Sunday, 28 June 2026
NewsFeed

สภาพัฒน์ฯ เผยจีดีพี ปี 64 โต 1.6% ชี้ ศก.ไทยเริ่มฟื้น คาดปีนี้โต 3.5 - 4.5%

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 4 ทั้งปี 2564 และแนวโน้มปี 2565 ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 1.9% โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจปรับเพิ่มขึ้นเกือบทุกตัว ทั้งนี้การขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสดังกล่าว เป็นผลมาจากตัวเลขการส่งออกที่ยังคงขยายตัวได้ในระดับสูง โดยเฉพาะปริมาณการส่งออกสินค้าขยายตัว 16.6% รวมถึงปริมาณส่งออกบริการขยายตัว 30.5% ยกเว้นการลงทุนรวมที่ยังติดลบอยู่ 0.2% 

“บิ๊กตู่” สั่งหาทางแก้จนแบบพุ่งเป้าไม่หว่านแห

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้มอบนโยบายว่า ปี 2565 เป็นปีที่รัฐบาลแก้ไขปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้าและแก้ปัญหาหนี้ต่าง ๆ ทั้งระบบ โดยในการทำงานแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะต้องอาศัยความตั้งใจจริงและความทุ่มเทในการทำงานของทุกคน เชื่อมั่นว่าทุกคนทำได้เพื่อประเทศ ซึ่งจะต้องทำงานแบบไม่หว่านแหทั่วไป 

ทั้งนี้ ในหลายพื้นที่ คนมีความพร้อมอยู่แล้วแต่อาจเข้าไม่ถึงโอกาส จึงต้องพิจารณาจัดกลุ่มเป็น 3 กลุ่มคือ 1. กลุ่มที่มีความพร้อมอยู่แล้ว สามารถขยายให้โตขึ้นได้ 2. กลุ่มที่มีความพร้อมปานกลาง ให้เสริมเติมเต็มความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น 3. กลุ่มที่ต้องให้อยู่รอดให้ได้ ไม่ให้ล้ม โดยต้องทำแผนงาน จัดงบประมาณลงไปตามศักยภาพของพื้นที่ ให้เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากทุกอำเภอ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดประเมินผลการทำงานของข้าราชการ ขณะที่ตัวชี้วัดรายกระทรวง รายหน่วยงาน จะต้องเป็นตัวชี้วัดที่สามารถสะท้อนการดำเนินงานของหน่วยงานในลักษณะเชิงบูรณาการ  ซึ่งจะนำมาเป็นข้อพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานต่อไปด้วย 

"ไทย สมาย บัส" รถพลังงานไฟฟ้า 100 % ทดสอบการใช้งานให้บริการ "คนพิการ"

"นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา" ประธานกรรมการ "บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด" หรือ TSB ผู้นำระบบแพลตฟอร์มการให้บริการรถเมล์พลังงานไฟฟ้าภายใต้ชื่อ ไทย สมายล์ บัส เชิญผู้นำคนพิการ อาทิเช่น นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / นายชัยพร ภูผารัตน์ ผู้อำนวยการสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย / นางสาวภัสวรินทร์ กิตติโชคกุลพัทธ์ นายกสมาคมส่งเสริมและพัฒนาคนพิการไทย ทดสอบระบบสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ "คนพิการ" และ "ผู้สูงอายุ" ที่ใช้รถวีลแชร์ ให้สามารถเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกและไม่เป็นอุปสรรค

โดยจัดทำอุปกรณ์เชื่อมต่อทางระหว่างฟุตบาท และตัวรถ (ทางลาดชัน) และถือเป็นผู้บริการขนส่งสาธารณะรายแรกของประเทศไทยที่ตัวรถสามารถปรับระดับสูง ต่ำ เพื่ออำนวยความสะดวกให้รถวีลแชร์ขึ้นได้ และมีความกว้าง ความสูงพอดีสำหรับผู้โดยสาร ทุกคนก้าวขาขึ้นรถเมล์ได้โดยง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นบันได

