Sunday, 7 June 2026
PoliticsQUIZ

‘ลุงตู่’ ปลื้มคนเมืองกาญจน์ต้อนรับอบอุ่น ลั่น จะกระตุ้นศก. สร้างรายได้ให้ปชช.อย่างเต็มที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha’ ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดกาญจนบุรี โดยระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

อย่างที่เราทราบดีว่าในช่วงนี้เป็นฤดูฝน และเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้อาจมีน้ำหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า และดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งผมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตามแผนเผชิญเหตุที่รัฐบาลได้ให้การอนุมัติงบประมาณไปแล้ว โดยรัฐบาลได้เตรียม 13 มาตรการ ป้องกันและรับมือกับผลกระทบจากอุทกภัยในแต่ละพื้นที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว ขอให้ทุกครัวเรือนได้ติดตามการแจ้งเตือนภัยจากทางราชการและผู้นำในชุมชนอย่างใกล้ชิดนะครับ

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง ฤดูฝนก็เป็นโอกาสสำหรับเกษตรกรเช่นกัน ผมจึงได้สั่งการให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค สนับสนุนภาคการผลิต ทั้งเกษตรกรรม-อุตสาหกรรม ตลอดจนการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งด้วย เช่น การวางแผนเพาะปลูกข้าวนาปี ทุกภาคของประเทศ 59.42 ล้านไร่ ทั้งในเขตชลประทาน 16.83 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 42.59 ล้านไร่ ที่จะต้องได้รับน้ำอย่างทั่วถึงและเพียงพอ 

นอกจากการใช้ประโยชน์จากน้ำฝนแล้ว รัฐบาลยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน จากน้ำบาดาล โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเงาฝน ที่ไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน และขาดแคลนระบบชลประทาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และสนับสนุนการประกอบอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งในการนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับ “โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง” 15 โครงการใน 11 จังหวัด ไว้เป็น “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ตามพระราชปณิธาน "สืบสาน รักษา ต่อยอด" อย่างแท้จริง

และในวันนี้เอง (4 ส.ค. 65) ผมได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านทุ่งคูณ หมู่ที่ 19 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจาจ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 8 โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ใน จ.กาญจนบุรี โดยเมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามแผน จะมีปริมาณน้ำบาดาลต้นทุน รวมทั้งสิ้น 7.37 ล้าน ลบ.ม./ปี มีผู้ที่ได้รับประโยชน์รวม 13,254 ครัวเรือน  ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 3 โครงการ และได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำบาดาล เพื่อรับผิดชอบการบริหารจัดการระบบประปาบาดาล ในรูปแบบที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกันต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด 

'พงศ์พล' แนะ!! ส.ส. อย่าเล่นเกมทำ 'สภาล่ม' ชี้!! ปชช. ผิดหวัง แถมรัฐเสียหายครั้งละ 4 ล้านกว่า

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ คณะทำงานด้านการเมือง พรรคกล้า กล่าวตั้งคำถามถึงกรณีสภาล่ม จนอาจทำให้การพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ไม่ทันกำหนดเวลา ว่า ตลอด 5 เดือน เราต่อสู้กับความไร้วินัยในการทำงานของ ส.ส. ที่ทำให้สภาล่มต่อเนื่อง ล่าสุด (3 ส.ค. 65) สภาล่มอีกครั้ง คราวนี้ บางพรรคออกมายอมรับตรง ๆ ว่า จงใจไม่กดบัตรเข้าแสดงตน ต้องการยื้อร่างแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้พิจารณาไม่เสร็จภายใน 15 ส.ค. เพื่อกลับไปใช้กติกาหาร 100 ที่ตนได้เปรียบ 

นายพงศ์พล กล่าวว่า 3 ปีกว่า ๆ สภาล่ม 20 ครั้ง มูลค่าความเสียหายเฉียด 83.6 ล้านบาท แทคติคทำสภาล่มมีความเสียหายครั้งละ 4 ล้านกว่าบาท ล่าสุด ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. …. ทั้งสิ้น 12 มาตรา ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าถึงการคุ้มครองทางกฏหมายเร็วขึ้น, เพิ่มโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ดึงเรื่องล่าช้า, เพิ่มช่องทางติดต่อหน่วยงานทางดิจิตัลได้ตรง นี่คือกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แต่ก็ต้องหยุดแค่มาตรา 8 เพราะองค์ประชุมในสภาไม่ครบ

