Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

“บิ๊กตู่” ท้อตอบปมของข้าวของแพง “โว” ยังทำดีกว่าหลายประเทศ โทษโควิดเป็นเหตุ “แพลม”รอบหน้าถ้ามีโอกาสคัมแบ็ก จะปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ “ขอ”การเมืองเบาลงบ้าง ถึงกับอุดหูไม่ได้ยินคำถามเกี่ยวกับ “บิ๊กป้อม” 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้นหลายชนิด โดยเฉพาะไข่และบะหมี่สำเร็จรูป รัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างไร ว่า ที่ผ่านมาทุกคนทราบดีว่ารัฐบาลช่วยเหลืออะไรไปแล้วบ้าง แต่จะต้องหามาตรการที่เหมาะสมในการช่วยเหลือว่าทำอย่างไรราคาต้นทุนจะไม่สูงเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายไม่สูงขึ้นมาก แต่เข้าใจว่าปัจจุบันต้นทุนการผลิตสูงขึ้น อีกทั้งมาตรการการช่วยเหลืออะไรรัฐบาลจำเป็นต้องดูงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหนเพียงไร ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้หยุดนิ่ง ทุกเรื่องที่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นด้านแรงงาน ค่าแรง ราคาพลังงานต่างๆ ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงหามาตรการที่เหมาะสมก่อนที่จะเสนอมายังตนในฐานะนายกฯพิจารณา ที่ผ่านมาได้ให้แนวทางไปแล้วว่าจะทำอย่างไรให้บรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด แต่จะให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แบบเดิมคงไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน 

“หลายคนออกมาพูดผ่านสื่อว่ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อยากให้ไปดูประเทศอื่นด้วยว่าเขาก็แก้ได้น้อยกว่าเรา ประเทศไทยแก้ได้มากกว่าเขา แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ผมก็ยังไม่พอใจ แต่ปัญหาติดอยู่ที่ว่างบประมาณเรามีอยู่อย่างจำกัดด้วย ทำอะไรต้องมีหลักการ ไม่สร้างภาระไว้ในวันข้างหน้า อย่างที่เคยบอกไว้แล้วว่าทำอย่างไรให้เราอยู่รอดไปได้ก่อน อยู่รอดและปลอดภัยจากโควิด ปลอดภัยจากการดำเนินชีวิต และนำไปสู่ความพอเพียง สิ่งที่นายกฯกำลังคิดต่อไปคือ นโยบายของรัฐบาลในวันข้างหน้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง จากสถานการณ์ในวันนี้ถือเป็นบทเรียนได้ทราบว่าโลกเปลี่ยนไปแล้วทุกอย่าง จึงเป็นแนวทางที่รัฐบาลและตัวนายกฯต้องเตรียมการไว้ว่าจะดำเนินนโยบายของเราอย่างไรต่อไป ถ้ายังมีโอกาสได้อยู่และได้ทำ ก็เอาปัญหาทุกปัญหามาประมวล ซึ่งเป็นปัญหาของโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของความเหลื่อมล้ำ รายได้ อาชีพ วันนี้เมื่อโควิดเข้ามาทำให้แผนงานเดิมมีปัญหา จึงต้องแก้ทุกอย่าง ซึ่งการทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน ใช้งบประมาณสูงมาก ทั้งเรื่องสุขภาพ รายได้ ราคา ส่วนหนึ่งที่จะช่วยรัฐบาลได้มากที่สุด ก็ขอผู้ประกอบการทั้งหลายช่วยกันดูว่าการขึ้นราคาสินค้าบางอย่างเหมาะสมหรือไม่ แม้จะมีมาตรการของกระทรวงพาณิชย์บังคับอยู่แล้วก็ตาม อย่าลืมว่าการขึ้นราคาสินค้าต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ของเงินเฟ้อ รวมทั้งต้นทุนการผลิต ไม่ใช่ยังจะคงกำไรจำนวนมากเหมือนเดิม มันคงไม่ได้ วันนี้ต้องช่วยชาติและประชาชน รวมทั้งรัฐบาลกันบ้าง เพราะอย่าลืมว่ารายได้ของรัฐบาลก็มาจากผู้ประกอบการนักธุรกิจ หากรายได้ไม่ดี รายได้ของรัฐบาลก็ลดด้วย เพราะภาษีต้องลดลงทั้งหมด แล้วจะเอาเงินจากที่ไหน ทั้งๆ ที่เรามีการเตรียมการไว้หมดแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องของโควิดน่าจะดีกว่านี้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีการแอ็กชั่นในเรื่องราคาสินค้าอย่างไรบ้างเพื่อช่วยเหลือประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการทำกันอยู่หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการดูแลราคาสินค้า การผลิต แต่ทั้งหมดต้องลงลึกในรายละเอียด ไปพูดคุยกับบรรดาสมาคมผู้ประกอบการทั้งหลาย ถ้าทุกคนร้องเรียนกันมาทั้งหมด ซึ่งหน่วยงานที่จะต้องเข้าไปแก้ปัญหาก่อนคือ กระทรวงและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในกรอบของเขา แต่ถ้าเกินกำลังก็เสนอมายังนายกฯ ที่ผ่านมาได้ให้แนวทางไปแล้วว่าให้ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ เนื่องจากปัจจุบันร่อยหรอลงไปทุกที รัฐบาลพยายามดูแลให้ทั่วถึง ซึ่งต้องปรับในหลายๆ อย่างในวันข้างหน้าเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีกในอนาคต โลกมันเปลี่ยนเราต้องปรับ นโยบายของรัฐบาลและนโยบายการเมืองก็ต้องปรับทั้งหมด เพราะถ้าเราอยู่แบบนี้มันไปไม่ได้ หลายอย่างที่กำลังจะโตก็ต้องล้มและพังลงมา บางครั้งก็เป็นเพราะความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน 

