Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

'บิ๊กตู่' แง้ม!! กำลังพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ย้ำ!! มีไว้ควบคุมโควิด-19 ไม่มุ่งหวังประเด็นอื่น

'บิ๊กตู่' เผย ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังอยู่ขั้นตอนพิจารณา ยันมีไว้บูรณาการทุกหน่วยงานคุมโควิดเท่านั้น ไม่มุ่งหวังประเด็นอื่น วอน ปชช.ฉีดเข็มกระตุ้น หวั่นเชื้อกลายพันธุ์​ ขณะที่ 'หมออุดม' ยันศบค.ยังไม่เคาะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รอศบค.ชุดใหญ่ถกนัดหน้า

วันที่ 19 สิงหาคม 2565 เวลา 11.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ครั้งที่ 11/2565 ว่า วันนี้เป็นการประชุมศบค.อีกครั้งหนึ่ง และประชุมแต่ละครั้งมีความสำคัญทุกครั้ง ซึ่งได้รับทราบถึงสภาวะโดยรวม ทั้งการแพร่ระบาดและการเตรียมการมาตรการรองรับต่าง ๆ ซึ่งเรามีแผนรองรับไว้ทุกตัว ทุกระดับของสถานการณ์ ทั้งเรื่องวัคซีนและการฉีด สิ่งที่ต้องเน้นในวันนี้ทำอย่างไรให้คนไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมากยิ่งขึ้น และให้ความสำคัญกับคนกลุ่ม 608 มากขึ้น เพราะส่วนใหญ่ไม่อยากฉีดกัน และจากสถิติพบว่ามีหลายคนไม่อยากฉีด คิดว่าตัวเองปลอดภัยแล้วเลยไม่ฉีด นี่คืออันตรายพอสมควร แม้เป็นการฉีดแบบสมัครใจแต่ก็อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องนี้ วันนี้แม้เราจะปลอดภัยแต่การแพร่ระบาดก็ยังมีอยู่ อย่าเพิ่งคิดว่าเมื่อสถานการณ์ลดลงแล้วระวังตัวน้อยลงอะไรทำนองนี้ ขอให้ระมัดระวังตัวเหมือนเดิมและให้มากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป เพราะมีเชื้อกลายพันธุ์อยู่หลายตัวในขณะนี้ แต่จากการได้รับรายงานเรายังสามารถรับมือได้อยู่หลายๆ อย่างด้วยกัน และวันนี้มีความก้าวหน้าของวัคซีนที่เราผลิตเอง ซึ่งมีความก้าวหน้าไประยะที่ 3 แล้ว 

“สิ่งที่นายกฯ อยากจะพูดคือขอร้องให้ทุกคนไปฉีดเข็มกระตุ้น มันมีให้เลือกอยู่แล้วถ้าทุกคนไม่สบายใจยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ก็สามารถเลือกฉีดได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อตัวเองและคนอื่นด้วย สิ่งที่ห่วงและกังวลในตอนนี้คือการท่องเที่ยวของเรากำลังเดินหน้า และการเปิดสถานประกอบการ ศูนย์การค้า ร้านอาหารต่างๆ มากขึ้น ก็จะเป็นรายได้ให้ประเทศและทุกคนได้เข้าถึงรายได้ที่มากขึ้น ดังนั้นถ้าทุกคนช่วยกันก็จะเดินหน้าไปด้วยดี เป็นห่วงเรื่องนี้มากที่สุด ส่วนรายละเอียดต่างๆ โฆษกศบค.จะชี้แจง เพราะการพิจารณาในศบค.มีหลายเรื่อง แต่ยืนยันทุกอย่างเราสามารถที่จะดูแลได้ เมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆ ประเทศในโลกใบนี้ แต่อย่าวางใจในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตัวเองแบบครอบจักรวาล รวมถึงการใส่หน้ากาก ซึ่งดีใจ ผมมีโอกาสไปประชุมเปิดงานตามศูนย์การค้าต่างๆ คนส่วนใหญ่ยังสวมหน้ากากกันอยู่ ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือให้มากที่สุดในเรื่องการติดเชื้อ การตรวจ ATK อะไรต่างๆ บางคนขณะนี้ก็ตรวจกันเองได้ด้วย ก็ขอให้ระวังตัวเองก็แล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามถึงการพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกฯ กล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา การมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เพื่อที่จะเสริมเท่านั้นเอง ถ้าสามารถที่จะลดระดับลงได้ตนก็พร้อมที่จะลดให้ ซึ่งวันนี้ยังหารือกันอยู่ในความจำเป็น เรื่องการบูรณาการ การใช้หน่วยงาน การมีไว้ใช้จะเป็นการสำรองไว้ ตนไม่ได้มุ่งหวังใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อประเด็นอื่นเลย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในเรื่องของโควิด-19 เท่านั้น คือสิ่งสำคัญ เพื่อให้หลายหน่วยงานได้ทำงานร่วมมือกัน อย่างวันนี้เรื่องน้ำท่วมอะไรต่างๆ เหล่านี้ก็ต้องร่วมมือกันทุกอัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกหน่วยงานพยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือเต็มที่ ขอให้มองในแง่ดีบ้าง มีแล้วมันเกิดประโยชน์อะไร ถ้าไม่มีมันจะเกิดอะไรขึ้นก็ลองดูแล้วกัน ขึ้นอยู่กับประชาชนจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ อยู่ที่สื่อมวลชนด้วยช่วยกันทำความเข้าใจ

