Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

'โฆษกพรรคกล้า' ย้ำจุดยืนพรรค เสนอ 'กรณ์' เป็นนายกฯ เดินหน้าแก้ปัญหาปากท้อง พร้อมร่วมงานกับพรรคที่มีแนวทางเดียวกัน

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวย้ำจุดยืนพรรคกล้าว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต พรรคกล้าเสนอชื่อหัวหน้าพรรคคือนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลภายนอกในบัญชีของพรรคกล้าแน่นอน ตามที่มีสื่อหัวใหญ่บางฉบับนำเสนอข่าว

โฆษกพรรคกล้า กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้เต็มไปด้วยปัญหา ทั้งที่กระทบจากโควิดมา 2 ปีกว่า หลายกิจการต้องปิดตัว ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิม ราคาพลังงานสูงขึ้น ค่าครองชีพเพิ่มสูงตาม หนี้ครัวเรือนก็ทะลุ 90% ของจีดีพี และอีกหลายปัญหาจากผลกระทบทางภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งต้องแก้ไขด้วยการสร้างรายได้ให้ประเทศ สร้างรายได้ให้ประชาชน ดังนั้น ผู้บริหารประเทศควรต้องมีความเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ และมีประสบการณ์การแก้วิกฤติเศรษฐกิจมาก่อน

นายกฯ พบภาคเอกชนสหรัฐฯ ผลักดัน 3R พา 'ศก.อาเซียน-สหรัฐฯ' ก้าวหน้ายุค Next Normal

'บิ๊กตู่' เผย ไทยเดินหน้า ผลักดัน ความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจดิจิทัล การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับ การรักษาสิ่งแวดล้อม

(13 พ.ค. 65) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา ณ โรงแรม Willard InterContinental กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมผู้นำและผู้แทนชาติสมาชิกอาเซียนพบปะผู้นำภาคเอกชนสหรัฐอเมริกา โดยมี นางจีน่า เรมอนโด (Gina M. Raimondo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา และนางแคทเธอรีน ไท่ (Katherine Tai) ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมด้วย 

นายธนกร สรุปคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ไว้ดังนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้มาพบหารือ ซึ่งที่ผ่านมามีโอกาสพบปะและพูดคุยกับสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (USABC) ในหลายโอกาส พร้อมชื่นชมภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่สนับสนุน และมีส่วนร่วมที่แข็งขันในการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน จึงทำให้ต้องกลับมาทบทวนเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โดยไทยให้ความสำคัญกับการสร้าง “พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต” เพื่อให้ภูมิภาคมีการเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืนในยุค Next Normal ต่อไป ซึ่งประเด็นหลักที่อาเซียนกับสหรัฐฯ สามารถร่วมกันผลักดันมี 3 เรื่อง หรือ “3R” ได้แก่

“Reconnect” ส่งเสริมความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งภาคเอกชนสหรัฐฯ สามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเชื่อมโยงนี้ ผ่านการลงทุนขยายฐานการผลิตในภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่อาเซียนมีศักยภาพและทรัพยากรรองรับ ซึ่งไทยมีพื้นที่ EEC ที่พร้อมเปิดโอกาส ให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ เข้ามาร่วมลงทุน เพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่ห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ รวมถึงจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทยเพื่อใช้เป็นฐานในการเชื่อมโยงธุรกิจกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยสาขาอุตสาหกรรมที่สามารถร่วมมือกันได้ คือ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และบริการทางการแพทย์ โลจิสติกส์อัจฉริยะ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

สำหรับสาขาอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมกลางน้ำ และปลายน้ำที่แข็งแกร่ง และมีบริษัทเอกชนสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนแล้วหลายราย จึงขอเชิญชวนให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ พิจารณาลงทุนเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทาน อาทิ ต้นน้ำของเซมิคอนดัคเตอร์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งไทยมีนโยบายมุ่งสู่การเป็นฐานการผลิต EV ระดับโลก โดยการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ผลิต EV และผู้พัฒนาระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง อาทิ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ และสถานีชาร์จ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านและสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ ได้ด้วย

