Saturday, 11 July 2026
TheStatesTimes

‘ก้าวไกล’ ผิดหวัง!! รัฐโหวตสวนมติ กมธ.เสียงข้างมาก ดับฝัน ขรก. 'ขวางนำเงินสะสม กบข.’ ไปกู้ซื้อบ้าน

‘วรภพ’ นำทีมก้าวไกลแถลงผิดหวังแทนข้าราชการ หลัง ‘รัฐบาล’ โหวตสวนมติกมธ.เสียงข้างมากที่รัฐบาลเป็นเสียงส่วนใหญ่ ไม่ให้ข้าราชการนำเงินสะสมจาก กบข. ออกไปกู้ซื้อบ้านได้ สะท้อน ความไม่เห็นหัวข้าราชการชั้นผู้น้อย ซัด!! หวงกองทุน กบข.ไว้เพื่อใคร?

วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะนำทีม ส.ส. ก้าวไกล แถลงแสดงความผิดหวัง หลังรัฐบาลโหวตสวนมติเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่มีการพิจารณาให้เพิ่มมาตรา 43/1 โดยสาระสำคัญของมาตราดังกล่าวคือ การให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. สามารถนำเงินสะสมไปใช้ดาวน์บ้านได้อย่างน้อยร้อยละ 30 

วรภพ กล่าวว่า กฎหมายมาตรานี้ เป็นความหวังของข้าราชการชั้นผู้น้อยจำนวนมากที่มีเงินสะสมในกองทุน และหวังจะได้นำเงินมาดาวน์บ้านเพื่อเป็นทรัพย์สินเป็นของตนเอง แต่ความหวังก็ต้องพังลง เพราะรัฐบาลโหวตสวนเสียง กมธ. และตัดมาตราดังกล่าวออกไปและกลับไปใช้ ร่างพ.ร.บ.ฉบับเดิม ซึ่งการกระทำเช่นนี้ เปรียบเหมือนการตัดสิทธิโอกาสของข้าราชการที่จะมีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง

ปิดฉาก ‘ร้านน้ำโหลแก้ว’ โรงเรียนดัง เจอค่าต่อสัญญาขั้นตํ่า 3 ล้าน 3 ปี

ร้าน ‘Tea Lek ร้านน้ำโหลแก้วในตำนาน’ ของโรงเรียนชื่อดัง ประกาศเตรียมเลิกขาย หลังเจอค่าต่อสัญญาขั้นตํ่า 3 ล้านบาท ขายได้ 3 ปี ด้านศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบัน แห่คอมเมนต์ขอบคุณมากที่ทำให้วัยเด็กได้กินน้ำแสนอร่อย

เมื่อวันที่ (20 มิ.ย. 65) เฟซบุ๊กเพจ ‘Tea Lek ร้านน้ำโหลแก้วในตำนาน’ ซึ่งเป็นร้านน้ำแห่งหนึ่ง ในโรงเรียนสารวิทยา ได้ออกมาประกาศเลิกขายน้ำ ไปต่อไม่ไหว เนื่องจากโดนเรียกค่าเช่าปีละ 1 ล้านบาท โดยจะขายวันสุดท้าย (28 มิ.ย.) นี้ นอกจากนี้ ยังเชิญชวนศิษย์เก่าเข้ามาย้อนรำลึก แจกน้ำฟรี

ทางเพจระบุข้อความว่า “นับถอยหลัง 8 วัน ร้านน้ำโหลแก้วในตำนาน โรงเรียนสารวิทยา กำลังจะปิดตัวลง ใครคิดถึงหรืออยากกินยังเข้าหาที่โรงเรียนได้ ตั้งแต่ พรุ่งนี้ จนถึง วันที่ (28 มิ.ย. 65) แต่หลังจากนั้นทางร้านจะเปิดขายแบบออนไลน์ ใครสนใจ สามารถติดตามในช่องทางเพจของร้านนะ”

และ ล่าสุด เมื่อวันที่ (22 มิ.ย.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ระบุว่า... 

