Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

ผบ.พล.ร.15 ปิดการฝึกหน่วยปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน (บก.ควบคุม สุริโยทัย) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกำลังพลในการปฎิบัติภารกิจในปีงบประมาณ 2566 

วันที่ 29 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ค่ายกัลยาณิวัฒนา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เดินทางลงพื้นที่ เป็นประธานพิธีปิดการฝึกหน่วยปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน (บก.ควบคุม สุริโยทัย) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกำลังพลในการปฎิบัติภารกิจในปีงบประมาณ 2566 ในพื้นที่ จังหวัดยะลา และ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นการปรับพื้นฐาน และทบทวน กำลังพลให้มีความรู้, ความเข้าใจหลักนิยม และพื้นฐานการปฏิบัติงานตามพันธกิจป้องกันชายแดน จนสามารถแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิผล โดยมีพันเอกยุทธนา สายประเสริฐ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151  ตลอดจนผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 15  เข้าร่วมในพิธี

ตามที่ กองพลทหารราบที่ 15 ได้กำหนดจัดการฝึกเตรียมความพร้อมให้กับหน่วยที่จะปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน กองบังคับการควบคุมสุริโยทัยในพื้นที่จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส มีกำหนดการฝึกตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ โดยได้จัดกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 15  รวมทั้งสิ้น 410 นาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับพื้นฐาน และทบทวนกำลังพลให้มีความรู้ ความเข้าใจหลักนิยม และพื้นฐานการปฏิบัติงาน ตามพันธกิจป้องกันชายแดน 3 ประการของกองทัพบก ประกอบด้วย การเฝ้าตรวจ และป้องกันชายแดน การจัดระเบียบพื้นที่ และแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน  และการประสาน ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้กำลังพลของหน่วย ทั้งเป็นบุคคล และเป็นหน่วย มีความรู้ในเรื่องของระเบียบวินัย การพัฒนาเสริมสร้าง สมรรถภาพร่างกาย ลักษณะทางทหารที่ดีและการปฏิบัติทางยุทธวิธี เป็นพื้นฐานต่อการฝึกขั้นสูงต่อไป เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ในด้านต่างๆนอกเหนือจากความรู้ทางทหาร ให้กับกำลังพล สามารถปฏิบัติงาน ร่วมกับองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างปลูกฝัง อุดมการณ์ความรักชาติ เทิดทูนสถาบันหลัก คุณธรรมจริยธรรม และจิตวิญญาณของการเป็นทหารอาชีพ ให้เป็นที่ยอมรับ เชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนในพื้นที่ จชต. ตลอดจนเพื่อให้กำลังพลเข้ารับการฝึก ได้มองเห็นภาพของสถานการณ์ทางยุทธวิธี และปัญหาข้อขัดข้องต่างๆที่อาจจะต้องเผชิญ เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงให้ได้ใกล้เคียงมากที่สุด และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆในเวลาปฏิบัติงานในพื้นที่จริง

กระทรวง พม. ยกย่องเชิดชูเกียรติคุณผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2565 อุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

วันที่  29 ก.ย. 65 เวลา 14.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบโล่เกียรติคุณ และของที่ระลึกแก่ผู้เกษียณอายุราชการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ประจำปี 2565 ภายใต้งาน “20 ปี พม. เสริมพลัง สร้างโอกาส พัฒนาคนทุกช่วงวัย” เพื่อประกาศเกียรติคุณและเป็นการแสดงมุทิตาจิตต่อบุคลากรกระทรวง พม. ที่จะเกษียณอายุราชการซึ่งรับราชการจนครบเกษียณ ในวันที่ 30 กันยายน 2565 และเป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ทางราชการ ประชาชน และสังคม โดยมี "นายธนสุนทร สว่างสาลี" รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงาน 

'ธันวา' สวน ศรีสุวรรณ 'สร้างอนาคตไทย' เล่นตามกติกา ขออย่าเลือกปฏิบัติ หากจะตรวจสอบควรทั่วถึง

นายธันวา ไกรฤกษ์ รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟสบุ๊กสวนกลับนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กรณีไปยื่นคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบป้ายหาเสียงของพรรคสร้างอนาคตไทย โดยกล่าวหาว่าไม่เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการหาเสียง ปี 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมาได้กำหนดไว้ โดยระบุว่า การที่นายศรีสุวรรณจะดำเนินการฟ้องร้องพรรคใดนั้นก็ถือเป็นสิทธิของนายศรีสุวรรณ แต่การที่พรรคสร้างอนาคตไทยเอาป้ายใหญ่ซึ่งมีขนาดเกินที่กำหนดไว้ในระเบียบดังกล่าวลงตั้งแต่ก่อนเริ่มนับกรอบเวลา 180 วันนั้น พรรคได้แสดงเจตนาชัดเจนว่าเราพร้อมทำตามกฎหมาย

