Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

"นายกฯ" เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพ ฯ   ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  11 สายรถไฟฟ้า เพิ่มพื้นที่สีเขียว "สวนเบญจกิติ”  พัฒนา 50 คูคลอง

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญและใส่ใจในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกกลุ่มทั่วประเทศ รวมทั้งประชาชนในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร  เร่งนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ยกระดับชีวิตคนกรุงเทพฯ   สร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเร่งปรับปรุงภูมิทัศน์ พัฒนาคุณภาพน้ำ จัดระเบียบสายสื่อสาร นำสายไฟฟ้าลงดิน และให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

โดยรัฐบาลทำมาอย่างต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรมและประโยชน์ต่อประชาชนในหลายด้านแล้ว เช่น การปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาคุณภาพน้ำ 50 เขต 50 คลองใส ที่ดำเนินการในปี 2564 อาทิ ขุดลอกคลอง ปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลอง พัฒนาทางเดิน  ปลูกต้นไม้แนวริมคลอง  ยังให้เร่งแก้ปัญหาน้ำเสียในคลองแสนแสบ โดยอาศัยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายด้านการจัดการน้ำเสียภายในชุมชน  รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงคลองให้สามารถช่วยระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร บรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ 

นายธนกร กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งจัดระเบียบสายสื่อสารต่าง ๆ รวมทั้งสายไฟฟ้าลงดิน โดยในปี 2564 ที่ผ่านมาได้นำสายไฟฟ้าลงใต้ดินแล้วเสร็จสะสมระยะทางรวม 55.7 กิโลเมตร เช่น โครงการสีลม โครงการจิตรลดา โครงการปทุมวัน รอบพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โดยวางเป้าหมายที่จะมีการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมดภายในปี 2568 ระยะทางสะสม 215.6 กิโลเมตร ขณะเดียวกันก็ได้มีการจัดระเบียบสายการสื่อสาร แล้วเสร็จระยะทาง 100 กิโลเมตร และมีแผนดำเนินการเพิ่มอีกต่อเนื่องในปี 2565 -2567  รวม 1,400 กิโลเมตร เพื่อความเป็นระเบียบ เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

พร้อมทั้งยังติดตามความก้าวหน้าในการจัดสร้างสวนสาธารณะ “เบญจกิติ” ซึ่งมีเนื้อที่รวมประมาณ 450 ไร่ เพื่อให้เป็นสวนป่ากลางกรุง เป็นแหล่งพักผ่อน รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและระบบนิเวศสำหรับนักเรียนนักศึกษา ซึ่งจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนเมษายน 2565 เพื่อจะร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2565 และจะได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าใช้ประโยชน์อย่างเป็นทางการต่อไป

"นายกฯ" ห่วงคนไทยถูกหลอกไปทำงานในประเทศกัมพูชา เตือนให้คิดรอบด้าน อย่าหลงเชื่อค่าตอบแทนสูง กำชับเจ้าหน้าที่สอดส่องแก๊งมิจฉาชีพค้ามนุษย์

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.นายธนกร วังบุญคง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการช่วยเหลือคนไทยจำนวน 56 คน ที่ถูกหลอกให้ไปทำงานในกัมพูชากลับมาประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยว่า เป็นความร่วมมือของรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาที่ได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ซึ่งการช่วยเหลือคนไทยครั้งนี้ถือเป็นการช่วยเหลือรอบที่ 9 รวมคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว จำนวน 583 คน 

ทั้งนี้  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้เจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงให้ชัดเจน คนไหนที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการขอให้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมกับบันทึกประวัติไว้อย่างละเอียดมอบหมายให้ส่วนราชการในพื้นที่คอยเฝ้าระวัง เพื่อความปลอดภัย และไม่ให้คนเหล่านี้ถูกหลอกเป็นเหยื่ออีก รวมทั้งให้ติดตามกลุ่ม แก๊งกระบวนการที่มีพฤติกรรม หลอกลวงคนไปค้ามนุษย์ หรือแรงงานทาสในต่างประเทศ หากมีหลักฐาน ให้ขยายผล จับกุม ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

