Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

บีโอไอ เผย ไทยขยับใกล้ขึ้นเป็นฮับ EV คาดต้นปี 66 ยอดผลิตแตะ 1 ล้านคัน

เผยยอดขอบีโอไอรถ EV ทะลุเป้า 830,000 คัน คาดต้นปี 2566 ผลิตได้แตะ 1 ล้านคัน ล่าสุด BYD จากจีนได้บีโอไอ ทุ่ม 17,891 ล้านบาท เริ่มผลิตปี 2567 จับตาค่ายจีน ยุโรป เตรียมยื่นขอส่งเสริมอีกเพียบ

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นโยบายสนับสนุนให้เกิดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ขึ้นในประเทศไทย โดยอาศัยมาตรการต่าง ๆ เข้ามาช่วยเป็นเครื่องมือผลักดันให้เกิดการลงทุน ซึ่งจากสถิติยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งหมดที่ผ่านมาของ XEV หรือรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบปลั๊กอิน (HEV) แบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และแบบแบตเตอรี่ (BEV) ได้รับการอนุมัติไปแล้วถึง 26 โครงการ จาก 17 บริษัท มีกำลังการผลิตแบบเต็ม (capacity) 830,000 คัน ซึ่งหากเป็นเฉพาะ BEV เพียว มีจำนวน 256,000 คัน นับว่าเป็นจำนวนที่สูง

ล่าสุดคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานบอร์ด ยังได้อนุมัติการลงทุนให้กับบริษัท BYD จากประเทศจีน ซึ่งจะเป็นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ BEV และรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก PHEV มูลค่าการลงทุน 17,891 ล้านบาท ที่จะต้องลงทุนในกรอบเวลา 3 ปี นับจากได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น คาดว่า BYD จะเริ่มผลิตในปี 2567

ซึ่งตามเงื่อนไขการลงทุนนั้น จะต้องใช้แบตเตอรี่ในประเทศ จะเป็นการลงทุนเอง ดึงพาร์ตเนอร์ให้เข้ามาลงทุนเพื่อผลิตให้กับโครงการที่ได้รับอนุมัติก็ได้ หรือจะใช้แบตเตอรี่ที่มีผู้ผลิตอยู่แล้วในประเทศก็ได้ เพื่อประเทศไทยจะได้อานิสงส์จากการลงทุนครบทุกด้าน

'ส.ส.เพื่อไทย' ซัด!! 'ประยุทธ์' ทำประเทศตกต่ำ อยู่มา 8 ปี สร้างปัญหา-ภาระให้ประชาชนเพียบ

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปล่อยให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ปรับเพิ่มค่าเอฟทีอีก 68.66 สตางค์ต่อหน่วย รวมเป็นค่าเอฟทีทั้งสิ้น 93.43 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย ซึ่งพลเอกประยุทธ์ออกมาบอกว่าเห็นขึ้นหลักสตางค์ไม่กระทบประชาชน แต่พลเอกประยุทธ์ต้องไม่ลืมว่าหลักสตางค์ต่อหน่วยก็รวมแล้วเพิ่มขึ้นหลักร้อยบาทต่อเดือนที่ประชาชนต้องควักเงินเพิ่ม 

ส่วนที่บอกว่าให้นึกถึงคำสอนของพุทธเจ้าที่ว่าด้วยอริยะสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรร.สคเพื่อหาเหตุแห่งปัญหา ทั้งนี้ประชาชนทั้งประเทศ ยืนยันว่าเหตุแห่งปัญหาประเทศคือตัวพลเอกประยุทธ์ เพราะสร้างสารพัด ปัญหาให้ประชาชนต้องตามไปแก้ ไม่เคยมีแนวคิดมาจากพลเอกประยุทธ์ ที่จะมาแก้ปัญหาให้ประชาชน

'อนุทิน' แจง 'แพทย์ชนบท' เรียกร้องนายกฯ ลาออก ทำในนามส่วนตัว ไม่ผูกพันสธ. 'บิ๊กตู่' ไม่ยี่หระ

(19 ส.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง กรณีที่ชมรมแพทย์ชนบท แถลงการณ์ เชิญชวนทุกองค์กรในสังคม แสดงออกขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในประเด็นเรื่องการดำรงตำแหน่งครบวาระ 8 ปี ว่า คงทำในนามส่วนตัว

