Tuesday, 9 June 2026
PoliticsQUIZ

'นายกฯ' หารือ 'ออท.สาธารณรัฐสโลวักฯ' เห็นพ้องสานต่อการค้าการลงทุน ส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพบริหารจัดการน้ำ และขยะ โดยต่างสนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สำเร็จ 

ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายยาโรสลัฟ เอาต์ (H.E. Mr. Jaroslav Auxt) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักประจำประเทศไทย ว่า ยินดีที่ไทยกับสาธารณรัฐสโลวักมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและเป็นมิตรที่ดีต่อกันเสมอมากว่า 40 ปี โดยนายกรัฐมนตรีหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความสัมพันธ์และเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นในทุกมิติ ทั้งในกรอบทวิภาคี และพหุภาคี

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงานของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักฯ อย่างเต็มที่ พร้อมหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสานต่อความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน และริเริ่มความร่วมมือในสาขาใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ พร้อมกล่าวอวยพรเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักฯ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ขณะที่เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักประจำประเทศไทย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้เข้าเยี่ยมคารวะในวันนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ได้หารือร่วมกันในประเด็นสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ โดยเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักฯ พร้อมสานต่อความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างกันให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ตลอดจนประสงค์ที่จะขยายความร่วมมือกับไทยในสาขาใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการน้ำ และการบริหารจัดการขยะและของเสีย ซึ่งเป็นสาขาที่สาธารณรัฐสโลวักเชี่ยวชาญและมีศักยภาพ ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) ของไทย ซึ่งจะส่งผลถึงแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในยุคหลังโควิด-19 

โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ไทยและสาธารณรัฐสโลวักยังมีโอกาสและช่องทางที่จะขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้อีกมาก โดยนายกรัฐมนตรีต้องการเพิ่มพูนการค้าระหว่างกันให้มากขึ้นอย่างสมดุล ทั้งในแง่ปริมาณและมูลค่าทางการค้า พร้อมทั้งเชิญชวนให้นักลงทุนจากสาธารณรัฐสโลวักเข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง 3 กลุ่มที่ไทยสนับสนุน

นักลงทุนสโลวักสามารถใช้ประโยชน์จากที่ตั้งของไทยในการเป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าสู่ตลาดอาเซียน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ควรรื้อฟื้นกลไกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Joint Commission on Economic Co-operation: JEC) ไทย-สโลวัก ครั้งที่ 1 ในระดับ ผู้แทนระดับสูง เพื่อเป็นช่องทางในการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน ตลอดจน สนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักฯ ยืนยัน พร้อมให้การสนับสนุนการเจรจาดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยเห็นว่าการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป จะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคี

'นายกฯ' สั่งไล่เช็คบิลเอสเอ็มอีฮั้วประมูล พบทุจริตเจอโทษหนัก 

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ด สสว.) ว่า การดำเนินงานเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี จะต้องหาแนวทางให้สามารถดูแลช่วยเหลือเอสเอ็มอีเข้ามาอยู่ในระบบให้มากที่สุด เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงการช่วยเหลือดูแลของรัฐบาลได้ ซึ่งเรื่องการขึ้นทะเบียนเอสเอ็มอีนั้นพบว่า ตัวเลขจำนวนเอสเอ็มอีของภาครัฐกับภาคธุรกิจเอกชนยังไม่ตรงกัน จึงขอให้ช่วยกันบริหารจัดการข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความร่วมมือระหว่างกันในเรื่องการใช้ฐานข้อมูล และระเบียบต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เป็นเรื่องที่สำคัญต่อการช่วยเหลือเอสเอ็มอี 

ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งที่ผ่านมาได้เร่งรัดเรื่องการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการทำให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบการช่วยเหลือมาโดยตลอด สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่ารัฐบาลมีความจริงใจ ขับเคลื่อนทุกอย่างในการยกระดับเอสเอ็มอีให้ดีขึ้น  