โฆษกรัฐฯเผย “นายกฯ “เร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็กที่ผู้ปกครองแสดงความประสงค์ เพื่อลดการติดเชื้อในเด็ก สนับสนุนการเรียนการสอนที่โรงเรียน ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำการให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองหากบุตรหลานติดเชื้อ

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ต่อกรณีการติดเชื้อโควิด-19 ในเด็ก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็กที่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เนื่องจากมีความห่วงกังวลแนวโน้มการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งแม้จะมีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ที่ผ่านมาแต่สามารถแพร่เชื้อได้ง่ายและขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีการเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน (On Site) ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่เล็งเห็นถึงประสิทธิภาพและความสำคัญสูงสุดของรูปแบบการเรียนในแต่ละองค์ความรู้ผ่านประสบการณ์ การพัฒนาร่างกาย และจิตใจ

ซึ่งเมื่อเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน (On Site) นั้นทำให้อาจมีความใกล้ชิดร่วมกับบุคคลรอบข้าง คุณครู เพื่อนร่วมชั้นเรียน และบุคคลอื่นๆ ซึ่งผลการให้บริการฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นเด็กช่วงอายุ 5 - 11 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 1 มีนาคม 2565) ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้วกว่า 754,990 ราย และฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว 16,369 ราย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์ปัจจุบันว่ามีเด็กติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น พบในช่วงอายุ 3 -11 ปี ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากเด็กช่วงอายุ 5 – 11 ปี เพิ่งได้รับวัคซีนป้องกันรวมไปถึงมีการเปิดเรียนในโรงเรียนบางแห่ง

โดยอาการปกติของเด็กที่ติดเชื้อจะมีไข้ประมาณ 5 วัน ซึ่งแพทย์จะสังเกตอาการถึง 10 วัน และติดตามอาการจนครบ 14 วัน ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคในเด็กพบว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในเด็กนั้นไม่มีอาการหรือมีเล็กน้อยเหมือนเป็นไข้หวัด แต่กลุ่มที่มีอาการรุนแรงมักจะเป็นกลุ่มที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคสมอง หัวใจ มะเร็ง หรือกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง ทั้งนี้ จากการสำรวจเตียงในเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UhosNet) กรมการแพทย์ พบว่ามีมากกว่า 500 เตียง 

นายธนกร กล่าวว่า ในส่วนของการเข้ารับการรักษาในเด็ก เบื้องต้นจะมีการคัดกรองประเมินระดับความรุนแรงตามอาการของผู้ป่วย หากเด็กมีอาการไข้ไม่สูง ไม่มีโรคประจำตัวรุนแรง ไม่มีอาการซึม สามารถรับประทานอาหารได้ มีผู้ดูแล และภายในที่พักอาศัยมีห้องน้ำแยก จะสามารถเข้ารับการดูแลในรูปแบบของ Home Isolation (HI) หรือรักษาที่บ้านได้โดยมีทีมพยาบาลติดตามอาการอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง มีการส่งเครื่องมือวัดไข้ เครื่องมือวัดออกซิเจน ยา ถุงขยะติดเชื้อ อาหาร รวมทั้งของเล่นให้เด็กด้วย โดยสำหรับเด็กที่มีอาการเปลี่ยนแปลง เช่น ไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียสขึ้นไป ภายใน 24 ชั่วโมง ซึม ไม่รับประทานอาหาร หายใจเร็ว มีระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้วน้อยกว่า 96% ให้รีบไปพบแพทย์โรงพยาบาลใกล้บ้าน

"นายกฯ"  ย้ำนักเรียนไทยไม่เสียโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัย เน้นมาตรการป้องกันโควิดขั้นสูงสุด   วันนี้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ รวม 23,618 ราย  เสียชีวิต 49 ราย 

