Tuesday, 9 June 2026
PoliticsQUIZ

"ทิพานัน" ซัด "ไทยสร้างไทย" หรือ "ไทยทำลายไทย" ทำเข้าใจผิดปมม็อบรถบรรทุก แนะ ปชช.เลิกเชื่อ นักการเมือง ตัดตอนข้อความ "นายกฯ"

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ตัดข้อความบางช่วงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยนำไปทวีตข้อความในทวิตเตอร์ ว่า”แล้วมีคนเดือดร้อนเยอะไหมเรื่องน้ำมันเนี่ย"กรณีม็อบรถบรรทุกประท้วงเรื่องราคาน้ำมันแพง ไปวิจารณ์ว่าไม่เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งเป็นการตัดต่อข้อความบางช่วงบางตอน แล้วไปนขยายเสนอสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม เพราะเป็นเพียงช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเหมือนเป็นการย้อนถามเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ถึงความเดือดร้อนมันเกิดขึ้นทุกกลุ่ม และยังได้อธิบายความต่อ โดยนายกฯได้กล่าวว่า  

“แล้วมีคนเดือดร้อนเยอะไหมเรื่องน้ำมัน หรือเฉพาะรถบรรทุก รัฐบาลดูแลทุกกลุ่มไหม ในเมื่อต้นทุนราคาน้ำมันมันเป็นอย่างนี้ รัฐบาลได้ใช้ทุกวิธีการที่จะดูแลให้ราคาไม่สูงเกิน ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนมาก รัฐบาลก็ต้องทำอย่างนี้”

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า นายกฯชี้แจงต่อไปด้วยว่า “เรามีงบประมาณมากน้อยเพียงใด อันที่หนึ่ง อันที่สองกลไกต่างประเทศ เป็นอย่างไร ต้องเข้าใจ ไม่ใช่เดือดร้อนเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เดือดร้อนทุกกลุ่มนั่นแหละ ทั้งภาคการผลิต ภาคการบริโภค ภาคการขนส่ง ก็ต้องช่วยกัน สถานการณ์ในวันนี้เป็นอย่างนี้อยู่ รัฐบาลได้ทำหลายมาตรการมาอย่างต่อเนื่องเข้าใจไหม ก็กรุณาติดตามดูสถานการณ์ต่างประเทศเขาบ้าง เปรียบเทียบ  เทียบเคียงดูบ้าง มันก็เดือดร้อนทุกคน แต่รัฐบาลทำให้หรือเปล่า ก็ทำให้ไม่ใช่หรือ รัฐบาลเอาเงินไหนมาดูแล ก็เอาเงินส่วนรวมนั่นแหละมาดูแล ทุกกลุ่มทุกฝ่าย ขอให้เข้าใจสถานการณ์ตรงนี้ด้วย” 

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ยังสามารถหาชมได้เพราะอยู่บนอินเตอร์เนตมากมาย และเชื่อว่าหากพี่น้องประชาชนได้อ่านหรือฟังคำให้สัมภาษณ์ฉบับเต็มของท่านนายกรัฐมนตรีจะเข้าใจถึงเจตนาในการสื่อสารดังกล่าว ว่าได้พยายามหามาตรการช่วยเหลืออกลุ่มมวลชนรถบรรทุกอย่างเต็มที่ และไม่ลืมที่จะต้องดูให้ครบทุกกลุ่ม แก้อันนี้ก็อาจกระทบกลุ่มอื่น ทุกการแก้ไขต้องสอดคล้องกัน  ในขณะเดียวกันก็ขอวิงวอนให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกลุ่มอื่นๆด้วย จะเห็นว่าเป็นความปราถนาดีต่อคนทุกกลุ่มนั่นเอง

‘ราเมศ’ ตกใจ ‘ถวิล’ ลาออก ปชป.ซบก้าวไกล ยอมรับพรรคสูญเสียบุคลากรสำคัญ  

“ราเมศ” ตกใจ “ถวิล” มือ กม. ปชป. ลาออกซบก้าวไกล เผยส่วนตัวผูกพันมากถือเป็นครูด้านร่างกฎหมาย ยอมรับพรรคสูญเสียบุคลากรสำคัญ  

