Tuesday, 9 June 2026
PoliticsQUIZ

ศรีสุวรรณ เตรียมยื่น กสทช. สอบไทยพีบีเอส ปม ปล่อยเฟกนิวส์

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่ากรณีที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนำเสนอสกู๊ปข่าวรายงานตัวเลขที่ผิดพลาดหลายจุดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีต่อเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้, การแปลข่าวชาวอินเดียเช่าเครื่องบินเหมาลำมายังประเทศไทยอย่างผิด ๆ และล่าสุดผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวได้เผยแพร่ข่าวหญิงสาวที่เข้ารับวัคซีนซิโนแวคที่ จ.อุดรธานี แอบอ้างภาพของผู้ป่วยรายหนึ่งที่โรงพยาบาลหนองม่วง จ.ลพบุรี ที่มีอาการแพ้ยา มีผื่นแดงเต็มตัว มาเผยแพร่ควบคู่กันจนเกิดความเข้าใจผิด  ซึ่งเป็นการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหลายต่อหลายครั้ง เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันของสังคมนั้น

การเสนอข่าวที่ผิดพลาดในลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง สร้างความตื่นตระหนกและสับสนให้เกิดขึ้นกับผู้ชมอย่างแพร่หลาย แม้จะมีการแก้ข่าวแล้วแต่ก็เกิดขึ้นอย่างล่าช้า อันชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานของสื่อไทยพีบีเอสที่อาจขาดความเที่ยงตรงและความรับผิดชอบต่อสาธารณชนโดยชัดแจ้ง อันเข้าข่ายการฝ่าฝืน ม.43 (1) ประกอบ ม.42 (1) (2) แห่งพรบ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 2551 และข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของวิชาชีพเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่รายการ 2563 ข้อ 5 ประกอบข้อ 7

ยังเป็นการการทำที่อาจขัดต่อกฎหมายและหรือขัดต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ซึ่งสำนักงาน กสทช. มีอำนาจดำเนินการตาม พรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2551 ม.40 ประกอบ ม.39 รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยว่าด้วย จริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ 2553 ประกอบธรรมนูญสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ 2563 อีกด้วย

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อสำนักงาน กสทช.ในวันศุกร์ที่ 14 พ.ค. 64 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กสทช. ถ.พหลโยธิน ซอย 8 (ซอยสายลม) พญาไท กทม. เพื่อให้ใช้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อลงโทษผู้บริหารหรือกองบรรณาธิการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตามครรลองของกฎหมาย

“หมอระวี” เชียร์ “บิ๊กตู่” กำหนดฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ จี้ต้องเร่งทำความเข้าใจให้ ปชช.เลิกกลัววัคซีน เชื่อยอดทะลุเป้าแน่นอน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า จำนวนการจองฉีดวัคซีนจากเป้าหมาย 16 ล้านคนที่วันนี้ยอดจองทะลุ 2 ล้านรายแล้ว โดยศบค.ได้มีมติกำหนดให้การฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติซึ่งเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้องที่รัฐบาลต้องออกมาระดมประชาชนทั่วประเทศให้ออกมามีส่วนร่วม ตนเชื่อมั่นว่าไทยต้องประสบผลสำเร็จในการฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายแน่นอน 

“ผมมีข้อเสนอให้ ศบค.ไปพิจารณา คือการประชาสัมพันธ์เชิงรุกทุกรูปแบบและทุกช่องทางให้คนไทยรู้ข่าวสารที่แท้จริงของวัคซีนจะได้หายกลัวการฉีดวัคซีนและรัฐบาลต้องหากลยุทธ์ในการระดมประชาชนทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีนตัว ทั้งนี้ต้องปรับแผนการกำหนดกลุ่มที่ต้องเร่งฉีดวัคซีนก่อน คือคนที่ทำงานเกี่ยวกับงานบริการต่าง ๆ ที่มีผู้คนมาใช้บริการมาก เช่น ร้านอาหาร ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านนวดแผนไทย โดยคนไทยจะได้เปิดกิจการต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น และคนที่ทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น สายการบิน คนขับแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ขนส่งสาธารณะ โรงแรมรีสอร์ท เพื่อให้เปิดประเทศได้เร็วขึ้น รวมถึงเร่งฉีดให้ประชาชนที่อยู่ในชุมชนแออัดโรงงานต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงในการระบาดสูง” นพ.ระวี ระบุ

