Tuesday, 14 July 2026
TheStatesTimes

สร้างอนาคตไทย สนับสนุน!! การกีฬาเพื่อเยาวชน

(27 สิงหาคม 2565) ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคและประธานภาคกรุงเทพฯ ได้ร่วมเปิดงานการแข่งขันฟุตบอลเขตพญาไท ซึ่งจัดที่สนามฟุตบอล ในร่ม พหลโยธิน ซอย 8 โดย ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณากร เป็นผู้ประสานงานการจัด

ดร.อุตตม ได้กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทย เห็นความสำคัญกีฬาทุกประเภท และต้องการสนับสนุนเยาวชนไทยให้เล่นกีฬา เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง, รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และให้อภัย ทั้งยังเป็นภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านยาเสพติดและอบายมุขต่างๆ เยาวชนไทยจะได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศต่อไป

สตูล มาเลเซียขนทัพเรือคายัคโปรโมทเส้นทางธรรมชาติใหม่ 'ลังกาวี-สตูล' ให้สาวกชื่นชอบแนวผจญภัย ก่อนเปิดด่านชายแดนทางน้ำ

นักกีฬาพายเรือคายัคจากเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซียจำนวน 21 ลำ 37 คน พายเรือมุ่งหน้ามายังเกาะยาว ตำบลปูยู อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เพื่อพักรับประทานอาหารและประกอบศาสนากิจทางศาสนา โดยมีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่อบต.ปูยูให้การต้อนรับคณะโดยเป้าหมายจะมุ่งหน้าไปยังตำบลตำมะลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล รวมระยะทาง 47 กิโลเมตร  

โดยระยะเวลาในการพายเรือครั้งนี้ใช้เวลา 5 ชม.เศษท่ามกลางสภาพอากาศที่เป็นใจ นับเป็นการพายเรือคายัคระหว่างประเทศ 'เกาะลังกาวี รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย - ตำมะลัง จังหวัดสตูล' ครั้งแรกของการท่องเที่ยวแนวผจญภัยเส้นทางเรือคายัค ของกลุ่มนักกีฬาที่ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้ 

'อัษฎางค์' สวดพวกต่ำช้า เหยียดหยาม 'บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่' ทั้งที่ไม่เคยทำประโยชน์อะไรเพื่อชาติและประชาชน

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค ระบุว่า...

ผมขอออกตัวก่อนนะว่า ผมไม่ใช่ติ่งลุงป้อม แต่เห็นทั้งเด็กๆ และไอ้แก่ทั้งหลาย บุลลี่ ลุงป้อม ลุงตู่ ด้วยความหยาบคาย แล้วก็เคืองแทนเหมือนกัน

ถึงแม้ว่าใครจะไม่พอใจการทำงานการเมืองของลุงป้อม ลุงตู่ แต่มันถูกต้องแล้วหรือที่จะใช้ความต่ำช้าของตัวเอง ไปเหยียดหยามผู้อื่น

อยากถามว่า คนที่ไปบุลลี่ ลุงตู่ ลุงป้อม ทั้งหลายนั้น เคยทำคุณประโยชน์อะไรเพื่อชาติและประชาชนบ้างหรือยัง 

วันนี้ขอเอาบทสัมภาษณ์นี้มาฝาก (เผื่อบางคนไม่เคยอ่าน) คำพูดของใคร มันบอกความเป็นตัวตนของคนนั้น 

ลองฟังอีกมุมของลุงป้อม ที่ใครอาจไม่เคยรู้เคยเห็น

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.64 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์พิเศษ ในรายการ “เนชั่นทันข่าวค่ำ” ทาง เนชั่นทีวี ช่อง 22 โดยผู้สื่อข่าว “อัญชลี อริยกิจเจริญ”

ถาม : ให้เล่าชีวิตในช่วงที่เป็นทหาร เคยผ่านสนามรบอะไรมาบ้าง เพราะปัจจุบันทหารหลายคนไม่ค่อยได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับสนามรบ ในช่วงเป็นทหารวัยรุ่น?
ตอบ : จบไปก็ไปอยู่ชายแดนเลย ไปอยู่ภูพาน เดินอยู่แถวนั้นประมาณ 8 เดือน แล้วก็สมัครไปเวียดนาม ก่อนจะไปก็ไปฝึกที่เมืองกาญจน์ 6 เดือน ตอนอยู่ชายแดน ปะทะกันเกือบทุกวัน ปี 2512 ก็ลำบาก เพราะขึ้น 15 วัน ลงมา 2 วันพักแล้วขึ้นอีก 15 วัน แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ ในภูพาน อยู่ประมาณ 8 เดือนได้ก็มาสมัครไปเวียดนาม ไปเวียดนามปีกว่า ประมาณ 13 เดือน ก็เป็นการรบที่แตกต่างกัน ระหว่างที่เวียดนามกับที่เมืองไทย โดยเมืองไทยใช้ยิงกัน แต่ที่เวียดนามมีอากาศยาน มาสนับสนุนช่วยเหลือ

