Saturday, 27 June 2026
NewsFeed

"แรมโบ้" ตะเพิด "เพื่อไทย" ถ้าไม่อยากทำงานในสภา ให้ลาออกไป อยู่ก็เปลืองภาษีประชาชน

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีสภาล่มซ้ำ พรรคเพื่อไทยเรียกร้องรัฐบาลรับผิดชอบ ว่า เมื่อตรวจสอบลึกลงไปพบว่าการที่สภาล่มแกนนำฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย มีส.ส.แสดงตนเพียงแค่ 2 คน คือ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. แต่ไม่แสดงตน 129 คน ซึ่งที่น่าสังเกตคือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาก็ไม่แสดงตนด้วยเช่นกัน 

นายเสกสกล กล่าวว่า ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และรองหัวหน้าพรรคพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ชี้แจง กรณีถูกตั้งคำถามเรื่องพรรคเพื่อไทยไม่แสดงตนร่วมเป็นองค์ประชุม ทำให้สภาล่มว่า เรื่อง สภาล่ม สองครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น หลายคนสับสนว่าเหตุใด เพื่อไทย จึงไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม แตกต่างจากก้าวไกลที่อยู่เป็นองค์ประชุม นายจุลพันธ์ ให้ข้อมูลว่าเหตุผลง่ายๆ คือเป้าหมายหลักของพรรคเพื่อไทย คือการยุติการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ และการที่สภาล่ม เป็นสัญญานชี้ว่ารัฐบาลไม่อาจคุมเสียงข้างมากในสภาได้ จะเป็นตัวเร่งให้ยุบสภาเร็วขึ้น ยืนยันพรรคเพื่อไทยอยากเลือกตั้ง คืนอำนาจให้ประชาชน

นายเสกสกล กล่าวว่า พฤติกรรมของพรรคเพื่อไทย ทำให้ประชาชนได้เห็นแล้วว่าส.ส.เพื่อไทย ไม่ได้ต้องการทำหน้าที่ผ่านกฎหมายสำคัญ ให้กับประชาชน  มุ่งหวังเล่นการเมืองเพื่อล้มรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ไม่ได้สนใจ ว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน จากกฎหมายสำคัญ ต่าง ๆ จะล่าช้าออกไปอย่างไร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ใยดี ต่อความต้องการเหล่านั้นของประชาชน  ส.ส.พรรคเพื่อไทย ต้องการอย่างเดียว คือสนใจ เรื่องการเลือกตั้งใหม่ เพื่อต้องการกลับมาเป็นรัฐบาล และต้องการพานายใหญ่ นายหญิงกลับประเทศ นั่นคือเป้าหมายของบรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทย 

'แรมโบ้' คอนเฟิร์ม ทิ้ง พปชร. เตรียมซบ 'รวมไทยสร้างชาติ'

7 ก.พ. 65 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีกระแสข่าว นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อเข้าร่วมงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุดมีการยืนยันว่า นายเสกสกล ได้มีหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา

นักศึกษา 4ส. รุ่นที่ 12 ‘สถาบันพระปกเกล้า’ ลุยภาคอีสาน!! ‘ถอดบทเรียนเมืองขอนแก่น’ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน - ศึกษาภูมิปัญญากลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโขผ่านเส้นทางผ้าไหม

นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล พร้อมคณาจารย์ และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 12 (4ส12) ศึกษาดูงานพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

>> จุดแรกที่ห้องออร์คิด บอลรูม 3 โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น กับเวทีแลกเปลี่ยนประเด็นการบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน ถอดบทเรียน “Khon Kaen Smart City and Low Carbon City”  โดยนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมผู้เกี่ยวข้อง อธิบายถึงโครงการขนส่งมวลชนรางเบา (LRT)  ของบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด วิสาหกิจของ 5 เทศบาลในจังหวัดขอนแก่น ที่เป็นการพัฒนาด้านคมนาคมเพื่อรองรับการขยายตัวด้านการจราจรของเมือง

