จังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการ SMEs  สำหรับลูกค้าและลูกหนี้ค้ำประกันสินเชื่อ บสย. และติดตามให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่

'แรมโบ้' ชี้ นายกฯ ไม่สนใจพวกใช้น้ำลายหากิน เตือน 'โน้ส อุดม' พูดอะไรก็ระวังกม. ยุยงปลุกปั่น

(16 ต.ค. 65) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี 'เดี่ยว 13' ของโน้ส อุดม แต้พานิช ที่ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และนายกฯ นั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เป็นสิทธิขั้นพื้นที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่อย่าถึงขั้นลิดรอนสิทธิ์ส่วนบุคคลที่ทำให้เสื่อมเสีย และที่ผ่านมา นายกฯ ประยุทธ์ ก็เปิดกว้างพร้อมที่จะรับฟังข้อท้วงติง ข้อเสนอแนะ และนำมาปรับใช้ในการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองอยู่แล้ว

นายเสกสกลกล่าวว่า ไม่เพียงแต่บุคคลทั่วไปที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งฝ่ายค้านที่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเห็นว่านายกฯ ประยุทธ์ ก็พร้อมรับฟัง แต่หากข้อมูลใดเป็นเท็จ หรือคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงก็ชี้แจงไปตามกระบวนการในระบอบรัฐสภา 

ส่วนกรณีนายโน้ส อุดม แต้พานิช ที่เป็นกระแสสองสามวันที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นท่านนายกฯ ประยุทธ์ออกมาตอบโต้ หรือจะฟ้องร้องเอาผิดอะไร ท่านนายกฯ เจอในสภาฯ มา ฝ่ายค้านอภิปรายหนักยิ่งกว่านี้ก็ยังอดทนได้ จะไปสนใจอะไรกันกับนักพูดคนหนึ่งไม่ต่างนักโต้เวทีสภาโจ๊กเท่านั้น ในมุมมองของตนคิดเช่นนั้น

อย่างไรก็ตามที่มีกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลท่านนายกฯ ประยุทธ์ ออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้นายโน้ส อุดม หรือบางคนจะฟ้องร้องดำเนินคดีเอาผิดนายโน้ส อุดม ก็เป็นเรื่องปกติตามระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว ซึ่งคนที่เห็นว่า นายโน้ส อุดม ทำไม่ถูกก็เป็นสิทธิแต่ละคนที่จะไปดำเนินการเอง ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องว่านายกฯ เป็นคนสั่งการเลยสักนิด เพราะท่านนายกฯ อดทนกับเสียงนกเสียงกามามากต่อมาก ท่านเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองคงไม่เก็บพวกปากหอยปากปูมาเป็นสาระ อดทนตั้งใจทำงานบริหารบ้านเมืองดีกว่าเพราะขณะนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อน พี่น้องประชาชนที่กำลังประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วม ได้รับความทุกข์หลายจังหวัด พี่น้องคนไทยส่วนใหญ่รวมพลังร่วมใจทำหน้าที่จิตอาสาลงไปดูแลเยียวยา หาเครื่องอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลือพี่น้องที่ถูกน้ำท่วมกันอย่างล้นหลาม คงไม่มีเวลามานั่งฟังพวกใช้น้ำลายใช้วาทะกรรมจากปากหากิน หารายได้ พูดมากจนน้ำลายท่วมปาก เที่ยวบูลลี่ด่าทอ ล้อเลียนคนอื่นไปวันๆ อย่างนี้หรอก เอาเวลาออกไปช่วยเหลือชาวบ้านเดือดร้อนน้ำท่วมได้บุญกุศลมากกว่ากันเยอะเลย

"ใครที่ชอบออกมาวิพากษ์วิจารณ์โจมตีคนที่เขารักเขาศรัทธาและที่เขาสนับสนุน เขาก็พร้อมจะออกมาปกป้อง ถ้าหากว่าคุณพูดข้อมูลเป็นเท็จ สร้างความเข้าใจผิดจนเกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสีย พฤติกรรม
เช่นนี้อย่ามาเที่ยวอ้างสิทธิเสรีภาพหรืออ้างประชาธิปไตยเลย คุณก็ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อคำพูดด้วยเช่นกัน ถ้ามีใครออกมาดำเนินคดีกับคุณ ไม่ใช่อ้างแต่เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญหรือประชาธิปไตยของตัวข้าเพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายที่คิดไม่เหมือนกลายเป็นเผด็จการ แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตยหรอก เขาเรียกว่า พวกอคตินิยม ความคิดเห็นแก่ตัวเข้าข้างตัวเองของพวกข้าคือความถูกต้องมากกว่า นี่มันสิทธิเสรีภาพแบบไหนกัน" นายเสกสกล กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top