ถาม : ทำไมถึงสมัครใจไปที่เวียดนาม?
ตอบ : ผมจบมาเป็นทหารราบ ต้องทำการรบ และผมคิดว่าเราจะเป็นผู้ใหญ่ต่อไปในอนาคตต้องผ่านสนามรบทุกสนามที่เราสามารถจะไปได้ จึงสมัครไป ก็ไปรบนั่นแหละ สนามรบที่เวียดนาม การส่งกำลังบำรุงดีกว่าในประเทศไทย ประเทศไทยลำบากกว่า โดย 4 วันส่งอาหารที แต่ที่เวียดนามส่งกันทุกวัน

ถาม : มีเหตุการณ์ที่รู้สึกประทับใจกับการทำหน้าที่ทหาร?
ตอบ : มันเยอะมากเลยประทับใจเยอะมาก ต้องยิงกันอะไรกัน ต่อสู้กัน

ถาม : ในสนามรบต้องระวังตัวเองอย่างไร?
ตอบ : เราก็ต้องหลบน่ะสิ หลบไม่ให้โดนจะทำยังไง ต้องทำเป้าเราให้เล็กที่สุด ทำตัวเราให้เล็กที่สุด อะไรบังได้ก็บัง

ถาม : เสร็จจากตรงนั้นกลับมาได้อะไร?
ตอบ : ได้ประสบการณ์จากการอยู่ในสนาม อยู่กับลูกน้องอยู่กับเพื่อนฝูงอยู่กับผู้ใต้บังคับบัญชา ได้รู้ว่าคนเราเวลาอยู่ในสนามรบเป็นอย่างไร เวลาอดอยากเป็นอย่างไร เพราะกินนอนอยู่ในป่า

ถาม : อยากให้เด็กรุ่นใหม่หรือทหารใหม่ๆ ได้รู้ว่าเป็นอย่างไรเพราะเขาจะไม่มีประสบการณ์ในสนามรบ แบบนี้แล้วส่วนใหญ่มีแค่เหตุที่ภาคใต้?
ตอบ : ใช่ ภาคใต้ก็ยังมีอยู่นะ แต่ว่ามันก็ ไปทางกับระเบิดอะไรพวกนี้มากกว่าที่จะมายิงกันเหมือนสมัยที่ผมเป็นเด็กๆ เป็นร้อยตรี

ถาม : ชีวิตทหารเด็กๆ ตอนนั้นลำบากไหม กว่าเราจะขึ้นมา?
ตอบ : โอ๊ย! ลำบากมาก เราก็ไม่รู้ว่าจะขึ้นมาอย่างนี้หรอก แต่เราเป็นทหารเราก็ต้องออกสนามรบ ทำเพื่อประเทศชาติใช่ไหม เราก็ทำตามนโยบายของรัฐบาล ให้เราทำอะไรเราก็ต้องทำตามนั้น เพราะเราอยากเป็นทหารเอง ไม่มีใครเขามานั่นเราหรอก เราสมัครและสอบเข้ามาเอง เราก็มาเป็นเอง ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเท่านั้น เป็นทหารเด็กๆ มา ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเป็นใหญ่อย่างนี้หรอก ใครจะไปคิดก็คนมันตั้งเยอะแยะ มันเป็น 3 เหลี่ยมใช่ไหม เติบโตขึ้นมา กว่าจะขึ้นมาถึงข้างบนนี้มันใช้เวลานานมากนะ แล้วต้องเหนื่อยมาก ต้องเหนื่อยมาก

ถาม : เวลาขึ้นมาถึงข้างบนตำแหน่งมันจะน้อย?
ตอบ : ก็น้อยน่ะสิ ใช่ เราจะไปรู้ได้ไง การที่เราจะเติบโตขึ้น ก็ต้องดูว่าผู้บังคับบัญชาจะมองเราอย่างไร เราต้องทำตัวเราให้มีคุณค่าของการที่จะรับใช้ประเทศชาติ รับใช้ประชาชน รับใช้กองทัพ ผู้บังคับบัญชาเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดว่าเราควรจะเป็นอะไรต่อไป ไม่มีใครจะไปรู้หรอก รู้ดีเท่ากับตัวผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาเขาจะมองเราว่าเราดี เราไม่ดี เรานิสัยเป็นอย่างไร ทำงานเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

