Sunday, 12 July 2026
TheStatesTimes

'ทักษิณ' เปิดใจอยากเป็นอมตะ สั่งเสียครอบครัว 'ตายแล้วไม่ต้องเผา'

(26 ก.ค. 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 73 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นอกจากบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย คนใกล้ชิด ส.ส. สมาชิกพรรคเพื่อไทย จะร่วมอวยพรวันเกิดนายทักษิณ ผ่านช่องทางต่างๆแล้ว โดยในปีนี้บรรดาลูกชาย ลูกสาว ทั้งนายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา น.ส.แพทองธาร รวมทั้งลูกเขย ลูกสะใภ้ หลาน ๆ ในครอบครัว ต่างร่วมเดินทางบินไปร่วมฉลองวันเกิด ซึ่งบรรดาลูกๆร่วมกันจัดทำคลิปวิดีโอ “Long distance call” ความยาวประมาณ 14.40 น. ให้กับนายทักษิณ ด้วย โดยในคลิปเป็นลักษณะการถาม ชวนคุยให้นายทักษิณ เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต และบอกเล่าถึงอนาคตวันข้างหน้า

ในช่วงต้น ผู้จัดทำคลิปถามว่า วันที่หลาน น้อง ๆ โตขึ้นอีก 10-20 ปี ได้เห็นคลิป ได้อ่านประวัติศาสตร์อันนี้ จะอธิบายอย่างไร และวันนั้นอาจจะไม่ได้อยู่เล่าให้ฟัง แต่เมื่อได้บันทึกไว้แล้วอยากจะบอกอะไร นายทักษิณกล่าวว่า หลานผม ตอนเอมิ นานิ (ลูกแฝด น.ส.พินทองทา) 2 ขวบครึ่ง ไปเจอผมที่ลอนดอน วันที่เขากลับบ้าน

ถามว่า ทำไมคุณตาไม่กลับไปกับพวกเรา แม่เขาก็อธิบายเรื่องราวเป็นอย่างไร แล้วเขาก็ถามว่า ใครแกล้งคุณตา 2 ขวบครึ่ง พวกหลานผม attract พ่อแม่กับตายายแล้วก็จะรู้เรื่อง เด็กสมัยนี้ฉลาด จำได้หมด ผมถือว่า Happiness at home ความสุขอยู่ที่บ้าน เมื่อกลับบ้านไปแล้ว ทำให้กระชุ่มกระชวยมีกำลังใจในการต่อสู้ ในชีวิต ความโง่ มาก่อนความฉลาด

เมื่อถูกถามว่า รู้สึกว่าตัวเองโง่ที่สุด เรื่องอะไร นายทักษิณ กล่าวว่า ผมอาจจะโง่เรื่องคน ประสบการณ์เป็นคนบ้านนอก ชีวิตเราง่าย ๆ อยู่บ้านนอกโตบ้านนอก พอมาอยู่กรุงเทพฯ ชีวิตมันก้าวกระโดด มันผ่านสังคมกรุงเทพฯ น้อยไป สังคมของ Elite น้อยไป เราเลยไม่ได้อยู่ในสังคม Elite แม้ฐานะเราอยู่ใน Elite แต่แทนที่จะไปคบสังคม Elite กลับไปเข้าการเมือง เลยกลายเป็นคนซื่อบื้อคนหนึ่ง

ซึ่งอันนี้ต้อง blame(ตำหนิ) ตัวเองว่า เหมือนกับเรายังไม่รู้วิธีอยู่ในป่า เราไม่เข้าใจ เราถูกปล่อยเข้าไป บางทีเขาบอกว่า say yes อาจจะมี no ซึ่งเราไม่เข้าใจ เราแค่ yes คือ yes และ no คือ no พอเราเป็นเจอ yes but mean no เราตายแล้ว เพราะเราคิดว่าคนทุกคนคงเหมือนเรา เพราะชีวิตเราง่ายมาก แต่ชีวิตของคน elite ยิ่งเป็นนาน ๆ ยิ่ง complicate เร้นลับซับซ้อน อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้ แต่ไม่คิดจะเรียนรู้แล้ว แก่แล้ว เอาความรู้ที่เป็นวิชาการ สอนหนังสือไป อบรมลูกหลาน ไม่ได้ถึงกับ เฮิร์ต แต่เสียดายตัวเอง น่าจะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองได้มากกว่านี้

“ผมไม่เคยกลัวตาย ถูกลอบสังหารมา 4 รอบ ผมเฉย ๆ ผมถือว่า ถ้าคนเรา มันจะตายมันก็ตาย มันยังไม่ตายก็คือยังไม่ตาย”

