Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

“กรณ์” เผยประชุมใหญ่ 2 ปี พรรคกล้าพรุ่งนี้ ย้ำเดินหน้าขับเคลื่อน ช่วยเหลือปากท้อง เพิ่มโอกาส สร้างรายได้ประชาชน ใช้พรรคเป็นแพลตฟอร์มรวมมืออาชีพ หาทางออกให้ประเทศ 

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการประชุมใหญ่พรรคกล้า วันพรุ่งนี้ (30 เม.ย.65) ว่า เป็นการประชุมใหญ่ประจำปี และเป็นจังหวะครบรอบประมาณ 2 ปี พรรคกล้าพอดี และเป็น 2 ปีที่ประชาชนเดือดร้อนมาโดยตลอด จำได้ว่าวันประชุมก่อตั้งพรรค คือช่วงก่อนล็อกดาวน์ครั้งแรกนิดเดียว จากนั้นพรรคกล้าก็มีโอกาสลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะสถานการณ์โควิด เศรษฐกิจปากท้อง สิ่งที่สัมผัสได้คือความเดือดร้อนของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ประชาชนต้องการวันนี้คือความหวังว่าในอนาคตจะดีขึ้น

นี่คือบทบาทและภาระหน้าที่ของพรรคกล้า ซึ่งวันพรุ่งนี้จะได้นำเสนอแนวความคิด ว่าจะสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างไร นี่คือหัวใจสำคัญ และพรรคกล้ามีความภาคภูมิใจที่มีโอกาสทำงานในฐานะพรรคการเมืองน้องใหม่ แม้ยังไม่มี ส.ส. แต่ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ด้วยความตั้งใจช่วยกันสร้างโอกาส สร้างความหวัง สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน 

ส่วนการเตรียมเปิดตัวทีมงาน หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ตอนนี้บริบททุกอย่างเปลี่ยนไปหมด โลกเปลี่ยนไปเยอะ ความคิดความต้องการของประชาชนก็เปลี่ยนไปด้วย วิธีการทำงานแบบเดิมๆใช้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ต้องเริ่มต้นเปลี่ยนการเมืองแบบเดิม เพราะไปต่อไม่ได้แล้วในยุคสมัยนี้ ต้องเป็นผู้ที่รู้จริง ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ผู้ที่ไม่ได้มานั่งรอการรายงานโดยราชการ ต้องคิดเองได้ และพร้อมตัดสินใจอย่างรวดเร็ว นี่คือการเมืองใหม่ที่ประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง คือสิ่งที่พรรคกล้าจะนำเสนอ และพร้อมเป็นแพลตฟอร์มให้กับผู้ที่มีความรู้ความสามารถ จากหลากหลายวิชาชีพ ที่จะมาช่วยกันนำเสนอทางออกและสร้างโอกาสให้ประเทศ 

"อรอนงค์"ไขก๊อก “กก.บห. ปชป.”รับผิดชอบ พิษ”ปริญญ์” ขณะที่อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ลาออกพ้นสมาชิกพรรค ประท้วง "จุรินทร์" ไม่รับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่ามา น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์  อดีตส.ส.กทม.และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหนังสือยื่นใบลาออกจากการเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ซึ่งมีผลให้น.ส.อรอนงค์ พ้นจากกก.บห.ทันที  ทั้งนี้เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองต่อกรณีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรงและกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์อย่างปฎิเสธไม่ได้ 

ทั้งนี้ น.ส.อรอนงค์ เป็น1ใน7กรรมการบริหารพรรคผู้หญิงคนที่เคยตกเป็นข่าวว่าจะลาออก แต่เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวถูกนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ขอร้องไว้ จึงได้ชะลอการยื่นใบลาออกไว้ก่อน จนในที่สุดน.ส.อรอนงค์ก็ลาออกจนได้ 

'ดร.อานนท์' เล่าบรรยากาศ เจอ 'เพนกวิ้น' ที่ศาล เดียวดายหน้าบัลลังก์ ไร้เงากองเชียร์เหมือนก่อน

(29 เม.ย. 65) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า กองเชียร์สามกีบที่หายไป ปล่อยให้เพนกวิ้นเดียวดายหน้าบัลลังก์ศาล 