ถาม : สมัยท่านรองเป็นทหารเด็กๆ ที่เขาลงโทษ “หัวปักพื้น” ผ่านมาหมดไหม?
ตอบ : ผ่านหมดอ่ะ ทุกอย่างอ่ะ พวกนี้ (ชี้ไปที่ลูกน้อง) ก็เหมือนกัน ผ่านมาทั้งนั้นแหละ

ถาม : มันเป็นธรรมเนียมมาอยู่แล้ว?
ตอบ : ใช่ เขาไม่สั่งให้ไปตายหรอก เขาให้ทำตามคำสั่ง เขาฝึกให้คนอยู่ในคำสั่ง

INTERLINK จัดใหญ่ ให้ช้อปสินค้า ลดราคาเดือด เสิร์ฟถึงภาคเหนือ !!!

INTERLINK จัดใหญ่ ให้ช้อปสินค้า ลดราคาเดือด เสิร์ฟถึงภาคเหนือ !!!

(27 ส.ค. 65) คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ เปิดงาน “MID YEAR SALES 2022 ระเบิดความคุ้ม ลดยกใหญ่ จัดให้ปีละครั้ง” ยกขบวนสินค้าไปลดเดือด ตรึงราคา มอบโปรโมชันดีลเด็ดที่ภาคเหนือ จัดขึ้นเพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโต และตอบรับกับเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป

ผู้จัดแจงปมยกเลิกคอนเสิร์ต ‘นนท์ ธนนท์’ ด้านเจ้าตัวโพสต์แซว ขอวีซ่าตลกแต่แรกก็ผ่านแล้ว

ทำเอาแฟนๆ งงไปตามๆ กันหลังจากที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก Mask Off Events ออกมาประกาศเลื่อนงานคอนเสิร์ตของนักร้องดัง นนท์ ธนนท์ ที่จะถูกจัดขึ้นในวันที่ 2 กันยายน 2565 ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยระบุรายละเอียดไว้ว่า

‘ประกาศสำคัญเรื่องงานคอนเสิร์ต นนท์ ธนนท์

ทางทีมงานต้องกราบขออภัยอย่างสูงสุดต่อเพื่อนๆ / สปอนเซอร์ / แฟนคลับของนนท์ ธนนท์ / และต้องขออภัยตัวน้องนนท์เองเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถทำให้งานครั้งนี้เกิดขึ้นได้ตามกำหนดการค่ะ

ส่วนใครที่อยากholdสิทธิ์ไว้ **เราขอคืนเงินให้หมดก่อน** และเมื่อเรากลับมาจัดงานนนท์อีกครั้ง

เราจะติดต่อคนที่เคยได้บัตรไป เพื่อเป็นการไม่ให้เสียโอกาสของลูกค้า ที่ได้พยายามซื้อบัตรของงานนี้

เมื่อคืนบัตรกับทางร้าน รบกวนให้ลูกค้าทิ้งอีเมล์ ชื่อ และเบอร์โทรไว้นะคะ เราจะได้คอนแทคของลูกค้าทุกคนในมือ และเราจะส่งหลักฐานการใช้สิทธิเมื่อเรามีจัดงานคอนเสิร์ตนนท์อีกครั้งค่ะ

การเลื่อนคอนเสิร์ต NONT TANONT AUSTRALIAN TOUR (LIVE IN MELBOURNE) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 กันยายนนี้ เนื่องจากติดปัญหาการดำเนินการเรื่องวีซ่า ทางผู้จัดจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนงานคอนเสิร์ตนี้ออกไป โดยต้องเช็กคิวงานของศิลปิน และปัจจัยอื่นๆ จึงจะสามารถกำหนดวันงานได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทางผู้จัดขอทำการคืนค่าบัตรให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.ผู้ที่ซื้อบัตรผ่านทาง LINE OFFICIAL เราจะโอนเงินคืนให้ (ขั้นตอนการคืนเงินจะแจ้งทางLINE OFFICIAL อีกครั้ง)

2.ผู้ที่ซื้อบัตรทางร้านตลาดไทย เสบียงทอง อำไพ ให้นำบัตรมาคืนพร้อมรับเงินสดคืนได้ทันที

ทีมงาน MASK OFF EVENTS และผู้จัดทาง SYDNEY และ BRISBANE ได้ทำตามกระบวนการและยื่นเอกสารอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งกับผลที่ออกมาทำให้ผู้จัดรู้สึกผิดหวังและเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ไม่สามารถ สร้างความสุขให้กับทุกคนในครั้งนี้ได้ อีกทั้งเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางผู้จัดจริงๆ จึงเรียนมาเพื่อทราบ และขออภัยผู้สนับสนุนทุกท่านอย่างสูงสุดมา ณ ที่นี้’

เหตุนี้ทำให้แฟนๆ ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา โดยมีชาวเน็ตรายหนึ่งในทวิตเตอร์ได้ออกมาทวีตข้อความบอกว่า...

