Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

GISTDA เผยภาพพายุ 'นันมาดอล' พัดถล่มญี่ปุ่น 'โตเกียว-คานากาวะ-คิวชู' เตรียมรับมือน้ำท่วม

เพจ GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้เผยภาพจาก #ดาวเทียมฮิมาวาริ8 🛰🛰🛰 ของญี่ปุ่น พร้อมระบุว่า...

🌪🌪🌪พายุหินหนามหน่อ (ซ้าย) เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 65 ที่ผ่านมาเกือบ 20 กว่าวัน เทียบกับ พายุนามาดอล (ขวา) ที่ถ่ายไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 16 กันยายน 65 ด้วยดาวเทียมฮิมาวาริ-8 ณ ตำแหน่งใกล้เคียงกัน ซึ่งปัจจุบัน (19 กันยายน 65) พายุนันมาดอลกำลังพัดถล่มตอนใต้ของญี่ปุ่นด้วยความเร็วลมประมาณ 110 km/h 🌪🌪🌪

ทั้งนี้ อิทธิพลของพายุจะทำให้เกิดฝนตกหนัก และมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มตามมา ทางการญี่ปุ่น ได้ประกาศเตือนประชาชนในกรุงโตเกียว จังหวัดคานากาวะ และเกาะคิวชู ให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมด้วย

รัฐฟื้นท่องเที่ยวไทยแตะ 80% เหมือนก่อนโควิดผุด คาดปี’ 66 โกยรายได้ 2.38 ลลบ.

(19 ก.ย. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า... “รัฐบาลวางเป้าหมายสนับสนุนการท่องเที่ยว

โดยให้ภาพรวมปี 2566 การท่องเที่ยวของไทยกลับมาอยู่ในสัดส่วนเป็น 80% เหมือนก่อนสถานการณ์โควิด-19 (ของปี 2562) โดยคาดว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 1.73 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากต่างประเทศ 970,000 ล้านบาท และรายได้หมุนเวียนจากตลาดคนไทย 760,000 ล้านบาท และเชื่อว่าหากเป็นไปตามสถานการณ์ท่องเที่ยวที่เอื้ออำนวยในทุกด้าน (Best Case Scenario) คาดว่าจะมีรายได้รวม 2.38 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 880,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ รัฐบาลยินดีที่สายการบินมีการปรับแผนและการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นในฤดูการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 จนถึงต้นปีหน้า หรือช่วง High Season”

โดยจากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า การท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยประเมินว่าไตรมาส 4 ในเดือน ตุลาคม - ธันวาคม จะมีนักท่องเที่ยวจำนวน 1.5 ล้านคนต่อเดือน และ ททท.จะจับมือกับสายการบินพันธมิตรผลักดันการท่องเที่ยวช่วง High Season ผ่านการส่งเสริมการขายและการตลาดอย่างต่อเนื่อง สะท้อนบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักหลังนโยบายเปิดประเทศเต็มรูปแบบ

‘สุริยะ’ เผย ก.อุตฯ เร่งผลักดันอุตฯ อิเล็กทรอนิกส์ มุ่งสู่มาตรฐาน IEC ลดข้อกีดกันทางการค้าผู้ส่งออก

“ก.อุตฯ” เร่งผลักดันแผนการดำเนินงานด้านมาตรฐานอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ตาม IEC ลดข้อกีดกันทางการค้าให้ผู้ส่งออกไทย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งผลักดันแผนการดำเนินงานด้านมาตรฐานอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ (International Electrotechnical Commission – IEC)  ที่จะประกาศใช้ต้นปี 2566 โดยยังคงให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อน BCG Economy Model และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อให้อุตสาหกรรมไฟฟ้าของไทยก้าวสู่สังคมดิจิทัลทัดเทียมกับประชาคมโลกได้ โดยที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องไม่เสียโอกาสในการแข่งขันทางการค้ากับต่างประเทศด้วย” นายสุริยะฯ กล่าว

นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยมาตรฐานเทคนิคทางไฟฟ้าระหว่างประเทศ (บอร์ด กมฟท.) กล่าวว่า บอร์ด กมฟท. ตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายและพัฒนางานมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ IEC เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย โดยมีคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยมีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นฝ่ายเลขานุการ ซึ่งในการประชุมประจำเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบกรอบแผนการดำเนินงานด้านมาตรฐานอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย ให้รองรับสังคมดิจิทัลที่มีความปลอดภัย รวมทั้งพัฒนามาตรฐานและการตรวจสอบรับรองสาขาอัจฉริยะ (SMART) ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก พร้อมทั้งจัดทำแนวทางการแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย และในการประชุมบอร์ดครั้งต่อไปในเดือนมีนาคม 2566 จะเชิญผู้แทนจาก IEC มานำเสนอแผนยุทธศาสตร์ของ IEC เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนการดำเนินงานด้านมาตรฐานอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยด้วย

บิ๊กป้อม ตรวจสะพานเชื่อม 'ไทย - มาเลเซีย' แห่งที่ 2 เพิ่มจุดสัญจร-ส่งเสริมการขยายตัวศก.ทั้ง 2 ประเทศ

พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ 'สุไหงโก-ลก' ตรวจจุดก่อสร้างสะพานเชื่อม 'ไทย - มาเลเซีย' แห่งที่ 2 ยกระดับความสัมพันธ์/ส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดน เร่งรัดแก้น้ำท่วม พื้นที่ชุมชน

(19 ก.ย. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี / ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ลงพื้นที่ไปปฏิบัติราชการ จ.นราธิวาส โดยในช่วงเช้าได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการต่าง ๆ พร้อมมอบนโยบายที่สำคัญแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม ม.นราธิวาสราชนครินทร์  

สำหรับในช่วงบ่าย พล.อ.ประวิตร และคณะได้เดินทางต่อไปยัง ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปและตรวจจุดก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก (ไทย-มาเลเซีย) แห่งที่ 2 บริเวณ อ.สุไหงโก-ลก กับเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน โดยทำการสร้างสะพานคู่ขนานกับสะพานเดิม เพื่อยกระดับความสัมพันธ์และเพิ่มประสิทธิภาพการสัญจรผ่านแดน ส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศ 

จากนั้นได้รับฟังความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม และการระบายน้ำ ในพื้นที่ชุมชนของ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งประสบปัญหา น้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี โดยมีสาเหตุจากการระบายน้ำของแม่น้ำสุไหงโก-ลก ที่ไม่สามารถดำเนินการระบายได้ทัน เนื่องจากมีน้ำหลากไหลเป็นปริมาณมาก ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ทหารอากาศถอยยกเลิกโครงการปลูกอ้อยสนามบินเสรีไทย ชาวบ้านในอำเภอ ชุมนุมชูป้ายประท้วงและเรียกร้องให้กองบิน 23 กองทัพอากาศยกเลิกอนุญาตโครงการปลูกอ้อยในสนามบินเสรีไทย

ด้านผู้บังคับการกองบิน 23 ส่งตัวแทนเจรจาหาข้อยุติก่อนยอมถอยยกเลิกโครงการ และรับข้อเสนอแบ่งพื้นที่ให้โรงพยาบาลนาคูอีก 25 ไร่ พร้อมจัดสรรพื้นที่สำหรับก่อสร้างสวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ขณะที่แกนนำชาวบ้านยังไม่ปักใจเชื่อ พร้อมเดินหน้าติดตามการยกเลิกโครงการ 

จากกรณีกลุ่มเครือข่ายชาติพันธุ์ผู้ไทยอีสานเมืองน้ำดำ ชาวบ้าน และผู้นำชุมชน ชาวบ้านใน ต.นาคู อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ ออกมาคัดค้านต้านโครงการของกองบิน 23 อุดรธานี กองทัพอากาศที่จะปลูกอ้อยปลูกอ้อย 100 ไร่ ในสนามบินเสรีไทย เนื่องจากชาวบ้านเห็นว่าเป็นการลบร่องรอยประวัติศาสตร์ สนามบินเสรีไทย  และเป็นการย่ำยีหัวใจและทำลายแผ่นดินประวัติศาสตร์ 