20 สิงหาคม พ.ศ. 2447 ประหารชีวิต ‘นางล้วน’ นักโทษหญิงรายสุดท้ายที่ถูกตัดหัว

20 สิงหาคม พ.ศ 2447  มีการประหารชีวิตนักโทษหญิง ด้วยการตัดศีรษะเป็นครั้งสุดท้ายในประเทศไทย ที่วัดหนองจอก ริมคลองแสนแสบ อำเภอมีนบุรี จังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานคร)

มีการบันทึกว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2447 ได้มีการประหารชีวิตนักโทษหญิง ชื่อ ‘นางล้วน’ ด้วยวิธีตัดหัวเป็นรายสุดท้ายของประเทศไทย

แต่เป็นรายสุดท้ายสำหรับผู้หญิง ส่วนรายสุดท้ายที่ถูกประหารด้วยวิธีตัดหัวเป็นผู้ชาย ก็คือนายบุญเพ็ง นักโทษผู้โด่งดัง เจ้าของฉายา ‘บุญเพ็งหีบเหล็ก’ ที่ได้ก่อคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ ฆ่าชิงทรัพย์ตั้งแต่ขณะอยู่ในผ้าเหลือง สุดท้ายถูกประหารที่วัดภาษี คลองตัน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2462

'CEO SCB' ส่งสารถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ ช่วยเหลือค่าครองชีพ จำนวน 4,000 บาท

(19 ส.ค. 65) นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ส่งสารถึงพนักงานระดับชั้น Staff และ Officer หรือเทียบเท่า ของธนาคารไทยพาณิชย์ โดยระบุว่า...

เรียน เพื่อนพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ทุกท่านครับ

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งข่าวดีให้เพื่อนพนักงานได้รับทราบครับ สืบเนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่มีการปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อันส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตโดยรวมของพนักงาน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานระดับปฏิบัติการ 

ด้วยความห่วงใยต่อเพื่อนพนักงาน และความต้องการที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเพื่อนพนักงานที่อาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจดังกล่าว โดยสอดคล้องกับทฤษฎีเก้าอี้ 3 ขา ที่มีพนักงานของธนาคารเป็นหัวใจสำคัญ ตามที่ผมได้แถลงไว้ในวัน Townhall ที่ผ่านมา จึงได้มีมติเห็นชอบร่วมกันของคณะกรรมการธนาคาร และฝ่ายจัดการ ซึ่งได้พิจารณาเห็นสมควรจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษครั้งเดียว เป็นจำนวนเงิน 4,000 บาท ให้กับพนักงานธนาคารในระดับชั้น Staff และ Officer หรือเทียบเท่า โดยจะทำการจ่ายเข้าบัญชีของพนักงาน ในวันที่ 1 กันยายน 2565 นี้

States TOON EP.80

ล็อกเป้า!!