‘น้องที่ออสบอก คอนเสิร์ตนนท์ ธนนท์ที่ออสดราม่าใหญ่โตเรื่องขายบัตร เพราะว่าบัตรขายหมดไวมาก ปรากฏต้องแคนเซิลคอนเสิร์ตเพราะวีซ่าน้องไม่ผ่าน เค้าให้เหตุผลว่าไม่เชื่อว่าน้องเป็นศิลปิน และไม่เชื่อว่าน้องจะกลับไทยเลยปฏิเสธวีซ่า 🙄 อะไรรรรรรร๊ #นนท์ธนนท์ #nonttanont #Nontfam’

ต่อมาภายหลังเกิดดราม่าขึ้นทางแฟนเพจเฟซบุ๊กผู้จัด Mask Off Events ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงอีกครั้งถึงประเด็นที่เกิดขึ้น โดยว่า

‘ประกาศชี้แจงเพิ่มเติมกรณีเลื่อนคอนเสิร์ต

จากที่แอดมิน LINEOF FICIAL ได้ให้ข้อมูลกับลูกค้าไปโดยพลการ ก่อนจดหมายทางการจาก MASK OFF EVENTS จะออกมานั้น มีผลกระทบทำให้เป็นข่าว จึงอยากขออภัยอย่างสูงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้

อนุสรณ์ อัด!! สัญญาค่าแรงขั้นต่ำ 425 รัฐทำไม่ได้ เป็นการตระบัดสัตย์ หลอกประชาชนหวังผลคะแนน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี มติคณะกรรมการค่าจ้างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2565 ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต ค่าแรง 354 บาทต่อวัน ส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้, น่าน และอุดรธานี ถูกสุด 328 บาทต่อวัน ว่า พรรคพลังประชารัฐที่ตอนนี้มีหัวหน้าพรรคเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี รู้สึกอย่างไร ที่นโยบายหาเสียงเป็นสัญญาประชาคมกับประชาชน ไม่สามารถทำได้ตามสัญญาทั้งที่มีอำนาจล้นมือ ถือเป็นการตระบัดสัตย์ หลอกลวง เพื่อหวังผลคะแนนตอนเลือกตั้งหรือไม่ 

ตอนหาเสียงบอกว่าจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท เท่ากันทั่วประเทศ พอมาเป็นรัฐบาลปรับแต่ละครั้งกะปริบกะปรอย แต่ละพื้นที่ก็ปรับไม่เท่ากัน ซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำ จนปลายอายุรัฐบาล จังหวัดที่ได้มากที่สุดก็ยังห่างไกลจาก 425 บาทที่หาเสียงอยู่มาก แทนที่จะพูดในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่พูด กลับพูดแล้วไม่ทำ และอาจเตรียมไปพูดโม้ใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เกียรติภูมิของความเป็นพรรคการเมืองแทบไม่เหลือ กกต.จะดำเนินการอย่างไร ถ้าพรรคการเมืองไปหาเสียงแล้วทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ แล้วไม่เกิดผลอะไรทางกฎหมาย ต่อไปพรรคไหนอยากพูดอะไร อยากสัญญาอะไร พอทำไม่ได้ก็ไม่มีความผิด ไม่ต้องรับผิดชอบ กลายเป็นเพียงคำสัญญาที่ว่างเปล่าหลอกลวงประชาชน นโยบายที่ใช้หาเสียงแล้วทำไม่ได้ควรมีราคาที่ต้องจ่าย จะยุบพรรคหรือถูกลงโทษอย่างไรก็ควรต้องมีบรรทัดฐาน 

'โบว์ ณัฏฐา' ย้อนเจ็บ 'พวกจ้องแต่จะด่า' "จะทวงประชาธิปไตยจากใครได้ เมื่อในใจไม่เคยมี"