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2565 ที่หน้าที่ว่าการอำเภอนาคู จ.กาฬสินธุ์ ชาวบ้านในอ.นาคู และอำเภอใกล้เคียงกว่า 100 คน นำโดยนายบำรุง คะโยธา อดีตแกนนำสมัชชาคนจน นายอดุลศักดิ์ วรสาร ประธานสภา ทต.นาคู ได้นำป้ายข้อความมาชูประท้วง และนำเครื่องเสียงจัดเวทีไฮปาร์ค เรียกร้องให้ทางกองบิน 23 ยกเลิกอนุญาตนายทุนเข้ามาทำการปลูกอ้อยบนพื้นที่สนามบินเสรีไทย โดยแกนนำหลายคนได้เข้ามาสลับสับเปลี่ยนปราศรัย และแสดงความคิดเห็นต่อหนังสืออนุญาต โดยระบุว่าเป็นความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น บนแผ่นดินประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้มข้น ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยของฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาคู และฝ่ายความมั่นคง นอกเครื่องแบบกว่า 50 นาย

ขณะเดียวกันที่ห้องประชุมอำเภอนาคู นายประเสริฐ บุญเรือง  ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 5 นายนฤนาท เมืองแสน นายอำเภอนาคู พ.ต.อ.สมชาย ภูกองชนะ ผกก.สภ.นาคู นายประสงค์ จันทร์กระจ่าง ป้องกัน จ.กาฬสินธุ์ นายประดิษฐ์ ศรีประไหม ปลัด ทต.นาคู พร้อมด้วยนาวาอากาศเอกจีรพงษ์ ทองโคตร หัวหน้าแผนกกิจการพลเรือน กองบังคับการ กองบิน 23 และเรืออากาศโทโกวิทย์ เจียรวาปี นายทหารแผนกส่งกำลังบำรุง กองบังคับการ กองบิน 23 ซึ่งได้รับมอบหมายจากนาวาอากาศเอกวิศรุต จันทประดิษฐ์ ผู้บังคับการกองบิน 23 เข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบปัญหาที่และหาข้อยุติ ก่อนที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จะลงมารับหนังสือข้อเรียกและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน

นายนฤนาท เมืองแสน นายอำเภอนาคู จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องชาวบ้านคัดค้าน ไม่ต้องการให้ทางกองบิน 23 อนุญาตให้ใช้พื้นที่สนามบินเสรีไทย 100 ไร่เช่าปลูกอ้อย เบื้องต้นตนได้รายงานสถานการณ์ไปยังนายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ ทราบเรื่องแล้ว จากนั้นประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คือกองบิน 23 เทศบาลตำบลนาคู เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาคู ฝ่ายความมั่นคง เข้ามาพุดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะได้ข้อยุติว่าทางฝ่ายกองบิน 23 จะยกเลิกโครงการปลูกอ้อย 100 ไร่ นอกจากนี้ทางกองบิน 23 ที่ดูแลสนามบินเสรีไทย ยังจะได้ทำตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านอีก 2 ประเด็น คือขอใช้พื้นที่สนามบินเสรีไทย 25 ไร่ สำหรับเป็นพื้นที่ประกอบของโรงพยาบาลนาคู และจัดพื้นที่อีกส่วนหนึ่งสำหรับสร้างสวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่าในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ จะได้ประสานกับทางกองบิน 23 ขอหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการภายในเวลา 2 วัน