นพ.ระวี ระบุต่อว่า ทั้งนี้รัฐบาลต้องเพิ่มช่องทางการจองฉีดวัคซีนในเชิงรุกให้ถึงตัวประชาชนตามแนวทางของจังหวัดลำปาง รวมถึงคนต่างด้าวที่ทำงานในเมืองไทยที่มีอายุ 60 ปี ที่มีโรคประจำตัวและทำงานในสถานที่เสี่ยงควรให้มีสิทธิ์จองฉีดวัคซีนได้ และที่สำคัญรัฐบาลควรจะตั้งเป้ารณรงค์ให้มีคนไทยทั่วประเทศจองคิวฉีดวัคซีนภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้อย่างน้อยให้ได้ 10 ล้านคนและเตรียมการฉีดวัคซีนให้ได้วันละมากกว่า 300,000 คนในต้นเดือนมิถุนายนนี้

SMS ช่วยได้! กรรมาธิการไอซีที วุฒิสภา แนะ ‘รัฐ-ศบค.’ ประชาสัมพันธ์เชิงรุก ยิง SMS เข้ามือถือ แก้ปัญหายอดจองวัคซีนไม่ถึงเป้า!

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยว่า กมธ.ได้จัดประชุมวาระเร่งด่วนทางออนไลน์ เพื่อถกปัญหาการเข้าถึงการใช้งานผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารของประชาชนที่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากสะท้อนปัญหาการลงทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ผ่านไลน์ “หมอพร้อม” ไม่สำเร็จที่เกิดจากระบบล่ม แต่ประเด็นปัญหาใหญ่กว่านั้นดูเหมือนเป็นเรื่องของการที่ประชาชนส่วนมากของประเทศไม่สามารถลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนได้ด้วยตัวเอง 

“ทุกวันนี้นอกจากปัญหาเรื่องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แล้ว ความไม่เสถียรในการใช้งานของแอปพลิเคชันในเรื่องของการลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนก็เป็นปัญหาอย่างมากสำหรับประชาชน ทาง กมธ. ICT มองลงไปถึงประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารได้อย่างเพียงพอและทันท่วงที จึงอยากให้รัฐบาลและ ศบค.เพิ่มช่องทางในการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 แบบเรียลไทม์ ด้วยการส่ง SMS ไปยังประชาชนทุกกลุ่มในประเทศ ไม่จำเพาะเจาะจงเฉพาะผู้ที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้เท่านั้น เช่น ลำปางโมเดลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการทำงานของ อสม. นอกจากนี้ยังเป็นการลดปัญหาข่าวปลอม หรือ Fake News ที่สร้างความแตกตื่นให้แก่ประชาชนในเรื่องของโควิด-19 อีกด้วย” พลเอก อนันตพร กล่าว

พลเอก อนันตพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พูดคุยถึงประเด็นปัญหา Fake News ที่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก โดยทาง กมธ. ICT ได้เชิญ น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ร่วมให้ข้อมูล โดย น.ส.อัจฉรินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกระทรวงฯ ได้มีความพยายามจัดการกับปัญหาข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนที่ออกมาสร้างความสับสนให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้คำสั่งศาล แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดนี้ การดำเนินการเพื่อยื่นต่อศาล เพื่อให้มีการปิดกั้นเว็บไซต์หรือต้นทางการเผยแพร่ข่าวสารทางโซเชียลมีเดียยังมีอุปสรรคในเรื่องของศาลที่ไม่เปิดรับคำร้องและระงับการไต่สวนชั่วคราว ทำให้สามารถทำได้เพียงการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้นำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายเท่านั้น

