Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

'คณะบัญชีจุฬาฯ' ผนึก 'พีทีจี' สร้างแนวคิด Ed-Enterprise เปิดบริษัทจริงในมหาวิทยาลัย ดันนิสิตฯ เรียนรู้คู่การทำงาน

โครงการคณะบัญชี จุฬาฯ สร้างแนวคิด Ed-Enterprise เปิดบริษัทจริงในมหาวิทยาลัย ต้นแบบแห่งการเรียนรู้คู่การทำงานจริง โดยการสนับสนุนจาก บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างบริษัท Chula Business Enterprise เพื่อให้กลายเป็น Real Business in the School ครั้งแรกของโลกการศึกษาเป็น New Model of Business Ed-Enterprise นำร่องคณะด้านบริหารธุรกิจที่นิสิตได้กลายเป็นผู้เรียนและทำงานในบริษัทควบคู่กันไปผ่านแพลตฟอร์มทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยโครงการแรกเป็นความร่วมมือกับ พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (PTG)

การก่อตั้งบริษัท Chula Business Enterprise จะเป็นการเปิดโอกาสให้นิสิตเรียนรู้ธุรกิจจริง ปฏิบัติงานจริงในรูปแบบบริษัท ที่สนับสนุนโดย PTG ซึ่งนิสิตสามารถปฏิบัติงานได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน โดยการร่วมมือกันครั้งแรกนี้ คณะบัญชี จุฬาฯ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ PTG ที่เริ่มต้นด้วยการสนับสนุนการสร้างพื้นที่ CBS Lounge ที่เป็น Co-working space พื้นที่ในการสรรสร้างไอเดียทางธุรกิจของนิสิตและยังมีการสร้างธุรกิจแบรนด์ร้านกาแฟ CBS Cafe’ ที่สนับสนุนโดยกาแฟพันธุ์ไทย และ สร้างธุรกิจร้านสะดวกซื้อ CBS Mart ที่สนับสนุนโดย PT Max Mart เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้ทำงานจริงควบคู่ไปกับการเรียน

เจ้าของ TikTok รวยแซงหน้า 'มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก' ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 49,500 ล้านดอลลาร์

Zhang Yiming นักธุรกิจชาวจีน ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ TikTok รวยแซงหน้า Mark Zuckerberg ซีอีโอ และผู้ถือหุ้นใหญ่ Meta แล้ว หลังจาก Meta เจอมรสมระลอกใหญ่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นร่วงหนัก ขณะที่ Elon Musk ยังครองแชมป์รวยที่สุด ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 219,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัท Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram โดนปัญหาเศรษฐกิจและพิษสงครามรุมเร้า จนทำให้ต้องประกาศลดพนักงาน และปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ความมั่งคั่งของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอ และผู้ถือหุ้นใหญ่ Meta ลดลงตามไปด้วย

ขณะที่มาร์ก ชักเคอร์เบิร์ก กำลังประสบปัญหา ในทางตรงกันข้าม Zhang Yiming นักธุรกิจชาวจีน ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok กลับมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยก้าวขึ้นเป็นคนที่ร่ำรวยในอันดับที่ 22 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 49,500 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก อันดับตกลงอยู่ที่ 24 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 48,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนบุคคลที่ร่ำรวยอันดับ 1 คือ Elon Musk ผู้ก่อตั้ง 'เทสลา' และ 'สเปซเอ็กซ์' มูลค่าทรัพย์สิน 219,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย Bernard Arnault & family มูลค่าทรัพย์สิน 142,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอันดับ 3 Jeff Bezos ซีอีโอ แอมะซอน (Amazon) มูลค่าทรัพย์สิน 138,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลอ้างอิงจาก Forbes


ที่มา : https://mgronline.com/stockmarket/detail/9650000097279

ทัพภาค 4 ปฏิบัติการกู้ชีวิตเด็ก 8 ขวบเร่งด่วน ส่งเฮลิคอปเตอร์ ลำเลียงจากเกาะหลีเป๊ะ ส่งรพ.

แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 4 ส่งเฮลิคอปเตอร์ นำเด็ก 8 ขวบ หายใจเหนื่อยหอบ 3 วัน จากโรคปอดบวม ส่งรพ.สตูลด่วน หลังได้รับการประสานขอความช่วยเหลือ เหตุเรือไม่อาจนำส่งได้จากสภาพอากาศไม่ปลอดภัย

พล.ต.โชคชัย ขวัญพิชิต ผู้อำนวยการศูนย์อํานวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 4) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งประสานจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ จังหวัดสตูล ขอลำเลียงทางอากาศยาน เพื่อนำส่ง ด.ช. พลานุภาพ พระอ๊ะ อายุ 8 เดือน ซึ่งมีอาการหายใจเหนื่อยหอบ 3 วัน มีไข้ ไอ หายใจเหนื่อย การวินิจฉัยขั้นต้น โรคปอดบวม จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ไปยัง โรงพยาบาลสตูล จังหวัดสตูล เนื่องจากให้การรักษาที่รพ.สต.เกาะหลีเป๊ะแล้ว อาการไม่ดีขึ้น อีกทั้งการลำเลียงทางเรือเร็ว ไม่สามารถออกเรือได้ จากสาเหตุสภาพอากาศทางทะเลไม่ปลอดภัย

จากนั้น แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 4 จึงได้ดำเนินการตามนโยบายผู้บัญชาการทหารบก และ แม่ทัพภาคที่ 4 ในการใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพในการช่วยเหลือประชาชนที่มีประสบเหตุความเดือดร้อนฉุกเฉิน จึงได้เตรียมทีมลำเลียง ประกอบด้วยแพทย์เฉพาะทางโรคปอด และ พยาบาลทีมลำเลียงที่สำเร็จหลักสูตรการลำเลียงผู้ป่วยด้วยอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ 

'ดร.เสรี' จับไต๋ 'มิลลิ' ขอโทษไม่จริงใจ ชี้!! เก่งแค่ไหน ถ้าทำตัวแบบนี้...ก็ไปไม่รอด

(11 ต.ค. 65) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการสื่อสารและการตลาด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ขอโทษว่าใช้ข้อความที่ทำให้คนเข้าใจผิด แต่โยนโทษให้คนอ่านว่าตีความผิด

อ้างว่าอยากให้มีการจัดการกั้นพื้นที่เพื่อไม่ทำลายหลักฐาน แต่ไม่ขอโทษที่บอกว่า “ไปก็เป็นภาระ” และไม่ชี้แจงว่าหมายถึงใคร

ก่อนจะเอ่ยขอโทษ ยังออกมาด่าคนที่ตำหนิเธอว่ามาด่าเธอทำไม

'กทม.-ซีพีเอฟ' เปิดโครงการ 'กล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.)' มุ่งสร้างพื้นที่สีเขียว - กำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุงเทพฯ

(11 ต.ค. 65) เวลา 07.30 น. ณ สวนลุมพินี เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมเปิดตัวโครงการ 'กล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.)' เพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ สนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุงเทพฯ  

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับมอบกล้าไม้จากซีพีเอฟ เพื่อนำไปกระจายต่อให้คนกรุงเทพฯ ร่วมกันปลูกต้นไม้ รวมทั้งปลูกในพื้นที่ว่างของกทม. รวมทั้งร่วมกับผู้บริหาร ซีพีเอฟ แจกกล้าไม้ให้ประชาชนและผู้สนใจ จำนวน 1,000 ต้น 

ประกอบด้วยไม้ยืนต้น 4 ชนิด ได้แก่ พะยูง กฤษณา ยางนา มะขาม และไม้ฟอกอากาศ อาทิ ออมชมพู เงินไหลมา ซึ่งกล้าไม้เหล่านี้ ซีพีเอฟจ้างงานชุมชนรอบเขาพระยาเดินธงเพาะกล้าและดูแลจนกล้าไม้แข็งแรง เป็นการกระจายอาชีพและสร้างรายได้สู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวขอบคุณในความร่วมมือของซีพีเอฟ ที่ร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีของ กทม. เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากเพียงพอต่อการนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร และสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่กทม. มีความมุ่งมั่นส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชน และสิ่งแวดล้อมของเมือง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือกับซีพีเอฟ ครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายในการสร้างความตระหนัก สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้เริ่มลงมือทำด้วยการปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านของตนเอง ทั้งไม้ยืนต้นและไม้กระถาง ซึ่งจะช่วยกรองฝุ่นและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

States TOON EP.91

ขอโทษ หรือ ขอซ้ำ (ก็ได้)

ติดตามการ์ตูนอัปเดตได้ทุกสัปดาห์ใน…


👍 ติดตามการ์ตูนสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่ : https://thestatestimes.com/tag/statestoon