เมื่อถูกถามว่า ทั้ง 4 ครั้ง ให้อภัยหมดหรือไม่ นายทักษิณบอกว่า มันเป็นเรื่องที่ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพราะผมก็ไม่ค่อยเชื่อ ชาติที่แล้ว ชาติหน้า ก็ไม่รู้เป็นกรรมเป็นเวรอะไร ผมก็รู้ ใครเป็นคนทำ เรื่องนี้ ภายในครอบครัวเรารู้หมด เพราะไม่อยากให้เขาไปเจอคนไม่คิดดีกับเรา เมื่อเจอแล้วจะได้ระวังตัว แค่นั้นเอง

นายทักษิณบอกอีกว่า ในภาพอนาคต 20-30 ปี ตัวเองอาจไม่ได้อยู่ทันเห็น แต่ระหว่างที่เราอยู่ ไม่รู้ พระเจ้าจะเอาเราไปเมื่อไหร่ แต่ระหว่างที่อยู่ ก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์กับคนที่เรารักและที่เขารักเรา คนที่ไม่รักเรา ทำให้เขารักเรามันยาก คนที่รักเราอยู่แล้วก็อย่าให้เขาผิดหวัง คนที่อยู่ตรงกลาง รักบ้าง ไม่ได้รัก ไม่ได้เกลียดอะไร ก็ให้เขาเข้าใจ ทุกวันนี้ไม่ได้มีอะไรเลย เป็นบุคคลอยู่เมืองนอก กลับประเทศก็ไม่ได้ แต่ยังมีคนที่รัก เวลาเรารักลูกก็อยากให้เขาไม่ต้องลำบากเหมือนเรา ตอนที่สร้างตัวเองมา เน้นเรื่องงาน เพราะว่าทุกอย่างบีบคั้น โดยเฉพาะการเงิน

แต่ผมก็เป็นคนที่ขอกำลังใจจากการอยู่กับครอบครัวตลอดเหมือนกัน ตั้งแต่ลำบาก ผมเวลาเครียดเก็บไว้กับตัวเอง เมื่อคิดจนตกผลึกแล้วก็มาคุยกับคุณหญิง บางทีคิด คุณหญิงยังดุเลยว่า ทำไมเธอไม่พูดออกมา ก็พยายามคิด เอาเงินตรงไหนอย่างไร พอพูดออกมาปุ๊บ

ผู้บริหารบลูเทค ซิตี้ ร่วมลงนามบันทึกการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ภายใต้ BCG โมเดล

วันนี้ (26 ก.ค.65) เวลา 13.00 น. ที่ห้องโชคอนันต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานและร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ภายใต้ BCG โมเดล กับศาตราจารย์(วิจัย) ดร.ชุติมาเอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ นายวิบูลย์พึงประเสริฐ นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย นางสมจิตร์พันธุ์สุวรรณ นายกเทศมนตรี ตำบลท่าข้าม และนางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทคซิตี้

ซึ่งความร่วมมือในวันนี้ จะเป็นการบูรณาการร่วมกันส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและชุมชน โดยขับเคลื่อนพื้นที่ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับ BCG โมเคล โดยจะร่วมมือกันในการผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย และองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ วัสดุเหลือทิ้ง และการจัดการขยะชุมชนให้เป็น "Zero waste" ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรารวมไปถึงการแปรรูปขยะให้เกิดประโยชน์กับภาคการเกษตร อันจะทำให้เกิดการพัฒนายกระดับให้เกษตรกรและชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

‘ศาสน์-กษัตริย์’ เสาหลักค้ำจุนกันและกัน

คำยืนยันจากหลวงปู่มั่น!! ‘ศาสน์-กษัตริย์’ เปรียบเสมือนเสาหลักค้ำจุนกันและกัน...เมื่อใดขาดธรรมราชา เมื่อนั้นอาจถึงคราวสาบสูญของพระอริยะ!!