กลุ่มรถบัสไม่ประจำทางแบกไม่ไหว! ยื่นหนังสือ ‘บิ๊กตู่’ วอนช่วยเจรจาไฟแนนซ์ ขอลดดอกเบี้ย-หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ อุ้มผู้ประกอบการ

วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ที่บริเวณป้ายรถเมล์ด้านหน้าสำนักงาน กพ.เดิม ได้มีตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรถบัสไม่ประจำทาง จำนวน 8 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ผ่านตู้ปณ 1111 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้เยียวยากับผู้ประกอบการรถบัสโดยสารไม่ประจำทาง ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรถบัสไม่ประจำทางได้ขอให้ช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องการลดดอกเบี้ย โดยขอให้รัฐบาลช่วยเจรจากับทางผู้ประกอบการไฟแนนซ์ หรือหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการ หลังจากยื่นหนังสือผ่าน ตู้ปณ 1111 ทำเนียบรัฐบาลแล้ว ได้เดินทางกลับเมื่อเวลา 10.45 น.

ปธ.ศาลฎีกา ยัน ศาลทำงานเชิงรุก ปรับวิธีคิด ทิ้งขนบเก่า เน้น ’ให้ศาลเป็นงานบริการ ไม่ใช้อำนาจ-เน้นกระจายความยุติธรรม ไม่เลือกปฎิบัติ’

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 18 ในหัวข้อ “การอํานวยความยุติธรรมในยุควิถีใหม่สู่ประชาชน” กล่าวว่า ในการพิจารณาคดีในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คนในกระบวนการยุติธรรม พยายามร่วมมือทำงาน โดยไม่แบ่งส่วน แม้ความสำเร็จเป็นรูปธรรมยังไม่สมบูรณ์ตามเป้าหมายที่อยากเห็น แต่ในช่วง3-4 ปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นชัดขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่เข้ามาทำงาน และทุกคนตระหนักและให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น

แม้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่หยุด แต่งานของศาลและกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถหยุดได้ ที่ผ่านมาจะมองว่าศาลเป็นองค์การที่มีความอนุรักษ์นิยม มีพิธีรีตองหรือมีอะไรที่เป็นของตัวเองค่อนข้างมาก หรือเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจสั่งอย่างเดียว ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวช้า ติดขนบธรรมเดิม ซึ่งเป็นภาพในอดีต แต่ถ้าเข้ามาจะเห็นความเปลี่ยนแปลง โดยการพิจารณาพิพากษาไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ แต่ได้ปรับกระบวนทัศน์ เปลี่ยนวิธีคิดให้เป็นการให้บริการ เพื่อให้คนที่เข้ามาติดต่อมีความสุขและได้รับความเป็นธรรม จะเห็นภาพว่าผู้พิพากษา ผู้บริหารศาล ทำงานเชิงรุกมากขึ้น เช่น ออกสืบพยานออนไลน์ ออกไปพบประชาชน ชี้แจงให้รู้สิทธิพื้นฐานของตนเอง โดยยึดนโยบาย 5 ด้าน ภายใต้หลักการ ‘บริสุทธิ์ ยุติธรรม’ ที่สำคัญกับประชาชน โดยเฉพาะกระจายความยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ต้องเสมอภาคให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่เลือกคนใดหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และกระจายไปกลุ่มคนในชนบทด้วย โดยมีการตั้งศาลแขวงและศาลจังหวัดเพิ่ม เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เมื่อโควิด-19 ระบาด ลดขั้นตอนยุ่งยาก ต้องคำนึงความถูกต้อง เป็นธรรมคุ้มครองสิทธิ และต้องมีความสมดุลย์