วันนี้ (27 ส.ค.) น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักกิจกรรมทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ @NuttaaBow ระบุว่า "ได้รับเชิญไปคุยในรายการของ Top News เนื้อหาที่นำเสนอคือทำไมนายกจึงควรลงจากอำนาจ สลิ่มฟังแล้วบอกว่ารับฟังได้ในเหตุผล ส่วนคนที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยหลายพันคนไม่ได้ฟัง เห็นภาพว่านั่งคุยกับอ.เสรี ก็ทวิตไปด่าพร้อมข้อกล่าวหาสารพัด คุณจะไปทวงประชาธิปไตยจากใครได้ เมื่อในใจไม่เคยมี" กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 ส.ค. โบว์ ณัฏฐา ได้รับเชิญไปออก รายการเรื่องลับมาก ผลิตรายการโดย บริษัท รวมหัวทีวี จำกัด ดำเนินรายการโดย ดร.เสรี วงษ์มณฑา ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมท็อปนิวส์ ในหัวข้อ "อำนาจเปลี่ยนมือ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งลุงตู่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ลุงป้อมรักษาการแทน" 

โดยในตอนหนึ่ง โบว์ ณัฏฐา กล่าวว่า มติศาลรัฐธรรมนูญให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ 5 ต่อ 4 นั้นก้ำกึ่งมาก สะท้อนเสียงในสังคมก็มีการถกกันถึงสองมุม เหมือนมีกองเชียร์ทั้งสองฝั่ง คือ ให้อยู่ต่อ หรือให้หยุดเลย ซึ่งส่วนหนึ่งมองว่าเป็นการลดอุณหภูมิ ทำให้หลายคนเบรกเพื่อรอดูก่อน

ส่วนการเรียกว่า "นายกเถื่อน" นั้น โบว์ ณัฏฐา มองว่าเป็นการแสดงอารมณ์ทางการเมือง ซึ่งเชื่อว่ามีคำนี้อยู่ในใจตั้งแต่ปี 2557 เป็นความคิดที่มาจากอุดมการณ์ทางการเมือง แต่ก็เข้าใจว่าทำให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่สบายใจ คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องรับฟังและอดทน แต่ถ้าไม่อยากให้บรรยากาศแย่ไปกว่านี้ จะพูดอะไรก็ถนอมน้ำใจกันนิดนึง เพราะมันก็อยู่ในช่วงที่ต้องรอ

ส่วนที่ว่ามีการเลือกตั้งปี 2562 ทำไมไม่หายไปนั้น เห็นว่าเป็นเพราะเส้นทางเข้าสู่อำนาจ ถ้าเป็นนักการเมืองปกติจะต้องเริ่มจากการหาเสียงทำให้ประชาชนเชื่อมั่นแล้วเลือก ถ้าได้คะแนนเยอะก็เข้าทำงาน ผลงานเป็นอย่างไร จะไปต่อได้ไหมอยู่ที่ผลงานที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มาด้วยเหตุผลว่าสถานการณ์ตอนนั้น คิดว่าจำเป็นก็เลยยึดอำนาจ คราวนี้พอตั้งต้นมาจากการยึดอำนาจ เหมือนเป็นการตั้งต้นจากต้นทุนที่มาจากกำลังทหาร พอดำเนินการต่อมา ไม่ว่าจะทำอะไรเหมือนตั้งจากต้นทุนนั้น

"ถ้าจะมองว่าเป็นข้อได้เปรียบที่นักการเมืองปกติไม่มี พอครบ 5 ปี มีการออกแบบกติกา ทำประชามติ โดยกฎหมายที่ตัวเองออกแบบขึ้น พอได้เป็นต่อผ่านการเลือกตั้งแบบนี้ คนก็สามารถจะมองได้ว่า มาจากต้นทุนที่ไม่ได้เป็นปกติอยู่ดี ไม่ชอบธรรมจากการตั้งต้น เป็นการสะสมความได้เปรียบ พอมาเป็นต่อก็เหมือนมันไม่ปกติ ในอดีตที่ผ่านมาประวัติศาสตร์จากนายกฯ ที่มาจากรัฐประหาร ก็อยู่ด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว รีบที่จะคืนอำนาจ อันนั้นเป็นมาตรฐานในความรู้สึกของคนในระบอบประชาธิปไตย ว่าไม่ควรจะสะสมและใช้ต้นทุนในการที่จะไปต่อ" โบว์ ณัฏฐา กล่าว