“เนื่องจาก เหลือเวลา อีกแค่ 4 วัน (วันทำการ) ที่จะได้ขายที่โรงเรียนสารวิทยา ทางร้าน อยากขอบคุณนักเรียนศิษย์เก่า ในช่วง 30ปีที่ผ่านมา ที่อุดหนุน ทางร้านมาโดยตลอด

Data is Creative!! ความตื่นเต้นของชาวครีเอทีฟ หลัง DATA กลายเป็นส่วนผสมสุดลงตัว

ในวันที่ครีเอทีฟเริ่มเห็นประสิทธิผลของ ‘ดาต้า’ (DATA) ในการนำมาต่อยอดการสร้างสรรค์งานครีเอทีฟใหม่ๆ ได้

บรรดาครีเอทีฟ ‘ตื่นเต้น’ กับมันแค่ไหน / ยังไง?

ในมุมครีเอทีฟ เรามักทำงานอยู่บนเรื่องราวของข้อมูลตั้งแต่เริ่มอาชีพนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ข้อมูลส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของ ‘บรีฟ’ และก็เริ่มคิดงานจากข้อมูลบรีฟนั้น ๆ เป็นการตั้งต้น 

จนกระทั่งเราเริ่มได้สัมผัสกับ ดาต้า ได้มองเห็นข้อมูลเชิงลึกที่ผ่านการเก็บสถิติในสังคมโลกใต้บริบทต่าง ๆมากขึ้น จึงเกิดเหลี่ยมมุมที่หลากหลาย ให้เราได้ขยายพื้นที่การวิ่งเล่นของคนครีเอทีฟที่สามารถสร้าง ‘ทริกเกอร์’ ในมุมของความสร้างสรรค์ได้อีกเยอะขึ้นมาก ๆ นี่สินะที่เราเรียกว่า Data driven creativity!!

ความน่าสนใจของดาต้าต่อการทำงานของคนครีเอทิฟนั้น จะว่าไปแล้วก็คงเหมือน ‘ไก่’ กับ ‘ไข่’ หรือเป็นเหมือนพาร์ตเนอร์เสียมากกว่า เพราะมันมีมุมที่ครีเอทีฟคิดขึ้นมาว่า บางส่วนสามารถใช้ดาต้ากับงานตรงนี้ก็ได้ ยิ่งดาต้าที่ได้กรองมาแล้ว ก็จะยิ่งทำให้ไอเดียแหลมขึ้น พิเศษขึ้น พัฒนาโจทย์ที่ถูกบรีฟมาให้กลายเป็นผลงานชิ้นเอกได้ไม่ยาก

ยกตัวอย่าง งานใหม่ชิ้นโบว์แดงของเราอย่าง ‘น้องอิงมา’ (ชื่อที่ได้มาจากการทำงานของครีเอทีฟที่อิงมาจากสถิติ) (DATA)

ที่มาที่ไปของโจทย์ที่ CJ WORX ได้รับจากลูกค้า คือ ความต้องการโปรโมตให้คนไทยตระหนักถึงเรื่องโรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดมานานมากแล้ว แต่ต้องหามุมในการนำเสนอที่คริเอทิฟเพื่อให้คนสนใจให้ได้ (อันที่จริงก็ไม่มีทริกเกอร์อะไรจะเล่นกับมันสักเท่าไรแล้วล่ะ) 

DATA มีผลกับมุมมองที่เหมือนจะตัน!! โดยทางทีมครีเอทีฟได้ไปค้นพบว่า “เฮ้ย!! มันยังมีมุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่นะ” หลังจากที่มีคนตายจากโรคนี้อยู่เยอะ ขณะที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ หรือรู้ แต่นิ่งเฉย!!

เมื่อตกผลึกความคิดจากจุดนั้น เราหยิบมาเขย่าและคุยกันว่า ทำยังไงคนถึงจะกลับมาสนใจโรคนี้อีกครั้ง? 

แฟนคลับ 'ซี-นุนิว' ตะโกนไล่ 'ต่อ-บลู' พ้นเฟรม หวังเสพเซอร์วิสคู่จิ้น ดันแท็กติดเทรนอันดับ 1

กลายเป็นดราม่าสนั่นโซเชียลขึ้นมาทันที หลังจากที่แฟนคลับของ 'ซี-นุนิว' ตะโกนไล่ 'ต่อ ธนภพ' และ 'บลู พงศ์ทิวัตถ์' ออกจากเฟรมทั้งที่ยืนอยู่ด้วยกัน 4 คน