" ธรรมนัส” รับ ทาบ "มิ่งขวัญ-  ธีระชัย" ร่วมทีมศก.เตือน เปิดสภาฯ ระวังมือที่มองไม่เห็น ซ่อนมีดอยู่ข้างหลัง ลั่น หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง ใช้รธน.ม. 272 วรรคสอง ดัน"นายกฯคนนอก"แก้วิกฤต ยก "บิ๊กป้อม"เป็นผู้นำประเทศได้ เหน็บ “เสี่ยเฮ้ง” ต้องเรียนรู้อีกเยอะ 

ที่ทำการพรรคเศรษฐกิจไทย อาคารยูทาวเวอร์ ถนนศรีนครินทร์  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย  ให้สัมภาษณ์ ถึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ว่า วันนี้ไม่มีวาระพิเศษ และไม่มีไฮไลต์อะไร ส่วนเรื่องทีมเศรษฐกิจของพรรค เมื่อถึงเวลาและเรามีความพร้อมจะเปิดตัวทั้งหมด โดยเป็นคนที่เป็นมืออาชีพ และจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง400 เขตเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่มีข่าวทาบทามนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และ นาย
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง มาเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคเศรษฐกิจไทย ยืนยันว่า ทางพรรคได้ทาบทามไปจริง แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  รวมทั้งอาจจะมีคนอื่นเพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนจะเป็นใครนั้นของดีไม่ควรเปิดเผยก่อน มิฉะนั้น ก็จะไม่เป็นของดี  ส่วนกรณีที่มีชื่อนายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลังนั้น พรรคไม่เคยทาบทาม 
 
ผู้สื่อข่าวถามเรื่องนายกฯสำรองมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดขึ้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ ยังไม่ได้มองไปถึงจุดนั้น โดยมองไปแค่จุดเดียวคือเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ก็ตาม เราต้องเตรียมพรรคให้พร้อม ส่วนเรื่องนายกฯสำรอง ตนไม่ทราบ 

เมื่อถามถึงกรณีมีบางคนเสนอชื่อให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)เป็นนายกฯ จะเป็นได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส  กล่าวว่า อยู่ที่ตัวพล.อ.ประวิตร หากถามว่าสามารถเป็นนายกฯได้หรือไม่ ความจริงก็เป็นได้ตลอดเวลา แต่ทุกอย่างอยู่ที่ตัวท่าน 

