Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

นายกฯ มอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2565 ให้ 57 องค์กรคุณภาพ


นายกฯ มอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2565 ให้ 57 องค์กรคุณภาพ ย้ำรัฐบาลมุ่งยกระดับขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรม เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ควบคู่สร้างการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า วันนี้ (5 ตุลาคม 2565) เวลา 13.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2565 จำนวน 57 รางวัล ให้แก่สถานประกอบการที่มีความเป็นเลิศในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และพลังงาน รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมประเทศ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่กิจการอุตสาหกรรมอื่น ๆ และเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประเทศ โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นเกียรติ สรุปสาระสำคัญภายในงาน ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ที่ให้ความสำคัญต่อการยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย ครอบคลุมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัฐบาลที่จะยกระดับผู้ประกอบการควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ให้เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสามารถก้าวสู่มาตรฐานสากลในเวทีโลก การมอบรางวัลฯ ในวันนี้ ถือเป็นความสำเร็จ และความภาคภูมิใจของคนทำงาน ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น วิริยะอุตสาหะ ของผู้ประกอบการที่ร่วมสร้างสรรค์ พัฒนาเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประเทศมากที่สุด และเป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้เทคโนโลยีให้ก้าวหน้า สามารถกระจายออกไปสู่ภาคอื่นๆ รวมทั้งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยได้ดำเนินนโยบายยุทธศาสตร์ประเทศ โดยเฉพาะในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน และเป็นแนวทางที่ทำให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังได้รับการจับตามองจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน ซึ่งนับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เข้มแข็ง สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องเร่งพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพิ่มศักยภาพให้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ให้เป็นประเทศที่พัฒนาในระดับสูง สิ่งที่รัฐบาลวาดหวังคืออุตสาหกรรมไทยต้องเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกคน และหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อพลิกโฉมประเทศรองรับคนรุ่นใหม่ ให้มีความมั่นคง มีรายได้ มีความรู้ความสามารถ และมีหลักคิดที่ดี ที่จะทำให้ประเทศของเราเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต 

'ชาตรี' นายกสมาคมสื่อฯ ประธานรุ่นที่ 13 จัดชุดใหญ่ วปอ.ฟาดแข้งกับ ป.เอกราม

นายชาตรี ทิพยเจือจุน ประธานรุ่นที่ 13 ปริญญาเอกคณะรัฐศาสตร์การเมืองมหาวิทยาลัยรามคำแหง และนายกสมาคมสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จัดแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างทีม VIP วปอ. กับ ทีม VIP  Ph.D.(Politics) มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยทีม VIP  Ph.D.(Politics) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งมี พลเอก ดร.สนธิ บุญยรัตกลิน , ผศ.ดร.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ , รศ. ดร. สุรพล ราชภัณฑารักษ์ และทีม VIP วปอ. โดยมี นายถิรชัย วุฒิธรรม , พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท , พลโท นักรบ บุญบัวทอง และได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทห​ารอากาศ เยี่ยมชมการแข่งขัน ณ สนามฟุตบอล ธูปะเตมีย์ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 ต.ค.65 ที่ผ่านมา

นายถิรชัย วุฒิธรรม ประธานกล่าวเปิดงานฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างทีม VIP วปอ. กับ ทีม VIP  Ph.D.(Politics) มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ครั้งที่ 1) จุดเริ่มต้นโครงการ โดย พลตรี อภิชัย วิไลเนตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 ท่านได้ให้แนวคิดเรื่องนี้ และได้ประสานกับทาง วปอ. ซึ่งมี พลโท นักรบ บุญบัวทอง เป็นผู้รับประสานงานทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น 

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

ตัวแทน 'ภูเก็ต-พังงา' ยื่นหนังสือให้ 'พรรคเพื่อไทย' เชื่อ!! นโยบายทำได้จริง พาฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ

"พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ทำได้จริงและเป็นความหวังในการแก้ไขปัญหาให้แก่ชาวภูเก็ตได้ อย่างไรก็ตาม ภูเก็ตตอนนี้ ต้องการความช่วยเหลือในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอย่างมาก" ตัวแทนชาวภูเก็ต-พังงา กล่าวระหว่างยื่นหนังสือถึง วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้พรรคเพื่อไทยจัดทำนโยบายดูแลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้จังหวัดภูเก็ต เพราะเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคการเมืองที่สร้างนโยบายได้ ทำนโยบายได้จริง และเป็นความหวังในการแก้ไขปัญหาให้ชาวภูเก็ตได้