ติดตามการ์ตูนอัปเดตได้ทุกสัปดาห์ใน…

วีรบุรุษต่างเชื้อชาติ!! ‘Kostas Sarantidis’ ชายชาวกรีซแห่งกองกำลัง Viet Minh ผู้ได้รับการยกย่องเป็น ‘วีรบุรุษแห่งกองทัพประชาชนเวียดนาม’


Kostas Nguyen Van Lap ชายชาวกรีซผู้ซึ่งกลายเป็นวีรบุรุษของเวียดนาม

๒ สิงหาคมที่ผ่านมา เวียดนามได้จัดพิธีรำลึกจัดถึง Kostas Nguyen Van Lap (Kostas Sarantidis - Nguyen Van Lap) ขึ้นที่เมืองดานัง ทางตอนกลางของประเทศ Kostas Nguyen Van Lap ชายผู้มีสัญชาติกรีซและเวียดนาม เข้าร่วมกับกองกำลัง Viet Minh ของเวียดนามในสงครามต่อต้านอาณานิคมของฝรั่งเศส และกลายเป็นวีรบุรุษแห่งกองทัพประชาชนเวียดนาม

Kostas Nguyen Van Lap ประดับเหรียญอิสริยาภรณ์ “วีรบุรุษแห่งกองทัพประชาชนเวียดนาม (Hero of the People's Armed Forces of Vietnam)

Kostas Nguyen Van Lap (1927 - 25 มิถุนายน ค.ศ. 2021) เดิมชื่อ Kostas Sarantidis (Κώστας Σαραντίδης) เขาเป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียวที่เคยได้รับตำแหน่ง “วีรบุรุษแห่งกองทัพประชาชนเวียดนาม (Hero of the People's Armed Forces of Vietnam) เขาเป็นทหาร "เวียดนามใหม่" ซึ่งเป็นชาวกรีซเพียงคนเดียวที่เคยรับใช้ในกองกำลัง Viet Minh ระหว่างสงครามเวียดนามกับฝรั่งเศส อดีตเจ้าอาณานิคม



Kostas Nguyen Van Lap เกิดในครอบครัวคนงานในเมือง Thessaloniki ประเทศกรีซ เมื่อเขาอายุ ๑๖ ปี กรีซถูกนาซีเยอรมันยึดครอง เขาจึงถูกเกณฑ์เป็นทหารแล้วถูกส่งไปเยอรมนี ภายหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เขาไม่สามารถกลับไปกรีซได้ เพราะไม่มีเอกสารประจำตัว เขาถูกส่งไปยังค่ายกักกันในอิตาลีในช่วงต้นปี ค.ศ. 1946 และต่อมาได้สมัครเข้าร่วมกองทหารต่างด้าวฝรั่งเศส และถูกส่งไปยังอินโดจีนภายใต้ภารกิจในการปลดปล่อยประชาชน และปลดอาวุธทหารญี่ปุ่น

หน่วยของเขาเดินทางไปเวียดนามทางเรือ เมื่อถึงไซง่อนแล้วก็ถูกพาขึ้นรถไฟไปยังตอนกลางของเวียดนาม ในวันแรกที่เขามาถึงเวียดนาม เขาได้เห็นความโหดร้ายมากมายของกองทัพฝรั่งเศสที่กระทำต่อชาวเวียดนาม เขาจึงตระหนักว่า ฝรั่งเศสเป็นเพียงผู้รุกราน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะแปรพักตร์ เข้าร่วมกับกองกำลัง Viet Minh โดย Kostas Nguyen Van Lap เล่าว่า "เราเข้าร่วมในการต่อสู้หลายครั้งในภาคใต้ ทหารได้รับคำสั่งให้โจมตีและเผาหมู่บ้านเพื่อพิสูจน์ตนเองว่า แข็งแกร่ง ผมอยากจะลาออก เพราะผมทนไม่ไหวแล้ว ในวันสุดท้ายในกองทหารต่างด้าวฝรั่งเศสของผม ผมเห็นด้วยตาตนเองว่า ทหารของกองทหารต่างด้าวฝรั่งเศสทั้งหมวดข่มขืนเด็กหญิงอายุเพียง ๑๔-๑๕ ปี” 

