Sunday, 28 June 2026
NewsFeed

“โฆษกรัฐบาล” สวน "พิธา" ย้อนดูตัวเองอย่าปั้นคำสวยหรูแต่ไม่ลงมือทำ คิดแต่จะล้มล้าง แขวะไม่เชื่อว่ามีคุณสมบัติผู้นำยุคใหม่เช่นกัน ย้ำ”นายก”ผู้นำตัวจริงของประชาชนทำงานเป็น ซื่อสัตย์สุจริต

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่มีคุณสมบัติของผู้นำในศตวรรษที่ 21 ว่า สิ่งที่นายพิธาพูดนั้นเป็นทฤษฎีที่สวยหรู เชื่อว่าทุกคนอยากเห็นผู้นำแบบนั้น แต่ก็ไม่เชื่อว่านายพิธาจะทำได้สำเร็จเช่นกัน เป็นเพียงแค่การปั้นคำพูดสร้างวาทกรรมแต่ไม่ได้ลงมือทำย่อมไม่รู้ว่าอะไรคือของจริง อะไรคือความเพ้อฝัน จึงต้องย้อนดูตัวเองด้วย

ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านายพิธาไม่ได้สนใจทำงานจริงจัง แต่จ้องจะสร้างภาพและหาโอกาสสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองเสมอ หวังยืมมือม็อบกลุ่มต่าง ๆ มาล้มรัฐบาล และหากคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติแบบที่อภิปรายก็คงเข้าข้างตัวเองมากเกินไป หรือหากเป็นเช่นนั้นจริง ผู้นำที่ลึก ๆ แล้วมีเจตนาต้องการล้มล้างสิ่งดีงามของประเทศชาติบ้านเมืองโดยอ้างว่าเพื่อความทันสมัย ทันโลก กล้าหาญ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ และไม่ควรฝากอนาคตไว้ด้วยอย่างแน่นอน 

นายธนกร กล่าวว่า การจะตัดสินว่า พล.อ.ประยุทธ์ หรือใครก็ตามมีคุณสมบัติเหมาะจะเป็นผู้นำหรือไม่นั้นคงไม่ใช่ให้นายพิธาเป็นผู้ตัดสิน เพราะผู้ตัดสินตัวจริงคือประชาชน นอกจากนี้นายพิธาไม่เคยสัมผัส เรียนรู้ หรือทำงานร่วมกับพล.อ. ประยุทธ์ ย่อมไม่มีทางรู้ว่าที่จริงแล้วท่านนายกฯ เป็นอย่างไร

“จุรินทร์” นำทีมบุกขอนแก่น ประชุมตัวแทนปชป.ภาคอีสาน 116 เขต เผยเรตติ้งพรรคพุ่ง ชูนโยบายเดินหน้าประกันรายได้ต่อ มั่นใจได้เก้าอี้ส.ส.อีสานเพิ่มแน่

ที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล จ.ขอนแก่น  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคอีสาน นายนิพนธ์ บุญญามณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รองหัวหน้าพรรคฯ และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองหัวหน้าพรรคฯ เข้าร่วมการประชุมตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอีสาน 116 เขตเลือกตั้ง 

ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในการวางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในภาคอีสาน ทั้ง 116 เขต ซึ่งแสดงถึงความพร้อมและความตั้งใจของเราในการมาทำงานให้ชาวอีสาน  ขณะเดียวกัน จากการที่เราประชุมร่วมกับแกนนำหลักๆ และตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ในทุกจังหวัดของภาคอีสาน ได้ประเมินตรงกันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีกระแสตอบรับที่ดีขึ้นในภาคอีสาน และมีโอกาสที่จะได้ส.ส.เพิ่มขึ้น ทั้งส.ส.ระบบเขตและส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 