R ที่สอง คือ “Rebuild” ในยุค 4IR ควรมุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค ซึ่งมีศักยภาพในการขยายตัวได้ถึงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2030 พร้อมกล่าวเชิญชวนภาคเอกชนสหรัฐฯ ร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอาเซียน เช่น โครงข่ายอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีคลาวด์ในอุตสาหกรรมการผลิต ดาต้าเซ็นเตอร์ และการให้บริการคอนเทนต์ ตลอดจนการสนับสนุนการพัฒนาและบ่มเพาะธุรกิจดิจิทัลสตาร์ตอัป ทั้งนี้ ไทยมีไทยแลนด์ดิจิทัลวัลเลย์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ EECi ที่ภาคเอกชนสหรัฐฯ สามารถเข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจดิจิทัล และขยายไปสู่ภูมิภาคได้

ทีม 'เชียร์ลุงตู่' ปลุกกระแสเลือก 'อัศวิน' ก่อนจะได้ผู้ว่าฯ อิสระปลอมๆ นำไปสู่แลนด์สไลด์ทั่วไทย

แอดมินกลุ่มเฟซบุ๊ก 'เชียร์ลุงตู่' ชูยุทธศาสตร์ ไม่เลือกเราเขามาแน่ ลั่นถ้าไม่เลือก 'อัศวิน' จะได้ผู้ว่าอิสระปลอมๆ นำไปสู่แลนด์สไลด์ทั่วไทย สู่หนทางกลับไทยแบบเท่ๆ ของ 'ทักษิณ'

13 พ.ค. 65 - วัชระ บุญหวาน แอดมิน กลุ่มเฟซบุ๊ก 'เชียร์ลุงตู่มาอยู่กลุ่มนี้1' ที่มีสมาชิก 2.5 แสนคน โพสต์ข้อความถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีเนื้อหาดังนี้

ถ้าไม่เลือกอัศวิน อะไรจะเกิดขึ้น

อันดับแรกเลย เราจะได้ผู้ว่าอิสระปลอมๆ ครับ แต่ไม่อิสระจริง
เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้ มันวัดกันแค่ 2 ฝ่ายครับ
คือฝ่ายเอาทักษิณ กับ ไม่เอาทักษิณ
โดยที่ฝ่ายทักษิณต้องการใช้บันไดขั้นแรกของการเลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้
นำไปสู่โปรเจคแลนด์สไลด์ทั่วไทย
เพื่อหนุนลูกสาวก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สอง ต่อจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยการใช้แคมเปญแลนด์สไลด์ทั่วไทย
เพื่อหนทางไปสู่การกลับไทยแบบเท่ๆ ของนักโทษหนีคดี อย่าง ทักษิณ ชินวัตร
เพราะเป็นหนทางสุดท้ายแล้วที่ทักษิณหวัง
ทักษิณจะใช้สนามเลือกตั้งหยั่งเสียง ว่าเขาจะมีโอกาสได้กลับไทยหรือไม่ ชาตินี้
ถ้าคนของฝ่ายเขาชนะ แผนสอง แผนสามก็จะตามมาทันที ตามนิสัยทักษิณ
ที่จะรุกคืบเมื่อมีโอกาส และรู้ว่าตัวเองเป็นต่อ
เหมือนเช่นเมื่อครั้งที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเคยทำเรื่องมิบังควรมาแล้ว

มันไม่เคยมีสัจจะสำหรับคนๆ นี้
เคยพร่ำว่าจะไม่ยุ่งการเมืองมากี่ครั้ง แต่ก็ไม่เคยเลิกรา

พวกเราจะปล่อยให้ทุกอย่างมันสายเกินจะแก้ไขไม่ได้ครับ
ถ้าปล่อยให้ฝ่ายทักษิณกลับมามีอำนาจได้ ก็อย่าหวังว่าจะมีใครมาล้มเขาได้อีกครับ
จะให้เขาเข้ามาโกงกินทำความเสียหายให้ประเทศชาติไม่ได้อีกแล้วครับ
และจะไม่มีทหารคนไหนคิดยึดอำนาจรัฐประหารอีกครับ
หากเราคนไทยไม่คิดป้องกันเอาไว้

