Sunday, 7 June 2026
PoliticsQUIZ

'สุริยะ' เชื่อเหตุสภาล่ม ไม่เกี่ยว 'บิ๊กป้อม' ยันสมัยหน้า 'สามมิตร' ยังอยู่กับ พปชร.

'สุริยะ' ยัน 'พล.อ.ประวิตร' ไม่มีล็อบบี้ ส.ส.พรรคโดดร่ม ชี้สูตรหาร 100 เป็นกติกาสากล ลั่นสมัยหน้าสามมิตรยังอยู่ ไม่ตอบ 'บิ๊กป้อม' เหมาะนั่งนายกฯ หรือไม่

11 ส.ค. 2565 - นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงเหตุการณ์การประชุมรัฐสภาสภาล่มในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการดีลกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ว่า เท่าที่อยู่ร่วมด้วยข้อมูลนี้ไม่จริง และเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นไปตามกลไกของสภา

ขณะเดียวกันนายสุริยะ ยังระบุอีกว่าไม่ทราบรายงานข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. โทรศัพท์ไปล็อบบี้ ส.ส.ภายในพรรคให้ออกจากห้องประชุม เพื่อให้สภาล่มและกลับไปใช้ร่างของรัฐบาลหา ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยวิธีหาร 100 แต่ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เนื่องจากไม่เคยได้รับการประสานและจากการสอบถาม นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก็บอกว่าไม่มีเช่นกัน

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพรรค พปชร.ถูกพุ่งเป้าจะทำให้เกิดปัญหา รอยร้าวเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหามาโดยตลอด นายสุริยะกล่าวว่า ต้องพิจารณาให้ดี เชื่อในสูตรหาร100 เป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ เพราะมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบอยู่แล้ว ในการเลือก ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยหากใช้สูตรหาร 100 มองว่าตรงไปตรงมา พรรคใดได้คะแนนก็ว่ากันไป เป็นระบบที่ดี จึงเชื่อได้ว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่านำมาเป็นประเด็นทางการเมือง

‘ไพศาล-คณะก้าวหน้า' คว้าชัย ‘นายกเทศมนตรีด่านสำโรง’ แถลงขอบคุณทุกคะแนน รับแข่งดุเดือด

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.สมุทรปราการ จัดเลือกตั้งซ่อม นายกเทศมนตรีตำบลด่านสำโรง แทนตำแหน่งที่ว่าง (แทน นายสมพงษ์ วีรชาติวัฒนา หรือนายกเต็ก ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุลื่นล้มในบ้านพัก) โดยมีผู้สมัคร 2 รายคือ นางภรภัทร พูลเจริญ หมายเลข 1 นายไพศาล วีรชาติวัฒนา หมายเลข 2 อดีตรองนายกเทศมนตรี จากคณะก้าวหน้า

ล่าสุด ผลการเลือกตั้งซ่อมอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า หมายเลข 2 นายไพศาล 12,543 คะแนน ชนะ และหมายเลข 1 นางภรภัทร 10,090 คะแนน

นายไพศาลแถลงภายหลังทราบผลเลือกตั้งว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้ผมชนะการเลือกตั้ง ขอบคุณจริง ๆ เพราะครั้งนี้ดุเดือดเหลือเกิน เราก็สู้เต็มที่ อาผมเสียไป ก็ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้รับชัยชนะครั้งนี้มา ขอบคุณพี่น้องชาวด่านสำโรงทุกท่าน ทีมงานคณะก้าวหน้า ทีมงานของผมเองทุก ๆ คน ที่ขาดไม่ได้คือขอบคุณครอบครัววีรชาติวัฒนา ซึ่งอยู่เบื้องหลัง

ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวขอบคุณคะแนนเสียงที่เลือกผู้สมัครของคณะก้าวหน้าเข้าไปเป็นนายก ทต.ด่านสำโรง ว่า ขอบคุณพี่น้องชาวด่านสำโรง ที่มอบความไว้วางใจท่วมท้นให้กับคณะก้าวหน้าอีกครั้ง ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ในการเลือกตั้งซ่อมนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลด่านสำโรง ชัดเจนแล้วว่าพี่น้องชาวด่านสำโรงได้มีมติเลือกให้ คุณแบน ไพศาล วีรชาติวัฒนา ผู้สมัครในนามคณะก้าวหน้า ได้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลด่านสำโรงคนต่อไป

นายธนาธรกล่าวว่า ในโอกาสนี้ผมขอแสดงความยินดีและขออวยพรให้คุณไพศาลประสบความสำเร็จในการเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ขอให้คุณไพศาลและคณะผู้บริหารชุดต่อไปเดินหน้าทำงานเพื่อรับใช้พี่น้องชาวด่านสำโรงอย่างเต็มที่อย่างที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน

'คนเพื่อไทย' เย้ย ภท.-ปชป. หยุดโม้กวาด ส.ส.ใต้ แนะ!! ไปทำตามสัญญาที่ให้ปชช. ให้ได้ก่อน

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นพ.ประสิทธิ์ โกยศิริพงศ์ อดีตนายกฯ อบจ.ภูเก็ต และประธานคณะทำงานโซนภาคใต้ฝั่งอันดามัน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต่างประกาศจะยึดเก้าอี้พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันทั้งหมดนั้น ตนอยากบอกว่า ขอให้ลืมไปได้เลย เพราะในปัจจุบันเท่าที่ทำหน้าที่ประสานงานให้พรรค พท. และลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้ทราบว่า ประชาชนไม่เอาด้วยกับนโยบายกัญชาเสรีของพรรค ภท. ขณะที่พรรค ปชป. ก็ไม่มีผลงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนเลย ทำให้กระแสตกลงอย่างต่อเนื่อง

นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า ท่านอย่าเพิ่งพูด หรือคาดหวังไปก่อนโดยเหมารวมเอาเองว่าพี่น้องประชาชนชาวใต้ฝั่งอันดามันจะให้คะแนนเสียงพวกเราให้ท่านเหมือนอดีต เพราะท่านอาจจะผิดหวังได้ วันนี้คนใต้ลำบากกันมาก ราคายางตกลงอย่างต่อเนื่อง หลายครอบครัวเริ่มเป็นหนี้หนัก เมื่อทั้ง ภท. และ ปชป.ประกาศกวาดเก้าอี้ ส.ส. ภาคใต้ ภายใต้ภาวะที่ท่านเป็นรัฐบาล แต่ไม่ได้มีนโยบาย หรือแนวทางที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวใต้ให้กลับมาตั้งหลักได้อีกด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดพี่น้องประชาชนภาคใต้ต้องเลือกท่านกลับมาอีก

‘บิ๊กป้อม’ ไม่ทน เตรียมดำเนินคดี ‘สมชัย’ ผิดพรบ.คอมพ์ ปมสั่งลูกพรรคโดดประชุมสภา

‘บิ๊กป้อม’ มอบฝ่ายกฎหมายดำเนินคดี ‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ ฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังพูดโยงสั่งการลูกพรรคไม่ให้เข้าประชุมรัฐสภา

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคเตรียมที่จะดำเนินคดีกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่ออกมาพูดพาดพิง พลเอกประวิตร เชื่อมโยงเรื่องการประชุมรัฐสภา ในการพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ในลักษณะว่า พลเอกประวิตร ได้สั่งการลูกพรรคไม่ให้เข้าร่วมประชุมรัฐสภา เพื่อให้องค์ประชุมล่มไม่สามารถพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ได้ 

ซึ่งสิ่งที่นายสมชัยออกมาพูดนั้นไม่เป็นความจริง เป็นข้อมูลเท็จทั้งสิ้น พลเอกประวิตร ไม่เคยก้าวก่าย และไม่เคยสั่งการใด ๆ ลูกพรรค เพราะการทำหน้าที่ในสภาถือเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.แต่ละคน