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบนโยบายกระทรวงสาธารณสุข  กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม เน้นย้ำนักเรียนจะต้องไม่เสียโอกาสในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2565  ภายใต้มาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน อย่างเข้มข้น   ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ข้อสรุปยืนยันให้สิทธิ์เด็กนักเรียนติดเชื้อโควิดอาการเล็กน้อยและกลุ่มมีความเสี่ยงสูงได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกคน โดยจัดสนามสอบที่กำหนดเพิ่มขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ หรือมีความเสี่ยงสูง ซึ่งผู้ประสงค์จะเข้าสอบที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวให้ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนการสอบโดยต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เช่น การเดินทางมายังสนามสอบด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถยนต์ที่จัดให้เป็นการเฉพาะจากหน่วยบริการสาธารณสุข หรือจากสนามสอบจัดให้เท่านั้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดสอบตามหลัก VUCA  ผู้สอน ผู้จัดสอบ ต้องได้รับวัคซีนตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ลดการสัมผัส และเว้นระยะห่าง สถานที่จัดสอบ ต้องดำเนินการตามมาตรการ COVID Free Setting  อีกทั้ง ผู้สอบ ผู้จัดสอบ ต้องประเมินความเสี่ยง และควรตรวจ  ATK เมื่อมีอาการและมีความเสี่ยงสูง ไม่แนะนำให้ตรวจ ATK ทุกคน  พร้อมขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัด ในนามคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ร่วมกับ หน่วยงานด้านการศึกษาในจังหวัด และผู้จัดสอบในพื้นที่ต่างๆ ดำเนินการจัดการสอบให้ เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด และสนามสอบต่างๆ จะต้องเข้มมาตรการป้องกันโควิดขั้นสูงสุด ให้มีพื้นที่แยก สำหรับจัดการสอบเป็นสัดส่วนแยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกลุ่มผู้ติดเชื้อ และในส่วน กทม. แลปริมณฑล ได้ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี ให้บริการรับ-ส่งผู้ติดเชื้อ ไปยังสถานที่สอบหรือศูนย์พักคอยต่างๆ อย่างไรก็ตาม  กลุ่มนักเรียนที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยในช่วงมีนาคมนี้ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดอีกด้วย

“ศรีสุวรรณ” ยื่นป.ป.ช. วอนเร่งยื่นฟ้องอาญาอดีตนายก อบต.บางพลับ 

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)สนามบินน้ำ นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และตัวแทนชาวบ้านในจังหวัดนนทบุรี  ยื่นคำร้องต่อป.ป.ช. เพื่อให้เร่งดำเนินคดีอาญา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กับพวก ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช.ชี้มูลความผิดไปตั้งแต่เดือนก.ย.2564 ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีจัดซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 48975 เลขที่ดิน 135 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 2 ไร่ เมื่อปี 2555 โดยมีพฤติการเข้าข่ายทุจริต 

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ป.ป.ช.มีหนังสือแจ้งไปถึงผู้ร้อง เมื่อเดือนก.ย.2564 ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้น ดำเนินการไต่สวนและพิจารณาสำนวนการไต่สวนเบื้องต้น มีมติว่าการกระทำของอดีตนายกอบจ.ดังกล่าว มีมูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 91(1) และ (2) แล้ว

รัฐบาลชี้ภาษีที่ดินปีนี้เก็บอัตราเดิม พร้อมมีเงื่อนไขการยกเว้น

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังคงมีการแชร์ข้อมูลคลาดเคลื่อนในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและการจัดเก็บภาษี จึงขอแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่า รัฐบาลได้ประกาศคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีภาษี 2565-2566 ในอัตราเช่นเดียวกับปี 2563-2564 แต่ไม่มีการปรับลดการจัดเก็บลง 90% เหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ ผู้เสียภาษียังคงได้รับการบรรเทาภาระภาษีในหลายกรณี อาทิ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประกอบเกษตรกรรมจะได้รับยกเว้นภาษี 

สำหรับการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2565 เมื่อคำนวณได้เท่าไร จะต้องจ่ายเต็มจำนวน เนื่องจากกระทรวงการคลังมองว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นรายได้หลักที่นำเข้าสู่ท้องถิ่น ซึ่งจากที่มีการลดภาษีที่ดินฯ ลง 90% ในช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ ทำให้รายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลงปีละประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ทำให้ขาดรายได้ไปพัฒนาพื้นที่ 

ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ต้องประกาศอัตราภาษีที่จะใช้จัดเก็บในปี 2565 เนื่องจากอัตราภาษีเดิมที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะปี 2563 - 2564 แต่ด้วยความเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลจึงคงอัตราภาษีที่ดินฯ แบบเดิมเช่นเดียวกับปีภาษี 2563-2564 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้กับผู้เสียภาษี และเพื่อให้ผู้เสียภาษีได้มีระยะเวลาในการปรับตัวสำหรับการชำระภาษีในอัตราที่แท้จริง   