เมื่อถามว่ามีการออกแถลงการณ์ในนามชมรมแพทย์ชนบท นายอนุทิน กล่าวว่า ก็คงเป็นองค์กรองค์กรหนึ่ง แต่ไม่ได้มีอะไรผูกพันกับกระทรวงสาธารณสุข เป็นเหมือนสมาคมที่ตั้งขึ้นมากันเอง เป็นกลุ่มเป็นก้อน คงจะใช้ความเป็นปัจเจกบุคคลทำความเห็นดังกล่าว แต่กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้รับฟังอะไร ถ้าฟังแล้วไม่เข้าท่า

เมื่อถามว่า กรณีที่เป็นแพทย์ในกระทรวง และไปแสดงออกเช่นนี้ ทำได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่อยากจะไปตอบโต้หรือโต้เถียง เพราะอะไรที่เขียนมาไม่มีสาระ ไม่มีความหมาย และไม่ผูกพัน กระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจอยู่แล้ว ข้อความอะไรเยอะแยะที่เขียนมา ก็ไม่ได้ทำตามสักเรื่อง อย่าไปสนใจ แต่ว่า เป็นสิทธิเสรีภาพ ในฐานะประชาชนที่จะเขียนอะไรก็ได้ ถ้าเป็นข้าราชการ เข้าข่ายผิดวินัย เขามีผู้บังคับบัญชาที่จะจัดดูการดูแลไป

เมื่อถามว่า การออกมาเรียกร้องของชมรมแพทย์ชนบทให้ องค์กรต่าง ๆ ร่วมกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นการกดดันศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "กดดันใครได้ ไม่มี เคยกดดันใครได้ล่ะ" ที่ผ่านมา ไม่ได้มีชมรมนี้ชมรมเดียวที่กดดันนายกรัฐมนตรี คนออกมากดดันนายกรัฐมนตรีตั้งเยอะแยะ คนที่สนับสนุนก็เยอะแยะ และพรรคร่วมรัฐบาล ขณะนี้ก็สนับสนุนนายกรัฐมนตรีอยู่

สาย 8 กำลังจะเปลี่ยนไป บริษัท ไทย สมายล์ บัส พลิกโฉมสายประวัติศาสตร์การเดินรถ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ด้วยรถโดยสายพลังงานไฟฟ้าฝีมือคนไทย เน้นการบริการและความปลอดภัย เริ่มให้บริการ 22 สิงหานี้

วันนี้ 19 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 น. บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ผู้ให้บริการ รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ทำพิธีเปิดการให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย 8 (2-38) ใน คอนเซ็บต์ “We Come To Change Fast 8 To Feel Good เรามาเพื่อเปลี่ยนความรู้สึกให้ดีขึ้น” โดย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด โดยนางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด, นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน), นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และนายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ก พ้อยท์ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ณ อู่บึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร


นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานในพิธีเปิดให้บริการ รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย 8 (2-38) ในวันนี้ ได้กล่าวว่า วันนี้นับเป็นวันสำคัญในประวัติศาสต์ชาติไทยของการเปลี่ยนแปลงระบบรถโดยสารสาธารณะครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง ที่กำลังจะร่วมกันก้าวข้ามผ่านการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เป็น 'รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า' ที่ผลิตโดยคนไทย

บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ผู้ได้รับการอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ได้แสดงศักยภาพ ส่งเสริมประเทศด้วยนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ตามนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม นับได้ว่าเป็นปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ที่น่ายกย่องและควรจะได้รับการส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง

​นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด กล่าวว่า ด้วยในปัจจุบันโลกกำลังร้อนขึ้น จากการเดินทางด้วยรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก ทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศ และฝุ่นควันมากมาย อีกทั้งยังเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิด PM 2.5 บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด จึงได้นำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า หรือ EV Bus มาใช้ทดแทนรถโดยสารแบบเดิมที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ได้เล็งเห็นถึงโอกาส ในการพัฒนาคุณภาพของการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ อันจะทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย ความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยบริษัทฯ ได้นำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาให้บริการ

