Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

'บิ๊กป้อม' สั่งเยียวยาด่วน ชาวบ้านประสบปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมผันน้ำสำรองเก็บใช้ฤดูแล้งคราวเดียวกัน

(10 ต.ค. 65) พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 3/65 ผ่านระบบ VTC ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ เพื่อติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำ รับกับอุทกภัย และความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งเตรียมการรองรับฤดูแล้งในคราวเดียวกัน

โดยรับทราบ สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ จากปริมาณน้ำสะสมที่มีมาก ส่งผลลำน้ำสายหลักเอ่อล้น โดยเฉพาะ ลุ่มเจ้าพระยา แม่น้ำมูลและแม่น้ำชี ที่ต้องเร่งให้การช่วยเหลือระบายน้ำและผันน้ำเข้าเก็บพื้นที่แก้มลิง เพื่อรับปัญหาฤดูแล้งในคราวเดียวกัน โดยภาพรวม มีแหล่งน้ำที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 765 แห่ง ที่มีน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุ พร้อมทั้งรับทราบ การดำเนินงานของศูนย์ส่วนหน้าเพื่อบริหารจัดการน้ำภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยขอให้กรมชลประทาน ตรวจสอบความเสียหายพนังกั้นน้ำพื้นที่ท้ายอ่างให้มีความมั่นคงปลอดภัย เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำได้เต็มศักยภาพ

ตำรวจสอบสวนกลาง เร่งบำบัดทุกข์ ช่วยชาวด่านขุนทด โคราช ลุยน้ำเน่าเข้ามอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค ยากันน้ำกัดเท้า น้ำท่วมขังกว่า 1 เดือนแล้ว

ตำรวจสอบสวนกลาง เร่งบำบัดทุกข์ ช่วยชาวด่านขุนทด โคราช ลุยน้ำเน่าเข้ามอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค ยากันน้ำกัดเท้า น้ำท่วมขังกว่า 1 เดือนแล้ว

วันที่ 10 ตุลาคม 2565 เวลา 14.00 น.พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ จิตอาสา 904 ร่วมกับ พ.ต.ท.จิระพันธ์ มณีรัตน์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงนครราชสีมา จิตอาสาตำรวจทางหลวงนครราชสีมา จิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ มูลนิธิอภัยภูเบศร ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่หมู่ 2 และหมู่ 9 ต.หนองบัวละคร อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

โดยให้นำถุงยังชีพ พร้อมข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน ยาน้ำกัดเท้า ของมูลนิธิอภัยภูเบศร ไปมอบเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ที่ประสบอุทุกภัยน้ำท่วม จำนวน 100 หลังคาเรือน ซึ่งมีน้ำท่วมขังกว่า 1 เดือนแล้ว และขณะนี้น้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น ทำให้ชาวบ้านเริ่มเป็นโรคน้ำกัดเท้า อาศัยอยู่ด้วยความยากลำบาก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ นำทีมชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร. จับเรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจำหน่ายในไทย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ นำทีมชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร.
จับเรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจำหน่ายในไทย

ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับปัญหาการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีการปราบปรามจับกุมมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ผู้กระทำผิดก็ได้พัฒนารูปแบบการกระทำผิดมากขึ้นเช่นกัน เช่น การลักลอบนำเข้าทั้งทางบกและทางทะเล การลักลอบปะปนมากับสินค้าอื่น การสำแดงเอกสารเท็จ เป็นต้น ทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตอย่างมหาศาล ตลาดของบริษัทผู้ค้าน้ำมันถูกเอารัดเอาเปรียบ และประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพ

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบหมายหน้าที่และการสั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปนม.ตร. (ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง) ทำหน้าที่ในการสืบสวน ปราบปราม และจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง หลังได้รับมอบหมายหน้าที่ดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร. เร่งออกปฏิบัติการสืบสวนการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร.โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย รอง ผบก.สส.ภ.4 , พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.4 บก.สส.สตม. ร่วมกับ พ.ต.อ.เติมรัศม์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วย ตม.จว.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่สรรพสามิต และศุลกากร ร่วมกันเข้าตรวจสอบเรือชื่อ "Polestar" สัญชาติเรือตูวาลู (Tuvalu) ซึ่งออกเดินทางจากประเทศสิงคโปร์มายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 ต.ค.65 ที่ผ่านมา และเข้าเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือบริษัท เลนโซ่ เทอร์มินอล จำกัด ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เบื้องต้นตัวเรือดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ บริษัท เอ็มอาร์บี ชิปเอเจนซี่ จำกัด
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร.ทราบว่า เรือ Polestar มีพฤติการณ์ลักลอบนำเข้าน้ำมันเบนซิน จากประเทศสิงคโปร์ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยหลายครั้ง ปริมาณครั้งละหลายล้านลิตร ใช้วิธีการแจ้งสำแดงการนำเข้าเป็น เอทานอล และ เมทานอล แต่จะลักลอบนำน้ำมันเบนซินครั้งละหลายล้านลิตรซุกซ่อนมาด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ต.ค.65 ชุดสืบสวน ศปนม.ตร.ทราบว่าเรือลำดังกล่าวแจ้งการนำเข้า เมทานอล METHANOL น้ำหนักสุทธิ 452,789.000 กก. แต่จากการสืบสวนทราบว่าจะลักลอบนำน้ำมันเบนซินจำนวน 4-5 ล้านลิตรมาด้วย จึงได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร จึงได้เข้าทำการตรวจค้นเรือลำดังกล่าว และได้แจ้งขอกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสมุทรปราการ เข้าร่วมตรวจค้น เมื่อเข้าตรวจค้นพบว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมเรือได้แสดงเอกสารแจ้งนำเข้าสารเมทานอล (METHANOL) น้ำหนักสุทธิ 452,789.000 KGM (กิโลกรัม) ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม 6,931,094.58 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 485,176.62 บาท ดังกล่าวจริง แต่จากการตรวจค้นโดยละเอียดพบว่าภายในเรือ มีสารเอทานอล (ETHANOL) น้ำหนักสุทธิ 486.337 CuM. (486,337 ลิตร) น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว (Unleaded Gasoline) น้ำหนักสุทธิ 4,847.706 CuM. (4,847,706 ลิตร) บรรทุกมาในเรือลำดังกล่าวด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถาม ผู้ควบคุมจัดการสินค้าจึงได้นำเอกสารของบริษัทอีกฉบับมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร แจ้งว่าสารเอทานอล และ น้ำมันเบนซินดังกล่าวจะขนต่อไปประเทศเวียดนาม ไม่ได้นำเข้ามาในประเทศไทย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบสายท่อขนถ่ายในที่เกิดเหตุมีคราบน้ำมันเบนซินชนิดเดียวกับที่บรรทุกมาในเรือ เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานจึงได้ตรวจเก็บตัวอย่างของสารชนิดต่างๆ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ต่อไป

ต่อมาเจ้าพนักงานศุลกากรจึงได้สั่งกักเรือดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบ จากการสืบสวนเรือ Polestar ได้เข้าเทียบท่าเรือดังกล่าวมาแล้วถึง 28 ครั้ง โดยแจ้งการนำเข้า สารเมทานอล มาโดยตลอดและมีต้นทางจากประเทศสิงคโปร์ มาส่งสินค้าที่ท่าเรือนี้ จากนั้นจะเดินทางกลับสิงคโปร์ทันที โดยไม่เคยเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศเวียดนามแต่อย่างใด เบื้องต้นหากพบว่ามีการสำแดงเอกสารเท็จก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการขนถ่ายน้ำมันเบนซินดังกล่าว หากพบว่ามีการลักลอบขนถ่ายเข้ามาในประเทศไทย มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ ก็จะพิจารณาดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ ต่อไป

ผบ.ตร.มอบรางวัล ตำรวจทางหลวงนาดี ปราจีนบุรี ช่วยนำลูกชายส่งคนขับรถสิบล้อ ชื่นชมในจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สินติราษฎร์

วันนี้ (10 ต.ค.65) เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผย จากกรณี ตำรวจทางหลวงนาดี 2 ราย ออกตรวจพื้นที่ พบเด็กชายยืนร้องให้อยู่ จึงเข้าไปสอบถามได้รับแจ้งจากเด็กว่า พ่อซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกลงเวลา แล้วขับรถออกไปเลยลืมลูกไว้ จึงได้พาเด็กชายไปส่งให้พ่อ จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง มีประชาชนแห่ชื่นชมมากมายนั้น

ล่าสุด วันนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้มอบรางวัลให้ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 ราย คือ ร.ต.ท.บัญชา ตุ่นมี รอง.สว.(ป)ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล., ด.ต สัญญา ขันโท ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. ณ ห้องประชุมพรหมนอก อาคาร 1 ตร. 

