Saturday, 27 June 2026
NewsFeed

'บิ๊กตู่' กำชับ 'ททท.' ตรวจสอบโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4  เตือน อย่าช่วยโอกาสขึ้นราคา ย้ำ พบผิดเข้มกฎหมาย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่รัฐบาลได้มีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์เราเที่ยวด้วยกัน มีกรณีร้องเรียนว่า โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ปรับราคาขึ้นสูงกว่า 40% นั้น พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามและสั่งการให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาและการท่องเที่ยวเที่ยวแห่งประเทศไทย ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการฯ ไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นอย่างที่เป็นกระแสในโซเชียล เนื่องจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4  ไม่ได้เปิดรับผู้ประกอบการรายใหม่เพื่อเข้าร่วมโครงการในเฟสนี้ 

นายธนกร กล่าวว่า ดังนั้น โรงแรมต่างๆ ยังต้องใช้จำนวนห้องพักและราคาห้องพักเดิมที่แจ้งไว้ตั้งแต่เฟส 3 จะไม่สามารถปรับราคาได้ ที่ประชาชนพบว่ามีราคาที่สูงขึ้น อาจเกิดเนื่องจากจำนวนห้องที่ทางโรงแรมสมัครเข้าระบบอาจจะเต็มในช่วงเวลานั้นๆ ทำให้ต้องปรับประเภทของห้องพักที่อาจราคาสูงขึ้นได้ ซึ่ง นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม อย่าให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา เพราะทุกโครงการที่รัฐบาลดำเนินการเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน หากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที 

นายธนกร กล่าวว่า ครม. ได้อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 กรอบวงเงิน 9,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2565 โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรมที่พัก 40% สูงสุด 3,000 บาท/ห้อง/คืน คนละไม่เกิน 10 ห้อง คูปองส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว 600 บาทต่อห้องต่อคืน ประชาชนจะชำระ 60% และรัฐบาลสนับสนุนอีก 40% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง  และค่าโดยสารเครื่องบิน จำนวน 6 แสนสิทธิ เป็นโครงการที่เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ

'รองโฆษก ปชป.' ชี้ เหตุสภาล่มประชาชนเสียหาย ซัดฝ่ายค้านหยุดเอาองค์ประชุมมาเป็นเกมการเมือง วอนช่วยกันรักษาภาพลักษณ์สภา

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่องค์ประชุมสภาไม่ครบทำให้ต้องปิดการประชุมเมื่อวานนี้ ว่า ไม่ใช่เป็นการดิสเครดิตรัฐบาล แต่เป็นการสร้างเสียหายให้กับประชาขน และภาพลักษณ์ของสภา เพราะทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าขณะนี้มี ส.ส.หลายคนโดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาล ติดเชื้อโควิด-19 อยู่ระหว่างการรักษาตัว และอยู่ระหว่างกักตัวของกลุ่มเสี่ยง

โดยระเบียบวาระการประชุมเมื่อวานนี้รายงานที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งก็เป็นผลงานที่ทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล ได้ร่วมกันพิจารณา ไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาล ดังนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านน่าจะเข้าใจสภาวะโควิด และน่าจะช่วยกันทำภารกิจให้เสร็จสิ้นไป โดยที่ไม่มองเป็นเกมการเมือง

“การที่สภาล่มนั้น ความเสียหายไม่ได้เกิดกับรัฐบาล แต่เกิดกับพี่น้องประชาชน และกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภา เพราะประชาชนเขาเฝ้ารอดูการทำงานของผู้แทนของเขาอยู่ และเขาจะตำหนิเอาได้ว่า ส.ส.มัวแต่เล่นเกมการเมืองกันมากเกินไป จนไม่สนใจผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ” นายอัครเดช กล่าว 

“จุรินทร์” นำทีมเปิดตัว 3 เลือดใหม่ ชิง ส.ส. นครศรีธรรมราช 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัชชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. ร่วมกันเปิดตัวเลือดใหม่ คนรุ่นใหม่ ที่พรรคประชาธิปัตย์ 

โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมการสำหรับการเฟ้นตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งได้มีการดำเนินการมาโดยลำดับอยู่แล้ว ซึ่งในการเลือกตั้งปี 62 ที่ผ่านมา จ.นครศรีธรรมราช มีการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 8 เขต มีผู้แทนราษฎร 8 ท่าน และในการเลือกตั้งครั้งหน้าตามที่ กกต. ได้จัดเตรียมไว้ จะมีเขตเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอีก 1 เขต รวมเป็น 9 เขต  

สำหรับวันนี้เป็นความคืบหน้าในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีเลือดใหม่ที่มีศักยภาพอย่างน้อย 3 ท่าน ที่ได้แสดงความจำนง และมีความสนใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช และถือว่าได้ผ่านกระบวนการการพิจารณาเบื้องต้นของผู้บริหารพรรค แต่ยังมีขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับพรรค และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อไป ซึ่งเลือดใหม่ 3 ท่าน ดังกล่าว ประกอบด้วย 
1. นายราชิต สุดพุ่ม อดีตนายอำเภอเมือง นครศรีธรรมราช และอดีตปลัดจังหวัด ตำแหน่งล่าสุดคือเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้รับรางวัลจากผลงานที่ได้รับการยกย่องคือเป็นนายอำเภอดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2550 และเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น รางวัลครุฑทองคำ ประจำปี พ.ศ. 2550 
2. นางอวยพรศรี เชาวลิต จบปริญญาโท และเป็นสมาชิก อบจ. 3 สมัย เป็นประธานสภาสตรี อ.ท่าศาลา ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน และเคยได้รับรางวัลสตรีดีเด่นของ จ.นครศรีธรรมราช พ.ศ. 2553 นอกจากนั้นยังเคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภา อบจ. นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี 2555-2563 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภา อบจ. ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน 
3. นายพิทักษ์เดช  เดชเดโช เป็นคนรุ่นใหม่ อายุเพียง 30 ปี เป็นนักกฏหมาย จบปริญญาตรี และปริญญาโท นิติศาสตร์บัณฑิต และนิติศาสตร์มหาบัณฑิต เป็นกรรมการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขต 6 นครศรีธรรมราช และเป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานในการบริหารจัดการสินทรัพย์ และบริหารจัดการหนี้ ปัญหาหนี้สินจากบังคับคดี และปัญหาหนี้นอกระบบ 

“ทั้ง 3 ท่านนี้ถือว่าเป็นเลือดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ผ่านกระบวนการพิจารณาของผู้บริหารเบื้องต้น ที่จะเป็นผู้สนใจจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. นครศรีธรรมราช ในการเลือกตั้งครั้งหน้า” นายจุรินทร์กล่าว 

พร้อมกับตอบคำถามผู้สื่อข่าว ที่ได้สอบถามว่า การเปิดตัวผู้สมัครในครั้งนี้ เป็นการเตรียมการเลือกตั้งจะมีขึ้นเร็วๆ นี้หรือไม่ จากการสัมภาษณ์ล่าสุดของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่า การยุบสภาต้องมีการหารือกับพรรคร่วมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการพูดคุยกับนายกฯ เรื่องยุบสภาแล้วหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีการพูดคุยกับตน และนายกฯ กับตนยังเคยไม่คุยกันเรื่องยุบสภาว่าจะมีหรือไม่ เป็นอย่างไร เมื่อไหร่ ไม่มีครับ แต่การเปิดตัวผู้ที่สนใจ เปิดตัวเลือดใหม่ที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรค เราทำมาโดยต่อเนื่องอยู่แล้วภายใต้แคมเปญ “เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ”

วันนี้ถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของแคมเปญที่ว่า และพรรคประชาธิปัตย์มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร และผู้สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคมาโดยลำดับอยู่แล้ว เพียงแต่เที่ยวนี้ถึงคิวนครศรีธรรมราช ถัดจากนี้ก็ตั้งใจว่าหากเป็นไปได้ก็จะเป็นจังหวัดกระบี่ และจะไปจังหวัดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับในภาคใต้ ขณะนี้ผู้สมัครมีความพร้อมเกือบครบทั้งหมดแล้ว ยังขาดเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่มีผู้สมัครเกินจำนวน และยังไม่ได้เคาะ แต่ส่วนใหญ่เบื้องต้นได้มีการเคาะกันไปแล้ว 