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 4 ศิลปิน อย่างคู่จิ้นสุดฮอต 'ซี-นุนิว', พระเอกหนุ่ม 'ต่อ ธนภพ' และ 'บลู พงศ์ทิวัตถ์' เดินทางไปร่วมงานอีเวนท์ของแบรนด์ดัง ต่อมาในจังหวะที่ศิลปินรวมตัวถ่ายภาพโดยมีท้ัง 4 คน ยืนถ่ายภาพรวมกันหน้าแบคดรอป ก็มีแฟนคลับบางคนทั้งกวักมือและตะโกนบอก ต่อและบลู ให้ออกจากเฟรมเพราะต้องการที่จะเก็บภาพคู่และโมเมนต์สุดหวานของ ซี-นุนิว

งานนี้ก็เลยเกิดกระแสวิพากวิจารณ์ขึ้นมาในทันที ว่าการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ พร้อมผุดแฮชแท็ก ไล่ศิลปินคนอื่นทําไม โดยในเวลาต่อมาแฮชแท็กดังกล่าวก็พุ่งขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ทันที ซึ่งมีคนปล่อยคลิปช่วงดังกล่าวที่แฟนคลับของ ซนซน หรือ ซี-นุนิว ทั้งตะโกนทั้งโบกมือสุดแรงเพื่อจะไล่ศิลปินคนอื่นที่ยืนติดอยู่กับเมนของตัวเอง งานนี้คนปล่อยคลิปบอกเลยว่าจะไม่ลบจนกว่าแฟนคลับของทั้งคู่ที่ทำเรื่องราวดังกล่าวออกมาขอโทษ

‘วัดกลางคลองฯ’ สร้างโบสถ์ 10 ปี ยังไม่เสร็จ เจ้าอาวาส บอกวัดเล็ก ๆ ไร้เกจิ คนไม่สนใจ

เจ้าอาวาสวัดกลางคลองวัฒนาราม สร้างโบสถ์ด้วยตนเองกว่า 10 ปี ยังสร้างไม่เสร็จ เผย เป็นวัดเล็ก ๆ ไร้พระเกจิ คนจึงไม่รู้จัก

วันที่ (22 มิ.ย.) สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบเห็นพระสงฆ์ วัดกลางคลองวัฒนาราม ต.เจ้าเจ็ด อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา มุมานะสร้างโบสถ์ด้วยตนเอง น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบว่าภายในวัดกลางคลองวัฒนาราม กำลังมีการก่อสร้างโบสถ์ ขณะเดียวกันยังได้พบ พระใบฎีกาเอกลักษณ์ อาภสฺสโร เจ้าอาวาสวัด กำลังตกแต่ง พ่นสีผนัง ภายในโบสถ์ ขนย้ายอุปกรณ์ตั้งนั่งร้าน ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทำทุกวัน

พระใบฎีกาเอกลักษณ์ อาภสฺสโร อายุ 39 ปี เจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า โบสถ์ของวัดถูกน้ำท่วมชำรุดเสียหาย ตนเองมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2555 จึงริเริ่มที่คิดจะสร้างโบสถ์ให้ยกพื้นสูง เพราะที่วัดเป็นที่ราบลุ่มถูกน้ำท่วมทุกปี วัดนี้เป็นวัดเล็ก ๆ ไม่มีเกจิอาจารย์ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เริ่มต้นด้วยการทอดผ้าป่า ทอดกฐิน รวบรวมเงินมา รื้อโบสถ์ ตอกเสาเข็ม ทำฐานรากให้แข็งแรง โดยใช้เวลาประมาณ 5 ปี ในการทำโครงสร้าง ทำบ้างหยุดบ้างเพราะไม่มีทุนทรัพย์ พอทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ญาติโยมถวายเงินมาพอรวบรวมเป็นก้อนได้ ก็ค่อย ๆ ทำมาเรื่อย ๆ ลงมือทำเอง จ้างชาวบ้าน จ้างช่างรายวันมาทำ

‘โฆษกปชป.’ ป้อง ‘จุรินทร์’ ซัด ‘กรณ์’ อย่าโบ้ยทุกเรื่องให้ ‘ก.พาณิชย์’

‘โฆษกปชป.’ ป้อง ‘จุรินทร์’ ซัด ‘กรณ์’ เคยเป็น รมต.มาก่อนต้องรู้ดี หากใช้อำนาจตามอำเภอใจไม่รอดสักราย อย่าพูดเพื่อหวังผลทางการเมือง ทำให้ประชาธิปัตย์เสียหาย

(23 มิ.ย.65) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ระบุถึงของแพง โดยพุ่งเป้ามาที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า... 

ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ ทุกคนทำงานโดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ถ้าถามกันแบบตรงไปตรงมาไม่มีนัยยะทางการเมือง เชื่อว่าประชาชนรู้ว่าในหลายเรื่องไม่ได้เป็นอำนาจเต็มของกระทรวงพาณิชย์ เช่นเรื่องราคาน้ำมัน ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็หาทางช่วย หากมองกันด้วยความอคติต่อกระทรวงพาณิชย์ก็จะพยายามโยนมาที่กระทรวงพาณิชย์ 

ทั้งนี้ต้องย้ำว่าไม่ใช่จะปัดความรับผิดชอบหรือโยนกันไปมา แต่เรื่องราคาน้ำมันมีทั้งกฎหมายเฉพาะและคำสั่งเฉพาะของนายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน 

และ ตาม พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ระบุอำนาจเฉพาะไว้ชัด ในเรื่องการคำนวณราคาและกำหนดราคา ณ หน้าโรงกลั่น ราคาส่ง-ปลีก ในเรื่องราคาคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ต้องเป็นผู้ที่กำหนด เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา ไม่ใช่อยู่ ๆ กระทรวงพาณิชย์จะไปกำหนดควบคุมราคาเสียเอง และ กบง.รมว.พลังงานเป็นประธานจะทำอย่างไร จะมีไว้ทำไม กระทรวงพาณิชย์จะทำตามอำเภอใจไม่ได้ แต่มีสิ่งใดที่อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่พร้อมทำอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

รัฐเล็งตั้ง ‘กระทรวงน้ำ’ ยกระดับบริหารจัดการ ‘วิกฤต-ความมั่นคงน้ำ’ แบบก้าวกระโดด

รัฐเล็งตั้ง ‘กระทรวงน้ำ’ เร่งยกระดับการบริหารจัดการน้ำภาพรวมแบบก้าวกระโดด มุ่งตอบความต้องการประชาชน รับการเผชิญวิกฤตและความมั่นคงน้ำที่ยั่งยืน 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ครั้งที่ 2 / 65 โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ ต่อผลการศึกษาโครงการวิจัยการศึกษานวัตกรรมเชิงระบบ โครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ จาก สอวช.ที่ร่วมจัดทำกับ TDRI โดยสรุปภาพรวม แนวโน้มบริบทของน้ำในอนาคต มีความต้องการน้ำสูง ปริมาณมีความแปรปรวนสูงจากปัญหาสภาพอากาศ การใช้น้ำมีผลิตภาพต่ำ ใช้น้ำสิ้นเปลืองและน้ำต้นทุนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ ยังขาดเอกภาพและการบูรณาการที่เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ ทั้งอำนาจหน้าที่ แผนงาน โครงการและงบประมาณ มีหน่วยงานรับผิดชอบด้านน้ำมากเกินไป 

 



ทั้งนี้ หน่วยงานรัฐ ยังเน้นแก้ปัญหาด้วยการลงทุนก่อสร้าง และไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการด้านความต้องการ พร้อมเสนอ การออกแบบ Roadmap การพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบ เพื่อการบริหารจัดการน้ำ ที่ประชุมจึงเห็นชอบหลักการ ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ สทนช. (สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ) ให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา เป็นการจัดตั้ง ‘กระทรวง’ ในอนาคตต่อไป โดยขยายบทบาทให้ครอบคลุมทั้งมิติอุปสงค์และอุปทาน