ขณะเขาประจำการอยู่ที่เมือง Binh Hoa ก็ได้พบกับ Mai Le สายลับหญิงซึ่งเป็นผู้ที่ช่วยให้ Kostas Nguyen Van Lap เข้าร่วมกับกองกำลัง Viet Minh โดยพ่อแม่ของ Mai Le เป็นผู้รักชาติ เข้าร่วมสงครามต่อต้านและเสียสละตัวเอง แม้จะอายุน้อยมาก แต่ Mai Le และเพื่อนร่วมชั้นก็ออกจากเมืองเข้าร่วมกลุ่มต่อต้าน เขาพบกับ Mai Le ในฐานะที่เธอเป็นภรรยาของร้อยโท Christianis หัวหน้าหน่วยในเมือง Phan Thiet โดย Mai Le ได้ฝากฝังเขากับกองกำลัง Viet Minh (ต่อมาสายลับหญิงผู้นี้ถูกจับและถูกประหารชีวิตโดยฝรั่งเศสในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1946) 

เวลา ๐๒.๐๐ น. ของวันที่ ๖ เมษายน เขาทิ้งกองทหารต่างด้าวฝรั่งเศสเพื่อไปยังเขตปลอดทหารใน Binh Thuan นอกจากนี้ เขายังปล่อยนักโทษอีก ๒๔ คน นำถือปืนกลเบรนและปืนไรเฟิลไปด้วยอีกสองกระบอก ระเบิดมือสองกล่อง และกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง ที่พื้นที่ต่อต้านเขาพบว่า กองกำลัง Viet Minh มีอาวุธที่แย่มาก อาทิ ปืนคาบศิลาฝรั่งเศสสามกระบอกที่มีความยาวต่างกัน นายทหารมีปืนพกที่เก่ามาก ทหารบางคนยังใช้มีด หรือดาบ เขามอบปืนที่เขานำมาด้วยให้กับกองกำลัง Viet Minh ทหารเวียดนามดีใจมากเพราะได้อาวุธใหม่ หลังจากนั้นทหารเวียดนามจึงฆ่าลูกวัวเพื่อทำอาหารฉลอง หลังจากนั้น Kostas ได้รับชื่อเวียดนามว่า Nguyen Van Lap และเข้าร่วมกองทัพประชาชนเวียดนามอย่างเป็นทางการ ในฐานะหนึ่งในทหาร "เวียดนามใหม่ " 

ในช่วงปี ค.ศ. 1946 - 1948 สภาพความเป็นอยู่ของกองกำลัง Viet Minh นั้นเลวร้ายมาก เขาเล่าว่า "เราได้รับอาหารเพียง ๘๐๐ กรัมต่อวัน และมีเพียงผักเป็นอาหารเท่านั้น” สโลแกนการต่อต้านของกองกำลัง Viet Minh มีความคล้ายคลึงกับสโลแกนของชาวกรีซซึ่งก็คือ "เสรีภาพหรือความตาย" กองกำลัง Viet Minh ให้เขาทำงานในหน่วยประจำเขตพื้นที่ ๕ เขตสนามรบ “กว๋างนาม – ดานัง” เขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ออกอากาศไปยังกองทหารต่างด้าวฝรั่งเศสชักจูงให้ทหารแปรพักตร์ออกจากกองทหารต่างด้าวฝรั่งเศส และช่วยชีวิตเชลย ๑๒๐ คนที่ถูกจับ 

ต่อมาเขาและเพื่อนร่วมหน่วยสามารถยิงเครื่องบิน Morane-Saulnier ตก และจับกุมนักบินชาวฝรั่งเศสสามคนที่ยังมีชีวิตอยู่ใกล้ ๆ กับ Phu Cang (กว๋างนาม) เมื่อเมษายน ค.ศ. 1948 หน่วยของเขาสามารถสังหารกองกำลังศัตรูได้ ๒๐๐ นาย ที่ Huong An - Ba Ren