ผมไปศาลอาญารัชดาเช้านี้ คดี มาตรา 112 ที่เพนกวิ้นเป็นจำเลย เคยไปมาหลายครั้งแล้ว แต่เพนกวิ้นไม่มาศาล อ้างว่าป่วย แต่มีใบแพทย์จากกรมราชฑัณฑ์ว่าไม่ป่วย และแต่ก่อนทุกครั้งที่ไปจะมีมวลชนสามกีบมากมาย ตำรวจต้องกั้น และต้องดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด ตรวจสแกนบัตรประชาชนอย่างละเอียด และห้ามม็อบสามกีบเข้ามาในเขตรั้วศาล แต่วันนี้เงียบเหงามาก ม็อบสามกีบไม่มี ตำรวจไม่มา ไม่ได้กั้นอะไร และเพนกวิ้นก็มาแบบเงียบๆ กับน้องสาวและทนายอย่างเดียวดายหน้าบัลลังก์ ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาครับ

จบการรายงานข่าว


ที่มา : https://www.facebook.com/784302727/posts/10160138108707728/

กทม. ประกาศพร้อมจัดการเลือกตั้ง เล็งถก ศบค. หาแนวทางให้คนติดโควิดได้เลือกตั้ง

กทม.พร้อมจัดการเลือกตั้ง เตรียมหารือ ศบค. แนวทางดำเนินการสำหรับผู้มีสิทธิที่ติดโควิด-19

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 65 นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจความพร้อมการเตรียมเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ณ สำนักงานเขตดินแดง และสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยมีนายสมชัย สุรกาญจน์กุล ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร และคณะ พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในการตรวจความพร้อมการเตรียมเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามแผนงานที่วางไว้ ได้แนะนำเรื่องการเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ การดูแลประชาชนที่มาติดต่อราชการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ระมัดระวังปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิมาใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมถึงจะมีการจัดทำเว็บไซต์ที่แจ้งรายละเอียดของผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าตนจะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ไหนเพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

‘สมศักดิ์’ เหน็บพรรคเล็กปั่นค่าตัว ไม่เชื่อดีลส.ส. 5-30 ล้าน คว่ำรัฐบาล

‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ เหน็บพรรคเล็กปั่นค่าตัว ไม่เชื่อดีลส.ส. 5-30 ล้าน คว่ำรัฐบาล เหตุไม่คุ้มอายุที่เหลืออยู่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพปชร. ให้สัมภาษณ์กระแสข่าวพรรคเล็กไปรับประทานอาหารกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการหารือเรื่องล้มรัฐบาลในสภาฯ ว่า เรื่องของพรรคเล็กหรือฝ่ายค้าน ถ้าทบทวนดูจะเห็นว่าปีสุดท้ายของรัฐบาลจะเป็นแบบนี้ เพราะฝ่ายค้านก็จะต้องติดตามงานของรัฐบาล ขณะที่เราก็ต้องเร่งงานของเราให้ออกมาเป็นรูปธรรม ส่วนพรรคเล็กถ้าเขาไม่ออกมาพูดหรือมีบทบาทในช่วงปีสุดท้ายเพื่อทำให้มีราคาเขาก็ไม่มีราคา

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าการ ไปหารือกับฝ่ายค้านหวังจะล้มรัฐบาลใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการเมืองพรรคเล็ก พรรคใหญ่ต้องคุยกัน ต้องหารือกัน พรรคเดียวกันก็ต้องสามัคคี มีความคิดที่ตกผลึกออกมาเป็นแนวทางเดียวกัน ไม่ใช่ไปคนละทิศคนละทาง

‘อรรถวิชช์’ ท้าแคนดิเดตผู้ว่าฯ สางปัญหาบ้านมั่นคง ชี้ ชาวบ้านผ่อนไม่ไหว เสนอให้เช่าที่ดินมั่นคงแทน

‘อรรถวิชช์’ ท้า แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. กล้าหรือไม่ เข้ามาดูปัญหาบ้านมั่นคงริมคลองเปรม หลายบ้านผ่อนไม่ไหว ไม่อยากเข้าโครงการ เสนอให้เช่าที่ดินมั่นคงแทน แก้ปัญหาไม่ต้องสร้างที่อยู่ใหม่