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่นายถวิล ไพรสณฑ์ ประธานคณะกรรมการกฎหมายของพรรคฯ ลาออกจากสมาชิกพรรคว่า ยังตกใจและเสียใจอยู่ เหตุเพราะนายถวิลกับตนมีความผูกพันกันมาก ทำงานร่วมกันมาโดยตลอดในด้านกฎหมาย นายถวิลจะรับผิดชอบงานกฎหมายในส่วนของร่างกฎหมาย ที่ร่างกฎหมายเกือบทุกฉบับต้องผ่านการตรวจตราจากนายถวิล เพราะมีความเชี่ยวชาญในการร่างกฎหมายมาก 

โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น การกระจายอำนาจ และพรรคก็ได้ให้นายถวิลดูแลรับผิดชอบเรื่องท้องถิ่นมาโดยตลอด ในส่วนของพรรคให้ความสำคัญกับเรื่องท้องถิ่นเป็นอย่างมากเห็นได้จากนโยบายที่มีความก้าวหน้ามากกว่าทุกพรรค เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ยื่นแก้ รธน. เรื่องท้องถิ่น นายถวิลก็เป็นคนทำร่างฉบับนี้

“เมื่อวานนี้ (8 ก.พ.) เวลาประมาณ 16.30 น. หลังจากที่ผมได้เสร็จสิ้นการว่าความที่ศาลอาญา เห็นนายถวิลโทรมาในช่วงกลางวันสองครั้งแล้ว ผมไม่ได้รับสาย เมื่อโทรกลับไป นายถวิลบอกว่า ผมโทรมาลาคุณราเมศ ผมก็ถามว่าท่านจะลาไปไหน ได้รับคำตอบว่า ผมลาออกจากพรรคแล้ว โดยได้ไปยื่นใบลาออกที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังพูดเลยว่า ท่านจะทิ้งผมไปไหนเหรอครับ ท่านก็บอกตรงๆ ว่าไปช่วยเรื่องท้องถิ่นพรรคก้าวไกล และได้พูดถึงเหตุผลที่ลาออก แต่ขอไม่พูดในส่วนนี้เพราะเป็นการพูดคุยกันส่วนตัว” นายราเมศ กล่าว

นายราเมศกล่าวด้วยว่า ต้องถือว่าพรรคฯ ได้สูญเสียบุคลากรที่สำคัญไปอีกหนึ่งคน นายถวิลถือได้ว่าเป็นครูในด้านการร่างกฎหมายที่คอยให้คำปรึกษาได้เป็นอย่างดี เป็นคนเดียวที่จะเข้าพรรคมาทำงานทุกวัน ทุ่มเททำงานให้กับพรรคมาโดยตลอด ซึ่งคงไม่อธิบายอะไรมาก อธิบายความรู้สึกได้ในตอนนี้คือ รักและเคารพเสมอตลอดไปโดยส่วนตัวตกใจและเสียใจ แต่ก็ต้องเดินหน้าทำงานต่อไป ขณะนี้ในพรรค งานกฎหมายบุคลากรก็น้อยลงเต็มที คงต้องกลับมาคิดทบทวนเช่นกันว่าจะวางแผนการทำงานด้านกฎหมายอย่างไรต่อไปในอนาคต

‘บิ๊กตู่’ มั่นใจ มาตรการ สธ. ไทยรับมือโอมิครอนได้ ยกโพลล์ 71.4 % ปชช.เชื่อมาตรการครอบจักรวาล

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบผลโพลล์ DDC Poll ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดได้สำรวจกับประชาชนกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 4,800 คน รายงานว่า ประชาชน 71.4% เชื่อมั่นในมาตรการ Universal Prevention สะท้อนให้เห็นภาพของความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อมาตรการและระบบสาธารณสุขของไทย ที่ยังสามารถรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี 

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณประชาชนทุกฝ่าย ที่ร่วมด้วยช่วยกันในการปฏิบัติตนตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรการ Universal Prevention อย่างเคร่งครัด ตลอดจนความทุ่มเทของแพทย์และบุคลากรทางแพทย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่ช่วยกันทำงานอย่างหนักตลอดมา นายกรัฐมนตรียังมั่นใจว่า ประเทศไทยและคนไทย จะประสบความสำเร็จในการก้าวผ่านการแพร่ระบาดระลอกนี้ในอีกไม่นาน

