Friday, 19 June 2026
Politics

‘เพื่อไทย’ ปลุกรัฐตื่นจากฝันยุทธศาสตร์ 3 แกน แซะ!! ต่างชาติไม่คิดลงทุนในยุค ‘ประยุทธ์’

นายวิกรม  เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เชียงราย และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงยุทธศาสตร์ 3 แกน โดยมุ่งหวังให้ประเทศไทยเป็นฐานในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แนวคิดดังกล่าว ดูเป็นเพียงการขายฝันในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เพราะพลเอก ประยุทธ์ ไม่มีนโยบายหรือมาตรการส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร อีกทั้งการเตรียมความพร้อมรองรับ ทั้งเรื่อง สถานีอัดประจุ หากมีการเดินทางระยะยาวหรือข้ามจังหวัดนั้น ควรจะต้องมีการวางแผนหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานีอัดประจุ เนื่องจากปัจจุบันสถานีอัดประจุในประเทศยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ นอกจากนี้การที่ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นที่จะสูงถึงหน่วยละ 5 บาทอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้รับความนิยมมากนักในประเทศไทย 

นอกจากนี้ รัฐบาลจะไม่มีการส่งเสริมการผลิตแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพสูงแล้ว ยังไม่มีแนวนโยบายในการจัดการขยะจากแบตเตอรี่ เนื่องจากแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบันมีอายุการใช้งานที่จำกัด การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย แต่การกำจัดแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพไปแล้วนั้น ในปัจจุบันยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการกำจัดแบตเตอรี่ที่เป็นขยะเหล่านี้ ซึ่งเป็นความท้าทายที่จะต้องมีการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้หากไม่มีแนวทางหรือแผนงานที่ชัดเจนจะเป็นแหล่งขยะพิษส่งผลกระทบกับสุขภาพของประชาชนได้ 

ทั้งนี้ที่ผ่านมา คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยได้ศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ เรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) มา 3-4 ปีแล้ว และได้แนะนำรัฐบาลให้เตรียมความพร้อมในการร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

'อลงกรณ์' ชี้อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ประมาทไม่ได้ เพราะสถานการณ์เปราะบางจากปัญหาพรรคเศรษฐกิจไทยถอนการสนับสนุนรัฐบาลพร้อมแนะนายกฯ และ 10 รัฐมนตรีทำตัวเหมือนผีดิบไร้อารมณ์เลี่ยงวิวาทะเคลียร์ซักฟอกทุกประเด็นเน้นเศรษฐกิจปมทุจริต

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์เขียนในเฟสบุ๊ควันนี้ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 10 คน ระหว่างวันที่19 - 22 ก.ค. โดยจะลงมติวันที่ 23 ก.ค.นี้ถือเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่4และครั้งสุดท้ายของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ซึ่งรัฐบาลจะประมาทไม่ได้เนื่องจากปัญหาเสียงสนับสนุนรัฐบาลลดลงจากกรณีพรรคเศรษฐกิจไทยและเสียงสนับสนุนจากกลุ่มพรรคเล็กที่เป็นตัวแปรสำคัญยังไม่นิ่งเป็นสถานการณ์ที่เปราะบางมากกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งที่ผ่านมา

ในขณะที่กระแสทางการเมืองในปัจจุบันเอื้อต่อฝ่ายค้านใน 2 เรื่อง 1.) ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่และสงครามรัสเซีย-ยูเครน 2.) กระแสพรรคฝ่ายค้านดีขึ้นจากชัยชนะต่อเนื่องในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.และการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ลำปางเขต4 

ดังนั้น รัฐบาลต้องผนึกเสียง 6 พรรคร่วมรัฐบาลให้เป็นเอกภาพมากที่สุดและแสวงหาเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากกลุ่มพรรคเล็กและส.ส.ในพรรคอื่นที่ต้องการสนับสนุนรัฐบาลหรือมีเจตนาจะย้ายสังกัดมาอยู่พรรคร่วมรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะสามารถฝ่าด่านการอภิปรายครั้งนี้ไปได้

‘อรุณี’ จี้ ‘ประยุทธ์’ ออกมาดูความจริง ‘โควิด’ เริ่มหนัก เตียงไม่มี - 608 ไม่ได้ยา แนะปรับแผนรับมือเหมือนระบาดช่วงแรกก่อนสาย

ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อเฉลี่ย 2,000 คน ผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 20 รายต่อวันจากการปรับระบบการรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจนทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงก็ตาม แต่เป็นการรายงานที่สวนทางกับข้อมูล จาก Worldometer ที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิต สูงติด 1 ใน 10 ของโลก อาจส่งผลกระทบต่อการรับมือและการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนในภาพรวมได้ 