‘อรุณี’ อัด ‘ประยุทธ์’ แก้ยาเสพติดล้มเหลว เหตุแก้เศรษฐกิจพลาด - ช่องโหว่กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ทำสังคมเสื่อม ไม่จบสิ้น

ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การระบาดของยาเสพติดขณะนี้กำลังแพร่หลาย ปัญหายาเสพติดได้ลุกลามกัดกินประเทศไปทั่วทุกพื้นที่ จากปัญหาสังคมกลายเป็นปัญหาครอบครัวขั้นรุนแรง มีเหตุพ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อ พ่อ-แม่หนีตายเพราะลูกติดยาจะทำร้ายร่างกาย เพราะการเข้าถึงยาเสพติดทำได้ง่าย ผู้เสพเพิ่มจำนวนมากขึ้นพร้อมกับจำนวนผู้เสพที่กลายเป็นผู้ขายได้ง่ายมากขึ้นตามไปด้วย ยืนยันได้จากตัวเลขชี้วัดที่สะท้อนได้จากจำนวนผู้ถูกจับกุมในคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด ในปี 2564 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงเท่าตัว อยู่ที่เกือบ 400,000 ราย ซึ่งการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาจมาจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ

1. การบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดมาโดยตลอดนับตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อต้องมาเจอกับสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่ไม่มีความสามารถอยู่แล้วยิ่งล้มเหลว ทำให้เศรษฐกิจอยู่ภาวะชะงักงัน ปัญหาปากท้องส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรง หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ประชาชนตกงานกลายสภาพเป็นคนจนโดยเฉียบพลัน บางส่วนจึงหันมาพึ่งพายาเสพติด หลายคนกลายเป็นผู้ขายเพื่อหารายได้ หลายคนเป็นกลายผู้เสพเพื่อคลายทุกข์ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ปล่อยปละละเลยปัญหายาเสพติด จนมีวาทะ ‘กี่ร้อยนายกฯก็แก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้’ ที่เกิดขึ้นมาก่อนการระบาดของโควิด-19 และล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันก็ยังคงพูดในวาทกรรมเดิม แสดงถึงความไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหา  

2. พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่2) พ.ศ.2564 ที่มีการปรับโทษให้ผู้ต้องหายาเสพติดที่เป็น ‘ผู้ค้าตัวจริง’ ได้รับโทษเบาลง จากเดิมตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522  หากผู้ใดครอบครองยาเกินปริมาณที่กำหนดให้สันนิษฐานว่า ‘ครอบครองเพื่อจำหน่าย’ และจะได้รับโทษรุนแรง แต่ปัจจุบันได้มีการปรับการชี้วัดผู้ค้าออกจากผู้เสพด้วยปริมาณการครอบครองยาเสพติด เปลี่ยนมาเป็นการพิจารณาจากพฤติการณ์การครอบครองยาแทน กลายเป็นช่องโหว่ทำให้  ‘ผู้ค้ารายย่อยกลายเป็นคนเสพ’ ได้ง่าย เพราะได้รับโทษเบาลง ผู้ขายยอมทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก คนขายตัวจริงยอมถูกจับติดคุกหรือเข้าศูนย์บำบัด เกิด ‘วงจรอุบาทว์’  ในการแก้ปัญหายาเสพติด ที่ทำให้การแยก ‘ผู้ค้าตัวจริง’ ออกจาก ‘ผู้เสพ’ ทำได้ยากมากขึ้น จึงไม่แปลกหากการจับกุมยาบ้าจะทยอยลดลงเรื่อย ๆ ในภาพรวม จากที่จับกุมได้ 543 ล้านเม็ดในปี 2561 ลดลงเหลือ 334 ล้านเม็ดในปี 2564   สวนทางกับความเป็นจริงที่ยาบ้าได้ระบาดไปทั่วทุกระแหงและราคาถูกลงเหลือเพียงเม็ดละ 10-20 บาท เพราะมีตัวแทนขายตรงในทุกชุมชน