'ไข่มุก เพื่อไทย' แลนด์สไลด์ชนะ 'เสี่ยโด่ง' คว้าเก้าอี้ 'นายกอบจ.กาฬสินธุ์'

ผลคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์อย่างไม่เป็นทางการแลนด์สไลด์ 'ไข่มุก เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล' ชนะ 'เสี่ยโด่ง ชานุวัฒน์ วรามิตร' อดีตนายกอบจ.กาฬสินธุ์อย่างถล่มทลายเกือบ 1 แสนคะแนน 

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์ หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยเลือกตั้งทั้ง 18 อำเภอนับคะแนนแล้วเสร็จในช่วงเวลา 21.00 น. โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการผลปรากฏว่า เบอร์ 1 นายชานุวัฒน์ วรามิตร ได้ 150,443 คะแนน, เบอร์ 2 นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ได้ 249,093 คะแนน และเบอร์ 3 นางเขมจิรา อนันทวรรณ ได้ 13,784 คะแนน

'พล.ท.นันทเดช' ฝัน!! 'ล่มสูตร 500 - 2 พรรคใหญ่ผนึกกำลัง' เพราะหวั่นก้าวหน้าหนุนเรื่องเสียว พาไทยเอี่ยวเรื่องยุ่ง ๆ

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กในหัวข้อ 'ใครได้ประโยชน์ จาก สูตรหาร 100' ว่า...

เมื่อเช้านี้ผมตื่นขึ้นมา ก็นั่งทบทวนความฝัน...

ผมฝันว่า ได้พบกับ นายอันโตนีโอ กรัมชี นักทฤษฎีการเมืองชาวอิตาเลียนแนวมาร์กซิสม์  ซึ่งเคยอยู่ในยุคศตวรรษที่ 18-19 ได้มาวิเคราะห์สถานะการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยให้ผมฟัง ซึ่งท่านบอกว่า ช่างน่าสนใจที่สุดในโลก ว่า...

1️⃣ การพิจารณา ร่าง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการ เลือกตั้ง ส.ส. เกี่ยวกับสูตรคำนวนบัญชี ส.ส. ว่าด้วยการหาร 500 หรือ การหารด้วย 100 พรรคการเมืองไหนจะได้เปรียบ เสียเปรียบอย่างไร 

2️⃣ ในฝันมีอยู่ว่า ตอนแรกพรรค พปชร. และ พรรคเพื่อไทยเห็นพ้องกันเรื่อง สูตรหารด้วย 100 เพื่อกันคะแนนเสียงของพรรคก้าวไกล 

ต่อมาพรรคเพื่อไทยออกมาประโคมเรื่องจะแลนด์สไลด์อย่างใหญ่โต ถ้าใช้สูตรหารด้วย 100 ถึงขั้นอาจจะส่ง อุ๊งอิ๊ง ลงมาเป็นตัวแข่งนายกฯ อีกด้วย 

ทางพรรค พปชร. ซึ่งพ่ายการเลือกตั้งซ่อมมาถึง 3 ครั้งติดต่อกัน และ ยังมีเรื่อง 'ผู้กอง' ผสมเข้ามาอีก จึงหันกลับมาหนุนสูตร 500 แทน 

3️⃣ เวลาผ่านมาอีก หลังจากที่พรรคก้าวไกล ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ สนับสนุนนาโต้อย่างเปิดเผย ยาวถึงการอัดรัฐบาลพม่า ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องหวาดเสียวที่นักการเมืองไทยไม่เคยคิดจะทำ 

ทั้งพรรค พปชร และเพื่อไทย จึงเห็นสอดคล้องกันว่า ถ้าปล่อยให้ พรรคก้าวหน้ามาเป็นรัฐบาล มีหวังยุ่งแน่ อาจต้องรบกับหลาย ๆ ประเทศได้ง่าย ๆ ทั้งอาวุธก็ไม่ให้ซื้อ ทหารก็จะไม่ให้เกณฑ์ มันจะยุ่งกันไปใหญ่ 

จึงร่วมมือกันทำสภาล่มเพื่อให้ร่างหาร 500 ตกไป นอกจากนั้น ทั้ง 2 พรรคยังเห็นว่า การหารด้วย 100 ในแบบบัตร 2 ใบนั้น ต่างฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์พอๆกัน คือ พรรคเพื่อไทย ได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น ส่วนพรรค พปชร. ได้ แนวร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน จากพรรคภูมิใจไทย และพรรค ปชป.