โบว์ ณัฏฐา กล่าวว่า ถ้าให้น้ำหนักเชิงอุดมการณ์ในระบอบประชาธิปไตยกับที่มา ผลงานจะไม่สามารถลบได้เลย แต่คนอีกส่วนหนึ่งในสังคมก็มองในแง่ทางปฏิบัติ มองผลงาน แล้วก็บอกว่าผลงานขนาดนี้เขาพอใจ แล้วทำไมเขาจะเลือกให้อยู่ต่อไปไม่ได้ พอคนสองกลุ่มให้น้ำหนักที่ต่างกัน ไม่มีทางที่จะเห็นตรงกัน และว่า ใครที่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็คงไปตามความรู้สึก วันนี้อะไรที่มาจากอารมณ์ความรู้สึก เราก็อาจจะแยกไว้ส่วนหนึ่ง แล้วก็มองไปข้างหน้าว่า ถ้าตัดสินอย่างนี้แล้วยังไงต่อ ถ้าตัดสินอีกแบบหนึ่ง สนามการเมืองจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกับการที่มีคนเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เสียสละลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ไม่เป็นภาระศาลรัฐธรรมนูญ โบว์ ณัฏฐา กล่าวว่า ก็พูดได้ แต่ไม่ใช่เป็นภาระ เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องวินิจฉัย ถ้าเกิดวินิจฉัยให้เป็นบรรทัดฐานมีประโยชน์ เพราะนายกฯ ในอดีตไม่ใช่มีแค่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ยังมีคนอื่นๆ พอศาลมีคำวินิจฉัยออกมา อย่างน้อยจะได้รู้ว่าในอนาคตถ้ามีกรณีคนเข้ามาในการเมืองจะเริ่มนับยังไง ก็เป็นประโยชน์ถ้าศาลวินิจฉัย

ส่วนการเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก คิดว่าก็เสนอได้ เชื่อว่านายกฯ ก็มีการตีความส่วนตัวแล้วเหมือนกัน ถ้าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ต้องการให้เกิดการสะสมอำนาจ ถ้าตั้งต้นได้ว่ามีอำนาจตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็อาจจะรู้สึกอยากลาออกเองก็ได้ หรือคงคิดว่าให้ศาลสั่ง ไหนๆ ก็เข้ากระบวนการแล้วให้เป็นบรรทัดฐานไป ส่วนตัวก็อยากฟังคำวินิจฉัย เพราะอยากให้เกิดบรรทัดฐาน ไม่ควรจะมีกฎหมายใดตั้งเอาไว้แล้วทั้งประเทศงงกันอยู่แบบนี้

เมื่อถามว่า อยู่สาย 57, 60 หรือ 62 (หมายถึงการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของนายกฯ) โบว์ ณัฏฐา กล่าวว่า ต้องตีความตามเจตนารมณ์ แต่เมื่ออ่านบทบัญญัติแล้ว ตอนแรกก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งออกมา ตนเดาว่าคงจะตีความให้เริ่มนับตั้งแต่ปี 2562 เพราะในมาตราที่พูดถึงเรื่อง 8 ปี มีการบอกว่านายกฯ ตามรัฐธรรมนูญนี้ต้องมีที่มาจากบุคคลที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ และอ้างอิงว่าสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบมาจากมาตรา 159 ซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมาก แต่ถ้าตีความตามเจตนารมณ์ต้องยอมรับว่า คนร่างมีเจตนาไม่ต้องการให้เกิดการสะสมอำนาจ และไม่ได้นึกถึงนายกฯ ที่มาจากการรัฐประหาร เพราะระบุว่านายกฯ มาจากสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นคิดว่าเขียนได้สองแบบ ขึ้นอยู่กับว่าจะเขียนแบบไหน ตอนนี้เริ่ม 50-50 แล้ว

เมื่อถามว่า การเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก เพื่อที่จะให้มีการเลือกนายกฯ ใหม่ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ ถือว่าเร็วไปหรือไม่ โบว์ ณัฏฐา กล่าวว่า คิดว่าช่วงที่เหลืออยู่เพียงแค่ไม่กี่เดือน ไม่ควรไปทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลโดยที่ประโยชน์ที่จะได้รับไม่คุ้มกัน ถ้าเราอยู่แต่เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง กระทั่งลืมมองว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น แล้วข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ปรับคณะรัฐมนตรีตอนนี้แล้วจะมีผลดีอย่างไร ไม่ว่ากับสนามการเมืองหรือการประชุมเอเปก เหลืออีกไม่กี่เดือน บางทีก็คิดว่าเป็นแค่ข้อเสนอเพื่อเอาใจกองเชียร์ คนที่เสนอก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เราก็อาจจะมองข้ามไป