'เพื่อไทย' ติง 'ประยุทธ์' อย่าพูดเกินจริง เศรษฐกิจขยายตัวยังไม่ถึงระดับที่ได้ตกลงมา ชี้ เศรษฐกิจไทยอยู่ในแดนลบมา 3 ปีแล้ว แนะ ฟื้นฟูเศรษฐกิจดีกว่าแจกเงิน คนอยากมีรายได้ที่มั่นคง

นางสาวจุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางรัก และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แย่งซีน สภาพัฒน์ ฯ เร่งแถลงการขยายตัวในไตรมาสที่สองว่าจะขยายตัวได้ 3.3% ทั้งที่โดยมารยาทแล้วต้องให้สภาพัฒน์ฯ แถลงข่าวก่อนในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ อย่างไรก็ตาม อาจจะเป็นเพราะพลเอกประยุทธ์ถูกโจมตีเรื่องความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจจึงพยายามหาเรื่องเพื่อมากลบปมด้อย โดยที่อาจจะไม่ทราบเลยว่าการขยายตัวได้ 3.3% ไม่ได้แปลว่าดี ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ทรุดหนักติดลบไปถึง - 6.2% และปี 2564 เศรษฐกิจไทยแทบไม่ฟื้นเลย โดยขยายได้แค่ 1.6% ซึ่งบวกลบกันแล้ว ยังคงติดลบอยู่ถึง - 4.6% ดังนั้น การขยายตัว 3.3% ก็ยังฟื้นไม่ถึงระดับที่ได้ตกลงมา แถมไตรมาสแรกปีนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เพียง 2.2% เท่านั้น ดังนั้น ครึ่งปีแรกปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เพียงประมาณ 2.8% ซึ่งถือว่าต่ำมาก ไม่เห็นน่าจะภูมิใจถึงกับต้องเร่งแย่งแถลงข่าวแต่อย่างไร ทั้งที่ตอนต้นปีพลเอกประยุทธ์ยังโม้เองว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายได้ 4% ซึ่งคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้บอกแต่แรกแล้วว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะทำได้ไม่ถึงแน่ 

การที่ในปีนี้เศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวได้ต่ำยังไม่ฟื้นกลับไปถึงระดับที่ได้ตกลงมา ทำให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในแดนลบเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ขนาดนักวิชาการของทีดีอาร์ไอยังยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นช้าที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ส่งผลทำให้ทำไมประชาชนถึงรู้สึกลำบากกันอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจติดลบทำให้รายได้ของประชาชนลดลง คนหาเงินไม่พอค่าใช้จ่ายที่จะเลี้ยงตัวเองแลครอบครัว หาเงินไม่พอผ่อนบ้าน ไม่พอผ่อนรถ ต้องกู้เงินมาประคองชีวิต กู้มาจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกหลาน ทำให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง อีกทั้งธุรกิจก็ย่ำแย่ หนี้สินรุงรังและพุ่งสูงขึ้นเพราะรายได้เข้ามาน้อยแต่รายจ่ายเพิ่ม แถมยังต้องมาเจอกับภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของแพง ไข่แพง หมูแพง น้ำมันแพง ก๊าซหุงต้มแพง ไฟฟ้าแพง ปุ๋ยแพง ค่าขนส่งแพง ฯลฯ ซ้ำเติม ยิ่งทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่รู้จะหารายได้ที่ไหนมาประคองชีวิตให้เพียงพอ อีกทั้งหากดอกเบี้ยขึ้นอีก ภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเดิมอยู่แล้วให้ยิ่งหนักขึ้น ซึ่งพลเอกประยุทธ์ไม่ได้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เลย ปัญหาจะเพิ่มหนักขึ้น และ ประชาชนจะทนกันไม่ไหว

'ก้าวไกล' ยื่น ป.ป.ช. ไต่สวน 'ประยุทธ์และคณะ' ปมเตะถ่วงสอบทุจริตกองบินตำรวจ-ตั๋วช้างนักบินเถื่อน

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม และ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งคณะรัฐมนตรี และข้าราชการตำรวจระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีที่รังสิมันต์ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เกิดขึ้นภายในกองบินตำรวจ