จังหวัดขอนแก่น มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ อีกทั้งยังอยู่ตรงกลางของภาคอีสาน จึงเป็นเมืองศูนย์กลางของการพัฒนาในหลากหลายด้าน การที่เมืองขอนแก่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ย่อมทำให้มีปัญหาอื่น ๆ ตามมา ทั้งปัญหามลพิษ ความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะปัญหาด้านระบบขนส่งมวลชน และช่องว่างของรายได้ของประชากร ลำพังเพียงงบประมาณจากภาครัฐมักเป็นการกระจายงบแบบรวมศูนย์ ไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาได้

ปี 2556 นักธุรกิจในจังหวัดขอนแก่น ได้รวมกลุ่มกันเพื่อจัดตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (Khon Kaen Think Thank - KKTT) โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเมืองขอนแก่นให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ โดยระดมทุนร่วมกันจำนวน 200 ล้านบาท ก่อตั้งกองทุนพัฒนาเมือง บริหารเงินกองทุนโดย บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด ในการขับเคลื่อนพัฒนา ระบบขนส่งมวลชนทางราง (Light Rail Transit system – LRT) ได้รับเงินสนับสนุนในการทำการศึกษาระบบรางที่เหมาะสมโดย สนข. และเกิดเป็นแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดขอนแก่นขึ้นมา จำนวน 5 สาย พาดผ่านพื้นที่ 5 เขตเทศบาล

โดยรัฐบาลลงนามอนุมัติให้จัดทำ สายท่าพระ-สำราญ เป็นเส้นทางแรกเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 ต่อมาเดือนมีนาคม 2560 กระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้ 5 เทศบาลในจังหวัดขอนแก่น จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ขอนแก่นทรานซิสเต็ม จำกัด (KKTS) เพื่อบริการจัดการและจัดเก็บรายได้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ

ขอนแก่น Smart City มาตรฐานสากลนั้นประกอบไปด้วย 6 สาขา ได้แก่ Smart Mobility, Smart Living, Smart Citizen, Smart Economy, Smart Environment และ Smart Governance เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น และประชากรสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม 

>> จุดที่สอง รับฟังการบรรยายถึงกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน จ.ขอนแก่น (บ้านโฮมแสนสุข) เป็น ‘ศูนย์ตั้งหลักชีวิต’ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ  เพื่อให้เป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกันหรือไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งในอนาคตศูนย์แห่งนี้จะเป็นที่ตั้งหลักของชีวิต พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไร้บ้านผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเป็นอยู่ ด้านกลุ่มอาชีพ ด้านสวัสดิการ การดูแลซึ่งกันและกัน เพื่อให้กลุ่มคนไร้บ้านมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

>> จุดที่สาม ลงพื้นที่ศึกษากลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข บ้านดอนข่า อ.ชนบท เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบยั่งยืนและความเข้มแข็งของชุมชนผ่านเส้นทางผ้าไหม” ซึ่งจุดเด่นกลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข ของผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสี ธรรมชาติด้วยน้ำจุลุลินทรีย์ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านมาตรฐาน เป็นสากล สร้างชุมชนให้ยั่งยืน เป็นการยกระดับความสามารถด้านการผลิต นวัตกรรม การเชื่อมโยง และพัฒนาการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งทำให้ชุมชนได้สร้างงาน สร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว

 

รัฐบาลเตรียมจับคู่ประเทศเดินทางนำร่อง 2 ประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมการหารือเพื่อจัด Travel Bubble หรือการจับคู่ประเทศเดินทาง กับประเทศที่มีศักยภาพใช้เป็นกลยุทธ์ทางการท่องเที่ยวควบคู่กับการเดินทางท่องเที่ยวโดยทั่วไป ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานและหารือร่วมกับประเทศต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวร่วมกัน

โดยล่าสุดจะมีการพิจารณาร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงความเป็นไปได้ในการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีน รวมไปถึงการพิจารณาร่วมกับทางการมาเลเซีย ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้เช่นเดียวกัน