'แรมโบ้' โชว์ 'อดีตปธ.หมู่บ้านเสื้อแดง 4 ภาค' ประกาศ นำสมาชิกกว่า 28,850 หมู่บ้าน สมัครสมาชิก พรรครวมไทยสร้างชาติ ตีปี๊บ หนุน บิ๊กตู่ นายกฯอีกสมัย

ที่สำนักงานกพ.เดิม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ก่อตั้ง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้นำอดีตประหมู่บ้านเสื้อแดง 4 ภาค ประกอบด้วย นายสมชัย แสงทอง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ นางนิตยา นาโล หรือ “นักสู้ปอสี่” อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน นายไวทิต ศิริสุวรรณ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคกลาง และ นายทวี ประหยัด อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้ และนายสุพล หมื่นศรีพรม อดีตคอมมิวนิสต์ “สหายธวัชชัย” ในฐานะประธานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.)ยื่นเอกสารสมัครเป็นสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” 

นายอานนท์ กล่าวว่า การสมัครเข้าพรรค รวมไทยสร้างชาติ เพื่อร่วมอุดมการณ์เป็นพรรคการเมืองที่สนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็น “นายกรัฐมนตรี” อีกสมัย และต่อเนื่อง เพราะเป็นนายกฯที่เข้าถึงประชาชน ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างถูกต้องและตรงจุด และที่สำคัญในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก นายกฯก็สามารถนำประชาชนชาวไทยฟันฝ่าอุปสรรค และโรคร้ายไปได้ทำให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด จึงทำให้นานาประเทศยอมรับ เชิญไปร่วมทำการค้าขายฟื้นฟูเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่าง เช่น ประเทศซาอุดีอาระเบีย พร้อมกับการเปิดประเทศนำเอาแรงงานไทยไปทำงานยังประเทศซาอุฯอีกครั้งเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา

นายอานนท์ กล่าวว่า ตนได้ประสานงานและทำงานภายใต้สโลแกนที่ว่า “รวมไทยสร้างชาติ” ร่วมกับ นายเสกสกล มาตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2563 และได้ทำเสื้อออกมาให้แกนนำ “อดีตหมู่บ้านเสื้อแดง” สวมใส่กันจนมาก่อตั้งจดทะเบียนเป็น “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ในช่วงเดือน มีนาคม 2564 คำว่า “รวมไทยสร้างชาติ” เป็นคำที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ชื่นชอบ และตั้งคำนี้ขึ้นมาเองแต่ทางนายเสกสกลเกรงว่าคนอื่นจะนำชื่อนี้ไปใช้ จึงส่งทีมงานไปจดทะเบียนเป็นชื่อพรรคไว้ก่อน นายกฯจะใช้หรือไม่ก็แล้วแต่นายกฯ

นายอานนท์ กล่าวว่า ตนทราบว่าทาง นายเสกสกลได้แจ้งให้นายกฯประยุทธ์ รับทราบแล้ว ซึ่งนายกฯเองก็ไม่เห็นจะว่าอะไร และในอนาคตถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้น หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อาจจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่ก็ไม่แน่ เพราะประชาชนเองก็เรียกร้องมาเป็นจำนวนมาก ที่ต้องการจะให้พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรค 

“อัศวิน” แจงตอบมท. ปมรถไฟฟ้าสีเขียวแล้ว ลั่น! ทำตามคำสั่งครบ โยน ผู้ใหญ่ตัดสินใจ กั๊ก! ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. รอประกาศกฤษฎีกาลต. ลั่น 3 วัน ตัดสินใจได้  

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมศูนย์อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 )หรือ ศบค.ชุดใหญ่ถึงความคืบหน้าการหารือกับกระทรวงมหาดไทย เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า เรื่องนี้ต้องถามพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เพราะเราได้ตอบเรื่องที่พรรคภูมิใจไทย สอบถามมา4 ประเด็น ไปแล้วหลายครั้ง จึงหมดหน้าที่เรื่องนี้แล้ว ส่วนการพิจารณาแล้วแต่ผู้ใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาเรื่องรถไฟฟ้าจะจบในสมัยของผู้ว่าฯ อัศวินหรือไม่ พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดมานานแล้ว ตั้ง20-30 ปี ไม่ได้เกิดในสมัยตน ฉะนั้นตนอย่างไรก็ได้ เพราะมีหน้าที่เพียงสานต่อและได้หารือกับทุกภาคส่วน ทำให้ถูกต้องตามกระบวนการและกฎหมายแล้ว ผลออกมาจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ ตนทำตามคำสั่งอย่างเดียว 