เมื่อถามย้ำว่า นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ระบุว่าให้ พล.อ.ประวิตร มาเป็นนายกฯ เพื่อแก้วิกฤต ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นายอดุลย์ คงมีความคิดที่อยากให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์และเดินหน้าแก้ไขปัญหาในทุกๆเรื่อง ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี 

เมื่อถามว่าถึงกรณีที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเกิดอุบัติเหตุการเมืองในสภาฯ มองเรื่องบัญชีนายกฯอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในความคิดเห็นของตน คงใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรค 2 สำหรับบุคคลที่จะเข้ามาแก้ไขในสถานการณ์นี้ได้ เมื่อถามย้ำว่านากยฯคนนอกคิดว่าใครมีความเหมาะสม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เมื่อถามอีกว่า พล.อ.ประวิตร จะเข้ามากุมบังเหียนรัฐบาลได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราไม่สามารถไประบุได้ ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ 

เมื่อถามถึงกรณีที่เสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรค2 หมายความว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ได้ รับการสนับสนุนในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรายังไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติในเรื่องใด ตนคิดว่าไวเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ และยังไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะยื่นเมื่อไหร่  

เมื่อถามว่าหากให้ร.อ.ธรรมนัส วิเคราะห์เสียงในสภาฯขณะนี้เป็นอย่างไร  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า "ตอนนี้ต้องพูดว่า มือที่มองไม่เห็นเยอะ  สภาฯยังไม่เปิดก็ยังไม่รู้ และเดี๋ยวสภาฯเกิดก็จะรู้ เพราะตอนนี้ทุกคนต่างซ่อนมีดไว้ข้างหลังตัวเองหมด จึงยังไม่รู้อะไรเป็นอะไร" 

เมื่อถามกรณีที่พรรคเล็ก นัดกินข้าว และพูดคุยกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานในฐานะผอ.พรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนมีประสบการณ์เรื่องนี้เยอะ แต่ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ 

เมื่อถามว่า บอกว่ามีประสบการณ์กับพรรคเล็กเยอะคือด้านไหน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าลืมว่า3-4 ปีที่ผ่านมา ตนเป็นคนดีลเรื่องพวกนี้ ฉะนั้นคิดว่ารู้ดีมากกว่าใคร มากกว่าคนที่พยายามเสนอตัวเป็นตัวกลางในการเคลียร์เรื่องนี้   เมื่อถามย้ำว่าการที่นายสุชาติ พูดถึงเรื่องกล้วยในวงรับประทานอาหารกับพรรคเล็กเหมือนจะเป็นการเหน็บไปถึงใครหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะพร้อมก่อนว่า” ผมว่ารัฐมนตรีเฮ้ง ต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด" 

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ จะเป็นหนังม้วนใหญ่ ที่ล้มรัฐบาลได้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ เราไม่รู้ว่าแต่ละพรรคไปหารืออะไรกันบ้าง แต่ถ้าเปิดประชุมสภาในวันที่22พ.ค.นี้ ก็จะรู้ ไม่มีความลับ ตอนนี้ยังไม่รู้เพราะแต่ละพรรคซ่อนความไม่ดีเอาไว้ 

บิ๊กป้อม นั่งหัวโต๊ะ คปต. ย้ำ ลดเหตุรุนแรง-เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้อง 3 จชต. 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( คปต.) ครั้งที่ 1/65  ที่ห้องประชุมสมช. เพื่อร่วมกันลดเหตุรุนแรงให้ชัดเจน และเร่งพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยที่ประชุมรับทราบ การดำเนินงานที่สำคัญ ประกอบด้วย 1. การแก้ไขปัญหาของกลุ่มบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฏร หรือ คนไร้สัญชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้(จชต.) ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ จำนวน 1,675 คน  โดย พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้ ศอ.บต. เข้าไปหนุนเสริม การทำงานของ มท.ให้รวดเร็วและรอบคอบขึ้น

