Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

“ประวิตร” ถก แก้ปัญหา "สมัชชาคนจน" สั่ง ให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว ยัน รัฐบาลจริงใจช่วยทุกกลุ่ม 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ครั้งที่ 1/ 2565 ผ่านระบบ VDO CONFERENCE 

โดยที่ประชุมเห็นชอบ แต่งตั้งให้ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการประสานงาน เร่งรัด ติดตามการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน และเห็นชอบการออกโฉนดที่ดิน กรณี พ.ร.ฎ.กำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน ทับที่ทำกินของราษฎร อ.ปากน้ำโพ ,อ.พยุหคีรี และ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ เห็นชอบจัดหาที่ดินโครงการอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร จ.ชัยภูมิ เห็นชอบให้จ่ายค่าชดเชย กรณีโรงเรียนหนองขุนศรีวิทยา จ.สุรินทร์ ก่อสร้างทับที่ดินราษฎร เห็นชอบให้จัดหาที่ดินทำกินให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนพื้นป่า กรณีป่าสงวนแห่งชาติ ดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์  รวมทั้งเห็นชอบให้สมาชิกสมัชชาคนจน สามารถตัดโค่นไม้ยางพาราที่หมดสภาพ เพื่อปลูกใหม่ และเข้าถึงสิทธิกองทุนสงเคราะห์สวนยางพาราได้ในพื้นที่ จ.ตรังจ.พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช

‘เทพไท’ หนุนแนวคิด ‘อานันท์’ รัฐประหาร ไม่ใช่คำตอบ แซะ!! ‘คมช.-คสช.’ เสียของ คว่ำระบบทักษิณไม่ได้อยู่ดี

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เห็นด้วยกับคำให้สัมภาษณ์ของนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า รัฐประหารไม่ใช่คำตอบ เพราะไม่ได้ช่วยให้ประเทศพัฒนาขึ้น รัฐประหารมีแต่ทำให้เลวลง การบริหารล้มเหลว เกิดการคอร์รัปชัน ทรัพยากรกระจุกอยู่กับคนชั้นบน เป็นความเห็นที่น่ารับฟังเป็นอย่างมาก ซึ่งนายอานันท์ เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 ครั้ง ที่มาจากการรัฐประหารและวิกฤตทางการเมือง ย่อมเข้าใจการเมืองจากการรัฐประหารได้เป็นอย่างดี การออกมาแสดงความเห็นในลักษณะเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า เป็นการพูดอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะผู้มีประสบการณ์จากการเป็นนายกรัฐมนตรีในภาวะวิกฤติถึง 2 ครั้ง จึงเชื่อได้ว่าการรัฐประหารไม่ใช่คำตอบของประเทศจริงๆ

นายเทพไท ระบุว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และเผด็จการทุกรูปแบบมาโดยตลอด ในช่วงชีวิตเป็นนักการเมือง ก็พบกับเหตุการณ์ของการก่อการรัฐประหาร 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่มีการยึดอำนาจโดยคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. และวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ซึ่งเป็นความล้มเหลวและเสียของทั้ง 2 ครั้ง หลังการรัฐประหารโดย คมช. มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศเพียง 1 ปี ก็คืนอำนาจให้กับประชาชน จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้น ผลของการเลือกตั้งก็ไม่สามารถเอาชนะฝ่ายระบอบทักษิณได้ 

‘กรณ์’ ชวนคนไทยอย่าเสียเวลาเชียร์ใครในสงครามยูเครน-รัสเซีย เพราะไม่เป็นประโยชน์อันใดต่อประเทศ ชี้!! ควรแนะรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจะดีกว่า

ไม่นานมานี้ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก โดยระบุว่า... 