‘บิ๊กตู่’ ร่ายยาวผลงานให้คนไทยในสหรัฐฯ ฟัง ลั่นทำเพื่อชาติ ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ‘ใครจะไล่ได้ก็ไล่ไป’

นายกฯ พบคนไทยในสหรัฐฯ ขอให้รักบ้านเกิด ลั่น ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ใครจะไล่ได้ก็ไล่ไป รับถูกจับตาเยือนสหรัฐฯ เลือกข้าง ยันยึดหลักไม่ขัดแย้งใคร ขออย่าไปฟังพวกไม่มีชาติ

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 65 ตามเวลา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พบปะชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐ ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน - สหรัฐฯ (สมัยพิเศษ) โดย นายกรัฐมนตรี ได้นำคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาลมาเปิด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราอยู่ท่ามกลางคนไทยด้วยกัน คนไทยเรามีคติว่า ไม่ว่าจะอยู่ไหนคนไทยต้องรักกัน วันนี้อยากจะมาพบ มาพูดคุย สิ่งสำคัญที่สุดคือเป็นกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯ ต้องไปสู้อีกหลายการประชุมด้วยกัน จะไปร่วมพูดคุยว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยสามารถเดินไปข้างหน้าให้ได้ เพราะเป็นประเทศที่ค่อนข้างมีศักยภาพในอาเซียน และทุกคนก็มองว่าประเทศไทยเป็นแกนกลางของอาเซียน เพราะมีคน มีพื้นที่ มีความเจริญเติบโตต่างๆ ที่จะสามารถเติบโตได้เร็วขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งแรกที่ตนมาเจอกันวันนี้คือยินดี สิ่งที่สองตนอยากฝากไว้ด้วยว่า ท่านเป็นตัวแทนของคนไทยในต่างประเทศ เพราะฉะนั้นต้องทำหน้าที่เพื่อแผ่นดินเกิดของท่าน รวมไปถึงหน้าที่ที่สอง ที่มีหน้าที่ต่อประเทศของท่านในเวลานี้ ที่มาอยู่ที่นี่ อาจจะเป็นสัญชาติอะไรในทำนองนี้และสิ่งสำคัญคือลูกหลาน จะทำอย่างไรให้ไม่ลืมบ้านเกิดของเรา ไม่ลืมบ้านเกิดของต้นตระกูล วันนี้จะเห็นว่าหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปเยอะ โลกปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด การทำงานก็ไม่ได้ง่ายนัก สิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการที่จะเสพหรืออ่านเชื่อหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนเข้ามาทำงานอยู่หลายปี ผ่านวันเวลาเหล่านั้นมาอย่างอดทน อดทนเพื่อให้ทุกอย่างมันดีขึ้น แต่สุดแล้วแต่ว่าประชาชนจะว่าอย่างไร แต่ตนจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โดยจะต้องไม่ทุจริต ไม่แสวงหาผลประโยชน์ ไม่ทำอะไรที่ผิด นี่คือเป้าหมายของตน ว่าตนทำเพื่อใคร เพื่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้ทำเพื่อตนเอง เพื่อตระกูลตน หรือเพื่อใครสักคนเลย ตนไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ตนรับราชการมาจนเกษียณอายุราชการด้วยความภาคภูมิใจ และหลังจากนั้นก็กลายมาเป็นนักการเมืองโดยจำเป็น