'ราเมศ' ชี้ ประธาน 'ชวน' ทำหน้าที่สมบูรณ์ ซัด พิเชษฐ์' ย้อนดูตัวเอง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงกรณีองค์ประชุมในสภาไม่ครบ จนเป็นเหตุให้สภาล่มไม่สามารถประชุมต่อไปได้นั้นว่า

ต้องเอาความจริงมาพูดกันว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ได้ทำหน้าที่สมบูรณ์ที่สุด ในการดำเนินการเพื่อให้สภาเดินหน้าประชุมต่อไปได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศ
หลักการสำคัญเรื่ององค์ประชุมโดยแท้ที่จริงเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรทุกคน จริงอยู่ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงข้างมากมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมเสียงในสภาให้ได้ แต่ ส.ส.ทุกพรรค ทุกฝ่ายก็ต้องยึดหลักประโยชน์ของ ปชช และประเทศเป็นที่ตั้งด้วย ถ้าจะเอาทุกเรื่องมาเล่นการเมืองทั้งหมดก็จะเกิดความเสียหายตามมา ไม่ส่งผลดีต่อภาพรวมต่อการทำงานในสภา เวลาของสภาเหลือไม่มากทุกฝ่ายควรตั้งหลักมุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อประชาชน

นายราเมศกล่าวต่อว่า กรณีที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.จังหวัดเชียงราย ลุกขึ้นประท้วงแล้วกล่าวหาประธานว่าทำหน้าที่แบบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นนั้น เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ที่มากล่าวหาด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และไม่ตรงกับความจริง ถ้านายชวนเป็นคนเช่นนั้น ไม่อยู่ในทางการเมืองมาได้จนถึงวันนี้แน่นอน การทำหน้าที่ที่ผ่านมาในฐานะประธานสภา เห็นได้ชัดว่าทำได้อย่างสมบูรณ์ ตรงไปตรงมา เป็นกลาง ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง นายพิเชษฐ์ ก็ต้องย้อนกลับไปดูตัวเอง พรรคพวกตัวเอง แล้วจะรู้ความจริงชัดขึ้นว่าใครเป็นอย่างไร บางคนความดีก็ไม่เอาใส่ตัว แถมยังชี้หน้าว่าคนอื่นชั่ว คิดว่าคนอื่นจะเหมือนตัวเอง พฤติกรรมที่แย่ๆแบบนี้ประชาชนมองดูการทำหน้าที่ของตัวแทนเขาอยู่ แต่ท้ายที่สุดก็มีการขอโทษประธานสภาแต่ที่ต้องหยิบยกมาพูดเพื่อชี้ให้เห็นว่าการพูดจาในเรื่องใดด้วยอารมณ์ก็ต้องระมัดระวัง

นายราเมศกล่าวตอนท้ายว่า ฝ่ายนิติบัญญัติต้องเป็นแบบอย่างในการทำหน้าที่ ความน่าเชื่อถือไม่ใช่เกิดจากการเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลแต่ความน่าเชื่อถือเกิดจากการตระหนักในหน้าที่และได้ปฏิบัติงานอย่างสมบูรณ์ ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาได้ย้ำเรื่องนี้มาโดยตลอด

จีนเสนอ “เรือดำน้ำมือสอง” 2 ลำมาแล้ว คาดให้ฟรีในฐานะมิตรประเทศ แต่ต้องปรับคืนสภาพให้พร้อมใช้งาน ทร. อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจะไปเจรจาหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.มีรายงานว่า จากกระแสข่าวสาธารณรัฐประชาชนจีนจะมอบเรือดำน้ำชั้น Song (ซ่ง) ให้ไทย 2 ลำ แต่ไม่มีคำยืนยันจากกองทัพเรือ และ กระทรวงกลาโหมของไทยในเรื่องดังกล่าว จนกระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมาทางบริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจของจีนซึ่งรับหน้าที่บริหารเรือดำน้ำมือสองที่กำลังปลดประจำการในกองเรือดำน้ำกองทัพเรือจีน  ได้ประสานงานเพื่อแจ้งความประสงค์ผ่านสำนักผู้ช่วยฑูตทหารประจำกรุงปักกิ่ง ว่าทางบริษัททีเรือดำน้ำมือสองจำนวนหลายลำ ที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์กับกองทัพเรือไทย หากสนใจในโครงการดังกล่าวให้แจ้งความประสงค์ในการหารือในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุว่าเป็นการให้เปล่า หรือเป็นการซื้อในราคามิตรภาพ  
 