นอกจากนี้ ยังเอื้อประโยชน์ต่อคนพิการทุกประเภท คนพิการทางสายตาก็ไม่ต้องกังวลกับการสะดุดขั้นบันได แถมยังสามารถขึ้นได้เร็วกว่าเดิมคนพิการที่ต้องใช้ไม้เท้าหรือรถวีลแชร์สามารถเข็น ปั่น ทางเชื่อมขึ้นรถเมล์ได้อย่างสะดวก และสามารถทำได้เองหรือให้ผู้อื่นช่วยเพียงเล็กน้อย ภายในตัวรถยังมีเนื้อที่รองรับรถวีลแชร์ไม่ไห้ขัดขวางทางเดินผู้โดยสารทั่วไป 

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก "นายชัยรัตน์ แสงจันทร์" ผู้บริหารระดับสูงของ ไทย สมาย บัส เป็นนำพาผู้นำคนพิการทดลองการใช้งานเสมือนจริงรถพลังงานไฟฟ้าในครั้งนี้ด้วย

 

สุโขทัย - ทำ 1 ต้องได้มากกว่า 1!! ยกทัพเร่งขับเคลื่อนการขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มอบหมายให้นายสมพงค์ ชมชัย นายอำเภอศรีสัชนาลัย ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีสัชนาลัยและภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีภาคีเครือข่ายที่สำคัญในการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการคือ เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอำเภอศรีชนาลัย โดยมีนายสมนึก  สุกอร่าม ประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอำเภอศรีสัชนาลัย และคณะกรรมการเครือข่ายฯ ร่วมสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อถุงยังชีพ จำนวน 132 ถุง เป็นเงิน จำนวน 66,000 บาท โดยมอบให้สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีสัชนาลัยเป็นผู้จัดหาถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ ครัวเรือนตกเกณฑ์อำเภอศรีสัชนาลัย จำนวน 132 ครัวเรือน

โดยมีแนวทางการขับเคลื่อนผ่าน 4 แนวทาง 1 เงื่อนไขการพัฒนา ดังนี้

1. การเติมเต็มข้อมูลให้ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาทุกมิติและทุกพื้นที่ในประเทศ

2. ร่วมแก้ไขปัญหาในระดับบุคคล/ครัวเรือน ด้วยการลงพื้นที่แก้ไขปัญหาความยากจนในกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ ทั้งกลุ่มเป้าหมายในระบบ TPMAP ที่มีปัญหาความยากจนใน 5 มิติ ได้แก่ มิติสุขภาพ มิติความเป็นอยู่ มิติการศึกษา มิติรายได้ และมิติการเข้าถึงบริการภาครัฐ  กลุ่มคนที่ ตกหล่นจากระบบ (exclusion error) และกลุ่มคนเปราะบาง เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถอยู่รอดและดำรงชีพอยู่ได้

3. ร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน โดยให้ ศจพ.อ ทุกระดับร่วมกับทีมปฏิบัติการฯ และภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทาง มาตรการ และให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับสถานการณ์และข้อเท็จจริงของกลุ่มเป้าหมายและบริบทของแต่ละพื้นที่ต่อไป

ตาก - สถานีตำรวจภูธรแม่สอด จัดการฝึกอบรม! โครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันอาชญกรรมระดับตำบล!!

ณ ห้องประชุม ชั้น 4 สถานีตำรวจภูธรแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก พันตำรวจเอก ไพฑูรย์  สุขุมวัฒนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญกรรมระดับตำบล โดยพันตำรวจเอกมนศักดิ์ แก้วอ่อน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด มอบหมายให้พันตำรวจโท วัฒนะ คงตาล สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรแม่สอดเป็นผู้กล่าวรายงาน ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการ สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล  ตามแผนแม่บท  ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อลดและป้องกันปัญหาอาชญากรรมตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน Stronger Together ของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

สถานีตำรวจภูธรแม่สอดจึงได้ดำเนินการจัดอบรมโครงการสร้างเครือข่าย การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล  