ผบ.ตร.มอบรางวัล 'สวป.สน.ดุสิต' ระงับเหตุคลั่งยิง ในท้องที่ สน.ดุสิต

(19 กันยายน 2565) ที่ศูนย์การค้าเดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา กรุงเทพฯ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ชมการฝึกซ้อมแผนแก้ไขปัญหาสถานการณ์วิกฤตและการเผชิญเหตุ รองรับการประชุมเอเปค 2565  โดย ผบ.ตร. ระบุถึงความสำคัญ และความจำเป็นที่ตำรวจต้องปฏิบัติการอย่างมียุทธวิธี และมีความพร้อมทุกเมื่อ หากต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤตที่คาดไม่ถึง โดยย้ำว่าหัวใจสำคัญของการปฏิบัติการของตำรวจ คือ การทำตามยุทธวิธี อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย 

'อลงกรณ์' นำทีมประมงจังหวัดร่วมประชุมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยทะเลอำเภอบ้านแหลม

ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ นำทีมประมงจังหวัดร่วมประชุมกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยทะเลอำเภอบ้านแหลมยืนยันจะเร่งแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนโดยเร็วที่สุด

(19 ก.ย.65) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมระหว่างประมงจังหวัดเพชรบุรีและประมงอำเภอกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยทะเล อำเภอบ้านแหลมที่ประสบความเดือนร้อนหอยตายหอยไม่โตจากปัญหาคุณภาพน้ำขอให้รัฐบาลช่วยเยียวยาชดเชยปัญหาขาดทุนโดยขอให้กรมประมงยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (ค่าน้ำ) ในรอบการขึ้นทะเบียนใหม่ตามกฎกระทรวงที่ออกตาม พรก.ประมง 2558 ที่วัดอุตมิงคาวาส อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

โดยนายอลงกรณ์ชี้แจงว่า จะให้กรมประมงเร่งดำเนินการพิสูจน์สาเหตุของหอยตายหอยไม่โตว่าเกิดจากปัญหาน้ำเสียที่ลักลอบปล่อยลงมาหรือเพราะสาเหตุอื่นใดโดยจะมีการประชุมประเด็นดังกล่าวในวันที่ 23 กันยายน ส่วนการบรรเทาความเดือดร้อนกรณีขอให้ยกเว้นค่าน้ำนั้นจะเสนอข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยทะเลให้ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯพิจารณาโดยเร็วที่สุด ซึ่งในหลักการมีความเป็นไปได้เพราะเมื่อปี 2563 รัฐมนตรีเกษตรฯ เคยออกกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตมาแล้วครั้งหนึ่งตามข้อเสนอของอดีต ส.ส.อรรถพร พลบุตรและอดีต ส.ส. อภิชาติ สุภาแพ่ง จากปัญหาคล้ายคลึงกันรวมทั้งผลกระทบจากโควิด19 ซึ่งปัจจุบันยังมีผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนซ้ำเติมมาอีกทำให้ต้นทุนต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่รายได้ลดลง

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่' วันที่ 20 กันยายน 2565

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 20 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

ป้ายสี!! ยกสอง 'ประชาธิปัตย์' ปะทะ 'ภูมิใจไทย' ศึกภาคใต้!! ใต้ประชาธิปไตย 'เงินสด'

หลังจากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ออกมาพูดว่า ในฐานะ ส.ส.ภาคใต้ ภาคใต้ไม่มีการซื้อเสียง แม้แต่สลึงเดียวก็ไม่เคยใช้ในทางการเมือง แต่ก็ต้องเหนื่อยและต้องรับใช้ประชาชนตลอดชีวิต เห็นทุกพรรคบอกจะแลนด์สไลด์ ไว้รอดูตอนเลือกตั้ง

แน่นอนครับว่า เมื่อพูดถึงความว่า ภาคใต้ไม่มีการซื้อเสียงในเวลานี้ ทุกคนก็นั่งยิ้มมุมปาก เพราะเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า มีการใช้เงินซื้อเสียงกันมโหฬาร เพียงแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้ตรวจการเลือกตั้ง ไม่มีศักยภาพพอในการตรวจจับการทุจริตการเลือกตั้ง จึงรับรองผลว่า 'การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม'