พล.ต.ต.อาชยน กล่าวอีกว่า ผบ.ตร.ได้ ชื่นชมตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย ที่มีจิตวิญาณของตำรวจ เข้าช่วยเหลือเด็กนำส่งพ่อคนขับรถบรรทุก เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ ตร. ที่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และทันที สมควรที่จะได้รับการชื่นชม ชมเชย เป็นแบบอย่างการทำงานที่ดีให้ตำรวจได้ปฏิบัติตาม โดยได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล เป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน และขอให้ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนต่อไป การมอบรางวัลดังกล่าวเป็นไปตาม โครงการตำรวจทำดี

เล่าสู่กันฟัง เรื่องราวแห่ง ‘ความเมตตา - อาทร’ ที่ ‘ในหลวง’ มีต่อพสกนิกรของพระองค์

จากเพจเฟซบุ๊ก 'คุณยุ้ย ท่าเรือ' ได้โพสต์ข้อความน่าประทับใจหลังในหลวงได้เสด็จให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตที่หนองบัวลำภู ความว่า...

เล่าหมดทุกคำ คงยาวจนอ่านกันไม่ไหว และประติดประต่อเรื่องไม่ถูก ขอเล่าเป็นเรื่อง ๆ นะคะ

ข้าวปลาอาหาร น้ำท่า ไม่ต้องห่วงจ้ะ มีอาหารพระราชทาน เมื่อวาน (วันที่ 8) เมนูคือผัดไทกุ้งสด เชฟจากกรุงเทพโพ่นหนะ

มาแฮดให้ พอถามว่าแซ่บไหม บอกว่าแซ่บอยู่นะ แต่ผัดไทอิหยังทำไมเส้นมันเล็กโพด!😄

กินได้หลายคำไหม วันนี้พอกินได้บ้าง วันก่อน ๆ กินบ่ลง

นอกจากอาหารพระราชทานแล้ว มีรถครัวสนามของทหาร มณฑลทหารบกที่ 24 ด้วย เพิ่ลมีทหารมาเป็นร้อย ๆ โพ่นนะ ทหารก็คอยมาถามเฮา ว่าจะให้ช่วยหยั้งอยู่บ่ เมื่อคืนนะ มืดแล้วก็ยังโทร 

ยุ้ยเลยได้แซวไป 

ป๊าด!! ใช่ย่อยนะนี่ มีทหารรับใช้เป็นกองร้อย นายพลเค้ายังได้สิทธิแค่ไม่กี่คนนะนี่ 

ในหลวงท่านเห็นพวกพี่ ๆ ทุกข์โศก ท่านทรงขับเครื่องบินมาเอง เห็นไหมจ๊ะ ท่านน้ำตาไหล พระราชินีนี่ เส้นเลือดที่หน้าผากปูดเลย ท่านพยายามสะกดอารมย์ ดูท่านเศร้ามาก เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้างจ๊ะ 
คำตอบคือ ไม่คิดว่าท่านจะห่วงคนอย่างเรา
ตอนแรกที่มันมืดมนโนะ บัดนี้มันสว่าง มันพอมีแรง ต้องรีบเข้มแข็ง 
แล้วแต่ละคนก็เล่าในมุมของตน ร่ายยาวด้วยความปลื้มปิติ 

เรื่องพวงมาลาประจำพระองค์… 
ที่นี่จะแปลกกว่างานที่มีการพระราชทานพวงมาลาอื่นๆ
ที่ยุ้ยเคยเห็น อันดับแรกคือมาครบทุกพระองค์ 
ชวนคุยบอกพี่น้องที่นี่ว่า ป๊าดนี่ท่านส่งมาทั้งครอบครัวเลยนะ ครบทุกพระองค์เลย เขาดูกันไม่ออก ก็อธิบายให้ฟัง (หาเรื่องชวนคุย)

พออธิบายเสร็จก็บอกว่า หนูนะเคยไปเห็นพวงมาลาพระราชทานตามงานพระผู้ใหญ่ที่ท่านมรณะภาพนะ ไม่เคยเห็นงานไหนที่พิเศษขนาดงานนี้ …

