Tuesday, 3 November 2026
TheStatesTimes

4 พฤศจิกายน 2532 ย้อนโศกนาฏกรรมพายุถล่มชุมพร–ประจวบฯ 'พายุไต้ฝุ่นเกย์' พัดถล่มภาคใต้ตอนบนของไทย หายนะครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตคนไทยเกือบ 500 คน สร้างความเสียหายกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท

'พายุไต้ฝุ่นเกย์' พัดถล่มภาคใต้ตอนบนฝั่งอ่าวไทย ด้วยความเร็ว 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล

ช่วงเช้าของวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 เวลาประมาณ 08.30 น. พายุไต้ฝุ่นเกย์ได้เคลื่อนเข้าสู่ภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย ฝั่งอ่าวไทยด้วยความเร็วถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ก.ม./ชม.) เป็นความเร็วของพายุไต้ฝุ่นในระดับ 3 ถล่มอำเภอเมืองชุมพรอำเภอท่าแซะ และอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร รวมถึงอำเภอบางสะพานน้อย และบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ความรุนแรงของลมพายุ ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ต้นไม้หักโค่น บ้านเรือนพัง เศษกระเบื้องและสังกะสีปลิวว่อน ขณะที่ท้องฟ้ามืดเหมือนตอนกลางคืน นั่นคือปรากฏการณ์หายนะที่เกิดจากธรรมชาติครั้งร้ายแรงครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย 

ภัยพิบัติในครั้งนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 446 คน บาดเจ็บ 154 คน บ้านเรือนเสียหาย 38,002 หลังประชาชนเดือดร้อน 153,472 คน เรือล่ม 391 ลำ ถนนเสียหาย 579 เส้น สะพาน 131 แห่งทำนบและฝาย 49 แห่ง โรงเรียนพัง 160 โรง วัด 93วัด มัสยิด 6 แห่ง พื้นที่การเกษตร 80,900,105 ไร่สัตว์เลี้ยงตาย 83,490 ตัว ประเมินความเสียหาย 11,257,265,265 บาท

สำหรับ “พายุไต้ฝุ่นเกย์” ถือเป็น “พายุหมุน” ที่เกิดขึ้นในคาบสมุทรมลายูทรงพลังที่สุดในรอบ 35 ปีสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยมากที่สุดนับตั้งแต่ "พายุโซนร้อนแฮเรียต" ถล่มแหลมตะลุมพุก ในปีพ.ศ. 2505 เป็นพายุลูกเดียวในประวัติศาสตร์ที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยในระดับไต้ฝุ่นและยังเป็นพายุที่มีความเร็วลมสูงสุดขณะขึ้นฝั่งเท่าที่เคยมีมาในคาบสมุทรมลายูอีกด้วย

Emma Clinic ปรับทัพใหญ่!! ผนึกทีมแพทย์กว่า 10 ท่าน ยกระดับศัลยกรรมความงามไทย” ชูแนวคิด Facial Design ออกแบบความงามเฉพาะบุคคล พร้อมเดินหน้าพัฒนามาตรฐานสากล AACI

Emma Clinic ปรับทัพ ผนึกทีมศัลยแพทย์ มุ่งยกระดับศัลยกรรมไทย

Emma Clinic เดินหน้าสู่ปีแห่งการพัฒนา มุ่งยกระดับศักยภาพองค์กรและมาตรฐานการดูแลด้านศัลยกรรม พร้อมผนึกกำลังทีมศัลยแพทย์และแพทย์เฉพาะทางกว่า 10 ท่าน นำโดย หมอเจษ นพ.เจษฎา ลิ่มภัทรวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งประจำคลินิก ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการเสริมจมูกเทคนิคโอเพ่น (Open Reconstruction) และ หมอเติ้ง นพ.ภาณุพงศ์ นาเจริญกุล ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางประจำคลินิก ร่วมขับเคลื่อนการออกแบบความงามเฉพาะบุคคล ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพการรักษาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับบริการในระยะยาว

หัวใจสำคัญของการพัฒนาคือแนวคิด “Facial Design” ที่ให้ความสำคัญกับการประเมินโครงสร้างใบหน้าและความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ อย่างเป็นองค์รวม โดยมีแพทย์เป็นผู้วิเคราะห์และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ครอบคลุมบริการเสริมจมูก เสริมคาง ทำตาสองชั้น ปรับรูปทรงปาก ดูดไขมันบริเวณใบหน้า และการดูแลผิวพรรณ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและข้อจำกัดทางการแพทย์ของแต่ละราย