รมว.สุชาติ ส่ง เลขาสุเทพ ร่วมเปิดงานให้บริการรถไฟฟ้าสาย 8 เพิ่มการจ้างงาน สร้างรายได้สูงถึง 30,000 บาทต่อเดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย 8 ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด  ภายใต้สโลแกน “เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” เปิดโอกาส ป.ตรี เข้าทำงานสู่ภาคบริการรับรายได้สูงถึง 30,000 บาทต่อเดือน 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย 8 ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด โดยมี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธ์ (มหาชน) จำกัด กล่าวต้อนรับ ณ อู่รถโดยสารสาย 8 เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการจ้างงาน เพื่อให้คนไทยมีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ขานรับนโยบายรัฐบาลดังกล่าวในการที่ภาครัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่กำลังแรงงานและให้บริการจัดหางานแบบครบวงจร และในวันนี้ได้มอบหมายให้ผมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย 8 ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ลงนามความร่วมมือว่าด้วยการบริการจัดหางานและพัฒนาทักษะการให้บริการด้านขนส่งสาธารณะกับบริษัท ไทย สมายล์บัส จำกัด บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  

นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ร่วมกับบริษัทฯ จัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการขนส่งแล้วจำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร มาตรฐานการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถโดยสารไฟฟ้า และหลักสูตร มาตรฐานการปฏิบัติงานของพนักงานต้อนรับรถโดยสารไฟฟ้า ซึ่งในหลักสูตรการฝึกนั้น พนักงานขับรถโดยสารไฟฟ้าจะได้เรียนรู้การใช้งานเกี่ยวกับอุปกรณ์และระบบควบคุมของรถโดยสารระบบไฟฟ้า กฎ ระเบียบ มารยาท บุคลิกภาพ โครงสร้างอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกของรถโดยสารไฟฟ้า รวมถึงมาตรการการปฏิบัติกรณีฉุกเฉินได้ส่วนตำแหน่งพนักงานต้อนรับรถโดยสารไฟฟ้า จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ เทคนิคการให้บริการด้วยใจ การคิดเงิน ทักษะเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ E Payment รวมถึงการดูแลความเรียบร้อยภายในรถขณะเดินทาง เป็นต้น ปัจจุบันบริษัทได้นำหลักสูตรที่จัดทำร่วมกันไปพัฒนาบุคลากรของตนเองแล้วกว่า 200 คน และสำหรับวันนี้ บริษัทได้เปิดให้บริการขนส่งรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย 8 เขตบึงกุ่ม  และกำลังจะเปิดให้บริการอีกหลายสาย จึงมีความต้องการแรงงานเข้าทำงานทั้งตำแหน่งพนักงานขับรถและพนักงานต้อนรับบนรถโดยสารอีกหลายอัตรา มีเงินเดือนสูงถึง 30,000 บาท 

'หมอวาโย' ชี้!! งบ 'กรมการข้าว' โตผิดปกติ ซัด!! ใช้งบ 1.5 หมื่นล้านก่อนเลือกตั้ง มีนัยแปลก ๆ

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ผู้สงวนความเห็น ร่วมอภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 มาตรา 14 งบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอปรับลดงบประมาณลง 15,260 ล้านบาท ในส่วนโครงการของกรมการข้าว โดยระบุว่า เป็นกรมที่ได้รับงบประมาณโตขึ้นมากถึง 850 % ภายใน 1 ปี ซึ่งจากเดิมได้รับงบ 2,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 17,000 ล้านบาท และเมื่อไปดูว่าเพิ่มตรงไหนก็พบว่ามีโครงการหนึ่งที่ใช้งบประมาณสูงถึง 15,260 ล้านบาท โดยเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ว่าจะให้ชาวนาร่วมกันบริหารจัดการเงิน 15,000 ล้านบาท ส่วน 260 ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องการจัดการขั้นตอนต่างๆ และนอกจากนี้่ก็มีการตั้ง KPI ไว้ว่าเพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าวให้กับชาวนาที่ร้อยละ 5

