Sunday, 12 July 2026
TheStatesTimes

‘พงศกร - ประภัสร์’ หวนคอก ‘เพื่อไทย’ ร่วมดันแลนด์สไลด์อย่างถล่มทลาย

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรค, นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค, นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พร้อมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับ นายพงศกร อรรณนพพร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและอดีตประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่พรรคไทยสร้างไทย และนายพัชรกร อรรณนพพร บุตรชายนายพงศกร พร้อมนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและอดีตผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. พรรคไทยสร้างไทย เข้าร่วมงานงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเชื่อว่าทั้งสองท่านจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยให้เป็นความหวังและสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนายพงศกร ที่จะเป็นกำลังสำคัญในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อไปสู่การแลนด์สไลด์ขอนแก่นในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง รวมไปถึงนายประภัสร์ ที่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านคมนาคมคนสำคัญ มาช่วยกันสร้างสรรค์นโยบายเพื่อพี่น้องประชาชน และสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงผู้มีอำนาจว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อม และมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่จะนำพาอนาคตพี่น้องประชาชนและประเทศชาติไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน

‘ชินโซ อาเบะ’ อดีตนายกฯ แดนอาทิตย์อุทัย ผู้ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

อาลัย ‘ชินโซ อาเบะ’ นายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น กับช่วงเวลาดำรงตำแหน่งรวม 7 ปี 8 เดือน 27 วัน ถึงแก่กรรม ในวัย 67 ปี หลังถูกลอบยิงขณะกล่าวสุนทรพจน์

‘ชินโซ อาเบะ’ เกิด 21 กันยายน พ.ศ. 2497 ที่เมืองนางาโตะ จังหวัดยามางูจิ และได้ศึกษาด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเซเกะ และศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา ภายหลังจบการศึกษา ได้ทำงานกับบริษัทโคเบะสตีล และได้ลาออกในปี 2525 เพื่อเข้ามาเล่นการเมืองต่อมาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวัดยามากูชิ ซึ่งเดิมเคยเป็นของพ่อ 

หลังจากนั้นเขาก็มีความก้าวหน้าทางการเมืองตามลำดับ เริ่มจากหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคมของพรรค LDP ในปี 2542 ตามด้วยรองเลขาธิการพรรคในปีต่อมา และขึ้นมาเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตำแหน่งเดียวกับพ่อในปี 2548 

ต่อมาในวันที่ 26 กันยายนปี พ.ศ.2549 ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก แต่เพียงปีเดียวก็ต้องลาออก จากกรณีทุจริตของรัฐมนตรีเกษตร และทัศนะเกี่ยวกับสงครามโลกของรัฐมนตรีกลาโหมที่สร้างความไม่พอใจให้คนในประเทศ 

อย่างไรก็ตามอาเบะก็ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และได้ประกาศยุบสภาในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ก่อนครบวาระตำแหน่ง เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 ธันวาคม 2557 และได้รับเลือกตั้งอีกครั้งจนในวันที่ 28 สิงหาคม 2563 อาเบะประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเนื่องจากลำไส้ใหญ่อักเสบมีแผล (Ulcerative colitis) และสุขภาพที่ไม่แข็งแรง นับว่าเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์นานถึงหากนับรวมแล้วจะเป็นเวลา 7 ปี 8 เดือน 27 วัน ซึ่งความนิยมในตัวเขาขึ้นๆ ลงๆ แต่ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ถึง 3 ครั้ง 

นอกจากนี้ “ชินโซ อาเบะ” ยังมีฉายาว่า "เจ้าชาย" เพราะมาจากตระกูลใหญ่ทางการเมืองในฐานะบุตรชายของนายชิน

นิตยสาร Forbes จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2565

นิตยสาร Forbes จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2565 โดยในปีนี้ ‘พี่น้องเจียรวนนท์’ แห่งเครือซีพี ยังครองแชมป์มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในไทยอีกสมัยไปด้วยทรัพย์สิน 2.65 หมื่นล้านเหรียญ หรือราว 9.33 แสนล้านบาท

Forbes รายงานว่า เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวกลับมาได้เนื่องจากโควิด-19 เศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับลดจากจากจุดสูงสุดลง 3%