เมื่อถามว่าพรรคมีนโยบายอะไรใหม่ ๆ เพื่อซื้อใจชาวอีสานในการเลือกตั้งครั้งหน้า  นายจุรินทร์ กล่าวว่า มีหลายอย่าง และเรายังชูนโยบายการเดินหน้าการประกันรายได้เกษตรกรต่อไป เพราะสร้างประโยชน์กับเกษตรกรในภาคอีสานและทั่วไป โดยจะเป็นการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และพืชอื่นๆที่ปลูกเฉพาะภาคอีสาน  

“จุรินทร์”ยันเสถียรภาพรัฐบาลยังไปต่อได้ ปัดตอบ “เสี่ยหนู”จ่อนั่งนายกฯ ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง แนะวิปรัฐบาลเช็คเสียงส.ส.ให้ชัด 

ที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล จ.ขอนแก่น  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายมองว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งต่อไป อาจเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อาจเป็นตัวแปรในการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลและได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่า  ตนไม่ขอวิจารณ์พรรคไหนทั้งสิ้น  แต่ยังคิดว่าจนถึงวันนี้เสถียรภาพในภาพรวมของรัฐบาลยังเดินหน้าต่อไปได้  อย่างไรก็ตาม มีสิ่งสำคัญ คือคณะกรรมการประสานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) จะต้องเร่งประเมินว่าเสียงส.ส.ที่มีความชัดเจน มั่นคงแน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลนั้นมีจำนวนเท่าไหร่ แล้วกำกับให้เป็นไปได้ตามนั้นในการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร  

ซึ่งถ้าทำอย่างนี้ได้ ก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลในระบบรัฐสภาที่อยู่ได้ด้วยเสียงข้างมากในสภาฯ  และที่สำคัญ ต้องสร้างผลงานการทำหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะประชาชนอยากเห็นรัฐบาลที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีนโยบายที่ตอบสนองความต้องการได้ และมีวิสัยทัศน์ที่จะนำประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

เมื่อถามว่าในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ยังมั่นใจอยู่หรือไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบอย่างนั้นได้ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยเงื่อนไขหลายอย่าง ซึ่งหัวหน้ารัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล เสียงในสภา ผลงานและการยอมรับของประชาชน หรือเสียงตอบรับจากประชาชน จะเป็นองค์ประกอบรวมกันด้วย 

“นายกฯ” พอใจ บินซาอุฯ เที่ยวปฐมฤกษ์ สิ้นเดือน ก.พ.นี้ ขานรับต่อยอดการท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าปี 65 กวาดรายได้ 2 หมื่นล้านบาท 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยินดีที่การท่องเที่ยวระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม หลังสายการบิน Saudi Arabian Airlines ประกาศเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ บินตรงจากซาอุดีฯ-ไทย ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ทั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของการประสานความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย ครั้งประวัติศาสตร์ ส่งผลให้เกิดความร่วมมือระหว่างสองประเทศ หลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนซาอุฯ

โดยตอกย้ำความสำเร็จซึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายอย่างรอบด้านของนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้คืบหน้า จัดตั้งกลไกการปรึกษาหารือ และประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเดินหน้าความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีให้เป็นผลและเกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

นายธนกร กล่าวว่า ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขานรับร่วมมือผลักดันการทำงาน โดยในวันที่ 26-27 ก.พ.นี้ กระทรวงการต่างประเทศ จะนำคณะหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนไปซาอุดีฯ และทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้วางแผนนำผู้ประกอบการภาคเอกชนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเดินทางไปซาอุดีฯ ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย ซึ่งคาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบียมาไทยให้ได้ถึง 2 แสนคน สร้างรายได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท ในปี 2565 นี้ 

นายธนกร กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ อยู่ระหว่างการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยกับกระทรวงท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย เพื่อส่งเสริมการทำตลาดท่องเที่ยวแบบ 2 ทาง พร้อมส่งเสริมให้ผู้แสวงบุญชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวได้หลังประกอบพิธีแสวงบุญ ทั้งพิธีฮัจญ์ และพิธีอุมเราะห์ รวมถึงการขยายเวลาพำนักในประเทศซาอุดีฯ ให้แก่คนไทยที่ได้วีซ่าแสวงบุญ ซึ่งขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการส่งร่าง MOU ไปให้ทางซาอุดีฯ พิจารณา 