“ณัฏฐ์ชนน” ฉะกลับ “มาดามเดียร์” ไม่ใช่หน้าที่จี้ รมต.ภท.ถอนตัวพรรคร่วมรัฐบาล ซัดทำวุ่นวาย ควรรู้สถานะตัวเอง สอนให้รู้จักคำว่าหน้าที่ เป็น “มาดาม” ต้องให้เกียรติตัวเอง-ประชาชน

ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา และรองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ส.ส.ภูมิใจไทย ไม่ได้มาร่วมประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา จนทำให้องค์ประชุมสภาฯล่ม ว่า เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวมีส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย บางส่วนติดโควิด - 19 และบางส่วนมีความเสี่ยงสูงต้องกักตัว แต่ขณะนี้ส.ส.พรรคภูมิใจไทยเหล่านั้นสามารถกลับเข้ามาร่วมประชุมสภาฯทำหน้าที่นิติบัญญัติให้สมบูรณ์แบบตามปกติแล้ว ขอให้ประชาชนมั่นใจ ว่าในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีส่วนที่จะทำให้สภาฯล่ม 

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กแนะรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยที่บอยคอตประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากประเด็นการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่าควรพิจารณาตนเองควรร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า คำว่ามาดามหมายถึงผู้หญิงหรือคุณนายหญิง ในประเทศไทยเราเรียกผู้หญิงที่ให้เกียรติหลายคน แต่ในวงการการเมืองจะน้อยมากที่จะเรียกว่ามาดาม ฉะนั้น คนที่ประชาชนให้เกียรติเรียกว่ามาดามเราก็ต้องให้เกียรติตนเอง และตำแหน่งด้วย รวมถึงต้องรู้จักตนเองด้วย วันนี้มีข่าวว่ามาดามเดียร์จี้รัฐมนตรีที่บอยคอตการประชุมครม.

ในฐานะมาดามเดียร์เป็นส.ส. ตนขอเตือนในฐานะที่เป็นส.ส.เหมือนกัน และในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และกัลยาณมิตร โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่เรื่องของส.ส. ดังนั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ครม. นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หากเมื่อไหร่ที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯเมื่อนั้นมาดามเดียร์ในฐานะส.ส.สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ และต้องรู้จักสถานะตนเองด้วยว่าเวทีไหนเป็นเวทีของตนเอง ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะวุ่นวาย

“วันนี้ผมออกมาเตือนในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกัน หากส.ส.ทั้ง 500 คนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายบริหาร ผมออกไปวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคพลังประชารัฐ บ้านเมืองก็วุ่นวาย เราต้องรู้จักตนเอง ดังนั้นหน้าที่ใครหน้าที่มัน เราต้องทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติของตนเอง หน้าที่เราคืออกกฎหมายและเตือนฝ่ายบริหาร แต่การเข้าร่วมหรือจะถอนตัวเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย และส.ส.พรรค ไม่ใช่หน้าที่ของมาดามเดียร์ ขอให้ตั้งสติทำหน้าที่ของตนเองให้ดีแยกให้ออก” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

เเมื่อถามว่า ทางพรรคได้มีการหารือว่าจะคุยเรื่องนี้กับนายกฯ อย่างไร นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า เรื่องนี้พรรคภูมิใจไทย โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้พูดคุยในครม.แล้วหลายรอบ และพวกตนในฐานะส.ส.ก็ทราบข่าวจากสื่อมวลชน ว่าประเด็นรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีการยื่นเอกสารให้ครม.ในช่วงเช้าวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเข้าครม.วานนี้ (8 ก.พ.) และหลังจากที่ทราบข่าวก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครม.

