Tuesday, 14 July 2026
TheStatesTimes

'อนุทิน' พอใจ นโยบายเลือกตั้งเป็นรูปธรรมแล้ว พร้อมเดินหน้าหาเสียง เน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตปชช.

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงทิศทางการเดินหน้าของพรรคภูมิใจไทย ในช่วงก่อนเข้าโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง ว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทย ทำนโยบายที่หาเสียงไว้เป็นรูปธรรมแล้ว ทั้งเรื่องกัญชาเพื่อการแพทย์ แกร๊บถูกกฎหมาย ปลดผู้ค้ำประกันหนี้ กยศ. เพิ่มค่าตอบแทน อสม. และอีกหลายนโยบาย 

จากนี้ เรามุ่งมั่นจะต้องทำให้ดีขึ้น เป็นเฟส 2 ของการเดินหน้านโยบายขอเพียงให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เราลุยได้แน่นอน ก่อนอื่นต้องขอเริ่มจากสิ่งที่เห็นกันอยู่ตรงหน้า หรือ อสม. ที่ต้องดูแลให้ดีกว่าเดิม ในอดีตรับเดือนละ 1,000 บาท แล้วมาได้เพิ่มอีก 500 บาท ช่วงที่มีโควิด-19 ระบาด เงินที่จ่ายไปทดแทนมาด้วยประสิทธิภาพในการทำงานที่คุ้มค่า อสม. คือจุดแข็งของประเทศไทย องค์การอนามัยโลก ยังต้องมาศึกษาการขับเคลื่อนงานของ อสม. ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำให้ อสม. มีค่ายิ่งกว่าคำว่ามวลชนด้านสุขภาพ

'บิ๊กป้อม' เพิ่ม 7 มาตรการ แก้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ทุกหน่วยงานประสานกทม. เข้าช่วยเหลือปชช.

​เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 65 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบฝนตกหนัก ได้กำชับให้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ทำงานเชิงรุกตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัด

​น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรยังมีข้อสั่งการเพิ่มเติมจาก 13 มาตรการเดิม ดังนี้ 

1.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ผู้รับผิดชอบแต่ละหน่วยงานมอบหมายให้มีผู้ประสานงานติดตามกับกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที 

2.) แก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยเร่งกำจัดหญ้าและวัชพืชบริเวณ คลองบางคูเวียง เขตทวีวัฒนา พร้อมประสานงานจังหวัดนนทบุรีเพื่อเปิดทางระบายน้ำให้ไหลได้สะดวก

ชาวเน็ตมาเลย์ แขวะ!! นายกฯ อิสมาอิล นิยมใช้ของหรูหรา ทั้งที่ปชช. เจอมรสุมค่าครองชีพ

การแต่งกายของนายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ แห่งมาเลเซีย กลายเป็นประเด็นถกเถียงอยู่เสมอเกี่ยวกับเสื้อผ้าหรูหราราคาแพงที่ผู้นำรายนี้เลือกใส่ ล่าสุดมันโหมกระพือความเห็นต่างอีกครั้งบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังพบเขาสวมรองเท้าราคาแพงกว่า 5,100 ริงกิต (ประมาณ 41,000 บาท) ในขณะที่ประชาชนในประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ในอดีตที่ผ่านมา อิสมาอิล มักถูกวิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้งเกี่ยวกับชุดที่เขาเลือกสวมใส่ ในขณะที่ผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์แสดงความผิดหวังที่นายกรัฐมนตรีรายนี้มักเลือกสวมเครื่องแต่งกายหรูราและมีราคาแพงมาก

เมื่อเร็วๆ นี้ อิสมาอิล พบปะกับ ลอว์เรนซ์ หว่อง รองนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ที่เมืองปุตราจายา หลังจาก หว่อง เดินทางมาเยือนมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม กลับเป็นเรื่องอื่นที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยชาวมาเลเซียตาดีบางส่วนสังเกตเห็นนายกรัฐมนตรีของพวกเขา สวมรองเท้าหนังยี่ห้อแอร์แมส ซึ่งระบุราคาบนเว็บไซต์ที่ 5,100 ริงกิต

หลังจากภาพถ่ายนี้ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ ชาวเน็ตหลายคนไม่รีรอที่จะโพสต์ประณามนายกรัฐมนตรีรายนี้ต่อเครื่องแต่งกายที่เขาสวมใส่ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหลายคนแสดงความสงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้สึกจำเป็นต้องสวมร้องเท้าที่มีราคาแพงเช่นนี้ ทั้งที่ในขณะเดียวกันรองนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์เอง ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจำเป็นต้องแต่งกายหรูหราแต่อย่างใด