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่า การเดินทางมาประชุมอาเซียน - สหรัฐฯ (สมัยพิเศษ) ครั้งนี้ หลายคนก็จับตาว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีจะมาพูดอะไร จะไปอยู่ข้างไหน เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ทำอย่างไรประเทศของเราจะไม่เสียหาย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเคารพกติกาของเขาด้วย นั่นคือหลักการของเรา ไม่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น ต้องว่าไปตามหลักการ นอกจากนี้ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เราเดินทางร่วมประชุมในเรื่องนี้ รวมไปถึงมีความสัมพันธ์ร่วมกันกว่า 200 กว่าปี ถือเป็นความสัมพันธ์พิเศษ ซึ่งประเทศไทยไม่เคยทำกับใครในโลกใบนี้ มีแต่ไทยกับสหรัฐฯ ที่ถือว่าได้สิทธิประโยชน์เท่าเทียมคนไทยทุกคน นั่นคือความเป็นมาของเรา โดยการประชุมจะมีการหารือในหลากหลายมิติ ทั้งเรื่องการค้าการลงทุน การฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 เศรษฐกิจดิจิทัล และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะได้พบปะกับผู้นำอาเซียน และผู้นำสหรัฐรวมถึงอีกหลายหน่วยงาน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในประเทศก็ดีขึ้น ประเทศไทยได้รับความชื่นชมและเป็นลำดับต้นๆ ของโลก บางอย่างอันดับ 1 ของโลก แต่ในประเทศด่าตนเรื่อย ด่าทุกวัน ย้ำว่าไม่มีอะไรที่ทุกคนพอใจ แต่ทำให้มากที่สุดให้ดีที่สุด นั่นคือนโยบายของตน ซึ่งหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมนายกฯ ต้องประกาศเอง นายกฯ ไม่ใช่หมอ แต่นายกฯ เป็นผู้บริหารถ้าให้หมอทำคนเดียวเขาทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะเขาสั่งทหารไม่ได้ สั่งเจ้าหน้าที่มหาดไทยไม่ได้ พอตนบูรณาการตรงนี้ก็หาว่าเผด็จการไปอีก ทั้งที่ทุกประเทศทำแบบนี้หมด อยากจะบอกว่าเขาเลียนแบบตนด้วยซ้ำไป

'อรรถวิชช์' ลุยค้านสัมปทานเหมืองแร่ปูนซีเมนต์ ป่าต้นน้ำ 'มวกเหล็ก-เขาใหญ่' ในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1A

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ร่วมเวทีประชาพิจารณ์คัดค้านการทำเหมือนแร่ปูนซีเมนต์ของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) คำขอประทานบัตรที่ 100/2558 ในพื้นที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย และ ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

เลขาธิการพรรคกล้า เปิดเผยว่า ถ้าตั้งใจดูแผนที่ช้าๆ ชัดๆ จะเห็นว่า แปลงสัมปทานที่ 100/2558 ที่จะเป็นเหมืองนั้น ตั้งอยู่บนป่าต้นน้ำ 1A โดยชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ (Watershed classification) ชั้น 1A ในทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม จัดว่าเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำที่มีคุณภาพสมบูรณ์ที่สุด ควรสงวนรักษาไว้เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารโดยเฉพาะ 

‘ณธีภัสร์’ ส.ส.ก้าวไกล รายงานตัว สน.ลุมพินี คดีฝ่า ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ร่วมม็อบ ‘สมรสเท่าเทียม’

ณธีภัสร์ ก้าวไกล จวก รัฐบาลใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ริดรอนสิทธิตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ยืนยัน ร่วมสู้ไปกับผู้ต้องหาอีก 19 คน เพื่อผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม 

ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนผู้มีความหลากหลายทางเพศ พรรคก้าวไกล เดินทางไปพบตำรวจ สน.ลุมพินี ตามหมายเรียก จากข้อกล่าวหาฝ่าฝืน ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ กรณีการชุมนุมที่แยกราษฎรประสงค์ เพื่อเรียกร้องการสมรสเท่าเทียม หรือ #ม็อบ28พฤศจิกา โดยมี ณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, ใธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนผู้มีความหลากหลายทางเพศ, เบญจา แสงจันทร์, วรรณวิภา ไม้สน และกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ไปร่วมให้กำลังใจ