2.การขับเคลื่อนงานของ คกก.ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหา จชต.ในด้านต่างๆ ทั้งการรับฟังและเสริมสร้างความร่วมมือในการปฏิบัติงานและสร้างสภาพแวดล้อมหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข  การสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศในการสนับสนุนการแก้ปัญหา การเสริมสร้างและพัฒนาอาชีพ มุ่งเน้นแรงงานในพื้นที่ไปทำงาน ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย พร้อมติดตามการพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่ ผ่านกลไกสภาสันติสุขตำบล รวมทั้งขับเคลื่อนบูรณาการการศึกษาด้วยสื่อนวัตกรรมและการเรียนการสอนหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนต้น ไม่ให้มีความซ้ำซ้อน มีมาตรฐานและเป็นไปตามความต้องการของคนในพื้นที่ 3.ความคืบหน้าโครงการเช่าระบบป้องกันความปลอดภัยเขตเมือง ด้วยระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ 6 อำเภอ โดย กอ.รมน.ภาค 4 สน.บูรณาการระบบกล้องของทุกหน่วยงาน การเชื่อมโยง การปรับจุดติดตั้งให้เหมาะสมและการติดตามการซ่อมบำรุงไม่ให้ชำรุด

‘พรรคสร้างอนาคตไทย’ ดันนโยบายพลังงาน ชู โซล่าเซลล์ในครัวเรือน จุดเปลี่ยน ‘ปากท้อง-ศก.ไทย’ ที่ต้องผลักดัน

‘สนธิรัตน์’ พร้อมดันนโยบาย ‘พลังงานเพื่อทุกคน’ หนุน ให้ปชช. สามารถติดตั้งโซล่าเซลล์ ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั่วประเทศ พร้อมขายคืนส่วนเกินให้รัฐได้ หวังแก้กฎหมายการเข้าถึงพลังงาน ให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของพลังงานเพื่อสร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่าย 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ว่าเป็นเรื่องเดียวกับปากท้องและเศรษฐกิจฐานราก หลังตกผลึกจากการลงพื้นที่ ที่ศูนย์การเรียนรู้พลังงานทดแทนโรงเรียนเชตวัน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยได้ผลสรุป ดังนี้…

1.) พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในครัวเรือน
2.) การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งพลังงานจะช่วยต่อยอดให้เกิดรายได้ที่ชุมชนและฐานราก
3.) การเชื่อมการเข้าถึงพลังงานและการพัฒนาอาชีพท้องถิ่น จะนำมาซึ่งความเข้มแข็งทั้งในส่วนของชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้ในที่สุด

คลังหนุนรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมลดภาษี ดึงราคาลงคนซื้อได้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิต ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งบริษัทฯ มีแผนงานที่จะจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น bZ4X โดยจะได้รับสิทธิลดอากรศุลกากร ลดภาษีสรรพสามิตและรับเงินอุดหนุน เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้บริโภคให้สามารถเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้

นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตามที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติเสนอ โดยคาดว่าภายในปี 2565 จะมีบริษัทผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้นำเข้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ BEV เข้าร่วมลงนามในข้อตกลงเข้าร่วมมาตรการฯ กับกรมสรรพสามิตอีกไม่น้อยกว่า 5 ราย

สำหรับมาตรการส่งเสริมครั้งนี้ กำหนดให้ส่งเสริมให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยการใช้มาตรการทางภาษี ได้แก่ การลดภาษีสรรพสามิต และการลดอากรศุลกากร และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ได้แก่ การให้เงินอุดหนุน (มาตรการระยะสั้น ปี 2565 ถึง 2568) และสนับสนุนให้ราคาของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มีราคาลดลงใกล้เคียงกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ประเภทเครื่องยนต์สันดาปภายใน

“พี่เอ้” เดินขอคะแนน เขตลาดกระบัง ย้ำผูกพันเหมือนบ้าน ลั่นหากเป็นผู้ว่าฯ จะบัญชาการแก้ปัญหาน้ำท่วมเอง

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.มารีญา ฤกษ์ดี (ดาหวัน) ผู้สมัคร ส.ก. เขตลาดกระบัง หมายเลข 6 เดินหาเสียง ที่ตลาดหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง  ซึ่งเป็นเขตใหญ่เขตหนึ่งใน กทม. ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมาตลอด 30 ปี  

โดยนายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนอยู่ที่เขตลาดกระบัง มาตั้งแต่อายุ 17-18 ปี ตั้งแต่ 30 กว่าปีก่อน เขตลาดกระบังจมน้ำและไม่ดีขึ้นเลย และเคยเป็นอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง สร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหาร สร้างเครื่องมือแพทย์ดูแลพี่น้องประชาชนทุกคน ทำศูนย์ฉีดวัคซีนต่อสู้โควิดเคียงบ่าเคียงไหล่ ทำ Home Isolation ร่วมกัน วันนี้มีความมุ่งมั่นและขออาสาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ  ถึงเวลาแล้วกรุงเทพฯ ต้องเปลี่ยน

“เขตบ้านผมเขตลาดกระบัง กี่ปีๆ ก็ไม่เคยได้รับการดูแล พอสร้างถนนอ่อนนุช สร้างแล้วเดือดร้อนแค่ไหน สร้างก็ไม่เสร็จสักที มีปัญหารถติด และฝนกำลังจะมา ลาดกระบังเป็นพื้นที่ที่ทรุดตัวมากที่สุด เมื่อฝนตกลงมาทำให้ลาดกระบังน้ำท่วมเพราะน้ำจากมีนบุรี คลองสามวา หนองจอก ต้องระบายไปออกที่แม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วที่สุดโดยจะผ่านมาทางคลองประเวศ แต่ปัญหาคือประตูน้ำคลองประเวศปิดไม่ค่อยเปิด ทำให้น้ำจากลาดกระบังไม่สามารถไหลไปถึงพระโขนงเพื่อออกแม่น้ำเจ้าพระยาได้ทัน สุดท้ายลาดกระบังก็จมน้ำ

พท.ย้อน “เทือก” มีดีอะไรให้จดจำนอกจากเป่านกหวีด กวักมือเรียกรัฐประหาร ต้นตอทำบ้านเมืองตกต่ำดำดิ่ง เป็นหนี้มหาศาล

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำม็อบ กปปส.วิพากษ์วิจารณ์การแสดงวิสัยทัศน์ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พร้อมย้อนกลับไปถึงการบริหารประเทศในช่วงรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สร้างความเสียหายให้กับประเทศว่า อยากให้นายสุเทพย้อนกลับไปดูผลงานของตัวเองที่มองเห็นเป็นเชิงประจักษ์ ว่าได้สร้างคุณงามความดี สร้างประโยชน์อย่างไรให้กับประเทศบ้าง นับตั้งแต่การพาม็อบนกหวีดออกมาชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปิดสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อเดือนก.พ.57 นำไปสู่การรัฐประหาร และบริหารประเทศถอยหลังเข้าคลองมาถึงทุกวันนี้

นายสุเทพกับพวกถูกฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและทางอาญา ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกไปแล้ว พฤติการณ์ของนายสุเทพกับพวกปรากฏภาพออกสื่อทั่วโลกโดยเฉพาะการขัดขวางการเลือกตั้งในปี 57 ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งฟ้องร้องทางแพ่ง อาจต้องชดใช้ค่าเสียหาย 3,100 ล้านบาท นายสุเทพกวักมือเรียกคณะรัฐประหาร ทั้งหมดคือผลงานของนายสุเทพที่คนไทยจดจำ ในฐานะที่เป็นต้นตอแห่งการผลักประเทศให้ตกต่ำดำดิ่งสู่ความเสียหายจนถึงวันนี้

ปชป. ลุยแก้ข้อบังคับพรรคฯเข้ม สกัด “หื่น” แอบอ้างตำแหน่ง แสวงประโยชน์ทางเพศ  เตรียมเสนอ กก.บห.และที่ประชุมใหญ่  ด้าน”รัชดา” หวังเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองอื่นด้วย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางในการตรวจสอบคุณสมบัติ และเกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้ข้อสรุปให้ระบุในข้อบังคับพรรคฯ ดังนั้น1. เพิ่มคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคให้ครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับเพศ  2.เพิ่มหมวดแนวปฏิบัติว่าด้วยการต่อต้านการละเมิดและหรือคุกคามทางเพศ และ3.จัดกิจกรรมรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการต่อต้านการละเมิดและหรือการคุกคามทางเพศ และการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งข้อเสนอนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ กก.บห.และที่ประชุมใหญ่พรรค เพื่อปรับแก้ข้อบังคับพรรคต่อไป