รอง ผบ.ตร. สั่งระดมตำรวจจราจร รับมือฝนตกหนักเย็นนี้ หวั่นน้ำท่วมขังรถติดหนัก

วันนี้ (7 ก.ย. 65) เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรทุกพื้นเตรียมรับมือฝนตกหนักเย็นนี้ หวั่นเกิดน้ำท่วมขังในเส้นทางทำให้การจราจรเป็นอัมพาต

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้ทุกหน่วย ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมรสุมกำลังแรง ที่จะส่งผลกระทบจนถึงวันที่ 9 ก.ย.65 ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่และมีน้ำท่วมขังในเส้นทางการจราจร ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนักในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. เมื่อคืนที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วย ระดมกำลังตำรวจจราจร และทุกสายงาน โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. เตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงเย็นวันนี้ โดยให้จัดตำรวจจราจรอำนวยความสะดวก เตรียมแผนเผชิญเหตุและชุดเคลื่อนที่เร็วไว้แก้ไขปัญหา กรณีมีรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุกีดขวางการจราจร ให้สามารถเคลื่อนย้ายรถได้อย่างรวดเร็ว รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน และที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเฉียบพลัน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งระดมช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงมรสุม ทั้งนี้หากพบอุบัติเหตุ หรือรถเสีย สามารถแจ้งสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193, สายด่วนกรมทางหลวง 1586 หรือ สายด่วน บก.จร. 1197 ตลอด 24 ชม. หรือทางเว็บไซต์ www.trafficpolice.go.th , Facebook หรือ Twitter 1197

'ผอ.ศอ.ปส.ตร.' สั่งเร่งสืบสวนขยายผลเช็คบิลขบวนค้ายาบ้า หลังจาก ตำรวจ สภ.สบปราบรวบคาด่าน 3 ล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) เปิดเผยว่าได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. ว่า เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 ก.ย.2565 ที่ผ่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ จว.ลำปาง ได้จับกุม นายสมชาย มารุ่งเรือง อายุ 40 ปี อยู่ 34/57 ซอยประชาอุทิศ 13 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

พร้อมของกลางยาบ้า ยาบ้า จำนวน 15 กระสอบ รวม 3,000,000 เม็ด ซุกซ่อนในรถกระบะโตโยต้า สีเหลือง ทะเบียน ตธ 7950 กทม.จับกุมได้ที่ด่านตรวจสบปราบ ม.15  โดยข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้า และเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน

โดยจากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นทราบว่ารับยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจาก จ.พะเยา นำไปส่งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้สั่งการให้ บช.ปส.ให้ร่วมกับ ภ.5 เร่งสืบสวนขยายผลถึง ผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการมาดำเนินคดี และรายงานความคืบหน้าให้ทราบผล รวมถึงการตรวจสอบทรัพย์ ซึ่งถ้าหากพบว่าได้มาจากการค้ายาเสพติด ก็จะเสนอให้ต่อคณะกรรมการฟอกเงินฯเพื่อยึดทรัพย์ต่อไป "ผอ.ศอ.ปส.ตร."กล่าว

บิ๊กใหม่นำทัพบูรพา 491 และกองปราบ บุกจับผู้ร่วมขบวนการก่อเหตุยิง ทนายมานพ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ระยอง

เรื่องเดิม เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 65 เวลา 19.07 น. ได้เกิดเหตุ คนร้าย “บุกเดี่ยว” ใช้อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จ่อยิงใส่ นายมานพ เสถียรเขตต์ จำนวน 3 นัด จนเสียชีวิต เหตุเกิดที่ปั๊มน้ำมัน ช.อำนวยทรัพย์ปิโตเลี่ยม เลขที่ 111 ม.4 ต.บ้านค่าย  อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. นำทีมสืบสวนสอบสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 390/2565 ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน ร่วมกับ บก.ป.บช.ก. บก.สส.ภ.2, บก.สส.ภ.จว.ระยอง, สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง เพื่อคลี่คลายคดีนี้ ต่อมา เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 65 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ได้นำกำลัง ชุดสืบสวนตามคำสั่ง ตร.เปิดปฏิบัติการ บุกจับกุมตัว นายปิติ นิชรัตน์ (มือยิง) ที่ปั๊มน้ำมันคอลเทกซ์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร จังหวัดกรุงเทพ และ จับกุมตัวนายนิติพนธ์ ฉ่ำชื่น (คนพาหลบหนี) ที่ริมถนนภายในหมู่บ้าน หน้าฌาปนสถานบ้านถิ่น ต.บ้านถิ่น อ.เมือง จ.แพร่ นั้น