ตัวแทนชาวภูเก็ต ได้พูดคุยแนะนำ เสนอทำแผนนโยบายระดับภูมิภาค และระดับจังหวัด คือ 

1.) ยุทธศาสตร์เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงรุก เพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวมาไทยให้มากขึ้น 
2.) พัฒนาระบบอำนวยความสะดวก เพิ่มเที่ยวบินตรงรองรับนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น 
3.) ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมขนส่ง 
และ 4.) พัฒนาการท่องเที่ยวฮาลาล (Halal Tourism) คือพัฒนาชุมชนมุสลิมให้มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมจากประเทศรายได้สูงทั่วโลก รวมถึงพัฒนาแหล่งผลิตและส่งออกอาหารฮาลาลสู่ตลาดโลกมุสลิม เป็นต้น

สัมพันธ์ไมตรีระหว่างมิตรประเทศกับไทย สะท้อนความเป็นกลางสยามไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะแต่ละประเทศต่างก็มีจุดยืน ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับประเทศไทย เนื่องด้วยประเทศไทยดำเนินนโยบายเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดตลอดมา ด้วยความที่ประเทศไทย มีความเป็นมิตรประเทศกับทุกฝ่าย โดยไม่เลือกข้างเข้ากับฝ่ายใด ทำให้ประเทศไทยได้รับน้ำใจจากมิตรประเทศตลอดมา

ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ก็เช่นกัน ที่ประเทศไทย ได้รับความช่วยเหลือด้านวัคซีนจากมิตรประเทศต่าง ๆ ดังต่อไปนี้...

>> จีน
จีนมอบวัคซีน 50.85 ล้านโดส และเวชภัณฑ์เพื่อสนับสนุนมาตรการการป้องกันและรับมือกับโควิด-19 แก่ประเทศไทย มูลค่ากว่า 10 ล้านหยวน

ล่าสุด วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา จีนยังบริจาค “ห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่หัว-เหยี่ยน” ให้กับทางรัฐบาลไทย โดยห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ดังกล่าวเป็นห้องปฏิบัติการที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อใช้ในการตรวจหาเชื้อไวรัสก่อโรค และเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ทั้งด้านเทคนิค และการบริการภายในอย่างครบครัน

>> ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า  2,043,100 โดส อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือไทยในการจัดเตรียมอุปกรณ์ในระบบลูกโซ่ความเย็น (Cold Chain System) ซึ่งจำเป็นต่อการขนส่งและเก็บรักษาวัคซีน รวมถึงให้ความร่วมมือในการยกระดับความสามารถการตรวจหา และเฝ้าระวังเชื้อไวรัส การจัดหาอุปกรณ์และอาคารสถานที่ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนายารักษาโรค

>> อังกฤษ 
อังกฤษมอบแอสตร้าเซเนก้า 415,000 โดส อีกทั้งบริษัทแอสตร้าเซเนก้าของอังกฤษ ยังไว้วางใจให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ของประเทศไทย เป็นฐานการผลิตวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

>> สวิตเซอร์แลนด์
สวิตเซอร์แลนด์มอบชุดอุปกรณ์ตรวจ Rapid Antigent จำนวน 1,100,000 ล้านชุด และเครื่องช่วยหายใจ 102 เครื่อง

>> สหรัฐอเมริกา
สหรัฐอเมริกามอบวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส, วัคซีนโมเดอร์นา 1 ล้านโดส และตู้เย็นเก็บวัคซีนจำนวน 200 เครื่อง

'โซเชียล' สาธุ!! แห่แชร์คลิปหลวงพ่อแขวนอาหารให้หน้าบ้าน หลังโยมไม่ได้ออกมาใส่บาตร เหตุเพราะต้องกักตัว

กลายเป็นอีกเรื่องอิ่มอกอิ่มใจของสังคมไทย เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้ TikTok @dr.sarayuth_panmaroeng ได้โพสต์คลิปที่เห็นแล้วอิ่มใจ หลังพระภิกษุนำอาหารมาแขวนไว้ให้ที่หน้าประตู โดยระบุข้อความว่า 'พระมาโปรด'