แหล่งข่าวจากกองทัพเรือ ระบุว่า  เป็นครั้งแรกที่มีการแสดงเจตนารมณ์อย่างเป็นทางการ เพราะก่อนหน้านี้เป็นเพียงกระแสข่าวว่าทางการจีนได้มีการพูดคุยกับคณะทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  และจะให้เรือดำน้ำฟรี 2 ลำ แต่ไม่มีการยืนยันข่าวจากฝั่งของ พล.อ.ประวิตร แต่อย่างใด ทั้งนี้  ทางพล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ จะได้นำข้อเสนอของบริษัทฯ ไปพิจารณาร่วมกับ พล.ร.อ.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์  เสนาธิการทหารเรือ  ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ทร. ว่าจะไปพูดคุยในรายละเอียดหรือไม่ และถ้าสรุปว่าจะพูดคุย ก็ต้องดูรายละเอียดว่ามีข้อเสนออย่างไร  ซึ่งจะเป็นการให้เปล่า หรือ เป็นการซื้อในราคามิตรภาพ ยังไม่มีการยืนยัน
 
อย่างไรก็ตาม สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มอบเรือดำน้ำ ชั้น Ming(หมิง)ให้กับกองทัพเรือเมียนมาร์ เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ ทร.เมียนมาร์มีเรือดำน้ำเข้าประจำการแล้ว 2 ลำ จึงคาดว่าข้อเสนอของจีนจะเป็นเสนอแบบให้เปล่ากับไทยในฐานะมิตรประเทศเช่นกัน   ซึ่งต้องดูในรายละเอียดว่าจะต้องซ่อมปรับคืนสภาพ และ ต้องใช้งบประมาณในนำเข้าประจำการเท่าใด รวมถึงมีข้อเสนออื่นๆ ที่ ทร.ไทยจะได้รับเพิ่มเติมหรือไม่ 

'ศ.ดร.กนก' ชี้! ทางรอดเศรษฐกิจไทย กระจายเม็ดเงินจากทุนสู่รากหญ้า ปลดล็อกสุราพื้นบ้าน ให้โอกาสทุกคนบนนโยบายที่เท่าเทียม วอน ส.ส.ทุกพรรค ประคองสภา อย่าให้ล่มแล้วล่มอีก เร่งออกกฎหมายเพื่อชาวบ้าน 

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันว่าการจะคืนคงจะเป็นเรื่องยากและรัฐบาลคงไม่สามารถใช้เงินแจกไปได้ตลอด ถึงเวลาที่ต้องกลับมาคิดที่จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ กระจายเม็ดเงินที่เคยหมุนเวียนขนาดใหญ่ มาถึงมือคนตัวเล็กตัวน้อยให้ได้มากที่สุด

ให้โอกาสกับทุกคนบนนโยบายที่เท่าเทียม ถึงเวลาให้ชาวบ้านต้มสุราพื้นบ้านได้แล้ว เพราะสุราพื้นบ้านที่ชาวบ้านผลิตมี”เอกลักษณ์”ของตัวเอง ทั้งรสชาต กลิ่น และคุณภาพที่สามารถแข่งขันได้ นี่คือกลไกใหม่ที่จะสร้างรายได้ให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และ SME ในชนบท

สุราพื้นบ้านคือกุญแจดอกแรกที่จะช่วยแก้ไข”ความเหลื่อมล้ำ”ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย พราะสุราพื้นบ้านจะสร้างรายได้มหาศาลให้เกษตรกรตัวเล็กตัวน้อยที่จะช่วยลดช่องว่างของรายได้ 

โฆษกรัฐบาลเผย “นายกฯ” ยินดีโครงการคนละครึ่ง เฟส 4 กระตุ้น - ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริงและต่อเนื่อง คาดติมเม็ดเงินในระบบสะพัดกว่า 7 หมื่นล้านบาท  เตือนร้านค้า-ประชาชนใช้จ่ายตามเงื่อนไข ห้ามแลกเงินสดผิดกฎหมาย ตรวจพบตัดสิทธิ์ทันที 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ได้เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวันแรกเมื่อวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าการใช้จ่ายล่าสุด (ข้อมูล วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565) มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 24.99 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 8,886.93 ล้านบาท

โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้ 1) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 15.88 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 7,084.1 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 3,584.4 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 3,499.7 ล้านบาท 2) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 8.54 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 1,691.26 ล้านบาทและ 3) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 0.57 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 111.57 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมถึงโครงการคนละครึ่ง เฟส 4 ว่า เป็นไปตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีวัตถุประสงค์ชัดเจนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานรากอย่างต่อเนื่อง ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทุกระดับมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ และเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กับประชาชน ซึ่งขณะนี้ กระทรวงการคลังได้ตรวจสอบพบหลักฐานผู้ประกอบการกระทำความผิดเงื่อนไขโครงการฯ ในลักษณะไม่มีการซื้อขายสินค้าหรือบริการจริง

โดยได้มีการระงับสิทธิผู้ประกอบการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และจะเข้าสู่กระบวนการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ไม่หวังดีที่เสนอจะช่วยหาประโยชน์จากโครงการฯ โดยไม่ได้ทำการซื้อขายสินค้าหรือบริการจริงอย่างเด็ดขาดเพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิด ด้วย

"เทพไท" โวย แก้ กม.ให้ส.ส.-สว.หาเสียงให้ท้องถิ่นได้ไม่พอ ต้องแก้ให้มี สข.กับคน กทม.ด้วย จี้ สภาเร่งแก้กฎหมายท้องถิ่นให้เร็วทันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.-สข.ไปพร้อมกัน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า จากกรณีที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอเลื่อนระเบียบวาระการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ทันกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยา ซึ่งเป็นการแก้ไข มาตรา 34 เปิดโอกาสให้ข้าราชการการเมือง ส.ส. สว. หรือผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เข้าไปร่วมกิจกรรมหาเสียงกับผู้สมัครสภาท้องถิ่นได้

ทั้งนี้หากกฎหมายฉบับดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ จะทำให้พรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนร่วม กับการเมืองท้องถิ่น ส่งเสริมการเมืองท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยจะมีการนำเรื่องดังกล่าว เสนอเพื่อขอมติจากวิปรัฐบาล เสนอเลื่อนวาระการพิจารณาต่อที่ประชุมสภาฯ ในวันพุธที่ 9 ก.พ.นี้ เพื่อสามารถพิจารณาได้ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนก.พ.

ถ้าหากร่างพระราชบัญญัติเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ฉบับที่…พ.ศ…..ที่กล่าวอ้างนั้น เป็นฉบับเดียวกับที่เสนอโดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และคณะเสนอ จะเป็นเรื่องที่ดีมาก   เพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนั้น มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดให้มีสมาชิกสภาเขต (สข.)ด้วย ซึ่งถูกตัดออกไปในยุคของ คสช. ปรับเปลี่ยนเป็น คณะกรรมการประชาคมเขต ที่มาจากการแต่งตั้งของผู้อำนวยการเขต ซึ่งขัดกับหลักการปกครองท้องถิ่น ที่สมาชิกสภาเขต (สข.) ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง 

“แรมโบ้” แนะ ปชช. จำชื่อส.ส.ทำสภาล่ม คราวหน้าอย่าเลือก เปลืองงบฯ เปลืองภาษี ไล่เอาปี๊บคลุมหัว

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับกรุงเทพโพลที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “คนไทยกับโครงการคนละครึ่งเฟส 4” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 67.4 จะเข้าร่วม โครงการคนละครึ่งเฟส 4 และอยากให้มีโครงการ คนละครึ่งต่อไป ร้อยละ 69.3 อยากให้มีต่อไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะหายไป 

นายเสกสกล กล่าวว่าโครงการส่วนใหญ่ของรัฐบาล เป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างแท้จริงในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19  ดังนั้นจึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศอยากให้มีโครงการออกมาและอยากเข้าร่วมโครงการของทางภาครัฐ ตนเองยังได้รับคำชื่นชมจากพ่อค้าแม่ค้า ว่าอยากให้รัฐบาลทำโครงการคนละครึ่งอย่างต่อเนื่อง เพราะทำให้ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของคึกคัก แม้ว่าราคาสินค้าบางรายการจะมีราคาที่แพงขึ้น แต่สามารถนำโครงการคนละครึ่งไปซื้อได้