ฉะนั้นในประเด็นนี้พวกตนในฐานะส.ส.ไม่ทราบรายละเอียด และเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีของพรรคต้องไปคุยกับนายกฯ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร ตนขอฝากไปยังครม.ทั้ง 30 คน ว่าประเด็นไหนที่เป็นเผือกร้อน ในขณะนี้ท่านต้องดูกฎหมายว่าการที่จะนำเข้าสู่การครม. ก็จะเป็นปัญหาอุปสรรคให้กับนายกฯ ก็อยากให้รัฐมนตรีแต่พรรคช่วยกันพิจารณาด้วย

เมื่อถามว่า หากปัญหานี้ยังอยู่จะเป็นปัญหาต่อการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ไม่ใช่ปัญหา ตนคิดว่าน่าจะพูดคุยกันได้ ในมุมมองของนายศักดิ์สยาม และรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยมองประโยชน์ของประชาชน
 

‘บิ๊กตู่’ ยันมีแผนแก้ปัญหาน้ำมันแพง โอด รัฐบาลนี้เผชิญวิกฤตหลายด้าน

นายกรัฐมนตรี บอกรออีกนิด มาตรการแก้ปัญหาน้ำมัน-แก๊ส ยันรัฐบาลพยายามตรึงราคามากที่สุดไม่เกิน 30 บาท หวังแก้ทุกมิติ จ่อพิจารณาโครงสร้างภาษี วอนฟังเหตุผล บอกปัญหาเยอะตามใจทุกคนไม่ได้ 

เมื่อวันที่ 9 กพ. 65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีปัญหาราคาน้ำมัน ถึงเวลานี้จะมีการทบทวนปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันหรือไม่ ว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ได้มีการหารือแล้ว ขอรอการชี้แจงในรายละเอียดที่จะมีการหารือกันในวันที่ 9 ก.พ. อีกครั้ง ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีแผนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องกองทุนน้ำมัน การจัดเตรียมวงเงินกู้ใช้สำหรับชดเชย และกองทุนน้ำมันก็ติดลบอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมรองรับปัญหาราคาแก๊สอีก แก้ปัญหาในหลายมิติ โดยปัญหาหลักไม่ได้มาจากเรา แต่มาจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งเราพึ่งพาวัตถุดิบที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ดังนั้นต้องเปรียบเทียบประเทศรอบบ้านเขาเป็นอย่างไร ในภูมิภาคเป็นอย่างไร และประเทศไทยอยู่ในกลุ่มไหน หลายประเทศอาจจะถูกกว่าเรา เพราะเขามีแหล่งพลังงานในประเทศของเขาเอง

“บิ๊กตู่”ปลื้ม ทีมชาติไทย ทำผลงานโอลิมปิกฤดูหนาว “ปักกิ่ง 2022” ได้ตามเป้า ชวนปชช.ติดตามให้กำลังใจ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 24 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 4-20 ก.พ.65 โดยให้กำลังใจ และเชิญชวนประชาชนร่วมส่งแรงเชียร์นักกีฬาไทยทั้ง 4 คนในการแข่งขัน

โดยผลการแข่งขันเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา นายมรรค จันเหลือง สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้ ด้วยการติดอันดับที่ 3 ของนักกีฬาจากทวีปเอเชีย เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 52 จากนักกีฬาทั้งหมด 90 คน ด้วยเวลา 3 นาที 2.12 วินาที ในรายการการแข่งขัน 

สปริ๊นท์ฟรีสไตล์ ระยะ 1,500 เมตร ชาย รอบคัดเลือก และอันดับที่ 61 ในรายการการแข่งขัน สกีแอธลอน 30 กิโลเมตร ชาย ด้าน น.ส. คาเรน จันเหลือง ทำอันดับที่ 61 ด้วยเวลา 3 นาที 36 วินาที ในรายการการแข่งขัน สปริ๊นท์ฟรีสไตล์ ระยะ 1,500 เมตร หญิง รอบคัดเลือก

นายธนกร กล่าวว่า การส่งนักกีฬาทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวนับเป็นความสำเร็จอีกขั้นในการส่งเสริมทักษะของนักกีฬาไทย ซึ่งรัฐบาลและการกีฬาแห่งประเทศไทยสนับสนุน โดยเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ติดตามและดูแลด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างเต็มศักยภาพ และประเมินผลการฝึกซ้อมก่อนแข่งขันจริง โดยแยกตัวฝึกซ้อม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามมาตรการของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด 