พร้อมกันนี้ผู้โพสต์ยังได้ระบุข้อความในคลิปอีกด้วยว่า...“ไม่ได้ใส่บาตรท่านช่วงกักตัว พระท่านก็เมตตา นำอาหารมาแขวนหน้าประตู” ซึ่งหลวงพ่อเดินมาบิณฑบาตรแล้วเอาอาหารแขวนไว้ที่ประตูรั้วบ้าน ก่อนจะเดินกลับไป

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และรู้สึกดีที่หลวงพ่อช่วยเหลือชาวบ้าน สะท้อนให้เห็นว่าการแบ่งบันเป็นสิ่งดีงามต่อโลกใบนี้จริง ๆ


ที่มา: https://www.tiktok.com/@dr.sarayuth_panmaroeng/video/7149473545469365531

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_7298126

'พิธา' ร่วมวางพวงมาลารำลึก 6 ตุลา 19 เตือนรัฐอย่าทำซ้ำ เพราะจุดจบจะไม่เหมือนเดิม

'พิธา' พร้อม 'ชัยธวัช' และ 'พรรณิการ์' เป็นตัวแทน ก้าวไกล-ก้าวหน้า รำลึกเหตุการณ์สังหารณ์หมู่ 6 ตุลา ชงข้อเสนอแก้กติกา-สร้างระบบ ยุติเงื่อนไขรัฐในการปราบปราม-เข่นฆ่า-ยึดอำนาจประชาชน พร้อมเตือนชนชั้นนำอย่าคิดปลุกโมเดล 6 ตุลาอีก มั่นใจจุดจบไม่เหมือนเดิม

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ร่วมเป็นตัวแทนพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า วางพวงมาลารำลึกครบรอบ 46 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 โดยบนพวงมาลามีข้อความที่สอดคล้องกันคือ 'ดาวศรัทธายังส่องแสงเบื้องบน' สำหรับพวงมาลาของพรรคก้าวไกล และ 'ปลุกหัวใจปลุกคนอยู่มิวาย' บนพวงมาลาของคณะก้าวหน้า

หลังการร่วมพิธีทำบุญในช่วงเช้าตรู่และการวางพวงมาลาที่ลานปฏิมานุสรณ์ 6 ตุลา พิธาได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่าเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 คือบทเรียนว่าสังคมไทยจะต้องร่วมกันทบทวนเงื่อนไขในการปราบปรามของรัฐ การรัฐประหาร ไปจนถึงการเข่นฆ่าประชาชน ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

พรรคก้าวไกล มีข้อเสนอทางการเมืองเพื่อให้ประเทศไทยสามารถเกิดความสมานฉันท์ ให้ความคิดที่แตกต่างกันอยู่ร่วมกันได้ในสังคมไทยจริง ๆ และเหตุการณ์อย่าง 6 ตุลา ไม่เกิดขึ้นอีก นั่นคือจะต้องมีการคืนความเป็นธรรมให้กับเหยื่อคดีการเมือง ผู้ต้องคดีการเมืองต้องได้นับการยุติการดำเนินคดี ยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด และจะต้องมีการเสาะหาข้อเท็จจริง ทั้งในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 พฤษภา 35 และทุกเหตุการณ์การเมือง รวมถึงเหตุการณ์ในปี 2557 ด้วย

'ชลน่าน' ชี้ 2 ป. แข่งกันลงพื้นที่แสดงความเป็นผู้นำ เชื่อ!! 'บิ๊กป้อม' ดีกว่า 'บิ๊กตู่' ในแง่การทำงาน-เข้าถึงปชช.

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ (6 ต.ค. 65) ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และพล.อประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่าในแง่ดีถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะผู้นำจะต้องลงไปรับทราบปัญหาอย่างแท้จริง แต่ต้องระมัดระวังไม่ใช้อำนาจหน้าที่ และภาษีประชาชนไปหาแสวงหาผลประโยชน์หรือหาเสียงแอบแฝง แต่หากมองในมุมการเมืองจะพบว่าการลงพื้นที่ของทั้งสองคน เป็นการลงพื้นที่ที่พล.อ.ประยุทธ์ไปซ้ำรอย พล.อ.ประวิตร ถ้าเปรียบเป็นหรือภาษาวัยรุ่น อาจจะใช้คำว่าขิงกันหรือเป็นการแข่งขันกันทางการเมือง เพราะขณะนี้นายกฯ ตัวจริงกลับมาแล้ว