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ระดับตำบลเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือสนับสนุนและเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังป้องกันปัญหาอาชญากรรม  เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ประชาชนได้รู้เท่าทันสามารถป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ได้ และเพื่อตอบสนองการดำเนินงานของรัฐบาลในการป้องกันอาชญากรรม 

 

ผบ.ตร. สั่งชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานและบูรพา 491 ปูพรมบุกจับ!! ‘มือปืนถล่มยิงรถนายก’ อบต.บางสมบูรณ์ มีผู้เสียชีวิต 2 คน

บริเวณถนนสายปากท่อ-เตยน้อย ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้อาวุธสงครามยิงถล่มรถของ นายก อบต.บางสมบูรณ์ จว.นครนายก เป็นเหตุให้ คนขับรถ และรองนายก อบต.บางสมบูรณ์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 คน ส่วน นายก อบต.บางสมบูรณ์ และผู้ติดตาม ได้รับบาดเจ็บ รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.ดงละคร, บก.สส.ภ.2, กก.สส.ภ.จว.นครนายก ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จว.นครนายก เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหัวกระสุนและปลอกกระสุนขนาด 7.62 มม. จำนวนมากตกอยู่บริเวณ จุดเกิดเหตุ และได้พบพยานหลักฐานสำคัญ คือกล้องหน้ารถที่ได้ บันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ โดยภาพจากกล้องขณะเกิดเหตุ ปรากฏภาพ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ใช้รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนเงิน-เทา ไม่ทราบทะเบียน ขับประกบรถของนายก อบต.ฯ และใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม 2 ละลอก ก่อนที่รถของนายก อบต.ฯ จะเสียหลักพุ่งลงข้างทาง จากการสืบสวนเบื้องต้น สถานที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด และเป็นเส้นทางกลับบ้านของนายก อบต.บางสมบูรณ์ แผนประทุษกรรมการก่อเหตุดังกล่าวแสดงถึง การวางแผนมาอย่างดี โดยคดีนี้ คนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจ ท้าทายกฎหมาย

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2, พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2, พล.ต.ต.ดร.จักษ์ จิตตธรรม ผบก.ภ.จว.นครนายก, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.กิจจา แสงชวลิต รอง ผบก.ภ.จว.นครนายก, พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป., พ.ต.อ.บัญชา คล้ายน้อย ผกก.กก.2 บก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.ธนเสฎฐ์ ประชาชัยศรี ผกก.กก.3 บก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน, บูรพา491 และ บก.สส.ภ.2  ลงพื้นที่ปูพรมสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ 

หลังลงพื้นที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทราบผู้ก่อเหตุ จำนวน 3 คน ชุดสืบสวนพิเศษ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดนครนายก ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน คือ

1.นายรัฐพล ตันสุวรรณรัตน์ หรือ "บิ๊ก" หรือ “กุมารขาว” อายุ 35 ปี ที่อยู่ 44 ม.11 ต.บางสมบูรณ์  อ.องครักษ์ จว.นครนายก ตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ 23/2565 ลงวันที่ 21 ก.พ.65 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น  โดยไตรตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้,ยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันพกอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควร” (หลบหนี)

2.นายภูริวัฒ นิ่มเรือง หรือ "อ็อด" หรือ "กุมารดำ" อายุ 52 ปี ที่อยู่ 38/2 ม.11 ต.บางสมบูรณ์ อ.องครักษ์ จว.นครนายก ตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ 22/2565 ลงวันที่ 21 ก.พ.65 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยไตรตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, ยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันพกอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควร” (หลบหนี)

3.นายธวัชชัย ศรีชาญ หรือ "วัช" อายุ 48 ปี ที่อยู่ 4 ม.4 ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จว.นครนายก ตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ 24/2565 ลงวันที่ 21 ก.พ. 65 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” (จับกุมตัวได้)

ต่อมาในวันที่ 22 ก.พ. 65 เวลาประมาณ 06.30 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน” และ “บูรพา 491” เปิดปฏิบัติการปูพรมลงพื้นที่ ตรวจค้นแหล่งกบดาลและซุกซ่อนอาวุธ 3 แห่ง