21 สิงหาคม พ.ศ. 2411 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกาศให้ใช้หน่วย ‘สตางค์’ เป็นครั้งแรก

วันนี้เมื่อ 154 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประกาศให้ใช้หน่วย ‘สตางค์’ เป็นครั้งแรก

ย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อ 154 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับวันที่ 21 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2411 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 5 ได้มีการออกประกาศให้ใช้หน่วย ‘สตางค์’ เป็นครั้งแรก หลังจากที่ไทยใช้หน่วยของเงินเป็น ตำลึง บาท สลึง เฟื้อง ซึ่งถือเป็นระบบที่ยากต่อการคำนวณและการแลกเปลี่ยนในการใช้จ่ายต่าง ๆ

โดย 100 สตางค์ มีการกำหนดค่าให้เท่ากับ 1 บาท และนั่นถือเป็นจุดกำเนิดของหน่วยสากลที่นิยมใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม 2565 : หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ทำดีได้ความดี ทำชั่วได้ความชั่ว
ทำเหตุให้เกิดทุกข์ ก็ได้ความทุกข์
ทำเหตุให้เกิดสุข ก็ได้ความสุข
ทำเหตุให้เกิดความเสื่อม เราก็ได้ความเสื่อม
ทำเหตุให้เกิดความเจริญ เราก็ได้ความเจริญ
เราหนีจากผลที่เราทำไว้ไม่ได้

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ทนายเผย 'คดีพิงค์กี้' มีผู้เสียหายนับหมื่นราย มูลค่าความเสียหายกว่า 2 หมื่นล้าน

ทนายรณรงค์ เผยคดีพิงค์กี้ มีผู้เสียหายนับหมื่นคน รวมค่าเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท มีการไกล่เกลี่ยจ่ายจบจนหลือ 2 พันล้านบาท มีดาราร่วมโปรโมทอีกหลายคนที่รอหมายจับ ส่วนคดีมีสิทธิ์ยื่นประกันตัว แต่อยู่ที่ดุลพินิจของศาล เพราะนายอภิรักษ์ ยังหลบหนีไปแล้ว

ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ได้เปิดเผยว่าวอเล็ต 3 ดี ใช้วิธีการอ้างว่าเป็นการเอาเงินไปลงทุน แต่คนคิดว่าได้เงินจริงเพราะเป็นค่าเงินต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่รองรับในตอนนั้น แต่ปรากฎว่ามีคนสมัครเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพราะมีดาราดังคือ พิงค์กี้ เป็นแอมบัสเดอร์ หรือคนโปรโมทการันตีให้ จึงน่าเชื่อถือ จนกระทั่งมียอดเงินเข้ามากว่า 2 หมื่นล้านบาท มีทั้งประชาชนและมีดาราอีกหลายคนที่หลงเชื่อ แต่พอเป็นคดีความขึ้นมาพิงค์กี้ มีการไกล่เกลี่ยจนหักลบกลบหนี้เหลือกว่า 2 พันล้านบาท และในเคสนี้ มีดารามาร่วมหลายคนในการโปรโมทเป็นพรีเซ็นเตอร์และชักชวนให้คนหลงเชื่อ จนมีผู้เสียหายจากที่ได้พบกับ DSI พบว่ามีดารามีเอี่ยวอีกหลายคน มีรายชื่อทั้งหมดและสมควรที่จะได้รับโทษเหมือนกันเพราะคนที่มาโปรโมท เพื่อเอารายได้จากเงินส่วนนี้ โดยที่ไม่สนใจความเดือดร้อนและเสียหายของชาวบ้าน แต่พิงค์กี้ คือคนเริ่มต้น

รมต.ยุติธรรม มอบเงินให้ญาติเสียชีวิตไฟไหม้ผับ Mountain B 19 ราย 2,090,000 บาท และร้องขอ DSI ช่วยเหลือในคดีเพื่อความเป็นธรรม

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ (19 ส.ค. 65) ที่ห้องประชุมศาลาเอนกประ สงค์เทศบาลเมืองบ้านสวน ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางเข้ามอบเงินช่วยเหลือจากทางส่วนของภาครัฐ ให้กับญาติผู้เสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้ Mountain B  อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา จำนวน 19 รายๆ ละ 110,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,090,000 บาท 