สำหรับแนวทางการจัด Travel Bubble เป็นการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวตามพื้นที่ที่กำหนด เน้นการควบคุมและจัดการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้อยู่ในมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งผู้ที่เดินทางภายใต้ Travel Bubble สามารถเดินทางภายใน Bubble ดังกล่าวได้โดยไม่ต้องถูกกักตัว ซึ่งจะทำเป็นข้อตกลงร่วมกันในลักษณะทวิภาคี (Bilateral Agreement) เพื่อกำหนดจำนวนคนที่จะอนุญาตให้เดินทางแลกเปลี่ยนกัน รวมทั้งการจัดการพิเศษ (Special Protocols) ได้แก่ การขอวีซ่า การโดยสารเครื่องบิน ที่พัก การเยี่ยมเยือน การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และผู้รับประกัน 

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามความคืบหน้าภายหลังมีการปรับนโยบาย เปิดรับนักท่องเที่ยวให้สามารถใช้ระบบ Test & Go ได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก ซึ่งส่งผลให้ยอดการลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass เพิ่มขึ้นภายในวันแรกรวมแล้วกว่า 35,046 ราย ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินว่า ยอดรวมการลงทะเบียนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึงกว่า 6 หมื่นราย 

'กอบศักดิ์' ชี้!! 2 ตัวแปร ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงสุดในรอบ 8 ปี ลุ้นทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ก่อนร่วงเพราะ EV

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL / นักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาประเทศ การเงิน และตลาดทุน / อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง แนวโน้มราคาน้ำมันโลกพุ่ง ระบุว่า... 

ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 8 ปี !!!

ล่าสุดทะลุ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล อีกครั้ง

ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกระยะ จาก (1) ความต้องการซื้อน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศต่างๆ รวมทั้งจาก (2) ความขัดแย้งระหว่างประเทศ (Geopolitics) โดยเฉพาะกับรัสเซียที่ยูเครน และกับอิหร่าน ที่ทำให้อิหร่านมีปัญหาในการส่งออกน้ำมัน

ถ้าปัญหาที่ยูเครนลุกลามบานปลาย จะส่งผลต่อการส่งออกน้ำมันของรัสเซียที่มีสัดส่วนประมาณ 10% ของ World Supply ขณะนี้ และซ้ำเติมให้สถานการณ์ความตึงตัวของตลาดน้ำมันโลกแย่ขึ้นจากเดิม ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมตลาดจึงกังวลใจเรื่องนี้มาก

“บิ๊กตู่” สั่งการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติลงทะเบียน Thailand Pass  “ย้ำ” ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก พร้อมหารือแนวทางการจัด Travel Bubble เพิ่มเติม

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าภายหลังมีการปรับนโยบาย เปิดรับนักท่องเที่ยวให้สามารถใช้ระบบ Test & Go ได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก ซึ่งส่งผลให้ยอดการลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass เพิ่มขึ้นภายในวันแรกรวมแล้วกว่า 35,046 ราย ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังคาดการณ์ว่า ยอดรวมการลงทะเบียนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึงกว่า 6 หมื่นราย โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย

สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่สามารถแบ่งแยกตามกลุ่มประเทศได้เป็น กลุ่มประเทศยุโรป 73.9% กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก 10.3% และกลุ่มประเทศอื่น ๆ 15.8% (สถิติข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1-30 มกราคม 2565) สะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรปและเอเชียตะวันออกที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น รวมทั้งความเชื่อมั่นโดยรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนช่วยให้การดำเนินการตามนโยบายนี้เกิดขึ้น และเห็นผลสำเร็จเพราะมีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ขอให้เข้มงวด เคร่งครัด ไม่ประมาทจนอาจส่งผลถึงมาตรการควบคุมทางสาธารณสุข รวมทั้ง ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขโดยพร้อมเพรียง ทั้งการยึดหลัก D-M-H-T-T D (เว้นระยะห่าง, สวมหน้ากากอนามัย, ล้างมือบ่อยๆ , ตรวจวัดอุณหภูมิ และสแกนแอปพลิเคชัน "ไทยชนะ" ก่อนเข้า-ออกสถานที่สาธารณะทุกครั้ง) ตามมาตรการ Universal Prevention หรือ การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมและมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มงวด รวมถึงมีการส่งเสริมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยประจำปี 2565 “Visit Thailand Year 2022” ด้วยแนวคิด “Amazing Thailand, Amazing New Chapters” ที่จัดทำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สอดรับกับแนวนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการพลิกโฉมประเทศไทยในทุกมิติภายหลังการเริ่มต้นเปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งจะตอบสนองทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว ผ่านเรื่องราวใหม่ๆ ที่มหัศจรรย์กว่าเดิม และมากกว่าที่เคยสัมผัส

รวมทั้ง จากการวางแผนกำหนดยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล จะเตรียมการหารือเพื่อจัด Travel Bubble กับประเทศที่มีศักยภาพใช้เป็นกลยุทธ์ทางการท่องเที่ยวควบคู่กับการเดินทางท่องเที่ยวโดยทั่วไป ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานและหารือร่วมกับประเทศต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวร่วมกัน โดยล่าสุดจะมีการพิจารณาร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงความเป็นไปได้ในการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีน รวมไปถึงการพิจารณาร่วมกับทางการมาเลเซีย ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้เช่นเดียวกัน

“โฆษกรรัฐบาล” วอน “ม็อบรถบรรทุก" เข้าใจรัฐบาล แจง ถ้าไม่ตรึงราคาพลังงาน ทำดีเซล พุ่งสูง 34 บาทต่อลิตร ยัน "นายกฯ" เน้นดูแลปชช.ภาพใหญ่

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ประกาศจัดกิจกรรมรวมทัพรถใช้น้ำมันแพงวิ่งรถทั่วกรุงเทพ เพื่อแสดงพลังและจะขับไล่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ออกจากตำแหน่งในวันที่ 7-8 ก.พ.นี้ ว่า รัฐบาลเข้าใจทุกปัญหาและได้ตรึงราคาพลังงานไว้ ขอให้เข้าใจสถานการณ์ หากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ราคาน้ำมันส่วนใหญ่เกิน 30 บาทต่อลิตร หรือใกล้เคียง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน

ยกเว้นประเทศมาเลเซีย ที่มีการผลิตน้ำมันในประเทศเกินความต้องการในประเทศ หากรัฐบาลไม่ตรึงราคาพลังงาน ราคาขายดีเซลที่แท้จริงจะสูงกว่านี้ อาจถึง 34 บาทต่อลิตร และหากทำตามที่เรียกร้องเดิมที่ 25 บาทต่อลิตร จะต้องใช้เงินสนับสนุนถึงเดือนละ 20,000 ล้านบาท ปีละ 240,000 ล้านบาท จำนวนเงินที่สูงเกินกว่าจะแบกรับไว้ได้

นายธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เน้นว่าต้องไม่บิดเบือนกลไกตลาดหรือสร้างภาระงบประมาณในอนาคต ให้ดูแลระดับราคาพลังงานให้เหมาะสมเพื่อดูแลประชาชนในภาพใหญ่ ลดผลกระทบต่อธุรกิจให้มากที่สุด ที่ผ่านมารัฐบาลและกระทรวงพลังงาน ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยเหลือประชาชน ด้วยการตรึงราคาค่าการตลาด และราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร

รัฐบาล ชวนปชช.ไร้เอกสารสิทธิที่ดิน ร่วมโครงการ “บอกดิน 3” ใช้มือถือแจงตำแหน่ง 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่มีที่ดินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือมี ส.ค. 1 น.ส.3 น.ส.3 ก ต้องการให้ภาครัฐเข้าไปบริหารจัดการที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถแจ้งตำแหน่งที่ดินผ่านโทรศัพท์มือถือ ในโครงการบอกดิน 3 เปิดให้บริการประชาชนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2565 โดยประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลและตำแหน่งที่ตั้งที่ดินของตนเอง ผ่าน 3 ช่องทาง