ไม่เพียงเท่านั้น ตั้งแต่จากการอันดับมหาเศรษฐีไทยครั้งล่าสุด อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อหน่วยดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงถึง 12% ส่งให้มูลค่ารวมทรัพย์สินของมหาเศรษฐีไทยทั้ง 50 รายชื่อ ลดลงเกือบ 6% มาอยู่ที่ 1.51 แสนล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 5.31 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับการจัดอันดับปีที่ผ่านมา

สำหรับ 10 อันดับแรกของปีนี้ ยังคงมีการขึ้น-ลง สลับกันกับปีก่อนๆ ส่วนทั้ง 50 อันดับเป็นอย่างไรบ้าง คลิกดูได้ที่ https://www.forbes.com/lists/thailand-billionaires/?sh=56cd7d16223e

เปิด 3 แกนกลยุทธ์สร้างอนาคตให้เมืองไทย ในวันที่ ‘รบ.ประยุทธ์’ ทำสำเร็จแล้วหลายส่วน

'บิ๊กตู่' ปรับลุคใหม่ ปล่อยคลิปแถลงการณ์ 'กลยุทธ์ 3 แกน สร้างอนาคต' โชว์แผนนำไทยพ้นวิกฤติ 

นายกฯ ออกแถลงการณ์ ‘กลยุทธ์ 3 แกน สร้างอนาคต’ ปลุกคนไทยร่วมสู้วิกฤติอีกครั้ง ให้หลุดพ้นความจน สร้างความมั่งคั่งรุ่งเรือง ลั่นเป็นภารกิจนายกฯ ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง เหน็บรบ.อดีตวางโครงการสวยหรูเก็บขึ้นหิ้งฝุ่นเกาะ ยอมรับนำเสนอไม่เก่งแต่รู้วิธีทำเรื่องใหญ่ให้เกิดขึ้นได้ อ้อนบริสุทธิ์ใจ มีหัวใจอยู่กับปชช.และประเทศ

(8 ก.ค.65) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวแถลงการณ์ ‘กลยุทธ์ 3 แกน สร้างอนาคต’ เป็นคลิปวิดีโอความยาว 17.48 นาที ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha’ ว่า... 

วันนี้ตนอยากพูดกับทุกท่าน เกี่ยวกับอนาคตของบ้านเรา และการเดินหน้าต่อไปของประเทศไทย ตอนนี้ประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่ภาวะการใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงปกติแล้ว ข้างหน้าของเรายังมีอีกหนึ่งภัยร้ายที่ใหญ่ ยิ่งกว่ารอเราอยู่ นั่นคือ เราจะอยู่รอดอย่างไร จากการโหมกระหน่ำของพายุการขึ้นราคาทุกอย่าง ซึ่งสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่กระตุ้นให้ข้าวของแพง ไม่ว่าจะเป็น ราคาน้ำมัน อาหาร ค่าขนส่ง จนถึงขั้น ทำให้บางประเทศในภูมิภาค เข้าใกล้การล่มสลายทางเศรษฐกิจ วันนี้ตนขอใช้เวลาซักนิด เล่าเรื่องสำคัญ คือ กลยุทธ์ภาพใหญ่ของตนที่จะมาแก้ปัญหาปากท้องและความยากจนให้หมดไปเสียที

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในช่วงระยะสั้นๆ ได้ดำเนินนโยบายระยะสั้น แก้ปัญหาความยากจนเฉพาะหน้า หรือมีโครงการลดแลกแจกแถมต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า บางโครงการเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกฤต เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่โครงการแบบนั้น ไม่ใช่วิธีที่จะแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืน และแน่นอนว่าวิธีการเหล่านั้น ไม่ทำให้ใครรวยขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้น ตนจึงตั้งใจเดินหน้าด้วยความมุ่งมั่น ที่จะทำเรื่องใหญ่ๆ ให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อช่วยทุกคนให้สามารถสร้างรายได้ ได้มากขึ้นอย่างยั่งยืน ตนขอให้ทุกท่านเดินหน้าไปกับตน ในช่วงเวลาที่ภารกิจระยะยาวเพื่อทุกคน ที่ตนได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตนกำลังขับเคลื่อนกลยุทธ์ภาพใหญ่ที่มี 3 แกนหลัก ที่จะมายกระดับความรุ่งเรืองของประเทศ เป็น 3 แกนหลักที่กำลังจะเสร็จ และกำลังจะพร้อมที่จะช่วยเราทุกคนได้ในอนาคตอันใกล้