นางเมทินี กล่าวว่า ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าล่าช้า ชี้แจงว่าขณะนี้เราก้าวผ่านคำว่าพิจารณาคดีที่ล่าช้าไปแล้ว เห็นได้จากในศาลชั้นต้นมีคดีกว่าล้านคดี มีผู้พิพากษา 3 พันคน ซึ่งแต่ละคดีมีมาตรฐานระยะเวลากำหนดไว้ที่ต้องปฎิบัติ เพราะถือว่าความล่าช้าคือความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง รวมถึงการขอประกันในศาลชั้นต้นภายในหนึ่งชั่วโมงต้องได้รับคำสั่ง ขณะที่การปรับเปลี่ยนในศาลสูง จะนัดประชุมเพื่อหารือถึงการกำหนดมาตรฐานระยะเวลาพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกา เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบ สามารถตรวจสอบว่าการทำงานจะมีระยะเวลาเท่าไหร่ และจะมีการอ่านคำพิพากษาผ่านจอภาพไปยังเรือนจำ เพื่อให้จำเลยทราบสิทธิของตัวเองหลังมีคำตัดสินได้ทันที

‘วิษณุ’ เปิดงาน “การอำนวยความยุติธรรมในยุควิถีใหม่ สู่ประชาชน” แนะ ใช้วิกฤตโควิดให้เป็นโอกาส ปรับระบบให้ดีกว่าเดิม เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ปชช. 

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดงานผ่านระบบประชุมคอนเฟอเรนซ์ หัวข้อ “การอำนวยความยุติธรรมในยุควิถีใหม่ สู่ประชาชน” ครั้งที่18 

โดยนายวิษณุ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตอนที่โควิด-19 ระบาดใหม่ ๆ ในช่วง 2563 คดีความต่าง ๆ ต้องเลื่อนออกไป และต้องนัดประชุมเพื่อให้ตามเรื่องให้ทัน เรื่องนี้มีผลกระทบไปทั่ว จึงทำให้เกิดคำใหม่ขึ้นมาคือ นิวนอร์มอล หมายถึงวิถีชีวิตใหม่ การระบาดของโควิด-19 ทำให้ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกด้านและทุกเรื่อง ต้องปรับปรุงวิธีการทำงาน และปรับปรุงวิธีคิด เพื่อให้เข้ากับการระบาด อะไรที่เคยทำก็ทำอย่างเดิมไม่ได้ ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี หรือศาสนา เช่น การเวียนเทียนออนไลน์ ในบางประเทศทำบุญ เช็งเม้งออนไลน์ เพราะไม่สามารถแออัดได้ หรือแม้แต่การแต่งงาน สิ่งเหล่านี้เข้ามาถึงเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ที่จะต้องจัดระบบและเปลี่ยนแปลงใหม่ ในส่วนนี้จึงเกิดปัญหาขึ้นว่าอะไรที่จะต้องเปลี่ยนแปลง แล้วจะต้องทำอย่างไร คือจะทำอย่างไรในยุคนิวนอร์มอล และให้ได้ผลเหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิม หากทำใหม่แล้วแย่กว่าเดิมก็จะต้องแย่ไปหมด เช่น ความล่าช้าในการทำคดี 

นายวิษณุ กล่าวว่า หากจะได้ให้ผลที่พึงปรารถนาหรือเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อะไรในอดีตที่เคยทำไม่ได้ก็ดีขึ้น เพราะปัจจุบันเราเห็นการเรียนและการประชุมแบบออนไลน์ ประหยัดเวลา ประหยัดการเดินทางไปได้เป็นอันมาก ก่อนหน้านั้นรัฐบาลเคยคิดเรื่องเวิร์กฟอร์มโฮมมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยยุคน้ำมันแพง คือเมื่อหลาย 10 ปีมาแล้ว แต่ก็ทำไม่สำเร็จ พอยุคมีปัญหาทางเศรษฐกิจก็คิดเรื่องเวิร์กฟอร์มโฮมเพิ่มก็ทำไม่ได้ แต่เมื่อเกิดการเกิดโรคระบาด ทำให้เกิดการเวิร์กฟอร์มโฮมโดยพร้อมเพรียงกัน อะไรที่เคยยากก็ง่าย และก็ทำให้หลายอย่างสามารถเดินหน้าไปได้ ความจริงเรื่องนี้มีตัวอย่างให้เทียบเคียงได้หลายเรื่อง