ไข่มุกขอบคุณทุกคะแนนเสียงพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

'ไข่มุก' เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ว่าที่ นายก อบจ.กาฬสินธุ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง พร้อมทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ย้ำหลังได้รับการรับรอง พร้อมเดินหน้านำทีมงานลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ และจะปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายที่ให้ไว้อย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่บ้านพักส่วนตัว ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล หรือ“ไข่มุก”ว่าที่ นายกอบจ.กาฬสินธุ์ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่พี่น้องประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ได้มอบความไว้วางใจเทคะแนนให้อย่างถล่มทลาย ในการเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยได้คะแนน 249,093 คะแนน ทิ้งห่างนายชานุวัฒน์ วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์สมัยที่แล้วถึง 98,650 คะแนน 
นางเฉลิมขวัญ กล่าวว่า ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ที่ได้มอบความไว้วางใจและให้โอกาสตนชนะในการเลือกตั้งและเข้าไปทำงานครั้งนี้ ซึ่งทุกคะแนนที่ได้รับถือว่าเป็นแรงผลักดันที่จะส่งเสริมกำลังใจให้ตนทำงานอย่างเต็มที่ และเต็มความสามารถ ตามนโยบายที่ให้ไว้ในตอนหาเสียง อย่างมุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ผันแปร และอย่างจริงใจ  

นางเฉลิมขวัญ กล่าวอีกว่า สิ่งแรกที่อยากทำจะได้จับมือ 4 ประสาน กับภาครัฐ ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชน ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกๆด้าน ลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนต้องตอบแทน และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาชาวกาฬสินธุ์ โดยหลังได้รับการรับรองจาก กกต.แล้ว จะนำทีมงานลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอทันที

สำหรับนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล  เป็นลูกสาวนายยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เกิดวันที่ 26 มิถุนายน 2522 ปัจจุบันอายุ 42 ปี  การศึกษาปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, ปริญญาโท  บริหารธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ปริญญาโท ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต (การจัดการภาครัฐและกฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยนครพนม ประสบการณ์ทำงานเป็นอดีตผู้อำนวยการกองส่งเสริมสุขภาพ อบจ.กาฬสินธุ์, อุปนายกสมาคมกีฬา จ.กาฬสินธุ์, ที่ปรึกษา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์และประธานหอการค้า จ.กาฬสินธุ์

นักวิชาการ มข.ระบุ พรรคเล็กถูกหลอก หลัง สภาล่ม 2 ครั้งซ้อน ต้องกลับไปใช้สูตรหาร 100 เช่นเดิม

นักวิชาการ มข.ระบุ พรรคเล็กถูกหลอก หลัง สภาล่ม 2 ครั้งซ้อน ต้องกลับไปใช้สูตรหาร 100 เช่นเดิม เชื่อ พปชร. และพท. ต้องการวัดฐานกำลังในฐานะพรรคใหญ่ โดยไม่แคร์พรรคเล็ก สุดท้ายแคนดิเดตนายกฯ จะเหลือเพียง “ลุงตู่-ลุงหนูและอุ้งอิ้ง”เท่านั้น 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ (15 ส.ค. 2565) ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. รศ.ดร.สถาพร เริงธรรม อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มข. เปิดเผยว่า เหตุการณ์สภาล่มที่เกิดขึ้น เป็นเกมส์การเมืองระหว่าง 2 พรรคใหญ่ ที่ต้องการสัดส่วน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาการพยายามผลักดันให้เกิดสูตรหาร 500  ตามกฎหมายที่ยื่นอภิปราย กลับมาถูกแก้เกมส์และเล่นเกมส์กันจนเกิดสภาล่ม ถึง 2 นัดซ้อน ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปคือกลุ่มพรรคการเมืองขนาดเล็กที่ถูกพรรคการเมืองใหญ่หลอก อย่างชัดเจน เพราะในช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาก็เกิดสถานการณ์ลิงกินกล้วยกันแล้ว และพรรคขนาดใหญ่ก็ยื้อและพยายามที่จะทำตามที่พรรคเล็กระบุ แต่ถึงเวลาจริงก็คือการไม่เห็นด้วยที่จะเอาสูตรหาร 500 และกลับไปที่สูตรหาร 100 เช่นเดิมเพราะสูตรหาร 100 นั้นต้องยอมรับว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นสูตรที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้ผลและเป็นต่อชัดเจน