ทั้งนี้พบว่าปัจจุบัน กลไกการสนับสนุนในด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงการเงินและบริการทางสังคมที่พี่น้องประชาชนควรได้รับจากภาครัฐ ลดน้อยถดถอยลงกว่าช่วงก่อนๆ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ประชาชนที่สงสัยว่าติดเชื้อ ผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยยืนยัน ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างที่รัฐบาลให้คำมั่นไว้ แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม  ในต่างประเทศวัคซีน mRNA สายพันธุ์โอมิครอน (BA.1/2) จะเริ่มจัดส่งและฉีดให้กับประชาชนแล้วในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป แต่ในประเทศไทยยังคงวนเวียนกับการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ยาโมนูลพิราเวียร์ ฟาวิพิราเวียร์ ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ยากลำบาก การเข้าถึงเตียงรักษาที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะผู้ป่วยหนักที่มีอัตราการครองเตียงในระดับสูงอีกครั้ง

‘ปชป.’ ยันทำงานในฐานะพรรคร่วมตามภาระหน้าที่ ไม่เหมือนเห็บเหาที่สูบเลือดประเทศหมดแล้วโดดหนี

โฆษก ปชป. แย้ง ‘ธรรมนัส’ อย่าเหมารวมพ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อมลำปาง เพราะรัฐบาลเสียงตก ชี้ต้องมองให้หลายมิติ พร้อมซัดกลับ ‘สุทิน’ เห็บเหาที่สูบเลือดประเทศหมดแล้วโดดหนีก็มี

(15 ก.ค. 65) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ออกมาระบุ ที่พรรคเศรษฐกิจไทย แพ้การเลือกตั้งซ่อม จ.ลำปาง เพราะประชาชนภาคเหนือตอนบนไม่เอารัฐบาลว่าเป็นการวิเคราะห์การเมืองในแนวของ ร.อ.ธรรมนัส ที่อาจจะเหมารวมผลการเลือกตั้งว่าพี่น้องประชาชนในภาคเหนือไม่เอารัฐบาล ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วมีหลายมิติที่ควรจะพูดถึงให้รอบด้าน แต่หากการวิเคราะห์ดังกล่าวเพียงเพื่อเป็นเหตุผลในการถอนตัวทิ้งรัฐบาลดูแล้วก็จะไม่เป็นธรรมต่อรัฐบาล เชื่อว่านักการเมืองมืออาชีพมองสถานการณ์การเมืองออกในช่วงสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องเดินหน้าทำงานให้กับประชาชน หากประเทศมีปัญหาใด ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องร่วมมือกันหาทางแก้ไขฟันฝ่าให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น การร่วมรัฐบาลเราตระหนักในหน้าที่ที่เราต้องทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนรวมให้ได้มากที่สุดตามเงื่อนไขที่ได้มีข้อตกลงไว้เมื่อครั้งร่วมรัฐบาล ไม่ได้มีความคิดจะไปแก่งแย่งหรือแทงข้างหลังใครเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ส่วนตน

นายราเมศ กล่าวต่อว่า สำหรับอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยืนยันมาตลอดว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบตามระบบประชาธิปไตย ซึ่งมีการเปิดอภิปรายกันทุกปี ไม่มีความกังวลใจใดๆ พร้อมชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา และถ้าหากรัฐมนตรีของพรรคมีการทุจริต ก็ยินดีให้มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เชื่อว่านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะชี้แจง ในส่วนของพรรค ทั้งในบทบาทฝ่ายบริหารที่ได้ร่วมรัฐบาลรัฐมนตรีของพรรคก็จะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ส.ทุกคนก็เช่นกันที่จะเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนทำงานเพื่อส่วนรวมให้เต็มที่

ก้าวไกลขับ ‘อานุภาพ’ พ้นสมาชิกพรรค พร้อมขอให้เจ้าตัวลาออกจาก ส.ก. ด้วย

พรรคก้าวไกลมีความเห็นให้ ส.ก. เขตสาทร พิจารณาตนเองลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

จากกรณีที่นายอานุภาพ ธารทอง ส.ก. เขตสาทร พรรคก้าวไกล ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานอนาจารเมื่อวันที่ (12 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา พรรคได้มอบหมายคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณพรรคให้สอบสวนข้อเท็จจริงโดยด่วนที่สุด โดยได้มีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ (15 กรกฎาคม 2565) คณะกรรมการวินัยฯ ได้เรียกนายอานุภาพมาสอบข้อเท็จจริง ซึ่งนายอานุภาพได้ยอมรับว่าตนมีพฤติการณ์ผิดต่อจริยธรรมพรรคและสร้างความเสื่อมเสียให้แก่พรรคอย่างร้ายแรง คณะกรรมการวินัยฯ จึงมีความเห็นให้คณะกรรมการบริหารพรรคลงโทษขั้นสูงสุดคือการให้นายอานุภาพพ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