“โฆษกรัฐบาล” เผย นายกฯ ย้ำ ปชช.รู้ทันเทคโนโลยี วอน อย่าหลงเชื่อข่าวโควิด-19 ปลอม   แนะตรวจสอบแหล่งข้อมูลทุกครั้งก่อนแชร์   

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ย้ำทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังการสร้างข่าวปลอม และบิดเบือนข้อมูลนโยบายรัฐบาล และข่าวสารทางราชการโดยเฉพาะในเรื่องโควิด-19  จากการติดตามตรวจสอบของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)ขณะนี้มีหลายข่าวที่มีการแชร์ข้อมูลจะมีการเชื่อมโยงกับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในความสนใจของประชาชนติดตามข่าวสาร เพื่อล่อลวงให้คนเข้ามาคลิกอ่าน เกิดความตื่นตระหนก หลงเชื่อ และแชร์ข่าวปลอมโดยรู้ไม่เท่าทัน

พร้อมกันนี้ก็ฝากย้ำเตือนไปยังประชาชนทุกคนใช้เทคโนโลยีและการรับข้อมูลข่าวต่าง ๆ อย่างรู้เท่าทัน อย่าลงเชื่อข้อมูลข่าวสารที่ได้รับโดยทันทัน แต่ขอให้มีการพิจารณา คิดวิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ทุกครั้งก่อนเชื่อและเผยแพร่แชร์ข้อมูลออกไป

เพื่อช่วยกันป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อนที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและนำไปสู่ความตื่นตระหนกและความวุ่นวายในสังคมได้ ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดรวมทั้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) บริหารจัดการสถานการณ์การแพร่รระบาดในพื้นที่ รวมทั้งเร่งนำผู้ป่วยโควิด-19 เข้าสู่ระบบการรักษาตามลำดับอาการ 

“โฆษกรัฐบาล” ยัน รัฐบาล ทุ่มเทแก้ค้ามนุษย์ ซัด ฝ่ายค้านอย่าทำประชาชนสับสน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายปัญหาคอร์รัปชันจากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะชาวโรฮีนจา ที่ถูกทรมานและโดนกระทำ ว่า รัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ความสำคัญกับปัญหาค้ามนุษย์ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ตลอดจนภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังมาโดยตลอด

นายธนกร กล่าวว่า  กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับเน้นย้ำมาตลอด ให้ทุกส่วนราชการช่วยเหลือและคุ้มครองเหยื่อจากการค้ามนุษย์ โดยไม่เลือกปฏิบัติในทุกเชื้อชาติเป็นการเร่งด่วน  เพื่อร่วมคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เหยื่อที่ได้รับการบังคับกดขี่ โดยเฉพาะการค้าประเวณี และการใช้ความรุนแรงที่ยังคงเหลืออยู่ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐหากเข้าไปมีส่วนร่วมกับการค้ามนุษย์จะต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูงแค่ไหนก็ตาม ห้ามละเว้นทุกกรณี

นายธนกร กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหากาค้ามนุษย์อย่างจริงจัง ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลว่ามึความตั้งใจแก้ไขปัญหามากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา สอดคล้องกับผลสำรวจของซูเปอร์โพล (SUPER POLL)ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.0 ระบุ รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ให้ความสำคัญต่อด้านมนุษยธรรมและการคุ้มครองมากกว่าอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะการต่อต้านการค้ามนุษย์ ในขณะที่ร้อยละ 72.7 เห็นความสำคัญและตระหนักต่อเรื่องของมนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน เสรีภาพและต้องการความคุ้มครองจากรัฐมากขึ้นในกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้หญิง ร้อยละ 75.1 เชื่อมั่นว่า ความตั้งใจจริงของรัฐบาล การใส่ใจจริงจังในหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง มีส่วนสำคัญในการป้องกันและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืน 

องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ รับลูก 'โรม' ชงจุฬาฯ มอบปริญญา 'พล.ต.ต.ปวีณ'

จากการอภิปรายของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กรณีปัญหาการค้ามนุษย์ ขบวนการลักลอบขนชาวโรฮีนจา เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมกับเรื่องราวตำรวจเลวได้ดี ตำรวจดีต้องลี้ภัย โดยมีตัวอย่างของ พล.ต.ต. ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตหัวหน้าทีมสืบสวนคดีค้ามนุษย์ที่ต้องลี้ภัยออกจากประเทศไทยไปเมื่อปี 2558 ที่มีพยานหลักฐานซึ่งรวบรวมเอาไว้ถึง 270,000 แผ่นกระดาษของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ที่นายรังสิมันต์ นำมาใช้ในการเผยแพร่ทั้งในและนอกรัฐสภา

พร้อมกันนี้ยังมีวิดีโอคอลไปหาพล.ต.ต.ปวีณ โดยมีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ร่วมกันแถลงหลังเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152

ห่วง!! Metaverse ส่งผลกระทบ 'เด็ก-กลุ่มเปราะบาง' แม้พร้อมรับ 'สุข-ทุกข์' แต่ขาดความรู้เท่าทันในโลกใหม่

หากเรามองย้อนไปถึงที่มาของเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ในทุกยุคทุกสมัย ล้วนเกิดขึ้นเพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ได้เปรียบ แต่แทบไม่มีเทคโนโลยีใดเลยที่จะคิดคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมในระยะยาวและสร้างขีดจำกัดของการบริโภค รวมทั้งรวมต้นทุนความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นไว้ตั้งแต่แรก ดังเช่นในขณะนี้ที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงของเมตาเวิร์ส จะมีสักกี่คนที่มองเห็นอนาคตของปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและกลุ่มเปราะบางที่พร้อมจะหัวเราะและร้องไห้ไปกับโลกใหม่แต่ขาดความรู้เท่าทัน

“ปัญหาเด็กติดเกมที่ว่ารุนแรงและเรื้อรังแล้ว เมื่อเข้าสู่ยุคเมตาเวิร์สที่สามารถทำให้ผู้คนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงได้อย่างเต็มตัวแล้ว ยิ่งพบว่าจะทวีความรุนแรงได้มากกว่า ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ ผลกระทบต่อสุขภาวะจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนทางอารมณ์ (Stress Hormone) ที่ยิ่งจะทำให้เด็ก และกลุ่มเปราะบางเกิดความก้าวร้าวหรือซึมเศร้า ซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม จากการเสพติดเกมหรือเชื่อมต่อสังคมในเมตาเวิร์สโดยขาดการควบคุมดูแลที่เหมาะสม”

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล ให้มุมมองเกี่ยวกับเมตาเวิร์สในอีกด้านที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม และเห็นว่า การออกแบบเมตาเวิร์สควรสร้างขึ้นด้วยจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อสังคม เช่นเดียวกับการออกแบบโรงงานอุตสาหกรรม ที่จะต้องมีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA หรือ EHIA) ก่อนทุกครั้ง ดังนั้น เพื่อการเติบโตทางเทคโนโลยีที่สมดุล ทุกฝ่ายจะต้องร่วมด้วยช่วยกันในการออกแบบระบบ

ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ผู้บริโภค พ่อแม่ผู้ดูแล รวมทั้งเด็กๆ ที่เป็นผู้ใช้ จะต้องเรียนรู้ไปด้วยกันมีเป้าหมายที่สร้างสรรค์ และอยู่ภายใต้กรอบแห่งความรับผิดชอบร่วมกัน พร้อมกับอธิบายต่อไปว่า “พฤติกรรม” เกิดจากการทำงานของสมองที่นำมาซึ่งประสบการณ์ ความทรงจำ และทัศนคติ สามารถส่งเสริมให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์และเกิดความสมดุล เช่น การเล่านิทานโดยใช้สื่อดิจิทัลแต่เพียงเป็นส่วนประกอบ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรปล่อยให้เด็กเรียนรู้แต่เพียงลำพัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก แต่ควรมีพ่อแม่ หรือผู้ปกครองคอยเล่าให้ฟัง และพูดคุยกับเด็กด้วย

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ยืนยัน! การปราบปราม 'การค้ามนุษย์' ดำเนินการตามหลักกฎหมาย และมุ่งมั่นในการดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ยืนยัน! การปราบปรามการค้ามนุษย์ ดำเนินการตามหลักกฎหมาย และมุ่งมั่นในการดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง

พลตำรวจตรี ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณี ส.ส.ฝ่ายค้าน อภิปรายประเด็นการปราบปรามจับกุมคดีค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่เกี่ยวข้องกับชาว "โรฮีนจา" เมื่อปี พ.ศ. 2558 ในทำนองว่าไม่ให้ความสำคัญ ไร้ประสิทธิภาพ และดำเนินการในลักษณะไม่มีมาตรฐานในการปฏิบัติที่เป็นธรรมนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอชี้แจง ดังนี้

1.คดีค้ามนุษย์ "โรฮีนจา" พื้นที่ สภ.ปาดังเบซาร์ จว.สงขลา เมื่อวันที่ 1 พ.ค.58 คดีนี้เป็นคดีที่เป็นความผิดนอกราชอาณาจักร ตาม ป.วิอาญา มาตรา 20 ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ต่อมาอัยการสูงสุดได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจและฝ่ายอัยการ เป็นคณะพนักงานสอบสวน ร่วมทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน  พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาค้ามนุษย์, อาชญากรรมข้ามชาติ และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ขอให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ จำนวน 155 ราย จับกุมตัวได้แล้ว จำนวน 120 ราย เสียชีวิต จำนวน 2 ราย  และหลบหนี อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม จำนวน 33 คน ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีแล้ว ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไปแล้วหลายราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม หากท่านใดมีข้อมูลหรือเบาะแสเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ ที่สามารถนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่ม ก็ขอได้โปรดแจ้งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทุกรายโดยไม่มีละเว้น

2. สำหรับนโยบายการปราบปรามจับกุมการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้ การกำกับดูแลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และภายใต้การนำ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความมุ่งมั่นปราบปรามจับกุม ตามนโยบายรัฐบาล อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมามีการเร่งรัดปราบปรามจับกุมมาโดยตลอด มีผลการจับกุมและดำเนินคดีในปี 2564 จำนวน 182 คดี และ ปี 2565 จำนวน 11 คดี

ดันสหกรณ์ช่วยกระจายสินค้าเกษตรในปี 65

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่าโครงการปรับโครงสร้างการผลิต การรวบรวม และการแปรรูปของสถาบันเกษตรกรรองรับผลผลิตทางการเกษตร ขณะนี้สามารถเบิกจ่ายได้ 1,583 ล้านบาท หรือร้อยละ 93.5 ของงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล 1,629 ล้านบาท 

สำหรับสหกรณ์ที่เข้าโครงการ 240 แห่ง ใน 59 จังหวัด โดยขณะนี้เกือบทุกแห่งสามารถที่จะรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรได้เพิ่มขึ้น ในฤดูกาลผลิตปี 2565 นี้ จะใช้ระบบสหกรณ์เหล่านี้เข้าไปช่วยขับเคลื่อนเสริมกลไกตลาดที่สำคัญในการกระจายผลผลิตและเป็นแก้มลิงชะลอผลผลิตทางการเกษตรกรณีผลผลิตล้นตลาด ซึ่งในปีที่ผ่านมาการใช้ระบบสหกรณ์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top