>> แกนที่ 1
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แกนที่ 1 คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ที่ใหญ่ที่สุด และบูรณาการมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย โครงการสร้างทางรถไฟ ถนน สนามบิน หรือท่าเรือ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความรุ่งเรืองมั่งคั่งของทุกคน โครงการที่ต้องใช้เวลาก่อสร้างยาวนานหลายปี และตอนนี้ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

เป็นสิบๆ ปีที่ผ่านมา รัฐมักจะวางแผนโครงการที่สวยหรูมากมาย ทั้งการสร้างทางรถไฟ ถนน สนามบิน และท่าเรือ แต่สุดท้าย แผนโครงการที่สวยหรูเหล่านั้นก็ถูกเก็บขึ้นหิ้ง จนฝุ่นเกาะ และไม่เคยถูกทำให้เกิดขึ้นจริง – กลายเป็นว่า ประชาชนหลายสิบล้านคน ยังคงต้องใช้ชีวิตกันต่อไป โดยไม่ได้รับประโยชน์จากการมีโครงสร้างพื้นฐาน และการคมนาคมขนส่งที่ดีกว่า และถูกกว่า ที่ในที่สุดแล้ว จะช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชน สร้างรายได้ ได้มากขึ้นด้วย 

ความมุ่งมั่นหลักของตนคือ ทำอย่างไรให้โครงการนับร้อยๆ เหล่านั้น เกิดขึ้นจริงให้ได้ และเป็นไปอย่างบูรณาการ เพราะตนรู้ว่า เมื่อโครงการทางรถไฟ โครงการรถไฟความเร็วสูง ถนน ท่าเรือ และสนามบินต่างๆ เกิดขึ้นจริง โครงการเหล่านั้นจะเชื่อมต่อกัน เหมือนต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ได้สำเร็จ และนั่นคือเวลาที่เราจะคาดหวังถึงความเจริญรุ่งเรืองอย่างก้าวกระโดดของประเทศเราได้ – และเมื่อโครงการต่างๆ เหล่านั้นเชื่อมต่อกัน จะเป็นเหมือนสะพานเชื่อม เป็นเครื่องมือให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง และประเทศได้โครงการสำคัญต่างๆ ของเรา ในทุกมุมของประเทศ มีความคืบหน้าไปมากพอสมควร และเริ่มใกล้ที่จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

>> แกนที่ 2
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แกนที่ 2 ของกลยุทธ์ภาพใหญ่ของตน เพื่อที่จะสร้างความมั่งคั่งรุ่งเรืองให้กับคนไทย คือแกนที่เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด โดยภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงต่างๆ เป็นภาคอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงเชื่อมต่อไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจขนาดเล็กอีกมากมาย ตลอดจนดึงเงินมหาศาลให้ไหลเข้าประเทศไทย ผ่านการส่งออกต่างๆ เป็นตัวขับเคลื่อนความมั่งคั่งรุ่งเรืองของไทย ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา 

แต่วันนี้ อุตสาหกรรมนี้ กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่ เพราะการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก เป็นเวลาที่ผู้ผลิตยานยนต์ อาจจะต้องเลือกที่จะสร้างโรงงานผลิตรูปแบบใหม่ ในประเทศต่างๆ 

ดังนั้น เราต้องเดินหน้าให้เร็ว และเร็วกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ที่กำลังพยายามจะใช้โอกาสนี้ ดึงเอาอุตสาหกรรมยานยนต์ออกไปจากประเทศไทย ให้ไปอยู่ในประเทศของเขา เพราะฉะนั้นผมได้ขับเคลื่อน และพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สำคัญของโลก เราต้องล็อกผู้ผลิตยานยนต์ทั่วโลก ให้อยู่ในประเทศไทย และเราต้องช่วยให้เรื่องต่างๆ ง่ายขึ้นสำหรับเขา ในการที่เค้าจะลงทุนเพิ่ม และขยายธุรกิจของเค้าในประเทศไทย 

ถ้าเราทำสำเร็จ เส้นทางนี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญที่เกื้อหนุนหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมต่างๆ และประเทศไทยให้มั่งคั่งต่อไปได้ อีกเป็น 20-30 ปีข้างหน้า วันนี้ เราเดินมาได้ไกลแล้ว ด้วยการทำงานอย่างรวดเร็ว และบูรณาการหลายหน่วยงาน จนผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกหลายราย แสดงเจตนารมณ์ว่าจะเดินหน้าตั้งโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เราจะต้องทำ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เพื่อให้ได้ข้อสรุปกับผู้ผลิตยานยนต์ต่างๆ เหล่านั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า และอีกส่วนหนึ่งของภารกิจในแกนหลักที่ 2 ของตนคือ เราจะต้องทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ไฟฟ้า มีราคาที่ถูกลง สำหรับคนไทยทุกคน ตนจะให้รายละเอียดเพิ่มเติม และความคืบหน้า เกี่ยวกับกลยุทธ์แกนที่ 2 นี้ ประมาณช่วงเดือนหน้า