'มาดามเดียร์’ ลาออก 'สมาชิก-ส.ส.พลังประชารัฐ' พ้อ!! รัฐสภายังเป็นที่พึ่งให้ประชาชนอยู่หรือไม่?

(16 ส.ค. 65) น.ส.วทันยา บุนนาค ส.ส.บัญชีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือมาดามเดียร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

เมื่อสภาที่ควรเป็นที่พึ่งให้ประชาชน กลับเล่นเกมการเมือง ทำลายศรัทธาประชาชน ไม่สามารถตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนที่ฝากความหวังให้ ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถแล้ว ผู้แทนปวงชนก็ไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบ เดียร์ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอพิจารณาตนเองตัดสินใจลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่และการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

จากวันแรกที่เดียร์ก้าวเข้ามาร่วมทำงานกับพรรคพลังประชารัฐภายใต้อุดมการณ์ที่อยากเห็นประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ทั้งๆ ที่ประเทศเรามีต้นทุนที่ดี เป็นแหล่งในการผลิตอาหารของโลก มีภาคการเงินที่เข้มแข็ง เอกชนที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ทว่าในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาเรากลับติดหล่มปัญหาทางการเมืองจากความขัดแย้งภายในประเทศ การพัฒนาประเทศจึงเป็นไปได้ช้าและยากเพราะเหตุจากการขาดเสถียรภาพทางการเมืองของเราเอง 

ภายหลังจากที่กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ ประเทศไทยกลับเข้าสู่บรรยากาศนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง แม้กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 จะมีเนื้อหาบางส่วนที่กลายเป็นข้อถกเถียงสำหรับผู้คนในสังคม กระทั่งหลายคนออกมาวิจารณ์ถึงการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศช่วงเวลานั้นก็คือ “อำนาจสูงสุดกำลังเริ่มต้นนับหนึ่งกลับคืนสู่มือของประชาชนอีกครั้ง” เสียงของประชาชนที่เคยแผ่วเบาลงไปในช่วงเวลาหนึ่งกำลังจะกลับมาดังขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจกากบาทเลือก ส.ส.ที่เข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนของตนเอง แม้กติกาจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรแต่ “เดียร์ยังคงศรัทธาและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่สุดท้ายแล้วจะสามารถคัดกรอง พร้อมทั้งสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นได้ในที่สุด”  และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่เดียร์ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐด้วยการลงสมัครเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 19 เพื่อสร้างพรรคทางเลือกใหม่ให้ประชาชน ออกจากวังวนของความขัดแย้งระหว่างพรรคใหญ่ 2 ขั้วเดิม