'วัชระ' เสนอนายกฯเร่งตั้ง 'กระทรวงการพัฒนาทรัพยากรน้ำ' ก่อนสายเกินไป เหตุเจ้าภาพเยอะ กระจัดกระจาย อำนาจไม่รวมศูนย์ ทำให้แก้ปัญหาได้ไม่สะเด็ดน้ำ

วันที่ 11 ต.ค. นายวัชระ กรรณิการ์ กรรมการบริหารและรองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคกลาง ให้สัมภาษณ์ ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคกลาง ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นปัญหาที่หมักหมมมานานตั้งแต่อดีตแล้ว ซึ่งตนเข้าใจและยอมรับได้ในระดับหนึ่งว่า ภาคกลางมีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ง่ายต่อการเกิดน้ำท่วม แต่ถ้ามองในแง่ข้อเท็จจริงก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในแต่ละปีปัญหาน้ำท่วมได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สร้างความเดือดร้อนและสร้างความเสียหายให้กับประชาชนอย่างมาก ถึงแม้จะมีการเยียวยาหรือชดเชยจากหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบต่าง ๆ แต่ก็เชื่อว่าไม่สามารถทดแทนกันได้ และไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ตนเห็นความเสียหายของชาวบ้านในทุกรูปแบบ บางคนเสียบ้าน เสียรถ เสียร้านค้า บางคนเสียไร่นา เสียบ่อปลา และที่สำคัญที่สุดผู้ประสบภัยทุกคนสูญเสียความสุขที่เคยมี หลายคนต้องหนีน้ำมานอนเพิงริมถนนที่ศูนย์พักพิง รอถุงยังชีพจากภาครัฐหรือภาคเอกชนที่จะมาช่วยเท่านั้น

'พิธา' ปลื้ม!! ก้าวไกลเบอร์ 1 ประชาชนอุดหนุนภาษีพรรค ลั่น!! ทำงานรับใช้ปชช. โดยไม่ต้องเกรงใจนายทุน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวขอบคุณประชาชนที่อุดหนุนภาษีให้พรรคก้าวไกลในปีงบประมาณ 2565 ว่าเป็นการร่วมกันสร้างพรรคก้าวไกลให้เป็นพรรคมวลชนที่อยู่ได้ด้วยเงินของประชาชน และสามารถเป็นตัวแทนทำงานรับใช้ประชาชนโดยไม่ต้องเกรงใจนายทุนผู้มีอิทธิพลคนไหน

“การระดมทุนคนละ 100 บาท จากประชาชน 1 ล้านคน มีความหมายมากกว่าระดมทุนคนละ 10 ล้านบาท จากเจ้าสัว 10 คน เพราะนี่คือรากฐานสำคัญในการทำให้พรรคก้าวไกลเป็นสถาบันการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง” พิธากล่าว

พิธากล่าวเพิ่มเติมว่ายอดการบริจาคเงินในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่เติบโตเร็วมาก ถ้าเราพิจารณาจากยอดการบริจาคเงินในปีนี้จะพบว่าพรรคก้าวไกลไม่ใช่แค่รักษาอันดับหนึ่งไว้ได้ แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเพิ่มมากกว่าเท่าตัวจาก 12,695,738 บาท เป็น 27,564,203 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 117 และทิ้งห่างอันดับสองถึง 8 เท่า แสดงให้เห็นถึงความนิยมของพรรคก้าวไกลในเขตเมือง ซึ่งพรรคก้าวไกลต้องปักหลักและขยายฐานเสียงให้ได้เพื่อเป็นพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้า

หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ตรวจความพร้อมกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภัยพิบัติ 

11 ต.ค. 65 พันเอก พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ได้สั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ทำการตรวจความพร้อมการช่วยเหลือประชาชน และอุปกรณ์เครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยของหน่วย ซึ่งประกอบด้วย อาทิ วิทยุสื่อสาร ไฟฉาย เสื้อชูชีพ ชุดเครื่องมือช่าง อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น รถยนต์บรรทุก (FTS) เครื่องมือช่วยเหลือ และ ชุดเสนารักษ์เคลื่อนที่ เป็นต้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมแผนการปฏิบัติในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ หากเกิดภัยพิบัติจะสามารถดำเนินการเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ โดยกำลังพลทุกนายล้วนมีความพร้อมตามที่ได้ฝึกมาเป็นอย่างดี 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top