โดยคำร้องที่นำมายื่นมี 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.) เรื่องการทุจริตกรณีกองบินตำรวจสั่งจ้างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซ่อมอากาศยาน ก่อหนี้ผูกพันเกินวงเงินงบประมาณปี 2563 จนต้องนำงบกลางไปชำระ หนี้เป็นจำนวนถึง 937 ล้านบาท และกรณีกองบินตำรวจทำสัญญาแลกเปลี่ยนอะไหล่อากาศยาน นำอะไหล่ที่ใช้งานได้ไปแลกโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายและตีราคาต่ำเกินจริง กระทำการโดย พล.ต.ต.กำพล กุศลสถาพร อดีตผู้บังคับการกองบินตำรวจ และพวก 

ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้บังคับบัญชาสูงสุด ของข้าราชการตำรวจ แม้จะได้รับทราบถึงกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวแล้ว แต่กลับปล่อยปละละเลยให้เกิดการ ประวิงเวลาในกระบวนการสืบสวนสอบสวนและพิจารณาวินิจฉัยลงโทษผู้กระทำความผิด ซึ่งสั่งการโดย พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ ไม่เร่งรัดให้ สตช. ตรวจสอบภาระหนี้ ไม่กำกับดูแลข้าราชการตำรวจจนแจ้งปฏิเสธหนี้ต่อกรมบังคับคดีไม่ทันกำหนดเวลา ส่งผลให้ สตช. กลายเป็นลูกหนี้เด็ดขาดและต้องถูกศาลล้มละลายบังคับให้ชำระหนี้ ตลอดไปจนถึงร่วมกับคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้การก่อหนี้ผูกพันเกินวงเงินงบประมาณของ สตช. ชอบด้วย กฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลรับรองความชอบของการกระทำของ พล.ต.ต.กำพลและพวกด้วย

และ 2.) เรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยปละละเลยให้ พล.ต.ต.กำพล อ้าง 'ตั๋วช้าง' หรือหนังสือจาก ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มาใช้จัดทำแผนถวาย ความปลอดภัยขบวนเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์รัตน์ พิชัยณรงค์ รองผู้บัญชาการ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้จัดทำแผนและผนวกประกอบแผน และ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วยผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามอนุมัติแผน มีเนื้อหาแต่งตั้ง พล.ต.ต.กาพล เป็นผู้อำนวยการรวมถึง นักบินเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งภายหลังจากที่โดยปราศจากอำนาจตามกฎหมาย ทั้งยังไม่ได้รับการตรวจสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจสำหรับความเป็นนักบินตามเกณฑ์ของ สตช. ซึ่งถือเป็นการนำสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครอง

การกระทำทั้งสองเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ คณะรัฐมนตรี และข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 อันมีโทษ ฐานเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้ อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ในกรณีการสั่งจ้างเกินงบประมาณและทำการสัญญา แลกอะไหล่ ความผิดตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ฐานข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพัน หรือโดยรู้อยู่แล้วยินยอมให้กระทำการดังกล่าวนั้นโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ. นี้ จะต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไปหรือต้องผูกพันจะต้องจ่าย ตลอดจนค่าสินไหมทดแทนใด ๆ ให้แก่หน่วยรับงบประมาณ การกระทำขัดต่อ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และ พ.ร.บ.การถวายความปลอดภัย พ.ศ. 2560 ในกรณีออกตั๋วช้างและตั้งหน่วยงานนอกกฎหมาย

‘เพื่อไทย’ แซะ ‘บิ๊กตู่’ โวเศรษฐกิจขยายตัว ทั้งที่บวกลบแล้ว ยังติดลบอยู่ถึง -4.6%

‘เพื่อไทย’ ติง ‘ประยุทธ์’ อย่าพูดเกินจริง เศรษฐกิจขยายตัวยังไม่ถึงระดับที่ได้ตกลงมา ชี้ เศรษฐกิจไทยอยู่ในแดนลบมา 3 ปีแล้ว ประชาชนลำบาก รายได้ลด ค่าใช้จ่ายเพิ่ม แนะ ฟื้นฟูเศรษฐกิจดีกว่าแจกเงิน คนอยากมีรายได้ที่มั่นคง 

นางสาวจุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางรัก และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แย่งซีน สภาพัฒน์ฯ เร่งแถลงการขยายตัวในไตรมาสที่สองว่าจะขยายตัวได้ 3.3% ทั้งที่โดยมารยาทแล้วต้องให้สภาพัฒน์ฯ แถลงข่าวก่อนในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ อย่างไรก็ตามอาจจะเป็นเพราะพลเอกประยุทธ์ถูกโจมตีเรื่องความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ จึงพยายามหาเรื่องเพื่อมากลบปมด้อย โดยที่อาจจะไม่ทราบเลยว่าการขยายตัวได้ 3.3% ไม่ได้แปลว่าดี ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ทรุดหนักติดลบไปถึง -6.2% และปี 2564 เศรษฐกิจไทยแทบไม่ฟื้นเลย โดยขยายได้แค่ 1.6% ซึ่งบวกลบกันแล้ว ยังคงติดลบอยู่ถึง -4.6% ดังนั้น การขยายตัว 3.3% ก็ยังฟื้นไม่ถึงระดับที่ได้ตกลงมา แถมไตรมาสแรกปีนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เพียง 2.2% เท่านั้น ดังนั้น ครึ่งปีแรกปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เพียงประมาณ 2.8% ซึ่งถือว่าต่ำมาก ไม่เห็นน่าจะภูมิใจถึงกับต้องเร่งแย่งแถลงข่าวแต่อย่างไร ทั้งที่ตอนต้นปีพลเอกประยุทธ์ยังโม้เองว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายได้ 4% ซึ่งคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้บอกแต่แรกแล้วว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะทำได้ไม่ถึงแน่ 

การที่ในปีนี้เศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวได้ต่ำยังไม่ฟื้นกลับไปถึงระดับที่ได้ตกลงมา ทำให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในแดนลบเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ขนาดนักวิชาการของทีดีอาร์ไอยังยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นช้าที่สุดประเทศหนึ่งของโลก  ส่งผลทำให้ทำไมประชาชนถึงรู้สึกลำบากกันอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจติดลบทำให้รายได้ของประชาชนลดลง คนหาเงินไม่พอค่าใช้จ่ายที่จะเลี้ยงตัวเองแลครอบครัว หาเงินไม่พอผ่อนบ้าน ไม่พอผ่อนรถ ต้องกู้เงินมาประคองชีวิต กู้มาจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกหลาน ทำให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง อีกทั้งธุรกิจก็ย่ำแย่ หนี้สินรุงรังและพุ่งสูงขึ้นเพราะรายได้เข้ามาน้อยแต่รายจ่ายเพิ่ม แถมยังต้องมาเจอกับภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของแพง ไข่แพง หมูแพง น้ำมันแพง ก๊าซหุงต้มแพง ไฟฟ้าแพง ปุ๋ยแพง ค่าขนส่งแพง ฯลฯ ซ้ำเติม ยิ่งทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่รู้จะหารายได้ที่ไหนมาประคองชีวิตให้เพียงพอ อีกทั้งหากดอกเบี้ยขึ้นอีก ภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเดิมอยู่แล้วให้ยิ่งหนักขึ้น ซึ่งพลเอกประยุทธ์ไม่ได้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เลย ปัญหาจะเพิ่มหนักขึ้น และ ประชาชนจะทนกันไม่ไหว

‘ดร.เสรี’ ชี้ ‘รวมไทยฯ’ ศูนย์รวมนักการเมืองน้ำดี ชวนพรรคเล็กอุดมการณ์ร่วม รวมพลังชนเพื่อไทย

(5 ส.ค. 65) ดร.เสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า...รวมไทยฯ คือศูนย์รวมนักการเมืองน้ำดี มีแสงในตัว เป็นเพชรที่หายากในการเมืองไทย ขอให้มาตรการในการหาคนร่วมพรรคจงเป็นเช่นนี้ตลอดไป

อย่ามุ่งหวังในการทำให้ได้จำนวน ส.ส. ให้มาก แบบเน้นปริมาณโดยไม่สนใจคุณภาพ นักการเมืองสีดำและสีเทาอย่าเอามาร่วมด้วยให้พรรคมีราคี บทเรียนเรื่องการเน้นปริมาณมีให้เห็นแล้ว

พวกนักการเมืองสีดำสีเทา ไม่มีทางเปลี่ยนสันดาน ตอนแรก ๆ อาจจะดูเหมือนตั้งใจจะเป็นองคุลีมาลเปลี่ยนใจ แต่สุดท้ายหางก็โผล่ ทำตัวเป็นหอกข้างแคร่ทำลายชื่อเสียงพรรค