ต่อมาทาง ทนายรณรงค์ แก้วเพชร ได้นำญาติผู้เสียชีวิต เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากผ่านมา 10 วัน ยังไม่ได้รับความช่วยจากทางเจ้าของผับเท่าที่ควร พร้อมทั้งกลัวว่าจะเป็นมวยล้มต้มคนดู ไม่ทำตามคำที่พูดไว้หากผ่านไปเป็นเวลานาน เรื่องก็อาจจะเงียบหาย และต้องการให้คดีนี้เป็นคดีพิเศษ ให้ DSI เข้ามารับคดีนี้ ไปตรวจสอบ

'ตร.' ลุยค้น 13 จุด!! ยึดทรัพย์นายทุนชาวจีนแก๊งยาเสพติด 385 ล้าน

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. และนายสุนทร ชื่นศิริ ผู้อำนวยการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร พร้อมกำลังหน่วยอรินทรราช  ตำรวจ สน.ประเวศ นำหมายค้นจากศาล เข้าตรวจสอบที่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่าน ถ.ศรีนครินทร์ หลังมีหมายอายัดทรัพย์สินของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ 

โดย พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า คดียาเสพติดที่ทาง บช.น. มีการจับกุมตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2563 จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2564 มีการตรวจสอบและขยายผลทางคดี พบว่า มีตวามเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ถึง 8 คดี พบว่า มีเครือข่ายเดียวกัน โดยเส้นทางยาเสพติดจะมาจาก จ.เชียงราย ทางฝั่งเหนือหรือแม่สอด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและยึดยาเสพติด ยาบ้า 22 ล้านเม็ด ไอซ์ 400-500 กิโลกรัม และจากการสืบทราบพบว่าเป็นของเครือข่ายนายมิน มิน อู ชาวเมียนมาร์ ที่ถูกจับกุมแล้วก่อนหน้านี้

จากนั้นขยายผลต่อ พบความเชื่อมโยงไปถึงนายทุนชาวจีน และมีการขอศาลออกหมายจับไว้แล้ว แต่ตัวของผู้ต้องหาชาวจีน ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ทางตำรวจจึง ประสาน ป.ป.ส. ขออนุมัติการยึดทรัพย์สินทั้งหมด 385 ล้านบาท มีทั้งบ้าน 3 หลัง ในหมู่บ้านย่านศรีนครินทร์ คอนโด 9 ห้องเงินสด 12 บัญชี ที่อายัดไว้ประมาณ 72 ล้านบาท โดยเงินสดได้อายัดไว้ก่อนหน้านี้ ประมาณ 10 เดือน แต่ยังไม่มีใครมาติดต่อเบิกถอน

ทั้งนี้ ผบช.น. เชื่อว่า ทรัพย์สินที่ได้มาจากเครือข่ายค้ายาเสพติด น่าจะมีมากกว่าบ้าน 3 หลัง ซึ่งอาจจะมีถึง 10 หลัง อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในการขยายผลต่อไป

ผอ.ป.ป.ส.กทม. กล่าวว่า เครือข่ายที่ เข้ามาจับกุมและอายัดทรัพย์สินในวันนี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเงิน นำเงินมาซื้อบ้าน 3 หลัง ซึ่งทางป.ป.ส. ได้อนุมัติให้ทำการยึดอายัดไว้แล้ว โดยเครือข่ายนี้มีถึง 3 สัญชาติ ผู้สั่งการอยู่ในประเทศลาว และบางคนอยู่ในประเทศจีน มาทำธุรกรรมทางการเงิน ส่วนกลุ่มคนไทย จะเป็นกลุ่มที่รับจ้างดูแลบัญชี หรือ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ ในลักษณะกลุ่มนอมินี สำหรับมูลค่าทรัพย์สินของเครือข่ายมีมีการยึดอายัดไว้เกือบ 400 ล้านบาท แต่ในทางการสืบสวนขยายผล คาดว่า น่าจะมีมากถึง 1,000 ล้านบาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top