นพ.วาโย กล่าวด้วยว่า โครงการนี้ได้รับคำชี้แจงจากอธิบดีกรมการข้าวว่า จะให้เงิน 3 ล้านบาท ให้กับศูนย์ข้าวชุมชน 5,000 แห่ง ซึ่งเมื่อคูณตัวเลขก็จะได้ 15,000 ล้านบาทพอดี แต่ทว่าเมื่อตรวจสอบก็พบว่ามีศูนย์การข้าวชุมชนอยู่จริง ๆ 2,400 แห่ง ต่อมาก็ได้คำตอบจากเอกสารชี้แจงว่าจะตั้งเพิ่มอีก 2,600 แห่ง โดยให้ให้เสร็จในเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งก็คืออีกไม่กี่เดือนเท่านั้น คำถามคือจะตั้งทันหรือไม่ นอกจากนี้ ความคลุมเครือนี้ก็ยังมีกรณีที่รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ซึ่งกำกับดูแลกรมการข้าวไม่เคยเห็นโครงการนี้ จึงทำให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบโดยเรียกอธิบดีมาชี้แจง แต่ทว่าอธิบดีก็ไม่เคยมาด้วยตัวเอง มีแต่การชี้แจงด้วยเอกสารเท่านั้น ซึ่งก็ได้รับการชี้แจงว่า โครงการนี้จะมาแทนโครงการเกษตรแปลงใหญ่ที่แจกเงินไร่ละ 1,000 บาท ให้กับเกษตรกรไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้ก็มีคำถามว่า กรมการข้าวก็เคยมีโครงการลักษณะนี้ ตอนนั้นตั้งงบประมาณ 7,275 ล้านบาท ยังดำเนินการได้แค่ 5,762 ล้านบาท และปีนี้บุคลากรเท่าเดิม แต่จะแจกเงิน 5,000 ศูนย์ คือทำงานเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว จะสามารถทำทันได้อย่างไร

สาวกลัทธิ ‘มุนนีส์’ ประท้วงกลางกรุงโซล โวยสื่อญี่ปุ่นโจมตีไม่เป็นธรรม หลัง ‘อาเบะ’ ถูกลอบสังหาร

สมาชิกโบสถ์แห่งความสามัคคี (Unification Church) ในเกาหลีใต้หลายพันคนออกมารวมตัวประท้วงที่กรุงโซลโดยร้องเรียน ว่าถูกสื่อญี่ปุ่นเสนอรายงานโจมตีอย่างไม่เป็นธรรม นับตั้งแต่อดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ถูกคนร้ายลอบสังหารเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

เมื่อ (18 ส.ค. 65) สมาชิกโบสถ์แห่งสามัคคีหลายพันคน รวมตัวกันในกรุงโซล เพื่อประท้วงที่สื่อญี่ปุ่นไม่เป็นกลาง และไม่ให้ความเป็นธรรมเกี่ยวกับคริสตจักร หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวว่า มารดาของผู้สังหารอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ บริจาคเงินให้กับคริสตจักรดังกล่าวมากมายจนเกิดปัญหาภายในครอบครัว

ผู้ประท้วงตะโกนเรียกร้องเป็นภาษาเกาหลีและญี่ปุ่นให้หยุดการรายงานข่าวที่ไม่เป็นกลางและหยุดกลั่นแกล้งศาสนาที่พวกเขานับถือ พร้อมถือป้ายประท้วงระบุข้อความว่า “เคารพเสรีภาพในการนับถือศาสนา” และ “หยุดการใช้ถ้อยคำเกลียดชัง”

ทั้งนี้ เท็ตสึยะ ยามากามิ ผู้ต้องสงสัยที่สังหารชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่พอใจต่อคริสตจักร โดยกล่าวหาว่าโบสถ์แห่งนี้ทำให้แม่ของเขาล้มละลาย และกล่าวโทษอาเบะที่นำเผยแพร่ข้อมูลของโบสถ์ ตามโพสต์ในโซเชียลมีเดียและข่าวต่าง ๆ

โบสถ์แห่งความสามัคคีมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สหพันธ์ครอบครัวเพื่อความสามัคคีและสันติภาพโลก (Family Federation for World Peace and Unification) ก่อตั้งขึ้นที่เกาหลีใต้เมื่อช่วงทศวรรษ 1950 โดยสาธุคุณ ซัน เมียงมุน (Sun Myung Moon) ซึ่งอ้างตัวว่าเป็น 'เมสสิอาห์' และกิจกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้กับโบสถ์แห่งนี้เป็นอย่างมากก็คือ 'พีธีสมรสหมู่' ระหว่างสาวกต่างเชื้อชาติ ขณะที่สมาชิกโบสถ์มักจะถูกคนนอกเรียกว่า 'พวกมุนนีส์' (The Moonies)