อย่างไรก็ตาม นายอานุภาพได้แสดงความจำนงขอลาออกจากสมาชิกพรรคในวันเดียวกัน

แม้นายอานุภาพจะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลแล้ว แต่ยังคงดำรงตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอยู่ เนื่องจากกรณีนี้เป็นความผิดร้ายแรงต่อจริยธรรมพรรค จริยธรรมสังคมอย่างมาก คณะกรรมการบริหารพรรคจึงมีความเห็นให้นายอานุภาพพิจารณาตัวเอง ลาออกจากตำแหน่ง ส.ก. เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

จากใจ 'ท่านใหม่' ถึงใจ 'ชัชชาติ' หากยังเป็นคนไทย ก่อนฉายหนัง อย่าลืมเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี

(18 ก.ค. 65) ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ 'ท่านใหม่' โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า...

จากใจ ถึงใจ

ท่าน ผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติครับ ในฐานะท่านเป็นเจ้าของ วิคหนังกันแปลง ควรจะสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ก่อนการฉายภาพยนตร์ ไม่ว่าในโรงภาพยนตร์หรือกลางแปลง จะมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี และการยืนถวายความเคารพก่อนหนังฉายทุกครั้ง 

เราคนไทยได้ถือปฏิบัติกันมานานแล้ว และยังไม่มีการล้มเลิกประเพณีดังกล่าว ส่วนใครจะยืนถวายความเคารพหรือไม่ ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลนั้นๆ

ดังนั้นจึงขอ บอก (เตือน) ท่านด้วยความเคารพ เรามีวัฒนธรรมและประเพณี ที่ปฏิบัติกันมานานแล้ว เรื่อง #การเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี และการยืนถวายความเคารพก่อนหนังฉายตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย มานานแล้ว ขอให้ท่านผู้ว่า ชัชชาติ คิดดูให้ดี และรอบคอบอย่าได้เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเสีย ตามเสียงนก เสียงกา

บิ๊กตู่จัดให้!! มติ ครม. 18 ก.ค. 2565

>> ครม.เห็นชอบ ร่างความตกลงด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์ไทย-สหรัฐฯ 
ครม.เห็นชอบการจัดทำความตกลงระหว่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติแห่งประเทศไทย กับ คณะกรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์แห่งสหรัฐอเมริกา (USNRC) เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์  ซึ่งฉบับเดิมสิ้นสุดไปเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา 

สำหรับร่างความตกลงฉบับใหม่ยังคงหลักการเดิม โดยเป็นเอกสารสัญญาที่กำหนดขอบข่ายและแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงเทคนิค เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลความปลอดภัย ความมั่นคง การพิทักษ์ ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ มีระยะเวลา 5 ปี ที่จะขับเคลื่อนภายใต้ขอบเขตข้อตกลง คือ 
1. การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการที่ไม่เป็นความลับที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี 
2. ความร่วมมือในการวิจัยความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ 
และ 3. การฝึกอบรมและการมอบหมายหน้าที่ โดยจะขับเคลื่อนผ่านการ

ทั้งนี้ไทยจะได้รับประโยชน์จากร่างความตกลงดังกล่าว ทั้งได้รับการสนับสนุนในด้านการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อสนับสนุนและฝึกอบรมในหัวข้อที่ไทยขาดความเชี่ยวชาญ โครงการฝึกอบรมด้านการประเมินความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์แบบเครื่องปฏิกรณ์วิจัยและแบบเครื่องปฏิกรณ์กำลังเพื่อการอนุญาตและตรวจสอบ การก่อสร้าง สำหรับใช้ในการประเมินและตรวจสอบแบบก่อสร้างของโครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยรังสีรักษาจากโบรอนจับยึดนิวตรอนและโครงการจัดตั้งสถานประกอบการอื่นๆ ในอนาคต เป็นต้น