นายวิษณุ กล่าวว่า บางคนอาจจะพูดว่าดีอยู่แล้วจะปฏิรูปไปทำไม แต่เมื่อเกิดเศรษฐกิจฟองสบู่แตกทุกคนก็รวมใจกันปฏิรูป ตอนนี้โควิด-19 เป็นวิกฤตก็ทำให้เกิดโอกาส ซึ่งโอกาสแผ่ซ่านไปในหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องของศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี การจัดการศึกษา แม้กระทั่งการคิดค้นเทคโนโลยีมาใช้ในการประชุมทางไกล นี่ยังไม่รวมที่มีการพูดว่า เพราะโควิด-19 ระบาดทำให้มีการไปคุ้ยเรื่องบ่อนการพนัน แรงงานต่างด้าว และสถานบันเทิงผิดกฎหมาย คือถ้าไม่มีโควิด-19 ขึ้นมาก็คงไปคุ้ยและไปรื้อยาก ความจำเป็นมันเกิดขึ้นโดยไม่มีใครอยากละเว้น นิวนอร์มอลบังคับให้เราต้องทำในกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน แต่ปัญหามีอยู่ว่าเราจะทำอะไรและเราจะทำอย่างไร 

นายวิษณุ กล่าวว่า วันนี้เป็นการดีที่ผู้ใหญ่หลายท่านมาพิจารณาปัญหานี้สิ่งที่เราคิดกันอยู่ในเวลานี้คือประเทศไทยเรามีคณะกรรมการระดับชาติอยู่ชุดหนึ่งที่ชื่อว่า คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ เป็นหนึ่งในกรรมการที่สำคัญมากของประเทศ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเพราะในด้านกระบวนการยุติธรรมนั้น คณะกรรมการชุดนี้เป็นเวทีเดียวที่ตำรวจ อัยการ ศาล ทนายความ ราชทัณฑ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือหน่วยงานอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมได้เข้ามานั่งอยู่ในที่เดียวกัน เมื่อทำงานหรือขับเคลื่อนอะไรก็จะทำไปพร้อมกันบนเวทีระดับชาตินี้ สมมติสมัยก่อนเมื่อจัดตั้งศาลขึ้นที่ไหนสักแห่งก็ไม่สามารถตั้งได้โดยง่าย เพราะแม้ศาลพร้อมจะไปจัดตั้งที่จังหวัดนั้น แต่จังหวัดยังไม่พร้อมหรืออัยการ และคุกไม่พร้อม ก็ไปต่อไม่ได้ แต่เวทีนี้คณะกรรมการชุดนี้ทำให้เมื่อจะเปิดศาลตั้งศาลหรือจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมก็จะมีเวทีนี้ที่จะทำให้มาคิดทีเดียว 

"ผมหวังว่าทุกท่านจะช่วยสร้างมิติใหม่ของกระบวนการยุติธรรม เพื่อที่จะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในยุคใหม่ เพื่อให้เขาได้รับความยุติธรรมเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม แม้ว่ากระแส โควิด-19 จะทำให้สถานการณ์ไม่น่าก้าวไปได้ แต่เราเชื่อว่า เราจะสามารถคิดอะไรใหม่ ๆ แปลก ๆ จากเดิมเพราะวิกฤตจะทำให้เกิดโอกาส โดยโอกาสหนึ่งที่เราอยากจะเห็นก็คือโอกาสที่จะประสิทธิ์ประสาทในการอำนวยความยุติธรรม" นายวิษณุ กล่าว