เมื่อถามว่าไม่ตอบคำถามที่คนละมอถามมากลับไปหรือยัง ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า ได้ตอบกระทรวงมหาดไทย ตอบแบบนี้ 8 รอบแล้ว 

 “นายกฯ” เตรียมมาตรการ รับ เทศกาลในสัปดาห์หน้า “วาเลนไทน์-วันมาฆบูชา” ย้ำ ศบค. ติดตามใกล้ชิด 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นห่วงประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ที่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูง ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ประเมิน  โดยที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ วันนี้จะประชุมเพื่อเตรียมมาตรการรองรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ และวันมาฆบูชา ในสัปดาห์หน้า โดยเน้นการควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชนและในครอบครัวอย่างเคร่งครัด พร้อมเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 และเข็ม 4  ในกลุ่มเป้าหมาย 608 และเด็กเล็ก

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) วันที่11ก.พ.พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 15,242 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากในประเทศ 15,060 ราย มาจากต่างประเทศ 182 ราย ทำให้ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 337,680 ราย หายป่วยกลับบ้านแล้ว 8,955 รายรวมหายป่วยสะสม 258,841 ราย โดยมีผู้ป่วยกำลังรักษา 111,393 ราย และเสียชีวิต 23 ราย 

“ดร.เอ้ สุชัชวีร์” ยื่น ป.ป.ช.สอบเชิงลึกทรัพย์สินตัวเอง-ภริยา บอก ถูกกันแกล้งทางการเมือง ยัน ไม่ท้อ บอก ตอนนี้เดินหาเสียง แบบเป็นผู้ว่าฯแล้ว

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เข้าหนังสือต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของตัวเองและภรรยา โดยนายสุชัชวีร์ กล่าวว่าจากการที่โฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการทุจริตเเละประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ออกมาให้ข้อมูลอ้างว่ามีผู้ร้องเรียนที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ว่า ตนขณะดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบ และยังให้ข้อมูลชี้นำตามสื่อว่าตนมีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ 

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า จากข้อมูลการยื่นทรัพย์สินที่ตนยื่นต่อ ป.ป.ช. ทำให้ตนรู้สึกไม่ยุติธรรม ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกรังแก ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการบวนการที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือและความตั้งในใจการออกมาทำงาน ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาเจอเรื่องที่ไม่เป็นธรรมแบบนี้ ยืนยันว่าตนลาออกมาเพื่อทำงานให้ประชาชน ไม่ปฏิเสธการถูกตรวจสอบ และพร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ จึงมายื่นหนังสือที่ ป.ป.ช.เพราะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรงในการดำเนินการเรื่องนี้ จึงมั่นใจในกระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.ว่าจะสามารถให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัวได้ 

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ทุจริต บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยืนต่อ ป.ป.ช.ทำตามความจริง และไม่มีการร่ำรวยผิดปกติ ผมก้าวเดินมาถึงวันนี้ไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ แต่ต้องเป็นการตรวจสอบโดย ป.ป.ช. ที่เป็นองค์กรอิสระ และมีหน้าที่โดยตรง

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนไม่เฉพาะชาว กทม. ที่ให้กำลังใจตนและครอบครัวผ่านทุกช่องทาง และยืนยันว่าไม่ท้อแต่อยากขอความเป็นธรรม และขอกำลังใจ ซึ่งไม่ได้ขอให้กับตนเท่านั้นแต่ขอให้กับคนรุ่นต่อๆไปที่จะออกมาทำงาน รุ่นน้องที่มีความพร้อมจะออกมาทำงานไม่ให้เขาถูกสกัดกั้นทางการเมืองจะได้ออกมารับใช้บ้านเมือง