'พิธา' เคือง 'บิ๊กตู่’ หนีตอบปัญหาปากท้อง ชี้!! คนเดินดินกินข้าวแกงรอฟังอยู่

'พิธา' ตั้งกระทู้ถามสดปัญหาเศรษฐกิจฟุบเฟ้อ ชี้!! ‘ของแพง-ค่าแรงถูก’ เป็นเรื่องใหญ่และด่วน จี้!! นายกต้องตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนด้วยตัวเอง ด้าน 'รองประธานสุชาติ' เห็นด้วย ฟาดแรง อย่าสั่งเหมือนทหาร สั่งแล้วไม่มีคนมาตอบสภาถือว่าไม่มีความรับผิดชอบ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดกรณีปัญหาเศรษฐกิจฟุบเฟ้อต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า เป็นเรื่องใหญ่และกระทบกับพี่น้องประชาชนแต่ตัวนายกรัฐมนตรี กลับไม่ยอมมาตอบคำถาม เมื่อมอบหมายให้ สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาตอบแทน แต่ก็มีการทำหนังสือขอเลื่อนตอบคำถามจากรัฐมนตรีช่วยอีก ทั้งที่ข้อบังคับสภาที่ 151 ระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมสภา เพื่อตอบกระทู้ด้วยตนเอง เว้นมีเหตุจำเป็นนั้นให้แจ้งต่อประธาน และต้องกำหนดว่าจะมาตอบได้เมื่อใด และข้อกำหนดว่า 156 การตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจามีเงื่อนไขว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่เร่งด่วน และเป็นเรื่องที่มีผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งเรื่องค่าครองชีพผันผวน รายได้ประชาชนหดหายเป็นเรื่องที่เข้ากับเงื่อนไขที่นายกต้องมาตอบ

“พี่น้องเกษตรกรลำบาก เติมน้ำมันดีเซลสองพันไม่กี่วันก็หมดถัง รถพุ่มพวงก็ได้รับผลกระทบโดยตรง นี่จึงเป็นเรื่องที่คนเดินดินกินข้าวแกงกำลังรออยู่ เรื่องของแพงค่าแรงถูก เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี จำเป็นที่จะต้องมาตอบคำถามทุกครั้ง”

จากนั้น สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานสภาในขณะนั้น กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อหารือของ พิธา และมองว่ามีเหตุผล เพราะตนเองก็เคยท้วงติงเรื่องนี้ไปยังนายกฯ และคณะรัฐมนตรีมาแล้วว่า การมอบหมายให้ใครมาตอบคำถามแทนต้องตรวจสอบว่ารัฐมนตรีมีความพร้อมหรือไม่

ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบผู้ประสบอัคคีภัย

ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนบ่อนไก่



พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัย ณ ศูนย์เยาวชนชุมชนบ่อนไก่ เขตปทุมวัน 
 

24 มิถุนายน พ.ศ.2475 วันเปลี่ยนการปกครองประเทศไทย ครบ 90 ปี การอภิวัฒน์สยาม สู่ ประชาธิปไตย

วันที่ (24 มิถุนายน พ.ศ. 2475) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทย เพราะเป็นวันที่คณะราษฎรได้ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นทุกวันนี้

สำหรับกลุ่มที่ทำการยึดอำนาจและเปลี่ยนการปกครอง หรือ คณะราษฎรนั้น เกิดจากการประชุมของคณะผู้ก่อการ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและนักเรียนทหารที่ศึกษางานที่ทวีปยุโรป ที่หลายคนคุ้นชื่อก็จะมี ปรีดี พนมยงค์ ,ประยูร ภมรมนตรี ,แปลก ขีตตะสังคะ ทั้งหมดได้วางแผน ร่วมมือกันเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลง โดยตกลงว่าจะใช้วิธีการ ยึดอำนาจโดยฉับพลัน หลีกเลี่ยงการนองเลือดแบบที่เคยเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส 

วันที่ (24 มิถุนายน 2475) แผนการก็ได้เริ่มขึ้น คณะราษฎรได้นำกองกำลังทหารบก ทหารเรือ มารวมตัวกันบริเวณรอบพระที่นั่งอนันตสมาคม โดยอ้างว่าเป็นการสวนสนาม หลังจากนั้นให้ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา อ่านคำประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 

โดยเนื้อหาหลักก็เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ประโยคหนึ่งที่เรามักเห็นตามข่าวบ่อย ๆ ก็มาจากเหตุการณ์นี้ ประโยคนั้นคือ

 “ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่หลอกลวง”

โดยใจความหลักก็เป็นการอธิบายถึงหลักการของคณะราษฎรในครั้งนี้ ว่าทำเพื่ออยากให้บ้านเมืองดีขึ้น และให้บ้านเมืองบรรลุเป้าหมาย 6 ประการได้แก่

1. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
.
2. จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

3. จะต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

4. จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอภาคกัน ไม่ใช่ให้พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่

5. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการดังกล่าวข้างต้น

6. จะต้องให้มีการศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top