ส่วนกรณีตามที่ถูกยื่นร้อง ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นป้ายของผู้เสนอตัวลงสมัครในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีแถวบ้านนายศรีสุวรรณ ตนได้ตรวจสอบแล้วได้ข้อเท็จจริง ดังนี้

30 กันยายน พ.ศ. 2395 วันก่อตั้ง ‘กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย’ โรงเรียนประจำแห่งแรกของสยาม

วันนี้ เมื่อ 170 ปี ถือเป็นวันก่อตั้ง ‘กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย’ โรงเรียนมิชชันนารีชาย ที่เป็นแบบเรียนประจำแห่งแรกของสยาม

ย้อนกลับไป เมื่อปี พ.ศ. 2380 คริสตจักรเพรสไบทีเรียนในอเมริกา ได้จัดตั้งคณะกรรมการแผนกต่างประเทศขึ้น คณะกรรมการใหม่นี้ได้จัดส่งมิชชันนารีมายังประเทศสยามตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ. 2383 มิชชันนารีเพรสไบทีเรียนคนสำคัญ ได้แก่ ศาสนาจารย์สตีเฟน แมตตูน, ศาสนาจารย์ ดร. ซามูเอล อาร์. เฮาส์, ศาสนาจารย์ ดร. แดเนียล แมคกิลวารี, ศาสนาจารย์ เอส. จี. แมคฟาร์แลนด์ เป็นต้น ท่านเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการก่อตั้งคริสตจักรเพรสไบทีเรียนแห่งแรกในสยามและสภาคริสตจักรในประเทศไทยในเวลาต่อมา

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีพ.ศ. 2394 สถานการณ์ของมิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนในแดนสยามก็ดีขึ้นมาก พระองค์ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เช่าที่ดินระยะยาวที่กุฎีจีน ใกล้ ๆ บริเวณวัดอรุณราชวราราม โดยเริ่มแรกในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2395 นางแมรี่ แอล แมตตูน ได้เริ่มต้นสอนหนังสือแก่ เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง ในละแวกนั้น จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2395 มิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน โดยศาสนาจารย์ ดร.ซามูเอล เรโนลด์ เฮ้าส์ และศาสนาจารย์สตีเฟน แมตตูน ได้ก่อตั้งโรงเรียนที่ทำการสอนตามแบบสากล เพื่อให้เด็กสยามและเด็กเชื้อสายจีนมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ทันสมัยตามแบบตะวันตก โดยตั้งชื่อโรงเรียนว่า โรงเรียนคริสเตียนบอยส์สกูลที่กุฎีจีน (กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) และมีซินแสกีเอ็ง ก๋วยเซียน เป็นครูใหญ่

คริสเตียนบอยส์สกูลที่กุฎีจีน (กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) ถือเป็นโรงเรียนประจำแห่งแรกในสยามและยังเป็นโรงเรียนแรกที่มีการนำระบบการศึกษาสากลมาใช้อีกด้วย

คริสเตียนบอยส์สกูลที่กุฎีจีนถือเป็นสถาบันการศึกษาแบบสากลแห่งแรกในสยาม มีอาคารและห้องเรียนเป็นหลักแหล่ง มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ชัดเจน ซึ่งนอกจากจะเรียนหัดอ่านหัดเขียนแล้ว ยังมีวิชาคณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ และการสอนทางศาสนา นอกจากนี้มิชชันนารียังได้ริเริ่มให้มีการตรวจสุขภาพเด็กๆ ก่อนเข้าเรียน นับว่าเป็นมาตรการทางสาธารณสุขที่ก้าวหน้ามากในสมัยนั้น