นายชวนคนเดียวอาจจะเป็นข้อยกเว้นไม่มีการซื้อเสียง ไม่เลี้ยงน้ำชา-กาแฟใคร แต่ในสังคมนักเลือกตั้ง ตั้งแต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. เทศบาล อบจ. ส.ส. มีการใช้เงินเพื่อการเลือกตั้งทั้งนั้น และการใช้เงิน (Money Politic) ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และวงเงินมากขึ้น (ประชาธิปไตยเงินสด) เป็นยอดเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่นกับการเข้าไปใช้ตำแหน่งหน้าที่ทุจริตฉ้อโกงในอนาคต และนี้คือวงจรอุบาทว์ของการเมืองไทย

ถ้าเป็นเมื่อยี่สิบสามสิบปีก่อน ก็พอจะพูดได้ว่า ส.ส.ภาคใต้ไม่มีการซื้อเสียงการเลือกตั้ง แต่ปัจจุบันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปหมดแล้ว 'เงิน' เป็นปัจจัยหนึ่งในการชี้วัดผลการเลือกตั้ง

เมื่อนายชวนออกมาพูดว่าภาคใต้ไม่มีการซื้อเสียง จึงเกิดปฏิกิริยาโต้กลับจากคู่ต่อสู่ทางการเมืองทันที

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัว ระบุใจความว่า "ในอดีตอาจจะไม่มีจริง แต่ปัจจุบันมีการเตรียมการในพื้นที่เขต 7 บ้านผม อำเภอนาทวี และ อำเภอสะบ้าย้อย คนที่เคยเป็นอดีต ส.ส. ประกาศตัวเคยทำงานใกล้ชิดท่าน ทำงานการเมืองสุจริตแบบท่าน สั่งให้ทีมเดินเก็บบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร และ สัญญาว่าจะให้เงิน 500 บาท บอกกับคนทั่วไปอย่างไม่ละอาย ว่ารอบนี้เลือกตั้ง จะใช้เงิน 100 ล้านบาท เพื่อซื้อให้ชนะ ขอให้ท่านตรวจสอบมีจริงหรือไม่"

ด้าน นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา ที่แพ้ให้กับ นายณัฏฐ์ชนน ในการเลือกตั้งปี 2562 และ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 7 พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้ด้วยความดุเดือด โดยมีการแคปโพสต์ที่ นายณัฏฐ์ชนน ระบุไว้ ก่อนตอบกลับดังนี้...

"ผมเห็นท่านโพสต์เรื่อง 'เด็กขี้ร้อง' มาหลายหนหลายครั้ง ก็ยังสงสัยว่า 'เด็กขี้ร้อง' นั้นคือใคร บัดนี้กระจ่างแล้วครับว่าเป็นตัวท่าน ขนาดยังไม่มีการเลือกตั้งก็ร้องแล้ว อย่าไปร้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งหมายถึงผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น เพราะเขาเหล่านั้นย่อมมีสิทธิ์ที่จะเอือมระอากับนักการเมืองประเภท 'คางคกขึ้นวอ' มาร้องผมนี่สิครับ"

นายศิริโชค ระบุอีกว่า "ท่านเห็นด้วยกับผมมั้ยครับ ว่านักการเมืองสมัยนี้บางคนหน้าด้านมาก ได้มาเพราะการซื้อเสียงแต่ตอนนี้เกลียดการซื้อเสียงมาก (เวลาออกสื่อ) คงจะลืมว่าในอดีตเคยหอบเงิน 60 กว่าล้านบาทมาหล่นเรี่ยราดไว้แถวนี้ ผมแนะนำครับให้กินน้ำมันตับปลาให้มากๆ จะได้ไม่หลงลืมว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้ในอดีต"

"ท่านไม่ต้องกลัวจนขี้ขึ้นสมอง เฝ้าท่องคาถาเสียงดี เสียงดี และส่งคลิป เสียงดี ไปตามกลุ่มต่าง ๆ เท่านั้นก็พอครับ แต่สำหรับผมขอเลือกที่จะลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้วเจอกันวันเลือกตั้ง ขอให้โชคดีครับ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top