ชาวบ้านก็งง หันมาถามว่าทำไม ก็บอกว่า หนึ่งล่ะ คือครบทุกพระองค์ สองก็คือ ไม่ยักกะมีเจ้าหน้าที่วังเฝ้า

ปกตินะ ถ่ายรูปติดยังไม่ได้เลย จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกว่า ถ่ายรูปไม่ได้ครับ จุดที่วางพวงมาลานี่ถือเป็นที่ส่วนพระองค์ 

แต่นี่นะ บุญตายุ้ยที่ได้มาเห็น นอกจากเจ้าหน้าที่ไม่มาอยู่กดดันไม่ห้ามในการถ่ายรูปแล้ว ยังสามารถนอนอิเหละเขละขละเอกขเนกตามแต่ใจได้ด้วย 

ปกติที่ยุ้ยเคยเห็นนะ ใส่เสื้อผ้ากันเต็มยศ จะนั่งจะเดินยังต้องระวัง นี่คือสิ่งแทนพระองค์เลยนะจ๊ะ

11 ตุลาคม พ.ศ.2540 ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 ฉบับที่ได้ชื่อว่าเป็น 'รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน'

วันนี้ เมื่อ 25 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน"

สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เป็นกฎหมายสูงสุดว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองประเทศไทยที่เป็นลายลักษณ์อักษร ฉบับที่ 16 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" เนื่องจากเป็นฉบับแรกที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างมากที่สุดและมีการเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 

ปัจจุบันรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ด้วยการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ออกประกาศ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549 ทั้งนี้คณะปฏิรูปฯได้ออกประกาศคงบทบัญญัติบางหมวดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2549 ไว้ภายหลัง

รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 นี้ถือเป็นรัฐธรรมนูญที่ริเริ่มขึ้นโดยพรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชานายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองเข้ามาดำเนินการและได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา และมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 99 คน โดย 76 คนเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัด และอีก 23 คนมาจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งฉบับเดียวของประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ 15 ฉบับมาจากคณะรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งหรือรัฐบาลทหาร รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวถูกเรียกว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” เนื่องจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่าง

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

อาลัย 'เด่น ดอกประดู่' นักแสดงตลกชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว ในวัย 80 ปี

โย่ง เชิญยิ้ม ดารานักแสดงตลกชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่าน โดยระบุว่า ขอให้พี่ เด่น ดอกประดู่ ไปสู่ภพภูมิที่ดี พร้อมกับ โพสต์รูปภาพนิ่ง ของ เด่น ดอกประดู่ ที่มีรอยยิ้ม

สำหรับ เด่น ดอกประดู่ หรือชื่อจริงว่า บรรพต วีระรัฐ ปัจจุบันอายุ 80 ปี เป็นนักแสดงตลก ร่วมสมัยกับ เด๋อ ดอกสะเดา ดู๋ ดอกกระโดน และดี๋ ดอกมะดัน เคยแสดงร่วมคณะกับ เด๋อ ดอกสะเดา และเทพ โพธิ์งาม ใช้ชื่อคณะว่า เด่นเด๋อเทพ ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2520 ได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงตลกที่เล่นมุกสุภาพ

มีผลงานมากมาย ทั้งการแสดงตลก และ ภาพยนตร์  อย่างเช่น บุปผาราตรี เฟส 2 (2548) ไทยถีบ ( 2549) ก่อนบ่ายเดอะมูฟวี่ ตอน รักนะ…พ่อต๊ะติ๊งโหน่ง (2550) หรือ จะเป็น มือปืน ดาวพระเสาร์ (2553) เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ เด่น ดอกประดู่ มีข่าวว่า หนีออกจากบ้าน ซึ่งทางครอบครัว เคยประกาศตามหา ก่อนที่ทางภรรยาก็เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า เด่น ดอกประดู่ ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ต้องรับประทานยา และรักษาต่อเนื่อง

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยใน ณ ที่นี้


ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/ข่าวบันเทิง/182300

'มิลลิ' ขอโทษ ปมโพสต์ข้อความไม่เหมาะสม ชี้!! เกิดจากอารมณ์-ไม่รอบคอบ พร้อมปรับปรุงตัว

จากกรณี มิลลิ ดนุภา คณาธีรกุล นักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความว่า "ไปก็ไปเป็นภาระ ไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเลยสักนิด" ลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อไม่นานมานี้ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและเกิด #แบนมิลลิ ขึ้น

ล่าสุด (10 ตุลาคม 65) มิลลิ ได้โพสต์ขอโทษและชี้แจ้งเกี่ยวกับข้อความที่เคยโพสต์ไปว่า...