ณธีภัสร์ กล่าวว่า รัฐบาลใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการริดรอนสิทธิการแสดงออกหรือสิทธิการชุมนุมของประชาชนซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว และปัจจุบันยังคงใช้อยู่ มีผู้ที่ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ เป็นจำนวนมากทั้งที่ควรยกเลิกไปได้แล้ว 

“วันนี้มาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและแสดงเจตจำนงว่าไม่หลบหนี ยืนยันว่าจะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมร่วมไปกับพี่น้องประชาชนอีก 19 คน ที่โดนคดีเดียวกันจากการไปร่วม ม็อบสมรสเท่าเทียม คดีนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะพวกเราไปเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมีสิทธิสร้างครอบครัวและได้สิทธิสมรสอย่างที่ควรได้ ซึ่งบางคนโดนหมายไปแล้วหลายคดี แต่พวกเขายังยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่ลดละ” 

ณธีภัสร์ กล่าวต่อว่า เมื่อประชาชนต่อสู้และเพื่อให้การต่อสู้ของพวกเขาไม่สูญเปล่า จึงหวังว่า ในวันที่ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม กลับเข้าสู่สภาอีกครั้ง ส.ส.ที่พี่น้องประชาชนไว้วางใจให้เป็นตัวแทนปากเสียงของพวกเขาและทุกท่านที่เคยอภิปรายสนับสนุน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ในครั้งก่อน จะไม่ผิดสัญญากับผู้มีความหลากหลายทางเพศ กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะต้องไม่ถูกปัดตก กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะต้องไม่ถูกบิดเบือนให้เป็นกฎหมายฉบับอื่นที่ริดรอนสิทธิความเสมอภาคและความเป็นมนุษย์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ 

“สร้างอนาคตไทย” ลุยใต้ พบ 15 กลุ่มอาชีพถิ่นเมืองคอน ถาวรวัฒน์-วารินทร์ ยกขบวนมวลชนกว่า 500 ชีวิต ฝากความหวังสร้างอนาคตเศรษฐกิจใต้แก้ปัญหาปากท้องประชาชน

วันนี้ (13 พฤษภาคม 65) ที่หอประชุมสถาบันการเงินชุมชนบ้านวังไทร อำเภอทุ่งสง นครศรีธรรมราช นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และทีมผู้บริหารพรรค อาทิ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคและประธานภาคใต้ นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรค นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคและประธานภาคกลาง นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ กรรมการบริหารพรรคสร้างอนาคตไทย และนายบุญส่ง ชเลธร รองเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 

โดยมีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และนางสาววารินทร์ ชินวงศ์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ยกขบวน 15 กลุ่มอาชีพท้องถิ่น และประชาชน 500 คน พื้นที่อำเภอทุ่งสง เข้าพบรับฟังนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจแก้จนคนภาคใต้ ด้านชุมชนหนุนพรรคแก้ปัญหาเศรษฐกิจคนใต้ วอนส่งเสริมอาชีพรากหญ้า พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม แก้ปัญหาปากท้องประชาชน

นายอุตตม กล่าวว่า การเดินทางมาที่สถาบันการเงินชุมชนบ้านวังไทร ก็เพื่อมารับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน นำไปประกอบกับนโยบายหลักของพรรค ที่มุ่งเน้นในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และกิจกรรมต่างๆ ของสถาบันการเงินบ้านวังไทร ก็เป็นโมเดลต้นแบบที่ดีในการนำไปต่อยอดพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ ที่จะทำให้นโยบายที่ออกมาสามารถตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง  

“ผมเดินทางมาที่บ้านวังไทรเป็นครั้งที่สอง จากครั้งแรกเดินทางมาสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อต้นปี 2563 โดยวันนี้พบว่าสถาบันการเงินชุมชนบ้านวังไทร มีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยน่าสนใจ เพราะแม้เศรษฐกิจในภาพรวมประเทศ จะเผชิญกับปัญหามากมายในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะผลกระทบที่ได้รับจากการระบาดของโควิด แต่สถาบันการเงินแห่งนี้กลับมียอดสินทรัพย์เพิ่มขึ้น จากการดำเนินกิจกรรมที่เข้มแข็งในพื้นที่เอง”