‘บิ๊กป้อม’ เร่งช่วยเกษตรกร สั่งยกระดับการพัฒนา "กว๊านพะเยา เวียงหนองหล่ม" เป็นโครงการสำคัญ  พร้อมติดตามฟื้นฟู “บึงบอระเพ็ด" กำชับ! เร่งกำจัดผักตบชวา/วัชพืช ย้ำทุกหน่วยงาน ใช้งบประหยัด-คุ้มค่า

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 10.00น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เป็นประธานการประชุม คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 2/2564 โดยมี ศ.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.รง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

ที่ประชุม ได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงาน การพัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำสำคัญ ตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ บึงสีไฟ จ.พิจิตร, หนองหาร จ.สกลนคร และบึงราชนก จ.พิษณุโลก ซึ่งมีเป้าหมายหลัก เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ สำหรับการอุปโภคบริโภค การประมงพื้นบ้าน เกษตรกรรม และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตลอดจนเป็นพื้นที่สันทนาการ และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจระดับท้องถิ่น มีการจัดทำโครงการภายใต้นโยบาย กนช. ซึ่งมีความคืบหน้าและความต่อเนื่อง อย่างน่าพอใจหลังจากนั้นที่ประชุม ได้มีการพิจารณาเห็นชอบ ให้มีการทบทวนแผนพัฒนา อนุรักษ์  ฟื้นฟู บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เพื่อรองรับการปรับเขตพื้นที่ให้เหมาะสม กับมาตรการ "ให้ หวง ห้าม" เช่นผลกระทบต่อการกำหนดแนวคลองดักตะกอน เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้เห็นชอบให้ยกระดับ การพัฒนา กว๊านพะเยา จ.พะเยา และเวียงหนองหล่ม จ.เชียงราย ให้เป็นโครงการสำคัญ และให้เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้กรอบแผนพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟู กว๊านพะเยา และเวียงหนองหล่ม ตามลำดับ

พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องเร่งรัดการดำเนินแผนงาน/โครงการ ที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว และนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม เน้นสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน/เกษตรกรในพื้นที่ อย่างทั่วถึง และเห็นประโยชน์ร่วมกัน สำหรับการบริหารงบประมาณ จะต้องโปร่งใส ประหยัด และคุ้มค่า ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวย้ำว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาน้ำอย่างจริงจัง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน/เกษตรกร ทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ

“ก้าวไกล” ลั่น เดินหน้ายื่น ป.ป.ช. เชือด "ธรรมนัส" แจง รอคำวินิจฉัยศาลรธน. เป็นทางการ-ดูท่าที "ประยุทธ์" จะยังอุ้มเป็นรมต. ต่อหรือไม่

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ทางพรรคก้าวไกลยังคงเดินหน้าที่จะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มีการไต่สวนกรณี ร.อ.ธรรมนัส เพราะพรรคก้าวไกลมองว่าปล่อยผ่านไม่ได้ การที่เรายอมให้มีรัฐมนตรีซึ่งมีประวัติอย่างชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกับการส่งออกยาเสพติดไปยังต่างประเทศ และถูกพิพากษาจำคุกยังต่างประเทศชัดเจน มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะกระทบทั้งบรรทัดฐานทางการเมือง และกระทบทั้งมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง 

ซึ่งขณะนี้ทางพรรคก้าวไกลได้ร่างคำร้องไว้แล้ว แต่ยังรอคำพิพากษากลางของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ และรอดูความรับผิดชอบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่แต่งตั้ง รอ.ธรรมนัส ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร จะยังยินยอม ยังจะอุ้ม รอ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ หากไม่มีการดำเนินการอะไรต่อหลังจากนี้ และมีคำพิพากษากลางของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว พรรคก้าวไกลก็จะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ทันที ทั้งนี้คาดหมายว่าสัปดาห์หน้าคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญจะออกอย่างเป็นทางการ