ปีพ.ศ. 2400 คณะมิชชันนารีเริ่มตั้งหลักปักฐานที่สำเหร่ ได้มีการสร้างพระวิหาร โรงเรียน โรงพิมพ์ บ้านพักมิชชันนารี โกดังเก็บของ ต่อมาได้ย้ายโรงเรียนจากกุฎีจีนมายังสำเหร่ใช้ชื่อว่า "สำเหร่บอยส์สกูล" ที่โรงเรียนแห่งนี้มีขุนนางผู้ใหญ่จนถึงพระเจ้าแผ่นดินให้ความร่วมมือสนับสนุน ส่งเด็ก ๆ มาเล่าเรียนหนังสือ ซึ่งมีทั้งเจ้านาย 2 พระองค์ ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของรัชกาลที่ 4 และพระราชนัดดาของรัชกาลที่ 3 บุตรชายของอัครมหาเสนาบดี บุตรชายของพวกมหาดเล็กมาเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนที่สำเหร่ นอกจากนี้ชาวบ้านก็ส่งลูกหลานมาเรียน โดยพวกที่อยู่ไกลก็ได้เป็นนักเรียนประจำ กินนอนอยู่ที่โรงเรียน ส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้จะตอบแทนโรงเรียนด้วยในการช่วยทำงานต่างๆ มากกว่าจะจ่ายเงินเป็นค่าเล่าเรียน ในปีพ.ศ. 2402 นายชื่นได้รับเชื่อเป็นคริสเตียนในคณะเพรสไบทีเรียนคนแรกและเป็นครูสอนภาษาไทยคนแรกของโรงเรียนที่สำเหร่ในเวลาต่อมา

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 30 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

ทีมตบลูกยางสาวไทย ต้อนเกาหลีใต้ 3-0 เซต การันตีเข้ารอบสองศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก

ทีมตบลูกยางสาวไทย เดินหน้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไล่ต้อนเอาชนะทีมสาวจากเกาหลีใต้ ไปแบบขาดลอย 3-0 เซต การันตีการผ่านเข้าสู่รอบสอง ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก เป็นที่แน่นอนแล้ว

ศึกวอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2022 ณ เมืองกดานสค์ ประเทศโปแลนด์ ทีมตบลูกยางสาวไทย ลงสนามแมตช์ที่ 4 รอบแบ่งกลุ่ม รอบแรก กลุ่ม บี พบ เกาหลีใต้

ไทย ลงเล่นในศึกชิงแชมป์โลกมาแล้ว 3 แมตช์ ชนะ 2 แพ้ 1 โดยปราบ ตุรกี 3-2 เซต ต่อด้วยแพ้ โปแลนด์ 0-3 เซต และล่าสุดชนะ โครเอเชีย 3-0 มี 5 คะแนน ขณะที่เกาหลีใต้ พ่ายแพ้มา 3 แมตช์รวด ยังไม่มีแต้ม

เกมนี้ "โค้ชด่วน" ดนัย ศรีวัชรเมธากุล หัวหน้าผู้ฝึกสอน จัดทัพผู้เล่น 6 คนแรก ประกอบไปด้วย พรพรรณ เกิดปราชญ์ (กัปตันทีม), ชัชชุอร โมกศรี, หัตถยา บำรุงสุข, ทัดดาว นึกแจ้ง, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, อัจราพร คงยศ โดยมี ปิยะนุช แป้นน้อย เป็นตัวรับอิสระ

ปรากฎว่าทีมตบลูกยางสาวไทย ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เล่นได้เหนือกว่าเกาหลีใต้ทุกอย่าง ก่อนไล่ต้อนเอาชนะไปแบบไม่ยากเย็น 3-0 เซต ด้วยสกอร์ 25-13, 25-15 และ 25-14 คะแนน

โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ สู่ ศูนย์กลางการเงินใหม่ของไทย และภูมิภาค

เมืองใหม่ EEC ศูนย์กลางการเงินใหม่ของไทย และภูมิภาค บนพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ ในพื้นที่ห้วยใหญ่ บางละมุง รองรับประชากรกว่า 300,000 คน!!! 

จากเพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' ได้นำเสนออีกหนึ่งโครงการใหญ่ที่น่าสนใจใน EEC ภายใต้ชื่อโครงการ 'ศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ' มาแชร์ให้ทราบ ดังนี้...

รายละเอียดเต็ม ๆ >> https://sharedrive.eeco.or.th/index.php/s/3ZfccLRR9iRsyEE

รายละเอียด ครม. อนุมัติโครงการ >> https://www.eeco.or.th/th/news/441

โครงการนี้ชื่อ : ศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ 

ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่ EEC ในอนาคตจะมีประชาชนเข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก กว่า 1.5 ล้านคน (จากการประเมิน) 

โดยจำนวนหนึ่งเป็นประชากรเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นักลงทุน ซึ่งมีรายได้สูงที่มาทำงานในพื้นที่ EEC โดยกลุ่มนี้ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยคุณภาพดี รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ดึงดูดคนกลุ่มนี้มาอาศัย และทำงานในพื้นที่ EEC 