1. บ้านเลขที่ 44 ม.11 ต.บางสมบูรณ์ อ.องครักษ์ จว.นครนายก ตามหมายค้นศาลจังหวัดนครนายก ที่ ค.7/2565 ลงวันที่ 21 ก.พ.65 ไม่พบตัว นายรัฐพล ตันสุวรรณรัตน์ หรือ "บิ๊ก" หรือ “กุมารขาว” พบเพียงภรรยาซึ่งให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า นายรัฐพลฯ ออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.65 ตรวจค้นพบโทรศัพท์ของนายรัฐพลฯ ที่ใช้งานทิ้งเอาไว้ที่บ้าน และตรวจค้นพบกล่องใส่ปืนพกยี่ห้อซีแซด แต่ภายในกล่องไม่พบอาวุธปืน ซึ่งได้รับแจ้งว่านำติดตัวไปด้วย และได้ตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น HRV หมายเลขทะเบียน 3กพ 5180 กรุงเทพ ซึ่งเป็นรถที่ผู้ต้องหาขับไปเปลี่ยนรถก่อนไปก่อเหตุ

2. บ้านไม่ติดเลขที่ ต.บางสมบูรณ์ อ.องครักษ์ จว.นครนายก ตามหมายค้นศาลจังหวัดนครนายก ที่ ค.8/2565 ลงวันที่ 21 ก.พ.65 ไม่พบตัว นายภูริวัฒ นิ่มเรือง หรือ "อ็อด" หรือ "กุมารดำ" สอบถามบุคคลในละแวกแล้วพบว่าได้หลบหนีออกจากบ้านไปแล้ว

3. บ้านเลขที่ 41 ม.4 ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จว.นครนายก ตามหมายค้นศาลจังหวัดนครนายก ที่ ค.9/2565 ลงวันที่ 21 ก.พ. 65 พบ นายธวัชชัย ศรีชาญ หรือ "วัช" ผู้ต้องหาตามหมายจับอยู่ในบ้าน จึงได้จับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบ ก่อนนำตรวจค้นภายในบ้าน พบ

1) อาวุธปืนยาว ชนิดเดี่ยวลูกซอง ยี่ห้อ commando ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก

2) อาวุธปืนสั้น ชนิดกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ Colt ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก

3) กระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 4 นัด

4) กระสุนปืนพกขนาด .38 จำนวน 20 นัด

5) GPS ใช้สะกดรอยติดตามรถยนต์ จำนวน 1 เครื่อง

6) แผ่นป้ายทะเบียนปลอม จำนวน 1 แผ่น อ้างว่าเก็บได้

‘โรม’ ซัด ‘3ป.’ มีเอี่ยวค้ามนุษย์ เชื่อปัญหาแก้ได้ แต่ต้องไม่ใช่รบ.ชุดนี้

วันนี้ 22 ก.พ. 65 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ภายหลังอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 กรณีขบวนการค้ามนุษย์ว่า หลังจากจบการอภิปรายจนถึงวันนี้ ตนยังไม่ได้รับคำอธิบายที่น่าสนใจ และคำอธิบายของรัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่ต่างจากคำตอบเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมาที่ขอให้พ.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ กลับประเทศไทยเพื่อสู้คดีโดยรัฐบาลควรมีสัญญาที่ดีกว่านี้ เช่น ควรกลับไปพิจารณาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้ใดรู้บทบาทหน้าที่และการค้ามนุษย์และขัดขวางการทำงานของ พ.ต.ต.ปวีณ หากรัฐบาลต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมตนก็พร้อมที่จะให้ข้อมูลต่างๆ แก่รัฐบาล

“รัฐบาลไม่มีการต่อยอดและนำสู่การขยายผล เช่น ประเด็นเรื่องการรับผิดชอบของกองทัพเรือในกรณีที่สามารถจับผู้เกี่ยวข้องได้ 1 คน หรือ กรณีที่การทำงานของฝ่ายปกครอง ที่ปล่อยให้มีการขนคนจำนวนมากเพื่อนำไปค้ามนุษย์ในเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจในการปราบปรามเรื่องการค้ามนุษย์ ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาในประเด็นที่ตนได้อภิปรายไว้ โดยแต่งตั้งบุคคลที่สังคมให้ความเชื่อถือเข้ามาเป็นกรรมการ แต่ขณะนี้รัฐบาลกลับยืนกรานว่าได้ดำเนินการไปแล้ว และขอให้พ.ต.ต.ปวีณ กลับประเทศไทย แต่ใครจะกล้ากลับในเมื่อประเทศไทยยังมีเรื่องการอุ้มหาย และการเสียชีวิตของข้าราชการน้ำดี