“นายกฯให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทย และทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เชื่อมั่นในความตั้งใจ อุตสาหะของนักกีฬาทุกคนที่ได้ร่วมไปแข่งขันในฐานะตัวแทนของประเทศ แม้ไทยจะไม่ได้เชี่ยวชาญในประเภทกีฬาฤดูหนาว แต่ถือเป็นความภาคภูมิใจของทีมชาติไทยที่สามารถส่งนักกีฬาเข้าร่วมได้ทั้งหมด 4 คน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านกีฬาของประเทศไทยที่สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องในทุกประเภท ขอร่วมติดตามและจะเป็นกำลังใจเชียร์กับการแข่งขันในรายการต่อไป พร้อมขอให้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง สุดความสามารถตามที่ได้ฝึกซ้อมและคาดหวังไว้ เชื่อมั่นว่านักกีฬาทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีเพื่อพัฒนาในการแข่งขันครั้งต่อไป” นายธนกรฯ กล่าว

รัฐบาลชวนลงทะเบียน 'คนละครึ่ง เฟส 4' วันแรก 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความยินดีที่ประชาชนพอใจโครงการคนละครึ่ง เฟส 4 ที่กระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริงและต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ตั้งแต่เปิดโครงการเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 65 มีประชาชนที่กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 4 แล้ว จำนวน 24.67 ล้านราย จากจำนวนผู้ใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จำนวน 26.35 ล้านราย และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 4 แล้วจำนวน 1.33 ล้านราย โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ 205 ราย 

โดยในวันนี้จะเป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนกลุ่มใหม่ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ลงทะเบียนเป็นวันแรก (10 ก.พ. 2565) ต่อเนื่องทุกวัน ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com จนกว่าจะครบจำนวน 29 ล้านสิทธิ ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปฯ ที่ลงทะเบียนโครงการฯ ระยะที่ 4 สำเร็จ จะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ. - 30 เม.ย. 2565

“โฆษกรัฐบาล” เผย เนื้อหมูราคาลง โว ผลงาน “บิ๊กตู่” สั่งแก้ไข เผย รัฐบาล แก้ปัญหาเร็ว บรรเทาปชช.เดือดร้อน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงราคาเนื้อหมู ที่เริ่มปรับราคาลง โดยราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดง ส่วนสะโพก ไหล่ ไม่รวมหมูเนื้อแดงปรุงแต่ง อยู่ที่กิโลกรัม(กก.)ละ 164-170 บาท ลดจากสัปดาห์ที่แล้ว วันที่ 30 ม.ค. ที่ราคาเฉลี่ยทั้งประเทศ กก.ละ 187 บาท และตอนนี้เฉลี่ยทั้งประเทศ กก.ละ 175 บาท ทั้งนี้เป็นไปตามการสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ให้กำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า แก้ไขปัญหาและดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจัดชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจออกตรวจสอบห้องเย็น และโรงเชือด ที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กำหนดให้แจ้งการเก็บสต๊อกเนื้อหมูตั้งแต่ 5,000 กก.ขึ้นไป

โดยมีผู้แจ้ง 404 ราย มีเนื้อหมูในสต๊อก 15.5 ล้านกก. สำหรับรายที่ไม่แจ้ง ก็มีการตรวจสอบด้วย โดยตรวจรวม 616 ราย รวมมีเนื้อหมู 19.5 ล้าน กก. พบผู้กระทำผิด 12 ราย ส่งฟ้องและมีคำพิพากษาแล้ว 3 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี 9 ราย นอกจากนี้ยังจัดชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งในกรุงเทพฯ ได้ตรวจสอบตลาดสด 103 แห่ง ห้างค้าส่งค้าปลีก 101 แห่ง และในต่างจังหวัด ตรวจสอบทั้งตลาดสด ห้าง โดยรายที่พบการกระทำผิดกฎหมาย เช่น ไม่ปิดป้ายแสดงราคา ขายเกินราคา ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว 