นายเสกสกล กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในตัวนายกฯและรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าแพง และจะหามาตรการใหม่ๆ ออกมาให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่านายกฯไม่ทอดทิ้งประชาชนในเวลาที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน นายกฯมีความจริงใจตั้งใจทำงาน ช่วยเหลือเยียวยาคนทุกกลุ่ม จนเป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชน 

นายเสกสกล กล่าวว่า จะมีก็เพียงพรรคฝ่ายค้านที่นายกฯทำอะไรก็จะออกมาด่าทอใส่ร้ายโจมตี ไม่เคยชื่นชมในสิ่งที่นายกฯทำดี เล่นการเมืองมากจนเกินไปโดยไม่ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง เพียงเพื่อล้มนายกฯ ล้มรัฐบาล หวังกลับมามีอำนาจเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง นักการเมืองประเภทนี้สุดท้ายประชาชนจะพิพากษาลงโทษเอง ยังเล่นการเมืองแบบน้ำเน่าไม่มีความคิดสร้างสรรค์

โฆษกรัฐบาลเผย 'นายกฯ' สั่งการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลงทะเบียน Thailand Pass  ย้ำไม่ประมาท การ์ดอย่าตก พร้อมหารือแนวทางการจัด Travel Bubble เพิ่มเติม

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าภายหลังมีการปรับนโยบาย เปิดรับนักท่องเที่ยวให้สามารถใช้ระบบ Test & Go ได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก ซึ่งส่งผลให้ยอดการลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass เพิ่มขึ้นภายในวันแรกรวมแล้วกว่า 35,046 ราย

ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังคาดการณ์ว่า ยอดรวมการลงทะเบียนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึงกว่า 6 หมื่นราย โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่สามารถแบ่งแยกตามกลุ่มประเทศได้เป็น กลุ่มประเทศยุโรป 73.9% กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก 10.3% และกลุ่มประเทศอื่น ๆ 15.8% (สถิติข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1-30 มกราคม 2565) สะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรปและเอเชียตะวันออกที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น รวมทั้งความเชื่อมั่นโดยรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนช่วยให้การดำเนินการตามนโยบายนี้เกิดขึ้น และเห็นผลสำเร็จเพราะมีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ขอให้เข้มงวด เคร่งครัด ไม่ประมาทจนอาจส่งผลถึงมาตรการควบคุมทางสาธารณสุข รวมทั้ง ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขโดยพร้อมเพรียง ทั้งการยึดหลัก D-M-H-T-T D (เว้นระยะห่าง, สวมหน้ากากอนามัย, ล้างมือบ่อยๆ , ตรวจวัดอุณหภูมิ และสแกนแอปพลิเคชัน "ไทยชนะ" ก่อนเข้า-ออกสถานที่สาธารณะทุกครั้ง) ตามมาตรการ Universal Prevention หรือ การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมและมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มงวด รวมถึงมีการส่งเสริมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยประจำปี 2565 “Visit Thailand Year 2022” ด้วยแนวคิด “Amazing Thailand, Amazing New Chapters” ที่จัดทำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สอดรับกับแนวนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการพลิกโฉมประเทศไทยในทุกมิติภายหลังการเริ่มต้นเปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งจะตอบสนองทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว ผ่านเรื่องราวใหม่ๆ ที่มหัศจรรย์กว่าเดิม และมากกว่าที่เคยสัมผัส 

รวมทั้ง จากการวางแผนกำหนดยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล จะเตรียมการหารือเพื่อจัด Travel Bubble กับประเทศที่มีศักยภาพใช้เป็นกลยุทธ์ทางการท่องเที่ยวควบคู่กับการเดินทางท่องเที่ยวโดยทั่วไป ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานและหารือร่วมกับประเทศต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวร่วมกัน โดยล่าสุดจะมีการพิจารณาร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงความเป็นไปได้ในการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีน รวมไปถึงการพิจารณาร่วมกับทางการมาเลเซีย ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้เช่นเดียวกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top