'เฉลิมชัย' ทำลายสถิติสำเร็จอีกครั้งส่งออกผลไม้ครึ่งปีแรกทะลุ 1 ล้านตัน สร้างรายได้กว่า 8 หมื่นล้าน ชื่นชมชาวสวนภาครัฐภาคเอกชนร่วมมือพัฒนาคุณภาพจนครองแชมป์ตลาดจีนเด็ดขาดเกือบ 50% แต่ห่วงลำไยทรุดสั่งฟรุ้ทบอร์ดปรับกลยุทธ์เร่งแก้ไข

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด-Fruit Board) แถลงวันนี้ (8 ก.ค.) ว่า การส่งออกผลไม้สดไปสาธารณรัฐประชาชนจีนภายใต้พิธีสารระหว่างไทย-จีนในรอบ 6 เดือนแรกปีนี้มีปริมาณถึง 1,123,543 ตัน ทำลายสถิติการส่งออกในระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งส่งออกได้ 1,002,771 ตัน โดยเพิ่มขึ้นกว่า 120,000 ตัน หรือกว่า 10% คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 81,282 ล้านบาท

ในขณะที่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคนานัปการโดยเฉพาะผลกระทบจากมาตรการไดนามิคซีโร่โควิดของจีนในการป้องกันการแพร่ระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่ปลายปี 2564 เป็นต้นมา และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นส่งผลต่อค่าระวางขนส่งทางบกทางเรือทางอากาศปรับตัวเพิ่มขึ้นในขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงจากภาวะเศรษฐกิจทำให้มูลค่าการส่งออกผลไม้สดลดลง 2,900 ล้านบาท หรือลดลง 3.45% ส่วนหนึ่งเกิดจากการส่งออกลำไยลดลง เนื่องจากการปิดด่านบางด่านของจีนช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีจากปัญหาโควิด-19 ในจีนจึงสั่งให้ฟรุ้ทบอร์ดปรับกลยุทธ์เร่งแก้ไขปัญหาลำไยซึ่งหล่นจากการส่งออกไปจีนเป็นลำดับ 3 รองจากทุเรียนและมะพร้าว

‘ชนินทร์’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เลิกกดทับท้องถิ่น เร่งกระจายเงินชดเชยภาษีที่ดินฯ ค้างจ่ายปี 63-64 ห่วงท้องถิ่นถังแตก ขาดการพัฒนา

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการงบประมาณท้องถิ่นปี 2566 กล่าวว่า จากการบริหารงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นำพาประเทศชาติมาถึงจุดที่ถังแตกอยู่บนกองหนี้ทุกด้าน ปัญหานี้กระจายตัวไปยังในระดับท้องถิ่นอย่างชัดเจนแล้วจากผลกระทบของการลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2563 และ 2564 ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของท้องถิ่นทำให้กลุ่มเทศบาลเมือง เทศบาลนคร เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร จัดเก็บจริงลดลงเป็นอย่างมาก จากเดิมที่เคยมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน กับภาษีบำรุงท้องที่ในปี 2562 ถึงปีละกว่า 22,000 บาท รวมสองปีกว่า 44,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันท้องถิ่นเหล่านี้ยังไม่ได้รับการชดเชยรายได้จากรัฐแม้แต่บาทเดียว 

นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนายกเทศมนตรีในหลายเทศบาลสะท้อนว่ามีความลำบากมาก เพราะการขาดรายได้จากภาษีที่ดินฯ ทำให้ต้องหยุดการลงทุนเพื่อพัฒนาในพื้นที่ทุกอย่าง รวมถึงต้องนำเงินสะสมที่มีออกมาใช้จ่ายเป็นค่าบริหารจัดการแทนรายได้ที่หายไป แม้ในปีนี้จะสามารถเก็บภาษีที่ดินฯ ได้ในอัตราปกติแล้ว แต่ประชาชนและเอกชนยังอยู่ในภาวะขัดสน ชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ต้องรีบแก้ปัญหานี้ให้จบ เร่งจัดสรรเงินชดเชยรายได้ให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ ตามที่เคยสัญญาไว้อย่างเร่งด่วน โดยอาจนำเงินงบประมาณคงเหลือในปี 2565 ถ่ายโอนมาจัดสรรก่อน หรือเสนอแปรญัตติงบประมาณ 2566 ที่ไม่จำเป็นมาเติมให้ในส่วนนี้ เพื่อเร่งนำส่งท้องถิ่นให้กลับมาสร้างงาน สร้างรายได้ เกิดการลงทุนและจ้างงานอีกครั้ง

“การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ ยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับการ ‘กระจายอำนาจ’ โดยสิ้นเชิง ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ละทิ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เคว้ง ซ้ำยังกดทับท้องถิ่นให้ขาดการพัฒนา เหมือนคนถูกตัดแขนตัดขาแล้วไม่เร่งรักษาให้ร่างกายฟื้นคืนสภาพ เร่งคืนรายได้ให้พวกเขา ให้ท้องถิ่นแข็งแรงขึ้นโดยเร็ว” นายชนินทร์กล่าว

โรงพยาบาลพญาไท 3 เปิดศูนย์ Mee Suk Center (ศูนย์มะเร็งและโรคเลือด)

นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 รศ.คลินิก พญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.แพทย์  นพ.อภิชัย โตวณะบุตร ผช.ผอ.แพทย์ คุณศุภกร พะวันนา ผอ.สายบริหารการตลาดเครือ รพ.พญาไท - เปาโล คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผอ.ฝ่ายการตลาด คุณนิตยา กฤตธนเวช ผอ.ฝ่ายบริหาร พว.ภาวิณี วัยปัทมะ ผอ.ฝ่ายพยาบาล ตลอดเจ้าหน้าที่พยาบาล พนักงาน ร่วมทำบุญ บวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อเป็นศิริมงคล เนื่องในโอกาสฤกษ์งามยามดี เปิดศูนย์ Mee Suk Center ศูนย์มะเร็งและโรคเลือด โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พื้นที่กว้างขวางขึ้น ทันสมัยกว่าเดิม ตลอดยังเพิ่มเครื่องมือทันสมัย เพื่อรองรับผู้ใช้บริการได้อย่างเต็มที่ บนชั้น 17 

กองกำลังสุรนารี จัดการประชุมชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย - ลาว ครั้งที่ 1/2565 

วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 ณ โรงแรมสุนีย์ แกรนต์ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดอุบลราชธานี กองกำลังสุรนารี จัดการประชุมชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย - ลาว ครั้งที่ 1/2565 ระหว่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของไทย กับ 3 แขวงภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 

โดยมีกรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมให้การสนับสนุนในการจัดประชุมเพื่อกระชับความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนและประสานการปฏิบัติ บูรณาการความร่วมมือ แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ตามแนวชายแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรรมและยั่งยืน

พลตรีวีระยุทธ รักศิลป์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี/หัวหน้าชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) ร่วมประชุมกับชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนลาว (ภาคใต้) นำโดย พันเอก สำลีแก้ววงสอง หัวหน้าการทหาร กองบัญชาการทหารแขวงสาละวัน/หัวหน้าชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดน ลาว - ไทย พื้นที่ 3 แขวงภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายลาว โดยมี พลโทพงศ์เทพ แก้วไชโย เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร/หัวหน้าคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดตามชายแดนไทย-ลาว และ พลจัตวา สีพัน พุดทะวง หัวหน้ากรมทหารชายแดน/หัวหน้าคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดตามชายแดนลาว-ไทย ร่วมสังเกตการณ์ 

10 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 บอมบ์เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ของ ‘กรีนพีซ’ ฝีมือผู้ก่อการร้ายชาวฝรั่งเศส

คงมีแต่ผู้ติดตามตัวจริงเท่านั้นที่จะนึกถึงเหตุโศกนาฎกรรมครั้งนี้ได้ว่ามัน เกิดขึ้นกับ "เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์" (The Rainbow Warrior) แต่คนไทยวงนอก จะจดจำได้ว่าครั้งหนึ่ง "เรือของกรีนพีซ" เคยถูกบอมบ์จนยับเยินมาแล้ว