นายธนกร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคจำเป็นอื่น เริ่มทยอยปรับราคาลง อาทิ เนื้อไก่ ราคาจำหน่ายในห้าง เนื้อน่องติดสะโพกกก. ละ 65 บาท ส่วนในตลาดสด ราคาแตกต่างกันแต่ละพื้นที่ เฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 70-75 บาท และคาดว่าแนวโน้มราคายังทรงตัวต่อไป ส่วนน้ำมันพืชปาล์ม ราคาที่สำรวจจากร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ขวดลิตรละ 64-65 บาท และในห้าง 61-62 บาท และมีแนวโน้มลดลง และทรงตัวในระดับนี้ต่อไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ผักสดมีทั้งราคาเพิ่มและลดลงตามแต่ละพื้นที่ โดยมีต้นทุนค่าขนส่งเป็นตัวแปร ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ราคาทรงตัว ยกเว้นภาคใต้ ที่ราคาอาจจะสูงกว่าภาคอื่นเล็กน้อย เนื่องจากมีต้นทุนในเรื่องค่าขนส่งจากระยะทางที่ไกล

“อนุทิน” ยันสัมพันธ์รัฐยังดี อ้างลาครม. เพราะไม่อยากโต้เถียงจึงสงวนสิทธิ แต่ครั้งหน้าหากโหวตปมรถไฟฟ้าไม่ลาแล้ว แจงไม่ร่วมประชุมเตรียมเอเปคเพราะติดประชุม กก.ยา ยังอุบ เปิดดีล "ธรรมนัส" รอผลหลังเลือกตั้ง แต่ที่เจอทักทายเรื่องปกติของเพื่อนที่รู้จักกันกว่า 20

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ “มุมการเมือง” ทางThaiPBS กรณี 7 รัฐมนตรีบอยคอตเรื่องต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยยืนยันความสัมพันธ์ กับพรคร่วมรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ไม่มีปัญหา สิ่งที่แสดงออกเป็นการพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชน การทำงานยังเป็นมืออาชีพไม่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ เพราะการทำงานร่วมกันในเรื่องนี้ มีความเห็นแตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ ไม่เกี่ยวข้องความสัมพันธ์ หรือขัดแย้งใดๆ ทำงานได้ตามปกติ เรื่องอื่นๆนายกฯยังคงสั่งงาน และได้รายงานนายกฯ ตามปกติ 

ส่วนจุดยืนโหวตเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้ขัดแย้งที่จะให้ปรับแก้สัญญารถไฟฟาสายสีเขียว แต่กระทรวงคมนาคมมีข้อกังวลที่ขอให้ปรับปรุง ชี้แจง ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ทำหนังสือไป

ส่วนปฏิกิริยางัดข้อของภูมิใจไทย จะกลายเป็นระเบิดลูกใหม่ของรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาไม่ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน ก็ถูกว่า ถูกตำหนิ หรือวิพากษ์วิจารณ์ เวลาปกป้องก็ผิดอีก ก็จะไม่ใช่การทำงาน ตนไม่ใช่พวกลากมากไป ไม่ต่างจากระบบสภา ถ้าถึงเวลาจริงๆตกลงกันไม่ได้ ความเห็นขัดแย้ง ทิศทางยังจูนกันไม่ได้ ก็จะใช้วิธีโหวต ตามระบอบประชาธิปไตย และเมื่อผลโหวตออกมาอย่างไรทุกฝ่ายก็ต้องตามนั้น

นายอนุทิน ย้ำว่าการที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เข้าร่วมประชุม ครม. เพราะเราแจ้งนายกฯ ทุกครั้งว่า ถ้าประเด็นรถไฟฟ้านี้ไม่ได้คำตอบจากกทม. เราขอสงวนสิทธิ์ เราไม่อยากโต้เถียง เพราะคนที่ลำบากใจที่สุดคือประธานในที่ประชุม ดังนั้น เมื่อทราบว่าจะมีวาระจรเรื่องนี้บรรจุเข้ามาทันที เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศการประชุม เราเลยถอยออกมา และก็ได้ส่งหนังสือชี้แจงไป