เช้านี้ราคาน้ำมันตลาดโลกกระโดดขึ้น 10% ส่วนเมื่อวานทางประธานาธิบดีปูติน ‘แนะนำ’ ให้งดการส่งออกวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยเคมี ซึ่งนอกจากเป็นผู้ผลิต Potash รายใหญ่แล้ว รัสเซียมีสัดส่วนตลาดการส่งออก Urea และ Ammonia ที่สูงมาก (15% และ 20%)  ปุ๋ยเคมีนอกจากจะราคาสูงขึ้นไปอีก (หลังจากที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วงปีที่ผ่านมา) แต่มีแนวโน้มที่จะขาดตลาดได้ 

"บิ๊กตู่" ห่วงราคาน้ำมันปรับตัวสูงรายวัน “วอน”ช่วยกันประหยัด ใช้รถส่วนตัวเท่าที่จำเป็น วอนติดตามสถานการณ์ทั่วโลกถึงผลกระทบด้วย

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 7 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นรายวันว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อมรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกข้างนอกกันเสียบ้าง ดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น และมีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างไร กลุ่มของเราตัวของเรา ประชาชนแต่ละกลุ่มจะเดือดร้อนอย่างไรบ้าง รัฐบาลพยายามนำสิ่งเหล่านี้มาคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด แต่จะให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือทำให้ทุกคนพอใจมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

แต่เราจะทำให้ทุกคนสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุดในเกณฑ์ที่รัฐบาลสามารถรองรับได้และงบประมาณที่มีอยู่ รวมทั้งตัวบทกฎหมายอีกหลายฉบับ วันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับราคาของพลังงานที่ขึ้นทุกวันทุกคนเห็นตัวเลขอยู่แล้ว รัฐบาลต้องหามาตรการที่เหมาะสม แต่จะดูแลได้ถึงเมื่อไหร่ก็ต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง ถ้ามันยืดยาวออกไปก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง ก็ต้องช่วยรัฐบาลบ้าง ช่วยประเทศชาติกันบ้าง

'ศรีสุวรรณ' บุก ป.ป.ช. นำคำพิพากษาศาลปกครองกลาง เป็นหลักฐานไต่สวน - ชี้มูลความผิด ผู้ว่า รฟม. กับพวก ปม แก้ TOR สายสีส้ม

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มายัง ป.ป.ช. เพื่อนำคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง มาให้ ป.ป.ช.ใช้ประกอบการดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดและหรือลงโทษผู้ว่า รฟม.และคณะกรรมการตาม ม.36 ตามพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2561 ฐานทุจริตต่อหน้าที่หลังใช้อำนาจเปลี่ยนแปลงทีโออาร์รถไฟฟ้าสายสีส้ม

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เคยยื่นเรื่องร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) พิจารณารับกรณีกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดทางอาญาของคณะกรรมการคัดเลือกตาม ม.36 แห่งพรบ.ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2562 และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในโครงการการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเอกสารประกวดราคาใหม่ (TOR) หลังจากที่มีการขายซองประกวดราคาไปแล้วอันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งน่าเชื่อว่าจะมีการกีดกันการเสนอราคา (ฮั้วประมูล) อันอาจเป็นความผิดตามพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 เป็นคดีพิเศษ ตาม ม.21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพรบ.การสอบสวนคดีพิเศษ 2547

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า แต่การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคัดเลือกตาม ม.36 และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ม.1 (16) ประกอบพรบ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ 2502 ม.3 ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และความผิดตามพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 ม.11 และ ม.12 ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในการไต่สวนและวินิจฉัย ตามพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2561 ม. 4 และ ม.172 ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 ม.14 วรรคสอง (1) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) จึงส่งสำนวนทั้งหมดกว่า 1,940 หน้า มาให้ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการต่อไปเมื่อเมษายน 2564 ที่ผ่านมา

 “นายกฯ” สั่งการผู้ว่า กทม. เร่งแก้ไขการเปิดระบบรับผู้ป่วยนอก “เจอ แจก จบ” ใน รพ.-ศูนย์บริการสาธารณสุข สังกัด กทม. ให้รองรับผู้ป่วยอย่างเต็มขีดความสามารถ  

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 รูปแบบใหม่คือ ให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก เจอ แจก จบ ดูแลผู้ป่วยสีเขียว ผู้ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 มี.ค.65 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้พบว่า มีผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ยังไม่สามารถเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก “เจอ แจก จบ” ได้ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เร่งแก้ไขการเปิดระบบรับผู้ป่วยในส่วนของโรงพยาบาลสังกัด กทม. และศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง สังกัด กทม. ให้สามารถรับผู้ป่วยนอกแบบ “เจอ แจก จบ” ได้จำนวนมากขึ้นอย่างเต็มขีดความสามารถ  

“รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อโควิดแบบไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย และไม่มีภาวะปัจจัยเสี่ยง สามารถรักษาแบบ OPD และแยกกักตัวเองที่บ้านได้ โดยระบบการดูแลรักษาจะมีการติดตามประเมินอาการ 48 ชั่วโมงหากอาการดีขึ้นทุกอย่าง ก็จะให้ผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้านต่อจนครบกำหนดระยะเวลากักตัว แต่หากมีอาการเปลี่ยนแปลงสามารถติดต่อกลับได้ทุกเวลา ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบรักษา ‘เจอ แจก จบ’ เป็นการดูแลผู้ป่วยสีเขียวที่มีประสิทธิภาพ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว  

กอช. ชวนนิสิต นักศึกษา ออมเงินรับบำนาญใช้ตลอดชีพ

น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า กอช. เชิญชวนนิสิต นักศึกษา เสริมสร้างวินัยการออมเงินเพื่ออนาคต เริ่มจากจำนวนเงินน้อย แต่ออมอย่างสม่ำเสมอ ด้วยระยะเวลาในการออมที่ยาว เงินออมจะมีผลตอบแทนที่ทบต้นทบดอกไปเรื่อย ๆ ถือเป้นการวางแผนทางการเงินให้กับตัวเอง และสามารถมีเงินใช้ในอนาคต

ทั้งนี้ในรายละเอียดของการออมเงินนั้น หากนิสิต นักศึกษาเริ่มออมกับ กอช. ตั้งแต่อายุ 20 ปีไปจนถึงอายุ 60 ปี เพียงวันละ 20 บาท หรือเดือนละ 600 บาท รัฐจ่ายเงินสมทบให้อีกตามช่วงอายุ สูงสุด 1,200 บาทต่อปี อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ จะสามารถรับเงินบำนาญโดยประมาณไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3,000 บาทตลอดชีพ

‘โรม-ก้าวไกล’ ยกคดี ‘ตะวัน’ เหยื่อ ม.112 รายล่าสุด สะท้อนรูปธรรมการอ้างกม. เพื่อทำร้ายคนเห็นต่าง

‘โรม’ รำลึก ครบรอบ 2 ปี ‘ผู้พิพากษาคณากร’ ยิงตัวตาย หวัง ‘เจ้าหน้าที่’ ยังเหลือ ‘สัมปชัญญะเยี่ยงวิญญูชน’ เพื่อกระบวนการยุติธรรมไทยดีขึ้น ยกคดี ‘ตะวัน’ เหยื่อ ม.112 รายล่าสุด สะท้อน รูปธรรมการอ้างกฎหมายเพื่อทำร้ายคนเห็นต่าง

7 มี.ค. 65 รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ทั้งมาตรา 112, มาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่น), พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แก่ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ‘ตะวัน’ นักกิจกรรมรณรงค์ยกเลิก 112 ในกรณีถ่ายไลฟ์สดและวิพากษ์วิจารณ์ขบวนเสด็จที่ถนนราชดำเนินเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา และการทำโพลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับขบวนเสด็จที่ลานสยามพารากอนก่อนหน้านี้ (ล่าสุดศาลให้ประกันตัวในวงเงิน 100,000 บาท พร้อมวางเงื่อนไขห้ามทำในลักษณะเดียวกันอีก หรือร่วมกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย และหรือทำการใดที่จะทำให้เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และให้ติดกำไลข้อเท้า EM)

“วันเดียวกันนี้เอง เป็นวันครบรอบ 2 ปี การตัดสินใจจบชีวิตตัวเองของคุณคณากร เพียรชนะ อดีตผู้พิพากษาผู้ซึ่งเคยออกมาเปิดโปงการถูกกดดันจากอธิบดีผู้พิพากษาให้เปลี่ยนคำตัดสินคดี และเรียกร้องให้ ‘คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน’

“ประยุทธ์” ยินดีผลการหารือนายกฯมาเลเซีย สานต่อเห็นผลเปิดช่องทางพิเศษเดินทางผู้ฉีดวัคซีนครบ ไทย-มาเลเซีย กลางเดือนนี้ 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีหลังรับทราบการรายงานว่า การเปิดช่องทางพิเศษแบบ Vaccinated Travel Lane (VTL) ระหว่างไทยและมาเลเซีย จะเริ่มแล้วอย่างเป็นรูปธรรมในกลางเดือนมีนาคมนี้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหารือเกี่ยวกับวิธีการเพื่อเปิดช่องทางเดินทางพิเศษระหว่างไทยและมาเลเซียสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วโดยไม่ต้องกักกันโรคแบบ Vaccinated Travel Lane (VTL) 