>> ครม. เห็นชอบ ร่างถ้อยแถลง รมต.อาเซียนด้านสตรี หนุน ความเท่าเทียมระหว่างเพศ หนุน ดิจิทัลเสริมศักยภาพสตรีสู่ธุรกิจ ครม. เห็นชอบ ร่างถ้อยแถลงร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสตรี ครั้งที่ 4 ตามที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอ มีสาระสำคัญ
1. เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ การเสริมพลังสตรีและเด็กหญิงในภูมิภาคอาเซียน ตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ปี 2568 โดยตระหนักถึงผลกระทบด้านเพศภาวะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อสตรีและเด็กหญิง 
2. สถานะของสตรีที่มีแนวโน้มอยู่ด้อยกว่าบุรุษ และกลุ่มสตรีที่อาศัยในชนบทที่ยากจน กลุ่มสตรีชาติพันธุ์ สตรีพิการ สตรีย้ายถิ่นฐาน ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกละทิ้งไว้ข้างหลัง และมุ่งให้ความสำคัญในการสร้างโอกาสการเข้าถึงของสตรีผ่านการปฏิวัติทางดิจิทัล เช่น  การส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีดิจิทัลและการสร้างความเข้มแข็งในการแข่งขันทางดิจิทัล เพื่อให้สตรีของอาเซียนปรับตัว พัฒนา และประสบความสำเร็จภายหลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภูมิภาคอาเซียน 

สำหรับสาระสำคัญของร่างถ้อยแถลงร่วม ยืนยันถึงการส่งเสริมสตรีใน 2 ด้าน คือ 
1. ส่งเสริมสตรีในเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านการปรับปรุงการเข้าถึงการสนับสนุนและข้อมูลด้านการเงิน การฝึกอบอรม เสริมสร้างศักยภาพ โอกาสด้านการตลาดและความเชื่อมโยงนโยบายอื่น
2. การมีส่วนร่วมของสตรีในกระบวนการตัดสินใจและการกำหนดนโยบาย โดยรับฟังเสียงและความต้องการของสตรี เพื่อประกันว่าการดำเนินนโยบายและแผนงานมีมุมมองมิติเพศภาวะ ทั้งนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะแจ้งผลการรับรองร่างถ้อยแถลงร่วมฯ ไปยังสำนักเลขาธิการอาเซียนต่อไป

‘วิษณุ’ ฟันธงศึกซักฟอกรอบนี้ผ่านฉลุย เหตุ รมต. แต่ละคนล้วนชำนาญการอภิปราย

(19 ก.ค. 2565) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อร่วมรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ในวันนี้ตนเองเป็นเพียงเพื่อนเจ้าบ่าว ตนไม่ได้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นฝ่ายกฎหมายไม่ได้มีความเป็นห่วงรัฐมนตรีที่ไม่เคยถูกอภิปรายแต่อย่างใด เพราะในฐานะที่เป็น ส.ส.ย่อมเคยอภิปรายคนอื่นมาบ้างแล้ว วิปได้จัดสรรเวลาแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนกรณีที่ต่างฝ่ายต่างโปรโมทด้วยอินโฟร์กราฟฟิกเหมือนโปรโมทภาพยนตร์นั้นตนไม่ทราบเรื่อง ไม่ได้เห็นจึงไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากให้คำแนะนำในเรื่องของข้อมูลหรือเทคนิคในการอภิปรายและชี้แจงอย่างไรหรือไม่ รองนายกฯเผยว่า ไม่มีอะไรแนะนำ ตนไม่กล้าแนะนำเพราะแต่ละคนเก่งแล้ว ซึ่งการพูดคุยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาเป็นเพียงการพูดคุยและสอบถามตนถึงเรื่องราวในอดีต ตนไม่ได้ไปติวอะไรให้ใคร จะมีปัญญากล้าไปติวได้อย่างไร ก็ได้แต่เล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังเท่านั้นเอง พูดให้ฟังว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้างเนื่องจากตนอยู่ในเหตุการณ์อภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว 10 กว่าครั้ง อย่างไรก็ตามการอภิปรายในครั้งนี้เชื่อว่าจะผ่านไปด้วยดี และได้ทราบว่ารัฐมนตรีแต่ละคนเตรียมตัวเตรียมข้อมูลกันเอง จึงไม่ทราบว่าแต่ละคนมีความพร้อมอย่างไร

นายกฯ ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง ไม่ได้ฉลาดที่สุด เหมือนบางคนที่ท่านบอกฉลาดที่สุด ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

นายกฯ ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง ไม่ได้ฉลาดที่สุด เหมือนบางคนที่ท่านบอกฉลาดที่สุด ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
กล่าวเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565

'บิ๊กตู่' สวนแรง!! 'หมอชลน่าน' ฉลาดกว่า แต่โชคดีที่ไม่เคยรักษาด้วย เพราะเหมือนพิการทางสมอง

ท่านเป็นบุคลากรทางการแพทย์อยู่แล้ว (นพ.ชลน่าน) ฉลาดกว่าผมอยู่แล้ว โชคดีที่ผมไม่ได้ไปรักษาอะไรกับท่าน เพราะท่านว่าผมมีอาการพิการทางสมอง ผมก็โชคดีถ้าผมเป็น ผมก็รักษากับท่านไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
กล่าวโต้ตอบ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top