ต่อมา พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ได้ขยายผลจากการจับกุมและนำกำลัง บก.สส.ภ.2 , บก.สส.ภ.จว.ระยอง , กก.2 บก.ป. ปิดล้อมตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยกว่า 8 แห่ง พบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดีหลายรายการ โดยได้พบพยานหลักฐานชิ้นสำคัญคือ ปืนลูกโม่ ยี่ห้อ สมิทแอนด์เวสสัน สีดำ ขนาด 38 จำนวน 1 กระบอก ที่บ้านเลขที่ 112/45 ม.1 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจเปรียบเทียบปืนกระบอกดังกล่าวกับหัวกระสุนที่อยู่ในที่เกิดเหตุแล้วยืนยันว่า “เป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุ” ซึ่งปรากฏพยานหลักฐานยืนยันถึง นายเสถียร บุญกล้า อายุ 52 ปี ว่าเป็นผู้จัดหาและสั่งซื้อปืนกระบอกนี้ โดยซื้อมาในช่วงก่อนเกิดเหตุเพียง 10 วัน 

และพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. จึงเร่งสั่งการให้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. และคณะพนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาศาลได้อนุมัติหมายจับนายเสถียร บุญกล้า อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1850/2565 ลงวันที่ 6 ก.ย. 65 ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนให้ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

นายกฯ สั่ง 4 หน่วยงานพิจารณาข้อมูลการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าย้ำต้องฟังเสียงประชาชน

ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเฮ! หลังนายกฯ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิต ทบทวนประเด็นการห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างกัน

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ผู้แทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ “ECST” และแอดมินเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 แสนรายเผยภายหลังได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2565 ว่า “ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนคนไทย โดยเฉพาะผู้สูบบุหรี่กว่า 9.9 ล้านคนที่อาจต้องเสียชีวิตถึงปีละกว่า 7 หมื่นคนเพราะควันจากการเผาไหม้ของการสูบบุหรี่ และไม่ทอดทิ้งผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งอาจมีจำนวนมากกว่า 5 แสนคนในปัจจุบัน”

“จดหมายสั่งการจากนายกรัฐมนตรีฉบับนี้เป็นสัญญาณอันดีที่แสดงให้เห็นถึงการเปิดรับฟังเสียงของประชาชนอย่างรอบด้านของท่านนายกฯ มากกว่ารับฟังข้อมูลจากนักวิชาการและแพทย์บางกลุ่มฝ่ายเดียว เพราะที่ผ่านมา การแบนบุหรี่ไฟฟ้าเกิดจากการผลักดันของเอ็นจีโอและแพทย์ที่รับทุน จาก สสส. โดยไม่ได้มีการทบทวนผลกระทบและประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งที่ประเทศไทยมีการแบนบุหรี่ไฟฟ้ามาแล้ว 8 ปี แต่คนใช้เพิ่มมากขึ้นกว่า 600% แถมรัฐบาลยังไม่สามารถป้องกันการเข้าถึงของเยาวชนได้จริง ไม่สามารถเก็บภาษีและควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยให้ประชาชนได้ ในขณะที่การลักลอบซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ก็มากขึ้นและยังทำให้เกิดปัญหาการจับกุมรีดไถและการคอรัปชั่น แสดงถึงความล้มเหลวของมาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้า”

รายละเอียดในหนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบข้อมูลและได้สั่งการเรื่องดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้มีกลุ่มแพทย์นำเสนอข้อมูลแต่เพียงด้านเดียวต่อท่านนายกฯ เพื่อให้คงการแบนบุหรี่ไฟฟ้าไว้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. ส่งเรื่องให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง พิจารณาและรายงานผลกราบเรียนนายกรัฐมนตรี
2. มอบหมายสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้แทนกลุ่ม ECST เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างกัน

'พิธา' เตรียมดันนโยบายดูแลสูงวัยทั่วประเทศ หลังรัฐสร้างปัญหา ออกกฎหมายขัดกันมั่ว

หัวหน้าพรรคก้าวไกล รับหนังสือจากกลุ่ม 'นักกฎหมายทนายความประชาชนสี่ภาค' เตรียมผลักดัน นโยบายรองรับสังคมสูงวัย หวั่นคนแก่ถูกทอดทิ้ง