พรรคสร้างอนาคตไทยคิดว่า การสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งต้องเริ่มจากชุมชน แต่หลายอย่างต้องต่อยอดพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ ภาคใต้มีศักยภาพแต่ยังไม่สามารถศักยภาพตัวเองมาใช้ได้อย่างเต็มที่ พรรคตั้งใจจะเข้ามาต่อยอดศักยภาพที่มีอยู่ ทั้งการเกษตร การท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม โดยพรรคมีบุคลากรที่มีความพร้อมและเชี่ยวชาญการทำงานด้านฐานราก ที่จะขับเคลื่อนความเข็มแข็งให้พี่น้องประชาชน

“พื้นที่นครศรีธรรมราชมีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ดังนั้นเราต้องเชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้เป็นโครงข่ายระหว่างฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย เพื่อถ่ายเทนักท่องเที่ยวให้หมุนเวียนทั่วทุกพื้นที่ ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกัน เพื่อยกระดับความเข้มแข็งร่วมกันในภาพรวม”   

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กองทุนหมู่บ้านเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก พรรคสร้างอนาคตไทยจะใช้กลไกที่มีประสิทธิภาพนี้ให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากท่ามกลางภาวะวิกฤตเช่นนี้ นอกจากนี้คณะทำงานด้านนโยบายของพรรคยังได้พิจารณาเครื่องมืออื่นๆ กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐที่มีอยู่ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคาร ธกส. รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมอย่างเช่น พอช. ที่จะต้องเข้ามาบูรณาการร่วมกัน 

โดยรัฐเป็นผู้นำนโยบายผลักดันให้เม็ดเงินและความเข้มแข็งของการพัฒนาลงไปให้ถึงระบบเศรษฐกิจฐานรากให้ได้ แต่ทั้งหมดจะต้องเกิดจากการที่พี่น้องฐานรากมีความเข้มแข็งด้วยตัวเองจากภายในขึ้นมา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ พรรคจะออกเป็นแคมเปญนโยบายมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อการทำงานในอนาคต และการที่พรรคมาที่นี่เพื่อมาติดตามสิ่งที่เคยทำไว้ในอดีตมีอะไรที่ต้องเพิ่มเติมเพื่อนำไปปรับเป็นนโยบายที่เหมาะสมให้ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง

'หมอระวี' เชื่อ!! ชัยชนะของ 'ชัชชาติ' จุดเริ่มต้นยุทธการกินทีละคำของทักษิณ

นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ 'เลือกใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ดี?' โดยระบุว่า...

มีเพื่อนส่งข้อความมาให้ผมทาง LINE อ่านแล้ว รู้สึกว่าใช่เลย ผมจึงขอถ่ายทอดให้พี่น้องชาวพลังธรรมใหม่และชาว กทม.ทุกท่าน ต่อครับ

จากโพลทุกสำนัก รายงานว่า คุณชัชชาติ นำโด่งมาโดยตลอดตั้งแต่แรก จนถึงโค้งสุดท้าย ในขณะนี้ ชัยชนะของคุณชัชชาติ อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

ชัยชนะของคุณชัชชาติ คือ การเริ่มต้นแลนด์สไลด์ที่ กทม. เป็นการแลนด์สไลด์ตามยุทธการกินทีละคำของทักษิณ

เริ่มจากคำแรก คือการหลอกล่อให้พรรคใหญ่ตกหลุมในการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 

กินคำที่สองก็คือ ชนะแลนด์สไลด์ในกรรมาธิการแก้กฎหมายลูกให้คิด ส.ส.บัญชีรายชื่อโดยการหารด้วย 100 และยกเลิกระบบ ส.ส.พึงมี และระบบทุกคะแนนเสียงไม่ตกน้ำ 

คำที่สาม ก็คือการแลนด์สไลด์ในการเลือกผู้ว่าฯ กทม.