ส่วนที่มีการเขียนข่าวกันไปว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมประชุมก็ต้องรับมตินั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ที่เราจะต้องรับมติครม. แต่มีการทำหนังสือให้ความเห็นเป็นการสงวนสิทธิตรงนี้ไว้ และเรา 7 คนคิดว่าถ้าเรื่องนี้มีความสมบูรณ์ ก็น่าจะผ่านไปได้ และเราก็สบายใจที่สงวนสิทธิ ไม่เข้าประชุม ไม่โต้แย้ง ไม่ถกเกียง แต่รมว.คมนาคม มีจดหมายแสดงเจตจำนงค์ ข้อคิดเห็นข้อสังเกต ถึง 8 ฉบับไปแล้ว เราหลีกเลี่ยงการปะทะ ไม่ต้องการโต้คารมกัน 

เมื่อถามว่า หากมีการประชุมครม. เพื่อโหวตครั้งต่อ พรรคภูมิใจไทยจะสงวนสิทธิไม่เข้าประชุมอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้ามีคำตอบ และดำเนินการตามกฎหมายขั้นตอนที่ชัดเจนแล้ว เราไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ายังคงเดิมก็จะไม่ลาประชุมแล้ว เพราะถือว่าแสดงท่าทีไปแล้วว่าถ้าไม่มีการแก้ไขตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอก็จะใช้สิทธิในการพิจารณา

นายอนุทิน ยังชี้แจงกรณีที่ไม่ได้ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมประชุมเอเปค ว่าเป็นคนละเรื่องกัน แต่เพราะตนติดประชุมคณะกรรมการยาแห่งชาติ  ซึ่งได้เขียนโน๊ตชี้แจงนายกฯแล้ว ขออย่าสังเกตท่าที และในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) มีการประชุม ศบค. เวลา 09.00 น. ที่ตนเป็นเจ้าภาพเป็นเรื่องใหญ่ ที่เกี่ยวกับสุขภาพคนก็จะเข้าร่วม  ย้ำไม่มีปัญหาเรื่องการทำงาน เพราะทราบดีว่ามีความสำคัญอย่างไร

ส่วนภาพที่ปรากฎภาพไปร่วมประชุมรัฐสภา และประชุมสภาผู้แทนราษฎร เจอและพูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส พะเยา ถึง 2 วันติดต่อกันนั้น เป็นการเปิดดีลอะไรกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คุยกับใครไม่ได้เลยหรือ ร.อ.ธรรมนัส เข้ามาประชุมในนามพรรคใหม่ และเป็นช่วงจังหวะเวลาไปลงคะแนนในที่ประชุม ระหว่างนั้นทางเดินสายหลักในห้องประชุมสภามีเส้นเดียวเจอกันจึงทักทายกันปกติ และส่วนตัวเป็นเพื่อนกับร.อ.ธรรมนัสมา กว่า 20 ปี ถ้าเทียบก็รุ่นเดียวกัน โดยร.อ.ธรรมนัสเป็น ตท. รุ่นที่ 25 ตนก็รุ่น 25 มีเพื่อนกลุ่มเดียวกันมากมาย จึงเป็นเรื่องปกติที่เจอกัน เป็นคนละเรื่องระหว่างการทำงาน และการเมือง 

'นายกฯ' ย้ำ ปชช.ปฏิบัติมาตรการ สธ.เคร่งครัด หลังยอดผู้ติดเขื้อเกินหมื่นหลายวัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำประชาชน ผู้ประกอบการ ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขภายใต้สถานการณ์โควิด – 19 ทั้งมาตรการ Covid Free Setting และ Universal Prevention รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาด ในทุกสถานที่ ห้างสรรพสินค้า ตลาด  ร้านอาหาร โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 งดให้บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดทาง  ควรตรวจ ATK ก่อนเดินทาง  

นอกจากการปฏิบัติตามมาตรการของประชาชนแล้ว ยังย้ำให้สถานที่ทำงานทั้งของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ต้องปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กรเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด - 19 อย่างเคร่งครัดด้วย หลังกระทรวงสาธารณสุขมีการประเมินว่าไทยอาจมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธ์ุโอมิครอน รายวันถึงเพิ่มสูงขึ้นอีกในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top