เมื่อถามว่า มองว่ากมธ.ปปช. สภา ถูกแทรกแซงจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ ขอให้ถามผู้ที่ออกมาให้ข่าว แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าสิ่งที่ กมธ.ปปช. ดำเนินการทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย และมีผลกระทบกับตนและครอบครัว กระทบต่อความตั้งใจที่จะออกมาทำงาน  

"กมธ.พ.ร.บ.ตำรวจ" จ่อ สรุปเนื้อหา 15 ก.พ. เผย มีมติ เพิ่มอำนาจให้ ก.ตร. ร่วมเห็นชอบตั้ง ผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ....  รัฐสภา ที่มีพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ส.ว. รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ....ทำหน้าที่ประธาน ว่า ได้เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาที่ค้างการพิจารณา และในวันที่ 14-15 ก.พ.นี้ ได้นัดประชุมเพื่อทบทวนเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ตำรวจทั้งฉบับ

สำหรับรายละเอียดที่สำคัญ ซึ่งกมธ.มีมติแก้ไข คือ ประเด็นคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ตามเนื้อหาที่ผ่านขั้นรับหลักการ กำหนดให้ ก.ตร. มีหน้าที่และอำนาจกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์บริหารราชการตำรวจ และกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมถึงการบริหารงานบุคคล จัดระบบราชการตำรวจ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน 

ทั้งนี้ กมธ.มีมติกำหนดโครงสร้างองค์กรบริหาร สตช. จำนวน 2 องค์กร คือ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และ ก.ตร.โดยในบทบัญญัติของ ก.ต.ช. ที่เพิ่มขึ้นมานั้น ได้ให้หน้าที่และอำนาจกำหนดนโยบาย และบริหารราชการตำรวจ รวมถึงพัฒนาระบบงานตำรวจ ติดตามและประเมินผล สำหรับกรรมการ ก.ต.ช. นั้น กมธ.ยังไม่มีข้อยุติ และวางประเด็นพิจารณาไว้ ดังนี้

1.ควรกำหนดให้รองนายกรัฐมนตรี ที่นายกฯ มอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ ก.ต.ช.หรือไม่ 2.ควรกำหนดจำนวนรองนายกรัฐมนตรี ที่นายกฯ มอบหมาย เป็นรองประธาน ก.ต.ช. หรือไม่ 3.ควรกำหนดให้นายกสภาทนายความ ตัวแทนภาคประชาชนและท้องถิ่น เป็นกรรมการโดยตำแหน่งหรือไม่ และ 4.ควรกำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมาประชุมด้วยตนเอง จะมอบหมายให้บุคคลอื่นมาประชุมแทนมิได้หรือไม่

ขณะที่ ก.ตร. นั้น กมธ.ได้มีมติ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก.ตร. เช่นเดิม และแก้ไขในส่วนของกรรมการอื่นๆ โดยเพิ่มเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มาเป็น ก.ตร.ด้วย และให้เลขาธิการ ก.พ.ร. กำหนดจำนวนรองผบ.ตร.ตามลำดับอาวุโส จำนวน 5 คนให้เป็นก.ตร.ด้วย และได้ตัดกรรมการในส่วนของปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม อัยการสูงสุด และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมออก รวมถึงเพิ่มอำนาจให้กับก.ตร.ในการให้ความเห็นชอบต่อการแต่งตั้งผบ.ตร.ตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ

'นายกฯ' หารือ 'เอกอัครราชทูต EU' มุ่งสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-สหภาพยุโรปทุกมิติ พร้อมขยายร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเดวิด เดลี (H.E. Mr. David Daly) เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ที่ได้เข้ารับตำแหน่ง เชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์ของเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ที่มีความความคุ้นเคยกับประเทศไทยจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสานต่อความร่วมมืออีกหลากหลายสาขาในอนาคต และช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหภาพยุโรปให้แน่นแฟ้มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งช่วยเปิดมุมมองใหม่ในสาขาที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณที่สหภาพยุโรปมีมติยอมรับเอกสารรับรอง Thailand Digital Health Pass บนระบบ ‘หมอพร้อม’ ให้ใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางในยุโรปได้เทียบเท่ากับกับ EU Digital COVID Certificate (EU DCC) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการฟื้นฟูการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างกัน