คุณหนึ่งฤทัย งามบุญสวัสดิ์ CMO ของ Emma Clinic กล่าวว่า “ปีนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ Emma Clinic ที่เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งศักยภาพทีมงาน คุณภาพการบริการ และการสร้างความแตกต่างผ่านแนวคิด Facial Design เราต้องการให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับตนเอง พร้อมได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน”

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Emma Clinic ในปีนี้ คือการได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) จากองค์กรรับรองมาตรฐานด้านการแพทย์ระดับสากลจากสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการดำเนินงาน ควบคู่กับการต่อยอดองค์ความรู้ผ่าน Emma Academy ซึ่งร่วมพัฒนาหลักสูตรกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และยกระดับศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาในปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการต่อยอดบริการ แต่เป็นการวางรากฐานให้องค์กรเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมร่วมขับเคลื่อนวงการศัลยกรรมไทยด้วยความเชี่ยวชาญ ความรับผิดชอบ และมาตรฐานการดูแลที่ให้ความสำคัญกับผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง

เปลี่ยนวิกฤตสู่ความพร้อม!! Comen ผนึกสมาคมเวชบำบัดวิกฤตฯ ยกระดับ ICU ไทยรับมือภัยพิบัติ รวมทีมแพทย์จากไทย–จีน–อินเดีย แข่งขันจำลองสถานการณ์วิกฤต เสริมทักษะช่วยชีวิตผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน 12 พ.ย. นี้ ที่กรุงเทพฯ

Comen ร่วมกับสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย ยกระดับการรับมือภัยพิบัติในแผนก ICU ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนวิกฤตสู่ความพร้อม”

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย — บริษัทโคเมน (Comen) ร่วมกับ สมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย (TSCCM) ร่วมกันจัดการแข่งขันภายใต้สถานการณ์จำลองด้านการจัดการภัยพิบัติประเภททีม ภายใต้ชื่อ “Mastering the Unpredictable: ICU Crisis Management Simulation in Disaster Scenario” ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ  

เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤตระดับนานาชาติ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศไทย จีน และอินเดีย โดยที่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ การตัดสินใจที่รวดเร็ว และส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีมเพื่อตอบสนองในสถานการณ์ภัยพิบัติ ผ่านการจำลองสถานการณ์จำลองเสมือนจริง โดยทีมที่เข้าร่วมแข่งขันจะได้สาธิตวิธีการจัดการกับเหตุฉุกเฉินภายใต้สถานการณ์ภัยพิบัติ การสื่อสาร บริหารทรัพยากร และความต่อเนื่องของการบริการผู้ป่วยวิกฤต

การสร้างความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยและหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต้องเผชิญกับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติ และเหตุการณ์วิกฤตขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว น้ำท่วม ไฟไหม้ อุบัติเหตุจากการขนส่ง อุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรม หรืออุบัติภัยหมู่ ซึ่งส่งผลให้โรงพยาบาลและหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ต้องทำงานภายใต้แรงกดดัน ฉับไว และต่อเนื่อง สถานการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ที่มากกว่าเพียงการรักษาทางคลินิก แต่ยังต้องอาศัยการตัดสินใจที่ฉับไว การประสานงาน การสื่อสารที่ชัดเจน การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความสามารถในการรักษามาตรฐานการดูแลผู้ป่วยวิกฤตท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือภัยพิบัติก่อนที่สถานการณ์ภัยพิบัติครั้งใหม่จะเกิดขึ้น สมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย (TSCCM) จึง จึงเตรียมจัดกิจกรรม “Mastering the Unpredictable” ขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ปฏิบัติการสำหรับทีมบุคลากรทางการแพทย์จากแผนกผู้ป่วยวิกฤตภายใต้สถานการณ์จำลอง โดยการแข่งขันผ่านการวิเคราะห์กรณีศึกษาและการจำลองสถานการณ์จริง จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนการตัดสินใจในจุดสำคัญ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และค้นหาแนวทางให้ทีมสหสาขาวิชาชีพสามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายของการจัดงานในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่กิจกรรมการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังที่จะร่วมสนับสนุนการพัฒนาความพร้อมด้านเวชบำบัดวิกฤตของประเทศไทยและภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ทีมแข่งขันนำกรณีศึกษาจากสถานการณ์จริงมาชิงชัยในรอบตัดสิน