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนเชียร์ให้ทั้งสองคนทำแบบนี้ตลอด แม้จะเป็นเรื่องความขัดแย้งภายใน แต่ประชาชนได้ประโยชน์กับเรื่องนี้ และในอนาคต จะทำให้ภาพการเมืองชัดเจนขึ้นว่าใครเหมาะที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งส่วนตัวมองว่าพล.อ.ประวิตรถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าพล.อประยุทธ์ ทั้งวิธีการทำงานและการเข้าถึงประชาชน 

ดังนั้น ใครที่อยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยากที่จะชนะการเลือกตั้ง ส่วนพรรคพลังประชารัฐจะพิจารณาส่งใครเป็นแคนดิเดตไม่ขอวิจารณ์ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคนั้น ๆ

หนี้สหรัฐฯ พุ่งทะลุ 31 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ท่ามกลางปัญหาเงินเฟ้อสูงและความไม่แน่นอนทางศก.

หนักหนา!! หนี้สาธารณะสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 31 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ท่ามกลางเงินเฟ้อแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อัตราดอกเบี้ยระดับสูงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่ง

ข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (4ต.ค.) ที่ผ่านมา พบว่า หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ไต่ระดับอยู่ใกล้ ๆ 31.1 ล้านล้านดอลลาร์

รายงานข่าวของซีเอ็นเอ็น ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เร่งกู้เงินในช่วงการแพร่ระบาดของโรคระบาดใหญ่โควิด-19 เพื่อพยุงเศรษฐกิจประเทศ ในขณะที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ตลาดแรงงานและห่วงโซ่อุปทาน หนี้ค้างชำระของสหรัฐฯพุ่งเกือบ 8 ล้านล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปี 2020 และพุ่งขึ้น 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาเพียง 8 เดือน

การกู้ยืมเงินดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บริหารประเทศ และในระยะแรกๆ ของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ปัจจุบันต้นทุนการกู้ยืมเงินเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมมาก เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายระลอกเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

คณะกรรมการฝ่ายบริหารงบประมาณแผ่นดินสหรัฐฯ (CRFB) ประมาณการณ์เมื่อเดือนที่แล้วว่า นโยบายต่างของประธานาธิบดีโจ ไบเดน อาจทำให้ขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 4.8 ล้านล้านดอลลาร์ ในระหว่างปี 2021 - 2031

“การกู้ยืมเงินมากจนเกินไปจะทำให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อแบบต่อเนื่อง จะผลักให้หนี้สาธารณะพุ่งแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่อย่างเร็วที่สุดในปี 2030 และทำให้รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเป็นสามเท่าตัวในช่วง 10 ปีข้างหน้า หรืออาจเร็วกว่านั้น หากอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นเร็วขึ้น หรือมากว่าที่เคยคาดการณ์เอาไว้” CRFB ระบุ

'บิ๊กตู่' เดอะแบก!! ไม่ปรับ ครม. เกรงใจพี่เห็นใจน้อง หวั่น!! รอยร้าวสะเทือน 'สุข-ทุกข์' ประชาชนยามนี้

มีอะไรซ่อนอยู่? หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันแล้วว่า “ยังไม่มีการปรับ ครม.” ในวันแรกของการประชุม ครม.ที่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมานั่งหัวโต๊ะเหมือนเดิม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีลาป่วยกะทันหัน

ขณะที่ นายกฯ ชาย 'เดชอิศม์ ขาวทอง' รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปีที่ผ่านมา และนำพาพรรคประชาธิปัตย์คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมเขต 6 สงขลา แทน 'ถาวร เสนเนียม' ซึ่งเป็นชัยชนะที่นายกฯ ชายสามารถคว้ามาให้ 'สุภาพร กำเนิดผล' หรือ คุณน้ำหอม ผู้เป็นภรรยานั้น ก็ได้กล่าวยืนยันในวงสัมมนาใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า “ถ้ามีการปรับ ครม.ก็จะไม่รับตำแหน่งบริหาร เพราะตั้งแต่รับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมืออะไร” 

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งสัญญาณว่ายังไม่ปรับ ครม.ไม่ได้หมายความว่า ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 6 เดือนจะไม่มีการปรับ ครม.เพียงแต่บอกว่าเวลานี้ สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นปรับ ครม.เท่านั้นเอง เพราะเวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน อาจจะมีการปรับ ครม.เกิดขึ้นก็ได้