น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า ส่วนรายละเอียดมีดังนี้ 1.เพิ่มข้อ 19 คุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรค ในข้อบังคับพรรค คือ “ต้องไม่ถูกคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดทางเพศ รวมถึงการกระทำความรุนแรงต่อบุคคลในครอบครัว เด็ก สตรี รวมทั้งการค้ามนุษย์ และการค้าประเวณี และให้เพิ่มถ้อยคำดังกล่าว ในใบสมัครสมาชิกพรรค ลักษณะต้องห้าม โดยเพิ่มเป็นข้อ 22 ,2.เพิ่มหมวดในข้อบังคับพรรค “แนวปฏิบัติว่าด้วยการต่อต้านการละเมิดและหรือคุกคามทางเพศ ซึ่งครอบคลุม ความรุนแรงที่เกิดจากอคติทางเพศ ความผิดทางอาญาเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ความผิดเกี่ยวกับการกระทำความรุนแรงในครอบครัว และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ“ โดยให้มีแนวปฏิบัติ ดังนี้

2.1 มีกลไกรับทราบข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียนพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดและหรือคุกคามทางเพศของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและกรรมการบริหารพรรค 2.2 มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีมีการละเมิดหรือการคุกคามทางเพศตามแนวทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ การตรวจสอบ ต้องได้รับการยินยอมจากผู้เสียหาย ดำเนินการเป็นความลับ และเคารพข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา  2.3 หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ให้ดำเนินการตามข้อบังคับพรรค

“อนุทิน” ลงพื้นที่ “พัทลุง” ปลุกประชาชน ผู้ประกอบการ เตรียมความพร้อม รับปลดล็อกกัญชา 9 มิ.ย. มั่นใจเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่

ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จ.พัทลุง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เปิดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 12 พร้อมปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “กัญชา กัญชงไทย ความมั่นคงทางสุขภาพ และเศรษฐกิจของชาติ” โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐ เอกชน อสม. และประชาชนเข้าร่วมงาน

นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า หลังการปลดล็อกกัญชาจากการเป็นยาเสพติด เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 120 วัน ที่จะให้ประชาชนปลูกกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ต่อยอดเศรษฐกิจในครัวเรือนได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ทำให้เกิดการสร้างงาน และสร้างรายได้ ในระดับครัวเรือนและประเทศ ทั้งนี้ กว่าเราจะเปลี่ยนกัญชาจากสีดำให้กลายเป็นสีขาวได้ ต้องใช้เวลา และความทุ่มเทกันอย่างหนัก จากทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน จึงขอให้ใช้กัญชากันอย่างระมัดระวัง ให้เกิดประโยชน์ และอย่านำกัญชากลับไปสู่เส้นทางที่ผิด 

“วันที่ 9 มิ.ย.นี้ กัญชาจะพ้นจากความเป็นยาเสพติด ระหว่างนี้ได้มีการออกกฎ และวางกรอบ เพื่อดูแลการใช้ ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อม เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.มาถึง ประชาชน และผู้ประกอบการ จะสามารถนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ เพื่อเป็นพืชครัวเรือน ปลูกเป็นยาสมุนไพร ไปจนถึงการเป็นพืชเศรษฐกิจปลูกกันในเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งหากจะปลูกเชิงอุตสาหกรรมต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่หากจะปลูกในครัวเรือน สามารถจดแจ้งได้ และไม่ได้จำกัดเพียงแค่ 6 ต้น แต่ปลูกมากกว่านั้นได้ แต่ขอให้ใช้กันในครัวเรือน” นายอนุทิน กล่าว

"ก้าวไกล" ติวเข้มตัวแทนพรรคประจำจังหวัด-ทีมงานจังหวัด "พิธา" ปลุกฟื้นภารกิจ-อุดมการณ์อนาคตใหม่ พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง มุ่งหวังเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม

ที่โรงแรมเอเชีย จ.ปทุมธานี นายพิธา ลิ้มเจิญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวในการอบรมสัมมนาตัวแทนพรรคประจำจังหวัด (ตทจ.) และทีมงานจังหวัดจากทั่วประเทศ ว่า ตทจ.และทีมงานจังหวัดเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากในการสร้างพรรคก้าวไกลให้เป็นพรรคมวลชน เป็นการยากมากที่เราจะมี ส.ส.แบบแบ่งเขต หากขาดตทจ.และทีมจังหวัดที่เข้มแข็ง ในการออกแบบนโยบาย การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ แน่นอนว่าตนและทีมงานจากส่วนกลางไม่ได้รู้ปัญหาและรู้วิธีการแก้ปัญหาทั้งหมด ก็ต้องอาศัยจากทีมงานในแต่ละจังหวัด

ดังนั้น ทุกคนจึงเปรียบเสมือนมันสมองและแขนขา ที่จะทำให้พรรคก้าวไกลเติบใหญ่ เข้มแข็ง และสามารถทำตามภารกิจ อุดมการณ์ที่สืบสานจากพรรคอนาคตใหม่ให้สำเร็จลุล่วงได้ โดยจะเป็นการทำงานเชื่อมประสานกันไปมาจากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบน อย่างความเชื่อเรื่องของการกระจายอำนาจที่เราให้ทุกจังหวัดได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกกระบวนการ 

"ทีมจังหวัด และ ตทจ. นอกจากทำหน้าที่สนับสนุนว่าที่ผู้สมัครในจังหวัดและในแต่ละเขตแล้ว ทุกคนยังทำหน้าที่ที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง นั่นคือการร่วมตรวจสอบผู้สมัคร และ ส.ส.ของท่านว่ายังทำงานมุ่งมั่นในภารกิจและอุดมการณ์แบบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ โดยจะสนับสนุนคนที่ยังคงมุ่งมั่นเดินตามวิถีก้าวไกล และรายงานให้พรรครับทราบสำหรับคนที่ไม่สามารถไปกับพรรคต่อได้ เพื่อที่จะได้มาร่วมตัดสินใจด้วยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป สำหรับในการเลือกตั้งครั้งหน้า ผมมั่นใจว่า ตทจ. และทีมงานประจำจังหวัดจะทำงานร่วมกับพรรคและ ส.ส.ในแต่ละเขตอย่างเข้มแข็ง และเราจะมี ส.ส.ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้ ส.ส.ได้เข้าไปทำงานในสภาและเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีกว่าที่เป็นอยู่อย่างที่เรามุ่งหวัง" นายพิธา กล่าว

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การประชุม ตทจ.และทีมจังหวัดในวันนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการรื้อฟื้นบรรยากาศ ภารกิจ และอุดมการณ์แบบพรรคอนาคตใหม่กลับมาอีกครั้ง นี่เป็นการเข้าสู่บรรยากาศของการสู้ศึกเลือกตั้งอย่างเต็มตัว ตนเคยกล่าวในการประชุมใหญ่ของพรรคเมื่อครั้งที่แล้วว่า ปีนี้จะเป็นปีแห่งการกลับมาฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของพรรคให้แข็งแกร่งต่อเนื่องจากพรรคอนาคตใหม่ แม้ตอนนี้เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งจะยังไม่ชัดเจน แต่ในหลายๆ จังหวัดก็มีการตั้ง ตทจ.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และนอกจาก ตทจ. ว่าที่ผู้สมัคร และ ส.ส.ในแต่ละเขตแล้ว ต่อไปเราจะมีการทำงานที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการพรรคระดับเขตเลือกตั้ง มีโครงสร้างการทำงานระดับเขตที่จับต้องได้ เพื่อที่จะทำงานอย่างลงลึกมากยิ่งขึ้น สร้างทีมงาน ระดมทรัพยากร ระดมความคิด ระดมทุนในทุกพื้นที่ เพื่อที่เมื่อเข้าสู่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครจะมีทิศทางและแผนการทำงานที่ชัดเจน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top