ด้านเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ยินดีที่ได้ดำรงตำแหน่งในประเทศไทย ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการทำงานมาตลอด โดยแสดงความชื่นชมการทำงานและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลไทย พร้อมเชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามที่ตั้งไว้ได้ ซึ่งทางสหภาพยุโรปยินดีให้การสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผลประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ยังได้แสดงความยินดีต่อการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2022 ของไทยซึ่งเป็นบทบาทของไทยในเวทีโลก เชื่อมั่นว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายความร่วมมือทางการค้าการลงทุนและสามารถต่อยอดไปถึงภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งนี้ ขอให้ไม่ลืมที่จะคำนึงถึงสหภาพยุโรปในทุกความร่วมมือ เพราะยุโรปมีศักยภาพทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอื่นๆ

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ ด้านยุทธศาสตร์เพื่อความร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งไทยยินดีมีส่วนร่วมกับยุทธศาสตร์ฯ ในการขับเคลื่อนวาระสำคัญซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ท้าทายในเวทีระหว่างประเทศ เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทะเล การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่จะมีความร่วมมือกันได้ต่อไป ด้านความตกลงทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน

โดยได้หารือถึงกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement - PCA) ซึ่งมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายประสงค์ให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว ซึ่งทางเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ มองว่า ไทยถือเป็นประเทศที่สำคัญในภูมิภาค ที่จะส่งผลประโยชน์ร่วมกันได้ด้านการค้าการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำการให้ความสำคัญต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-EU โดยจะเร่งการเจรจาและกำหนดระดับเป้าหมายของ FTA ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 

'หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด' แนะ สิ่งที่เราต้องทำ คือ 'พลิกโฉมประเทศไทย'

นายวรนัยน์ วาณิชกะ หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง "นี่คือ พลิกโฉมประเทศไทย" มีเนื้อหาดังนี้…

อนาคตของชาติไม่ควรแขวนอยู่กับนโยบายกะปริดกะปรอย ยุทธศาสตร์เลื่อนลอย การบริหารบนผลประโยชน์ธุรกิจการเมือง การเมืองแบบเก่าที่ไม่เข้าใจความต้องการของโลกสมัยใหม่

ความใหม่ คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่เหล้าเก่าในขวดใหม่ ย้อมขายเพื่อหวังกระแสและคะแนนเสียง ความใหม่ต้องขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ แรงบันดาลใจ และอุดมการณ์อันแข็งแกร่งของนักการเมืองรุ่นใหม่ เพื่อที่จะมาเป็นรัฐบาลที่พลิกโฉมประเทศไทย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูป แต่ต้อง “พลิกโฉม”

แต่ความเป็นจริงคือ นักการเมืองรุ่นใหม่และรุ่นเก่า (ที่ต้องการทางเลือกใหม่) ต้องจับมือกัน รุ่นใหม่ต้องการรุ่นเก่าเพราะการสู้รบกับ เสือ สิง กระทิง แรด ในสภาและแต่ละหน่วยงาน ต้องอาศัยชั้นเชิงและความช่ำชองที่มาจากประสบการณ์ รุ่นเก่าต้องการรุ่นใหม่ มิฉะนั้นก็จะตกอยู่ในวังวนของความเหมือนเดิม

รุ่นใหม่คือตัวยิง รุ่นเก่าคือตัวส่งลูก รวมกันเราพลิกโฉม หากแยกกันการเมืองอุปถัมภ์คงเอาไปรับประทานอย่างแน่นอน

นี่คือ 5 นโยบายที่ไม่ใหม่ เพราะประเทศอื่นทำมาหมดแล้ว บางนโยบายพรรคอื่นได้พูดถึงบ้างแล้ว และเป็นนโยบายฉบับย่อ เพราะรายละเอียดมีอีกเยอะ