จึงมีความจำเป็นในการพัฒนาพื้นที่เมืองใหม่ และอยู่อาศัยคุณภาพสูง ในพื้นที่ EEC เลยทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น

โดยตั้งเป้าให้เป็น 'ศูนย์กลางธุรกิจ และการเงินระดับภูมิภาค'

แหล่งที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต โดยธรรมชาติ มนุษย์ และเทคโนโลยีอยู่ร่วมกัน มุ่งสู่เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (BGC Economy) พื้นที่นวัตกรรม และคุณภาพชีวิตระดับสากลของประเทศไทย เป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 1 ใน 10 ของโลก ในปี 2580

- สถานที่ตั้งโครงการ อยู่ในพื้นที่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

- โดยพื้นที่ทั้งหมด 15,000 ไร่ ซึ่งในระยะแรกใช้พื้นที่ 5,000 ไร่ โดยใช้พื้นที่ สปก. โดยมีการจ่ายค่าทดแทนให้กับประชาชนในพื้นที่

>> ระยะทางจากจุดศูนย์กลาง สู่พื้นที่สำคัญ...

- 15 กิโลเมตร จากสนามบินอู่ตะเภา
- 10 กิโลเมตร จากพัทยา
- 160 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ

>> การรองรับจำนวนประชากรในพื้นที่ 300,000 คน ในทุกกลุ่มประชากร แบ่งเป็น...

- พื้นที่อยู่อาศัยรายได้เริ่มต้น-ปานกลาง 70%
- พื้นที่อยู่อาศัยรายได้สูง 30%

>> สร้างตำแหน่งงานในพื้นที่ 200,000 ตำแหน่ง

>> มูลค่าการลงทุน รวม 1.34 ล้านล้านบาท!!! โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ...
- ภาครัฐ 2.8% (ประมาณ 38,000 ล้านบาท)
- โครงการร่วมทุน (ppp) 9.7% (ประมาณ 133,000 ล้านบาท)
- เอกชนลงทุน 87.5% (ประมาณ 1,200,000 ล้านบาท)

>> โดยในพื้นที่จะตั้งเป้าเพื่อรองรับ ในหลายกลุ่มธุรกิจได้แก่...
- หน่วยงานราชการในพื้นที่
- สำนักงานใหญ่ของภาคเอกชน
- ศูนย์กลางการเงิน
- ศูนย์การแพทย์แม่นยำ
- ศูนย์วิจัย นานาชาติ
- ศูนย์ธุรกิจอนาคต ซึ่งเกี่ยวข้องกับเป้าหมาย EEC

'บิ๊กตู่' ทำบุญใส่บาตรพระ ก่อนเข้าทำงานตามปกติ กล่าวขอบคุณ บรรดา 'รมต.-นักการเมือง' ที่ส่งกำลังใจให้

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 30 ก.ย.ที่หน้ากระทรวงกลาโหม ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี 

โดยในช่วงเช้าพล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำบุญตักบาตรตามปกติที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) เหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา ก่อนที่เวลา 09.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม เพื่อปฏิบัติภารกิจในฐานะรมว.กลาโหม 

โดยบรรยากาศที่ด้านหน้ากระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในกระทรวงกลาโหม ทำให้สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศต้องปักหลักเก็บบรรยากาศด้านหน้าทางเข้ากระทรวงกลาโหมอย่างคึกคัก  

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ‘จักรวรรดิอิตาลี’ ขยายอำนาจเข้ายึดครอง ‘ลิเบีย’ ตำนานนักต่อสู้ ฉายา ‘สิงโตแห่งทะเลทราย’ จึงเกิด

เมื่อไม่นานมานี้ มีเพื่อนในเฟซบุ๊ก ‘ดร.โญ มีเรื่องเล่า’ ของผม ได้ส่งข้อความมาหาและขอให้ผมเล่าเรื่องราวของจักรวรรดิอิตาลี ยินดีครับ จัดให้เลย กลังจากค้นคว้าหาข้อมูล เรียบเรียง แล้วจึงส่งบทความที่น่าสนใจนี้มาเผยแพร่ใน THE STATES TIMES และสำหรับใครที่สนใจเรื่องอะไร อยากรู้เรื่องไหน สามารถเขียนบอกที่คอมเมนต์ได้เลยครับ