1. สแกนเข้าระบบบน “บัตรบอกดิน” ได้ที่สำนักงานที่ดินทั้ง 461 แห่ง ทั่วประเทศ 2. เว็บไซต์ : Bokdin3.dol .go.th 3. Application “SMARTLANDS” เลือกหัวข้อ บอกดิน โดยผู้ที่ต้องการแจ้งข้อมูลตำแหน่งที่ดิน เดินทางไปยังแปลงที่ดินที่ต้องการแจ้งข้อมูลแล้วให้ยืนรอประมาณ 1 นาที จากนั้นเข้าระบบบอกดิน กดแจ้งตำแหน่งที่ดิน กรอกข้อมูลส่วนตัว หลังจากนั้น กรมที่ดินจะดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียด รวบรวมข้อเท็จจริง หลักฐานต่าง ๆ และแจ้งกลับให้ผู้ครอบครองที่ดินทราบว่าจะมีวิธีดำเนินการอย่างไรต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โครงการบอกดิน 3 เป็นความร่วมมือของ กรมที่ดิน และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในการกระจายการถือครองที่ดิน และช่วยลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อให้บริการประชาชน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 

ดราม่า ‘Emergency Room’ สะท้อนการศึกษาไทย อยากได้โอกาสดีๆ ต้องมีเงินเป็นใบเบิกทาง

นายปฐม อินทโรดม กรรมการครีเอทีฟ ดิจิทัลอีโคโนมี สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Pathom Indarodom’ ถึงปมดราม่าข้อสอบครูผู้ช่วย 64 ว่า ดราม่าวันนี้คือข้อสอบครูผู้ช่วยที่เจอคำถามว่า Emergency Room คืออะไร แล้วผู้สมัครแห่ตอบเหมือน ๆ กันว่า “สระว่ายน้ำ” เจอแบบนี้แล้วไม่แปลกใจที่โรงเรียนอินเตอร์ในเมืองไทยเปิดเพิ่มขึ้นทุกปี สวนกระแสเด็กเกิดน้อยสุดเป็นประวัติการณ์เพราะพ่อแม่กลัวว่าหากลูกเรียนในระบบแล้วต้องเจอครูแบบนี้คงไม่ต้องคาดหวังอนาคตกันพอดี

นอกเหนือจากนั้นโรงเรียนอินเตอร์เป็นทางเลือกสำหรับการออกจากกฎระเบียบหยุมหยิมทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ฯลฯ พูดง่าย ๆ ว่าสังคมไทยเปิดโอกาสให้คนที่ไม่อยากทำตามกฎระเบียบได้ตั้งแต่เรียนชั้นประถม ด้วยการจ่ายแพงกว่าไปเรียนอินเตอร์แทนโรงเรียนปกติ

เชียงใหม่ - สขจ.เชียงใหม่ ประมูลทะเบียนรถเลขสวย ครั้งที่ 28 ทางออนไลน์ มีรายได้เข้ากองทุน กปถ. 28,587,777 บาท!!

ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่  สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ จัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย (รถเก๋ง) ครั้งที่ 28 หมวดอักษร งจ “การงานก้าวหน้า การค้ายิ่งเจริญ” จำนวน 301 หมายเลข และป้ายทะเบียนรถเลขสวยหมวดเสริม จำนวน 23 หมายเลข ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว เป็นครั้งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นวิถีใหม่แห่งการประมูล (NEW NORMAL Auction) ดังนี้

ยอดรวมหมวดอักษร งจ             25,840,222  บาท

ราคาต่ำสุด (งจ 2200)                     22,000   บาท

ราคาสูงสุด (งจ 9999)                1,200,000   บาท

เลขค้างชำระนำออกประมูลใหม่     2,747,555 บาท

ยอดรวมทั้งหมด                      28,587,777    บาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top