ชาวบ้านชุมชนริมคลองเปรมประชากร พื้นที่เขตจตุจักร ดอนเมือง หลักสี่ รวมตัวกันสะท้อนปัญหาโครงการบ้านมั่นคง ผ่านการทำ Workshop ร่วมกับนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า และทีมงานพรรคกล้า และได้พบปัญหาหลายจนทำให้โครงการช่วยเหลือกลายเป็นภาระให้กับชาวบ้านหลายคน

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า จากการทำพูดคุยทำ Workshop ร่วมกัน เกี่ยวกับปัญหาที่อยู่อาศัยริมคลองเปรมประชากร โครงการบ้านมั่นคงที่มีจุดประสงค์ช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ชาวบ้านบางส่วนตอบรับยอมผ่อนบ้านใหม่ แต่อีกส่วนผ่อนบ้านปลูกใหม่ไม่ได้จริงๆ ซึ่งเป็นผลจากกติกาที่เป็นปัญหา 

‘เพชร กรุณพล’ ลั่น อย่าใช้มาตรฐานปชป.ตัดสิน หลัง ‘บุญยอด’ โจมตี ‘พิธา’ หาเสียงเกินจริง

‘เพชร กรุณพล’ สวน ‘บุญยอด’ อย่าใช้มาตรฐาน ปชป.ตัดสิน หลังโจมตี ‘พิธา’ หาเสียงเกินจริง ย้ำ 4 นโยบายก้าวไกล ถ้าเป็นรัฐบาลทำได้ทันที 

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ วิพากษ์วิจารณ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในเรื่อง 4 นโยบายที่สามารถทำได้ทันที หากได้เป็นพรรคใหญ่ในรัฐบาล ได้แก่ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า และรัฐสวัสดิการ เป็นการหาเสียงเกินจริงและไม่สามารถทำได้ตามใจหรือทันที ว่า นายบุญยอดคงตัดสินจากมาตรฐานพรรคที่ตนเองสังกัด ซึ่งต้องอาศัยอำนาจนอกระบบหรืออำนาจจากเผด็จการให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาล จึงไม่สามารถมีนโยบายที่ยึดโยงกับประโยชน์ของประชาชนออกมาได้ แม้กระทั่งการหาเสียงก็ต้องโกหกประชาชนว่าจะไม่ร่วมกับเผด็จการ แต่สุดท้ายก็ไปโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ได้มีตำแหน่งในรัฐบาล แต่พอมีอำนาจกลับไม่สนใจที่จะแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมและฉุดรั้งไม่ให้ประเทศนี้มีการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเสมอภาคเป็นธรรมและทั่วถึง คอยอุ้มแต่ทุนใหญ่ ทั้งที่เป็นผู้ดูแลกระทรวงสำคัญ ได้แก่ กระทรงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายกรุณพล กล่าวต่อว่า การกล่าวหาว่านายพิธาไม่เข้าใจการแก้ไขกฎหมายในระบบรัฐสภา นายบุญยอดจะเอามาตรฐานพรรคตัวเองมาตัดสินพรรคอื่นไม่ได้ เพราะพรรคเสียงข้างมากในสภาที่มีเจตจำนงทางการเมือง ย่อมมีความสามารถพอในการแก้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมได้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสมัยที่พรรคของนายบุญยอดเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก จึงไม่สามารถแก้กฎหมายหรือผลักดันนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เลย เพราะไม่เคยคิดชนะการเลือกตั้งด้วยนโยบาย จนในที่สุดประชาชนเสื่อมศรัทธา ความนิยมตกต่ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน ต้องเผชิญกับปัญหาความวุ่นวายภายในพรรค ทำให้มีแต่คนเดินออกเป็นว่าเล่นดังทุกวันนี้

'เพื่อไทย' อัด ‘บิ๊กตู่’ แก้ปัญหาของแพงล้มเหลว แนะถอยได้แล้ว ก่อนประชาชนลุกฮือไล่