พฤติกรรมหรือนิสัยของฝรั่งโซนยุโรปอย่างหนึ่งที่มีมานานแล้วคือ ‘การล่าเมืองขึ้น’ หรือที่เรียกว่า ลัทธิจักรวรรดินิยม (Imperialism) เป็นการใช้พลังอำนาจ โดยเฉพาะกำลังทางทหารที่เหนือกว่าไม่ว่าด้วยจำนวนกำลังพลหรือเทคโนโลยีด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ในการเข้าบังคับยึดเอารัฐหรือดินแดนอื่นให้มาอยู่ภายใต้อาณัติ เพื่อกอบโกย (หรือปล้น) ทรัพยากรของรัฐหรือดินแดนนั้นๆ ทั้งทางตรง (ยึดแล้วขนกลับประเทศเลย) และทางอ้อม (ด้วยวิธีการเรียกเก็บภาษีอากรต่าง ๆ)

สาธารณรัฐอิตาลี เดิมคือ ราชอาณาจักรอิตาลี เป็นรัฐอธิปไตยบนคาบสมุทรอิตาลี ซึ่งได้มีการสถาปนาขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๔ (ค.ศ. 1861) จากการรวมตัวกันของรัฐอิตาลีหลายๆ รัฐ ภายใต้การนำของราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย 

ต่อมาอิตาลีได้ประกาศสงครามต่อออสเตรียในปี พ.ศ. ๒๔๐๙ (ค.ศ. 1866) โดยมีปรัสเซีย (เยอรมนีในอดีต) เป็นพันธมิตรร่วม แม้ว่าอิตาลีจะทำการรบล้มเหลว แต่ชัยชนะของปรัสเซียก็ได้ทำให้อิตาลีได้สิทธิครอบครองเวนิส ต่อมาอิตาลีได้ยกทัพเข้ายึดกรุงโรมในปี พ.ศ. ๒๔๑๓ (ค.ศ. 1870) เป็นการปิดฉากอำนาจการปกครองทางโลกของสมเด็จพระสันตะปาปาที่ต่อเนื่องยาวนานมานับพันปี 

อิตาลีเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ ๑

ต่อมาอิตาลีได้ตอบรับข้อเสนอของ ออทโต้ ฟอน บิสมาร์ค ผู้นำปรัสเซียในการเข้าร่วมกลุ่มไตรพันธมิตรกับเยอรมนีและออสเตรียในปี พ.ศ. ๒๔๓๕ (ค.ศ. 1892) หลังจากที่อิตาลีเกิดความไม่พอใจในการขยายอาณานิคมของฝรั่งเศส อย่างไรก็ดี แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างอิตาลีกับเยอรมนีจะเป็นไปด้วยดียิ่ง แต่ความเป็นพันธมิตรกับออสเตรียกลับอยู่ในลักษณะเป็นทางการเท่านั้น 

ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ (ค.ศ. 1915) อิตาลีจึงได้ตอบรับคำเชิญของสหราชอาณาจักรในการเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ ๑ และชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรในมหาสงครามครั้งนั้นได้ทำให้อิตาลีก้าวขึ้นมาเป็นชาติมหาอำนาจ โดยมีที่นั่งถาวรอยู่ในสภาสันนิบาตชาติ และราชอาณาจักรอิตาลีดำรงคงอยู่จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๙ (ค.ศ. 1946) เมื่อประชาชนชาวอิตาลีได้มีการลงประชามติให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบราชอาณาจักรไปสู่ระบบสาธารณรัฐ

จักรวรรดิอาณานิคมของอิตาลีถูกสร้างขึ้นหลังจากอิตาลีเข้าไปมีส่วนร่วมกับมหาอำนาจยุโรปอื่น ๆ ในการแสวงหาอาณานิคมในต่างประเทศในยุคของ ‘การแย่งชิง/การล่าอาณานิคมในแอฟริกา’ ซึ่งจักรวรรดิอาณานิคมของอิตาลีถูกสร้างขึ้นช้ากว่าหรือยังคงเล็กเกินไปที่จะนำไปเปรียบเทียบกับการครอบครองโพ้นทะเลขนาดใหญ่ของมหาอำนาจยุโรปอื่น ๆ เช่น โปรตุเกส สเปน เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งต่างก็ได้สร้างจักรวรรดิขนาดใหญ่แล้วมาเป็นเวลาหลายร้อยปี และหนึ่งในพื้นที่สุดท้ายที่เหลืออยู่ที่เปิดให้ล่ารัฐหรือดินแดนมาเป็นอาณานิคมก็คือ ดินแดนในทวีปแอฟริกา 

ดังนั้นจักรวรรดิอิตาลีจึงกำเนิดก่อเกิดขึ้นเฉพาะในแอฟริกาตะวันออกและในลิเบีย ในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการที่ประเทศเข้าสู่ลัทธิฟาสซิสต์ (Fascism) ภายใต้การนำของ ‘เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini)’


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top