การแข่งขันในรอบตัดสินเป็นการรวมตัวกันของทีมบุคลากรทางการแพทย์จากประเทศไทย 7 ทีม และทีมต่างชาติ 2 ทีมจากประเทศจีนและประเทศอินเดีย ทั้งนี้ ทีมตัวแทนจากประเทศไทยมาจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชั้นนำ ศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยระดับชาติ และหน่วยบริการเวชบำบัดวิกฤตหลักของประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญระดับสูงทั้งในด้านการแพทย์และการศึกษา ครอบคลุมงานดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยวิกฤต เวชศาสตร์ภัยพิบัติ การดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บรุนแรง ตลอดจนการประสานงานร่วมกันของสหสาขาวิชาชีพ

กรณีศึกษาที่แต่ละทีมนำมาแลกเปลี่ยนในการแข่งขันครอบคลุมเหตุการณ์อัคคีภัยและอุบัติภัยทางอุตสาหกรรม สถานการณ์อุทกภัย เหตุการณ์อุบัติภัยหมู่จากภาวะสงคราม ภัยพิบัติดินโคลนถล่ม อุบัติเหตุจากการขนส่ง ตลอดจนภาวะวิกฤตซับซ้อนอื่น ๆ โดยทุกทีมจะได้แสดงทักษะการใช้เหตุผลทางคลินิก การทำงานเป็นทีม การบริหารจัดการภาวะวิกฤต และการประสานทรัพยากร ผ่านการนำเสนอกรณีศึกษาและการแสดงจำลองสถานการณ์จริงอย่างเป็นระบบ ซึ่งการรวมตัวของทีมบุคลากรการแพทย์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมวิชาชีพ พร้อมทั้งแบ่งปันแนวทางปฏิบัติจริงที่สามารถนำไปใช้ยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในวงกว้างทั่วประเทศไทย

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อการรับมือวิกฤตในสถานการณ์จริง

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะได้รับการพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งเวชบำบัดวิกฤต ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน บริการการแพทย์ฉุกเฉิน การรับมืออุบัติภัยหมู่ การพยาบาล วิสัญญีวิทยา วิสัญญีวิทยาสำหรับผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท และการปฏิบัติงานเวชบำบัดวิกฤตระดับนานาชาติ โดยผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจากไทย จีน และอินเดีย จะมาร่วมถ่ายทอดมุมมองทั้งด้านคลินิก การปฏิบัติการ การศึกษา และประสบการณ์ตรงจากสถานการณ์ภัยพิบัติจริง

เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาทั้งด้านความรู้และการปฏิบัติ ได้แก่ การใช้เหตุผลทางคลินิก ความเกี่ยวข้องของกรณีศึกษา การวิเคราะห์ปัญหา การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร ความสมจริง และการบริหารเวลา ข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการจะช่วยเชื่อมโยงสถานการณ์จำลองไปสู่การนำไปปรับใช้จริงตามความต้องการของผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในยามเกิดเหตุฉุกเฉิน

ความร่วมมือเพื่อยกระดับความปลอดภัยในงานเวชบำบัดวิกฤต

“Mastering the Unpredictable” ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ทีมต่าง ๆ และผู้เชี่ยวชาญทางคลินิกได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านสถานการณ์ภัยพิบัติที่สมจริงและท้าทาย งานนี้จะเชื่อมโยงประสบการณ์จากหน้างานจริงเข้ากับสถานการณ์จำลองอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ทางคลินิก ความเข้าใจในการบริหารจัดการภาวะวิกฤต และมุมมองระหว่างประเทศ

ด้วยความร่วมมือครั้งนี้ TSCCM และ Comen มุ่งหวังที่จะสนับสนุนการเรียนรู้ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางคลินิกในระดับนานาชาติ และยกระดับการดูแลผู้ป่วยเวชบำบัดวิกฤตให้ปลอดภัยและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ยิ่งขึ้น โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://en.comen.com/events/mastering-the-unpredictable-thailand-icu-crisis-management


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top