คำที่สี่ ที่กำลังล็อบบี้ ส.ส.ในสภาให้ทำการคว่ำนายกฯ สภาให้ได้ เพราะถ้าสามารถทำได้ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่มีหัวหน้าพรรคการเมืองใดมาแข่งกับอุ๊งอิ๊งได้

คำที่ห้า คือการชนะเลือกตั้งทั่วไปแบบแลนด์สไลด์ ได้ ส.ส. 253 คน และพรรคเพื่อไทยเข้าเป็นรัฐบาล 

ปูทางสู่การกินคำที่หก ซึ่งเป็นคำสุดท้าย ซึ่งก็คือการออก พรบ.นิรโทษกรรมให้ทักษิณกลับบ้านมาอย่างหล่อๆ 

'กรณ์' ถามถึงว่าที่ผู้ว่าฯ 'ปัญหาตึกสูงในซอยแคบ' จะอยู่ข้างทุนอสังหาฯ หรือประชาชน

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาการก่อสร้างตึกสูงในซอยแคบ โดยระบุว่า ประเด็นปัญหาไม่ต่างกับเรื่องร้องเรียนที่ตนเคยได้รับจากพื้นที่บริเวณจตุจักร สาทร ยานนาวา คลองเตย และเขตอื่น ๆ และครั้งนี้เกิดที่ย่านสุขุมวิท ชาวบ้านขาดที่พึ่ง ซอยแคบ ท่อระบายน้ำเล็ก เคยอยู่กันเงียบๆ 50 ครัวเรือน อยู่ดีๆ คอนโดยักษ์มาผุด กลายเป็น 500 ครัวเรือน แต่สร้างที่จอดรถแค่ 250 คัน บังลมบังแดดคนที่เขาอยู่ในบ้านเล็กบ้านน้อย ผู้ได้ประโยชน์คือเจ้าของบริษัทพัฒนาที่ดิน ซึ่งบ้านอยู่ไหนไม่ทราบ แต่ทิ้งปัญหาจราจร มลพิษ และความเดือดร้อนไว้ให้ชาวบ้านนับร้อยนับพันคน

“เหลือ 7 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ชาวบ้านรอความชัดเจนของผู้สมัครผู้ว่าทุกคน เขาอยากรู้ว่ามีใครจริงใจ และพร้อมเอาจริงกับเรื่องนี้บ้าง คนกรุงเทพฯ จำนวนมากยังไม่ตัดสินใจ เรื่องนี้จะส่งผลให้ ‘พลังเงียบ’ เลือกได้ พรรคกล้าเรามีผู้สมัคร ส.ก.อยู่ 12 คน เราจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในสภากทม. เราจะรื้อข้อบัญญัติตึกสูงกรุงเทพฯ เพื่อยุติปัญหาการสร้างคอนโดสูงในซอยเล็กอย่างแน่นอน” หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว

สำหรับการดำเนินการนั้น นายกรณ์ ระบุว่า เราจะปรับวิธีการทำ EIA ให้เป็นอิสระจาก กทม. และปลอดผลประโยชน์จากนายทุน, เราจะยกเลิกสิทธิของบริษัทพัฒนาในการเริ่มก่อสร้างก่อนที่จะมีการออกใบอนุญาต, เราจะคัดค้านข้อเสนอการแก้ผังเมืองที่จะนำไปสู่การลดสัดส่วนที่จอดรถในคอนโด เว้นแต่โครงการติดรถไฟฟ้าเท่านั้น, เราจะยืนยันคำพิพากษาศาล ความกว้างของถนนที่ใช้เป็นตัวกำหนดความสูงของตึก ต้องเป็นส่วนที่ ‘รถวิ่งได้จริง’ ไม่เอาคู คลอง หรือเสาไฟฟ้ามานับรวมด้วย และเราจะเร่งผลักดันโครงการสร้างบึงรับนํ้าคู้บอนและบางชัน ซึ่งเป็น 2 โครงการลดปัญหานํ้าท่วมสำคัญ แต่ กทม. ถ่วงเวลามายาวนาน และนายทุนยื้อเพราะหวังใช้พื้นที่พัฒนาหมู่บ้าน