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” จัดตั้ง “ตู้ปันสุข เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน” เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ประชาชน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ระหว่างวันที่ 21- 25 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. และ 16.00 น.  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ  มอบหมายให้ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ / หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ พร้อมคณะทำงาน จัดตั้ง “ตู้ปันสุข เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน”  ณ บริเวณหน้ามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย  เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ประสบปัญหาต่าง ๆ ได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยตู้ปันสุขบรรจุทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร น้ำตาล น้ำพริก อาหารพร้อมทาน ผักกาดดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยารักษาโรค ยากันยุง เป็นต้น รวมงบประมาณทั้งสิ้น 98,047 บาท (เก้าหมื่นแปดพันสี่สิบเจ็ดบาทถ้วน) พร้อมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ ตรวจวัดอุณหภูมิ และบริการเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือแก่ผู้มารับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

‘อนุทิน’ ปราม ‘ครูแก้ว’ ปมขู่ถอนตัวร่วมรบ. ลั่น ถอนไม่ถอนตัว อยู่ที่หัวหน้าพรรค

‘อนุทิน’ เผย โทรปราม ‘ครูแก้ว’ แล้วหลังพูดไม่ร่วมรัฐบาลหากกฎหมายกัญชาไม่ผ่าน บอก ฟังหัวหน้าพรรคคนเดียว คนอื่นไม่ต้องพูด ย้อนถามใครจะกล้าขู่ ‘นายกฯ’ เดินผ่านยังก้มแล้วก้มอีก

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 65 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกมาปรามพรรคร่วมรัฐบาล ว่าขอให้เบาๆ เรื่องการเมืองกันหน่อย โดยเฉพาะนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ที่ระบุว่าภูมิใจไทยจะไม่ร่วมรัฐบาล หากกฎหมายกัญชาไม่ผ่าน ว่า นายศุภชัยพูดในพื้นที่ ตนและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ ได้โทรศัพท์ไปบอกแล้ว และตนเห็นว่านายศุภชัยพูดในฐานะ ส.ส. แต่ถ้าถามหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรค สมาชิกคนอื่นไม่ต้องมาพูด ฟังหัวหน้าพรรคคนเดียวว่าจะมีท่าทีอย่างไรในการร่วมรัฐบาล

ส่อง 5 ระดับเตือนภัยโควิด ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข ประเมินสถานการณ์ ขณะนี้ไทยอยู่ระดับ 4

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 กระทรวงสาธารณสุข ประเมินสถานการณ์และประกาศแจ้งการเตือนภัยด้านสาธารณสุขเป็นระดับ 4 หลังยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระบบเตือนภัยจะมีทั้งหมด 5 ระดับ คือ 

ระดับ 1 ใช้ชีวิตได้ปกติ แบบ COVID-19 Free Setting 

ระดับ 2 เร่งเฝ้าระวัง คัดกรอง เลี่ยงกิจกรรมรวมกลุ่ม 1,000 คนขึ้นไป 

ระดับ 3 จำกัดการรวมกลุ่ม ทำงานจากที่บ้าน 20 - 50% คัดกรองก่อนเดินทาง เลี่ยงกิจกรรมรวมกลุ่ม 200 คนขึ้นไป 

ระดับ 4 ปิดสถานที่เสี่ยง ทำงานจากที่บ้าน 50 - 80% ชะลอการเดินทางข้ามพื้นที่ ใช้ระบบกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ

ระดับ 5 จำกัดการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเคอร์ฟิว ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรการตามระดับเตือนภัยทั้ง 5 ระดับด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top