"จากกรณีทวีตข้อความ “ไปก็ไปเป็นภาระ ไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเลยสักนิด”
ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้หลายท่านรู้สึกเสียใจและไม่พอใจ หนูขอน้อมรับผิดในครั้งนี้"

"ซึ่งเกิดจากอารมณ์และความไม่รอบคอบในการใช้คำพูดจนทำให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจและขอโทษทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์นี้ หนูตระหนักแล้วว่าทุกคน ทุกฝ่าย ต่างมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือและเยียวยาผู้สูญเสียด้วยกันทั้งนั้น"

"และขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อเสริมในสิ่งที่หนูอยากจะสื่อสาร สิ่งที่ตั้งใจสื่อในครั้งนี้คือการวิพากษ์วิจารณ์ในส่วนของวิธีการจัดการบนพื้นที่ที่เกิดเหตุ หนูเห็นว่าควรมีการกั้นพื้นที่จุดเกิดเหตุให้ชัดเจนและไม่ควรไปรบกวนพื้นที่ดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อหลักฐานของคดี"

"และหนูเป็นห่วงจิตใจของผู้ที่เสียบุคคลอันเป็นที่รักจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น จากข้อความที่หนูทวีตไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดและถูกนำไปตีความคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่หนูต้องการจะสื่อ ซึ่งก็เกิดจากการที่หนูพิมไปอย่างไม่ชัดเจนและไม่รอบคอบ หนูต้องขอโทษและจะปรับปรุงตัวในการใช้คำพูดต่อไปค่ะ 🙏"

หลังจากที่ข้อความขอโทษและชี้แจ้งของมิลลิเผยแพร่ออกไปแล้ว ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น

ยุโรปสะท้าน เมื่อหนาวเยือนยาม 'แก๊ส-ไฟฟ้า' สะดุด ส่งผลราคา 'ฟืน' สูงลิ่วและมีค่าเหมือนทองคำ

ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ แต่ความซวยหล่นใส่กบาลชาวโลกทั่วหน้า น้ำมันแพง ก๊าซแพง สินค้าอาหารแพง ทั้งที่เพิ่งรอดตายจากโควิดกันมาแท้ ๆ ล่าสุดชาวอังกฤษแห่ตุนฟืน เพื่อให้ผ่านหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง

บรรดายามเฝ้าโกดังต่างยืนยามขันแข็ง เพราะตอนนี้ชาวอังกฤษแอบบุกโกดังเข้าไปขโมยฟืน ซึ่งในวันนี้ราคาสูงลิ่วและมีค่าเหมือนทองคำ อย่าว่าแต่อังกฤษเลย ทั่วยุโรปนั่นแหละที่กังวลว่าอาจเกิดไฟดับเป็นวงกว้างและยาวนาน เพราะวิกฤติด้านพลังงาน ทั้งนี้สืบเนื่องจากท่อลำเลียงก๊าซนอร์ดสตรีมรั่ว เชื่อกันว่าน่าจะเป็นการลอบก่อวินาศกรรม นี่คือสัญญาณว่าทั้งยุโรปหนาวแน่ และหนาวนานไปจนถึงปีหน้า

บรรดาผู้นำสหภาพยุโรปสุมหัวกัน แต่ยังตกลงไม่ได้ เรื่องการกำหนดเพดานราคาก๊าซรัสเซีย ไม่ว่าจะหันทางไหนก็เหมือนหยิกเล็บเจ็บเนื้อ บีบไข่เขาเราเจ็บเอง 

กว่า 70% ของการทำความร้อนในยุโรป มาจากแหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้าของรัสเซีย ถ้าไม่มีก๊าซจากรัสเซีย ต้องหาแหล่งทดแทนอื่นมาใช้แทนเพื่อไม่ให้หนาวตายทั้งยุโรป นาทีนี้ฟืนจึงกลายเป็นสิ่งที่ล้ำค่า 

ที่ผ่านมา มีประชาชนใช้ฟืนสำหรับทำความร้อนอยู่ก่อนแล้วราว ๆ 40 ล้านคน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top