เหตุเศร้านี้เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ของเมื่อ 37 ปีก่อน ตรงวับวันที่ 10 กรกฎาคม 2528 เรือลำนี้ถูกสายลับก่อการร้ายชาวฝรั่งเศสวางระเบิดยับจนจมดิ่งมหาสมุทร ที่น่าเศร้าคือมีผู้สูญหายหรือเสียชีวิตอีกด้วย

แน่นอน คนไทยทั่วไปอาจคุ้นเคยแต่ว่า องค์กรกรีนพีซนั้นทำเรื่องสิ่งแวดล้อม โลกสวยในทุ่งลาเวนเดอร์และผืนมหาสมุทร หากแท้จริงแล้ว องคาพยพขององค์กรนี้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว้างขวางกว่าที่คิด

เฉกเช่นกับเรื่องราวของ “เรนโบว์ วอร์ริเออร์” อันเป็นเรือลำแรกในกองเรือ ที่ออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อภารกิจของกรีนพีซโดยเฉพาะ

เว็บไซต์ www.greenpeace.org/thailand เล่าไว้ว่า เรนโบว์ วอร์ริเออร์” ไม่เพียงแต่เป็นเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดลำหนึ่งแล้ว เรือลำนี้ยังเป็นดั่งความฝันของเหล่านักรณรงค์ที่ยังคงต่อสู้เพื่ออนาคตสีเขียวและสันติภาพ

เรนโบว์ วอร์ริเออร์ เดิมมีชื่อว่า “เซอร์ วิลเลียม ฮาร์ดีย์” เรืออวนลากสำหรับงานวิจัยด้านการประมงของกระทรวงเกษตร ประมง และ อาหารของสหราชอาณาจักร สร้างขึ้นเมื่อปี 2498 เป็นเรือเครื่องยนต์ดีเซลไฟฟ้าลำแรกที่สร้างขึ้นในสหราชอาณาจักรด้วย

ภายหลัง กรีนพีซต้องการนำมาใช้ จึงระดมทุนเพื่อซื้อเรือลำนี้มา แต่มันไม่ง่ายเลย เพราะหลายเดือนกรีนพีซก็ยังไม่มีเงินพอ

จนที่สุดกองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานเนเธอร์แลนด์ จึงให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อช่วยรณรงค์ปกป้องวาฬ กรีนพีซจึงได้กรรมสิทธิ์เรือลำแรกในยุโรป

ได้เรือมาอย่างสวยงามแล้ว กรีนพีซจัดแจงเปลี่ยนชื่อเรือเอาฤกษ์เอาชัย ได้ชื่อมาว่า “เรนโบว์ วอร์ริเออร์” ตามคำทำนายของนักรบอินเดียนแดง ชนเผ่าครีในอเมริกาเหนือ ที่เชื่อว่า “เมื่อโลกป่วยและกำลังดับสูญ ผู้คนจะลุกขึ้นสู้ประหนึ่งนักรบแห่งสายรุ้ง…”

วันที่ 29 เมษายน 2521 เรนโบว์วอร์ริเออร์ ได้ทำงานเที่ยวแรกในชีวิต ออกจากท่าเรือในลอนดอน มีลูกเรือ 24 คน จาก 10 ประเทศ

ดังที่เกริ่นไว้ พวกมีภารกิจสำคัญ คือการขัดขวางการล่าวาฬเพื่อการค้าที่ไอซ์แลนด์ ชาวกรีนพีซแห่งเรนโบว์วอร์ริเอร์ ราวกับนักรบที่ไร้อาวุธ แต่พวกเขาก็ท้าลุยกับปัญหาต่างๆ จนพิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นเรือที่ทรงคุณค่าในการเดินทะเลอย่างแท้จริง

3 ปีต่อมา อาสาสมัครกรีนพีซเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลไฟฟ้าขนาด 45 ตัน และติดตั้งเครื่องยนต์ดีทรอยท์ เข้าไปแทน จนถึงปี 2528 มีการติดตั้งใบเรือเพื่อความพร้อมสำหรับการเดินทางไปมหาสมุทรแปซิฟิก

ที่นั่นมีชาวเกาะรองเกลัป 320 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนรังสี และได้เรียกร้องความช่วยเหลือจากเรือเรนโบว์วอร์ริเออร์ให้ช่วยอพยพผู้คน เพื่อไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เกาะเมจาโต

รังสีนี้ มาจากการทดลองนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษที่ 1950 หลายคนเป็นมะเร็ง ลูคิเมียและพิการแต่กำเนิด