ส.ส. น้ำดีจากพรรคต่าง ๆ มาช่วยกันทำงานในพรรคนี้นะคะ นักการเมืองทีดีและคิดว่าพรรคที่ตนเองสังกัดขณะนี้ภาพลัษณ์ไม่ดี ความนิยมเสี่อม ลองพิจารณาดูนะคะว่าจะย้ายพรรคดีไหม

ดร.ไตรรงค์ ชี้ หากไม่มีอคติทางการเมือง ยก ‘บิ๊กตู่’ เหมาะนั่งประธานประชุม APEC

ดร.ไตรรงค์ ชี้ถ้าไม่มีอคติกันในทางการเมืองแล้วผู้นำของรัฐบาลไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเห็นว่าท่านได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศด้วยเหตุผล 4 ประการ จึงเหมาะเป็นประธานการประชุม APEC

เมื่อวันที่ (7 ส.ค. 2565) ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเรื่อง #APEC #ประเทศไทย กับ #พลอประยุทธ์ ระบุว่า การประชุมเอเปค (APEC) ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2565 โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้น จะมีความสำคัญต่อชื่อเสียง ความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะ APEC แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า เป็นการประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือ เพื่อส่งเสริม #การค้า #การลงทุน #การท่องเที่ยว และความร่วมมือในมิติด้านอื่น ๆ ทั้งการ #พัฒนาทางด้านสังคม #การพัฒนาด้านการเกษตร #การร่วมมือป้องกันและช่วยเหลือกันและกัน ยามประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติทุกรูปแบบ การร่วมมือกัน #สนับสนุนบทบาทของสตรี และ #ลดการกดขี่ทางเพศ  และการร่วมมือแลกเปลี่ยนกันและกันทางการ #พัฒนาด้านสาธารณสุข เป็นต้น (ขอเสริมเกร็ดความรู้เล็ก ๆ นะครับว่า APEC นี้มีมา 33 ปีแล้วนะครับ กำเนิดเกิดขึ้นในโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532)

ปัจจุบัน APEC มีสมาชิกถึง 21 เขตเศรษฐกิจได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี บรูไน ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เปรู และ ชิลี ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจมีประชากรรวมกันถึง 2.8 พันล้านคน มีรายได้ประชาชาติ (GDP) รวมกันมากกว่า 59% ของGDP ของโลก สัดส่วนการค้าระหว่างไทยกับสมาชิกAPEC มีสูงถึง 69.8% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศที่ไทยมีกับทุกประเทศทั่วโลก

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การประชุมดังกล่าวยึดหลักฉันทามติ (Consensus) ความหมายคือ ทุกข้อตกลงต้องทำด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครบังคับใคร ทุกเขตเศรษฐกิจมีความเท่าเทียมกันหมด โดยมุ่งเปิดกว้างเสรีทางการค้าการลงทุนให้มากขึ้น มีอุปสรรคให้น้อยลง (เช่น ช่วยให้การแซงชั่น (Sanction) ด้วยเหตุจูงใจทางการเมืองจะได้มีน้อยลง) ส่วนความร่วมมือด้านอื่น ๆ ก็แล้วแต่จะตกลงกัน ที่สำคัญที่สุดก็คือ #ห้ามหยิบยกประเด็นทางการเมืองขึ้นมาพูดในที่ประชุมอย่างเด็ดขาด

อดีตนายกฯจากพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษ จอห์น เมเจอร์ เคยกล่าวเตือนสติ นายกฯ รุ่นน้องจากพรรคเดียวกันคือ นายบอริส จอห์นสัน ว่า “ผู้นำทางการเมืองที่ประชาชนขาดความเคารพนับถือในบ้าน จะมีอิทธิพลสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีนอกบ้านได้อย่างไร” (สามารถอ่านข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ในบทความของผม หัวข้อ “เรียนรู้จากอังกฤษ : ไม่ยกย่องคนที่ไม่สมควรยกย่อง” ที่ https://www.facebook.com/TrairongSuwankiri/posts/pfbid02kFsnrXucY1awn9HTDdg7MfBfkBDdk737eh5vdJRrZPZwMwTm6WUo5Dh4qFAjdFwLl)

สำหรับผู้นำของรัฐบาลไทยคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ถ้าไม่มีอคติกันในทางการเมืองแล้ว จะเห็นว่าท่านได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศด้วยเหตุผลหลายอย่างคือ