'นายกฯ' สั่งการออกมาตรการดูแล ลดภาระ แก้หนี้ ประชาชน 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งรัดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ต้องการให้แบ่งเบาภาระประชาชนทุกคนเห็นผลโดยเร็วที่สุด โดยให้เดินหน้าการดำเนินการตาม 3 แนวทางหลัก ดังนี้ 

1.หาแนวทางลดภาระค่าใช้จ่าย ดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ร่วมพิจารณามาตรการที่เหมาะสม แบ่งเบาภาระของประชาชน อาทิ การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาราคาน้ำมัน ราคาก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า เป็นต้น

2.การบรรเทาภาระหนี้สิน เป็นประเด็นที่รัฐบาลดูแลมาโดยตลอด รัฐบาลได้กำหนดให้ในปี 2565 นี้เป็น “ปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน” และได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนไว้ครอบคลุมทุกมิติ อย่างไรก็ดีในการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีหน่วยงานขับเคลื่อนเพื่อให้ดูแลประชาชนทุกคน เพื่อบรรเทาภาระหนี้ให้กับประชาชนไม่ให้มีคนต้องถูก ยึดบ้าน ยึดรถ

“บิ๊กตู่” ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือชาวไทยในยูเครน ห่วง 31 คน ที่ยังประสงค์อยู่ในพื้นที่ กำชับทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือชาวไทยอย่างทันท่วงทีต่อทุกสถานการณ์

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 3 มี.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในยูเครนอย่างใกล้ชิด แม้ได้ให้ความช่วยเหลือคณะชาวไทย 2 กลุ่มแรกจำนวน 96 คน ที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมาแล้ว แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครนที่เพิ่มสูงขึ้น นายกรัฐมนตรี ยังคงแสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยในยูเครนที่เหลืออยู่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชาวไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ยูเครน อีกทั้งได้กำชับให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยในยูเครนอย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานความคืบหน้าแผนการให้ช่วยเหลือคนไทยในยูเครน จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ว่าเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 คณะคนไทยที่อพยพออกจากยูเครนชุดที่ 3 จำนวน 40 คน ได้เดินทางออกจากประเทศโปแลนด์กลับมายังประเทศไทยและมีกำหนดถึงประเทศไทยในวันนี้ (3 มีนาคม 2565) โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK384 เวลา 12.05 น. ทั้งนี้ ยังคงการช่วยเหลือคนไทยอพยพออกจากยูเครนเพิ่มเติม ได้แก่ คนไทยจำนวน 43 คนได้เดินทางจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน เมืองลวิฟ เข้าสู่ประเทศโปแลนด์และเข้าพักในโรงแรมที่กรุงวอร์ซอเพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 4 มีนาคม 2565 พร้อมกันนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย ได้ช่วยเหลือให้คนไทยที่อพยพออกจากประเทศยูเครน จำนวน 16 คน เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 4 มีนาคม 2565 ต่อไป

“ผู้กำกับหนุ่ย” ขอ สตช. เปิดช่องทาง-พื้นที่ปลอดภัย ให้ประชาชนส่งข้อมูลคดี “แตงโม” ป้องกันการละเมิดสิทธิ์ผู้เสียชีวิต อย่าขู่ดำเนินคดีอาญาอย่างเดียว หวั่นเสียโอกาสแสวงหาข้อเท็จจริงจากประชาชน

3 มีนาคม 2565 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์  อดีตผู้สมัคร ส.ส.  เขต 1 จ.ชุมพร พรรคกล้า ในฐานะอดีตผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล 7 กล่าวถึงกรณีโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนโลกโซเชียลแพร่ภาพร่างนักแสดงสาว "แตงโม" นิดา พัชรวีระพงษ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุตกเรือ เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายอาญาว่า เห็นด้วยกับการเตือนของโฆษก ตร. เพื่อปกป้องสิทธิ์ผู้เสียชีวิต และป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ภาพที่ไม่เหมาะสม แต่อีกมุมหนึ่ง อาจทำให้การแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากประชาชนทำได้ยากมากขึ้น เพราะกลัวจะต้องรับโทษทางอาญา