‘บิ๊กตู่’ สั่ง! หน่วยงานรัฐ กำหนดเกณฑ์-คุณสมบัติ สอบข้าราชการ ให้ครอบคลุม พฤติกรรม-จริยธรรม ที่ถูกต้องดีงาม

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้นโยบายกับทั้งส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐในหลายโอกาสในประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้จริยธรรมที่ถูกต้องดีงามอย่างเคร่งครัดนั้น

ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติในการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ หรือจัดจ้างเป็นพนักงาน พนักงานราช ลูกจ้างของราชการ หรือหน่วยงานของรัฐตามแต่กรณีให้ครอบคลุมถึงพฤติกรรมและมาตรฐานทางจริยธรรมที่ถูกต้องดีงามด้วย 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคลากรของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่มีความรู้ความสามารถ มีความประพฤติเหมาะสม รวมทั้งมีคุณสมบัติในการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ดี ซึ่งจะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาด้านจริยธรรมในภาคราชการและสังคมไทยในภาพรวมต่อไป ในการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือน ค่าตอบแทน หรือเพื่อต่อสัญญาให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐนำหลักเกณฑ์ด้านความประพฤติและมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วยอย่างเคร่งครัด

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้จริยธรรมที่เข้มงวด โดยนอกจากข้อสั่งการการกำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติหน้าที่ในระบบราชการ และหน่วยงานของรัฐข้างต้นแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้เห็นชอบประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง เพื่อเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ ในการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการการเมืองที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยกำหนดให้ข้าราชการการเมือง ต้องยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศอันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รวมถึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดีและรับผิดชอบต่อหน้าที่ กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมและความผาสุกของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ

“ทนายด่าง” เผย “ทนายนรเศรษฐ์” ติดโควิด ส่วนทีมทนายที่สัมผัสรุ้งกักตัวหมดเเม้ตรวจไม่พบเชื้อยืนยันยังมีทีมทนายอีกเป็น 10 ช่วยยื่นประกันผู้ต้องขังออกจากเรือนจำ ลุ้นศาลอนุญาตไต่สวนประกัน “ไมค์” ผ่านคอนเฟอรเรนซ์ ส่วนคดีหลักขอเลื่อนนัดสืบพยาน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นาย กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าขณะนี้ได้รับทราบผลตรวจเชื้อว่า นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ซึ่งเป็น 1 ในทีมทนายของเราตรวจพบเชื้อโควิด-19 ส่วนตนเเละมารดาของ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล จำเลยคดีชุมนุมกลุ่มคณะราษฎร 2563 ปักหมุดสนามหลวงที่ติดเชื้อโควิด19 นั้นผลตรวจไม่พบเชื้อ ในส่วนของคดีความปักหมุดที่มีนัดสืบพยานครั้งเเรกวันที่ 19 พ.ค. 64 คงต้องขอศาลเลื่อนออกไปเพราะจำเลยตรวจพบเชื้อโควิดหลายคน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ก็ยังป่วยอยู่ 

ส่วนทีมทนายคนไหนที่สัมผัสกับ น.ส.ปนัสยา ซึ่งรวมถึงตนด้วยก็ต้องกักตัว 14 วันตามมาตรการ เเต่ในส่วนคดีที่จะมีการยื่นประกันเเกนนำเเละเเนวร่วมที่เหลือไม่ต้องเป็นห่วงทางศูนย์ทนายยังมีทนายความอีกหลายคนที่ไม่ได้สัมผัสผู้ติดเชื้อก็ยังทำงานเพื่อช่วยพวกเขาออกมาได้ 

อย่างเคสของนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ จำเลยที่ 6 ซึ่งติดเชื้อโควิดอยู่ในเรือนจำ วันนี้เราก็ยื่นขอให้ศาลมีการไต่สวนผ่านวีดีโอคอนเฟอรเรนซ์ ก็รอดูอยู่ว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไรในวันนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top