เมื่อถามว่า รักษาการนายกรัฐมนตรี ตามธรรมเนียมก็ต้องใช้รองนายกฯ คนที่หนึ่ง คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเสียงที่ออกมาในแง่ลบมากกว่าเป็นบวก เหมือนหลบรถสิบล้อไปชนรถเทลเลอร์ มองอุปมาอุปไมยนี้อย่างไร โบว์ ณัฏฐา กล่าวว่า เป็นการสะท้อนทางการเมืองปกติ จริงๆ ไม่ต้องมองแบบนี้ก็ได้ ดูจากผลโพลก็จะรู้ว่า ในผลโพล พล.อ.ประยุทธ์ เหนือกว่า พล.อ.ประวิตร และรองนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ ก็เหนือกว่า พล.อ.ประวิตร ในแง่ของความนิยมทางการเมือง ก็เป็นปกติที่คนจะพูดอะไรแบบนั้น แต่ว่า พล.อ.ประวิตรมีความชอบธรรมที่จะรักษาการนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเบอร์หนึ่ง ก็ให้มันไปได้อย่างนี้

แต่ถ้ามองอนาคตกันไปยาวกว่านั้น ก็อยากจะเห็น พล.อ.ประยุทธ์ วางมือ เพื่อให้สนามการเมืองคราวหน้าเป็นปกติมากขึ้น เพราะในวันนี้ ส.ว. 250 คนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งมา ยังมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ อยู่เลย เมื่อกล่าวถึงความเป็นไปตามกฎหมายและความชอบธรรม แล้วเราบอกว่า คนที่มีญาติ จะไปทำอะไรกับรัฐ ถ้าเราเป็นผู้มีอำนาจเราไม่ควร เรื่อง ส.ว. 250 คน มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ โดยที่ ส.ว. 250 คน แต่งตั้งโดยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็เป็นเรื่องที่ถูกมองมาตลอดไม่ว่าจะฝ่ายไหน เรื่องนี้เป็นปัญหาจริง

"แต่ไม่ว่าจะไปด้วยเหตุผลไหน ถ้าท่านมองย้อนกลับไปแล้วก็คิดว่าพอแล้ว เหมือนสมัย พล.อ.เปรม (ติณสูลานนท์) ก็น่าจะเป็นจุดตั้งต้นที่ดีสำหรับสนามการเมืองที่จะเป็นปกติมากขึ้น คิดว่าความปกติทางการเมืองเป็นสิ่งที่ประเทศชาติต้องการ แต่ถ้าเกิดว่าศาลบอกว่าอยู่ต่อได้ และตัดสินใจที่จะลงสนามการเมือง ถึงตอนนั้นเราก็ประเมินกันอีกว่าผลของมันจะเป็นยังไง คิดว่าสิ่งที่น่าจะคิดกันก็คือ ผลของการที่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ลงสนามหน้า ความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์มีสูง กับบรรยากาศและกระแสตอนนี้ ต้องยอมรับว่า 8 ปี ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ ที่เก่งแค่ไหน 8 ปีมันจะเริ่มมีความอ่อนล้าจากสังคม คือความเบื่อ ไม่ว่าจะมีเหตุผลอย่างไร มันเกิดขึ้น แล้วมันจะเป็นกราฟลงแบบนี้ ประกอบกับมีเรื่องการตีความ 8 ปีแบบนี้อยู่ด้วย คิดว่าในสนามเลือกตั้งจะอยู่ตรงจุดไหน แล้วจะสร้างผลอย่างไร" โบว์ ณัฏฐา กล่าว

ในตอนท้าย เมื่อถามว่า นับจากวันนี้ถึงวันที่ศาลวินิจฉัย จะมีการชุมนุมเพื่อกดดันศาลอยู่หรือไม่ โบว์ ณัฏฐา กล่าวว่า คิดว่ามี บางทีเป็นความต่อเนื่อง เป็นอารมณ์คงค้าง ซึ่งถ้าอยู่ในกรอบพอดีก็เป็นปกติ แต่ถ้ามีความพยายามยกระดับหรืออะไร คิดว่าผลกระแสอาจจะตีกลับ เพราะคนก็ไม่รู้สึกถึงความสมเหตุสมผล การเคลื่อนไหวตอนนี้เป็นการสร้างกระแสเพื่อหนุนการเลือกตั้ง ยิ่งเคลื่อนไหวไปแม้จะไม่มีผลในการเปลี่ยนคำวินิจฉัยของศาล แต่จะมีผลต่อการลดความชอบธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าสิ่งที่เขาสื่อสารมีน้ำหนัก ส่งผลไปถึงการเลือกตั้ง คิดว่าเป็นเหตุผลนั้นมากกว่า