เรื่องของพระอริยบุคคลนี้ พระอาจารย์มั่นปรารภไว้หลายสถานที่ หลายวาระต่าง ๆ กัน แล้วแต่เหตุ
ท่านกล่าวว่า ชาวพุทธมีหลายประเทศ แต่จะขอกล่าวเฉพาะที่ใกล้เคียง คือ เขมร ลาว เวียดนาม และพม่า นอกนี้ไม่กล่าว

พระอาจารย์มั่นบอกว่า…

“เราไม่ได้ว่าเขาเหล่านั้น...แต่ได้พิจารณาแล้ว ไม่มีก็ว่าไม่มี มีก็ว่ามี”
ท่านหมายถึงว่า พระอริยบุคคลในประเทศเหล่านี้มีที่ประเทศพม่าเพียงคนเดียว อยู่ในหมู่บ้านที่ท่านไปจำพรรษา เป็นผ้าขาว (อุบาสกผู้ถือศีล) ซึ่งเล่ากันว่า บุตรสาว บุตรเขย และบุตรชายของผ้าขาวคนนั้นล่ะ ที่มาจัดเสนาสนะของบิดาเพื่อถวายพระอาจารย์มั่นและท่านเจ้าคุณบุญมั่นครั้งจำพรรษาที่ประเทศพม่า

ท่านว่า...

“ยกเว้นสยามประเทศแล้ว...นอกนั้นไม่มี!
สำหรับสยามประเทศตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงปัจจุบัน...มีติดต่อมาโดยไม่ขาดสาย ทั้งคฤหัสถ์ชายหญิงและบรรพชิต แต่มรรคขั้นต้นคฤหัสถ์มากกว่าทั้งปริมาณ และมีสิกขาน้อยกว่า”

มาแล้ว 3 โครงการเพิ่มกำลังซื้อ ที่ครม.อนุมัติล่าสุด

1. โครงการคนละครึ่ง เฟส 5 รับ 800 บาทต่อคน จำนวน 26.5 ล้านสิทธิ

2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 รับ 200 บาทต่อคนต่อเดือน 

3. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ระยะที่ 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน

ทรงอยู่ข้างคนไทย ไม่ว่าภัยโควิดจะใกล้เพียงใดก็ตาม

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานทรัพย์รวมกว่า 2,852,144,487.59 บาท สมทบทุน-จัดอุปกรณ์การแพทย์ รับมือวิกฤตโควิด-19

เมื่อวันที่ (23 กรกฎาคม 2564) ที่เฟซบุ๊ก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัย เผยแพร่ข้อความ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยประชาชนและบุคลากรการแพทย์ในภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นอย่างยิ่ง  

โดยพระราชทานทรัพย์เพื่อสมทบทุนและจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลและสถานที่ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนี้...

ประชาธิปัตย์เดินหน้าเต็มสูบ!! 'จุรินทร์-เฉลิมชัย' หารือรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรควางกลยุทธ์ขับเคลื่อนเร่งสร้างผลงานสู่โหมดเลือกตั้งหวังเพิ่มที่นั่งในสภาฯ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยวันนี้ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคและ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคได้จัดประชุมหารือแบบดินเนอร์มิตติ้งก์กับรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคเกี่ยวกับภารกิจของพรรคหลังเสร็จศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์และพัฒนาการทำงานพร้อมกับเร่งสร้างผลงานบนศรัทธาประชาชนของ3กลไกได้แก่ พรรค สภาฯและรัฐมนตรีให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพสู่โหมดการเลือกตั้งครั้งหน้า

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ประเมินผลงานการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลตลอด 3 ปีที่ผ่านมาว่า ทำได้ไว ทำได้จริงตามนโยบายที่ประกาศไว้ มีความเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะนโยบายประกันรายได้เกษตรกร การปฏิรูปภาคเกษตรและการออกโฉนดให้ประชาชนกว่า 3 แสนราย เป็นต้น ประการสำคัญคือ การแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจจนสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศกว่า 23 ล้านล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจากการส่งออกที่เติบโตกว่า 17% ในปี 2564 โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสามารถส่งรายได้กระจายไปถึงครอบครัวเกษตรกร 10 ล้านครัวเรือนซึ่งเป็นฐานรากของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยคาดว่าปี 2565 จะทำเงินเข้าประเทศอีกไม่น้อยกว่า 8 ล้านล้านบาททั้งที่ต้องเผชิญกับปัญหารุ้มเร้านานัปการจากผลกระทบของวิกฤติการณ์โควิด19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก ซึ่งที่ประชุมมั่นใจว่าด้วยการทำงานที่มีเอกภาพและประสิทธิภาพภายใต้แนวทางอุดมการณ์-ทันสมัยพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถเพิ่มที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้มากกว่าเดิม