ใครจะคาดคิดว่า ในวันที่สวยงามของเดือนกรกฎาคมปีนั้น (2528) เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ซึ่งทอดสมอไหวเอนตามลมคลื่นเบาๆ ในผืนน้ำที่เมืองโอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเตรียมความพร้อมออกปฏิบัติการต่อต้านการทดลองนิวเคลียร์ของรัฐบาลฝรั่งเศศที่หมู่เกาะปะการังโมรูรัว

เวลาเกือบเที่ยงคืน ขณะที่ทุกๆ คน กำลังจะเข้านอน หากแต่ยังมีลูกเรือสองสามนาย หนึ่งในนั้นคือ เฟอร์นานโด เปเรรา ช่างภาพประจำเรือชาวโปรตุเกส พวกเขานั่งคุยและดื่มเบียร์อยู่บนเรือลำนี้

อยู่ๆ ก็มีแสงสว่างวาบขึ้น ตามด้วยเสียงกระจกแตก และเสียงโครมที่ลงกระแทกผืนน้ำเข้าอย่างจัง หะแรก ทุกคนคิดว่าเรืออาจถูกเรือโยงชน แต่มารู้ว่าไม่ใช่เมื่อได้เกิดระเบิดลูกที่สอง!

ลูกเรือที่อยู่บนดาดฟ้าเรือ พากันหนีตายจ้าละหวั่น ที่กระโดดหลบในที่ปลอดภัยบนท่าเรือได้ก็ทำ ที่กระโดลงน้ำได้ก็ทำ เปลวไฟจากระเบิดทำให้เสากระโดงเรือที่เป็นเหล็กบิดงอไปต่อหน้าต่อตา

11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 ครบรอบ 334 ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

11 กรกฎาคม วันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ทรงมีหลายพระนาม คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 หรือ สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสรรเพชรญ์ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าปราสาททองกับพระราชเทวีสิริกัลยาณี พระราชธิดาของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2175

ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เล่าว่าเมื่อแรกเสด็จพระบรมราชสมภพนั้น พระญาติเห็นพระโอรสมีสี่กร พระราชบิดาจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "พระนารายณ์ราชกุมาร" ส่วนในคำให้การชาวกรุงเก่าและคำให้การขุนหลวงหาวัด เล่าว่าเมื่อเพลิงไหม้พระที่นั่งมังคลาภิเษก พระโอรสเสด็จไปช่วยดับเพลิง ผู้คนเห็นเป็นสี่กร จึงพากันขนานพระนามว่า พระนารายณ์ พระราชประวัติของสมเด็จพระนารายณ์นั้นเกี่ยวกับเรื่องปาฏิหาริย์อยู่มาก แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพราหมณ์ เมื่อเทียบกับกษัตริย์องค์ก่อน ๆ ด้วยเหตุนี้เองพระราชประวัติของพระองค์จึงกล่าวถึงปาฏิหาริย์มหัศจรรย์ตามลำดับ คือ

เมื่อพระนารายณ์มีพระชนม์ได้ 5 พรรษา ขณะเล่นน้ำ พระองค์ทรงถูกอสนีบาต พวกพี่เลี้ยง นางนม สลบหมดสิ้น แต่พระองค์ไม่เป็นไรแม้แต่น้อย

เมื่อพระนารายณ์มีพระชนม์ได้ 9 พรรษา พระองค์ทรงถูกอสนีบาตที่พระราชวังบางปะอิน แต่พระองค์ก็ปลอดภัยดี

สมเด็จพระนารายณ์ทรงรับการศึกษาจากพระโหราธิบดี ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงในพระราชวัง และพระอาจารย์พรหม พระพิมลธรรม รวมทั้งสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์และพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ระดับสูงในพระนคร

สมเด็จพระนารายณ์มีส่วนสำคัญในการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระศรีสุธรรมราชา โดยพระองค์ได้ร่วมมือกับสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาในการชิงราชสมบัติจากสมเด็จเจ้าฟ้าไชย ซึ่งเป็นพระเชษฐาของพระองค์ โดยหลังจากที่พระองค์ช่วยสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาขึ้นครองราชสมบัติได้แล้วนั้น สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาทรงแต่งตั้งให้พระองค์ดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชและให้เสด็จไปประทับที่พระราชวังบวรสถานมงคล หลังจากสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาขึ้นครองราชสมบัติได้ 2 เดือนเศษ พระองค์ทรงชิงราชสมบัติจากสมเด็จพระศรีสุธรรมราชา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top