ทว่านับตั้งแต่วันแรกของการเปิดประชุมรัฐสภา 22 พฤษภาคม 2562 จนกระทั่งวันนี้ 16 สิงหาคม 2565 ครบรอบการทำงานของสภา 3 ปีเต็มเข้าสู่ปีสุดท้ายตามวาระของรัฐบาล ตลอดช่วงระยะกว่า 3 ปีที่ผ่านมาภายใต้บริบทการเมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง การต่อสู้ทางความคิดหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ทางการเมือง ทั้งบนถนนและในรัฐสภา ที่สุดท้ายแล้วทุกฝ่ายก็ต่างใช้เวทีรัฐสภาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ของตน ดังที่เกิดการนำเสนอรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเข้าสู่กระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ การอภิปราย วิพากษ์การทำงานของรัฐบาลทั้งในยามสถานการณ์ฉุกเฉิน และสถานการณ์ปรกติผ่านการทำงานของ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเกิดข้อพิพาท ถกเถียงอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ดำรงเห็นได้ชัดเจนคือ “การใช้เวทีรัฐสภาเป็นเครื่องมือและที่พึ่งให้แก่ประชาชน” 

'คนเพื่อไทย' ซัด!! รบ.ประยุทธ์แก้ปัญหาน้ำล้มเหลว แนะ!! ไปศึกษาโครงการจากสมัยยิ่งลักษณ์ได้

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัครส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมหนักในหลายจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือว่า วันนี้น้ำท่วมกลับมาเป็นปัญหาหลักของประเทศอีกครั้งหนึ่ง แต่นอกจากประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลน้อยมากแล้ว การสั่งการให้ความช่วยเหลือในระดับจังหวัดก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้เห็นว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์นั้นไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องปัญหาน้ำท่วมของประชาชนเลย 

ทั้งนี้ เมื่อมองไปที่การจัดสรรงบประมาณ ก็เป็นไปในทิศทางที่ตอบสนองต่อการเมืองแต่ไม่ได้จัดสรรเพื่อแก้ไขปัญหาที่แท้จริงให้กับประชาชนในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาจึงไม่ตรงจุด ทั้งรัฐบาลยังไม่มีโครงการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบในระดับโครงสร้างของประเทศเพื่อรองรับทั้งสถานการณ์น้ำท่วม และน้ำแล้ง ขณะที่มีการเบิกจ่ายใช้งบประมาณไปกว่าล้านล้านบาทแล้วแต่ประเทศไทยไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้เลย

“ปีนี้เกิดน้ำท่วมเนื่องจากพายุมู่หลาน ทำให้ลุ่มน้ำปิงได้รับผลกระทบหนัก เกิดน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงใหม่ ลุ่มน้ำน่านเกิดน้ำท่วมหนักที่จังหวัดน่าน และต่อจากนี้พายุเมียรี กำลังจะพัดกะหน่ำเข้ามาอีกจะทำให้ลุ่มน้ำยมได้รับผลกระทบโดยจะเริ่มที่จังหวัดแพร่ต่อด้วยสุโขทัย และจะไปหนักที่พิษณุโลกเช่นทุกปี ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการแก้ไขจริงจัง พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาฉุกเฉินให้กับประชาชนมิใช่ปล่อยให้ประชาชนถูกลอยแพเหมือนทุกปีที่ผ่านมา” นายวรวัจน์ กล่าว

ด้าน นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนและคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่อยากเสนอรัฐบาลนี้คือ อยากให้ท่านกลับไปดูโครงการเมื่อปี 2555 พรรคเพื่อไทยเคยออก พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบทั้งประเทศ โดยจะกำหนดได้เลยว่า น้ำจะไปอยู่ตรงไหน จะไปพักได้ที่ไหน เพราะเรามองว่า การใช้งบประมาณในแต่ละปีแต่ไม่เป็นระบบไม่สามารถจัดการระบบน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาว่า บางปีน้ำมากก็เกิดน้ำท่วม บางปีน้ำน้อยก็เกิดภัยแล้ง เมื่อเกิดภัยแล้งก็ส่งผลกระทบต่อภาคอื่น ๆ ไปด้วย เท่ากับว่า น้ำเยอะไปก็ไม่ดี น้ำน้อยไปก็ไม่ดี การออก พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อจัดการน้ำ ปีไหนน้ำเยอะก็เก็บ ปีไหนน้ำน้อยเราก็ใช้น้ำที่เราเก็บไว้ นี่เป็นแนวทางของพรรคเพื่อไทยมาตลอด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top