‘จิราพร’ ห่วง ครม. ดันไทยเข้า CPTPP ทั้งที่ไม่มีความพร้อม ไร้ข้อสรุปกับทุกฝ่าย

นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พรุ่งนี้ (27 ก.ค. 65) คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) เตรียมชงให้คณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า นับแต่วันที่ กนศ. ซึ่งได้รับมอบหมายจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นสัญญากับภาคประชาสังคมว่า จะทำการศึกษาที่ชัดเจนครอบคลุมถึงมาตรการรองรับผลกระทบอย่างรอบครอบ และหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันก่อนตัดสินใจ จนวันนี้ผ่านมาเกือบ 1 ปี ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เป็นรูปธรรม แต่กลับมีกระแสข่าวว่าเตรียมจะให้ไทยเข้าร่วม CPTPP ทั้งที่ยังขาดความพร้อมในหลายเรื่อง


 
นางสาวจิราพร กล่าวต่อว่า หากจะอ้างว่า เตรียมดันให้ไทยเข้าร่วมความตกลง CPTPP เพื่อขยายการค้าการลงทุน อาจเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะข้อเท็จจริงคือ ไทยมีความตกลงเสรีทางการค้า (FTA) กับสมาชิก CPTPP แล้วเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงเม็กซิโก ส่วนแคนาดา ขณะนี้กำลังจัดทำ FTA อาเซียน-แคนาดา 

ดังนั้น ด้วยเหตุผลนี้การเข้าร่วมความตกลง CPTPP จึงไม่เกิดประโยชน์ต่อการขยายการค้าการลงทุนของไทยอย่างมีนัยะสำคัญแต่อย่างใด ซึ่งมีข้อสังเกตว่า หากไทยต้องการขยายการค้าการลงทุนกับประเทศใหม่ๆจริง ควรเร่งการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งจะทำให้ไทยได้ตลาดเพิ่มอีก 27 ประเทศ และ FTA กับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย ซึ่งจะทำให้ไทยได้ตลาดใหม่เพิ่มขึ้นมา 5 ประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยมีแผนจะทำ FTA ด้วยแต่กลับล่าช้าเป็นอย่างมาก

‘ถุงพระราชทาน’

‘ถุงพระราชทาน’ ไม่ได้มาจากงบประมาณภาษีที่รัฐบาลจัดสรรให้กับในหลวง ไม่ใช่เงินงบประมาณจากภาษีประชาชนเอามาแจกประชาชนตามที่มีผู้พยายามบิดเบือน

แต่มาจากการทำงานและทุนดำเนินการซึ่งเป็นดอกผลของ ‘มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์’ ที่ก่อตั้งขึ้นโดยในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์วาตภัยครั้งใหญ่ในอดีต

ชื่อของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ หมายความว่า ‘พระราชา’ และ ‘ประชาชน’ อนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน เป็นการแสดงน้ำพระทัยว่า เวลาทำงานควรจะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วย ซึ่งเงินทุนที่ใช้ขับเคลื่อนการดำเนินงานนั้น นอกจากดอกผลของมูลนิธิฯ แล้ว ยังมาจากเงินที่ผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศร่วมกันบริจาค รวมถึงเงินที่ในหลวงทรงพระราชทานเป็นทุนดำเนินงานด้วย

แลนด์มาร์กแห่งใหม่

อีกไม่นาน สวนสัตว์ (เขาดิน) แห่งใหม่ที่จังหวัดปทุมธานี คลอง 6 ซึ่งตั้งบนที่ดินพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 10 จำนวน 300 ไร่ จะกลายเป็นพื้นที่กิจกรรม แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และสัตว์จากแหล่งต่างๆ ในรูปแบบที่ทันสมัยและสวยงาม พร้อมเป็น Landmark ใหม่ของจังหวัดปทุมธานีในเร็ววัน

โดยเมื่อ 26 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา มติ ครม. ได้อนุมัติโครงการลงทุนก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ (คลอง 6) จังหวัดปทุมธานี ในกรอบวงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 10,974.65 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 และวงเงินเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2566 จำนวน 1,109.07 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างโครงการแบ่งออกเป็น 2 ระยะ 

ระยะที่ 1 มีมูลค่าการก่อสร้าง 5,383.82 ล้านบาท (ครม. ได้มีมติเห็นชอบไปแล้วเมื่อ 11 ม.ค. 65)
ระยะที่ 2 มีมูลค่าการก่อสร้าง 4,340.16 ล้านบาท เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะมีวงเงินโครงการทั้งสิ้น 10,974.65 ล้านบาท

สำหรับ โครงการสวนสัตว์แห่งใหม่ (คลอง 6) จะเป็นสวนสัตว์ที่ทันสมัยระดับนานาชาติ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ ชีวิตสัตว์ป่า การอนุรักษ์ ศึกษาวิจัย และเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ รวมถึงเป็นแหล่งนันทนาการรองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โครงการตั้งอยู่ที่ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี แบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่ดังนี้...