สถานการณ์เปลี่ยนที่ว่า ก็เช่น พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย กดดันให้ปรับ ครม. หรือแม้แต่ในพรรคพลังประชารัฐเอง ก็อาจจะกดดันให้แต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่สองตำแหน่ง หรือกดดันให้ปรับรัฐมนตรีที่ไม่เวิร์กออกไป เอาคนใหม่เข้ามาแทน 

แม้กระทั่งความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นแปรที่จะเดินไปถึงจุดที่กระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล ส่งผลให้การปรับ ครม.อาจจะเกิดขึ้นได้แม้จะมีช่วงเวลาในการบริหารราชการแผ่นดินเพียงสั้น ๆ ก็ตาม 

ทว่า เรื่องของงานบริหาร การตัดสินใจ ไม่ควรจะขาดช่วงขาดตอน เพราะนั่นคือ 'สุข-ทุกข์' ของประชาชน

มองไปที่พรรคประชาธิปัตย์ หากมีการปรับ ครม.เมื่อนายกฯ ชายประกาศชัดว่าไม่รับตำแหน่ง ถ้าโควต้าของ 'นิพนธ์ บุญญามณี' เป็นโควต้าของภาคใต้ โอกาสก็จะเป็นของ 'นริศ ขำนุรักษ์' ส.ส.หลายสมัยของประชาธิปัตย์พัทลุง และในการเลือกครั้งปี 2562 เขาเพียงหนึ่งเดียวที่รักษาหน้าประชาธิปัตย์ไว้ได้ เพราะ 'นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ' ที่ว่าแน่ยังสอบตกเลย

โอกาสเป็นของ 'นริศ' ถ้า 'ชินวรณ์ บุณยเกียรติ์' ผู้อาวุโสแห่งเมืองนครศรีธรรมราช ไม่ลดตัวไปนับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ที่เคยนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการมาก่อนแล้ว จึงไม่เสียหายอะไรถ้าจะเปิดทางให้คนใหม่ ๆ อย่าง 'นริศ' เข้ามาทำหน้าที่บริหาร แถมจะเป็นผลดีต่อการเลือกตั้งของจังหวัดพัทลุงด้วยเสียอีก

สำหรับพรรคภูมิใจไทย ถ้ามีการปรับ ครม.ก็มีการสะกิดให้ 'บุญลือ ประเสริฐโสภา' ส.ส.ราชบุรี ปัดแป้งแต่งหน้ารอไว้แล้ว เข้ามาแทน 'กนกวรรณ วิลาวัณย์' รัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ ที่เวลานี้ศาลสั่งพักงานอยู่ หลังโดนคดีบุกรุกป่าเขาใหญ่

โดยสรุปที่นายกรัฐมนตรียืนยันไม่ปรับครม.ในเวลานี้อาจจะเกิดจากความลังเลใจในส่วนของพรรคพลังประชารัฐมากกว่า ว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นหรือไม่ กับสองตำแหน่งที่ว่างอยู่ คือ รัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ แทน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และรัฐมนตรีช่วยแรงงานฯ แทน ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ถูกปลดไปเมื่อครั้งแผนล้มประยุทธ์รั่ว 

ไม่เพียงแค่นั้น สำหรับพรรคพลังประชารัฐแล้ว ยังมีรัฐมนตรีบางคนเริ่มขาลอยกับการปฎิบัติหน้าที่ที่ไม่เข้าตากรรมการ ไม่เอาใจใส่ ส.ส.ในพรรค และรัฐมนตรีบางคนก็ไม่ยึดโยงกับพรรค เพราะเป็นโควต้ากลางของ พล.อ.ประยุทธ์ 

ไหนจะเรื่องการทวงถามจาก ส.ส.กลุ่มปากน้ำ ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคไปรับปากกับกลุ่มปากน้ำไว้ว่าจะยกตำแหน่งรัฐมนตรีให้ ถ้ามีการปรับ ครม. แต่สุดท้ายหายเงียบ จนเกิดปฏิกิริยา ไม่ยกมือสนับสนุน พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ไหนจะยังมี ส.ส.สายใต้ 14+1 ซึ่งก็มีสิทธิ์ที่จะทวงถามหาตำแหน่งรัฐมนตรีเช่นกัน ฉะนั้นระหว่าง 15 ที่นั่งของภาคใต้ กับ 7 ที่นั่งของปากน้ำ จะให้เก้าอี้รัฐมนตรีกับกลุ่มใด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top