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยส.ส. จากพรรคก้าวไกล รับหนังสือจากกลุ่มนักกฎหมายทนายความประชาชนสี่ภาค ซึ่งเดินทางมาร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาเบี้ยผู้สูงอายุที่เกิดขึ้น โดยพิธาได้อธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นโดยยกตัวอย่าง กรณีผู้สูงอายุถูกรัฐสั่งฟ้องคืน 'เงินคนแก่' และตัวอย่างที่ยกไปนั้นไม่ใช่ตัวอย่างเดียวที่เกิดขึ้น แต่ยังมีตัวอย่างของผู้สูงอายุอีกจำนวนมากที่ต้องคืนเงินให้กับรัฐ เนื่องจากความผิดพลาดของการออกกฎหมายที่ขัดกันและการดำเนินการของรัฐที่ไม่รอบคอบถี่ถ้วน หากรัฐไม่สามารถจัดการระบบและกฎหมายที่ขัดกันได้ ปัญหานี้จะกลายเป็นปัญหาคุกคามผู้สูงวัยทั่วประเทศ วันนี้ตนจึงเดินทางมารับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มทนายที่พบปัญหาโดยตรง

หนึ่งในตัวแทนกลุ่มนักกฎหมายทนายความประชาชนสี่ภาค ได้ยกตัวอย่างปัญหาสำคัญของคดีลูกความผู้สูงอายุที่ตนเป็นทนายความไว้ว่า "ที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้เรียกเงินคืนจากผู้สูงอายุที่รับเงินจากบำเหน็จบำนาญจากบุตรชายที่เสียชีวิต ผมจึงเข้าไปเป็นทนายความยื่นฟ้องศาลปกครอง เมื่อศาลปกครองรับฟ้อง พิจารณาหลังจากนั้นผมได้ยื่นฟ้องศาลปกครองต่อกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานโดยตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง หลังจากยื่นฟ้องศาลปกครองรับฟ้อง คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะพิเศษ

สหรัฐฯ สั่งห้าม NVIDIA - AMD ขายชิปคุณภาพสูงให้กับจีน | NEWS GEN TIMES EP.67

✨ ยุโรปซื้อ LNG จากจีน!! หนีเอาตัวรอดจากพลังงานรัสเซีย ยอมหันไปพึ่งพาจีนแม้ราคาจะสูงกว่าตลาดก็ตาม

✨ สหรัฐฯ สั่งห้าม NVIDIA - AMD ขายชิปคุณภาพสูงให้กับจีน หวังชะลอการพัฒนาระบบ AI และงานด้านดิจิทัลของจีน ไม่ให้ก้าวหน้า

✨ อิสราเอลออกกฎเข้ม!! ชาวต่างชาติที่มีคู่รักเป็น ‘ปาเลสไตน์’ ในเขต West Bank ต้องรายงานสถานะความสัมพันธ์ต่อกองทัพอิสราเอล

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

8 กันยายน พ.ศ. 2482 รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ออกประกาศ ให้คนเคารพธงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี

วันนี้ เมื่อ 83 ปีที่แล้ว รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ได้ออกประกาศให้คนเคารพธงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี ชี้ สิ่งเป็นสิ่งสำคัญประจำชาติพึงได้รับการเชิดชูเคารพ

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรัฐนิยมฉะบับที่ 4 เรื่องการเคารพ ธงชาติ, เพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี ลงวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2482 มีเนื้อหาใจความว่า (หัวข้อประกาศและเนื้อหาในประกาศสะกดตามต้นฉบับ)

“ด้วยรัฐบาลได้พิจารณาเห็นว่า ธงชาติ เพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นสิ่งสำคัญประจำชาติพึงได้รับการเชิดชูเคารพของชาวไทยทั้งมวล จึงประกาศเป็นรัฐนิยมไว้ดังต่อไปนี้

๑. เมื่อได้เห็นการชักธงชาติขึ้นรือลงจากเสาประจำสถานที่ราชการตามเวลาปกติ หรือได้ยินเสียงแตรเดี่ยวหรือนกหวีดเป่าคำนับหรือให้อาณัติสัญญาณการชักธงชาติขึ้นหรือลง ให้แสดงความเคารพโดยปฏิบัติตามระเบียบเครื่องแบบหรือตามประเพณีนิยม

๒. เมื่อได้เห็นธงไชยเฉลิมพล ธงเรือรบ ธงประจำกองยุวชนทหาร หรือธงประจำกองลูกเสือ ซึ่งทางการเชิญผ่านมาหรืออยู่กับที่ประจำแถวทหาร หรือหน่วยยุวชน หรือลูกเสือ ให้แสดงความเคารพโดยปฏิบัติตามระเบียบเครื่องแบบ หรือตามประเพณีนิยม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top