1) การชุมนุมทางการเมืองเพื่อคัดค้าน พ.ร.ก. นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยในปี 2556 – 2557 นั้น ผู้มิได้อยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์จะไม่มีทางทราบว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมซึ่งเป็นปฏิปักษ์กันทั้งสองฝ่าย ได้เตรียมอาวุธร้ายเพียงใดเพื่อจะเข่นฆ่ากันและกัน (ทั้ง ๆ ที่ผู้นำการชุมนุมของทั้งสองฝ่ายอาจจะไม่รู้ก็ได้)

การตัดสินใจทำการ #รัฐประหารเพื่อระงับความรุนแรงที่อาจจะนำไปสู่การเกิดสงครามกลางเมือง ในปี พ.ศ.2557 นั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นและสมเหตุสมผล แม้เป็นการเปลี่ยนรัฐบาลโดยการใช้อาวุธ เข้าบังคับมิใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างสันติวิธี แต่ต่างประเทศส่วนใหญ่จะมีความเข้าใจดี โดยเฉพาะ เพราะเขาเคยเห็นความป่าเถื่อนในการบุกทำลายการประชุม ผู้นำของอาเซียนที่พัทยาเมื่อปี พ.ศ. 2552

เมื่อผมไปประชุมกับผู้นำ 47 ประเทศที่กรุงวอชิงตันตามคำเชิญ ของประธานาธิบดีโอบามา (OBAMA) ในปี พ.ศ. 2553 (ขณะที่พวกเสื้อแดงกำลังยึดสี่แยกราชประสงค์และประตูน้ำเอาไว้) ผู้นำประเทศต่าง ๆ หลายประเทศได้แสดงความห่วงใย (Concern) ต่อการชุมนุมที่ค่อนข้างจะรุนแรงในประเทศไทย ที่น่าแปลกใจตรงที่ท่านเหล่านั้นบอกผมว่า พวกท่านรู้ด้วยว่าใครอยู่เบื้องหลังความรุนแรงทั้งหลาย ตั้งแต่ที่พัทยา (พ.ศ. 2552) จนถึงการชุมนุมในปี พ.ศ. 2553

แม้แต่ท่านประธานาธิบดีโอบามาเอง ได้พูดกับผมถึงความห่วงใย และแสดงความเห็นใจต่อ นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของประเทศไทย ที่ต้องเจอวิกฤตการณ์เช่นนั้น จนไม่สามารถมาประชุมกับ 47 ประเทศในหัวข้อเรื่อง “การหยุดการแพร่ขยายการใช้ปรมาณูเป็นอาวุธ (Nuclear Security Summit) ดังนั้นเมื่อเกิดการรัฐประหารนำโดย พล.อ.ประยุทธฯ จึงเห็นได้ว่า ไม่มีใคร(ต่างประเทศ) ออกมาประณามอย่างจริงจัง เหมือนที่พวกเขากระทำต่อประเทศเมียนมา เมื่อมีการรัฐประหารโดยท่านนายพล มิน อ่อง ลาย

2) ปัจจุบัน ท่านพล.อ.ประยุทธ์ #เป็นนายกรัฐมนตรีตามข้อบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 (แม้จะนับเฉพาะเสียง ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งก็มากกว่า 50% ถูกต้องตามหลักสากลของประชาธิปไตย) นักการเมืองบางฝ่ายอาจจะประณามว่า เป็นการสืบทอดอำนาจของฝ่ายรัฐประหาร เพราะคนร่างรัฐธรรมนูญมิได้เขียนให้รัฐธรรมนูญของไทย เป็นเหมือนของประเทศอังกฤษ แต่ที่ผมเคยไปเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดของสหรัฐฯและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของอังกฤษ ศาสตราจารย์ ที่สอนเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญต่างก็สอนเหมือนกันว่า ระบบการเมืองการปกครองของประเทศไดก็ต้องเขียนให้คล้องจองกับบริบทของประเทศนั้น เหมือนอย่าง นางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) อดีตนายกฯของเยอรมัน เคยพูดไว้ว่า “สหรัฐอเมริกาจะเอามาตรฐานของระบบการเมืองของตนเองไปบอกว่าดีกว่าระบบการเมืองของประเทศจีน ย่อมไม่ได้เพราะบริบทหลายอย่างแตกต่างกัน”  (ผมว่าคุณ Nancy Pelosi น่าจะฟังเอาไว้บ้างนะครับ)