'ส.ส.ก้าวไกล' ข้องใจ เหตุใดงบซ่อมถนน จ.บุรีรัมย์นำโด่ง งงหนัก!! หลายจังหวัดถูกตัดงบ ทั้งที่ถนนก็พังเหมือนกัน

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ร่วมอภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มาตรา 15 งบประมาณกระทรวงคมนาคม 1.8 แสนล้านบาท ขอแปรญัตติปรับลด 5.5 % โดยระบุว่า ปัญหาในการจัดงบยังคงเป็นรูปแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ทั้งที่ในวาระแรกและในชั้นกรรมาธิการก็ได้มีการชี้ให้เห็นปัญหา แต่ปรากฏว่าเมื่อมาสู่วาระ 2 ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพราะ กมธ.เสียงข้างมากไม่ฟังเหตุผล ไม่นำไปปรับปรุงแก้ไข สิ่งที่เกิดขึ้นยังคงเป็นเหมือนวาระแรกคือ 'บุรีรัมย์นำโด่ง' ได้งบในการซ่อมถนน โดยกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท มากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 4.29 เท่า ตามมาด้วยสุรินทร์ 3.58 เท่า ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ กมธ.ต้องตอบ และไม่ต้องอ้างว่ารัฐมนตรีตอบแล้ว เพราะท่านรัฐมนตรีตอบไม่ตรงที่ถาม เพราะถามงบซ่อมปีนี้ กลับตอบงบสร้างย้อนหลัง 10 ปี แถมเลือกมาให้ดูโดยเทียบบุรีรัมย์กับจังหวัดใหญ่ๆ อย่าง เชียงใหม่ อุดรธานี ถามเรื่องงบซ่อมถนน ซึ่งทั่วประเทศก็พังคล้ายกันหมด แล้วทำไมไปลงอยู่แต่กับที่บุรีรัมย์

"สิ่งที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้คืองบพื้นฐาน ซึ่งคิดเป็น 32% ของงบประมาณทั้งหมดที่กระทรวงคมนาคมจะได้รับในปีนี้ ตาม 'แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน' มูลค่า 58,065 ล้านบาท และงบก้อนนี้จากวาระที่ 1 มาถึงวันนี้ในวาระที่ 2 ปรับลดไปเพียงแค่ 89 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.15% เท่านั้น โดยกรมทางหลวงปรับลด 0.07% ขณะที่กรมทางหลวงชนบทลด 0.15% และเมื่อไปดูในส่วนที่เป็นประเด็นปัญหาคือ งบซ่อมถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ปรากฏว่าถูกปรับลดไปเพียง 0.05% แถมไปตัดผิดที่ด้วย คือ บุรีรัมย์นำโด่งแต่ไม่โดนตัด แต่กลับไปตัดที่นครราชสีมา, ชลบุรี, ชัยภูมิ, นนทบุรี, บึงกาฬ, ราชบุรี, เลย, สตูล และขอนแก่น แต่อย่างไรก็ตามภาพรวมแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย เพราะตัดไปเพียง 0.05% จาก 4.06 หมื่นล้าน สำหรับงบซ่อมถนน"

ม.อ. จับมือ กรุงเทพดุสิตเวชการ ร่วมมือทางวิชาการจัดสหกิจศึกษา และรับมอบเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อประโยชน์ทางการเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย ผศ. ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี ร่วมกับ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS) โดยนายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 6 และ แพทย์หญิงเมธินี ไหมแพง รองประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 1 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือวิชาการการจัดสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work Integrated Education : CWIE) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุพาวดี สมบูรณ์กุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสหกิจศึกษา กล่าวรายงานความร่วมมือทางวิชาการ พร้อมด้วย ผู้บริหารทั้งสองหน่วยงาน บุคลากร และนักศึกษา ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมดงยาง 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565

พร้อมกันนี้ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS) โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.กฤตย์อังกูร เชษฐเผ่าพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ยังได้มอบเครื่อง EST หรือ เครื่องวัดสมรรถภาพของหัวใจขณะออกกำลังกาย มูลค่า 1.1 ล้านบาท โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิคม สุวรรณวร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ รับมอบเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนให้แก่ สาขาชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ อีกด้วย