แต่สิ่งที่ใหม่คือ เหตุผลและจุดประสงค์ของนโยบาย เพราะถ้าเหตุผลคลุมเครือ จุดประสงค์บิดเบี้ยว ผลลัพธ์ก็เข้าแต่กระเป๋าการเมืองเก่า และเมื่อทำสำเร็จแล้ว ความใหม่คือโฉมหน้าประเทศไทย

>> คาสิโนเสรี ไม่ใช่เพราะบ้าการพนัน แต่มันคือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ในพื้นที่ของธุรกิจการเมือง แต่ทำในพื้นที่ยากจนที่สุด อยู่ท้ายแถวของความเหลื่อมล้ำ แต่ก่อนทำจะต้องมีประชามติ คนในพื้นที่ต้องเห็นด้วย ซึ่งการทำอุตสาหกรรมคาสิโนนั้น มีจุดประสงค์เพื่อต่อยอดในธุรกิจอื่น ยกระดับคุณภาพชีวิต ยกระดับคมนาคม ภาษีรายได้เอาไปลงกับการศึกษาและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างมีอยู่แล้ว Indian Reservations เคยเป็นพื้นที่ยากจนที่สุดในอเมริกา แต่ในพื้นที่ที่ได้ทำคาสิโนถูกกฎหมาย ผลต่อยอดมหาศาลและทั่วถึง นี่คือการกระจายศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเข้าไปในแต่ละภูมิภาค และพัฒนาทั้งประเทศ ไม่ใช่กระจุกอยู่แต่ในกรุงเทพ รถในกรุงเทพก็จะติดน้อยลงโดยปริยาย เพราะประชากรระบายออกไปหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า นี่คือการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจที่กระจุก นี่คือการพลิกโฉมประเทศไทย

‘เอ้ สุชัชวีร์’ หอบหลักฐานยื่น ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินตัวเองและภรรยา 

เอ้ สุชัชวีร์’ หอบหลักฐานยื่น ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินตัวเองและภรรยา เชื่อถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง 

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีถูกร้องเรียนมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ โดยระบุว่า

ชีวิตเปิดเผย โปร่งใส 

คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ของสภาผู้แทนราษฎร ออกมาให้ข่าวว่ามีผู้ร้องเรียนว่า ผมมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ผมจึงจำเป็นต้องแสวงหาความจริงจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่ดูแลเรื่องดังกล่าวนี้ เพื่อเป็นการรักษาเกียรติยศและชื่อเสียงของผม ของครอบครัวผม และวงศ์ตระกูลของผม 

วันนี้ผมมายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้กรุณาตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผม ว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ และตรวจสอบว่าผมมีพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบในขณะที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังหรือไม่ เนื่องจากมีการนำเสนอข้อมูลหลายครั้ง ทั้งทางสื่อออนไลน์และนอกสื่อออนไลน์ ชี้นำสังคมว่ามีข้อมูลมากมายทำให้สงสัยได้ว่าผมอาจมีพฤติกรรมทุจริตและประพฤติมิชอบและยังอาจร่ำรวยผิดปกติ 

ผมหวังว่าทาง คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้ตรวจสอบว่า ผมร่ำรวยผิดปกติหรือไม่โดยด่วน เพื่อให้สังคมได้ทราบข้อเท็จจริงและไม่ถูกนำเรื่องนี้ไปใช้เป็นประเด็นการเมือง 

ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องและเพื่อนๆ ที่รักทั้งหลายที่เป็นห่วงผม ทั้งส่งข้อความและโทรศัพท์มาให้กำลังใจ ว่าเพิ่งเข้าสู่วงการการเมืองก็ถูกรังแกเสียแล้ว ก็อยากจะขอกำลังใจ และอยากจะบอกว่า เมื่อผมตัดสินใจเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนก็เตรียมใจไว้อยู่แล้วครับ และหวังจะได้เห็นการเมืองแบบใหม่ ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นการหวังลมๆ แล้งๆ หรือเปล่า 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top