เปิดศักราชใหม่ความสัมพันธ์ 2 ชาติผู้นำเกษตรอาเซียน 'ไทย-เวียดนาม'

ยกระดับความร่วมมือด้านเกษตรสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มรายได้เกษตรกรตอบโจทย์ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ภายหลังได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ไปปฏิบัติราชการ ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามให้เข้าร่วมและกล่าวในพิธีเปิดงาน 'เทคโนโลยีเกษตรแห่งเอเซีย 2022' (Agritechnica Asia 2022) ที่นครเกิ่นเทอ และการประชุมหารือกับนายเล มิน ฮวาน (Mr. Le Minh Hoan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนา ทำๆชนบท สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนายเจิ่น แทงห์ นาม (Mr. Tran Thanh Nam) รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ดร.เจิ่น หงับ ถัดห์ (Dr. Tran Ngoc Thach) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยข้าวสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (MDRRI :Mekong Delta Rice Research Institute) ถึงแนวทางกรอบความร่วมมือด้านการเกษตร ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามซึ่งมี นายจักรกริช เรืองขจร รองกงสุลใหญ่นครโฮจิมินห์ นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรเวียดนามเข้าร่วม

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะขยายความร่วมมือทางด้านการเกษตรอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเกษตร การผลิต การแปรรูปและการตลาดสินค้าเกษตรและอาหารโดยจะมีการจัดตั้งกลไกใหม่ๆ ในระดับนโยบายและหน่วยงานและระบบสื่อสารระหว่างกันทั้งการทำงานเชิงรุกและการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ส.ว.หญิงมะกัน เรียก 'ประเทศไต้หวัน' ขณะเข้าพบ 'ไช่ อิงเหวิน' ด้านสถานทูตจีนในสหรัฐฯ ลั่น!! จะตอบโต้อย่างสาสม

กลุ่มสื่อต่างประเทศ - วุฒิสมาชิกหญิงของสหรัฐฯ ประกาศให้การสนับสนุนไต้หวันปกป้องอิสรภาพ และดินแดน พร้อมกับเรียกไต้หวันว่า ประเทศ

มาร์ชา แบล็กเบิร์น วุฒิสมาชิกรัฐเทนเนสซีจากพรรครีพับลิกัน ของสหรัฐฯ เข้าพบกับประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันที่กรุงไทเป เมื่อวันศุกร์ (26 ส.ค.) นับเป็นการมาเยือนไต้หวันครั้งที่ 4 ของคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ในเดือนนี้ (ส.ค.) โดยมีนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเดโมแครต ประเดิมเป็นรายแรกเมื่อต้นเดือน ซึ่งทำให้เสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันสั่นคลอนหนัก เมื่อจีนตอบโต้ด้วยการซ้อมรบใหญ่รอบเกาะไต้หวัน

การมาเยือนของ ส.ว.หญิงมะกันคนล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างหนักแน่นจากปักกิ่ง เช่นเดียวกับคราวนางเพโลซี อย่างไรก็ตาม ในวิดีโอ ซึ่งทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก แบล็กเบิร์นได้กล่าวกับประธานาธิบดีไช่ ว่า เธอรอคอยการมาเยือนที่ยอดเยี่ยม และยังจดจำการมาเยือนไต้หวัน อันน่าประทับใจเมื่อปี 2551 ได้ดี นอกจากนั้น เธอถึงขั้นเรียกไต้หวันว่า เป็นประเทศหนึ่งเลยทีเดียว พร้อมกับระบุด้วยว่า การสนับสนุนให้ไต้หวันรักษาอิสรภาพของตนเองถือเป็นสิ่งสำคัญ

'เจี๊ยบ ก้าวไกล' ลั่น!! ไม่ลงส.ส. สมัยหน้า ขอทำงานขับเคลื่อนพรรคอยู่เบื้องหลังแทน

(27 ส.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวหลายครั้งว่า จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งสมัยหน้าอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบบัญชีรายชื่อ หรือส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยมีรายงานว่า น.ส.อมรรัตน์จะไปทำงานขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังแทน เพราะยังมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล พร้อมปฏิเสธว่าเธอไม่ได้มีความขัดแย้งกับพรรคแต่อย่างใด อีกทั้งที่ผ่านมาก็ตั้งใจที่จะลงสมัครเป๋็น ส.ส.เพียงแค่สมัยเดียวเท่านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top