บ้านเทพนิยาย!! หมู่บ้าน Foroglio กลางหุบเขา Bavonatal แห่งเทือกเขาแอลป์ สถานที่สุดมหัศจรรย์ เหมือนหลุดไปยังโลกเทพนิยาย

เมื่อมีเวลาได้พักร้อน หากวี่ไม่เลือกไปต่างประเทศตั้งแต่แรก วี่ก็ไม่มีแพลนใดๆ เลย สาเหตุก็เพราะในสวิสมีสภาพอากาศค่อนข้างแปรปวนและไม่แน่นอน ถึงแม้พยากรณ์อากาศของสวิสอย่าง MeteoSwiss จะทำนายได้แม่นยำ แต่ก็แม่นยำเพียง 1-2 อาทิตย์เท่านั้น ดังนั้นหากวี่จะไปพักร้อนในประเทศวี่ก็จะจองเอาในตอนนาทีสุดท้ายเสมอ

ครั้งนี้ก็เช่นกันค่ะ วี่เห็นสภาพอากาศแล้วก็เกิดความไม่แน่ใจ เลยตัดสินใจจองห้องในวันที่ออกเดินทางซะเลย สถานีปลายทางของวี่คือ เมือง Locarno รัฐ Tessin หรือ Ticino เพราะทางตอนใต้ของเมืองนี้ติดกับชายแดนอิตาลี อีกทั้งที่นี่มีอากาศค่อนข้างร้อน ถึงแม้ว่าจะมีเมฆหรือฝนตก อากาศที่สัมผัสได้ก็จะไม่หนาวเท่าฝั่งบ้านของวี่นั่นเองค่ะ

แรกเริ่มเดิมทีวี่มีแพลนว่าจะตื่นแต่เช้าเพื่อไปล่องเรืองที่ทะเลสาป Lago Maggiore แต่ฝนเจ้ากรรมดันตกลงมาตั้งแต่เช้า จึงต้องจำใจเปลี่ยนแผนกะทันหัน (แอบเสียดายเหมือนกันนะเนี่ย) ครั้งที่แล้วที่วีมีโอกาสได้มาที่รัฐ Tessin วี่ได้เขียนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหุบเขา Verzascatal หรือ Verzasca Valley เอาไว้ (ตามอ่านได้ที่ : https://thestatestimes.com/post/2021061308) สำหรับทริปนี้วี่ก็มาที่หุบเขาอีกเช่นเดิม แต่ครั้งนี้หุบเขาที่วี่จะพาไปเป็นหุบเขา Bavonatal หรือ Bavona Valley ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่มหัศจรรย์อย่างมาก ไม่แพ้ที่ Verzascatal กันเลยทีเดียว

การเดินทางมาที่ Bavonatal หรือ Bavona Valley ถ้าขับรถยนต์จาก Locarno ก็จะใช้เวลา 45 นาทีโดยประมาณ แต่หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศโดยการขึ้นรถโดยสารประจำทางก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยนั่งรถบัสสีน้ำเงินสาย 315 จากหน้าสถานีรถไฟ Locarno ไปลงที่ป้าย Bignasco จากตรงนี้เราจะต่อรถบัสสีเหลือง (Postauto) สาย 333 เพื่อไปลงที่หมู่บ้าน Foroglio แต่ขอเตือนกันไว้สักนิดว่ารถสายนี้จะวิ่งไม่กี่เที่ยวต่อวัน ต้องดูเวลากันให้เป๊ะๆ เลยนะทุกคน

พอมาถึงหมู่บ้าน Foroglio ก็ทำเอาวี่เซอร์ไพรส์หนักมาก เพราะที่นี่เป็นหมู่บ้านที่เหมือนพาเราเข้าไปสู่โลกแห่งเทพนิยาย เป็นหมู่บ้านที่เสมือนหยุดกาลเวลาเอาไว้ เพราะบ้านของที่นี่สร้างด้วยหิน แถมยังมีฉากหลังเป็นน้ำตกที่ชื่อเดียวกับหมู่บ้านแห่งนี้ นั่นก็คือ น้ำตก Foroglio โดยน้ำตกนี้มีความสูงถึง 110 เมตร ใครที่มาเที่ยวที่นี่ก็ต่างต้องการเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันทั้งนั้น (สวยมากจริงๆ)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top