1.) พื้นที่จัดแสดงสัตว์และนิทรรศการ 171 ไร่
2.) พื้นที่ป้องกันน้ำท่วมและถนน 42 ไร่
3.) พื้นที่ส่วนบริหารและวิจัย 33 ไร่
4.) พื้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 21 ไร่
5.) พื้นที่ส่วนกลางและเชิงพาณิชย์ 18 ไร่
6.) ที่จอดรถ 15 ไร่

ความรู้สึกของคนเป็น ‘พ่อ’

ยามลูกมีทุกข์ ‘พ่อ’ ทุกคน มีความรู้สึกอย่างไรกับลูก ฉันใด
‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ กับพสกนิกรของพระองค์ยามนี้ ก็ฉันนั้น

ทราบหรือไม่ว่าการที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงย้าย ‘สนามม้านางเลิ้ง’ ออกไป มีความหมายเพียงใด? 

ที่ดินผืนนี้มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ เป็น ‘ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์’ ราชตฤณมัยสมาคมเช่าทำสนามม้า สนามกอล์ฟมายาวนาน เมื่อหมดสัญญา ไม่มีพระราชประสงค์ให้เช่าต่อ ทรงนำที่ดินกว่า 200 ไร่นั้น แปลงจากสนามม้าเพื่อคนเฉพาะกลุ่มเป็น ‘สวนสาธารณะ’ เพื่อพสกนิกรทั้งแผ่นดินได้ใช้เป็นรมณียสถานแห่งชีวิตคุณภาพ

พูดกันชัด ๆ ก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงนำที่ดินทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ที่ราชตฤณมัยสมาคมเช่ากลับคืนมา รื้อทิ้งสนามม้า สนามกอล์ฟ อะไรมิต่ออะไร ออกไปทั้งหมด แล้วทำเป็น ‘สวนสาธารณะ’ ให้ประชาชนใช้ เพิ่มสีเขียวเป็นปอดให้คนกรุงเทพฯ

ที่สำคัญยิ่ง สวนสาธารณะร่วม 216 ไร่ นี้ ยังเป็นสถานที่ตั้ง พระบรมราชานุสาวรีย์ ‘พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙’ ซึ่งนับเป็นของขวัญล้ำค่าที่พระองค์ทรงมอบให้คนไทยได้สืบสาน-รักษา ‘รากรัก’ ของลูก ๆ ทั้งแผ่นดิน ที่หยั่งลึกพันผูกต่อพ่อบนฟ้าอันยากถอนพระบรมราชานุสาวรีย์นี้ อันจะเป็นสายใยสืบสานความจงรักและคิดถึง ‘พ่อบนฟ้า’ นั้น ทั้งรักษาความผูกพัน ‘พระภูมิพล’ พ่อของแผ่นดินกับลูก ๆ ทุกคนคือพสกนิกร ไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย

คิดถึงพ่อ ก็มีที่ให้มากราบ ให้มาถวายราชสักการะ ให้มาคุกเข่าแหงนหน้ามองดูพ่อ ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 10 สุดหาสิ่งใดเปรียบแล้ว

กล่าวย่นย่อถึงการ ‘สืบสาน-รักษา’ แล้ว มิเพียงแค่นั้น ธ ยังทรงต่อยอดการสืบสานด้วยพระวิสัยทัศน์กอปรน้ำพระทัยเมตตาอีกหลายกรณี เช่น สร้างสวนสาธารณะแล้ว ยังทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยต่อไป ถึงด้านความสะดวกของประชาชนที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกายในสวนแห่งนี้ จึงทรงให้สร้างที่จอดรถใต้ดิน 3 ชั้น รองรับรถยนต์ได้ประมาณ 700 คัน

มีอะไรบ้าง ที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนแล้วที่พระองค์จะไม่ทรงทราบ?

ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายพระเนตร

กระทั่ง ‘โรงพยาบาลรามาธิบดี’ แต่ละวัน ผู้เจ็บป่วยและประชาชนเดินทางไปหาหมอทะลักล้น แต่สถานที่จอดรถ เป็นปัญหามาก จึงทรงให้สร้าง ‘อาคารจอดรถ’ โรงพยาบาลรามาธิบดีด้วย

เท่านี้ก็ว่าครอบคลุมด้าน ‘อำนวยสะดวก’ ในความเป็นสวนสาธารณะเกินพอแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top