พ.ต.อ.ทศพล กล่าวว่า ทางโฆษก ตร. ควรเปิดช่องทางการสื่อสาร ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แล้วรวบรวมหลักฐานไว้ในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อประโยชน์ในการแสวงหาข้อเท็จจริง หากเตือนว่าจะดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว อาจเป็นการปิดกั้นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากผู้ที่มีเจตนาดีได้ ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลใดที่มีเจตนาเข้าข่ายดูหมิ่นเหยียดหยามผู้เสียชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 366/4 ก็เป็นเรื่องที่สามารถดำเนินคดีได้ตามช่องทางอยู่แล้วหากมีผู้ใดนำภาพไปแชร์ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือดูหมิ่น 

“รัชดา”โว ปชช. พอใจ 5 ปี ปฏิรูปประเทศ พัฒนาภาครัฐ-ยกระดับประเทศ -พัฒนาดิจิทัล

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าตามแผนปฏิรูปประเทศที่ปรับปรุงใหม่ 6 ประเด็น จากแผนการปฏิรูป 13 ด้าน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชน โดยขอให้มุ่งมั่นสร้างผลงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยการปฏิรูปประเทศตลอดระยะ 5 ปี ที่ผ่านมา ภาครัฐขับเคลื่อนนโยบายจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ สร้างความพึงพอใจให้ประชาชน สอดคล้องกับผลการสำรวจขององค์กรต่างประเทศที่ประเมินประเทศไทย ดังนี้1. พัฒนาบริการเพื่อความพึงพอใจของประชาชน ประชาชนมีความพึงพอใจต่อบริการภาครัฐในภาพรวมสูงขึ้นทุกปี ล่าสุด ปี 2564 อยู่ที่ 84.81 เปอร์เซ็นต์ โดยด้านเจ้าหน้าที่ให้บริการประชาชนพึงพอใจมากที่สุด และมีความพึงพอใจต่อการให้บริการในรูปแบบ e-Service ของที่ว่าการอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ 86.53 เปอร์เซ็นต์ เพราะผู้รับบริการเห็นว่าสะดวก ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น 

ภาครัฐมีการบริการที่รวดเร็วขึ้นจากการปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาในการอนุมัติ อนุญาต กว่า 532 ใบอนุญาต ทำให้บริการเร็วขึ้นเฉลี่ย 41.71 เปอร์เซ็นต์ ด้านติดต่อราชการประชาชนสามารถติดต่อได้ง่ายขึ้นจากการออกมาตรการให้หน่วยงานภาครัฐยกเลิกการขอสำเนาเอกสารที่ราชการออกให้ประชาชน นอกจากนึ้ ยังปรับอัตราค่าธรรมเนียมให้ถูกลง รวมถึงการยกเลิกค่าธรรมเนียมในการให้บริการประชาชนแล้ว จำนวน 111 ใบอนุญาต และยังปรับแก้กฎ ระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการให้บริการประชาชนให้ผ่อนคลายมากขึ้น และยังปลดล็อกข้อจำกัดการบริหารราชการในพื้นที่ ส่งผลให้ระบบราชการไทยได้รับรางวัล United Nations Public Service Awards (UNPSA) ขององค์การสหประชาชาติต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี 2560 – 2564 2. ยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการจัดอันดับระดับนานาชาติ อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยด้านประสิทธิภาพภาครัฐ โดย IMD (IMD Competitive Ranking) ในปี 2564 อยู่อันดับที่ 20 จาก 64 ประเทศ ดีขึ้น 3 อันดับจากปี 2563 มีปัจจัยย่อยด้านนโยบายภาษีที่ติด 1 ใน 6 อันดับแรก และด้านกฎหมายธุรกิจที่อันดับดีขึ้นถึง 8 อันดับเมื่อเทียบกับปี 2560 ส่วนอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย โดยธนาคารโลก จัดอันดับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 49 ในปี 2559 เป็นอันดับที่ 21 ในปี 2563


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top