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส. กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยทั้งประเทศตกทุกข์ได้ยากอย่างแสนสาหัส จากการที่รัฐบาลนิ่งเฉย ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพ ในภาวะที่ประชาชนตกงาน เรียนจบไม่มีงานทำมาตั้งแต่ปี 63 จนถึงสิ้นปี 64 รวมมากกว่า 2 ล้านคน ขณะที่ในเดือนนี้รัฐทยอยเลิกอุดหนุนค่าพลังงาน ทั้งราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นลิตรละ 2 บาท กระทบกับต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก๊าซหุงต้มราคาปรับขึ้นอีก 15 บาทต่อถัง (15 กก.) และจะปรับขึ้นอีกในเดือนมิ.ย. อีก 15 บาท ทำให้ราคาอาหารปรับเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ส่วนค่าไฟฟ้าตั้งแต่เดือนนี้จนถึงส.ค.จะปรับขึ้นอยู่ที่หน่วยละ 4 บาทเป็นค่าไฟที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ต้นทุนการใช้ชีวิตของประชาชนแพงขึ้นทั้งหมด ปัญหากำลังทับถมรุมเร้าคนไทยให้จนมุม ไม่สามารถจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ แม้ทำงานมีรายได้ต่อวันหรือทำการเกษตร ก็ล้วนต้องทำมาเพื่อจ่ายไป ซ้ำที่หามาได้ยังไม่เพียงพอที่จะจ่ายค่าอาหารต่อวันด้วยซ้ำ ขณะที่รัฐบาล คณะรัฐมนตรีหรือแม้แต่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติ 

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพมี 2 วิธี ทำได้ทันที คือ 1.) ปรับลดกำไรของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 3 หน่วยงาน ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลง โดยในปี 63 กฟผ. มีกำไรสุทธิ 31,311 ล้านบาท ปี 64 กำไรอยู่ที่ 33,486 ล้านบาท ส่วน กฟน. มีกำไรในปี 62 อยู่ที่ 5,356 ล้านบาท ปี 63 กำไรเพิ่มขึ้น 5,922 ล้านบาท ส่วน กฟภ.มีกำไรในปี 63 อยู่ที่ 9,986 ล้านบาท ปี 64 อยู่ที่ 15,694 ล้านบาท 

2.) กระทรวงพาณิชย์ต้องเข้าไปบริหารจัดการราคาสินค้าที่ปลายทางซึ่งมีราคาสูง ขณะที่ผู้ผลิตอย่างเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน หรือผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคขายส่งสินค้าได้ในราคาที่ต่ำ ถูกกดราคา เรียกได้ว่าตอนนี้เป็นยุคคนผลิตขายจน คนซื้อของแพง

‘ชัชชาติ’ ยันไม่หวนคืนการเมืองสนามใหญ่ หลัง ‘วิษณุ’ ระบุติดลิสต์นายกฯ สำรอง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ยืนยันว่า จะไม่กลับไปเล่นการเมืองสนามใหญ่ หลังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า นายชัชชาติ เป็นผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีสำรอง ซึ่งไม่ทราบวิธีเอารายชื่อออก อีกทั้งตนเองมาทางการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชัดเจนแล้ว จึงขอมุ่งเน้นไปที่สนามผู้ว่าฯ กทม. พร้อมยืนยันว่าไม่เคยทำผิดกฎหมาย และไม่เคยซื้อเสียงเลือกตั้ง ซึ่งข่าวที่ปล่อยออกมาเป็นข่าวปลอม และมองว่าเริ่มมีการพยายามใส่ร้ายป้ายสี โดยขอให้แข่งขันกันที่นโยบาย


ที่มา : https://mgronline.com/uptodate/detail/9650000041973

ครม.ผุดแผนพัฒนาฯ ฉบับ 13 ตั้งเป้าหลัก 5 ข้อ ฉุดพ้นปท.รายได้ปานกลาง รายได้ต่อหัว 3 แสนบาท

เมื่อเวลา 13 .40 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่13 พ.ศ. 2566-2570 เพื่อทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเรามีการออกแบบแผนนี้มาจากฐานคิด 4  ประการ 

1.) เศรษฐกิจพอเพียง 
2.) ความสามารถในการที่จะล้มแล้วลุกให้ไว เดินไปข้างหน้าให้ได้ 
3.) เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ 
และ 4.) การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนวียน เศรษฐกิจสีเขียว  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top