ซึ่งทั้งสองฝ่ายตอบรับในการหารือกันอย่างดี สำหรับการเดินทางทางอากาศ คาดว่าเที่ยวบิน และเส้นทางที่จะใช้สำหรับ VTL ซึ่งสายการบินที่กำหนดจากทั้งสองประเทศอาจจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินสูงสุดถึง 6 เที่ยวบินต่อวันในเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพฯ และสูงสุด 4 เที่ยวบินต่อวันสำหรับเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-ภูเก็ต ในขณะที่เส้นทางเพิ่มเติมอาจเพิ่มได้ตามรายละเอียดของข้อตกลงร่วมกันของทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ มาตรการเดินทางเข้ามาเลเซียทางอากาศ น่าจะคล้ายกับมาตรการ VTL ที่มาเลเซียทำกับสิงคโปร์ ซึ่งได้กำหนดว่าผู้เดินทางที่เข้าประเทศมาเลเซียจะต้องทำการทดสอบ RT-PCR สำหรับ Covid 2 วันก่อนออกเดินทาง และอีกครั้งหนึ่งเมื่อเดินทางถึง จึงจะได้เข้าประเทศโดยไม่มีการกักกัน 

'โฆษกรัฐบาล' เผย 'นายกฯ' เตรียมประชุม ศบค. ชุดใหญ่ หารือมาตรการช่วงเทศกาลสงกรานต์ 18 มี.ค.นี้  ยืนยันไม่ห้ามจัดกิจกรรมสงกรานต์ ยังเน้นมาตรการ VUCA ฉีดวัคซีนเข็ม3

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ยืนยันยังไม่มีนโยบายหรือแนวคิดในการห้ามจัดกิจกรรมสงกรานต์ในปีนี้  ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการ VUCA (Vaccine, Universal Prevention, Covid Free Setting, ATK) รวมทั้งต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิดกระตุ้นเข็ม 3 ทั้งผู้เดินทางกลับบ้านและผู้ที่อยู่ที่บ้าน เน้นมาตรการป้องกันตนเองทั้งระหว่างเดินทางกลับและระหว่างร่วมกิจกรรม ส่วนสถานที่จัดงานต่างๆ  รวมไปถึงต้องมีการสุ่มตรวจ ATK ทั้งก่อนและหลังเดินทางไปต่างจังหวัด

พร้อมเน้นย้ำกลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับวัคซีนอย่างเร่งด่วน ที่เรียกว่า กลุ่ม “608” ประกอบด้วย 1. กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 2.กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 โรค คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน และ 3. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ขอให้รับวัคซีนป้องกันโควิดและการเสียชีวิตอย่างเร่งด่วน  ซึ่งในขณะที่ประเทศไทยมีวัคซีนที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ขอให้ทุกคนช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจให้กับคนเหล่านี้ เพื่อให้ได้วัคซีนโควิดอย่างทั่วถึง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และมาตรการอื่น ๆ  ทาง ศบค. ชุดใหญ่จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมในวันที่ 18 มีนาคม นี้ เพื่อผ่อนคลายกิจกรรม กิจการต่าง ๆ   ซึ่งคาดหวังว่า ประชาชนจะได้ใช้ชีวิตใกล้เคียงสงกรานต์ปกติ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ชีวิตปกติ เหมือนช่วงก่อนมีโควิดที่ผ่านมา  อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีห่วงกิจกรรมที่อาจจะเกิดความเสี่ยงทำให้ติดโควิดได้ง่ายมากขึ้น ในช่วงเดินทางกลับภูมิลำเนา การรวมตัวของญาติพี่น้อง การพบปะสังสรรค์ รับประทานอาหารร่วมกัน การทำกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การสาดน้ำประแป้ง และกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการเฝ้าระวังในสถานที่เสี่ยง  ดังนั้น ขอให้ประชาชนรณรงค์ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 เว้นระยะห่างระหว่างกัน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อย ๆ ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top