'นิพิฏฐ์' แซะ!! 'เต้น' หวังเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ระวังซ้ำรอย 'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์' หนีออกนอกประเทศ

วันที่ 8 ส.ค. 65 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กสวนกลับกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวพาดพิง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ในการปราศรัยที่ภาคเหนือ โดยระบุว่า แลนด์สไลด์หรือครับ ระวังมิดจมหัวนะ ตนได้ฟัง นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ไปพูดที่ภาคเหนือ บอกให้เลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ ถ้าพูดแค่นั้น ตนก็ไม่ว่าไร แต่นายณัฐวุฒิกลับพาดพิงไปถึง ดร.สมคิด, ดร.อุตตม และคุณสนธิรัตน์ ว่า ตอนบุคคลทั้งสามอยู่พรรคพลังประชารัฐ ท่านเหล่านี้เคยพูดว่า จะทำให้คนจนหมดไป ซึ่งที่เขาพูดนั้น ความหมายก็คือ จะทำให้คนไทยพ้นจากเส้นความยากจน และหากได้ทำอย่างจริงจัง ก็สามารถทำได้ แต่บุคคลทั้งสามพูดได้ไม่นานก็ต้องลาออกจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เขาลาออกทำไม ทำไมไม่อยู่ทำนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้ถึงเวลาเลือกตั้งเถอะ ตนจะพูดให้ฟัง 

นายนิพิฏฐ์ ระบุอีกว่า เวลานี้ ดูเหมือนณัฐวุฒิจะ 'คึก' เป็นพิเศษ นั่งดีดลูกคิดรางแก้ว เหมือนว่าก่อนเลือกตั้ง พูดอย่างนี้ ปากอย่างนี้ ถูกใจเจ้านาย กำลังจะถูกรางวัลที่ 1 ยังไงยังงั้น ส่วนเรื่องแลนด์สไลด์ หรือ? เป็นไปได้ ตนไม่ดูแคลนหรอก แต่ณัฐวุฒิ อย่าลืมว่า เวลาฝนตกแล้วแลนด์สไลด์ มันจะมีน้ำ มีดิน มีโคลน ไหลลงมา เขาจึงเรียกว่า 'แลนด์สไลด์' ในทางธรณีวิทยา มวลดินจะฝังกลบทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางที่มันแลนด์สไลด์ลงไป 

'โฆษกพท.' ยัน!! พรรคพร้อมแก้วิกฤติให้บ้านเมือง หลัง 'รัฐบาลประยุทธ์' ทำเละเป็นซากมา 8 ปีแล้ว

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด’ ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2565 พี่น้องประชาชนชาวเชียงรายและทั่วประเทศต่างเรียกร้องให้เพื่อไทยกลับมาแก้วิกฤตบ้านเมือง ด้วยความเชี่ยวชาญของพรรคเพื่อไทยที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ เราคิดได้และทำเป็น ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ‘พร้อมแล้ว’ ที่จะใช้เวลา 6 เดือนแรกหลังเป็นรัฐบาล รื้อถอนซากปรักหักพังของประเทศจากฝีมือการบริหารของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สร้างเอาไว้ให้คนไทยจมทุกข์มาตลอดระยะเวลา 8 ปี

ส่วนกรณีที่นายธนกร หวังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความพยายามพูดย้ำ ซ้ำเรื่องเดิมว่าเพื่อไทยต้องการแลนด์สไลด์ เพื่อนำบุคคลสำคัญกลับมานั้น คงเป็นคำพูดที่ไม่มีราคามากนัก เพราะหากต้องการเพียงเท่านั้น พรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องมีการวางแนวนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชน ไม่ละทิ้งคนรากหญ้า กระจายอำนาจมายังประชาชน ดึงศักยภาพคนไทยด้วยการใช้ Soft Power ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการเกษตร เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์แม่นยำและผลผลิตสูง ปรับเปลี่ยนภาครัฐและภาคเอกชนด้วยระบบ Digital Transformation ครั้งใหญ่ และเตรียมคนไทยเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง ทั้งหมดเป็นแนวนโยบายเพียงบางส่วนเท่านั้นที่พรรคเพื่อไทยตั้งใจทำเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top