“จุดยืนเรื่องนี้จะเป็นสิ่งยืนยันว่า ว่าที่ผู้ว่าฯ จะทำเพื่อคนกรุงเทพฯ หรือเพื่อนายทุนอสังหาฯ !? ขอถามดังๆ ไปยัง ว่าที่ผู้ว่าฯ ทุกคนครับ” หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว 

ไม่ได้โม้!! เปิดใจ 'สมรักษ์' ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พปชร. ใต้บริบทของ ส.ส. ที่ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

เป็นอีกความฮือฮา เมื่อวีรบุรุษนักชกเหรียญทองโอลิมปิก 1996 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา อย่าง 'นาวาตรี สมรักษ์ คำสิงห์' ได้เปิดตัวเป็น ว่าที่ผู้สมัครส.ส. เขต 10 จังหวัดขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ 

แน่นอนว่าการเปิดตัวครั้งนี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลายแง่มุมในโลกโซเชียล

อย่างไรก็ตาม สมรักษ์ คำสิงห์ ก็ได้คลายปมเหตุของการลงเล่นการเมืองไว้กับช่องยูทูบ 'มอสทะเล Mos Tha-lay Channel' ระบุว่า...

>> การเมือง...อีกเรื่องที่อยากทำ!!
จริงๆ แล้ว ผมคิดจะเล่นการเมืองตั้งแต่ปี 54 แล้ว แต่ตอนนั้นชีวิตส่วนตัวไม่ยังเข้าที่เข้าทาง จึงต้องพักไปก่อน แล้วตอนนี้มีโอกาสแล้ว จึงตัดสินใจลงเล่นการเมือง เพียงแต่ครอบครัวก็ยังไม่เห็นเท่าไร

>> พรรคไหนไม่สำคัญ!! ขอแค่ให้โอกาสไปทำงานพัฒนาท้องถิ่นเป็นพอ!!
ส่วนตัวมองว่าถ้าพรรคไหนเห็นความสำคัญของเรา เห็นว่าเราเป็นตัวแทนหมู่บ้านได้ ไปพัฒนาท้องถิ่นได้ เราก็น่าจะไปนะ เพราะจริงๆ แล้ว ส.ส.คือตัวแทนของเขต ไม่ว่าใครก็เป็นส.ส.ได้ ขอแค่ประชาชนเลือกเข้าไป 

>> จุดประกาย!! ถวายตัวเองเพื่อพัฒนาบ้านเกิดก่อน!!
ตั้งแต่เกิดมาก็เจอบรรยากาศการเลือกตั้งมาเยอะ เจอ ส.ส.บ้านเรามาเยอะ ก็มีความคิดว่า...พอมีโอกาสก็อยากรับใช้บ้านเกิด อยากพัฒนาบ้านเกิด เลิกทำอาชีพนักมวยแล้ว แก่ตัวมาแล้ว ก็อยากสละตัวเองมาพัฒนาบ้านเกิด

>> สั่งสมประสบการณ์!!
หลายคนบอกว่าผมพูดไม่ชัด แต่ประสบการณ์ผมเยอะนะ หลายคนไม่รู้ว่าผมเป็นวิทยากรมาเยอะ ทั้งหน่วยงานราชการและในสถานกักกันนักโทษ

>> เจอได้ 24 ชม. ไม่ได้โม้!!
ผมสัมผัสพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่นมานาน ชาวบ้านก็เล่าให้ฟังเวลามาแวะเวียนเข้าไปหา ซึ่งผมก็ถามว่าทำไมไม่ไปหา ส.ส. คำตอบที่ชาวบ้านบอก คือ ส่วนมากพอได้ตำแหน่งแล้วก็หาตัวไม่เจอ ฉะนั้นผมจึงบอกอย่างแน่วแน่เลยว่า...กับผมเนี่ย เจอได้ตลอด 24 ชม. และถ้าโทรมาผมก็จะรับทุกสายเลย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top